Tags:

บริษัท Eolas Technologies เป็นบริษัทผู้ถือสิทธิบัตรของ Michael Doyle นักชีววิทยาได้เขียนโปรแกรมเพื่อติดต่อระหว่างนักชีววิทยาในช่วงปี 1993 และจดสิทธิบัตรเอาไว้ ในตอนนี้เขากำลังใช้สิทธิบัตรเหล่านั้นเพื่อฟ้องบริษัทไอทีต่างๆ โดยอ้างว่าสิทธิบัตรครอบคลุมถึง เว็บแบบโต้ตอบได้ (interactive web) ทั้งหมด

Tim Berners-Lee ขึ้นให้การต่อศาลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เล่าถึงการสร้างเบราเซอร์ที่ชื่อว่า Viola ของนักเรียนที่ชื่อว่า Pei Wei ในช่วงปี 1991

เรื่องที่น่าสนใจคือ Doyle ไม่ได้อ้างว่าครอบครองเทคโนโลยีเว็บทั้งหมด แต่ครอบครองเทคโนโลยีเว็บโต้ตอบ ซึ่งจะหมายถึงเมื่อเว็บสามารถคลิกเพื่อดูวิดีโอ หรือมีการโต้ตอบแบบ AJAX ได้ก็จะกลายเป็นละเมิดไปทั้งหมด

งานนี้ Tim Berners-Lee พยายามชี้แจงว่าเว็บนั้นเป็นบริการที่โต้ตอบกับผู้ใช้อยู่แล้วตั้งแต่แรก ส่วนทนายของ Eolas นั้นพยายามจะชี้ว่า Tim นั้นมีภาพลบต่อสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ โดยยกการให้พูดของเขาหลายๆ ครั้งขึ้นมา

บริษัทที่ถูก Eolas ฟ้องตั้งแต่ปี 2009 นั้นมีถึง 20 บริษัทแต่ส่วนใหญ่ยอมความกันนอกศาล เหลือ 8 บริษัทที่ต่อสู้คดีในชั้นศาล และกระบวนการต่อจากนี้อยู่ในช่วงของการพิจารณาว่าสิทธิบัตรนี้มีผลจริงหรือไม่ เช่นหากพบว่ามันทับซ้อนกับเว็บทั่วไป ก็จะถือว่าไม่มีผลจริงเพราะมีการสร้างสรรค์ขึ้นก่อน (prior arts)

ที่มา - Wired-1, Wired-2

Tags:

การเป็นนิรนาม (Anonymity หรือ Anonymous) และอินเทอร์เน็ตอาจจะดูว่าเป็นสิ่งคู่กัน แต่ในมุมมองของ Alexander Ntoko หัวหน้าฝ่ายแผนปฏิบัติการของ International Telecommunication Union (ITU) อินเทอร์เน็ตในยุคเริ่มต้นไม่ได้เป็นเช่นนั้น และมันก็ไม่ควรจะเป็นเช่นนั้นในอนาคตเช่นกัน

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีกระแสการเรียกร้องถึงการทำให้อินเทอร์เน็ตเป็นสภาวะนิรนาม แต่ Ntoko มีมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยเขาเชื่อว่าบางส่วนของข้อมูลส่วนตัวควรถูกเปิดเผยไว้ เพราะข้อมูลบางอย่างเราสามารถรับรู้ได้ทันทีจากการพบกันซึ่งหน้าแต่ไม่สามารถรับรู้ได้จากการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น รู้ว่าคนที่กำลังพูดคุยด้วยอยู่ขณะนี้เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่, อยู่ในพื้นที่ภูมิภาคเดียวกันหรือไม่ หรือแม้กระทั่งรูปร่างลักษณะเป็นยังไง เขายังบอกอีกด้วยว่าในยุคเริ่มแรก อินเทอร์เน็ตก็เป็นเช่นนี้ คือไม่ได้ถูกสร้างโดยมีเป้าหมายว่ามันจะต้องเป็นสังคมนิรนาม

Tags:
Android

บริษัท 51Degrees.mobi ซึ่งทำธุรกิจด้าน mobile web optimization และ mobile analytics ออกมาเผยสถิติการใช้งาน mobile web ตลอดปี 2011 ที่ผ่านมา

