Tags:

หลังสิ้นสุดเวลาการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq วานนี้ (26 พฤษภาคม) แอปเปิลมีมูลค่าการซื้อขายที่ 222.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าไมโครซอฟท์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 219.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้แอปเปิลกลายเป็นบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกไปแล้ว นอกจากนี้ยังถือเป็นบริษัทในอเมริกาที่มีมูลค่าในตลาดสูงเป็นอันดับที่ 2 รองจาก Exxon Mobil

นักวิเคราะห์จาก Jacob Internet Fund ให้ความเห็นว่าแอปเปิลเป็นบริษัทที่เหนือว่าในขณะนี้เพราะบริษัทมองหาโอกาสที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด และยังหาช่องทางในการสร้างกำไรที่สูงโดยตลอด ขณะที่นักลงทุนอีกรายให้ความเห็นว่าไมโครซอฟท์เป็นบริษัทที่พยายามคุมตลาดที่ตัวเองมีตั้งแต่ในอดีต แต่แอปเปิลพยายามสู้กับตัวเองโดยสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆสู่ตลาดมากกว่า

ทั้งแอปเปิลและไมโครซอฟท์ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆขณะนี้

ที่มา: BusinessWeek

Tags:
LG

Samsung ผู้ผลิตมือถืออันดับสองของโลก (เป็นรองแค่โนเกียเท่านั้น) ได้เบียด Motorola แชมป์ตลอดกาลของตลาดสหรัฐ ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งร่วมด้วยส่วนแบ่ง 21.9%

แต่เท่านั้นยังไม่พอ LG อดีตเบอร์สองของตลาดที่ตอนนี้กลายเป็นอันดับสาม ก็ตามมาติดๆ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 21.8% เฉือนกันเพียง 0.1 จุดเท่านั้น อันนี้เป็นส่วนแบ่งตลาดของไตรมาสล่าสุด ซึ่งทั้ง Motorola และ LG มีส่วนแบ่งลดลงเล็กน้อย ในขณะที่ Samsung มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น

อันดับสี่ก็เสมอเช่นกัน RIM และโนเกียมีส่วนแบ่ง 8.3% เท่ากัน แต่โนเกียส่วนแบ่งลด ขณะที่ RIM เพิ่มพรวดถึง 1.3 จุด

ส่วนแบ่งตลาดโอเปอเรเตอร์ในสหรัฐ อันดับหนึ่ง Verizon 31.1% ตามด้วย AT&T 25.2%, Sprint 12% และ T-Mobile 12%

ที่มา - comScore

Tags:
Bill Gates

นิตยสาร Forbes ได้ทำการจัดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกเป็นประจำทุกปี ในปีนี้บิล เกตส์ร่วงลงมาเป็นอันดับที่สอง หลังจากที่รวยเป็นอันดับหนึ่งในปีที่แล้ว โดยเกตส์มีมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากเดิม 40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 53 พันล้านดอลลาร์

สำหรับมหาเศรษฐีที่น่าสนใจรายอื่นๆ ในโลกไอทีก็มีรายชื่อและมูลค่าทรัพย์สินดังต่อไปนี้

  • อันดับที่ 6 : Larry Ellison ซีอีโอของออราเคิล (28 พันล้านดอลลาร์)
  • อันดับที่ 24 : Sergey Brin & Larry Page สองผู้ก่อตั้งกูเกิล (17.5 พันล้านดอลลาร์)
  • อันดับที่ 33 : Steve Ballmer ซีอีโอของไมโครซอฟท์ (14.5 พันล้านดอลลาร์)
  • อันดับที่ 43 : Jeff Bezos ซีอีโอของ Amazon (12.3 พันล้านดอลลาร์)
  • อันดับที่ 117 : Eric Schmidt ซีอีโอของกูเกิล (6.3 พันล้านดอลลาร์)
  • อันดับที่ 136 : Steve Jobs ซีอีโอของแอปเปิล (5.5 พันล้านดอลลาร์)
  • อันดับที่ 212 : Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook (4 พันล้านดอลลาร์)

สำหรับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกปีนี้ได้แก่นาย Carlos Slim Helu มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจสื่อสารในเม็กซิโก ส่วนมหาเศรษฐีชาวไทยมีติดอันดับสามท่านด้วยกันคือคุณเฉลียว อยู่วิทยาเจ้าของกระทิงแดง, คุณเจริญ สิริวัฒนภักดีเจ้าของบริษัทเบียร์ช้าง และคุณธนิน เจียรวนนท์ เจ้าของซีพี

ที่มา - Forbes

Tags:

นิตยสาร Fast Company ได้มอบรางวัล Geeks of the Year ให้กับ geek ที่ทำผลงานโดดเด่นในรอบปี 2009 ซึ่งมีผู้รับรางวัลหลายคน ได้แก่

  • Jens Rasmussen, Lars Rasmussen สองพี่น้องผู้อยู่เบื้องหลัง Google Wave
  • J.J. Abrams ผู้ฟื้นฟู Star Trek
  • Kudo Tsunoda เจ้าของไอเดีย Project Natal ของไมโครซอฟท์
  • Jon Rubinstein ในฐานะพลิกฟื้น Palm และ webOS
  • Neill Blomkamp ผู้กำกับภาพยนตร์ไซไฟ District 9
  • Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook
  • Sefton Hill เกม Batman Arkham Asylum
  • Raimo van der Klein, Claire Boonstra, Maarten Lens-Fitzgerald ผู้พัฒนาโปรแกรม Layar
  • David S. Goyer ทีวีซีรีส์ Flash Forward
  • Evan Williams, Biz Stone จาก Twitter

ที่มา - Fast Company

Tags:

ครบสิบปีหลังจากเข้าสหัสวรรษใหม่ ช่วงนี้เลยได้อ่านเหล่า 10 อันดับกันมากหน่อย ทาง X-bit labs ก็ไม่ยอมตกกระแส รวบรวมเหล่าเทคโนโลยีต่างๆ ที่ล้มเหลวในช่วง 10 ปีที่ผ่านให้ดูกันครับ

  • Intel NetBurst มาอย่างหล่อด้วยสัญญาณนาฬิการะดับ GHz ก่อนที่จะถูก Athlon 64 น๊อคสลบจนแทบกลับมุมไม่ทัน
  • เครื่องเดสก์ท็อป Barebones ประสิทธิภาพที่ได้ยังต่ำเกินไป แถมมาผิดช่วงที่คนเค้าต้องการคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงกัน
  • แรมบัส RDRAM แพงแต่ประสิทธิภาพไม่ได้ดีไปกว่าของถูกอย่าง DDR เท่าไหร่นัก
  • HD DVD ต่อสู้กับ Blu-ray อย่างดุเดือดก่อนหัวเรือใหญ่อย่างโตชิบ้ายกธงขาวไปเอง
  • Personal Digital Assistants หรือ PDA นั่นเอง อันที่จริงก็ยังไม่ตายซะทีเดียว แต่มันถูกมารวมกับโทรศัพท์ซะแล้ว
  • แพลตฟอร์มซีพียูคู่สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ฮาร์ดคอร์แค่ไหนก็ไม่มีใครใช้ Athlon 64 FX สองตัวกันใช่มั้ย
  • Ageia PhysX การ์ดประมวลผลฟิสิกส์ ถูกออกแบบให้ใช้เฉพาะในวงแคบ เลยทำให้เหล่านักพัฒนาเกมเมิน
  • Transmeta และ Code Morphing Software ผิดที่ ผิดเวลา และผิดที่ทำงานช้าเกินไป
  • BTX Form-Factor หวังจะมาช่วยเรื่องการระบายความร้อนก่อนจะไร้ค่าหลังการมาของสถาปัตยกรรม Core
  • AGP, CRT, Diskette, COM, LPT, PS/2 ทุกสิ่งล้วนเป็นอนิจจัง

ที่มา - X-bit labs

Tags:

Techmeme เป็นเว็บรวมข่าว (aggregator) ด้านไอทีที่ผมอ่านเป็นประจำทุกวัน และในโอกาสครบรอบปี Techmeme ได้จัดอันดับข่าวไอทียอดนิยม โดยวัดจากจำนวนข่าวที่สื่อต่างๆ อ้างอิงถึง (คล้ายๆ กับ PageRank)

ผมลงลิงก์ของ Blognone ที่พูดถึงเหตุการณ์เดียวกันประกอบไว้ด้วย เผื่อจะมีคนสนใจไปย้อนอ่านครับ

Tags:

คุณ Don Sambandaraksa นักข่าวไอทีของหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ได้ขอให้ผมให้ความเห็นว่าในรอบปีที่ผ่านมา ใครเป็นดาวรุ่ง (winner) และดาวร่วง (loser) ของวงการเทคโนโลยี ทั้งในไทยและในต่างประเทศ

ตอนนี้บทความตีพิมพ์ลงใน Bangkok Post ฉบับวันที่ 30 ธันวาคมแล้ว (ต้นฉบับ: Thai tech scene's winners and losers) ผมก็ขอเล่นง่าย เอามาลงซ้ำ แต่นี่เป็นฉบับภาษาไทยครับ

Tags:
Thailand

ปีนี้นับเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหลายต่อหลายบริษัทที่เผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ หลายที่ใช้วิธีลดเงินเดือน ตัดโบนัส ตัดค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการปลดพนักงาน อย่างไรก็ตามในช่วงสิ้นปี บริษัทจัดหางานชื่อดัง Kelly และ Adecco ประเทศไทยได้ออกรายงานสรุปมาตรฐานเงินเดือนไทยในปีนี้ และแนะนำไปถึงต้นปีหน้า

เริ่มจาก Adecco ที่สรุปว่าปีนี้เมืองไทยไม่ได้รับผลกระทบมากเท่ากับประเทศอื่นๆ ในยุโรป และงานในสายไอทีก็ยังคงมีรายได้และการจ้างงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่สายงานอื่นๆ มีรายได้ปรับเพิ่มไม่มากนัก ไปจนถึงลดลงจากปีก่อน

Tags:
Gartner

บริษัท Gartner จัดอันดับ Top 10 mobile applications ของผู้บริโภคทั่วไปในปี 2012 ดังนี้

  1. การโอนเงินด้วย SMS เหมาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนา เพราะใช้ง่ายไม่ซับซ้อน
  2. บริการที่อิงกับสถานที่ Location-Based Services
  3. การค้นหาข้อมูลผ่านมือถือ
  4. การท่องเว็บผ่านมือถือ Gartner ให้ความเห็นว่าการพัฒนา mobile web application มีต้นทุนต่ำกว่าโปรแกรมบนมือถือมาก
  5. ตรวจสอบด้านสุขภาพผ่านมือถือ
  6. การจ่ายเงินผ่านมือถือ
  7. การส่งข้อมูลแบบ Near Field Communication (วางไว้ใกล้ๆ กันแล้วส่งข้อมูลได้เลย)
  8. โฆษณาบนมือถือ อุตสาหกรรมโฆษณาจะใช้ integrated campaign โดยมือถือจะเป็นส่วนหนึ่ง
  9. IM บนมือถือ สามารถไปเชื่อมโยงกับ social network ได้ด้วย (เช่น Facebook IM)
  10. เพลงบนมือถือ ที่ผ่านมาธุรกิจเพลงบนมือถือ (ไม่รวมริงโทน) ยังน่าผิดหวังและพัฒนาต่อได้อีกมาก

