Tags:
Chrome

กูเกิลประกาศของใหม่ของ Chrome 45 ที่เพิ่งออกเมื่อวันก่อน (ออกก่อนประกาศทีหลัง) ฟีเจอร์อย่างแรกคือ restoring tab หรือการเปิดเบราว์เซอร์ใหม่แล้วเรียกแท็บที่เปิดค้างไว้ ในเวอร์ชันล่าสุด แท็บจะถูกเรียกคืนตามลำดับความใหม่ ทำให้เราเห็นเว็บเพจในแท็บล่าสุดเร็วขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ในกรณีที่เปิดแท็บค้างไว้เยอะๆ แล้วกินทรัพยากรเครื่องมาก Chrome จะสั่งหยุดการเรียกคืนแท็บที่เหลือเพื่อประหยัดหน่วยความจำให้ด้วย (ถ้าต้องการเปิดแท็บนั้นก็สามารถคลิกเองได้)

ฟีเจอร์อย่างต่อมาคือเพิ่มการจัดการหน่วยความจำด้วยเทคนิคแบบใหม่ หยุดการทำงานของแท็บที่ไม่ใช้งาน ผลคือช่วยประหยัดหน่วยความจำเฉลี่ย 10% แต่ในกรณีที่เป็นเว็บแอพซับซ้อนอย่าง Gmail ก็ช่วยประหยัดทรัพยากรได้มากกว่านั้นอีก

SSL

การเข้ารหัสแบบ RC4 มีความปลอดภัยต่ำ เพราะกระบวนการสุ่มเลขไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งในแวดวงความปลอดภัยเองก็เตรียมถอด RC4 ออกจากมาตรฐาน IETF มาได้สักพักแล้ว

วันนี้ผู้พัฒนาเบราว์เซอร์รายใหญ่ 3 ค่ายคือ Google, Microsoft, Mozilla ออกมาประกาศแผนว่าจะถอดการใช้งาน RC4 ออกจากเบราว์เซอร์ของตัวเอง (Chrome, IE, Edge, Firefox) พร้อมกันในช่วงต้นปี 2016

การถอด RC4 ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ทั่วไปมากนัก เพราะปัจจุบันเราใช้การเชื่อมต่อปลอดภัย HTTPS ผ่านโพรโทคอล TLS 1.2 ในขณะที่ RC4 จะถูกใช้ต่อเมื่อเซิร์ฟเวอร์ไม่รองรับ TLS 1.2 หรือ 1.1 และถอยกลับ (fallback) มาเชื่อมต่อผ่าน TLS 1.0 แทน

ที่มา - Microsoft, VentureBeat

Tags:

ผู้ผลิตเบราว์เซอร์ 3 รายใหญ่คือ Mozilla, Google, Microsoft ร่วมกับบริษัทไอทีอีกหลายราย ได้แก่ Amazon, Intel, Cisco, Netflix ประกาศตั้งกลุ่ม Alliance for Open Media พัฒนา codec วิดีโอยุคถัดไปที่ไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้สิทธิบัตร

ปัญหานี้เกิดจาก codec รุ่นหน้า H.265 มีค่าใช้งานแพงกว่า H.264 ในปัจจุบันมาก จนเป็นเหตุให้ Cisco ออกมาประกาศโครงการ Thor เพื่อเป็นทางเลือกใหม่เมื่อไม่นานมานี้

ฝั่งของ Google มีโครงการ VP9/VP10 ของตัวเอง และ Mozilla ก็มีโครงการแบบเดียวกันชื่อ Daala สุดท้ายทุกฝ่ายจึงมารวมกลุ่มกันเป็น Alliance for Open Media เพื่อพัฒนา codec ร่วมกัน

ตอนนี้ทางกลุ่ม Alliance for Open Media ยังไม่มีแผนการชัดเจนว่าจะเลือกใช้เทคโนโลยีของใคร หรือจะสร้างเทคโนโลยี codec ใหม่ขึ้นมาเลย แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้าน codec แบบเปิดครับ