51Degrees.mobi ไม่ได้ให้สถิติภาพรวมของทั้งโลก แต่แบ่งออกเป็นภูมิภาคต่างๆ โดยที่เปิดเผยข้อมูลมีเพียงยุโรปและสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

  • ทิศทางตลาดเว็บยุโรปทั้งปี 2011 - เข้าผ่านพีซี 82.47%, มือถือ 14.10%, แท็บเล็ต 3.43%
  • ส่วนแบ่งตลาดเว็บสหรัฐ ครึ่งหลังของปี 2011 - Android แซงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 36.6%, iOS ลดเหลือ 34.1%
  • ส่วนแบ่งตลาดเว็บยุโรป ครึ่งหลังของปี 2011 - iOS ยังเป็นแชมป์ที่ 42.6% (แต่ส่วนแบ่งลดลง) Android ตามมาห่างๆ ที่ 19.5%, RIM ประมาณ 9%
  • ส่วนแบ่งตลาดเว็บยุโรป ครึ่งหลังของปี 2011 แยกตามยี่ห้อ - ซัมซุงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 11.6% ที่เหลือก็ตามกราฟ
  • ส่วนแบ่งตลาดเว็บอินเดีย ครึ่งหลังของปี 2011 - มีข้อมูลของโนเกียยี่ห้อเดียว โดยส่วนแบ่งลดลงจาก 57.3% มาเหลือ 50.6% แต่ภาพรวมยังเป็นแชมป์แบบทิ้งห่าง, ส่วน Android โดยรวมขึ้นมาที่ 6%
Tags:

ดูเหมือนว่าการปิดหน้าเว็บเพื่อประท้วงร่างกฎหมาย PIPA และ SOPA โดยเว็บชื่อดังหลายเว็บได้ผล โดยสมาชิกสภาคอนเกรสเริ่มถอดถอนชื่อเพื่อสนับสนุนร่างกฎหมายสองฉบับดังกล่าวแล้ว เช่น ส.ว. Marco Rubio ที่สนับสนุน PIPA มาตลอดกับ ส.ส. รัฐอาริโซน่า Ben Quayle ที่เคยสนับสนุน SOPA

Rubio ได้เขียนบนหน้าเฟสบุ้คของตัวเองว่า "มันมีวิธีที่ดีกว่าที่จะต่อสู้กับการขโมยทรัพย์สิน ไอเดีย และอาชีพของชาวอเมริกันในโลกออนไลน์"​ และยังได้บอกอีกว่าสภาคอนเกรสไม่ควรที่จะรีบผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวที่อาจทำให้เกิดผลเสียตามมาได้โดยไม่ได้ตั้งใจ

คาดว่าหลังจากนี้เราจะได้เห็นการถอดถอนรายชื่อโดยนักการเมืองอีกหลายรายในสหรัฐ จากการสนับสนุนร่างกฎหมายทั้งสองนี้เรื่อย ๆ (ในที่มาของข่าวนี้ก็มีการอัพเดตเรื่อย ๆ ว่ามี ส.ส. และ ส.ว. อีกหลายรายขอถอนตัว) นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการ "ฟังเสียงของประชาชน" เหมือนกัน

ที่มา - Mashable

Tags:
IPv6

Internet Society อาศัยวันครบรอบ 1 ปีวัน(ทดสอบ) IPv6 โลก ประกาศให้วันที่ 8 มิถุนายนนี้ เป็นวันเปิดใช้งาน IPv6 เต็มรูปแบบสำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ซึ่งเบื้องต้นได้รับความร่วมมือจากบรรดาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ๆ เช่น AT&T, Comcast (ที่ได้ให้บริการ IPv6 อยู่ระยะหนึ่งแล้ว), KDDI และรายอื่นๆ อีกพอสมควร

นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเจ้าพ่อวงการเครือข่ายอย่าง Cisco และรายย่อยลงไปอย่าง D-Link ที่จะเปิด IPv6 มาให้เป็นค่าปกติสำหรับอุปกรณ์เราท์เตอร์ตามบ้านที่วางจำหน่ายตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป และเจ้าเก่าอย่าง เฟซบุค กูเกิล ไมโครซอฟท์ (เฉพาะ Bing) และยาฮู รวมถึงผู้ให้บริการ CDN ระดับโลกอย่าง Akamai และ Limelight ยืนยันที่จะร่วมเปิดใช้งานในหน้าเว็บไซต์หลักของตน "เป็นการถาวร" หลังจากที่ให้บริการในช่องทางเฉพาะมาระยะหนึ่งแล้วด้วย

งานนี้ไม่ได้จำกัดประเทศที่เข้าร่วมแน่นอนครับ ท่านใดพร้อมก็เตรียมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ ได้เลย จะได้ไม่ฉุกละหุกในวันเปิดใช้งานจริง ทั้งนี้หากท่านใดสนใจหาข้อมูลผลการทดสอบเมื่อปีที่แล้วก็สามารถเข้าไปดูกันได้ที่เว็บไซต์ของ World IPv6 Day เลยครับ

ที่มา: Internet Society, GoogleBlog, Facebook Engineering

Tags:
ICANN

ช่วงหลังเราคงเห็น TLD (Top Level Domain) แปลกๆ กันหลายอัน ล่าสุดผู้ดูแลระบบโดเมนคือ ICANN ได้ประกาศว่าจะรับจด TLD อย่างอิสระหรือที่เรียกว่า gTLD (Generic Top Level Domain) แต่ค่าจดนั้นอยู่ที่ 185,000 ดอลลาร์ต่อ TLD หรือประมาณ 6 ล้านบาท

นอกจากการจดแบบอิสระแล้ว TLD ทั้งหมดจะไม่ถูกจำกัดเป็นภาษาอังกฤษอีกต่อไป

ทาง ICANN คาดว่า จะได้รับคำขอจดทะเบียนโดเมนเหล่านี้เป็นจำนวน 1,000 ถึง 1,500 ชุด โดยส่วนมากน่าจะเป็นแบรนด์ต่างๆ ที่ชิงจดเพื่อยุติปัญหาแบรนด์ของตัวเองถูกนำไปใช้งานใน TLD อื่นๆ ที่บริษัทเหล่านี้ต้องตามไปจดไม่หยุดหย่อน

ปัญหาเดิมๆ ที่เคยมีมาคือ ความน่ากลัวของการทำ phishing จะสูงขึ้น อาจจะมีใครสักคนจด .com ด้วยตัวอักษรที่คล้ายตัวโรมัน แต่ค่าใช้จ่ายของโดเมนเกือบ 6 ล้านบาทก็น่าจะทำให้คุ้มค่าได้ยากเพราะหากมีการปล่อยจนเกิด phishing จริงเพียงแค่ผู้ดูแลระบบทั่วโลกบล็อกโดเมนนั้นๆ ที่ลงทุนมาหลายล้านบาทก็จะไร้ค่าทันที

เร็วๆ นี้คงมีบริษัทไปจด .thai เอามาขายกันในประเทศ

ที่มา - The Register

Tags:
28C3

ทีมงาน Tor ที่สร้างเครือข่ายที่ระบุตัวตนไม่ได้ด้วยการเข้ารหัสและส่งข้อมูลต่อไปมาในเครือข่ายอย่าง Tor สร้างความกังวลใจให้กับรัฐบาลหลายต่อหลายประเทศ ด้วยความสามารถในการซ่อนตัวผู้ใช้งานข้ามไปมาหลายประเทศจนการติดตามตัวแทบเป็นไปไม่ได้ ทำให้หลายรัฐบาลหลายชาติพยายามบล็อคการใช้งาน Tor กันเรื่อยมา

ทีมงาน Tor ได้ขึ้นเวที 28C3 และรายงานถึงความพยายามที่จะบล็อค Tor ในหลายประเทศ เหตุการณ์สำคัญๆ

  1. ประเทศไทยเป็นชาติแรกที่บล็อคเว็บ torproject.org ด้วยการ redirect ไปยังเว็บของกระทรวงไอซีที
  2. ความพยายามบล็อค Tor ด้วยการบล็อคทุกเว็บที่มี URL เป็น /tor/... เพื่อป้องกันการเข้าถึงฐานข้อมูลเครื่อง relay ในระบบ Tor
  3. จีนพยายามบล็อค Tor ด้่วยการดาวน์โหลดรายชื่อเครื่องทั้งหมดในฐานข้อมูลแล้วบล็อคตามหมายเลขไอพี
  4. ทีมงาน Tor เคยพยายาม "หลอก" ทางการจีนด้วยไอพีของบริการที่ทางการจีนอนุญาต พบว่าบริการเหล่านั้นไม่ถูกบล็อค แสดงว่าจีนใช้คนนั่งตรวจรายการหมายเลขไอพี
  5. ทีมงาน Tor สร้างระบบ Bridge เพื่อเป็นทางเข้าเครือข่าย Tor ให้กับประเทศที่ไม่สามารถเข้าถึงเครือข่ายได้ ผลคือระบบมีผู้ใช้จากจีนสูงขึ้นมาก ช่วงที่สูงสุดนั้นสูงกว่า 60,000 คน
  6. อิหร่่านและบางประเทศนั้นพยายามตรวจสอบแพ็กเก็ตในระดับลึก (Deep Packet Inspection - DPI) เพื่อค้นหาการเชื่อมต่อ Tor และบีบความเร็วลงเพื่อสร้างลำบากให้กับผู้ใช้
  7. จีนพยายามบล็อคการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสทั้ง Tor และ SSH Tunnel

ทีมงาน Tor ยังเน้นว่าปัญหาสำคัญของ Tor คือเป้าหมายที่จะปกปิดตัวตนของผู้ใช้ หากประเทศใดมีผู้ใช้ไม่มากพอก็จะทำให้ผู้ใช้ถูกเปิดเผย (จากการถูกตรวจสอบว่าใช้ Tor) นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะเปลี่ยน Tor ให้เป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ SSL เพื่อหลบ DPI ต่อไป

ประเด็นอื่นๆ ยังมีอีกมา วิดีโอสำเนียงฟังไม่ยากนัก ถ้าใครพอฟังไหวก็ดูได้ท้ายข่าว

ที่มา - CCC

Tags:
Firefox

David Ascher ผู้บริหารของ Mozilla เขียนบล็อกถึงแนวทางใหม่ที่ Mozilla จะมุ่งไปในอีก 5 ปีข้างหน้า

เขาบอกว่า Mozilla เดิมที่เราเคยรู้จักต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว เดิมทีเป้าหมายของ Mozilla คือดึงศักยภาพของเว็บออกมาให้เต็มที่ (จากที่เคยถูก IE6 กดเอาไว้) โดยสร้างเบราว์เซอร์ที่ทำงานได้รวดเร็ว มีฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์ และมีฐานผู้ใช้เป็นจำนวนมาก ซึ่งผลที่ได้ (หมายถึงการออก Firefox) ออกมาค่อนข้างดี นั่นคือเบราว์เซอร์พัฒนาไปเยอะมาก มาตรฐานเว็บก็พัฒนาตาม และเว็บไซต์เองก็น่าสนใจกว่าเดิม

แต่เขาก็บอกว่าตอนนี้เบราว์เซอร์ไม่ใช่เรื่องสำคัญเพียงเรื่องเดียวของชีวิตออนไลน์อีกแล้ว เพราะมีประเด็นใหม่อีก 3 ประเด็นที่ปรากฏขึ้นมา และ Mozilla ควรจะให้ความสนใจกับมัน

Tags:

เว็บ Know Your Meme ซึ่งเป็นเว็บในเครือ Cheezburger (เจ้าของ FAIL Blog ต้นตำรับ) เป็นเว็บที่ทำการรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับ Internet Meme ต่าง ๆ ที่เป็น "กระแส" ตลอดปีที่ผ่านมาอยู่ในสังคมออนไลน์ทั่วโลก

สำหรับใครที่ไม่รู้จักว่า Internet Meme คืออะไร มันคือ "กระแส" ที่กลายเป็นวัฒนธรรมบนโลกออนไลน์ในระยะเวลาสั้น ๆ หนึ่งตัวอย่างที่ดีของ Internet Meme ที่กลายเป็นวลีดังข้ามทะเลมาถึงไทยก็คือ "ธนูปักหัวเข่า" ซึ่งไม่ติดโผ Meme ฮิตประจำปีนี้ อาจจะเป็นเพราะว่ามาช้าไป อีกตัวอย่างที่เรารู้จักกันดีก็คือ "แพล้งกิ้ง" ครับ

ในปีนี้จากข้อมูลที่ทางเว็บได้เก็บผ่านวิธีต่าง ๆ ปี 2011 เรามี Internet Meme ที่ยอดนิยมเรียงลำดับตามนี้ครับ

Tags:
Chrome

Chrome นับเป็นการลงทุนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตัวหนึ่งของกูเกิล (แม้จะยังไม่สามารถทำเงินได้โดยตรงก็ตาม) ทาง StatCounter ได้รายงานว่าล่าสุด Chrome 15 นับเป็นเบราเซอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกแล้ว เมื่อนับเบราเซอร์แยกตามรุ่น ขณะที่อันดับสองนั้นคือ IE8 ที่กำลังถดถอยลงเรื่อยๆ

เมื่อนับสถิติแยกรุ่นเช่นนี้ Chrome มีความได้เปรียบหลายอย่าง นับแต่นโยบายการอัพเกรดโดยไม่บอกผู้ใช้ และการไม่ผูกติดกับระบบปฎิบัติการ ทำให้ Chrome รุ่นเดียวกันอยู่บน Windows XP จนถึง Windows 7, Linux, และ Mac OS X ได้ หากอนาคตกูเกิลสามารถรวม Chrome เข้าไปใน Android ได้ตามแผน ส่วนแบ่งรวมน่าจะยิ่งนำห่างชัดกว่านี้มาก

ขณะที่ IE นั้นมีปัญหาคือไมโครซอฟท์ไม่ได้ซัพพอร์ตเบราเซอร์ใหม่ให้กับระบบปฎิบัติการเก่าๆ อีกแล้ว การเปลี่ยนรุ่นจึงเปลี่ยนตามระบบปฎิบัติการ แต่ปรากฏว่าความนิยมของ Windows XP นั้นยังสูงอยู่มาก ทำให้เกิดทางตันสำหรับผู้ใช้ Windows XP ที่ไม่สามารถใช้งาน IE9 ได้ จนเกิดการแบ่งตลาดกันเอง

ที่มา - StatCounter

Tags:
.xxx

โดเมนชั้นบนสุดในชื่อ .xxx นั้นเป็นโดเมนที่ถกเถียงกันมากที่สุดตัวหนึ่งในโลก หลังจากต่อสู้มาหลายปีเพื่อขออนุมัติ และเริ่มใช้งานในการรับจดทะเีบยนวงจำกัดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตอนนี้ .xxx ก็เปิดให้ทุกคนเข้าจดโดเมนได้เองแล้ว

ทาง ICM Registry ผู้ดูแลโดเมน .xxx ระบุว่าตอนนี้มีการจดโดเมน .xxx ไปแล้วกว่า 100,000 ชื่อ โดยอาจจะเป็นธุรกิจอื่นๆ ที่เข้ามาจองชื่อไว้ก่อนที่จะมีคนเอาชื่อบริษัทไปจดทะเบียน ทาง ICM คาดว่าในปีแรกจะมีคนจดทะเบียนชื่อถึง 500,000 ชื่อแต่ด้วยยอดตอนนี้ก็ไม่น่าจะทันแล้ว

นอกจากโดเมนยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่หวังแล้ว ICM ยังเสี่ยงจะถูกฟ้องจากหลายบริษัทที่ไม่ต้องการใช้งานโดเมน .xxx โดยบริษัทจำนวนมากถูกบีบให้ต้องจดในช่วงเวลาที่เปิดให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าเท่านั้น ทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากกว่าปรกติ

ค่าจดทะเบียนแต่ละชื่ออยู่ที่ 79 ถึง 129 ดอลลาร์แล้วแต่บริษัทและโปรโมชั่น

มันเต็มไปด้วยเด็กฝึกงาน....

ที่มา - The Register

Tags:
OpenDNS

OpenDNS นั้นให้บริการ DNS ฟรีมาเป็นรายแรกๆ (ช่วงหลังมีกูเกิลลงมาแข่งด้วย) แต่ล่าสุด OpenDNS ก็เปิดบริการ DNSCrypt เพิ่มขึ้นมาแล้ว

บริการ DNSCrypt นี้จริงๆ ก็คือการเชื่อมต่อกับ OpenDNS ผ่าน SSL เพื่อป้องกันการปลอมแปลงข้อมูลหรือดักฟังการใช้งานเว็บ มันช่วยลดความเสี่ยงในบางกรณีเช่น DNS Poisoning ลงได้ แต่มันไม่ใช่การรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบเหมือน DNSSEC คือหากข้อมูลฝั่ง OpenDNS ผิด เราก็จะได้ข้อมูลมาผิดด้วย

ตอนนี้มีเฉพาะรุ่นแมคเท่านั้นส่วนวินโดวส์และลินุกซ์จะตามมาเร็วๆ นี้ สำหรับบ้านเราระบบเข้ารหัสแบบนี้น่าจะมีปัญหากับระบบล็อกอิน Wi-Fi จำนวนมาก อาจจะต้องปิดโปรแกรมก่อนตอนจะล็อกอิน หรือไม่ก็จำ URL สำหรับล็อกอินเตรียมไว้

ที่มา - OpenDNS

Tags:

ปัญหาค่าอินเทอร์เน็ตเวลาเปิด roaming นั้นเป็นปัญหาที่ผู้ใช้บริการทุกประเทศต้องเจอ เพราะค่าบริการแตกต่างกันมากจนบางกรณีการใช้งานอาจจะแพงถึง 600 บาทต่อเมกกะไบต์ กลายเป็นช่องทางให้บริษัทหนึ่งที่ชื่อว่า MAXROAM ทำซิมการ์ดสำหรับการใช้งานต่างประเทศออกมาโดยเฉพาะ

MAXROAM มีแนวคิดง่ายๆ คือบริษัทไปติดต่อกับโอเปอร์เรเตอร์ในแต่ละประเทศไว้ล่วงหน้า และกำหนดอัตราค่าใช้งานกับลูกค้าในอัตราเดียวกันทั่วโลก ข้อดีคือเป็นซิมแบบเติมเงินทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลว่าค่าใช้จ่ายจะเกินกำหนด และค่าใช้งานก็อยู่ที่ 20 บาทต่อเมกกะไบต์ อาจจะไม่ถูก แต่ก็สบายใจดี

ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผมคงเป็นการไปซื้อซิมเติมเงินจากประเทศต่างๆ ใช้งาน หลายประเทศมักมีซิมเติมเงินที่สมัครอินเทอร์เน็ตไม่จำกัดได้ในราคาไม่แพงนัก แต่ก็จะมีปัญหาเวลาเดินหาซิมใช้งานเมื่อไปถึง หากซื้อซิมแบบ MAXROAM นี้ไว้ก็จะใช้งานได้ตลอดเวลาทันทีที่เครื่องลงจอด

ใช้งานได้ใน 48 ประเทศทั่วโลก และราคาซิมเริ่มต้น 13.51 ดอลลาร์ หรือประมาณ 400 บาท ถ้าต้องการต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาก็นับว่าน่าสนใจ หรือถ้าบ้านเราค่ายมือถือจะเอามาเลียนแบบบ้าง เน้นประเทศใกล้ๆ เป็นหลักก็น่าจะดีไม่น้อย

ที่มา - TechCrunch, MAXROAM

Tags:
Bill Gates

มูลนิธิของบิล เกตส์และภรรยา (Bill and Melinda Gates Foundation) บริจาคเงิน 30 ล้านดอลลาร์ ร่วมสนับสนุนโครงการของรัฐบาลเวียดนามที่มีเป้าหมายเพิ่มอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตในชนบท

โครงการนี้ใช้งบประมาณรวม 50.6 ล้านดอลลาร์ โดยได้เงินสนับสนุนส่วนหนึ่งจากมูลนิธิของบิล เกตส์ และได้ซอฟต์แวร์สนับสนุนจากไมโครซอฟท์ (ที่เหลือเป็นเงินของรัฐบาลเอง) รูปแบบโครงการจะติดตั้งคอมพิวเตอร์จำนวน 12,070 เครื่อง กระจายในห้องสมุด 1,900 แห่งใน 40 จังหวัดของเวียดนาม คาดว่าจะเพิ่มปริมาณผู้ใช้เน็ตได้อีก 760,000 คน

ชาวเวียดนามสามารถใช้เน็ตได้ฟรีจากคอมพิวเตอร์เหล่านี้ หรือบางแห่งจะคิดค่าใช้จ่ายในราคาครึ่งหนึ่งของร้านเน็ตท้องถิ่น

ตัวแทนของมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ ระบุว่าโครงการนี้เป็นโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเวียดนาม หลังจากเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากขึ้น

ที่มา - Bill & Melinda Gates Foundation, The Next Web

Tags:
Comcast

ปัญหา IPv6 เรื่องใหญ่คือการบรรดาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจำนวนมากไม่กล้าที่จะให้บริการเต็มรูปแบบเพราะกลัวจะเจอปัญหา แต่วันนี้ทาง Comcast ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ก็ประกาศปล่อย IPv6 แล้ว

การเริ่มใช้งาน IPv6 ในช่วงเวลานี้ชัดเจนว่าเราไม่สามารถใช้งานเฉพาะ IPv6 กับลูกค้าตามบ้านได้ เพราะอุกรณ์จำนวนมากยังไม่รองรับ แต่ Comcast ก็ใช้เทคนิค native dual stack คือปล่อยหมายเลขไอทีทั้งแบบ IPv4 และ IPv6 ไปพร้อมกันแล้วให้ลูกค้าเลือกใช้กันเอง

การประกาศใช้ IPv6 นี้เป็นการแสดงท่าทีของ Comcast ไปพร้อมกันว่าทาง Comcast จะไม่ยอมแก้ปัญหาหมายเลขไอพีไม่พอด้วย NAT

ที่มา - Comcast

Tags:
Canada

เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วบางคนอาจจำได้ว่ากูเกิลสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระดับ 1Gbps บริเวณมหาวิทยาลัย Stanford แต่วันนี้ Shaw ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสัญชาติแคนาดามาแรงกว่าด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับ 100Gbps บนเครือข่ายใยแก้วนำแสง

โดย Shaw นั้นได้ใช้ระบบเครือข่ายของ Alcatel-Lucent ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง กล่าวคือสายใยแก้วนำแสง 1 คู่จะสามารถรองรับการใช้งานความเร็วดังกล่าวได้ถึง 88 ช่องสัญญาณ ด้วยประสิทธิภาพนี้เองทำให้ผู้ให้บริการยกตัวอย่างว่าภายในเครือข่ายสามารถส่งข้อมูลระดับบลูเรย์ได้ถึง 44 แผ่นในหนึ่งวินาทีเท่านั้น (อะไรจะขนาดนั้น)

ข่าวนี้ถูกเปิดเผยหลังจากการทดลองภาคสนามบนพื้นที่ระหว่างเมือง Calgary และ Edmonton ในแคนาดา ซึ่งหมายความว่าในปัจจุบันตัวบริการนั้นพร้อมแล้วที่จะออกสู่สาธารณะ และมั่นใจได้เลยว่าบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกำลังแผ่ขยายไปทั่วแคนาดา หากสนใจสามารถอ่าน Press Release ฉบับเต็มได้จากที่มาครับ

ที่มา - Engadget

Tags:
ICANN

เวลาที่เราลงระบบปฎิบัติการใหม่ ตัวติดตั้งมักจะถามเมืองที่เราอาศัยอยู่เพื่อตรวจสอบเขตเวลา (timezone) แล้วปรับให้ตรงกับเวลาส่วนอื่นๆ ของโลก ฐานข้อมูลนั้นเรียกว่า tz database สร้างขึ้นโดยนาย David Olson และยังเป็นผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์จนถึงทุกวันนี้

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เมื่อบริษัท Astroable ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทำนายดวงชะตาได้ฟ้องต่อนาย Olson ว่าฐานข้อมูลนั้นไปละเมิดลิขสิทธิ์ "The ACS Atlas" ซึ่งในฐานข้อมูลมีระบุไว้ว่าได้นำข้อมูลมาจากแผนที่นั้นจริง แม้ยังเป็นที่น่าสงสัยว่าข้อมูลแบบนี้จะสามารถนำมาฟ้องลิขสิทธิ์ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม Olson ได้ปิดเซิร์ฟเวอร์ของโครงการลงไประหว่างสู้คดี

