Tags:
Heartbleed

Mandiant บริษัทในเครือ FireEye รายงานว่ามีแฮกเกอร์ขโมย session ของเซิร์ฟเวอร์ VPN ด้วยบั๊ก Heartbleed สำเร็จ กระบวนการขโมย session นี้ทำให้แฮกเกอร์สามารถข้ามกระบวนการยืนยันตัวตนทุกรูปแบบ รวมไปถึงการยืนยันตัวตนด้วยปัจจัยที่สอง (2-factor authentication) ไปได้

รายงานบั๊ก Heartbleed ก่อนหน้านี้มักเป็นการขโมยกุญแจลับของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งหากขโมยสำเร็จก็มีโอกาสที่แฮกเกอร์จะถอดรหัสข้อมูลหรือขโมยรหัสผ่านของผู้ใช้ แต่การขโมย session เช่นนี้ทำให้แฮกเกอร์สามารถสวมรอยเข้าเป็นผู้ใช้ที่ล็อกอิน VPN สำเร็จแล้ว

ในไทยผู้ใช้ VPN ส่วนมากเป็นองค์กรขนาดใหญ่ การแจ้งเตือนจาก Mandiant ครั้งนี้ก็ย้ำว่าไม่ใช่เฉพาะเซิร์ฟเวอร์ HTTPS เท่านั้นที่ต้องตรวจสอบและอัพเดตซอฟต์แวร์ แต่รวมไปถึง VPN ทั้งหลายที่ใช้งานอยู่ก็ต้องอัพเดตทั้งหมดอย่างเร่งด่วนเช่นกัน

ที่มา - Mandiant

หลังจาก SQL Server 2014 เข้าสถานะ RTM เมื่อวานนี้ไมโครซอฟท์ก็จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ รายละเอียดฟีเจอร์อ่านได้ในข่าวเก่า สามารถดาวน์โหลดรุ่น Express มาใช้งานได้ฟรีเช่นเดิม

ที่น่าสนใจกว่าคือในงานเดียวกัน ไมโครซอฟท์ยังเปิดตัวเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลใหม่อีก 2 ตัว

  • Analytics Platform System (APS) เป็นแพลตฟอร์มสำหรับ "วิเคราะห์ข้อมูล" (analytics) ของไมโครซอฟท์ ที่ใช้ได้กับทั้งข้อมูลเชิงโครงสร้างแบบเดิม (SQL Server Parallel Data Warehouse) และข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้างที่เก็บด้วย Hadoop/HDInsight รายละเอียดอ่านเพิ่มเติมได้จาก APS
  • Microsoft Azure Intelligent Systems Service บริการตัวนี้จะเฉพาะทางหน่อย เพราะเน้นไปที่ตลาด Internet of Things (IoT) โดยมันจะช่วยเก็บข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นไปเก็บไว้บนกลุ่มเมฆของไมโครซอฟท์ให้เรา ปัจจุบันยังอยู่ในสถานะพรีวิว - รายละเอียด
Tags:
Dropbox

วันนี้ Dropbox มีประกาศข่าวใหญ่หลายอย่างครับ ที่ Blognone ลงข่าวไปแล้วคือ Mailbox for Android และแอพจัดการรูปภาพตัวใหม่ Carousel

ของใหม่อย่างที่สามคือ Dropbox for Business บริการเก็บข้อมูลบนกลุ่มเมฆสำหรับผู้ใช้องค์กร เปิดบริการเต็มรูปแบบกับผู้ใช้ทุกคน (ที่เสียเงิน) โดยผู้ใช้สามารถแบ่งระหว่างไฟล์ส่วนตัวกับไฟล์องค์กรได้ และแอดมินองค์กรก็สามารถควบคุมการเข้าถึงไฟล์เหล่านี้ได้ (มีฟีเจอร์สำหรับองค์กรอย่างเช่น remote wipe, account transfer, share audit logs)

Tags:
Chromebook

อย่างที่ทราบกันดีว่าในวันนี้ยังคงเป็นช่วงเวลาที่เราต่างก็ร่ำลาระบบปฏิบัติการที่ถือว่าสนับสนุนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ของไมโครซอฟท์อย่าง Windows XP ซึ่ง ณ เวลานี้ หลายองค์กรยังคงอยู่กับ Windows XP อยู่พอสมควร (เช่น รัฐบาลเนเธอร์แลนด์)

