Tags:
Ford

ค่ายรถยนต์ Ford เปิดบริการรถเช่า (car sharing) ผ่านแอพชื่อ GoDrive โดยเริ่มจากพื้นที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

บริการนี้จะให้คนที่อยากเช่ารถเป็นระยะเวลาสั้นๆ สามารถจองรถผ่านแอพ GoDrive และไปขับรถ ณ จุดจอดของ Ford ที่กระจายอยู่ทั่วลอนดอน 20 จุดได้เลย ค่าใช้จ่ายจะคิดเป็นนาที รวมค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งหมดแล้ว จุดเด่นของ GoDrive คือ Ford จะการันตีว่าขับไปแล้วจะมีที่จอดรถแน่นอน ตามจุดบริการของ Ford ที่กระจายอยู่ตามสถานีขนส่งสำคัญของลอนดอน

บริการรถเช่าลักษณะนี้ไม่ใช่ของใหม่ (Zipcar และบริษัทอื่นๆ ทำมาก่อนแล้ว) และ Ford เองไม่ได้หันมาสนใจลุยตลาดรถเช่าแข่ง แต่ GoDrive เริ่มจากการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Ford Smart Mobility ที่บริษัทต้องการทำความเข้าใจกับการคมนาคมขนส่งในยุคหน้า เบื้องต้นมีรถยนต์ให้บริการ 50 คัน ครึ่งหนึ่งเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้า Ford Focus Electric

ที่มา - Ford

Tags:
Audi

Audi ค่ายรถหรูจากเยอรมนี เตรียมบุกตลาดจีนด้วยรถยนต์ต่อเน็ตได้ (connected car) และพันธมิตรในจีนของบริษัทก็ไม่ใช่ใครอื่น Baidu นั่นเอง

Audi จะใช้เทคโนโลยี Baidu CarLife สำหรับซอฟต์แวร์ของรถยนต์ที่ขายในจีน และจะใช้ฮาร์ดแวร์สื่อสารจาก Huawei ด้วย สินค้าจะเริ่มวางขายภายในปีนี้ และเราจะเห็น Audi ทำการตลาดเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย

ตอนนี้จีนถือเป็นตลาดสำคัญที่สุดของ Audi โดยมียอดขาย 580,000 คันในปีที่แล้ว กลุ่มลูกค้าของ Audi มีอายุเฉลี่ย 36 ปี ถือว่าอายุน้อยกว่าลูกค้าในยุโรปหรือสหรัฐที่อายุอยู่ในช่วง 50-60 ปี การเน้นตลาดรถยนต์ไฮเทคต่อเน็ตได้จึงน่าจะดึงดูดลูกค้าในจีนกลุ่มนี้

ส่วน Baidu เองก็หันมาทำตลาดซอฟต์แวร์สำหรับรถยนต์อย่างจริงจัง และบริษัทได้พันธมิตรเป็นค่ายรถเยอรมัน ทั้ง BMW และ Mercedes-Benz มาเรียบร้อยแล้ว บริษัทไฮเทคจากจีนรายอื่นทั้ง Alibaba และ Tencent ก็กำลังพัฒนาซอฟต์แวร์มาจับตลาดนี้เช่นกัน

ที่มา - Wall Street Journal

Tags:
Google

กูเกิลประกาศวันนี้ว่ารถยนต์ไร้คนขับต้นแบบที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้จะเริ่มออกสู่ถนนของจริงในนอร์ทเทิร์นแคลิฟอร์เนียแล้ว โดยมีรถยนต์ทั้งหมด 25 คันในการลงทดสอบบนถนนจริง

รถยนต์ไร้คนขับนี้จะถูกควบคุมให้วิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 25 ไมล์ต่อชั่วโมง (40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และรถทุกคันจะมีผู้โดยสารนั่งอยู่ รวมถึงติดตั้งพวงมาลัย, เบรก และคันเร่งเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน

ที่มา: กูเกิล

Tags:
Google

Chris Urmson หัวหน้าทีมพัฒนารถยนต์ไร้คนขับของกูเกิล ออกมาเผยข้อมูลการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับตลอด 6 ปีที่ผ่านมาว่าได้สถิติอย่างไรบ้าง และปัญหาที่พบในระหว่างการทดสอบ

