Tags:
CAT Telecom

อาคาร กสท บางรัก (อาคาร 30 ชั้นติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา) เป็นอาคารโทรคมนาคม และเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายในประกอบด้วย

  • บริษัท Internet Data Center เปิดพื้นที่ให้บริการรับฝากวางเครื่องเซิร์ฟเวอร์ และให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไปพร้อมๆ กัน
  • ศูนย์แลกเปลี่ยนเส้นทางอินเทอร์เน็ตภายในประเทศไทยหลัก ของ กสท (CAT NIX)
  • ศูนย์แลกเปลี่ยนเส้นทางอินเทอร์เน็ตต่างประเทศหลัก ของ กสท (CAT THIX หรือเรียกอีกชื่อว่า IIG)
  • ระบบการเชื่อมต่อการสื่อสารผ่านสายใยแก้วนำแสง (fiber optic) ของบริษัทโทรคมนาคม (ทั้งอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ และโทรศัพท์มือถือ) เกือบทุกรายในประเทศ
  • มหาวิทยาลัย ศูนย์การศึกษา สำนักงาน และส่วนพื้นที่ให้เช่าอื่นๆ (มีกระทั่งถ่ายทำละครในอาคารนี้ด้วยนะ!)
Tags:
CAT Telecom

เมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมานายจิติ ปิเลี่ยน สมาชิกสภาเขตบางเขนพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสภาพม็อปกปปส. เคลื่อนตัวออกจากอาคารกสท บางรัก กลับไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยม็อบที่ร่วมขบวนใช้รถกระบะที่ติดสติ๊กเกอร์เป็นชื่อตัวส.ข. เอง ขณะที่ภาพถ่ายจากรถเบนซ์

หนึ่งชั่วโมงต่อมา รายงานจากผู้อยู่ในอาคารรายงานว่าไฟฟ้าในอาคารเริ่มกลับมาใช้งานได้ เซิร์ฟเวอร์เริ่มทำงาน แต่ระบบทำความเย็นยังคงไม่ทำงานทำให้หลายชั้นต้องเปิดหน้าต่างระบายความร้อน และตอนนี้ยังค่อยๆ จ่ายไฟทีละชั้น

ที่มา - Facebook: ส.ข.จิติ ปิเลี่ยน

Tags:
CAT Telecom

วันนี้เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ม็อบกปปส. ได้เข้าไปยังอาคารบริษัทกสท โทรคมนาคม โดยระบุว่าพนักงานกสทได้เปิดประตูรั้วให้เข้าไปเอง และไม่มีการเข้าไปในอาคาร อย่างไรก็ตามศูนย์ข้อมูลในอาคารกสท บางรัก ได้โทรศัพท์แจ้งผู้ที่วางเซิร์ฟเวอร์ในอาคารเร่งปิดเครื่องเซิร์ฟเวอร์ก่อนมีการตัดไฟ

เจ้าหน้าที่ระบุว่าแหล่งไฟฟ้าทั้งสองทางของศูนย์ข้อมูลดับไปทั้งหมด และเครื่องปั่นไฟสามารถสำรองสามารถใช้ได้ประมาณหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น และตอนนี้ไฟฟ้าทั้งหมดก็หมดลง รายงานลิงก์ของทรูระบุว่าเครือข่ายทั้งหมดของกสท ก็ดับลงไปพร้อมกัน

ยังไม่มีความชัดเจนว่าทำไมไฟฟ้าจึงดับลงไปครับ

Update: ข่าวจากซีอีโอของทางกสท ออกมาให้ข่าวว่าเป็นม็อบจำนวน 300-400 คนบุกตัดไฟที่กสท บางรัก และตอนนี้แผงควบคุมเครื่องปั่นไฟ "หาย" ไป โดยไม่มีข้อมูลว่าใครเป็นผู้เอาไปครับ