ที่มา - Alliance for Open Media, Mozilla, Ars Technica

Tags:
Chrome

Windows 10 Insider รุ่นทดสอบ 10532 มีปัญหากับ Chrome เวอร์ชัน 64 บิต ล่าสุดทางทีมงานของ Chrome ก็ตอบสนองปัญหาอย่างรวดเร็ว โดยแก้ไขเรียบร้อยแล้วใน Chrome Beta Channel

ทีมงาน Chrome อธิบายสาเหตุของปัญหาว่า Chrome 64 บิตมีระบบความปลอดภัยที่แตกต่างจาก Chrome 32 บิตอยู่บ้าง โดยรุ่น 64 บิตมีระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่า พอไมโครซอฟท์ปรับแก้ Windows 10 ในส่วนที่เกี่ยวข้องพอดี จึงส่งผลให้มีเฉพาะ Chrome 64 บิตเท่านั้นที่เจอปัญหาแครชจนทำงานไม่ได้

ที่มา - WinBeta

Tags:
Chrome

Chrome มีระบบแจ้งเตือนแท็บที่เปิดเสียงมาได้พักใหญ่ๆ แล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งเพิ่มการปิดเสียงของแท็บนั้นได้จากการคลิกครั้งเดียว แต่ล่าสุด กูเกิลกำลังก้าวไปอีกขั้นด้วยการห้ามแท็บเบื้องหลังเล่นเสียงอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์

ตอนนี้ Chrome Dev จะปิดการทำงานของ autoplay ทั้งหมดจนกว่าแท็บจะถูกเลือก (foreground) แต่จะยังโหลดไฟล์มีเดียนั้นมาเก็บไว้ที่เครื่องอยู่ เพียงแค่ไม่เล่นจนกว่าเราจะเลือกแท็บนั้น (คนที่เปิด YouTube ทิ้งไว้หลายๆ แท็บก็ไม่ต้องมากด pause ทุกรอบ)

นโยบายปิด autoplay จะแก้ปัญหากรณี "เสียงนี้มาจากไหน" ได้ เพราะผู้ใช้จะรู้ทันทีว่าถ้ามีเสียง แปลว่ามาจากแท็บที่ใช้งานอยู่เท่านั้น และยังช่วยเรื่องการประหยัดแบตเตอรี่ด้วย

ที่มา - 9to5google

Tags:
Chrome

ผู้ใช้แมคคงทราบกันดีว่า Chrome for Mac มีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพและแบตเตอรี่มานาน แต่ล่าสุดความพยายามแก้ปัญหาของกูเกิลเริ่มเห็นผล โดย Chrome 46 (สถานะเป็น Canary) แก้ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพไปมาก

เว็บไซต์ The Next Web ทดสอบ Chrome 46 แล้วพบว่ากินแรมน้อยลงไปครึ่งหนึ่ง พัดลมเครื่องทำงานน้อยลง และไม่เปลืองแบตเตอรี่เหมือนแต่ก่อน

ส่วนเว็บไซต์ OMG Chrome รายงานว่าทีม Chrome ทยอยแก้ปัญหาหลายจุด (ทั้งกรณีทั่วไปและกรณีเฉพาะของแมค) ทั้งการจัดการหน่วยความจำ และการปรับปรุงส่วนจัดการกราฟิกของแมคใหม่ แถมในอนาคตกูเกิลยังเตรียมทำระบบแจ้งเตือนส่วนขยายที่กินทรัพยากรมากเกินไปอีกด้วย

ผู้ใช้ทั่วไปที่ยังไม่พร้อมทดสอบ Chrome Canary ก็ต้องรอกันอีกสักหน่อยครับ

ที่มา - The Next Web, OMG Chrome

Tags:
Firefox

ต่อเนื่องจากข่าว Firefox เตรียมแยกแท็บตามโพรเซส ค่าย Mozilla ยังออกมาประกาศนโยบายใหม่เกี่ยวกับระบบ Extension หลายประการ ดังนี้

  • ออก Extension API รุ่นใหม่ชื่อ WebExtensions โดยใช้เทคโนโลยีเว็บแบบเดียวกับ Chrome แทนการใช้ XPCOM/XUL แบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป้าหมายของการใช้ WebExtensions เพื่อให้กระบวนการพัฒนาง่ายขึ้น นักพัฒนาสามารถพอร์ตส่วนขยายข้ามเบราว์เซอร์กันได้ (ที่แน่ๆ คือ Chrome/Opera แต่ก็อาจรวมถึง Edge) เริ่มใช้แบบพรีวิวใน Firefox 42
  • Mozilla จะเริ่มบังคับให้นักพัฒนาต้อง sign ส่วนขยายที่ส่งขึ้น addons.mozilla.org และจะเริ่มบล็อคส่วนขยายที่ไม่ได้ sign ตั้งแต่ Firefox 42 เป็นต้นไป (ตอนนี้ Firefox 40 เตือนแล้วแต่ยังไม่บล็อค) เหตุผลก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
  • ในอนาคต Mozilla จะเลิกใช้เทคโนโลยี XPCOM/XUL เดิม และเปลี่ยนมาใช้ระบบ WebExtensions แทนทั้งหมด เหตุผลเพราะ XPCOM/XUL เปิดให้ส่วนขยายเข้าถึงเบราว์เซอร์ได้มากเกินไป อาจส่งผลให้เบราว์เซอร์ไม่เสถียร และเบราว์เซอร์เปลี่ยนเทคโนโลยีระดับรากฐาน (เช่น Electrolysis) ได้ยากเพราะส่วนขยายเรียกใช้ API ระดับลึก โดย Mozilla คาดว่าจะเลิกใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในอีก 12-18 เดือนข้างหน้า
Tags:
Firefox

สิ่งหนึ่งที่ Firefox ยังตามหลังเบราว์เซอร์อื่นๆ มาโดยตลอดคือการจัดการโพรเซสของแต่ละแท็บ ซึ่งเบราว์เซอร์ตัวอื่นแยกโพรเซสของแท็บกันมานานแล้ว (Chrome ทำได้ตั้งแต่วันแรก) ในขณะที่สถาปัตยกรรมของ Firefox ไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับการแยกโพรเซสแบบนี้ (ปัจจุบัน Firefox แยกเฉพาะโพรเซสของปลั๊กอินออกจากโพรเซสของเบราว์เซอร์)

Mozilla มีโครงการ Electrolysis ที่พัฒนาเรื่องนี้กันมานานมาก (จนหลายคนลืมไปแล้วว่าทำอยู่) แต่ในที่สุดมันก็ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดย Mozilla ประกาศแผนการดังนี้

  • ตอนนี้ - Firefox 42 เข้าสู่สถานะ Developer Edition เปิดโหมด Electrolysis เป็นค่าดีฟอลต์
  • 22 ก.ย. - Firefox 42 เป็น Beta, ผู้ใช้สามารถเลือกเปิดโหมด Electrolysis ได้เอง (opt-in)
  • 3 พ.ย. - Firefox 43 เป็น Beta, เปิด Electrolysis เป็นดีฟอลต์
  • 15 ธ.ค. - Firefox 43 ออกตัวจริง, เปิด Electrolysis เป็นดีฟอลต์

ปัญหาสำคัญของการใช้ Electrolysis คือบรรดาส่วนขยายทั้งหลายอาจใช้งานไม่ได้ ทำให้ Mozilla บอกว่ากำหนดการข้างต้นเป็นแผน "เร็วที่สุดที่ทำได้" และถ้ามีปัญหาอาจต้องเลื่อนระยะเวลาออกไป

ที่มา - Mozilla Blog

Tags:
Internet Explorer

ไมโครซอฟท์ออกแพตช์ฉุกเฉิน (emergency patch) นอกรอบการออกแพตช์ปกติ แก้ช่องโหว่ที่พบใน Internet Explorer ทุกรุ่น รวมถึง IE11 บน Windows 10 ด้วย