เริ่มต้นกันที่อุบัติเหตุ Urmson ระบุว่าตลอดระยะเวลา 6 ปี เป็นระยะทางกว่า 1.7 ล้านไมล์ รถยนต์ไร้คนขับมีอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เกินขึ้น 11 ครั้ง โดยทั้งหมดที่ว่ามา ตัวรถยนต์ไร้คนขับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุแต่อย่างใด และไม่มีผู้บาดเจ็บ โดยมากมาจากการถูกชนจากด้านหลังในระหว่างรอสัญญาณไฟจราจร

สถิติอื่นๆ ที่ได้จากการทดสอบก็มีตั้งแต่การค้นพบว่าผู้คนหลังพวงมาลัยไม่ได้ใส่ใจกับถนนเท่าที่ควร ต่างกับรถยนต์ไร้คนขับที่ติดตามถนนอยู่ตลอดเวลา ในทุกทิศทางด้วยเซนเซอร์รอบตัว ซึ่งครอบคลุมการลดอุบัติเหตุบริเวณทางแยก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ของอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน (กว่าครึ่งของอุบัติเหตุร้ายแรงของสหรัฐฯ มาจากบริเวณทางแยก) โดยตัวรถยนต์ไร้คนขับจะชะลอรถเล็กน้อยหลังจากไฟเขียว ก่อนจะขับผ่านไป

จากตัวอย่างดังกล่าวในบล็อกของ Urmson แสดงให้เห็นว่ากูเกิลจริงจังกับเรื่องความปลอดภัยของรถยนต์ไร้คนขับอย่างมาก ใครที่สนใจรายละเอียดแนวคิดของรถยนต์ไร้คนขับ แนะนำให้อ่านจากที่มาด้วยครับ

ที่มา - Medium

Tags:
Nissan

ดูเหมือนว่าบริษัทด้านไอทีและรถยนต์เริ่มหันมาพัฒนารถยนต์ไร้คนขับกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากก่อนหน้านี้ทาง Delphi ได้ประกาศทดสอบวิ่งรถไร้คนขับข้ามประเทศอเมริกาสำเร็จแล้ว ล่าสุดเป็นรายของนิสสันที่ประกาศจะพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ และคาดว่าจะพัฒนาให้สามารถวิ่งในเมืองที่มีทั้งปัจจัยและสถานการณ์ที่ค่อนข้างยากและซับซ้อน ให้ได้ภายใน 2020

Carlos Ghosn ซีอีโอของนิสสันประกาศว่าบริษัทจะพัฒนารถยนต์ไร้คนขับสัญชาติญี่ปุ่น โดยได้ร่วมมือกับ Ames Research Center ของ NASA ในการพัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

โดยนาย Carlos Ghosn ตั้งเป้าว่าภายในปี 2016 ตัวรถจะต้องสามารถขับเคลื่อน เบรก และเปลี่ยนเลนไปตามสภาพจราจรบนถนนหลวงได้ ขณะที่ภายในอีก 2 ปี รถจะต้องสามารถหลบสิ่งกีดขวางและความเสี่ยงต่างๆ บนถนน และภายในปี 2020 รถจะต้องสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้ โดยเฉพาะในตัวเมืองที่มีความวุ่นวายและอุปสรรคต่างๆ ค่อนข้างมาก

ทั้งนี้นาย Ghosn ยังพูดถึงประเด็นด้านกฎหมายที่เป็นปัญหาอยู่ในหลายๆ ประเทศด้วยเช่นกัน โดยเขากล่าวว่าจะต้องเป็นไปทีละสเต็ป และการที่จะทำให้กลุ่มคนที่ออกกฎหมายเชื่อมั่นในตัวรถไร้คนขับว่าปลอดภัยจริงๆ นั้น ก็คือต้องสาธิตให้เขาเหล่านั้นเห็น

ที่มา - ComputerWorld

Tags:

ต่อจากข่าว Delphi เตรียมทดสอบรถยนต์ไร้คนขับ ข้ามประเทศอเมริกาเป็นระยะทาง 5,600 กิโลเมตร ผลสรุปคือ Delphi ส่งรถยนต์ไร้คนขับวิ่งข้ามประเทศสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้

  • เวลาเดินทางรวม 9 วัน ระยะทาง 3,400 ไมล์ หรือประมาณ 5,500 กิโลเมตร ผ่าน 15 รัฐ
  • 99% ของระยะเวลาขับรถทั้งหมด ใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยวิศวกรจะสลับกันมานั่งหน้าพวงมาลัย
  • ระหว่างเจอสภาพแวดล้อมหลากหลาย การจราจรติดขัด ซ่อมทาง สะพาน อุโมงค์ ฝนตก ฯลฯ แต่จุดที่ทำให้ทีมงานตกใจคือตอนข้ามสะพานเหล็ก 2 ชั้น ซึ่งอาจมีผลต่อระบบเรดาร์ แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดี
  • คณะของ Delphi ใช้รถทั้งหมด 3 คัน คือ รถขับเคลื่อนอัตโนมัตินำหน้า, รถยนต์ปกติวิ่งตาม และรถบ้านของทีมช่างภาพ-วิดีโอ
  • ทีมวิศวกรเก็บข้อมูลได้เกือบ 3TB ซึ่งจะนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์เพื่อใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต

Jeff Miller อาจารย์ด้านรถยนต์ไร้คนขับจาก University of Southern California ให้สัมภาษณ์ว่าการส่งรถยนต์วิ่งข้ามประเทศครั้งนี้ไม่ยากมากในแง่เทคโนโลยี แต่ช่วยโปรโมทแนวคิดเรื่องรถยนต์ไร้คนขับต่อสาธารณะได้มาก ผลดีคือจะช่วยให้สังคมยอมรับเทคโนโลยีนี้เร็วกว่าเดิม

Tags:
Google

เมื่อพูดถึงความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ หลายคนน่าจะนึกถึงถุงลมนิรภัยที่ช่วยลดแรงกระแทกให้ผู้โดยสารภายในรถยนต์กันเป็นอย่างแรก แต่ในสิทธิบัตรล่าสุดของกูเกิลอ้างอิงถึงแผนการพัฒนาถุงลมนิรภัยภายนอกตัวรถสำหรับวัตถุ (หรือคน) ที่ถูกชนกันแล้ว

ตัวสิทธิบัตรดังกล่าวออกแบบมาสำหรับใช้งานกับรถยนต์ไร้คนขับโดยเฉพาะ โดยทำงานร่วมกับเซนเซอร์ด้านนอกตัวรถ เมื่อตรวจจับว่ากำลังจะเกิดอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยจะทำงานเพื่อลดแรงกระแทก แต่วัสดุที่ใช้จะต่างจากถุงลมนิรภัยภายในรถยนต์ โดยจะเป็นวัสดุประเภทของแข็งที่ยืดหยุ่นได้ (viscoelastic) เช่นยาง หรือพลาสติกโพลีเมอร์ เป็นต้น (ในรายละเอียดไม่ได้ระบุว่าจะเป็นอะไร)

แม้ว่าจะดูล้ำสมัย แต่กูเกิลไม่ใช่เจ้าเดียวที่คิดเรื่องนี้ เพราะมีผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่าง Volvo พัฒนา และเริ่มทดลองในบางโมเดลไปบ้างแล้ว แนวคิดของทั้งสองบริษัทนี้ออกมาค่อนข้างใกล้เคียงกัน ดูวิดีโอประกอบได้ท้ายข่าวครับ

ที่มา - Quartz

Tags:

บริษัทชิ้นส่วนรถยนต์ Delphi ประกาศโครงการ Delphi Drive ส่งรถยนต์ไร้คนขับวิ่งข้ามประเทศสหรัฐอเมริกา จากสะพานโกลเด้นเกตในซานฟรานซิสโกไปยังนครนิวยอร์ก ระยะทาง 3,500 ไมล์หรือประมาณ 5,600 กิโลเมตร ถือเป็นครั้งแรกที่มีการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับเป็นระยะทางไกลขนาดนี้

