Tags:
Google

กูเกิลได้ทดสอบรถไร้คนขับบนถนนจริงมาซักพักใหญ่ๆ และตัวรถก็ได้เรียนรู้พฤติกรรมต่างๆ ของรถยนต์ร่วมถนน มนุษย์และแน่นอนว่าจักรยานด้วยเช่นกัน แต่ทว่ากรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อตัวรถเจอกับนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์กลับสร้างความสับสนให้กับรถของกูเกิลไม่ใช่น้อย

นักปั่นจักรยานฟิกเกียร์รายหนึ่งโพสท์บนบอร์ดของนักปั่นในสหรัฐ ว่าตัวเขาขี่มาเจอกับรถไร้คนขับของกูเกิลบริเวณสี่แยกที่มีสัญญาณไฟแดงขึ้นทั้ง 4 ทาง และตัวเขาเองได้ทำ track stand (พยายามทรงตัวนิ่งๆ อยู่บนล้อทั้ง 2 ล้อของจักรยาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนที่ขับฟิกเกียร์) รอสัญญาณไฟ ซึ่งการทำ track stand นั้นคนขับไม่สามารถทรงตัวอยู่บนจักรยานนิ่งๆ ได้ จะต้องมีการขยับไปข้างหน้า-ข้างหลังเล็กน้อย เพื่อการทรงตัว

การทำ track stand นี้เองได้สร้างความสับสนให้ตัวรถเพราะการที่ต้องคอยขยับไปข้างหน้าและข้างหลังเล็กน้อยอยู่ตลอดเวลา นักปั่นคนนี้เล่าว่าเมื่อรถไร้คนขับจะออกตัวจากสี่แยก เป็นเวลาเดียวกับที่เขาขยับไปเล็กน้อยด้วยเช่นกัน ซึ่งรถของกูเกิลตรวจจับการเคลื่อนไหวนี้ได้และหยุดการออกตัวทันที และเมื่อรถจะออกตัวอีกครั้ง ตัวเขาเองต้องกระโดดเล็กน้อย เพื่อการทรงตัว (rock the bike) ซึ่งตัวรถก็หยุดทันทีอีกครั้ง

เขาบอกว่าตัวรถและตัวเขาเงอะงะอยู่บริเวณสี่แยกอยู่เกือบ 2 นาที ก่อนที่วิศวกรที่นั่งหัวเราะอยู่ในรถของกูเกิลจะใช้คอมพิวเตอร์สั่งให้ตัวรถขับเคลื่อนต่อไป ตัวเขาเองบอกด้วยว่ารู้สึกปลอดภัยกับรถไร้คนขับมากกว่ารถที่มีคนขับด้วยซ้ำไป

ที่มา - The Washington Post

Tags:
Uber

เมื่อเดือนที่แล้ว มีข่าวนักวิจัยด้านความปลอดภัยเผยช่องโหว่ของรถยนต์ Chrysler จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ล่าสุดนักวิจัยทั้งสองคนได้งานทำแล้วที่ Uber ครับ

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทั้งสองคนคือ Charlie Miller (เคยทำงานกับ Twitter) และ Chris Valasek (บริษัทความปลอดภัย IOActive) ยื่นใบลาออกและเตรียมเริ่มงานกับ Uber ในสัปดาห์หน้า โดย Uber ระบุว่าจะส่งเข้าศูนย์วิจัย Advanced Technologies Center ที่เมือง Pittsburgh ซึ่งบริษัทจ้างนักวิจัยด้านรถยนต์จำนวนมากมาจากมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon

ส่วนหน้าที่งานของทั้งคู่เป็นเรื่องความปลอดภัยของรถยนต์ไร้คนขับที่ Uber กำลังพัฒนาอยู่

ที่มา - Reuters

Tags:
Tesla Motors

ศึกชิงตัวพนักงานระดับสูงระหว่าง Tesla และแอปเปิลยังคงดำเนินต่อไปนะครับ ล่าสุดวิศวกรอาวุโสคนหนึ่งของฝั่ง Tesla ได้ย้ายไปทำงานกับแอปเปิลแล้ว โดยเรื่องการย้ายบริษัทดังกล่าวไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด แต่มีคนไปพบว่าโปรไฟล์ LinkedIn ของ Jamie Carlson ได้มีการอัพเดตว่าปัจจุบันทำงานให้กับแอปเปิล เกี่ยวข้องกับ "โปรเจ็คพิเศษ" หรือ "Special Projects" ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นงานเกี่ยวกับรถยนต์อัจฉริยะที่มีข่าวลือว่าแอปเปิลกำลังซุ่มพัฒนาอยู่ แหล่งข่าวยังเสริมว่ามีวิศวกรอีกอย่างน้อย 6 คนก็ย้ายไปทำงานกับแอปเปิลเช่นกัน

