Tags:
EA

หลังจากโดนอัดไปจนน่วม จากผู้ซื้อเกม Spore ที่บ่นเรื่อง DRM ที่ทำลายความสุนทรีย์ของผู้ซื้อเกินยอมรับได้ ทาง EA ก็ออกมาแถลงข่าวว่าบริษัทกำลังจะแก้ไขปัญหาในประเด็นนี้อยู่ โดยแบ่งออกเป็นสามมาตรการคือ

  • เพิ่มจำนวนครั้งที่ติดตั้งได้ จากเดิมมีแค่ 3 ครั้ง
  • ติดต่อขอติดตั้งเพิ่มจาก EA ได้ง่ายขึ้นจากเดิมที่ต้องตอบคำถามพนักงานของ EA หลายคำถาม
  • เพิ่มช่องทางให้ผู้ใช้สามารถยกเลิกสิทธิบนเครื่องที่ติดตั้งไปแล้ว และย้ายสิทธิไปยังเครื่องใหม่ได้

Frank Gibeau ประธานของ EA ระบุในข่าวเดียวกันว่าเขาหวังว่าลูกค้าจะเข้าใจบริษัทว่า DRM นั้นมีความสำคัญต่อยอดขาย และเป็นสิทธิของผู้สร้างสรรค์ผลงาน

เข้าใจก็เข้าใจครับ แต่นโยบายแย่ๆ จากผู้สร้างสรรค์หลายๆ ครั้งผมก็แสดงความเข้าใจโดยการไม่ซื้อเท่านั้นเอง

ที่มา - C|Net

Tags:

เทคโนโลยี DRM เตรียมกลับมาอีกครั้ง คราวนี้บรรดาค่ายหนังค่ายเพลง รวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผนีกกำลังมาอย่างหนาแน่น โดยชื่อของมันคือ Digital Entertainment Content Ecosystem (DECE)

เป้าหมายหลักของ DECE คือหลุดพ้นจากพันธนาการของแอปเปิลและดิสนีย์ ซึ่ง (ค่อนข้าง) ผูกขาดการขายเพลงและหนังออนไลน์ผ่าน iTunes Store ด้วย FairPlay DRM ซึ่งทำให้บริษัทเหล่านี้มีอำนาจต่อรองกับแอปเปิลน้อยมาก ก่อนหน้านี้ได้มีความพยายามหลายครั้งที่จะสร้างระบบ DRM ขึ้นมาแข่งกับ FairPlay แต่ก็ไม่สำเร็จด้วยเหตุผลด้านขนาดของตลาด (เทียบกับ iTunes Store แล้วเล็กกว่ากันมาก)​ และบรรดา DRM คู่แข่ง ต่างมีลักษณะเฉพาะตัวที่ต่างกันออกไป ทำให้ลูกค้าสับสนว่าเพลงจากร้านนี้เล่นได้กี่เครื่องกันแน่ ก็อปปี้ได้หรือเปล่า

DECE จึงเป็นทางออก โดยบริษัทต่างๆ ที่มาสนับสนุนจะร่วมใจใช้ DECE เพียงยี่ห้อเดียว ตอนนี้รายชื่อผู้สนับสนุนที่มีคือ Alcatel-Lucent, Best Buy, Cisco, Comcast, Fox Entertainment Group, HP, Intel, Lionsgate, Microsoft, NBC Universal, Paramount Pictures, Philips, Sony, Toshiba, VeriSign และ Warner Bros. Entertainment อีกสักพักเราคงเริ่มเห็นโลโก้ของ DECE กัน

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Amazon

เมื่อวานนี้หน้าขายเกม Spore ที่เกมเมอร์รอคอยกันมายาวนานที่ Amazon ได้มีการลบรีวิวทั้งหมดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีการนำกลับมาในภายหลัง

Spore ถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องของ DRM หรือการจำกัดสิทธิของผู้ซื้อ ที่กำหนดให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งเกมได้เพียงสามครั้งเท่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในเครื่องใดก็ตาม โดยหลังจากที่ติดตั้งครบแล้ว ทุกครั้งที่จะติดตั้งผู้ซื้อต้องโทรไปแจ้งเหตุผลกับทาง Electronic Arts เพื่อที่จะได้รับอนุญาตให้ติดตั้งอีกครั้ง