Update2: เครื่องปั่นไฟไม่ทำงานเพราะแผงควบคุมหายไป ไม่ใช่ตัวเครื่องครับ

ที่มา - มติชน, Thaihosttalk, True Internet

Tags:
True

สิ่งที่ผมกังวลว่ามันจะเกิดขึ้นได้เกิดขึ้นแล้ว นั่นคือการนอนเฉยไม่ investigate ถึงที่มาอย่างจริงของสิ่งที่ผมเคยอ้างในข่าวเก่าว่าเป็น worm forex-price (ตั้งชื่อเล่นมันอย่างนี้เลยแล้วกันนะครับ) จนตอนนี้ worm ตัวดังกล่าวได้พัฒนาต่อจนถึงจุดที่จัดการหรือสังเกตได้ยากแล้ว ทว่ามันยังคงทำงานอยู่ และเป็นสิ่งที่เราควรทำความเข้าใจ เพราะมันอาจทำให้คุณสูญเสียทรัพย์สิน, สูญเสีย account ในการใช้งานเว็บต่างๆ, รวมถึงอาจส่งผลกระทบถึงธุรกิจของคุณได้ (และการที่มันผ่านไปเป็นเดือนแต่ปัญหายังไม่ถูกแก้ไขสะท้อนให้เห็นว่า คุณหวังพึ่งผู้ให้บริการ internet (ISP) ให้จัดการเรื่องนี้ไม่ได้ซะแล้ว)

สำหรับคนที่พลาดข่าวเก่าที่ผมเขียนถึง ผมขอไม่ทำ link ย้อนไปนะครับเพราะมีข้อมูลผิดพลาดเยอะ เนื่องจากผมต้องการลงข้อมูลเร็วๆ เป็นข่าวด่วนเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นแล้วในวันนี้ สรุปเหตุการณ์ในข่าวเก่านะครับ:

  • มีรายงานจากผู้ใช้หลายคนว่า เข้าเว็บอยู่ดีๆ หน้าเว็บก็เปลี่ยนเป็นหน้าเว็บ forex-price ซะงั้น
  • ผมดูออกว่ามันไม่ใช่การทำงานของโฆษณา, ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเว็บใดเว็บหนึ่งถูก hack หรือ crack, ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ malware ในเครื่อง PC ของผู้ใช้, ไม่ใช่เพราะเจ้าของเว็บอยากให้คุณเห็นแบบนั้น, แต่เป็นปัญหาที่อยู่ในระบบเครือข่าย
  • ผมยืนยันได้ว่าปัญหาดังกล่าวมีอยู่ใน internet ของค่ายที่ชื่อเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ 4 ตัว (ในข่าวเก่าผมบอกชื่อไว้ตรงๆ เลย เพื่อต้องการให้เรื่องถูกแก้ไขโดยเร็ว แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้วล่ะครับ) และในปัจจุบันนี้มันก็ยังทำงานอยู่ (แต่ทำงานเงียบและแนบเนียนขึ้น)
  • ตอนนั้นผมก็ออกมาโวยวายใน blognone ด้วยข้อมูลที่ไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องนัก หวังว่าเรื่องราวจะถูกแก้ไข ก่อนที่ worm จะถูกพัฒนาต่อจนเป็นแบบในวันนี้ โดยในข่าวนั้น ผมได้อธิบายว่าผมได้ลองทำอะไรไปแล้วมั่ง ผมรู้ข้อมูลอะไรมั่ง, และแนะนำว่าควรลองทำอะไรต่อไป

ตอนนี้ worm ดังกล่าวมีพัฒนาการเพื่อเล่นกับความไม่แน่ใจของคน ซึ่งอาจทำให้คนไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะออกมาเล่าว่าเจออะไรมาหรือเปล่า? ทำให้คนไม่แน่ใจว่ามีปัญหาอยู่ในระบบเครือข่ายจริงหรือเปล่า? ทำให้ปัญหาผลุบๆ โผล่ๆ เพื่อให้วิศวกรไม่แน่ใจว่าควรจะเริ่ม investigate จากส่วนไหนของระบบ และสุดท้ายคือทำให้คนไม่แน่ใจในตัวคนที่ออกมาโวยวาย (ซึ่งในที่นี้ก็คือผม) เพราะผมจะมีหลักฐานที่อ่อนลงมาแสดง (แต่ผมแน่ใจในเรื่องที่ผมนำมาเล่า แน่ใจใน logic และหลักฐานที่ผมนำมาแสดงนะครับ)

ดังนั้นเราจะมาทำความเข้าใจความคิดของคนสร้าง worm ไปพร้อมๆ กัน ด้วยการยกเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมา โดยหนึ่งในนั้นจะเป็นทฤษฎีที่ว่าผมเป็นตัวร้ายซะเองด้วยนะครับ เราจะได้เข้าใจว่าเรากำลังเจอกับอะไร

Tags:

กูเกิลเปิดตัว Project Link ความพยายามในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในทวีปแอฟริกา โดยเริ่มจากการเข้าไปวางโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกส์ที่เมือง Kampala เมืองหลวงของประเทศอูกันดา

Project Link จะต่างจากโครงการคล้ายๆ กันอย่าง Google Fiber ตรงที่ใน Project Link นั้นกูเกิลจะไม่ได้เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) เองโดยตรง แต่จะสร้างโครงข่ายไฟเบอร์ให้ ISP และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในอูกันดาใช้บริการอีกทอดหนึ่ง

กูเกิลบอกว่าเลือกเมือง Kampala เพราะเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากร 1.6 ล้านคน มีสาธารณูปโภคอื่นๆ พร้อมแล้ว แต่โครงข่ายด้านการสื่อสารยังแย่กว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นการที่กูเกิลเข้าไปช่วยวางโครงข่ายให้ก็จะช่วยพัฒนาศักยภาพของเมืองทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ และธุรกิจ รายละเอียดที่เหลือดูกันต่อในวิดีโอครับ

ที่มา - Google Africa

Tags:
Germany

หลังจากที่ NSA ทำความวิตกให้กับชาวพลเมืองอินเทอร์เน็ตเรื่องความเป็นส่วนตัว เยอรมันเผยต้องการสร้างอินเทอร์เน็ตของตัวเองเพื่อหยุดการสอดแนมของ NSA

ครั้งนี้ประเทศเยอรมนีอาจจะทำเช่นเดียวกับ จีน หรือ อีหร่าน โดยการสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นของตัวเองแยกออกมาจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา โดยทางเยอรมันบอกว่า "เราต้องการเสรีภาพ"

ในขณะเดียวกันที่จีนและอิหร่านใช้เครือข่ายพิเศษของตัวเองในการตรวจสอบการใช้งานอินเทอร์เน็ตกับพลเมืองของพวกเขา แต่ในทางตรงกันข้ามเยอรมันต้องการทำให้พลเมืองของพวกเขามีเสรีภาพในอินเทอร์เน็ต ดังนั้นเยอรมันจะสร้างเครือข่ายที่ไม่สามารถโดนสอดแนมโดยสหรัฐอเมริกาหรือจีนหรือคนอื่นๆ

ที่มา : Reuters

Tags:
IGF2013

งาน Internet Governance Forum 2013 ที่บาหลีจบลงไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโดยมีคนร่วมงานกว่า 1,500 คน ส่วนมากเป็นตัวแทนหน่วยงานทั้งรัฐบาลและเอกชน ประเด็นใหญ่ที่สุดของงานหลังจากงานนี้จบลงเป็นเรื่องของความมั่นคงออนไลน์ หลายประเทศนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาของตัวเอง เช่น การจัดการโดเมนที่ผู้ดูแลหลายประเทศนำเสนอแนวทางการดูแลโดเมนของตัวเองไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือสแปมหรือภัยอื่นๆ

แต่ประเด็นที่ถูกถกเถียงกันมากขึ้นเรื่อยๆ นับแต่วันแรกเป็นต้นมาคือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลด้วยการสอดส่องอินเทอร์เน็ตเป็นวงกว้าง เช่นที่ทำโดย NSA ผมได้สัมภาษณ์ Andrew Sullivan สมาชิก Internet Architecture Board และตัวแทนของ IETF (งานประจำของเขาเป็นวิศวกรอยู่ที่ Dyn.com) สั้นๆ เขาระบุว่าที่ผ่านมา IETF มักไม่ได้มองการสอดส่องอินเทอร์เน็ตเป็นวงกว้างว่าเป็นภัยต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตนัก และการมองเช่นนี้เป็นความผิดพลาดของ IETF ผมสอบถามต่อว่าโปรโตคอลในอนาคต เช่น HTTP 2.0 นั้นจะเข้ารหัสตลอดเวลาเพื่อแก้ความผิดพลาดที่ผ่านมาหรือไม่ เขาตอบว่าตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนนัก แต่ในการประชุม IETF เดือนหน้าที่จะถึงนี้จะมีกำหนดการพูดคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะ

Tags:

กูเกิลรวมมือกับ Omidyar Network (กองทุนการกุศลของผู้ก่อตั้ง eBay), UKAID, USAID สร้างองค์กร Alliance for Affordable Internet (A4AI) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแบบบรอดแบนด์ให้มีราคาต่ำกว่า 5% ของรายได้รายเดือนในประเทศนั้นๆ โดยราคาเฉลี่ยทั่วโลกตอนนี้คือ 30% ของรายได้ประชากร

นอกจากสี่หน่วยงานที่เข้าร่วมให้เงินทุนและดำเนินการหลักแล้ว ยังมีสมาชิกอีกมากรวม 30 องค์กร เช่น ไมโครซอฟท์, เฟซบุ๊ก, ยาฮู, รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ และมูลนิธิอื่นๆ

ภารกิจของ A4AI คือการสนับสนุนในเชิงนโยบายให้กับหน่วยงานกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต สร้างแนวทางเพื่อให้อินเทอร์เน็ตมีราคาถูกและเข้าถึงได้ง่าย ทำงานโดยตรงกับรัฐบาลอย่างน้อย 10 ประเทศในปี 2015 และทำรายงานประจำปีถึงสถานะการณ์ราคาอินเทอร์เน็ต

ที่มา - Google.org

Tags:
MICT

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อ้างรายงานจาก World Economic Forum ว่าผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยกำลังจะแตะระดับ 35 ล้านคนในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากในปีที่แล้วที่มีผู้ใช้งาน 26.5 ล้านคนหรือ 37.9 เปอร์เซนต์

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ ให้เหตุผลถึงการเพิ่มขึ้นจากความพร้อมในการให้บริการ 3G ในเชิงพาณิชย์ ราคามือถือสมาร์ทโฟนที่ถูกลง ความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นของแอปพลิเคชันบนมือถือและ Wi-Fi ฟรีสาธารณะ

ในปัจจุบัน กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ร่วมกับรัฐวิสาหกิจและผู้ให้บริการภาคเอกชนจัดสรรไวไฟสาธารณะ 140,000 จุดใน 30,000 พื้นที่และจะขยายเพิ่มอีก 150,000 จุดในปีหน้าภายใต้งบประมาณ 950 ล้านบาทที่สนับสนุนโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

กระทรวงฯ ตั้งเป้าขยายพื้นที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ให้เกินร้อยละ 80 ภายในปี พ.ศ. 2558 และร้อยละ 95 ภายในพ.ศ. 2563 เพื่อรองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะมาถึงในปลายพ.ศ. 2558 นี้

ที่มา - Bangkok Post

Tags:
China

นายซั่ง ปิง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและสารสนเทศจีน ประกาศแผนการปรับปรุงอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศครั้งใหญ่ หวังให้พื้นที่ห่างไกลได้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็ว 4 Mbps ภายในปี 2558 โดยใช้เม็ดเงินลงทุนโครงการมากถึง 2 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 10 ล้านล้านบาท

ปัจจุบันจีนมียอดผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากถึง 45% ของคนทั้งประเทศ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับระบบอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารไร้สาย ตั้งเป้าให้หัวเมืองใหญ่มีความเร็วอยู่ที่ 20 Mbps ส่วนในพื้นที่ห่างไกลให้มีความเร็วที่ 4 Mbps โดยหวังมีผู้ใช้งานระบบสื่อสารไร้สาย 25 ล้านคน และผู้ใช้งานระบบอินเทอร์เน็ตอีก 35 ล้านคนภายในปี 2556

ที่มา - ผู้จัดการออนไลน์

Tags:

เมื่อเราๆ ท่านๆ สนใจอยากซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต สิ่งแรกๆ ที่คนมักจะทำกันก็คือมองหาความเห็นหรือรีวิวของลูกค้าที่เคยซื้อหรือกำลังใช้สินค้าตัวนั้น และความเห็นที่คนส่วนใหญ่ให้น้ำหนักมากที่สุดก็คือความเห็นที่ได้รับการโหวตเยอะๆ เพราะเราเชื่อว่ามันผ่านการรับรองจากคนจำนวนมาก ดังนั้นมันจึงน่าเชื่อถือ

แต่ทีมวิจัยที่นำโดย Sinan Aral แห่ง Massachusetts Institute of Technology สงสัยว่าจำนวนโหวตของความเห็นน่าเชื่อถือจริงหรือไม่ มันปราศจากการชี้นำจริงหรือเปล่า พวกเขาต้องการที่จะพิสูจน์ด้วยการทดลองอย่างเป็นวิทยาศาสตร์

Tags:
Oxford English Dictionary

พจนานุกรมอ๊อกซฟอร์ดฉบับออนไลน์เพิ่มคำใหม่จำนวนมาก แม้การเพิ่มคำจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่รอบนี้คำแสลงอินเทอร์เน็ตจำนวนมากได้เพิ่มเข้ามาด้วย รายการคำที่เราใช้กันแล้วเพิ่มเข้ามา เช่น

  • bitcoin: ระบบเงินดิจิตอล
  • BYOD: Bring Your Own Device แนวทางที่องค์กรให้พนักงานใช้เครื่องส่วนตัวมาทำงานได้ จากเดิมที่ต้องใช้อุปกรณ์ที่บริษัทจัดหาให้เท่านั้น
  • emoji: ภาพไอคอนแสดงอารมณ์
  • phablet: โทรศัพท์ขนาดใหญ่กึ่งแท็บเล็ต
  • TL;DR: ยาวไป ไม่อ่าน
  • unlike: ถอนการกดไลค์

แม้จะดังขนาดพจนานุกรมอ๊อกซฟอร์ดแต่ตอนนี้ศัพท์เหล่านี้ก็ยังเข้าไปในฉบับออนไลน์ที่มีนโยบายปรับปรุงคำให้ทันสมัยอยู่เสมอ คงต้องรอดูฉบับพิมพ์อีกครั้งว่าจะมีการเพิ่มคำเหล่านี้เข้าไปหรือไม่ เพราะพจนานุกรมฉบับพิมพ์ของอ๊อกซ์ฟอร์ดนั้นเป็น "พจนานุกรมประวัติศาสตร์" ที่มีนโยบายว่าจะไม่ถอดคำใดออกจากพจนานุกรมเลยแม้จะเลิกใช้งานไปแล้วก็ตามที

ที่มา - Quatrz

Tags:
China

มีรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 2.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 ส.ค.) ระบบอินเทอร์เน็ตจีนมีปัญหาครั้งใหญ่ (อาจใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เว็บจีน) โดยผู้ใช้งานจำนวนมากไม่สามารถเข้าเว็บโดเมน .cn ของจีนได้

เหตุผลมาจาก registry ที่เก็บข้อมูลโดเมนเนม .cn ของจีน (ชื่อหน่วยงานคือ China Internet Network Information Center) ถูกถล่มด้วย DDos ขนาดใหญ่ถึงสองรอบคือช่วง 2.00 น. และ 4.00 น. ของวันเดียวกัน จนระบบล่มไปนาน 2-4 ชั่วโมง

ผลคือผู้ใช้เน็ตจีนจำนวนมากเข้าเว็บ .cn ไม่ได้ แต่ก็ยังมี ISP บางแห่งเก็บข้อมูลโดเมนไว้ในแคชของตัวเองอีกช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้ผู้ใช้บางส่วนยังพอใช้งานเว็บจีนได้

ปัญหานี้คลี่คลายแล้วในวันนี้ โดยบริษัท CloudFare ที่เก็บสถิติทราฟฟิกของอินเทอร์เน็ตให้ข้อมูลว่าเว็บจีนนับพันมีทราฟฟิกหายไปถึง 32% เทียบกับวันก่อนหน้าในเวลาเดียวกัน ส่วนสาเหตุของการถล่มด้วย DDoS ยังไม่แน่ชัดว่ามีจุดมุ่งหมายอะไร และมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่

ที่มา - Wall Street Journal

Tags:
Internet.org

Mark Zuckerberg ประกาศโครงการใหม่เพื่อการกุศลในชื่อ Internet.org มุ่งดำเนินงานเพื่อให้ผู้คนที่ยากไร้ได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตกันได้ง่ายขึ้น และทั่วถึงยิ่งขึ้น

นอกจาก Facebook ภายใต้การนำของ Zuckerberg ผู้ผลักดันโครงการนี้แล้ว ยังมีบริษัทไอทีอีก 6 รายที่ร่วมให้การสนับสนุนโครงการ Internet.org นี้ด้วย ได้แก่ Samsung, Nokia, Qualcomm, Ericsson, Opera และ Mediatek โดยทั้ง 7 บริษัทจะร่วมกันวางแผนและดำเนินงานในการขยายโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้แก่ประชากรโลกอีกราว 5 พันล้านคน (หรือ 2 ใน 3 ของประชากรโลกทั้งหมด) จากที่ในปัจจุบันนี้มีผู้ที่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตได้ราว 2.7 พันล้านคนเท่านั้น

ช่องทางในการดำเนินงานนั้นมีหลากหลาย ซึ่งเหล่าบริษัทผู้ร่วมโครงการนั้นมีศักยภาพที่จะทำได้ตั้งแต่ การสร้างสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่ผู้คนสามารถซื้อหาได้, การนำอินเทอร์เน็ตไปสู่พื้นที่ทุรกันดาร ตลอดจนถึงการพัฒนาระบบและแอพพลิเคชั่นสำหรับอินเทอร์เน็ตให้ใช้แบนด์วิธได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่มีแผนงานที่ชัดเจนว่าจะเริ่มดำเนินการอะไรในช่วงไหน คงต้องติดตามดูต่อไปว่า Zuckerberg จะนำพาโครงการนี้ไปได้ไกลแค่ไหน

ที่มา - Reuters

Tags:
Google

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 ส.ค.) เวลาประมาณ 16:37 Pacific Time (สหรัฐอเมริกาซีกตะวันตก) บริการทั้งหมดของกูเกิลใช้การไม่ได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 2 นาที

การที่เซิร์ฟเวอร์ล่มชั่วคราวแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่เมื่อมันคือ "บริการทั้งหมดของกูเกิล" ก็ย่อมส่งผลสะเทือนต่ออินเทอร์เน็ตอย่างมาก โดยข้อมูลจากบริษัท GoSquared ที่วิเคราะห์ทราฟฟิกของทั้งอินเทอร์เน็ตบ่งชี้ว่า ช่วงเวลาสั้นๆ ที่กูเกิลล่มไปนี้ทำให้ทราฟฟิกของอินเทอร์เน็ตหายไปถึง 40% เลยทีเดียว

ลองจินตนาการถึง "โลกที่ไม่มีกูเกิล" ถ้าล่มไปสักชั่วโมงกันดีไหมครับ?

ที่มา - The Register

Tags:
NSA

Joseph Bonneau นักวิจัยความปลอดภัยจากกูเกิล ได้รับรางวัลงานวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์จากงานวิจัยหัวข้อ "The science of guessing: analyzing an anonymized corpus of 70 million passwords" ที่ตีพิมพ์ลง IEEE เมื่อปีที่แล้ว

หลังการรับรางวัลเขาเขียนบล็อกถึงความรู้สึกจากรางวัลที่ได้รับความมีความรู้สึกขัดแย้งกันเอง เมื่อคิดถึง NSA ที่กำลังดักฟังการสื่อสารเป็นวงกว้างโดยไม่มีการตรวจสอบย้อนกลับที่ชัดเจน เขารู้สึกอับอายในฐานะพลเมืองสหรัฐฯ ที่มีนักการเมืองที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

เขาระบุว่าสังคมเสรีนั้นเข้ากันไม่ได้กับ NSA ที่ทำงานในรูปแบบปัจจุบัน แม้เขาจะดีใจที่ได้พบกับวิศวกรด้านความปลอดภัยจำนวนมากใน NSA และได้พูดคุยกัน แต่งานวิจัยความปลอดภัยต้องมุ่งสร้างความเป็นส่วนตัวให้ดีขึ้น

ที่มา - Light Blue Touchpaper

Tags:
Akamai

รายงาน The State of the Internet ของ Akamai เผยว่าความเร็วเฉลี่ยอินเทอร์เน็ตทั่วโลกตอนนี้สูงกว่า 3Mbps เป็นครั้งแรก และมีความเร็วเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ในขณะที่ความต้องการในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายมือถือเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจำนวนการใช้งานดาต้าผ่านเครือข่ายมือถือสูงกว่าไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วมากกว่าเท่าตัว

จากข้อมูลของ Akamai ประเทศที่มีความเร็วเฉลี่ยอินเทอร์เน็ตสูงสุดของโลกยังคงเป็นเกาหลีใต้ (14.2Mbps) ตามด้วยญี่ปุ่น (11.7Mbps) และเกาะฮ่องกง (10.9Mbps) ส่วนอันดับที่เหลือตกเป็นกลุ่มประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา (ดูภาพในข่าว)

นอกจากเรื่องความเร็วแล้ว จำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์ที่ Akamai บอกว่าจะต้องมีความเร็วสูงกว่า 4Mbps ทั่วโลกก็เพิ่มขึ้นอีก 5.8% มาอยู่ที่ 46% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ส่วนจำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์ความเร็วสูง ที่จะต้องมีความเร็วสูงกว่า 10Mbps ก็เติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว 10% มาอยู่ที่ 13%

หากมาดูที่ความเร็วเฉลี่ยของประเทศแถบอาเซียน จะพบว่าไทยอยู่ที่อันดับสองของภูมิภาค ตามนี้ครับ:

Tags:

ในขณะนี้เป็นช่วงที่มีการแปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับ Internet ซึ่งอาจส่งผลกับเราไปอีกเป็นร้อยปี เรื่องเด่นๆ ได้แก่

  • New gTLDs ที่ทำให้เราไม่ได้มีแต่ domain .com, .net, .org และ .info ให้เลือกใช้อีกต่อไป แต่จะมี domain .อื่นๆ โผล่ออกมาอีกมากมาย เราอาจจะได้เห็น blognone.com เปลี่ยนชื่อเป็น blogn.one อาจจะได้เห็นศูนย์หนังสือจุฬาใช้ชื่อเว็บ chula.book และมีความเป็นไปได้ ของชื่อ creative อื่นๆ ที่ creative จนเราคาดไม่ถึง
  • IPv6 ที่อาจทำให้อุปกรณ์ทุกๆ อันบนโลกนี้ สามารถมี Public IP Address เป็นของตัวเองได้ และลดปริมาณการใช้งาน NAT device และลดความจำเป็นในการทำ Port Forwarding ลง
  • การใช้งาน DNSSEC ที่ทำให้ domain name มีความปลอดภัยมากขึ้น
  • และสุดท้ายคือ HTTP 2.0 ที่เป็นประเด็นหลัก ที่เราจะมาทำความเข้าใจกันไปพร้อมๆ กันในวันนี้

เรื่องที่ผมกำลังจะเขียนนี้ มีความสำคัญกับคุณผู้อ่านมาก แต่ก่อนที่เราจะไปดูในรายละเอียดกัน ขอผมพูดรวมๆ เกี่ยวกับ HTTP 2.0 สักหน่อย ถ้าอยากเข้าประเด็นเลย สามารอ่านข้ามจากตรงนี้ไปที่หัวข้อที่เป็นตัวหนาถัดไปได้เลยนะครับ

ที่ผมเลือก HTTP 2.0 มาเป็นประเด็น มีหลายเหตุผล แต่ข้อแตกต่างหลักของประเด็นนี้เทียบกับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องอื่นๆ แล้ว คือ HTTP 2.0 ยังไม่มีความแน่นอนครับ กล่าวคือ New gTLDs มาแน่ๆ และมี list ค่อนข้างตายตัวแล้ว, IPv6 ต้องถูกงัดออกมาใช้แน่ๆ เพราะ IPv4 หมดไปแล้ว และการนำมาใช้นี้ผมค่อนข้างแน่ใจว่า เราจะได้ใช้ IPv6 ในรูปแบบ protocol 6rd เพราะมันเป็นมาตรฐานเดียวที่ทำให้ ผู้ให้บริการ Internet หรือ ISP สามารถบริการ IPv6 บน hardware ของ IPv4 ที่มีอยู่เดิมได้ โดยไม่มีปัญหาเพิ่มเติมมากมายนัก และบริษัททำ router ก็เพียงแก้ไข software นิดหน่อย ก็สามารถทำงานกับ 6rd ได้ (แต่เราเอามาใช้เองไม่ได้นะครับ ต้องให้ ISP ดำเนินการให้), DNSSEC เริ่มใช้งานแล้ว แค่ต้องการความแพร่หลาย, แต่ HTTP 2.0 นี้ มีตัวเต็ง 2 ตัวที่ทำให้ เสียงตอบรับ แตกออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ
Google's SPDY และ Microsoft S+M (Microsoft Speed + Mobility) ครับ
อันที่จริงแล้วมีของเจ้าอื่นที่เสนอมาด้วย แต่เรื่องที่น่าสนใจและมีผลกับเรามาก ปรากฏให้เห็นเด่นชัดใน protocol ทั้งสองนี้ครับ