ล่าสุด กูเกิลโพสต์ผ่านหน้าบล็อกของบริษัท โดยใจความสำคัญของโพสต์นี้ก็คือ ต้องการชักชวนให้องค์กรต่าง ๆ ย้ายจาก Windows XP มาใช้ Chromebook แทน โดยกูเกิลเสนอโปรโมชั่นเพื่อดึงลูกค้าด้วยการลดราคาค่าบริการในโครงการ Chromebooks for Business โดยกูเกิลจะมอบส่วนลดสำหรับการซื้ออุปกรณ์ที่ใช้ Chrome OS มูลค่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,225 บาท)

Tags:
NetApp

Blognone มีบทสัมภาษณ์บริษัทไอทีขนาดใหญ่ที่ทำโซลูชันด้าน enterprise อยู่เรื่อยๆ รอบนี้เราจะพาไปรู้จักกับ NetApp บริษัทด้านสตอเรจชื่อดัง ซึ่งคนที่อยู่ในวงการก็จะคุ้นเคยอยู่แล้ว ส่วนคนที่ไม่รู้จักก็อาจบอกว่าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย

เราจึงไปคุยกับคุณวีระ อารีรัตนศักดิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เน็ตแอพ (ประเทศไทย) จำกัด ที่จะมาแนะนำข้อมูลองค์กรว่า NetApp คือใคร ทำธุรกิจอะไร และในโลกของสตอเรจมีประเด็นอะไรที่ควรจับตาบ้าง

Tags:

สำหรับองค์กรในปัจจุบัน สิ่งที่เราเรียกกันว่า BYOD (bring your own device) กำลังกลายมาเป็นความท้าทายที่สำคัญ นั่นก็เพราะสถานะของเครื่องที่ไม่ใช่ของบริษัท แต่ข้อมูลภายในบริษัทบางอย่างก็ไม่สามารถปล่อยให้ออกไปสู่สาธารณะได้ ทำให้มีหลายบริษัทที่มีความพยายามในการนำเสนอโซลูชั่นในการจัดการกับปัญหาเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น BlackBerry ที่มีแนวคิดในการเสนอ Personal/Work Space เป็นต้น

Good Technology (ในบทความจะเรียกสั้นๆ ว่า Good) เป็นหนึ่งในบริษัทเหล่านี้ที่นำเสนอโซลูชั่นการจัดการอุปกรณ์ประเภทพกพา (เช่น แท็บเล็ต มือถือ) ให้กับบริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งสอดรับกับแนวโน้มของทิศทางของ BYOD ในปัจจุบัน

Tags:
Cloudera

อินเทลประกาศเข้าซื้อหุ้นในบริษัทซอฟต์แวร์ Cloudera จำนวน 18% คิดเป็นจำนวนเงิน 740 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของอินเทลในบริษัทด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล

Cloudera เป็นบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ต่อยอดจาก Apache Hadoop ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์มาตรฐานในวงการ Big Data โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า CDH (Cloudera Distribution Including Apache Hadoop)

หลังจากที่อินเทลเข้ามาถือหุ้น Cloudera จะพัฒนา CDH ให้เหมาะกับเทคโนโลยีของอินเทลในอนาคต ทั้งด้านแฟลช ความปลอดภัย (McAfee) และการเชื่อมต่อ (Intel Fabric) ส่วนอินเทลเองจะหยุดทำ Intel Hadoop (IHP/IDP) และรวมโครงการเข้ากับ CDH แทน

นอกจากการเข้ามาลงทุนของอินเทลแล้ว Cloudera จะยังได้เงินลงทุนอีกก้อนมูลค่า 160 ล้านดอลลาร์จากบริษัทลงทุน 4 ราย (ซึ่งในนั้นมีบริษัทลงทุนรายใหญ่ T. Rowe Price และ Google Ventures ด้วย)

ที่มา - Intel, Cloudera

Outlook

Outlook Web App หรือ OWA เป็น "หน้ากาก" เวอร์ชันเว็บสำหรับอีเมลองค์กรที่ใช้ Exchange/Outlook

สัปดาห์นี้ไมโครซอฟท์มีงาน Microsoft Exchange Conference จึงมีการประกาศเพิ่มความสามารถให้กับ Outlook Web App โดยจะเริ่มจากเวอร์ชันบนกลุ่มเมฆ (ต้องสมัคร Office 365) ก่อน