การกระทำเช่นนี้สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ซื้อเป็นวงกว้าง โดยผู้รีวิว 2217 คนในตอนนี้มีผู้รีวิวให้คะแนนเดียวถึง 2016 คนทำให้เกมนี้คงได้คะแนนรวมอยู่ที่ดาวเดียวไปอีกนาน

ผมว่ามันหายๆ ไปช่วงนึงแล้วนะ มันกลับมาอีกแล้วหรือนี่

ที่มา - ArsTechnica

Tags:
Microsoft

ข้อเสียของ DRM เริ่มแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว เมื่อไมโครซอฟท์ประกาศว่าลูกค้าที่เคยซื้อเพลงแบบติด DRM (PlayForSure) ของ MSN Music (ซึ่งปัจจุบันปิดตัวไปแล้ว) จะไม่สามารถสร้างคีย์สำหรับย้ายเพลงไปลงอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกหลังวันที่ 31 สิงหาคมนี้

ตามขั้นตอนปกติแล้ว ถ้าลูกค้าต้องการย้ายเพลงไปยังคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเพลงพกพาเครื่องใหม่ (ได้ไม่เกิน 5 เครื่อง) จะต้องขอคีย์ใหม่เป็นรายเพลงจากไมโครซอฟท์ก่อน

MSN Music เป็นบริการขายเพลงออนไลน์ในยุคแรกของไมโครซอฟท์ และปิดตัวไปหลังไมโครซอฟท์ออก Zune ซึ่งเชื่อมต่อกับร้านขายเพลง Zune Marketplace ซึ่งใช้ DRM รูปแบบใหม่แทน

ลองจินตนาการว่าถ้าในอนาคต มีข่าวแอปเปิลเลิกสนับสนุน FairPlay?

ที่มา - Ars Technica

Tags:
Blu-ray

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อปีก่อนมีข่าวเรื่อง AACS (ระบบป้องกันการก็อปปี้ใน HD DVD และ Blu-ray) โดนแคร็กไปหลายรอบ ข่าวเก่า (รวมถึงการที่มีคนเอาคีย์ไปโพสต์ใน Digg และเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต) อย่างไรก็ตาม ฝั่ง Blu-ray นั้นยังมีระบบป้องกันการก็อปปี้อีกชั้น ซึ่งแผ่นดิสก์ที่มีระบบ BD+ เพิ่งเริ่มวางจำหน่ายในช่วงไม่นานมานี้

แต่ล่าสุด บริษัท SlySoft เจ้าของผลิตภัณฑ์ AnyDVD HD ซึ่งเป็นผู้แกะ AACS ได้เมื่อคราวก่อน ได้ประกาศความสำเร็จในการแกะ BD+ โดยความสามารถนี้จะมาพร้อมกับ AnyDVD HD เวอร์ชัน 6.4 ขึ้นไป ทาง SlySoft ยังบอกอีกด้วยว่าจริงๆ ทำสำเร็จตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ เลยรอจนกว่าสงครามฟอร์แมตสิ้นสุดลงก่อนแล้วค่อยเปิดตัว

ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารฝั่ง Blu-ray เคยให้สัมภาษณ์ว่า BD+ ไม่เหมือน AACS และไม่มีทางโดนแกะได้ภายใน 10 ปี

ที่มา - SlySoft ผ่าน Slashdot

Tags:

สมรภูมิของ DRM เริ่มลดลงอย่างมากหลังจากค่ายเพลงแทบทุกค่ายยอมขายเพลงของตัวเองโดยไม่มี DRM กันไปแล้ว ตอนนี้อีกตลาดที่ใหญ่มากๆ ในต่างประเทศคือตลาดหนังสือแบบเสียง (audiobook) นั้นก็ทำท่าว่าจะตามแนวทางของค่ายเพลงไปแล้ว เมื่อทาง Random House สำนักพิมพ์ผู้ถือสิทธิ์ในหนังสือแบบเสียงมากที่สุดในตลาดได้ส่งจดหมายไปยังพันธมิตรทางธุรกิจว่าบริษัทกำลังจะเริ่มขายไฟล์ MP3 ที่ไม่มีการป้องกัน นอกจากว่าจะมีคู่ค้ารายใดต้องการคัดค้าน ตามมาด้วยการตัดสินใจแบบเดียวกันจากสำนักพิมพ์อันดับสองคือ Penguin Group

ก่อนการประกาศนี้ทาง Random House ได้ทดสอบผลกระทบจากการขายหนังสือแบบเสียงที่ไม่มี DRM โดยใส่ลายน้ำไว้ในไฟล์เพื่อให้ตรวจสอบที่มาได้ แต่ผลการทดสอบพบว่าไฟล์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ส่วนมากจะมากจากแผ่นซีดีหรือกระทั่งไฟล์เสียงที่ได้รับการป้องกันจาก DRM แต่ถูกแกะการเข้ารหัสออกมากกว่า

เหตุผลหลักของการถอด DRM ของสำนักพิมพ์เหล่านี้คล้ายคลึงกับค่ายเพลงคือการเข้ามาของ Apple ที่เริ่มครองส่วนแบ่งตลาดการขายออนไลน์ไว้ได้เกือบทั้งหมด การถอด DRM ออกจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่จะเปิดให้ช่องทางจำหน่ายอื่นๆ เช่น Amazon สามารถขายเพลงที่นำไปลงไอพ็อตได้

ที่มา - The New York Times

Tags:
Amazon

New York Times รายงานว่าหลังจากที่โซนี่เคยประกาศที่จะเริ่มเข้าสู่วงการขายเพลงออนไลน์ไร้ DRM แล้ว ล่าสุดทางค่าย Sony BMG ได้ทำการเซ็นสัญญาการขายเพลงผ่าน Amazon MP3 Store แล้ว โดยทุกเพลงของค่ายจะเริ่มขายตั้งแต่สิ้นเดือนนี้เป็นต้นไป

เมื่อสตีฟ จ็อปส์ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกเกี่ยวกับความล้มเหลวของ DRM ในการแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ค่ายเพลงต่าง ๆ เริ่มออกมาประกาศจุดยืนของตัวเองในเรื่องนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วเห็นด้วยกับการขายเพลงไร้ DRM เนื่องจากเห็นว่าการมี DRM นั้นเป็นการทำร้ายตลาดและความรู้สึกของลูกค้ามากกว่าพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ขึ้นไปอีกขั้น

ข้อดีอีกข้อของไฟล์เพลงไร้ DRM ก็คือ ความสามารถในการเล่นบนเครื่องเล่นดนตรีพกพาได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไอพ็อด, Zune, Creative Zen หรือแม้กระทั่งบนซีดี อีกทั้งยังไม่ต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเมื่อมีการนำไปเล่นบนคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ทำให้การย้ายเพลงนั้นจากอุปกรณ์หนึ่งไปอีกอุปกรณ์หนึ่งนั้นง่ายขึ้น

เป็นไปได้ว่าปีนี้อาจจะถึงจุดจบของ DRM จริง ๆ แล้วก็ได้ อาจจะต้องลองดูว่าร้านขายเพลงออนไลน์รายใหญ่อื่น ๆ อย่าง iTunes Store เมื่อไหร่จะมีการขายเพลงไร้ DRM จริง ๆ เสียที (ไม่นับ iTunes Plus ที่มีแต่เพลงของ EMI ขายเท่านั้น)

ที่มา - New York Times

Tags:
DivX

ข้อตกลงล่าสุดระหว่างโซนี่และ DivX สร้างความน่าประหลาดใจให้กับผู้ใช้จำนวนมาก เมื่อทางโซนี่เตรียมตัววางตลาดภาพยนต์ในเครือของตนในฟอร์แมต DivX โดยระหว่างนี้อยู่ระหว่างดำเนินการหาผู้จัดจำหน่ายต่อไป