รถยนต์ของ Delphi จะใช้ Audi SQ5 เป็นฐาน แล้วติดตั้งอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยเรดาร์ระยะสั้น 4 ตัว, กล้อง 3 ตัว, ไลดาร์ (lidar) 6 ตัว และซอฟต์แวร์อื่นๆ การเดินทางครั้งนี้จะมีวิศวกรของ Delphi เดินทางด้วย 6 คน เริ่มออกเดินทางวันพรุ่งนี้ (22 มีนาคม) ตามเวลาสหรัฐ

Delphi เคยทดสอบรถยนต์ไร้คนขับมาบ้างแล้วในแคลิฟอร์เนียและลาสเวกัส การทดสอบครั้งนี้จะช่วยให้ Delphi เก็บข้อมูลสภาพถนนจริงที่หลากหลายได้มากขึ้น

Tags:
Android Auto

พร้อมกับการวางขายระบบจอภาพติดรถยนต์ของ Pioneer ที่รองรับ Android Auto เป็นชุดแรก กูเกิลก็จัดการปล่อยแอพคู่ตัวสำหรับใช้งาน Android Auto บนสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต ให้ดาวน์โหลดกันใน Play Store อย่างเป็นทางการแล้ว

ฟีเจอร์ที่มาพร้อมกับ Android Auto เวอร์ชันแรกคือรองรับการนำทางด้วย Google Maps, รับสาย ส่งข้อความได้ด้วยเสียง, แสดงรายละเอียดการเดินทาง และสภาพอากาศ และควบคุมการเล่นเพลงได้จากในแอพ ซึ่งตอนนี้ยังรองรับอุปกรณ์ที่รัน Android 5.0 Lollipop ขึ้นไปเท่านั้น

สำหรับใครที่อยู่ในประเทศที่มีอุปกรณ์วางขายแล้ว สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ รวมถึงดูแอพที่ใช้งานร่วมกับ Android Auto ได้ที่นี่ครับ

ที่มา - Android Authority

Tags:
Android Auto

กูเกิลเปิดตัว Android Auto ในงาน Google I/O 2014 หรือประมาณครึ่งปีกว่าๆ วันนี้มันพร้อมใช้งานแล้วบนอุปกรณ์ชุดแรกคือระบบหน้าจอติดรถยนต์ของ Pioneer ครับ

อุปกรณ์รุ่นที่รองรับจะแตกต่างกันไปตามประเทศ ได้แก่ AVIC-8100NEX, AVIC-7100NEX,
AVH-4100NEX ในสหรัฐอเมริกา, AVIC-F77DAB, AVIC-F70DAB, AVH-X8700BT ในสหราชอาณาจักร และ AVIC-F70DAB, AVH-X8750BT ในออสเตรเลีย ส่วนฝั่งโทรศัพท์มือถือต้องเป็น Android 5.0 Lollipop ขึ้นไป และยังรองรับการเชื่อมต่อผ่านสาย USB เท่านั้น

ที่มา - +Android, Pioneer

Tags:
Apple

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แอปเปิลตั้งเป้าผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปี 2020 ซึ่งดูเหมือนแอปเปิลต้องการแย่งลูกค้าจาก เทสล่า มอเตอร์ส (Tesla Motors) และ เจนเนอรัล มอเตอร์ส (General Motors) ที่มีแผนเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถวิ่งได้มากกว่า 200 ไมล์ (322 กม.) ในปี 2017 ในราคาที่ต่ำกว่า 40,000 ดอลลาร์ (ราว 1.3 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวบอกว่าแอปเปิลอาจยกเลิกหรือเลื่อนแผนการผลิตรถยนต์นี้ได้หากผู้บริหารระดับสูงไม่พึงพอใจในความก้าวหน้าของโครงการที่มีบุคลากรร่วมทีมประมาณ 200 ชีวิต ทั้งนี้ บริษัทรับสมัครคนเข้ามาร่วมทีมข้างต้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของแบตเตอรี่และหุ่นยนต์

เช่นเคย โฆษกของแอปเปิลปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้

ที่มา: Bloomberg Business

Tags:
Sony

หลังจากมีข่าวลือ Apple และ Google กำลังพัฒนารถยนต์ไร้คนขับอยู่ ก็มีข่าวว่า Sony ก็สนใจรถยนต์ไร้คนขับอยู่เช่นกัน Financial Times อ้างว่า Sony ได้ลงทุนราว 100 ล้านเยน (ประมาณ 27 ล้านบาท) เพื่อซื้อหุ้น 2% ของบริษัท ZMP ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์รถ โดย Sony หวังจะนำเอาเทคโนโลยีเซนเซอร์รับภาพของตนเข้าไปร่วมพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ

Sony นับเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่รายที่ 3 จากวงการไอทีที่ให้ความสนใจรถยนต์ไร้คนขับ โดย Google นับเป็นบริษัทแรกที่ให้ความสนใจและพัฒนาอย่างจริงจังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่วน Apple ก็มีข่าวเกี่ยวกับการชิงตัวพนักงานเมื่อไม่นานมานี้

สำหรับ Sony เอง ไม่ได้สนใจรถยนต์ไร้คนขับโดยตรง แต่ต้องการเป็นผู้นำด้านเซนเซอร์สำหรับรถยนต์ไร้คนขับ เนื่องจากความต้องการเซนเซอร์รับภาพที่จะนำไปใช้ในรถยนต์ไร้คนขับนั้นแน่นอนว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการที่กำลังจะมีเข้ามาในไม่กี่ปีนี้ตลอดไปจนถึงปี 2573 (ค.ศ. 2030) โดยคาดว่ารถ 1 คัน จะต้องการกล้องรับภาพอย่างน้อย 10 ตัว และคาดว่าเซนเซอร์รับภาพสำหรับรถยนต์ไร้คนขับนั้นจะมีราคาสูงกว่าเซนเซอร์รับภาพในอุปกรณ์พกพาถึง 5 เท่า โดยนักวิเคราะห์คาดว่าจะมีการขายเซนเซอร์รับภาพสำหรับรถยนต์ไร้คนขับสูงถึง 102 ล้านหน่วย ภายในปี 2563 (ค.ศ. 2020)

ที่มา: Financial Times ผ่าน VR-ZONE

Tags:
Apple

Reuters อ้างแหล่งข่าวเป็นคนในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ระบุว่ารถยนต์ที่ Apple กำลังพัฒนาเองนั้นไม่เพียงแต่จะเน้นการใช้พลังงานสะอาดอย่างพลังงานไฟฟ้า ทว่าอาจมีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วย

ก่อนหน้าการแพร่สะพัดของข่าวลือนี้ ก็มีคนพบเห็นรถยนต์ติดตั้งอุปกรณ์รูปร่างประหลาดไว้บนหลังคา โดยตรวจสอบได้ว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถที่ Apple เช่ามา ซึ่งบางส่วนคาดว่าเป็นรถยนต์สำหรับสำรวจทำแผนที่ของ Apple แต่บ้างก็ว่าอุปกรณ์หน้าตาประหลาดบนรถคันนั้นแท้จริงแล้วก็คือชุดเซ็นเซอร์ตรวจสอบวัตถุและเส้นทางการวิ่งของรถที่ Apple กำลังทดสอบอยู่ นั่นยิ่งทำให้ข่าวลือเรื่องรถยนต์ไร้คนขับน่าสนใจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข่าวจาก Wall Street Journal นั้นกลับให้ข้อมูลขัดแย้งกัน โดยระบุว่า Apple ยังไม่มีแผนการไปถึงขั้นสร้างรถยนต์ไร้คนขับ มีเพียงประเด็นสำคัญเดียวที่แหล่งข่าวของสำนักข่าวทั้ง 2 ให้ข้อมูลตรงกันก็คือ Apple กำลังพัฒนารถยนต์อยู่อย่างแน่นอน

ที่มา - Ubergizmo: 1, 2

Tags:
Apple

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานข่าวลือล่าสุดของแอปเปิลว่าตอนนี้แอปเปิลกำลังซุ่มทำโครงการใหม่ชื่อ "Titan" เป็นรถยนต์พลังไฟฟ้าที่จะทำตลาดด้วยแบรนด์แอปเปิลเองทั้งหมด

ตามข่าวบอกว่า Tim Cook อนุมัติโครงการนี้เมื่อประมาณ 1 ปีก่อน โดยมอบหมายให้รองประธานฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ Steve Zadesky (เคยเป็นผู้บริหารของ Ford มาก่อน) เป็นหัวหน้าทีม เขาได้รับอนุมัติให้สร้างทีมขนาดใหญ่ มีพนักงานประมาณ 1,000 คน และสามารถขอดึงตัวพนักงานฝ่ายอื่นๆ ของแอปเปิลเข้าร่วมทีมได้ ตอนนี้ทีมมีขนาดหลายร้อยคน (several hundreds) และมีรถต้นแบบที่หน้าตาคล้ายรถตู้ขนาดเล็ก (minivan) โดยมีคนพบแอปเปิลเช่ารถยนต์หลายคันมาติดกล้องและอุปกรณ์ต่างๆ วิ่งทดสอบบ้างแล้ว

อีกข่าวที่เกี่ยวเนื่องกันคือแอปเปิลจ้างประธานของ Mercedes-Benz Research และผู้เชี่ยวชาญในวงการรถยนต์หลายคนเข้ามาร่วมห้องวิจัยด้านรถยนต์แห่งใหม่แล้ว

ก่อนหน้านี้เราเพิ่งเห็นข่าวแอปเปิลเปิดศึกชิงตัวพนักงานกับบริษัทรถยนต์พลังไฟฟ้า Tesla Motors

ที่มา - Wall Street Journal (ต้องสมัครสมาชิก) via 9to5mac

Tags:
Uber

เป็นที่รู้กันดีว่าในช่วงปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความพัฒนาของรถยนต์ไร้คนขับอย่างต่อเนื่องจากฝั่งไอทีอย่างกูเกิล ล่าสุด Uber ผู้ให้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพมีแผนจะพัฒนารถยนต์ไร้คนขับบ้างแล้ว

แผนการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์มากกว่า 30 คนที่วุ่นอยู่กับโครงการพัฒนารถยนต์ดังกล่าวในขณะนี้ ซึ่งการเข้ามาในเทคโนโลยีนี้อาจทำให้ Uber กลายเป็นคู่แข่งกับนักลงทุนรายใหญ่ของตัวเองอย่างกูเกิลที่ลงเงินมามากกว่า 250 ล้านเหรียญในปี 2013

แหล่งข่าววงในเผยที่มาของแผนนี้เนื่องมาจากผู้บริหารของ Uber นั้นไปได้ข่าวของแผนลับกูเกิลที่กำลังพัฒนาแอพสำหรับเรียกรถแท็กซี่ที่ทำงานร่วมกับรถยนต์ไร้คนขับ ถึงขั้นเห็นอินเทอร์เฟซของแอพเลยทีเดียว ซึ่งแน่นนอนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Uber แต่อย่างใด

ที่มา - Digits

Tags:
BMW

วงการรถยนต์ยุคสมาร์ทคาร์ ย่อมมีปัญหาเรื่องช่องโหว่ความปลอดภัย ล่าสุด BMW ประกาศออกแพตช์ความปลอดภัยให้รถยนต์ยี่ห้อ BMW, Mini, Rolls Royce ในเครือของตัวเองรวม 2.2 ล้านคัน

ซอฟต์แวร์ที่พบปัญหาคือ ConnectedDrive รุ่นที่รองรับซิมการ์ดเพื่อสั่งงานรถยนต์จากระยะไกล ซอฟต์แวร์ตัวนี้สามารถควบคุมการล็อคประตูรถ เปิดปิดแอร์ และดึงข้อมูลจราจร แต่ไม่สามารถเข้าถึงระบบขับเคลื่อนรถยนต์ได้ ส่วนช่องโหว่ที่อาจถูกแฮ็กเกอร์เจาะแล้วสั่งการรถยนต์ได้ (เช่น ล็อคประตูรถไม่ให้เจ้าของใช้งาน)