  • Clutter ฟีเจอร์สำหรับย้ายอีเมลที่ไม่สำคัญ (แต่ไม่ใช่เมลขยะ) ออกจากกล่องข้อความของผู้ใช้ โดยระบบจะคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ผ่านทั้งประวัติการตอบเมลในอดีตและ Office Graph ส่วนอีเมลที่ถูกคัดแยกจะย้ายไปอยู่ในหมวด CLUTTER ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าไปค้นหาเมลด้วยตัวเองก็ได้
  • เชื่อมต่อกับ OneDrive for Business แล้ว ช่วยให้การแชร์ไฟล์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน (ในบริษัทที่ใช้โซลูชันไมโครซอฟท์ครบวงจร) ทำได้ง่ายขึ้นมาก ในฝั่งผู้รับสามารถเปิดดูและแก้ไขเอกสารได้จากหน้าอีเมลเลย
  • รองรับฟีเจอร์ Groups ของ Yammer ทำให้มีรายชื่อกลุ่มโผล่ขึ้นมาใต้รายชื่อกล่องอีเมลด้วย เราสามารถอ่านบทสนทนาล่าสุดของเพื่อนร่วมงาน (จากระบบของ Yammer) ได้จากหน้า OWA โดยตรง

ที่มา - Office Blogs

Tags:

Satya Nadella ซีอีโอของไมโครซอฟท์ประกาศปรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงใหม่ 3 ตำแหน่ง โดยแบ่งเป็น

  • Phil Spencer เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย Xbox คุมงานทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เกม และออนไลน์ (ทั้งหมดทุกอย่างที่เป็น Xbox)
  • Stephen Elop อดีตซีอีโอของโนเกีย รับตำแหน่งคุมฝ่าย Devices Group ดูแลสินค้าฮาร์ดแวร์ต่างๆ (ตามที่เคยประกาศไว้ตอนเข้าซื้อธุรกิจมือถือของโนเกีย) โดยจะมีผลเมื่อกระบวนการซื้อโนเกียเสร็จสิ้นช่วงปลายเดือนนี้
  • Scott Guthrie หรือชื่อในวงการคือ ScottGu อดีตหัวหน้าทีมซอฟต์แวร์สายนักพัฒนา (.NET/Visual Studio/Azure) ของไมโครซอฟท์ จะมารับตำแหน่งคุมฝ่าย Enterprise and Cloud ซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของ Satya Nadella อย่างเป็นทางการ (ก่อนหน้านี้ Guthrie เป็นแค่รักษาการ)

ที่มา - Microsoft

Tags:

ซอฟต์แวร์กลุ่มที่ถูกพูดถึงมากเป็นอันดับต้นๆ ในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมาคือ mobile device management (MDM) ที่เติบโตตามกระแสการนำอุปกรณ์พกพาส่วนตัวเข้ามาใช้ในที่ทำงาน (BYOD) ซึ่งในการใช้งานจริงๆ ก็จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการอุปกรณ์ เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลองค์กรด้วย

ซอฟต์แวร์ MDM ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย และมีใช้กันในองค์กรขนาดใหญ่ (ที่แต่เดิมซื้อมือถือแบบ BlackBerry แจกพนักงาน) มานานมากแล้ว แต่เมื่อกระแส BYOD มาแรงก็มีการพัฒนาแนวคิดของ MDM ที่เดิมทีสนใจแค่ "อุปกรณ์" (device) ให้ขยายมาถึงแอพพลิเคชัน (mobile application management - MAM) และเนื้อหาหรือข้อมูลในองค์กร (mobile content management - MCM) ด้วย ทำให้บางบริษัทเรียกโซลูชันซอฟต์แวร์แนวนี้ในชื่อรวมๆ ว่า enterprise mobility management (EMM)

Microsoft

นอกจาก Microsoft Office for iPad ที่เปิดตัวเมื่อคืนนี้ ไมโครซอฟท์ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดองค์กรอีกตัวในชื่อ Enterprise Mobility Suite หรือ EMS

EMS เป็น "ชุด" ของบริการที่อยู่บนกลุ่มเมฆของไมโครซอฟท์ (ไม่มีแบบติดตั้งใช้เองในองค์กร) เป้าหมายเพื่อบริหารจัดการการใช้งานอุปกรณ์พกพาภายในองค์กร (BYOD) โดยประกอบด้วยบริการย่อย 3 ตัวคือ