ช่องโหว่ตัวนี้ครอบคลุม IE7 บน Windows Vista เป็นต้นมา (XP ก็น่าจะโดนด้วยแต่หมดอายุซัพพอร์ตแล้วนะครับ) และมีความร้ายแรงระดับ critical รูปแบบของช่องโหว่คือเปิดโอกาสให้รันโค้ดจากระยะไกล (remote code execution) ได้

ผู้ใช้ Windows ทุกคนก็อัพเดตแพตช์หมายเลข 3088903 กันด่วนครับ

ที่มา - Microsoft, Threatpost

Tags:
Internet Explorer

จากวันที่ 16 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1995 นับเป็นเวลาล่วงเลยมา 20 ปีแล้วที่ Internet Explorer 1.0 เว็บเบราว์เซอร์ตัวแรกจากไมโครซอฟท์ออกสู่ตลาด เนื่องในโอกาสนี้ทีม Microsoft Edge ก็ได้โพสต์ทวีตฉลองหลักไมล์ดังกล่าวลงบนทวิตเตอร์และประกาศขอรับไม้ต่อจากเบราว์เซอร์รุ่นพี่อย่าง IE เอง

โพสต์ดังกล่าวเป็นเป็นวิดีโอที่ฉายภาพของเบราว์เซอร์ Microsoft Edge กำลังเปิดเว็บฉลองวันเกิดให้กับ IE ด้วยไฟเย็นรูปตัว e อันเป็นสัญลักษณ์ที่เราๆ คุ้นเคยกันดี พร้อมข้อความขอบคุณและขอสานต่องานจาก IE ว่า

Happy 20th Birthday, Internet Explorer! Thanks for all the great work you've done, but I've got it from here ;)

Internet Explorer 1.0 เปิดตัวครั้งแรกในฐานะส่วนนึงของ Plus! for Windows 95 ซึ่งเป็นส่วนเสริมที่ต้องซื้อเพิ่ม แต่ต่อจากนั้นก็ถูกปล่อยฟรีในภายหลังเช่นเดียวกับเวอร์ชันต่อมาๆ จนกลายเป็นหนึ่งในเบราว์เซอร์ยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่ใช้งาน (และสร้างความปวดหัวให้นักพัฒนาเว็บ) มาถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามไมโครซอฟท์ได้เลือกพัฒนา Microsoft Edge ขึ้นมาใหม่โดยโละทิ้งการรองรับฟีเจอร์/เทคโนโลยีเว็บเก่าจาก IE เพื่อโฟกัสกับมาตรฐานเว็บยุคใหม่ และยังคง IE11 บน Windows 10 เผื่อไว้สำหรับองค์กรที่ยังจำเป็นต้องรันเว็บแบบเก่าเท่านั้น

ที่มา - Windows Central

Tags:
Microsoft Edge

ถ้ายังจำกันได้ ในปี 2013 ไมโครซอฟท์เปิดเว็บ modern.IE ให้นักพัฒนาเว็บสามารถทดสอบเว็บกับ IE เวอร์ชันต่างๆ ได้ผ่านอิมเมจ VM ที่ไมโครซอฟท์เตรียมไว้ให้ใช้งาน

หลังจากไมโครซอฟท์เปิดตัว Edge เว็บไซต์นี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft Edge Dev (แต่ยังใช้ URL เดิมคือ dev.modern.ie) และล่าสุดไมโครซอฟท์ก็ออกอิมเมจ VM ของ Windows 10 สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการทดสอบเว็บกับ Edge แต่ยังไม่มี Windows 10 เรียบร้อยแล้ว

ไมโครซอฟท์ยังปรับปรุง VM ที่แจกให้ดาวน์โหลดให้รองรับฟอร์แมตของ VM เพิ่มเติมคือ QEMU และ Vagrant/VirtualBox ที่จะเปิดให้ดาวน์โหลดในเร็วๆ นี้

ส่วนคนที่ขี้เกียจแม้กระทั่งดาวน์โหลด VM มารันเอง ไมโครซอฟท์ยังมีฟีเจอร์ Azure RemoteApp ให้ลองรันเบราว์เซอร์บนคลาวด์ของไมโครซอฟท์ได้เลย ซึ่งก็อัพเดตให้มี Edge แล้วเช่นกัน