ถ้าว่ากันตรงๆ แล้วก็คือ ผมจะมาเขียนเชียร์ SPDY ของ Google ครับ แม้ผมจะไม่ค่อยชอบเจ้าองค์กรยักษ์ใหญ่นี้นัก ในแง่ของการผูกขาดตลาด แต่ผมก็ชอบในเรื่องของวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล (ทำนองเดียวกับที่ผมไม่ชอบบริษัทด้านการสื่อสารและรูปแบบการทำธุรกิจผูกขาดบางธุรกิจของCP แต่ผมก็ชอบไส้กรอกของเขา อาหารอีกหลายๆ อย่าง และเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องที่เขาทำครับ) ดังนั้นผมบอกได้เลยว่าเนื้อหาต่อจากนี้ ผมจะ bias ให้คุณเห็นด้วยกับ SPDY ของ Google ผมจะวิเคราะห์ให้คุณได้เห็นแนวคิดเบื้องหลังของ protocol ดังกล่าว และที่สำคัญคือ ผมจะไม่อธิบายข้ามขั้นครับ ดังนั้นคุณแน่ใจได้เลยว่าถึงแม้คุณจะแค่เล่น Internet เป็น แบบธรรมดาๆ คุณก็จะอ่านมันเข้าใจครับ

และถ้าคุณเคยได้อ่าน ข่าวเก่าของผม ที่ว่าด้วยเรื่อง ปัญหาของ ISP; ข่าวใหม่นี้จะเป็นทิศทางของอีกสิ่งหนึ่ง ที่ช่วยบรรเทาปัญหานั้นครับ (ปัญหาของ Internet ไม่ได้หมดแค่นี้นะครับมันยังเหลืออยู่อีกมาก)

ถ้าเตรียมใจพร้อมแล้ว ก็ไปดูรายละเอียดกันได้เลย

Tags:
ETDA

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ประกาศความร่วมมือกับองค์กรเอกชนอีก 7 แห่ง ตั้งกลุ่มพันธมิตร Making Online Better (MOB) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Thai Online Self-regulation Community (TOSC) ขึ้นมาแก้ปัญหาเรื่องเนื้อหาออนไลน์ (online content)

กลุ่ม MOB จะทำหน้าที่เป็น "กลุ่มอุตสาหกรรม" (interest group) โดยมีจุดประสงค์ใหญ่ๆ 2 ประการคือ

  • ร่าง "มาตรฐานทางจริยธรรม" (code of conduct) ในการดูแลเนื้อหาบนสื่ออินเทอร์เน็ต
  • ทำหน้าที่เป็นตัวกลางหรือผู้ประสานงานในการแจ้งลบเนื้อหาที่มีปัญหา (notice and take down) โดยเบื้องต้นจะโฟกัสที่เนื้อหา 5 ประเภท คือ สื่อลามก, การก่อการร้าย, ยาเสพติด, การหลอกลวง (phishing/spam) และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
Tags:
IETF

มาตรฐาน HTTP 2.0 กำลังพัฒนาร่วมกันหลายหน่วยงาน ที่สำคัญคือมีทั้งไมโครซอฟท์และกูเกิล ตอนนี้มาถึงดราฟท์ที่ 04 (เริ่มจากดราฟท์ที่ 00) โดยความเปลี่ยนแปลงสำคัญในรุ่นนี้คือการรองรับโปรโตคอลแบบไบนารี คาดว่าจะเริ่มทดสอบความเข้ากันได้ของโปรโตคอลภายในเดือนสิงหาคมนี้ และน่าจะประกาศมาตรฐานได้จริงภายในปีหน้า

ฟีเจอร์อื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามาใน HTTP 2.0 คือ การมัลติเพล็กซ์การเชื่อมต่อทำให้การร้องขอข้อมูลหลายๆ ชุดสามารถรวมเข้าไว้ในการเชื่อมต่อ TCP เดียวกันได้ และยังสามารถจัดสำดับความสำคัญของการเชื่อมต่อแต่ละชุดได้

มาตรฐาน HTTP 2.0 ตอนนี้คล้ายกับมาตรฐาน SPDY ที่กูเกิลเสนอมาก่อนหน้านี้มาก แต่ท่าทีของไมโครซอฟท์ที่เป็นมิตรกับมาตรฐานต่างๆ ที่กูเกิลเสนอมากขึ้นเรื่อยๆ ก็น่าจะทำให้วงการเบราว์เซอร์กลับไปพัฒนาเป็นทางเดียวกันไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่มาตรฐานยอมรับไม่ตรงกันอยู่หลายปี

ที่มา - The Register, IETF