  • Azure Active Directory Premium (AAD Premium) สำหรับการตรวจสอบตัวตน การล็อกอิน และการเข้าถึงข้อมูลภายในองค์กร รองรับการกำหนดกลุ่มผู้ใช้ การรีเซ็ตรหัสผ่าน และเชื่อมต่อเพื่อล็อกอินเข้ากับบริการกลุ่มเมฆ SaaS ของบริษัทอื่นๆ อีกมาก
  • Windows Intune สำหรับบริการจัดการตัวอุปกรณ์พกพา (mobile device management หรือ MDM) โดยระบบบริหารรันอยู่บนกลุ่มเมฆอยู่แล้ว รองรับอุปกรณ์หลากหลายทั้ง Windows Phone, iOS, Android รวมถึงทำงานได้กับ KNOX ของซัมซุงด้วย
  • Microsoft Azure Rights Management Services (Azure RMS) สำหรับการปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กร จำกัดการเข้าถึงเอกสาร ใช้งานร่วมกับ SharePoint, Exchange, Windows Server ได้ด้วย
Tags:
Android

เว็บไซต์ The Information อ้างแหล่งข่าว 2 แห่งระบุว่า Google กำลังพัฒนา Android โดยเน้นเพิ่มฟีเจอร์สำหรับการใช้งานเพื่อองค์กรธุรกิจมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าภาคองค์กรและแย่งส่วนแบ่งมาจาก BlackBerry

Sundar Pichai ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ดูแลงานพัฒนา Android ได้กระตุ้นเตือนทีมงานให้พัฒนาระบบความปลอดภัยของ Android ให้มีความแน่นหนามากยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงฟีเจอร์ที่จะตามมาหลายอย่าง อาทิเช่น การเก็บข้อมูลที่สำคัญมากไว้บนชิปโดยตรง, การเข้ารหัสข้อมูลที่ดียิ่งขึ้น รวมทั้งการปรับปรุงฟังก์ชั่นเพื่อให้ทำงานเข้ากันได้กับอุปกรณ์ที่มีระบบการยืนยันตัวตนแบบพิเศษ (เช่น การยืนยันบุคคลด้วยข้อมูลทางชีวภาพอย่างลายนิ้วมือ เป็นต้น)

นอกจากนี้ว่ากันว่ายังมีการพัฒนา API ซึ่งจะใช้เพื่อการควบคุมอุปกรณ์และแอปได้จากระยะไกล (ฟีเจอร์นี้เพื่อให้สามารถลบข้อมูลสำคัญขององค์กรได้เมื่ออุปกรณ์สูญหาย) รวมทั้งใช้เพื่อสร้างระบบป้องกันแอปบางรายการ เพื่อให้มีเพียงพนักงานเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงแอปขององค์กรได้

ไม่แน่ว่าหากข่าวการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่เพื่อการใช้งานในภาคองค์กรธุรกิจเป็นจริงแล้ว นี่อาจจะเป็น Android เวอร์ชั่นใหม่ในชื่อเล่นรหัสอักษร L ก็เป็นได้ ซึ่งงานนี้ต้องตามดูกันยาวถึงช่วงงานสัมมนาใหญ่ของ Google ในเดือนมิถุนายน

ที่มา - The Next Web

Tags:
AMD

เอเอ็มดีย้ายฐานข้อมูลการผลิตและการทดสอบสินค้าจาก Oracle DB ไปยัง Hadoop เพราะประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบฐานข้อมูลเมื่อข้อมูลมีขนาดใหญ่ๆ มากๆ โดยเอเอ็มดีมีปัญหากับข้อจำกัดกับฐานข้อมูลของออราเคิลที่จำกัดผลการคิวรีไว้ที่ 100,000 ชุด (ที่มาไม่ระบุว่าเอเอ็มดีใช้ฐานข้อมูลรุ่นไหนของออราเคิล) ขณะที่ Hadoop นั้นไม่มีข้อจำกัดแบบนี้ และตอนนี้การคิวรี 99% สามารถทำเสร็จใน 15 นาที ขณะที่การคิวรีเฉลี่ยใช้เวลา 23 วินาที

เอเอ็มดีใช้ Hadoop รุ่นของบริษัท Cloudera ซึ่งในแง่หนึ่ง Cloudera ก็เป็นคู่ค้าของออราเคิลที่จับมือกันมาตั้งแต่ต้นปี 2012

The Register อ้างเอกสารภายในของเอเอ็มดี ระบุว่าฐานข้อมูลของเอเอ็มดีนั้นมีขนาดถึง 276 เทราไบต์ และการย้ายฐานข้อมูลออกจากออราเคิลเพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ที่มา - The Register