งานนี้เดือดร้อนถึง ICANN เพราะโลกอินเทอร์เน็ตนั้นความแตกต่างของเวลาเกิดขึ้นตลอดเวลา และหากไม่มีฐานข้อมูลชุดหลักที่ทำงานตรงกันความโกลาหลก็จะเกิดขึ้นได้ ICANN จึงประกาศจะนำฐานข้อมูลชุดนี้มาอยู่ในความดูแลของตัวเอง

แม้ ICANN อาจจะถูกฟ้องจากกรณีนี้แต่ในฐานะองค์กร ทาง ICANN ก็ยังพร้อมรับมือกับคดีความมากกว่า Olson ที่ต้องรับคดีด้วยตัวเอง

ที่มา - The Register,ICANN (PDF)

Tags:
USA

กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ กำลังขอข้อมูลจากภาคเอกชนเพื่อหาความเป็นไปได้ที่จะให้มีแนวทางปฎิบัติสำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่จะช่วยเตือนผู้ใช้บริการที่เสี่ยงต่อการติด Botnet ให้อัพเดตระบบให้ปลอดภัย, แจ้งเดือนผู้ใช้ด้วยวิธีการต่างๆ เมื่อติด Botnet แล้ว, และหาทางบรรเทาปัญหาเมื่อพบคอมพิวเตอร์ที่ติด Botnet

การเก็บข้อมูลครั้งนี้ทั้งสองกระทรวงหวังให้มีการสร้างหลักจรรยาบรรณในการดำเนินกิจการให้กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยไม่บังคับ

Tags:
Google

ไม่กี่วันหลังข่าวว่ากูเกิลกำลังจะเปิดภาษาใหม่ ก็มีคนไปขุดเอาเมลที่ Mark S. Miller ที่อยู่ในทีม JavaScript Standard ของกูเกิลส่งเข้าเมลกลุ่มของโครงการ Caja เมื่อปลายปีที่แล้ัว

เนื้อเมลแสดงถึงความตั้งใจของกูเกิลที่จะแก้ไข "ปัญหาพื้นฐาน" ของ JavaScript ที่ไม่สามารถแก้ไขได้จากการพัฒนาตัวภาษา ซึ่งปรกติมีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ผ่านทางมาตรฐาน ECMAScript ทำให้กูเกิลตัดสินใจที่จะพัฒนาภาษาใหม่ที่ชื่อว่า Dash โดยวางเป้าให้มันเป็นภาษาสำหรับเครื่องไคลเอนต์และเซิร์ฟเวอร์ด้านหน้า (Front-End) และวางตัวให้ภาษา Go เป็นภาษาสำหรับระบบภายใน นั่นแปลว่าแผนการระยะยาวคือกูเกิลจะใช้ภาษาของตัวเองทั้งหมด

Tags:
Android

มีนักพัฒนาหัวใสเขียนแอพพลิเคชันบน Android ชื่อ Smozzy เป็นปลั๊กอินของเบราว์เซอร์มาตรฐานที่ช่วยให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านการรับส่ง SMS และ MMS แทนการใช้งานอินเทอร์เน็ตปรกติได้

โดยเจ้า Smozzy ใช้วิธีส่ง URL ผ่านทาง SMS ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Smozzy ซึ่งทำหน้าที่รวมหน้าเว็บในรูปแบบ ZIP แล้วปลอมเป็นไฟล์รูปภาพแบบ PNG อีกทีก่อนส่งกลับมายังโทรศัพท์โดยใช้ MMS จากนั้นเป็นหน้าที่ของ Smozzy ในการถอดรหัสทั้งหลายให้กลายมาเป็นหน้าเว็บที่ส่งคำขอไป การรับส่ง SMS และ MMS ทั้งหมดนี้กระทำอยู่เบื้องหลัง ผู้ใช้เพียงแค่ติดตั้งแอพพลิเคชัน Smozzy แล้วใช้งานเบราว์เซอร์ตามปรกติเท่านั้น ในข่าวบอกว่า ในการใช้งานจริงอาจต้องรออย่างน้อย 10 วินาทีในการโหลดแต่ละเว็บเพจ