ประวัติการทำงานของ Jamie Carlson ตอนที่อยู่กับ Tesla ก็ยังเกี่ยวข้องกับการทำรถยนต์ไร้คนขับอีกด้วย โดยใน LinkedIn ระบุว่าเขาเคยรับตำแหน่ง Autopilot Firmware Manager และ Staff Firmware Engineer

ในช่วงปีที่ผ่านมา แอปเปิลได้จ้างพนักงานจากบริษัทอื่นเรื่อยๆ เช่นจ้างวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไร้คนขับจาก Volkswagen, จ้างวิศวกรที่ทำระบบ computer vision และระบบช่วยคนขับจาก NVIDIA นอกจากนี้ยังจ้างคนจาก BMW, Ford, Delphi, Bosch และบริษัทอื่นๆ ซึ่งเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์อัจฉริยะทั้งสิ้น

ที่มา - Reuters

Tags:

ยังคงมีความพยายามสร้างนวัตกรรมแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ และล่าสุดเป็นคิวของ StoreDot บริษัทหน้าใหม่สัญชาติอิสราเอล ที่เพิ่งมาโชว์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนโฉมใหม่ที่สามารถชาร์จจนเต็มได้ภายในไม่กี่นาที

StoreDot ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2012 โดยทีมนักวิจัย และนักศึกษาปริญญาเอกกว่า 50 คน โดยวิธีการแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่แบบฉบับจะต่างจากของเจ้าอื่นๆ ตรงที่ไม่ได้เน้นหาวิธีการมาใช้กับแบตเตอรี่แบบเดิม แต่เป็นความพยายามในการใช้เทคโนโลยีระดับนาโนเพื่อสร้างแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนรูปแบบใหม่ให้มีความต้านทานภายในต่ำที่สุดร่วมกับอิเล็กโทรดที่บางถึงขั้นเกือบโปร่งแสง ทำให้พลังงานสามารถส่งไปยังแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว

จากการทดลองที่ล้ำสมัยทำให้ StoreDot ได้รับเงินลงทุนรอบล่าสุดกว่า 66 ล้านเหรียญ โดยหนึ่งในนั้นมีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อย่างซัมซุงเข้ามามีเอี่ยวด้วย โดยตอนนี้ทาง StoreDot ได้เริ่มทดสอบใช้งานเทคโนโลยีนี้กับแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนแล้ว และมีแผนจะขยับไปสู่แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าต่อไป

อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีของ StoreDot ยังถือว่าอยู่ในระดับห้องทดลองเท่านั้น อาจจะได้เห็นในสมาร์ทโฟนอย่างเร็วสุดปีหน้า แต่กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าอาจต้องรออย่างน้อยห้าปีเลยทีเดียว

ที่มา - Fortune

Tags:
Tesla Motors

แม้จะกระแสเริ่มดีจากการเปิดตัว Model S แต่ดูเหมือนสถานะทางการเงินของฝั่ง Tesla ในตอนนี้จะยังไม่ค่อยสู้ดีนัก หลังจากเอกสารที่ส่งให้กับผู้ถือหุ้นรอบล่าสุดระบุว่า Tesla ใช้จ่ายเงินไปมากพอตัว รวมถึงขาดทุนจากการดำเนินการกว่า 47 ล้านเหรียญ

จากเอกสารล่าสุด ระบุว่าเงินสดของ Tesla ตกลงจากปีก่อนที่ 2.67 พันล้าน ลงมาอยู่ที่ 1.15 พันล้าน ในขณะเดียวกันก็ขาดทุนราว 47 ล้านเหรียญ เมื่อเทียบกับยอดขายที่ทำได้ราว 11,500 คันในไตรมาสล่าสุด จะตีคร่าวๆ ได้ว่า Tesla ขาดทุนประมาณ 4,000 เหรียญต่อรถยนต์หนึ่งคันที่ขายก็ว่าได้ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการผลิตที่ยังซับซ้อน และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ยังมีราคาแพงอยู่