Tags:

แนวทางของซอฟต์แวร์ในปัจจุบันและอนาคตที่เริ่มหมุนไปในทิศทางของการบริการ (SaaS) โดยใช้ระบบคลาวด์เข้ามาเป็นโครงสร้างหลักนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในตลาดระดับองค์กรและผู้บริโภค (ตัวอย่างเช่น Adobe Creative Cloud หรือ Microsoft Office 365) ซึ่งในฝั่งองค์กร ความเปลี่ยนแปลงอาจจะเป็นไปค่อนข้างช้าพอสมควร เพราะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของบริษัท (เช่น ระบบการจ่ายเงินเดือน) ถือเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบพอสมควร

Workday ถือเป็นหนึ่งในผู้บริการลักษณะนี้ โดยให้บริการซอฟต์แวร์ที่เป็นระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) อย่างระบบบริหารบุคคล ระบบการเงิน หรือระบบวิเคราะห์ข้อมูล โดยเป็นรูปแบบของการบริการให้กับบริษัท/องค์กร ซึ่งมีลูกค้าที่เป็นทั้งบริษัทขนาดเล็ก และองค์กรขนาดใหญ่ กระจายตัวอยู่ในหลากหลายภาคอุตสากรรม (ลองดูตัวอย่างลูกค้าได้ที่นี่)

Whitehouse

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานข่าวที่ยังไม่ยืนยันจากแหล่งข่าวในทำเนียบขาวว่า ทีมเทคนิคและทีมความปลอดภัยของทำเนียบขาวกำลังทดสอบการใช้งานสมาร์ทโฟนจากซัมซุงและแอลจี (โฆษกของกระทรวงกลาโหมสหรัฐยืนยันข่าวนี้โดยบอกว่าทีมความปลอดภัยกำลังทดสอบสมาร์ทโฟนหลายรุ่น แต่ไม่บอกว่ารุ่นใดหรือยี่ห้อใดเหมือน Wall Street Journal)

ข่าวนี้สร้างผลสะเทือนต่อสถานะของ BlackBerry ในฐานะสมาร์ทโฟนที่หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐเลือกใช้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลว่าตัวประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่รู้กันว่าใช้ BlackBerry รุ่นปรับแต่งพิเศษ จะย้ายไปใช้สมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นหรือไม่ (เขามี iPad ไว้ใช้อ่านเอกสาร แต่ไม่มี iPhone)

Wall Street Journal ระบุว่าในการทดสอบครั้งนี้ ไม่มี iPhone อยู่ในรายชื่อมือถือที่ทดสอบด้วย และคงต้องทดสอบกันอีกสักพักกว่าเราจะเห็นมือถือยี่ห้ออื่นๆ ถูกนำมาใช้งานจริงต่อไป

ที่มา - Wall Street Journal

Tags:
Dell

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมงานแถลงข่าวทิศทางการดำเนินกิจการในเมืองไทย ซึ่งเป็นการแถลงข่าวครั้งแรกในไทยของเดลล์ หลังจากที่ออกจากการเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกา (เปลี่ยนสภาพมาเป็นบริษัทเอกชน) ซึ่งจะเป็นทิศทางสำคัญและจะได้เห็นภาพของการดำเนินกิจการนับจากนี้ครับ

Tags:
Trend Micro

ปัญหาเรื่อง Windows XP หมดอายุ 8 เม.ย. เป็นเรื่องใหญ่ของฝ่ายไอทีในองค์กรทั่วโลก แต่ "ความเป็นจริง" ที่พบก็คือการย้ายจาก XP เป็นเรื่องไม่ง่ายเพราะติดอยู่กับแอพพลิเคชันหลายตัวที่เขียนขึ้นมาสำหรับ XP เท่านั้น

สำหรับคนที่จำเป็นต้องอยู่กับ XP ต่อไปจริงๆ สิ่งที่กังวลที่สุดคงเป็นเรื่องช่องโหว่ zero-day ที่จะถูกค้นพบในอนาคต (และประกาศต่อสาธารณะ) แต่ไมโครซอฟท์จะไม่ออกแพตช์บน XP ให้อีกแล้ว คำถามคือจะเอาตัวรอดจากช่องโหว่เหล่านี้ได้อย่างไร

บริษัทความปลอดภัยหลายค่ายก็มีโซลูชันเฉพาะในแบบของตัวเอง ซึ่งค่าย Trend Micro เจ้าของซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสชื่อดังก็มีผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Virtual Patching หรือ Intrusion Defense Firewall (IDF)