ที่มา - Gartner

Tags:
Android

เว็บไซต์ ComputerWorld เผยว่า จากการศึกษาของ Gartner โทรศัพท์ของ Google จะมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นแซงหน้าไอโฟนในปี ค.ศ. 2012 ด้วยส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 14.5 (ประมาณ 76 ล้านเครื่อง) แม้ว่าในปัจจุบัน Android จะมีส่วนแบ่งตลาดเพียงร้อยละ 2 ก็ตาม

ส่วน Symbian ในปีนั้น ก็จะยังคงเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งร้อยละ 39 (ประมาณ 203 ล้านเครื่อง) ซึ่งหมายความว่า จะเสียส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 10 นับจากปีนี้ (ปัจจุบัน Symbian มีส่วนแบ่งร้อยละ 50)

ถัดจาก Symbian และ Android ไอโฟนตามมาเป็นอันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 13.7 และสำหรับไมโครซอฟท์ แม้ว่าจะมีระบบปฏิบัติการใหม่ Windows Mobile 6.5 (Windows Phone Platform) ช่วย ก็จะได้อันดับ 4 ด้วยส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 12.8 โดยมี Blackberry ตามหลังมาติดๆ ด้วยส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 12.5

ตามความเห็นของ Gartner ระบบของ Google จะประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากความเป็นที่นิยมของเครื่องหมายการค้า Google นอกจากนี้ ยังเป็นระบบเปิดซึ่งได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากผู้ผลิตโทรศัพท์ตั้งแต่ Samsung, Motorola จนถึง LG ฯลฯ ซึ่งต่างก็ได้วางขายหรือเตรียมวางขายโทรศัพท์ Android ภายใต้เครื่องหมายการค้าของตน ทั้งนี้ Google ได้เตรียมที่จะออก "Donut" หรือ Android รุ่นถัดไปในไตรมาสที่ 2 ของปี ค.ศ. 2010

ที่มา computerworld.com

Tags:

ประเด็นหนึ่งเราคงจะได้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ถ้าพูดถึง App Store ของ iPhone คือเรื่องของการใช้สิทธิ์ของแอปเปิลในการควบคุมแอพพลิเคชันต่างๆ ที่จะมาทำงานบน iPhone ได้

แน่นอนว่าแนวคิดนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งในด้านที่สนับสนุนและคัดค้าน จริงๆ แล้วเรื่องของการควบคุมแพลตฟอร์มของตนเองให้เป็นไปในทิศทางที่ผู้ผลิตต้องการไม่ใช่เรื่องใหม่ และตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดคือคอนโซลเกมต่างๆ

Tags:

Network World รวมรายชื่อของ "ชื่อเรียก" เทคโนโลยีหลายตัวที่เคยฮิตในอดีต ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารไอทีเล่มไหนๆ หรืองานสัมมนาเกือบทุกแห่งก็พูดถึง แต่ตอนนี้ถ้าใครพูดถือว่าเชยระเบิด

  1. Intranet ปัจจุบันคำที่มาแทนคือ VPN
  2. Extranet เคยมาแทนคำว่า EDI (electronic data interchange) ตอนนี้ถูกรวมไปกับคำว่า VPN เช่นกัน
  3. Web Surfing ตอนนี้ใช้แค่ browsing กันปกติไม่หวือหวาอะไร
  4. Push Technology ใครจำ IE4 หรือโตทัน PointCast กันบ้าง? เทคโนโลยีนี้ถูกแทนด้วย RSS
  5. Application Service Provider (ASP) กลายมาเป็น "Software-as-a-Service" (SaaS) และ "cloud computing"
  6. Personal Digital Assistant (PDA) กลายเป็น "smartphone"
  7. Internet Telephony กลายเป็น VoIP
  8. Weblog เหลือแค่ blog และปัจจุบันเรามี microblog
  9. Thin Client แนวคิดนี้ตายไปแล้ว อันที่คล้ายๆ คือ "virtual desktop"
  10. RBOC ย่อมาจาก Regional Bell Operating Companies (RBOCs) เป็นคำเรียกรวมๆ ของอดีตบริษัท AT&T เดิมที่ถูกศาลแตกออกเป็น 7 บริษัทย่อย ปัจจุบันกลายเป็น AT&T (ใหม่), Verizon, Qwest และอื่นๆ
  11. Long-Distance Call เดี๋ยวนี้โทรไปไหนก็เหมือนๆ กันหมด
  12. World Wide Web ไม่ต้องแยกระหว่าง "เว็บ" กับ "อินเทอร์เน็ต" อีกแล้ว เว็บก็คืออินเทอร์เน็ต

ที่มา - BusinessWeek

Tags:
RIM

นิตยสาร Fortune จัดอันดับบริษัทด้านเทคโนโลยีที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในปี 2009 อันดับหนึ่งคือ Research In Motion ผู้ผลิตโทรศัพท์ตระกูล BlackBerry

แม้ว่า RIM จะครองตลาดสมาร์ทโฟนธุรกิจในอเมริกา ด้วยส่วนแบ่ง 74% และตลอดสิบปีที่ผ่านมา RIM ขาย BlackBerry ไปแล้ว 65 ล้านเครื่อง แต่การเติบโตในช่วงหลังมาจากฝั่งผู้ใช้ทั่วไป ในครึ่งแรกของปีนี้ มือถือที่ขายดีที่สุดในสหรัฐคือ BlackBerry Curve ไม่ใช่ iPhone แต่อย่างใด นอกจากนี้ RIM มีอัตราการเติบโตของรายได้ในรอบ 3 ปีที่น่าประทับใจมากคือ 77%

เรื่องนี้ผมได้คุยกับตัวแทนของ BlackBerry มาบ้างเหมือนกัน เขาบอกว่าปีก่อน RIM มีพนักงานรวมกันประมาณ 8 พัน แต่ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 2 หมื่น ที่น่าสนใจคือ RIM มีศูนย์วิจัยอยู่ที่สิงคโปร์ด้วยเผื่อจะมีใครแถวนี้ไปสมัครงานครับ

Tags:

เศรษฐกิจแย่ทำให้การจ้างงานของสหรัฐฯ นั้นตกต่ำอย่างต่อเนื่องโดยเดือนล่าสุดตัวเลขนี้ก็ขึ้นไปถึงร้อยละ 9.7 และคาดว่าจะทะลุร้อยละ 10 ในเร็วๆ นี้ แต่ในวิกฤติก็เป็นโอกาสสำหรับหลายๆ คนเมื่อเว็บ oDesk ผู้ให้บริการจับคู่ระหว่างผู้ให้บริการเอาต์ซอร์สกับผู้รับงานได้ออกมาแถลงตัวเลขยอดการจ้างในงานเว็บ และพบว่าตัวเลขชั่วโมงการจ้างงานเอาต์ซอร์สนั้นเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดสวนทางกับเศรษฐกิจมาก

ตัวเลขที่น่าสนใจเช่นไตรมาสที่สองของปีนี้มีการจ้างงานถึงกว่า 1,100,000 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่มีการจ้างงานเพียง 800,000 ชั่วโมง ส่วนไตรมาสที่สองของปีที่แล้วนั้นมีเพียงประมาณ 500,0000 ชั่วโมงเท่านั้น

นอกจากปริมาณชั่วโมงแล้ว ปริมาณบริษัทที่ได้รับการจ้างงาน และผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับงานนั้นก็เพิ่มขึ้นในแนวทางเดียวกัน

ประเด็นนี้อาจจะเป็นเรื่องน่าเสียดายสักหน่อย เพราะบ้านเราเองนั้นก็นับว่าเป็นประเทศที่น่าเอาต์ซอร์สอันดับถึงอันดับสี่ของโลก แต่กำแพงภาษาและสภาวะทางการเมืองของบ้านเราคงเป็นอุปสรรคในโอกาสนี้อยู่ไม่น้อย

ที่มา - TechCrunch, oDesk

Tags:
Seagate

ถ้ายังจำกันได้ Seagate เคยมีข่าวปลดพนักงานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ในวันนี้ดูเหมือนสถานการณ์นี้จะยังไม่จบ โดย Seagate ได้เปิดเผยว่าเตรียมตัวที่จะเลิกจ้างพนักงาน และปิดโรงงานที่อยู่ในสิงคโปร์ครับ

การปิดโรงงานในสิงคโปร์นั้นจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของ Seagate ได้กว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งจะเป็นผลดีต่อบริษัทในช่วงเวลาเศรษฐกิจตกต่ำในขณะนี้ โดยโฆษกของ Seagate ได้เผยว่าสายการผลิตที่อยู่ในสิงคโปร์นั้นจะย้ายไปอยู่ที่อื่นแทน (ได้แก่มาเลเซีย จีน และแน่นอนว่าในไทยด้วย) นอกจากนี้ Seagate ยังจะเลิกจ้างพนักงานที่ทำงานอยู่เดิมกว่า 2,000 คนซึ่งถือเป็น 2.5% ของพนักงานทั่วโลกที่ทำงานกับบริษัทอีกด้วย

ที่มา: Reuters via PC Magazine

Tags:
Apple

Wall Street Journal รายงานว่าจากการวิจัยของ Deutsche Bank พบว่ากำไรกว่า 38% ของทั้งอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดตกอยู่ในมือของสองบริษัท (เมื่อนำตัวเลขของสองบริษัทมารวมกัน) คือแอปเปิลและ RIM แม้ว่าทั้งสองบริษัทนี้จะมีส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมเพียงแค่ 3% เท่านั้น

หากมาดูแต่แอปเปิลอย่างเดียว จะพบว่ากำไร 20% ของทั้งอุตสาหกรรมอยู่กับแอปเปิล ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดเพียงแค่ 1%

นอกจากนี้แล้ว ในรายงานเดียวกันคาดว่าภายในปีนี้ส่วนแบ่งตลาดของแอปเปิลและ RIM รวมกันน่าจะสูงถึง 5% ในขณะที่จะคว้า 58% ของกำไรทั้งหมดของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ

แต่แน่นอน ยักษ์ใหญ่ Nokia ด้วยส่วนแบ่งตลาดและจำนวนการผลิตที่มากกว่า สามารถทำให้ต้นทุนต่าง ๆ ต่ำลงมาก ทำให้ดึงกำไรกว่า 55% ของอุตสาหกรรมได้ในขณะนี้ แม้ว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือแค่ 46%

ที่มา - MacRumors

Tags:
Acer

IDC เปิดตัวเลขยอดขายพีซีประจำไตรมาสที่สองของปี 2009 เอาเฉพาะยอดขายในสหรัฐก่อน

  • ยอดขายรวมหดตัว 3.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองของปี 2008 ขายได้ทั้งหมด 15.9 ล้านเครื่อง
  • เบอร์สอง HP มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจากเดิม 24.7% ในปีก่อน เป็น 26.0% ในปีนี้
  • Dell แชมป์เก่า จากเดิมส่วนแบ่งตลาด 31.4% ยอดหดไปราวๆ 1 ล้านเครื่อง ลงมาเหลือ 26.3% ยังเป็นแชมป์อยู่แต่ใกล้โดน HP แซงแล้ว
  • Acer อันดับสามเดิม โตขึ้นจาก 8.1% มาเป็น 12.6% ส่วนอันดับสี่ Toshiba เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • Apple อันดับห้า เดิมมีส่วนแบ่ง 8.5% มาปีนี้ขายได้น้อยลง 1.7 แสนเครื่อง ลงมาเหลือ 7.6% อันดับตกมาอยู่ที่ห้า