ที่มา - Microsoft Edge Dev Blog

Tags:
Firefox

Firefox เริ่มทดสอบโหมด Private Browsing แบบใหม่ที่ยกระดับความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น ปลอดภัยจากการตามรอยของเว็บไซต์ต่างๆ ด้วย

โหมด Private Browsing ในปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกัน ผู้ใช้จะเปิดโหมดนี้เพื่อไม่ให้ผู้ใช้คนอื่น (ที่เข้าถึงคอมพิวเตอร์เครื่องนี้) รู้ว่าเราทำกิจกรรมใดบ้างบนอินเทอร์เน็ต

แต่โหมด Private Browsing "ขั้นกว่า" ของ Firefox จะเพิ่มฟีเจอร์ Tracking Protection ช่วยบล็อคเนื้อหาบนเว็บไซต์ที่ใช้ตามรอยผู้ใช้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นตัวเก็บสถิติ (analytic) หรือโค้ดที่ฝังมาจากโซเชียล ที่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าเราเป็นใคร

Firefox บอกว่าการบล็อคเนื้อหาเหล่านี้อาจทำให้บางเว็บพัง แต่ผู้ใช้ก็สามารถเลือกว่าจะยกเลิกการบล็อคเฉพาะเว็บไซต์นั้นๆ ได้ตลอดเวลาเช่นกัน ฟีเจอร์ใหม่นี้เริ่มใช้แล้วใน Firefox Developer Edition ครับ

ที่มา - Firefox Future Releases

Tags:
Firefox

Firefox 40 ออกตัวจริงแล้ว ของใหม่ที่สำคัญของเวอร์ชันพีซีคือ

  • ปรับหน้าตาให้เข้ากับ Windows 10
  • เริ่มเข้มงวดกับการติดตั้งส่วนเสริม (add-ons) โดยนักพัฒนาต้องยื่นเรื่องไปยัง Mozilla เพื่อให้ sign รับรองไฟล์ส่วนเสริมว่าปลอดภัย ถ้าไม่ได้ sign ระบบจะแจ้งเตือนผู้ใช้ว่าส่วนเสริมนั้นไม่ถูก verified
  • ปรับหน้าตาของ Add-ons Manager ใหม่
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบกราฟิกและการเล่นวิดีโอบนลินุกซ์, ปรับปรุงประสิทธิภาพของแอนิเมชันและการเลื่อนหน้าจอบนวินโดวส์
  • ปรับปรุงการทำงานของปลั๊กอินแบบ NPAPI (พวก Flash/Java) ให้เริ่มทำงานเร็วขึ้น (asynchronous initialization)
Tags:
Chrome

Chrome ทดสอบ UI แบบใหม่ของหน้ารายการไฟล์ที่ดาวน์โหลด โดยเปลี่ยนจากของเดิมที่เป็นรายชื่อไฟล์เรียงกันไปแบบธรรมดาๆ กลายเป็น Material Design ตามสมัยนิยมของกูเกิล

ในแง่การใช้งาน หน้าดาวน์โหลดแบบใหม่คงไม่มีอะไรต่างจากของเดิม แต่หลายท่านอาจขัดใจว่ามันแสดงชื่อไฟล์ในหนึ่งหน้าจอได้น้อยลง เพราะกินพื้นที่แนวตั้งมากขึ้นนั่นเอง

ตอนนี้หน้าดาวน์โหลดแบบใหม่ยังมีเฉพาะใน Chrome Dev โดยผูใ้ช้ต้องเปิดเองในหน้า chrome://flags ครับ

ที่มา - OMG Chrome

Tags:
Firefox

Mozilla ออกประกาศเตือนช่องโหว่ระดับ critical ค้นพบใหม่ใน Firefox เกี่ยวกับตัวอ่าน PDF ที่มาพร้อมกับเบราว์เซอร์ ช่องโหว่นี้เปิดให้ผู้ประสงค์ร้ายเข้ามาขโมยข้อมูลในเครื่องของผู้ใช้ได้

ความน่ากลัวคือพบการโจมตีผ่านช่องโหว่นี้ในรัสเซียแล้ว โดยแฮ็กเกอร์ใช้วิธียิงโฆษณาบนเว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่ง เพื่อขโมยข้อมูลของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ข่าวแห่งนี้ด้วย Firefox ตัวอย่างข้อมูลที่ถูกขโมยคือไฟล์คอนฟิกต่างๆ ที่อาจมีรหัสผ่านเก็บอยู่ เช่น /etc/passwd, .ssh, .mysql_history รวมถึงไฟล์คอนฟิกของ Filezilla หรือ subversion

Mozilla ออกแพตช์แก้มาเป็น Firefox 39.0.3 และ Firefox ESR 38.1.1 แล้ว อัพเดตกันด่วนครับ

ที่มา - Mozilla Security Blog

Tags:
Chrome

เมื่อไม่นานมานี้ กูเกิลกระชับวงล้อมความปลอดภัยของ Chrome โดยกำหนดให้ติดตั้งส่วนขยายผ่าน Chrome Web Store เท่านั้น

ฟังดูเหมือนปลอดภัย แต่จริงๆ แล้ว Chrome ยังมีวิธีการติดตั้งส่วนขยายอีกแบบที่เรียกว่า Inline Installation โดยเปิดให้ผู้ใช้ติดตั้งส่วนขยายจากลิงก์เว็บไซต์ของเราได้เลย ตัวไฟล์ส่วนขยายจะอยู่บน Chrome Web Store (คือกดจากเว็บไซต์ มีหน้าจอติดตั้งขึ้นมา ดึงไฟล์มาจากเซิร์ฟเวอร์กูเกิล)

วิธีการนี้ถูกผู้ไม่ประสงค์ดีนำไปหลอกผู้ใช้ให้ติดตั้งส่วนขยายที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่ได้อยากติดตั้งจริงๆ โดยทำปุ่มหลอกเป็นปุ่มให้อัพเดตซอฟต์แวร์บางตัว (เช่น Flash) เมื่อผู้ใช้กดแล้วกลับเป็นการติดตั้งส่วนขยาย Chrome แทน (เช่น อาจเป็นส่วนขยายที่มีโฆษณาแฝง ไม่อันตรายแต่น่ารำคาญ)

ปัญหานี้ทำให้กูเกิลเริ่มปิดการทำงานของ Inline Installation ของส่วนขยายเจ้าปัญหาหลายๆ ตัว เมื่อกดลิงก์ติดตั้งส่วนขยายแล้วจะไม่ขึ้นหน้าจอติดตั้งอัตโนมัติ แต่จะ redirect ไปยังหน้าเว็บของส่วนขยายนั้นบน Chrome Web Store เพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจเองว่าจะติดตั้งหรือไม่

ที่มา - Chromium Blog, Computerworld

Tags:
Chrome

ผู้ใช้ Chrome อาจเคยใช้ส่วนเสริมบางตัวที่ช่วยปิดแท็บที่ไม่ใช้งานไว้ชั่วคราวเพื่อประหยัดทรัพยากร (เช่น The Great Suspender) ล่าสุดฟีเจอร์นี้กำลังถูกเพิ่มเข้ามาใน Chrome แล้ว

Chrome เรียกฟีเจอร์นี้ว่า Tab Discarding มันจะหยุดการทำงานของแท็บที่ไม่ใช่งาน (background tab) ไว้ชั่วคราวเพื่อนำทรัพยากรไปใช้อย่างอื่น โดย Chrome จะเป็นฝ่ายเลือกแท็บที่ไม่ใช้งานให้เอง ผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม และแท็บที่หยุดทำงานจะยังแสดงในรายการแท็บเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเราคลิกที่แท็บนั้น มันจะถูกโหลดใหม่อีกครั้งหนึ่ง

Tab Discarding จะทำงานอัตโนมัติเมื่อทรัพยากรเหลือน้อย (เช่น แรมใกล้หมด) Chrome จะเลือกแท็บที่น่าสนใจน้อยที่สุด (least interesting) ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดว่าพิจารณาจากอะไรบ้าง

ฟีเจอร์นี้เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาใน Chrome Canary เฉพาะบนวินโดวส์และแมค ใครอยากทดสอบต้องโหลด Chrome Canary แล้วเปิดใช้จากหน้า chrome://flags ครับ

ที่มา - OMG Chrome

Tags:
W3C

การเข้าเว็บด้วยโหมดส่วนตัวอย่าง Private Browsing หรือ Incognito อาจจะทำให้เว็บไม่สามารถจดจำเราได้ง่ายๆ แต่กระบวนการระบุตัวตนผู้ใช้ก็มีแนวทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ล่าสุดนักวิจัยเสนอแนวทางการใช้ความจุแบตเตอรี่ในเครื่องเป็นข้อมูลระบุตัวตนผู้ใช้

แนวทางนี้อาศัย Battery Status API ที่ยังเป็นร่างของ W3C อยู่ โดยเบราว์เซอร์ที่รองรับในตอนนี้ได้แก่ โครม, ไฟร์ฟอกซ์, และโอเปร่า ล้วนเปิดให้เว็บเข้าใช้ API ได้โดยไม่ต้องแจ้งผู้ใช้ล่วงหน้า ทำให้ผู้ใช้เว็บไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกร้องขอระดับพลังงานอยู่

Tags:
Chrome

Chrome และ Chromium เปลี่ยนไอคอนใหม่อีกรอบ ถ้าดูเผินๆ จะไม่ต่างจากเดิมมากนัก แต่ถ้านำไอคอนเก่าและใหม่มาวางเทียบกัน จะเห็นว่าของใหม่แบนลงกว่าเดิมอีก ลดการใช้แสงเงาที่ไม่จำเป็นลง และปรับเปลี่ยนมาใช้แนวทาง Material Design ของกูเกิลเอง

ไอคอนแบบใหม่ถูกใช้ใน Chrome for Android และ Chromium เรียบร้อยแล้ว เหลือรอใช้ใน Chrome เวอร์ชันพีซีต่อไป

ที่มา - OMG Chrome

Tags:

ผู้ใช้ที่อัพเดตระบบปฏิบัติการเป็น Windows 10 คงพอทราบแล้วว่าไม่ว่าเดิมจะตั้งค่าดีฟอลต์เบราว์เซอร์ตัวไหนไว้ เมื่ออัพเดตวินโดวส์ใหม่ Microsoft Edge จะกลายเป็นดีฟอลต์ไปโดยปริยาย ซึ่งประเด็นนี้สร้างความไม่พอใจให้กับ Chris Beard ซีอีโอของ Mozilla ถึงขั้นเรียกว่าเป็นการบังคับทางเลือกของผู้ใช้ที่อุกอาจมาก (aggressive move to override user choice)

Chris Beard เขียนจดหมายเปิดผนึกแสดงความไม่พอใจไปยัง Satya Nadella ซีอีโอของไมโครซอฟท์ โดยเนื้อความตัดพ้อไมโครซอฟท์ว่าตัดทางเลือกในการใช้เบราว์เซอร์ที่ผู้ใช้เลือก และแทนที่ด้วยประสบการณ์การใช้อินเทอร์เน็ตตามที่ไมโครซอฟท์ต้องการ และถึงแม้จะสามารถปรับการตั้งค่าดีฟอลต์ต่างๆ ได้ แต่การตั้งค่านั้นเข้าถึงยากและต้องอาศัยความรู้มากกว่าวินโดวส์ในรุ่นเก่า

Chris Beard ยังบอกด้วยว่าได้แสดงความเห็นนี้ไปยังไมโครซอฟท์ตั้งแต่ลองใช้ Windows 10 ครั้งแรก แต่กลับไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมากนัก ด้านไมโครซอฟท์ได้แถลงโต้ตอบว่าให้ความสำคัญกับประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถเลือกดีฟอลต์เบราว์เซอร์ได้ด้วยตัวเอง ทั้งระหว่างการอัพเดตหรือแม้แต่อัพเดตเสร็จแล้วก็ตาม

ที่มา - CNET