ทาง DivX ระบุว่าข้อตกลงนี้ครอบคลุมถึงภาพยนต์ทั้งหมดที่ทางโซนี่ถือสิทธิ์อยู่ และจะมีบริการดาวน์โหลดในเร็วๆ นี้ โดยไฟล์ที่เปิดให้ดาวน์โหลดนั้นจะมี DRM อยู่ด้วย แต่ยังไม่มีการระบุว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีจากค่ายใด

ก่อนหน้านี้ทางฝั่งเครื่อง PS3 เองก็มีการรองรับไฟล์ DivX ไปแล้วก่อนหน้าไม่นานนัก

ที่มา - ArsTechnica

Tags:
Sony

จากข่าว Warner Music ยอมขายเพลงไร้ DRM แล้ว เมื่อปลายปี ทุกคนคงเดากันได้ว่าค่ายยักษ์ค่ายสุดท้ายอย่าง Sony BMG นั้นต้องดำเนินรอยตามแน่ ขึ้นกับว่าเมื่อไรเท่านั้น

ข้ามปีมาไม่ทันไร BusinessWeek ก็มีรายงานจากวงในของ Sony BMG แล้วว่าบริษัทเตรียมขายเพลง "อย่างน้อยส่วนหนึ่ง" เป็นแบบไร้ DRM ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ และมีข่าวออกมาว่า Sony BMG ยังจะเข้าร่วมแคมเปญแจกเพลงฟรี 1 พันล้านเพลงร่วมกับเป๊บซี่และ Amazon ในช่วงการแข่งขันซูเปอร์โบล์วเดือนกุมภาพันธ์นี้ด้วยเช่นเดียวกับ Warner ในข่าวที่แล้ว

ตัวแทนของ Sony BMG ยังไม่ให้รายละเอียดใดๆ ส่วนโฆษกของ Amazon บอกให้รอดูในการแถลงข่าว

ที่มา - BusinessWeek

Tags:

จากที่ปล่อยให้คู่แข่งอย่าง EMI และ Universal เป็นผู้นำในการขายเพลงแบบไม่มี DRM มานาน ตอนนี้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Warner Music ก็หันมาร่วมขบวนโดยขายเพลงของตัวเองแบบไร้ DRM บนร้านออนไลน์ของ Amazon

Amazon MP3 มีแผนจะแจกเพลงฟรีเพื่อโปรโมทธุรกิจในช่วงการแข่งขันซูเปอร์โบล์วเดือนมกราคมนี้ นักวิเคราะห์จึงมองว่า Warner ไม่อยากพลาดโอกาสนี้ จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้้ Warner ตัดสินใจขายเพลงแบบไร้ DRM ในที่สุด อย่างไรก็ตาม Warner ยังไม่ได้แถลงว่าจะขายเพลงบนเว็บไซต์อื่นๆ (โดยเฉพาะ iTunes Store) ด้วยหรือไม่

การกลับลำของ Warner ครั้งนี้ทำให้ Sony BMG กลายเป็นค่ายเพลงบิ๊กโฟร์ค่ายสุดท้ายที่ยังเหนียวแน่นอยู่กับ DRM

ที่มา - Ars Technica

Tags:
Amazon

เมื่อปี 2004-2005 ช่วง Superbowl ในสหรัฐอเมริกา แป๊ปซี่จะออกโปรโมชั่นร่วมมือกับ iTunes โดยการแจกเพลงฟรีจากการแจก Redeem Code ใต้ฝา ปีนี้แป๊ปซี่ก็ได้ออกโปรโมชั่นใหม่เช่นเดียวกัน แต่ครั้งนี้แป๊ปซี่จะทำการแจก MP3 (ไร้ DRM) ผ่านทาง Amazon MP3 Store แทน

ในขณะนี้โซนี่เองก็กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจที่จะเริ่มขายเพลงในรูปแบบของ MP3 แทน ทำให้ "เดอะบิ๊กโฟว์" ทั้งหมดเหลือเพียงแค่ Warner เท่านั้นที่ยังไม่มีแผนการในการขายเพลง MP3 แต่อย่างใด โดยปัจจุบันหากรวมโซนี่แล้วทั้ง EMI และ Universal Music Group เริ่มที่จะขายเพลงในรูปแบบ MP3 แทน

Wal-Mart เองก็แรงไม่เบาเหมือนกันในก้าวเดินทีี่จะกลับมาสู่ MP3 ฟอร์แมตที่ทุกเครื่องเล่นเพลงสนับสนุนและไร้ DRM ... Wal-Mart ได้ประกาศ "ขู่" ค่ายเพลงว่าหากค่ายเพลงใดก็ตามที่ไม่เปลี่ยนมาขายเพลงฟอร์แมต MP3 ทาง Wal-Mart จะดึงเพลงที่เป็น WMA (ที่มาพร้อมกับ DRM) ออกจากระบบทั้งหมด

ดูเหมือนใกล้จะถึงจุดจบของ DRM ในสหรัฐเต็มที ขนาดนี่ไม่นับรวมผู้ขายเพลงหลัก ๆ อีกเจ้าเช่น iTunes ที่เริ่มจะเปลี่ยนแปลงแล้ว หรือวง Radiohead ที่เริ่มเปิดให้โหลดเพลงตามอัธยาศัยของผู้ซื้อ

คงพูดได้ว่านี่เป็นการกลับมาของฟอร์แมต MP3 เลยทีเดียว หลังจากที่มีการเปลี่ยนไปเป็น WMA, AAC, OGG และอื่น ๆ สาเหตุก็หนีไม่พ้น "ความเป็นกลาง" ของฟอร์แมตนี้ที่ไม่ว่าเครื่องเล่นเพลงจากค่ายไหนก็เล่นได้หมด และ Feature สุดขลังของมัน ซึ่งก็คือ "ความสามารถที่ไม่รองรับ DRM"

ค่ายเพลงไทยว่าไงครับ?

ที่มา - C|net

Tags:

ร้านขายเพลงออนไลน์ 7 Digital ในสหราชอาณาจักรเปิดเผยข้อมูลว่าในยอดขายเพลงทั้งหมด เพลงที่เป็น MP3 ไม่มี DRM มีส่วนแบ่งสูงถึง 80% คิดเป็น 4 เท่าของเพลงแบบมี DRM

ผู้บริหารของ 7 Digital ให้ความเห็นว่า MP3 เป็นฟอร์แมตเพลงแบบเดียวที่การันตีว่าทุกคนจะเล่นได้ ไม่ว่าจะเป็นไอพ็อด, โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องเล่น MP3 ยี่ห้ออื่นๆ และการขายเพลงแบบ MP3 มีแนวโน้มว่าจะทำให้ลูกค้าซื้อแบบยกอัลบั้มมากขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางอุตสาหกรรมเพลงวิตก เนื่องจากการขายออนไลน์แบบแยกเพลงทำให้ยอดขายอัลบั้มตกลง

ปัจจุบันค่ายเพลงใหญ่ที่ไม่เอา DRM คือ EMI ค่ายเดียว ส่วน Universal ยังลองขายบางส่วน และ Sony BMG กับ Warner Music นั้นยังขายเฉพาะแบบมี DRM สำหรับบ้านเรา Mixiclub ของ RS ขายแบบไม่มี DRM (อ่านสัมภาษณ์)

ที่มา - Ars Technica

Tags:

(ผมคิดว่าคงไม่ต้องอธิบายผู้อ่าน Blognone ว่า RMS เป็นใครนะครับ)

RMS ไปพูดที่มหาวิทยาลัยเยลในงานของ Yale Political Union โดยโจมตี DRM และเสนอว่า DRM ควรจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ที่น่าสนใจคือก่อนพูด RMS ถูกรุมล้อมโดยกลุ่มนินจาชุดดำไม่ให้ขึ้นเวที (ซึ่งมีที่มาจาก xkcd - คงเป็นนักศึกษาแถวนั้น) ซึ่งสุดท้ายเหล่านินจาก็ไม่สามารถขัดขวางอุดมการณ์ซอฟต์แวร์เสรีของ RMS ได้