ยอดขายทั่วโลกเป็นดังนี้

  • ยอดขายรวมหดตัว 3.1% หนึ่งไตรมาสคนทั้งโลกซื้อคอม 66.2 ล้านเครื่อง
  • แชมป์เก่า HP ขยายตัวจาก 18.5% เป็น 19.8%
  • Dell เบอร์สอง ยอดตกจากเดิมมีส่วนแบ่งตลาด 16.1% เหลือ 13.7% ถ้านับเป็นจำนวนหดไป 17.1% อาการหนักไม่ว่าในสหรัฐหรือประเทศอื่นๆ
  • Acer โต 23.7% จากเดิม 10% มาเป็น 12.7% (ดูข่าวเก่า: ยุคทองของไต้หวัน? Acer ใกล้แซง Dell ประกอบ)
  • อันดับสี่และห้ามีส่วนแบ่งตลาดโตขึ้นเล็กน้อย ได้แก่ Lenovo 8.7% และ Toshiba 5.3% ส่วน Apple ไม่ติด Top 5 ของโลกครับ

ZDNet อ้างข้อมูลของ Gartner เทียบกับ IDC ด้วย ตัวเลขใกล้เคียงกันต่างกันแค่ในระดับทศนิยม ดูข้อมูลได้ตามลิงก์

ที่มา - IDC, ZDNet

Tags:
Acer

เรารู้กันดีว่าไต้หวันเป็นศูนย์กลางการผลิตในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก (งานประชุมประจำปีของอินเทลยังต้องไปจัดที่ไต้หวันเลย) อย่างไรก็ตาม การผลิตส่วนมากเป็น OEM คือแปะตราแบรนด์อื่น ซึ่งผู้ผลิตชาวไต้หวันก็พบปัญหาว่าโดนกดราคาจากนายจ้างอย่าง HP, Dell และแอปเปิล

รัฐบาลไต้หวันจึงกระตุ้นให้บริษัทไต้หวันพยายามสร้างแบรนด์เองมากขึ้น ฝ่าย Acer ที่ประสบปัญหาเดียวกันนี้ (จากการเป็นทั้งผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์) จึงได้แยกบริษัท Wistron ออกมาในปี 2000 เพื่อทำหน้าที่ผลิตเพียงอย่างเดียว เกือบสิบปีให้หลัง กลยุทธ์ของ Acer ประสบความสำเร็จ Acer กลายเป็นบริษัทพีซีที่ขายดีในยุโรป ส่วนในสหรัฐ Acer ก็เติบใหญ่ กว้านซื้อกิจการบริษัทพีซีขนาดกลางอย่าง eMachine, Gateway รวมถึง Packard Bell (ในยุโรป) และก้าวขึ้นหายใจรดต้นคอ Dell ในการแย่งเป็นผู้ผลิตพีซีอันดับสองของโลกแล้ว (อันดับหนึ่งยังเป็น HP)

Gianfranco Lanci ซีอีโอชาวอิตาลีของ Acer เปิดเผยเคล็ดลับว่า Acer เลือกใช้ช่องทางจำหน่ายพีซีแบบขายปลีกผ่านตัวแทนจำหน่าย และหลีกเลี่ยงช่องทางขายตรงแบบที่ Dell ใช้เป็นช่องทางหลัก ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าในการขายปลีกให้กับผู้ใช้ทั่วไป ไม่ใช่ตลาดองค์กร เมื่อตลาดพีซีในองค์กรเริ่มเต็มและตลาดผู้ใช้ตามบ้านขยายตัวจนใหญ่กว่าตลาดองค์กร ผลก็คือ Acer รับเละ (นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านต้นทุนของ Acer ที่ต่ำกว่า Dell มากมาประกอบด้วย)

ปัจจุบัน Acer มีส่วนแบ่งในสหรัฐ 11.6% ส่วน Dell มี 13.6% เป้าหมายต่อไปของ Acer คือโค่น HP ในสหรัฐ และ Lenovo ในจีนให้ได้

ที่มา - The New York Times (ต้องลงทะเบียนถึงจะอ่านได้)

Tags:

CIO หรือ chief information officer นั้นเป็นตำแหน่งที่คนไม่ค่อยสนใจมากเท่ากับ C อื่นๆ อย่าง CEO, CFO หรือ COO แต่เอาเข้าจริงแล้ว รายได้ของ CIO ก็ไม่ด้อยไปกว่าตำแหน่งเหล่านั้นเลย ผมยกรายได้ของ CIO หัาอันดับแรกมาให้ดู เผื่อจะมีใครเปลี่ยนเป้าหมายชีวิตเป็น CIO ขององค์กร!