ช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ของเยอรมนี และยังไม่มีรายงานว่าถูกนำไปใช้งานจริง ส่วนวิธีการอัพเดตแพตช์จะดาวน์โหลดอัตโนมัติผ่าน OTA โดยเข้ารหัส HTTPS และรถยนต์จะเช็คว่าเป็นเซิร์ฟเวอร์ของ BMW จริงๆ ก่อนดาวน์โหลดเสมอ

ที่มา - BBC

Tags:
Ford

ที่งาน NAIAS งานมอเตอร์โชว์ใหญ่ของสหรัฐฯ ปีนี้ฟอร์ดแถลงข่าวเปิดตัว SYNC AppLink 3.0 ระบบแสดงหน้าจอของแอพพลิเคชั่นขึ้นไปยังคอนโซลของรถรุ่นใหม่ ฟีเจอร์สำคัญคือการแสดงภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอคอนโซล ทำให้สามารถใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เช่นแผนที่นำทางที่ต้องการภาพเคลื่อนไหวได้

AppLink ถูกเปิดซอร์สเป็นโครงการโอเพนซอร์สที่ชื่อว่า SmartDeviceLink มาตั้งแต่ปี 2013 เพื่อให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ สามารถผลิตอุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกันได้ โดยเวอร์ชั่นใหม่นี้ก็ยังมีโค้ดอยู่ใน SmartDeviceLink

งานนี้ฟอร์ดประกาศความร่วมมือกับกลุ่ม Alibaba ที่จะเข้ามาพัฒนาแอพพลิดเคชั่นให้รองรับ SmartDeviceLink ทั้งแผนที่, ระบบนำทาง, และบริการเพลง และเข้ามาช่วยพัฒนา SmartDeviceLink ไปพร้อมกันหลังจากปีที่แล้วฟอร์ดประกาศความร่วมมือแบบเดียวกันกับ Baidu และ AutoNavi ไปก่อนแล้ว

ก่อนหน้าที่ฟอร์ดเปิดตัว AppLink มาก่อนแล้วแต่ยังจำกัดในบางตลาด ปีนี้ทางฟอร์ดเตรียมจะเปิดตัวเพิ่มในอีกสามตลาด คือ ไทย, นิวซีแลนด์, และไต้หวัน แต่ไม่ระบุว่ารุ่นที่เปิดตัวในเมืองไทยจะเป็นเวอรชั่นอะไร แต่ SYNC 3 ที่เปิดตัวในงานแล้วยังคงใช้ AppLink เวอร์ชั่นเดิมที่ความสามารถจำกัดกว่า

ระบบแอพพลิเคชั่นสำหรับรถยนต์ที่แข่งขันกันในตอนนี้นอกจาก AppLink/SmartDeviceLink แล้วที่เราได้ยินกันมากคงเป็น Android Auto และ Apple CarPlay ข้อดีของ AppLink คือสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นได้ทั้งบน iOS และแอนดรอยด์ แต่ตอนนี้ก็ยังมีเฉพาะรถฟอร์ดเท่านั้นที่รองรับ

ที่มา - BusinessWire

Tags:
Google

Google ยื่นจดสิทธิบัตรเรื่องระบบค้นหาตำแหน่งและแนะนำเส้นทางไปยังช่องจอดรถอัตโนมัติ

แนวคิดเรื่องการทำงานนี้ คือเมื่อระบบทราบจุดหมายปลายทางของการเดินทางและได้รับคำร้องจากผู้ใช้ว่าต้องการหาที่จอดรถในบริเวณนั้น ระบบของ Google จะดึงเอาข้อมูลของสถานที่จอดรถ (ซึ่งจะระบุว่ามีที่ว่างพร้อมให้จอดหรือไม่) มาเปรียบเทียบกับพิกัดเป้าหมายการเดินทางและเสนอจุดจอดที่อยู่ใกล้เคียงกับเป้าหมายนั้นแก่ผู้ใช้ (ผู้ใช้ปรับได้ว่าจะให้ระบบค้นหาจุดจอดภายในรัศมีกว้างแค่ไหน) ทั้งนี้ระบบของ Google จะแนะนำเส้นทางขับรถไปยังจุดจอดที่ผ่านการคัดกรองโดยเปรียบเทียบกับตำแหน่งรถของผู้ใช้ในเวลานั้นๆ