แต่ถึงกระนั้น Tesla ก็ยังวางแผนอัดฉีดหนักต่อไป ตั้งเป้าจะระดมทุนเพิ่ม และใช้เงินราว 1.5 พันล้านเหรียญเพื่อพัฒนา Model X รถยนต์ทรงสปอร์ตที่เปิดประตูได้ไม่เหมือนใคร (ใช้วิธียกขึ้นเหมือนปีกเหยี่ยว) ที่คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาสสามของปีนี้

สำหรับเป้าในปีนี้ Tesla วางไว้ว่าจะขายรถให้ได้ราว 55,000 คัน และเข็น Model 3 ที่เป็นรุ่นราคาย่อมเยามาลงตลาดให้ได้ทันเวลาครับ

ที่มา - Reuters

Tags:
Here

หลังจากเจรจากันมานาน ในที่สุดโนเกียก็สามารถขายธุรกิจแผนที่ HERE ให้กลุ่มบริษัทรถยนต์จากเยอรมนี 3 รายคือ Audi, BMW, Daimler (เจ้าของ Mercedes-Benz) ในราคา 2.8 พันล้านยูโร กระบวนการขายจะเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาสแรกของปี 2016

Rajeev Suri ซีอีโอของโนเกียระบุว่าการขาย HERE ทำให้โนเกียเสร็จสิ้นกระบวนการเปลี่ยนผ่านตัวเองมาสู่ยุคใหม่ ซึ่งประกอบด้วยการซื้อหุ้นทั้งหมดของ Nokia Siemens Network, การขายธุรกิจโทรศัพท์, และการขายธุรกิจแผนที่ นับจากนี้ไป โนเกียจะกลายเป็นบริษัทใหม่ที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเครือข่ายและบริการ

ฝั่งของ HERE บอกว่าธุรกิจแผนที่ไม่ได้มีลูกค้าแค่มนุษย์อีกต่อไป เพราะรถยนต์ยุคใหม่จำต้องพึ่งพาข้อมูลแผนที่อย่างมาก ตอนนี้ธุรกิจเดิมของ HERE จะคงให้บริการเหมือนเดิม แต่ HERE ยุคใหม่ภายใต้เจ้าของใหม่จะประกาศแผนการเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา - Nokia

Tags:
Apple

เห็นคู่แข่งอย่างกูเกิลทำรถยนต์ของตัวเองมาได้พักใหญ่ ตอนนี้มีรายงานจาก Reuters ระบุว่าแอปเปิลเพิ่งไปคุยกับผู้บริหารของ BMW ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สัญชาติเยอรมันถึงโรงงานประกอบรถยนต์ Leipzig เพื่อเรียนรู้การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าจาก BMW บ้างแล้ว

ในระหว่างการเยี่ยมชม ผู้บริหารของแอปเปิลหลายคนสนใจรายละเอียดการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ของ BMW ซีรีส์ i3 รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ตัวถังจากคาร์บอนไฟเบอร์ต่างจากรถยนต์ทั่วไป ซึ่งทาง BMW เองก็ระมัดระวังเรื่องการเผยความลับในการผลิตรถยนต์รุ่นดังกล่าวอย่างมาก ทำให้การเยี่ยมชมครั้งนี้จบลงที่การไปดูโรงงานประกอบ แล้วไปหาทางพัฒนาตามแนวทางของตัวเองกันต่อไป ไม่มีการร่วมมือกันทำรถยนต์รุ่นใหม่ตามที่มีข่าวลือมาหลายรอบในขณะนี้

อย่างไรก็ตามทิศทางที่ทั้งฝั่งบริษัทไอที และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์กำลังมุ่งหน้าไปยังรถยนต์ไร้คนขับนั้นยังต้องเติมเต็มาสิ่งที่ขาดจากทั้งคู่ ทั้งการเริ่มพัฒนาระบบรถยนต์ไร้คนขับของผู้ผลิตรถยนต์ และการศึกษาการผลิตรถยนต์ของบริษัทไอที ที่แม้ว่าจะตอนนี้จะยังไม่มีการยืนยันแน่นอน แต่หากแอปเปิลเลือกจะทำรถยนต์คนขับของตัวเอง การมีผู้ผลิตรถยนต์มาเป็นส่วนสนับสนุนด้านการประกอบ อะไหล่ และบริการหลังการขายน่าจะช่วยให้โครงการนี้ดูมีความเป็นไปได้มากขึ้น