Tags:
SQL Server

Microsoft SQL Server 2014 เข้าสู่สถานะ RTM พร้อมส่งให้กับลูกค้าแต่จะเปิดตัวจริงในวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยความสามารถใหม่สำคัญคือการเร่งความเร็วการประมวลผลฐานข้อมูลในหน่วยความจำ (in-memory database) และการทำงานร่วมกับ Azure ได้อย่างแนบแน่น

เอนจินใหม่สามารถคอมไพล์ stored-procedure เป็นโค้ดแบบเนทีฟเพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้น การประมวลผลขนานมีประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นก่อน การสร้างตารางในหน่วยความจำสามารถผสมกับตารางในดิสก์ตามปกติได้รวมถึงสามารถคิวรีผสมกันระหว่างตารางสองแบบได้เลย อย่างไรก็ดี มีคีย์เวิร์ดจำนวนมากไม่สามารถใช้กับตารางในหน่วยความจำได้ ข้อจำกัดคือรองรับหน่วยความจำได้ 256GB เท่านั้น โดยไมโครซอฟท์สัญญาว่าขยายออกไปมากกว่านี้ในเวอร์ชั่นต่อๆ ไป

ประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงในวงการ cloud มาโดยตลอดคือข้อมูลที่ไปอยู่บน public cloud อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะข้อมูลที่อ่อนไหวมากๆ เช่น ข้อมูลด้านความมั่นคงหรือข้อมูลด้านการแพทย์

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐก็เริ่มขยับตัว เดินหน้าใช้งาน public cloud กันแล้ว โดยกองทัพเรือของสหรัฐ (U.S. Navy) ประกาศว่าจะนำข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้ว (public-facing data) ขึ้นไปไว้บนกลุ่มเมฆของ Amazon Web Services แทนการบริหารเซิร์ฟเวอร์เอง ด้วยเหตุผลว่าลดต้นทุนในการดูแลศูนย์ข้อมูลลงได้ 60% จากเดิม

Terry Halvorsen ซีไอโอของสำนักงานกองทัพเรือบอกว่าภารกิจของเขาคือการสร้างสมดุลระหว่างการนำข้อมูลขึ้นกลุ่มเมฆเพื่อลดค่าใช้จ่าย กับการรักษาความลับโดยการเก็บข้อมูลไว้ภายในองค์กรเอง

รัฐบาลสหรัฐในปัจจุบันมีนโยบายลดค่าใช้จ่ายด้านศูนย์ข้อมูล ภายใต้โครงการชื่อ Federal Data Center Consolidation Effort (FDCCI) ซึ่งจะปิดศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กที่ใช้ไม่ค่อยคุ้ม แล้วรวมงานขององค์กรหลายๆ แห่งมารันบนศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่แทน รวมถึงย้ายงานเซิร์ฟเวอร์แบบเดิมๆ มารันแบบ virtualization ด้วย

ที่มา - Data Center Knowledge

Tags:

โลกของซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีเริ่มหมุนไปรับมือกับสิ่งที่เรียกว่า big data กันมากขึ้น ทำให้บทบาทของ data scientist’ หรือคนที่ทำหน้าที่เอาข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลเพื่อที่จะสร้างการคำนวณและวาดแนวโน้มได้อย่างแม่นยำ กลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากขึ้นเช่นกัน

ในระยะหลังเราพบเห็นบรรดานักประมวลผลข้อมูลเหล่านี้เริ่มจัดตั้งบริษัท แสวงหาเงินทุน และนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือที่เป็นไปในลักษณะโซลูชั่น หรือชุดของการบริการที่มุ่งจะตอบโจทย์ของบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้อย่างเต็มที่

Palantir เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มที่ว่านี้ (ที่เราอาจจะยังไม่รู้จักกับมันนัก) นั่นก็เพราะความใหม่ในเชิงแง่ของแนวคิดอย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้าแล้วส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งคือเป็นบริษัทที่ทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับ Big Data ที่ตอบโจทย์ของหน่วยงานภาครัฐ/หน่วยงานความมั่นคงเป็นหลัก (ซึ่งอยู่ห่างไกลจากชีวิตเรามาก) แต่หากพิจารณาถึงการได้ทุนสนับสนุนครั้งล่าสุดที่ 9 พันล้านบาทแล้ว ก็นับว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง