เว็บไซต์ข่าวสายวินโดวส์ Neowin รายงานว่า ไมโครซอฟท์เพิ่ม QR Code ให้กับหน้าจอบอกความผิดพลาดร้ายแรงของ Windows หรือ Blue Screen of Death (BSOD) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดพลาดดังกล่าวได้ง่ายขึ้น
การบอก QR Code ดังกล่าวนี้ยังเป็นการทดลองอยู่ ซึ่งนอกจาก QR Code ที่เกี่ยวข้องแล้วจะมีการบอก stop code หรือรหัสที่บอกความผิดพลาดด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิดดูได้จากเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์เอง (ปัจจุบันยังเป็นหน้าบอกการแก้ปัญหา blue screen แบบทั่วไปอยู่)
การที่ไมโครซอฟท์ทดลองเพิ่ม QR Code เช่นนี้ อาจทำให้การแก้ปัญหาที่ทำให้เกิด BSOD ในอนาคตนั้น ทำได้ง่ายขึ้น
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางจราจรบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐฯ (NHTSA) ได้ประกาศจะออกคำแนะนำว่าด้วยการใช้งานรถยนต์ไร้คนขับอย่างปลอดภัย (Guidance on the safe deployment and opperation of autonomous vehicles) ภายในกลางปีนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการออกกฎหมายและนโยบายเกี่ยวกับรถยนต์ไร้คนขับต่อไปในอนาคต ซึ่งกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ก็ออกมาเตือน NHTSA ว่ายังเร็วเกินไป
หลังจากที่ Facebook ปล่อยให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน Facebook Live ได้อย่างทั่วถึงแล้ว ก็มีผลตอบรับที่ค่อนข้างดี มีการใช้งานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Facebook ได้เปิดตัวเครื่องมือ Facebook Live Map เพื่อค้นหา Live ที่น่าสนใจได้จากทั่วโลก
Facebook Live Map จะแสดงจุดสีน้ำเงินบนแผนที่โลกเมื่อมีผู้ใช้เปิดใช้งาน Live โดยจะเลือกจากสถานะการตั้งค่าแบบสาธารณะเท่านั้น ผู้ใช้สามารถเลือกดูตัวอย่างของ Live นั้นได้โดยจะแสดงการ์ดรายละเอียดขึ้นมาบนจุดนั้นและยังบอกถึงผู้ที่กำลังรับชมมาจากจุดไหนของแผนที่ได้อีกด้วย
บริการ music streaming อย่าง Spotify ก็เติบโตเรื่อยมาจนมีผู้ใช้แบบสมัครสมาชิกกว่า 30 ล้านราย มีบทสัมภาษณ์ Seth Farbman ซีเอ็มโอของบริษัทนี้ใน AdWeek ว่าด้วยเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้เพื่อมาปรับปรุงระบบ ชี้ชัดไปที่กลุ่มมิลเลนเนียล (หรือกลุ่มคน Gen Y นั่นเอง) ขอสรุปใจความดังนี้:
คนฟังกลุ่มมิลเลนเนียลมักแชร์เพลงที่แสดงความเป็นตัวเองและบางทีเพลงที่แชร์ก็เปิดเผยตัวตนอีกด้านของผู้ใช้ด้วย Spotify เคยทำ Year of Music ให้ผู้ใช้ย้อนกลับไปดูเพลงที่ตัวเองฟังตลอดทั้งปี ซึ่งบางคนก็พบว่าตัวเองฟังเพลงแนวที่ไม่อยากเปิดเผยให้ใครรู้ด้วย