ที่มา - Reuters

Tags:
Google

รถยนต์ไร้คนขับของกูเกิลที่นับวันดูจะเป็นรูปเป็นร่างไปเรื่อยๆ และตอนนี้ก็มีรายละเอียดเบื้องหลังการพัฒนาโครงการรถยนต์นี้ออกมาเพิ่มเติมจากเอกสารของ The Guardian ผ่านกฎหมายว่าด้วยบันทึกสาธารณะ (Public Record Act) เมื่อไม่นานมานี้ออกมาแล้ว

โดยเจ้ารถยนต์ไร้คนขับของกูเกิลที่ถูกเรียกกันเล่นๆ ว่า Google Car แท้จริงแล้วพัฒนา และผลิตขึ้นโดยบริษัทย่อยของกูเกิลที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2011 ในชื่อ Google Auto นำทีมโดย Chris Urmson ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมพัฒนารถยนต์ไร้คนขับอยู่แล้ว โดยในเอกสารชิ้นดังกล่าวระบุว่ากูเกิลเคยมีความพยายามจะสร้างพันธมิตรกับบรรดาผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ต่างๆ แต่ก็ไม่เกิดขึ้นเป็นจริงจัง เพราะกูเกิลสามารถผลิตรถยนต์ได้เองเมื่อปีก่อนอย่างถูกกฎหมายไปแล้ว

ผลงานแรกของ Google Auto คือการดัดแปลงรถยนต์ขนาด SUV ของ Lexus ให้กลายเป็นรถยนต์ไร้คนขับทั้งสิ้น 23 คันที่ลงทะเบียนไว้กับกรมขนส่งของแคลิฟอร์เนีย มาจนถึงการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับคันจิ๋วรุ่นปัจจุบัน ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ก็มีรถยนต์ไร้คนขับถูกออกแบบไปแล้วมากกว่า 100 คันแล้ว

Tags:
Volkswagen

เราเริ่มเห็นค่ายรถยนต์เปิดตัวรถรุ่นปี 2016 ที่รองรับทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay โดยข่าวก่อนหน้านี้คือ Honda ที่เปิดตัวไปแล้ว คราวนี้เป็นคิวของค่ายรถเยอรมัน Volkswagen บ้าง

Volkswagen of America ประกาศว่ารถยนต์รุ่นปี 2016 เกือบทุกแบรนด์ย่อยของบริษัทที่ขายในสหรัฐ จะมีระบบความบันเทิงในรถยนต์แบบใหม่ที่เรียกว่า MIB II ที่พลังประมวลผลเพิ่มขึ้น หน้าจอละเอียดขึ้นกว่าเดิม ใช้จอสัมผัสแบบ capacitive เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด รองรับการสั่งงานด้วยนิ้วทั้ง swipe และ pinch zoom, ฮาร์ดแวร์รุ่นล่างสุดใช้จอ 5" 400x240 แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปถึงจอขนาด 8" ในรุ่นท็อปสุด

ระบบ MIB II มีฟีเจอร์ชื่อ App-Connect เชื่อมต่อแอพในสมาร์ทโฟนได้ 3 แพลตฟอร์มคือ CarPlay, Android Auto และ MirrorLink สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเก่า

ที่มา - Volkswagen, 9to5google

Tags:
Australia

ปัญหาสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนเวลากลางวันแดดจ้าจนมองป้ายตามทางไม่ค่อยเห็นเริ่มมีคนหาวิธีแก้ไขแล้ว หลังจากออสเตรเลียเพิ่งประกาศใช้ป้ายจราจรแบบใหม่ที่ใช้หน้าจอ E Ink มาช่วยแสดงผล หลังจากผ่านช่วงทดลองมาได้ระยะหนึ่ง

ตัวป้ายจราจรพร้อมหน้าจอ e-paper ได้รับการพัฒนาโดย Roads and Maritime Services (RMS) ของออสเตรเลีย ซึ่งจับมือกับบริษัทผู้พัฒนาหน้าจอ e-paper ในสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากจะสามารถเห็นได้ชัดเจนช่วงกลางแจ้งแล้ว ยังแสดงผลข้อมูลแบบแก้ไขได้อีกด้วย โดยในปัจจุบันใช้แสดงผลข้อมูลความหนาแน่นท้องถนนในช่วงงานอีเวนท์