สิ่งสำคัญที่ยังขาดหายไปสำหรับการทำให้ระบบในสิทธิบัตรนี้เป็นจริงคงเป็นเรื่องระบบข้อมูลของพื้นที่จอดรถ แต่ที่เหลือนั้นแทบจะเป็นการเอาระบบนำทางของ Google Maps ไปต่อยอดใช้งานได้ทันที ซึ่งหาก Google เอาจริงกับเทคโนโลยีและมีการพัฒนาระบบข้อมูลพื้นที่จอดรถขึ้นมารองรับ วันข้างหน้าเราอาจเห็นฟังก์ชันค้นหาที่จอดรถใน Android Auto ก็เป็นได้

ที่มา - Phandroid, ข้อมูลสิทธิบัตรจาก FPO

Tags:
QNX

QNX บริษัทซอฟต์แวร์ฝังตัวที่หันมาเอาดีด้านซอฟต์แวร์รถยนต์ (ปีที่แล้วเปิดตัว QNX Car Platform) นำรถยนต์ต้นแบบสองรุ่นมาโชว์ในงาน CES 2015 เพื่อแสดงให้เห็นว่าอนาคตของวงการ connected car มีหน้าตาอย่างไร

รถต้นแบบตัวหลักที่โชว์คือรถหรู Maserati QuattroPorte GTS รุ่นปรับแต่งโดย QNX มีฟีเจอร์ไฮเทคมากมาย

  • ใช้หน่วยประมวลผลของ Qualcomm รุ่นสำหรับรถยนต์คือ Snapdragon Automotive Solutions, ต่อเน็ตผ่าน 4G LTE
  • แผงหน้าปัดดิจิทัล เปลี่ยนจากหน้าปัดธรรมดาเป็นจอภาพ แสดงข้อมูลได้หลากหลาย ใช้ร่วมกับเรดาห์ LIDAR แจ้งเตือนได้ว่าถนนข้างหน้ามีวัตถุกีดขวาง, เปลี่ยนเป็นจอภาพแสดงพื้นที่ด้านหลังรถเมื่อถอยจอด
  • กระจกมองหลังและกระจกมองข้างไม่ใช่กระจกธรรมดา แต่กลายเป็นจอภาพแสดงผลวิดีโอแทน แจ้งเตือนรถที่แซงขึ้นมาในมุมที่มองไม่เห็น
  • จอภาพตรงกลางขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลที่จำเป็น รองรับการสั่งงานด้วยเสียง รันแอพได้หลากหลาย
  • จอภาพสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ควบคุมระบบมัลติมีเดียและนำทางภายในรถยนต์ได้ด้วย
Tags:
MirrorLink

บริษัทรถยนต์ Volkswagen แถลงข่าวที่งาน CES 2015 มีของใหม่ดังนี้

  • ระบบข้อมูล-ความบันเทิงภายในรถยนต์รุ่นใหม่ MIB II (modular infotainment platform) รองรับการเชื่อมต่อกับแอพมือถือถึง 3 ระบบคือ MirrorLink, Android Auto และ Apple CarPlay โดยจะเริ่มจาก MirrorLink ก่อนเป็นอย่างแรก
  • รถยนต์ต้นแบบ Golf R Touch โชว์แนวคิดแผงคอนโซลหน้ารถที่มีถึง 3 หน้าจอ ได้แก่ หน้าจอแสดงผลหลักตรงกลางขนาด 12.8 นิ้ว, Control Center อยู่ใต้จอหลัก เป็นจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วทำเป็นปุ่มควบคุมต่างๆ, Active Information Display อยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์ เปลี่ยนหน้าปัดเข็มไมล์มาอยู่บนหน้าจอแทน ระบบควบคุมยังรองรับ gesture ตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือโดยไม่ต้องแตะหน้าจอ