สำหรับคำกล่าวของ RMS เกี่ยวกับเรื่อง DRM สามารถอ่านได้ที่นี่ (.doc) ภาพนินจาดูได้ตามลิงก์

ที่มา - Yale Political Union

Tags:
Intel

อินเทลเปิดตัวฮาร์ดแวร์ใหม่ในตระกูล vPro ซึ่งจับตลาดองค์กรธุรกิจ โดยซีพียู Core 2 Duo ใหม่ 3 รุ่น (E6550, E6750, E6850) ที่ลดอัตราการบริโภคพลังงานขณะไม่ใช้งานลงเหลือ 8 วัตต์จากเดิม 22 วัตต์ กับชิปเซ็ตตัวใหม่ Intel Q35 Express ซึ่งมีกิกะบิตแลนในตัว

แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่เทคโนโลยีใหม่ 2 ตัวครับ

  • Virtualization technology for directed I/O หรือ VT-d เป็นส่วนขยายของสถาปัตยกรรม x86 เพื่อแก้ปัญหาเดิมที่ชุดคำสั่ง x86 บางอันมีผลให้การทำ virtualization ยากขึ้น (ในกรณีของ VT-d คือเรื่องของ I/O เช่น DMA) ก่อนหน้านี้อินเทลเคยออก VT-x มาแล้ว พอมีสองอย่างประกอบกันก็คงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเทคโนโลยี virtualization บน x86 ให้ดีขึ้น
  • Trusted Execution Technology (TXT หรือโค้ดเนมเดิม LaGrande) เราอาจเคยผ่านตาชื่อ Trusted Platform Module กันมาบ้าง เจ้า TPM นี้เป็นชิปซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของแพลตฟอร์ม TXT ที่อินเทลอ้างว่ามันจะช่วยเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น โดนเจาะหรือโดนไวรัสสร้างความเสียหายได้ยากขึ้น แต่ก็มีหลายฝ่ายวิตกกังวลว่าเป็นเครื่องมือช่วยให้ DRM ทำงานได้สะดวกขึ้น เช่น บรรดาค่ายหนังค่ายเพลงสามารถเข้ามาจับตาดูการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเราได้ง่าย

ทั้ง 2 ตัวนี้มีผลทำให้ vPro เหมาะสำหรับองค์กรธุรกิจมากๆ แต่ฝั่งผู้ใช้ตามบ้านกับเรื่อง DRM ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป รายละเอียดของเทคโนโลยีทั้งสองตัวอ่านได้จากข่าวต้นฉบับ ซึ่งอธิบายไว้ดีใช้ได้เลย

ที่มา - Ars Technica

Tags:

หลังจากที่มีการตื่นตัวเรื่องการขายเพลงโดยที่ไม่มีเทคโนโลยี DRM ในธุรกิจการขายเพลงออนไลน์ไม่นาน ล่าสุดค่ายเพลง Universal ได้ตัดสินใจที่จะทดสอบการขายเพลงที่ไม่มี DRM แต่ว่าทางบริษัทจะนำเทคโนโลยีใหม่ไปใช้ในการตรวจสอบแทน เทคโนโลยีนี้คือการ Watermark ไฟล์เพลงแทน

การ Watermark ไฟล์เพลงนั้นก็คือการใส่ข้อมูลเพิ่มเติมลงไปในเพลงเพื่อที่จะเป็นตัวบอกว่าไฟล์เพลงนี้มาจากไหน เนื่องจากการใช้ DRM นั้นไม่ใช่การป้องกันที่ดีพอ ในที่นี้คือผู้ใช้สามารถเบิร์นเพลงออกมาแล้วนำโหลดเข้าเครื่องใหม่เพื่อกำจัด DRM โดยสิ้นเชิง แต่เทคโนโลยีใหม่นี้จะทำการใส่ข้อมูลเข้าไปในตัวเพลงเลย โดยข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถจะได้ยินโดนหูของคนได้ แต่ทางค่ายเพลงจะมีอุปกรณ์ตรวจสอบพิเศษที่สามารถอ่านข้อมูลเหล่านี้ได้

แต่สำหรับกรณีของ Universal นั้นจะไม่ทำการ Watermark ทุก ๆ ไฟล์ที่มีการดาวน์โหลดเพื่อบอกว่าไฟล์นี้มาจากผู้ใช้คนไหน แต่จะทำเป็นเพลง ๆ ไป (เช่น เพลง A ของศิลปิน ABC ทุก ๆ เพลงที่ขายไปโดยไม่มีการระบุว่าผู้ใช้คนไหนทำการดาวน์โหลดไป) โดย Universal ได้ทำแบบนี้เพื่อที่จะทดสอบความเสี่ยงเกี่ยวกับการทำธุรกิจขายเพลงโดยไม่มี DRM เท่านั้น (ในขณะนี้)

ถึงแม้ว่าจะไม่มีการนำเทคโยโลยีนี้ไปใช้จริงอย่างที่อธิบายไปแล้วก็ตาม แต่มันเป็นไปได้ที่ในอนาคตอาจจะมีการตรวจจับและเอาผิดผู้ใช้งานได้ในอนาคตแน่นอน

ที่มา - CNET News

Tags:

ตามหลังค่าย EMI มาหลายเดือน แต่ตอนนี้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Universal ก็แสดงความสนใจที่จะขายเพลงแบบไร้ DRM กันแล้ว แต่ยังคงเป็นการขายแบบจำกัดช่วงเวลาเพื่อทดสอบตลาดก่อนในช่วงแรก โดยจำกัดช่วงเวลาในโครงการทดสอบนี้ไว้ในช่วง 21 กันยายนนี้ ไปจนถึง 31 มกราคมปีหน้าเท่านั้น

ร้านค้าเพลงออนไลน์ที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้แก่ Amazon, RealNetwork, BestBuy และ Wal-Mart โดยในด้านของบิตเรทที่จะขายนั้นทาง Universal ระบุว่าจะขึ้นกับตัวร้านค้าเอง เช่นทางด้าน RealNetwork นั้นประกาศชัดเจนว่าจะขายเพลงที่บิตเรท 256kbps ที่น่าสนใจคือไม่มีชื่อ iTunes อยู่ในรายการของบริษัทที่ร่วมโครงการ โดยอาจจะมีสาเหตุจากการที่โครงการนี้เป็นโครงการแบบจำกัดเวลา

คาดเดาได้ไม่ยากว่าทาง Universal ต้องการดูผลกระทบของตลาดจากการขายเพลงแบบไร้ DRM นี้ โดยหากมีผลดีต่อยอดขาย และสามารถช่วยลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ เราก็คงได้เห็นโครงการนี้กลายเป็นโครงการถาวรกันต่อไป

ที่มา - ArsTechnica

Tags:
Blu-ray

หลังจากประกาศไม่เอาด้วยกับ DRM อีกต่อไป ค่าย EMI ก็ออกมาประกาศตัวเลขยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ เช่นเพลงของ Pink Floyd นั้นมียอดขายสูงขึ้นกว่า 350 เปอร์เซนต์ ในสัปดาห์แรก ส่วนเพลงของศิลปินอื่นๆ ก็ขยับขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญกันทุกคน

การแถลงตัวเลขยอดขายเหล่านี้อาจจะทำให้ค่ายเพลงอื่นๆ ยอมกลับลำมาขายเพลงไร้ DRM กันต่อไปได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีคำมั่นหรือคำตอบรับใดๆ จากค่ายอื่นๆ

ส่วนค่ายหนังนั้นตรงกันข้าม เมื่อทางกลุ่ม Blu-ray ประกาศเทคโนโลยี BD+ ที่จะมาช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับ AACS หลังจากโดนเจาะจนกระจุยไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยเทคโนโลยี BD+ นั้นจะทำงานอยู่บน Virtual Machine ที่มีระบบตรวจสอบซับซ้อนหลายชั้น (ไว้หาเอกสารได้แล้วจะมาแกะเป็นบทความเขียนให้อ่านกัน)

มาทายกันดีกว่าว่า BD+ จะอยู่รอดไปอีกกี่ "เดือน"

ที่มา - ArsTechnica, BD+ LLC

Tags:
Apple

แอปเปิลได้ปล่อย iTunes 7.2 ผ่านทาง Software Update แล้วโดยได้มีการสนับสนุน iTunes Plus โปรโมชั่นสำหรับเพลงที่ไม่มีระบบป้องกันการละเมิดลิขสิทธิที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้วในเดือนเมษายน

นอกจากการที่ลูกค้าสามารถนำไฟล์ที่ดาวน์โหลดไปแล้วไปใช้ในรูปแบบใดก็ได้ ผู้ใช้ยังจะได้ไฟล์ที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิมอีกด้วย โดยราคาขายจะเพิ่มขึ้นจาก $0.99 ต่อเพลงเป็น $1.29 ต่อเพลง

แอปเปิลยังยินยอมให้ผู้ที่ได้ซื้อเพลงที่มี DRM ไปก่อนหน้านี้แล้วสามารถที่จะอัพเกรดเพลงของตนไปเป็น iTunes Plus ได้อีกด้วย

ที่มา - MacRumors.com

Tags:

เกิดคดีขึ้นในประเทศฟินแลนด์เมื่อนาย Mikko Rauhala ได้สร้างเว็บที่อนุญาตให้มีการเผยแพร่โปรแกรมเพื่อการทำสำเนา DVD ผลคือถูกฟ้องว่าทำผิดกฏหมายลิขสิทธิของฟินแลนด์ที่ไม่อนุญาตให้มีการเผยแพร่วิธีการเจาะระบบป้องกันการทำสำเนาที่ยังได้ผลอยู่ (ในที่นี้คือ CSS)

หลังจากคดีเริ่มมาตั้งแต่ปี 2005 ตอนนี้ศาลชั้นต้นก็มีคำพิพากษาออกมาแล้วว่า CSS นั้นถือว่าเป็นการป้องกันที่ไม่มีผลอีกต่อไป เนื่องจากเป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วว่าจะทำสำเนาแผ่น DVD ที่ป้องกันไว้ด้วย CSS ได้อย่างไรมาตั้งแต่ปี 1999 แต่คดีนี้ก็ยังมีโอกาสสำหรับผู้ฟ้องที่จะอุทธรณ์ได้ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า

ที่น่าสนใจคือ AACS ของ HD DVD และ Blu-ray นั้นจะอยู่รอดไปอีกนานแค่ไหนก่อนที่จะเข้าข่ายแบบเดียวกัน

ที่มา - Afterdawn

Tags:
Blu-ray

Dan Glickman แห่ง MPAA เปิดเผยข้อมูลว่าเตรียมจะใส่ฟีเจอร์อนุญาตให้ลูกค้าก็อปปี้ข้อมูลในแผ่น (managed copy) ลงในระบบ AACS ภายในสิ้นปีนี้

ระบบ managed copy จะเหมือนกับเพลงที่ขายใน iTunes Store ซึ่งอนุญาตให้ลูกค้าก็อปปี้ข้ามเครื่อง หรือเขียนลงซีดี โดยมีจำนวนครั้งที่จำกัด และการก็อปปี้เหล่านี้ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

ฝั่ง HD DVD นั้นออกสเปกแต่แรกว่าค่ายหนัง "ต้อง" ระบุเงื่อนไขที่อนุญาตมาในแผ่นตั้งแต่แรก (แปลว่าอาจจะระบุว่าไม่อนุญาตให้ทำอะไรเลยก็ได้) ส่วนฝั่ง Blu-ray ไม่มีเงื่อนไขนี้แต่อย่างใด

กลุ่ม AACS บอกว่าเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่ AACS โดนแครกอย่างต่อเนื่อง แต่การผ่อนปรนเรื่องการก็อปปี้ให้กับผู้ใช้ ก็อาจจะช่วยลดความร้อนแรงในเรื่องนี้ลงมา

ที่มา - Ars Technica