ป้ายจราจรนี้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเพียงพอสำหรับหน้าจอ e-paper ที่ใช้พลังงานน้อยมาก และสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายเพื่อปรับปรุงข้อมูลได้ ตัวระบบพัฒนาโดย Visionect ที่เป็นบริษัทสัญชาติสโลเวเนีย

ตอนนี้ป้ายดังกล่าวเริ่มใช้งานในถนน George ย่านกลางเมือง Sydney ทั้งหมด 15 จุด และจะขยายต่อไปยังแถบ Moore Park ในล็อตต่อไป

ที่มา - Visionect

Tags:
Android Auto

Android Auto เป็นแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์จากกูเกิล แต่จำเป็นต้องใช้ร่วมกับมือถือ Android 5.0 ขึ้นไป จึงสามารถเปิดการทำงานได้ระบบนี้ได้ ในการใช้งานจึงจำเป็นต้องมีมือถือ Android 5.0 ขึ้นไป และระบบอินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์รองรับการทำงานของ Android Auto

Ars Technica ได้ทดสอบ Android Auto บนรถยนต์ Hyundai Sonata (2015) ซึ่งนอกจากจะรองรับ Android Auto แล้ว ยังมีระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ติดมากับรถยนต์ซึ่งใช้ Android 2.3.4 แต่สเปคอยู่ในระดับมือถือรุ่นกลางๆ ในปี 2011 ตัวหน้าจอติดรถมีขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 800x480 พิกเซล หรือประมาณ 116 DPI ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับสเปคโดยรวมของแท็บเล็ตสมัยนี้

การที่ระบบติดรถรองรับ (ไม่จำเป็นต้องใช้ Android เป็นระบบหลักเช่นเดียวกับรถยนต์คนนี้) การทำงานของ Android Auto ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ที่มี Android 5.0 ขึ้นไป สามารถใช้มือถือเป็นตัวประมวลผลภาพและข้อมูลเข้าสู่จอของรถยนต์แทนได้ แม้ความละเอียดที่ได้จะต่ำตามหน้าจอติดรถ แต่ให้ความลื่นไหลมากกว่าระบบติดรถ เป็นทางเลือกให้ผู้ใช้งานรถยนต์ที่รองรับ เนื่องจากการอัพเกรดฟรอนท์เครื่องเสียงรถยนต์มีราคาพอๆ กับมือถือ Android สเปคดีๆ เครื่องหนึ่ง แต่ซอฟต์แวร์เช่น ข้อมูลแผนที่ มักไม่ได้รับการอัพเดตหรือแทบจะไม่มีการอัพเดต

Tags:
Chrysler

ต่อจากข่าว ช่องโหว่รถยนต์ Chrysler ที่ติดตั้งระบบ Uconnect ควบคุมรถได้จากระยะไกล วันนี้ทาง Chrysler ประกาศให้รถยนต์รุ่นที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้จำนวน 1.4 ล้านคันในสหรัฐไปอัพเดตซอฟต์แวร์แล้ว

Chrysler จะส่งไดรฟ์ USB ให้เจ้าของรถยนต์ 1.4 ล้านคันทางไปรษณีย์เพื่ออัพเดตรถยนต์ของตัวเอง หรือจะเลือกเข้าศูนย์ใกล้บ้านเพื่อให้เจ้าหน้าที่อัพเดตให้ก็ได้เช่นกัน รถยนต์รุ่นที่เข้าข่ายมีทั้งแบรนด์ Jeep, Dodge, Ram รุ่นระหว่างปี 2013-2015 (รายชื่อตามลิงก์ต้นข่าว)

นอกจากการอัพเดตซอฟต์แวร์ให้รถยนต์แล้ว Chrysler ยังประกาศเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับเครือข่าย โดยทดสอบแล้วว่าสามารถบล็อคการแฮ็กระบบที่อาศัยช่องโหว่ตามข่าวได้

ที่มา - Chrysler

Tags:
Honda

Honda เปิดตัว Accord รุ่นปี 2016 มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto และเป็นครั้งแรกที่ Honda เปิดตัวรถยนต์ในซิลิคอนวัลเลย์