  1. Randall Mott (HP)
    เงินเดือนรวม 12 เดือน: 690,000 ดอลลาร์ (เดือนละ 2 ล้านบาท)
    รายได้ทั้งหมดต่อปี: 24.65 ล้านดอลลาร์ (840 ล้านบาท)

  2. Robert Willett (Best Buy)
    เงินเดือนรวม 12 เดือน: 821,157 ดอลลาร์ (เดือนละ 2.33 ล้านบาท)
    รายได้ทั้งหมดต่อปี: 9.88 ล้านดอลลาร์ (337 ล้านบาท)

  3. Joseph C. Antonellis (State Street)
    เงินเดือนรวม 12 เดือน: 713,462 ดอลลาร์ (เดือนละ 2 ล้านบาท)
    รายได้ทั้งหมดต่อปี: 8.82 ล้านดอลลาร์ (300 ล้านบาท)

  4. Stephen Squeri (American Express)
    เงินเดือนรวม 12 เดือน: 600,000 ดอลลาร์ (เดือนละ 1.7 ล้านบาท)
    รายได้ทั้งหมดต่อปี: 4.69 ล้านดอลลาร์ (160 ล้านบาท)

  5. Thomas M. Nealon (JC Penney)
    เงินเดือนรวม 12 เดือน: 518,750 ดอลลาร์ (เดือนละ 1.47 ล้านบาท)
    รายได้ทั้งหมดต่อปี: 3.6 ล้านดอลลาร์ (123 ล้านบาท)

ที่มา - BusinessWeek

Tags:

Gartner เปิดเผยยอดขายมือถือทั่วโลกประจำไตรมาสแรกของปี 2009

  • มือถือขายออกไปได้ 269.1 ล้านเครื่องทั่วโลก ลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2008
  • สมาร์ทโฟนขายได้ 36.4 ล้านเครื่อง เติบโต 12.7% จากไตรมาสแรกของปี 2008
  • ตั้งแต่ Gartner เก็บยอดขายมือถือในปี 2001 ไตรมาสนี้ถือว่ายอดขายลดลงจากเดิมมากที่สุด และเป็นครั้งแรกที่ยอดขายตกตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี
  • โนเกียยังเป็นเจ้าตลาดมือถือรวม มีส่วนแบ่ง 36.2% ลดลงจากเดิม 39.1% ในไตรมาสแรกของปี 2008
  • ซัมซุงยังเป็นอันดับสองเช่นกัน แต่โตขึ้นจากเดิม 14.4% มาเป็น 19.1%
  • อันดับสาม LG เพิ่มส่วนแบ่งตลาดขึ้นเล็กน้อย อันดับสี่ Motorola ลดจาก 10.2% ลงมาเหลือ 6.2% และอันดับห้า Sony Ericsson ลดลงเช่นกัน
  • ตลาดสมาร์ทโฟน โนเกียยังครองแชมป์ด้วยส่วนแบ่ง 41.2% ลดลงจากเดิมเล็กน้อย ที่สองคือ RIM อยู่ที่ 19.9% เพิ่มขึ้นประมาณครึ่งหนึ่ง อันดับสามแอปเปิล 10.8 เพิ่มขึ้นเท่าตัว
  • ถ้าแยกตามระบบปฏิบัติการ Symbian ครองแชมป์ 49.3 แต่ลดลงจากเดิม 56.9% ในไตรมาสแรกของปีที่แล้ว

ที่มา - Gartner