Honda Accord รุ่นปี 2016 มาพร้อมกับชุดมัลติมีเดียหน้าจอสัมผัส 7.7 นิ้ว ที่มีความละเอียดสูงขึ้นและใช้อินเทอร์เฟซแบบใหม่ รองรับวิทยุ HD , SiriusXM และที่สำคัญคือรองรับการใช้งาน Apple CarPlay เพื่อโทรศัพท์, รับส่งข้อความ, ค้นหาเส้นทาง และฟังเพลง ด้วยการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri ทำงานร่วมกับ iOS 7.1 ขึ้นไป และ iPhone 5 เป็นต้นมา และ Android Auto จาก Google ที่ออกแบบให้สัมผัสจอที่น้อยลงเพื่อเข้าถึงคำสั่งต่างๆ และด้วยสั่งการด้วยเสียง เพื่อลดการละสายตาจากถนน มาพร้อมกับ Google Now, Google Maps, รับส่งข้อความ, ฟังเพลง และแอพอื่นๆ ที่เป็นที่นิยม ทำงานร่วมกับ Android 5.0 ขึ้นไป โดยผู้ขับขี่สามารถควมคุมการทำงานของทั้งสองระบบผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ Honda Sensing ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือคนขับที่ล้ำหน้าที่สุดในรถระดับเดียวกัน

Tags:

Charlie Miller และ Chris Valasek นักวิจัยด้านความปลอดภัยเตรียมเปิดเผยช่องโหว่ของรถยนต์ Chrysler ที่ติดตั้งระบบ Uconnect ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้บริการด้านความบันเทิง, ระบบนำทาง, ระบบแนะนำการขับอย่างประหยัดน้ำมัน

นักวิจัยทั้งสองคนสามารถเจาะเข้าไปแก้ไขเฟิร์มแวร์ของ Uconnect ให้ส่งคำสั่งเข้าไปยังระบบควบคุมรถผ่าน CAN bus ได้สำเร็จ ทำให้สามารถเข้าควบคุมความเร็วรถ และเป็นไปได้ว่าจะควบคุมพวงมาลัย

ความน่ากลัวของช่องโหว่นี้คือระบบ Uconnect นั้นเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ทำให้แฮกเกอร์ควบคุมรถจากระยะไกลหลายกิโลเมตร

ทาง Chrysler รับทราบปัญหานี้และออกแพตช์แก้ไขออกมาแล้วตั้งแต่วันที่ 16 ที่ผ่านมา หลังจากนักวิจัยทั้งสองรายงานช่องโหว่ไปยังบริษัทเกือบเก้าเดือน ปัญหาคือแพตช์นี้จะต้องอัพเดตผ่าน USB หรือเข้าศูนย์เท่านั้น

ทั้งสองจะเปิดเผยช่องโหว่ในงาน Black Hat 2015 วันที่ 5-6 สิงหาคมนี้ ทาง Chrysler แสดงความขอบคุณนักวิจัยทั้งสองที่แจ้งช่องโหว่ แต่แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ

ที่มา - Wired

Tags:
Ford

Ford เผยงานพัฒนาระบบไฟส่องสว่างหน้ารถอันสุดล้ำ ที่สามารถปรับมุมส่องลำแสงไปตามทางแยกหรือโค้งของถนนได้ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยแก่ผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง และยังมีระบบตรวจจับคนหรือสัตว์ที่เดินอยู่ในมุมมืดเพื่อส่องไฟไปยังจุดดังกล่าวได้ด้วย

ระบบไฟหน้าแบบปรับมุมการส่องสว่างได้ของ Ford นี้ได้รับการพัฒนาและทดสอบมาตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน โดยในการทำงานจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับไฟท้ายของรถคันที่อยู่ด้านหน้าเพื่อควบคุมให้ไฟหน้ารถของ Ford ให้ปรับมุมลำแสงให้ส่องไปในทิศทางนั้น เป็นต้นว่าในขณะที่กำลังขับรถในถนนมืดแล้วเจอเส้นทางโค้งไปทางซ้าย เมื่อรถข้างหน้าเคลื่อนตัวไปตามโค้ง ไฟหน้ารถของ Ford ก็จะปรับมุมลำแสงให้ส่องเยื้องไปทางซ้ายตามการจับตำแหน่งไฟท้ายรถคันดังกล่าว ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ใช้มองเห็นถนนได้ชัดเจนขึ้น

มาวันนี้ระบบไฟหน้าแบบปรับมุมส่องได้ของฟอร์ดก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นไปอีกขั้น เมื่อมันจะทำงานควบคู่กับระบบ GPS พร้อมระบบแผนที่ ทำให้ไฟหน้าของรถ Ford ส่องไฟไปในทิศทางตามความโค้งของเส้นทาง หรือในจุดทางแยกต่างๆ ได้เอง โดยลดการพึ่งระบบตรวจจับไฟท้ายของรถที่อยู่ด้านหน้า ตัวอย่างเช่นในสถานการณ์ที่เมื่อผู้ใช้ขับรถมาเจอทางแยกซ้ายและขวา ไฟหน้าของรถ Ford ก็จะปรับมุมการส่องสว่างให้แผ่ออกด้านข้างได้เอง เพื่อให้เห็นรถที่มาจากทางแยกทั้ง 2 ด้านได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งในกรณีที่สัญญาณ GPS ไม่สามารถใช้งานได้ ระบบควบคุมไฟหน้าก็จะอาศัยภาพที่ได้จากกล้องถ่ายภาพที่ติดตั้งเอาไว้เป็นระบบสำรองเพื่อการควบคุมไฟหน้า

Tags:
GoPro

GoPro และ Toyota เตรียมติดตั้งเมาท์กล้อง GoPro มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานประจำรุ่น Toyota Tacoma และถือเป็นรุ่นแรกและรายแรกของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์นี้

ผู้ใช้งาน Toyota Tacoma มักจะบันทึกวิดีโอเส้นทางออฟโรดของพวกเขา การเพิ่มเมาท์ GoPro เข้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นที่กำลังจะออกสู่ตลาดจะช่วยลดความยุ่งยากในการจัดวางตัวกล้อง และจะทำให้ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์รุ่นนี้ไปตัดสินใจซื้อกล้อง GoPro ได้ง่ายขึ้น

ยังไม่มียืนยันตำแหน่งการติดตั้งเมาท์กล้อง GoPro ในรุ่นรถนี้อย่างเป็นทางการ

ที่มา – SlashGear

Tags:

Google เปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับขนาดเล็กรุ่นต้นแบบมาซักพักใหญ่ๆ และคำอธิบายของรถรุ่นนี้มีแค่เพียงว่า ควบคุมด้วยปุ่มเพียงปุ่มเดียว แต่ก็ยังไม่เคยมีภาพของภายในห้องโดยสารของตัวรถออกมาให้เห็น ล่าสุด Google ได้โชว์ตัวรถแก่สาธารณะและเปิดให้คนทั่วไปชมภายในของรถเป็นครั้งแรกแล้วครับ

The Washington Post เก็บภาพของตัวรถมาจากงาน Community School of Music and Arts (ซึ่งก็ขอภาพมาจากคนที่มาร่วมงานอีกที) ในเขตเมือง Mountain View มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นงานที่ Google เปิดโอกาสให้ศิลปินส่งประกวดผลงานของตัวเอง เพื่อที่จะนำไปตกแต่งเป็นลายบนตัวรถ ซึ่งงานนี้หนึ่งในความพยายามของ Google ในการปรับทัศนคติของคนที่มองว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างรถไร้คนขับนั้นไม่ปลอดภัยและไม่น่าเชื่อถือ

ภายในตัวรถค่อนข้างโล่งและเรียบ บริเวณที่ (ควรจะ) เป็นคอนโซลรถกลายเป็นเพียงช่องใหญ่ๆ ใส่กล่องควบคุมตัวรถ บริเวณคอนโซลกลางระหว่างผู้โดยสารมีปุ่มที่คาดว่าน่าจะเป็นปุ่มไฟฉุกเฉิน ปุ่มเปิดปิดกระจก ล็อกกระจกและประตู (ดูภาพท้ายข่าว)

ทั้งนี้ทั้งนั้นรถรุ่นนี้เป็นเพียงรุ่นต้นแบบ (prototype) เท่านั้น รุ่นที่จำหน่ายจริง น่าจะมีการปรับแต่งภายในอีกค่อนข้างเยอะครับ

ที่มา - The Washington Post, @Larry Chao

Tags:
Google

ต้นเดือนที่แล้วทาง Google ได้เปิดเว็บไซต์รายงานความคืบหน้าและสถานการณ์ต่างๆ ของการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับเป็นรายเดือน ซึ่ง Google ก้ได้ปล่อยรายงานเดือนมิถุนายนออกมาแล้ว โดยรถ Lexus โดนชนท้าย 2 ครั้ง ขณะที่รถเล็ก ยังไม่เจออุบัติเหตุ

อุบัติเหตุของ Lexus คล้ายๆ กันทั้ง 2 ครั้งคือถูกชนท้ายบริเวณสี่แยก ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อรถ Lexus กำลังจะออกตัวเพื่อเลี้ยวขวา รถคันหลังที่ตามมาและจะเลี้ยวเหมือนกันออกตัวเร็วกว่า Lexus จึงชนเข้าที่กันชนข้างหลังที่ความเร็วประมาณ 5 mph ขณะที่อุบัติเหตุอีกครั้ง ขณะจอดรอสัญญาณไฟตรงสี่แยกในเลนบังคับตรง รถคันหลังซึ่งอยู่ในเลนเดียวกันตั้งใจจะเลี้ยวซ้ายและออกตัวเมื่อสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายเปลี่ยนเป็นสีเขียว จึงชนท้ายของ Lexus เข้า

รถ Lexus มีแค่รอยขีดข่วนเล็กน้อยบริเวณกันชนด้านหลังจากอุบัตเหตุทั้ง 2 ครั้ง ด้านรถไร้คนขับขนาดเล็กนั้น Google ไม่ได้ให้รายละเอียดของการทดสอบมากนั้น แต่ก็ไม่มีรายงานของอุบัติเหตุเช่นเดียวกัน

ที่มา - Ars Technica 1, 2

Tags:
Google

เราเห็นข่าวการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับของกูเกิลมาอย่างต่อเนื่อง แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าเป้าหมายของกูเกิลในการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับนี้ว่าท้ายที่สุดแล้วจะไปอยู่ส่วนไหนในธุรกิจของกูเกิล ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีเบาะแสออกมาบ้างแล้ว

เบาะแสที่ว่ามาจาก Steve Jurvetson หนึ่งในผู้ก่อตั้ง VC ชื่อดังอย่าง Draper Fisher Jurvetson ออกมาให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg โดยอ้างว่าเขาได้ข้อมูลวงในเกี่ยวกับโครงการรถยนต์ไร้คนขับของกูเกิล โดยระบุว่าท้ายที่สุดแล้วจะถูกนำไปให้บริการแท็กซี่

บริการแท็กซี่ของกูเกิลที่ถูกพูดถึงนั้นเรียกว่า "Free Ride" เป็นแอพเรียกรถแท็กซี่ที่ให้บริการฟรี แลกกับการโฆษณา โดยช่วงแรกจะยังมีคนขับที่เป็นมนุษย์ก่อน หลังจากเดินแผนไปได้ซักระยะจึงปรับเป็นรถยนต์ไร้คนขับทั้งหมด

หลังจากมีข่าวลือนี้ออกมา ทางกูเกิลออกมาตอบกลับผ่านทวิตเตอร์แบบอ้อมๆ โดยพูดถึงทั้ง Uber และ Lyft ที่เป็นบริการเรียกรถผ่านแอพ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธใดๆ

ที่มา - BGR

Tags:

เชฟโรเลตออกประกาศติดตั้งช่องวางสมาร์ทโฟนรูปแบบใหม่ที่มาพร้อมกับช่องปล่อยแอร์ภายในตัว เพื่อช่วยระบายความร้อนจากการใช้งานและชาร์จไฟกลับไปในตัว

เชฟโรเลตอธิบายว่าปัจจุบันผู้ใช้เริ่มหันมาใช้สมาร์ทโฟนในรถยนต์กันเยอะมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแผนที่, นำทาง, ฟังเพลง, เชื่อมต่อ CarPlay หรือ Android Auto เป็นต้น ซึ่งการใช้งานเหล่านี้ พร้อมกับการชาร์จไฟกลับไปในตัว จะช่วยเพิ่มความร้อนสะสมให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นๆ จนในที่สุดสมาร์ทโฟนเครื่องก็เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

เชฟโรเลตจึงเสนอทางแก้ใหม่ให้ นั่นก็คือระบบ Active Phone Cooling โดยเป็นการออกแบบช่องปรับอากาศใหม่ทั้งหมด และเพิ่มช่องปล่อยอากาศภายในกล่องเก็บสมาร์ทโฟน ซึ่งพื้นภายในกล่องก็ยังเป็นที่ชาร์จไร้สายในตัวด้วย ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานสมาร์ทโฟน และวางมันเอาไว้ในกล่องนั้นได้อย่างสบายใจ

เชฟโรเลตระบุว่า ระบบ Active Phone Cooling จะเริ่มติดตั้งให้ในรถยนต์รุ่น Impala, Cruze, Volt และ Malibu ที่ผลิตออกจำหน่ายในปี 2016 ทุกคันครับ

ที่มา - Cult of Android