Tags:

Wal-Mart หันมาร่วมวงขายเพลงออนไลน์เมื่อเดือนสิงหาคม 2007 โดยช่วงแรกเป็นเพลงแบบติด DRM ก่อนจะฝืนกระแสต้าน DRM ไม่ไหว หันมาขายเพลง MP3 แบบไร้ DRM แทน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2008 เช่นเดียวกับร้านขายเพลงออนไลน์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น iTunes หรือ Amazon (อ่าน ลาก่อน DRM ... MP3 รีเทิร์น!)

กิจการขายเพลงแบบ MP3 เป็นไปด้วยดี ตอนนี้มาถึงเวลาอันสมควร Wal-Mart จึงส่งอีเมลแจ้งไปยังลูกค้าเดิมๆ ว่าเตรียมปิดเซิร์ฟเวอร์ DRM ในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ ซึ่งแปลว่าถ้าใครซื้อเพลงจาก Wal-Mart ก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2008 เพลงเหล่านั้นจะไร้ค่า เปิดฟังไม่ได้เลย Wal-Mart แนะนำให้ลูกค้าแปลงเพลงติด DRM เหล่านั้นเป็นซีดีออดิโอ ถ้าต้องการเก็บเพลงที่เคยซื้อไปไว้

เวลาผ่านไปไม่ทันไร ข้อเสียของ DRM โผล่มาให้เห็นแบบชัดเจน (อ่านข่าวเก่า: ไมโครซอฟท์เลิกสนับสนุน DRM ของ MSN Music เดิม) ลองคิดถึงวันที่แอปเปิลบอกว่าเลิกสนับสนุน FairPlay หรือ EA บอกว่าเลิกสนับสนุน Spore

ที่มา - Gizmodo

Tags:
EA

หลังจากโดนอัดไปจนน่วม จากผู้ซื้อเกม Spore ที่บ่นเรื่อง DRM ที่ทำลายความสุนทรีย์ของผู้ซื้อเกินยอมรับได้ ทาง EA ก็ออกมาแถลงข่าวว่าบริษัทกำลังจะแก้ไขปัญหาในประเด็นนี้อยู่ โดยแบ่งออกเป็นสามมาตรการคือ

  • เพิ่มจำนวนครั้งที่ติดตั้งได้ จากเดิมมีแค่ 3 ครั้ง
  • ติดต่อขอติดตั้งเพิ่มจาก EA ได้ง่ายขึ้นจากเดิมที่ต้องตอบคำถามพนักงานของ EA หลายคำถาม
  • เพิ่มช่องทางให้ผู้ใช้สามารถยกเลิกสิทธิบนเครื่องที่ติดตั้งไปแล้ว และย้ายสิทธิไปยังเครื่องใหม่ได้

Frank Gibeau ประธานของ EA ระบุในข่าวเดียวกันว่าเขาหวังว่าลูกค้าจะเข้าใจบริษัทว่า DRM นั้นมีความสำคัญต่อยอดขาย และเป็นสิทธิของผู้สร้างสรรค์ผลงาน

เข้าใจก็เข้าใจครับ แต่นโยบายแย่ๆ จากผู้สร้างสรรค์หลายๆ ครั้งผมก็แสดงความเข้าใจโดยการไม่ซื้อเท่านั้นเอง

ที่มา - C|Net

Tags:

เทคโนโลยี DRM เตรียมกลับมาอีกครั้ง คราวนี้บรรดาค่ายหนังค่ายเพลง รวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผนีกกำลังมาอย่างหนาแน่น โดยชื่อของมันคือ Digital Entertainment Content Ecosystem (DECE)

เป้าหมายหลักของ DECE คือหลุดพ้นจากพันธนาการของแอปเปิลและดิสนีย์ ซึ่ง (ค่อนข้าง) ผูกขาดการขายเพลงและหนังออนไลน์ผ่าน iTunes Store ด้วย FairPlay DRM ซึ่งทำให้บริษัทเหล่านี้มีอำนาจต่อรองกับแอปเปิลน้อยมาก ก่อนหน้านี้ได้มีความพยายามหลายครั้งที่จะสร้างระบบ DRM ขึ้นมาแข่งกับ FairPlay แต่ก็ไม่สำเร็จด้วยเหตุผลด้านขนาดของตลาด (เทียบกับ iTunes Store แล้วเล็กกว่ากันมาก)​ และบรรดา DRM คู่แข่ง ต่างมีลักษณะเฉพาะตัวที่ต่างกันออกไป ทำให้ลูกค้าสับสนว่าเพลงจากร้านนี้เล่นได้กี่เครื่องกันแน่ ก็อปปี้ได้หรือเปล่า

DECE จึงเป็นทางออก โดยบริษัทต่างๆ ที่มาสนับสนุนจะร่วมใจใช้ DECE เพียงยี่ห้อเดียว ตอนนี้รายชื่อผู้สนับสนุนที่มีคือ Alcatel-Lucent, Best Buy, Cisco, Comcast, Fox Entertainment Group, HP, Intel, Lionsgate, Microsoft, NBC Universal, Paramount Pictures, Philips, Sony, Toshiba, VeriSign และ Warner Bros. Entertainment อีกสักพักเราคงเริ่มเห็นโลโก้ของ DECE กัน

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Amazon

เมื่อวานนี้หน้าขายเกม Spore ที่เกมเมอร์รอคอยกันมายาวนานที่ Amazon ได้มีการลบรีวิวทั้งหมดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีการนำกลับมาในภายหลัง

Spore ถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องของ DRM หรือการจำกัดสิทธิของผู้ซื้อ ที่กำหนดให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งเกมได้เพียงสามครั้งเท่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในเครื่องใดก็ตาม โดยหลังจากที่ติดตั้งครบแล้ว ทุกครั้งที่จะติดตั้งผู้ซื้อต้องโทรไปแจ้งเหตุผลกับทาง Electronic Arts เพื่อที่จะได้รับอนุญาตให้ติดตั้งอีกครั้ง

การกระทำเช่นนี้สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ซื้อเป็นวงกว้าง โดยผู้รีวิว 2217 คนในตอนนี้มีผู้รีวิวให้คะแนนเดียวถึง 2016 คนทำให้เกมนี้คงได้คะแนนรวมอยู่ที่ดาวเดียวไปอีกนาน

ผมว่ามันหายๆ ไปช่วงนึงแล้วนะ มันกลับมาอีกแล้วหรือนี่

ที่มา - ArsTechnica

Tags:
Microsoft

ข้อเสียของ DRM เริ่มแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว เมื่อไมโครซอฟท์ประกาศว่าลูกค้าที่เคยซื้อเพลงแบบติด DRM (PlayForSure) ของ MSN Music (ซึ่งปัจจุบันปิดตัวไปแล้ว) จะไม่สามารถสร้างคีย์สำหรับย้ายเพลงไปลงอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกหลังวันที่ 31 สิงหาคมนี้

ตามขั้นตอนปกติแล้ว ถ้าลูกค้าต้องการย้ายเพลงไปยังคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเพลงพกพาเครื่องใหม่ (ได้ไม่เกิน 5 เครื่อง) จะต้องขอคีย์ใหม่เป็นรายเพลงจากไมโครซอฟท์ก่อน

MSN Music เป็นบริการขายเพลงออนไลน์ในยุคแรกของไมโครซอฟท์ และปิดตัวไปหลังไมโครซอฟท์ออก Zune ซึ่งเชื่อมต่อกับร้านขายเพลง Zune Marketplace ซึ่งใช้ DRM รูปแบบใหม่แทน

ลองจินตนาการว่าถ้าในอนาคต มีข่าวแอปเปิลเลิกสนับสนุน FairPlay?

ที่มา - Ars Technica

Tags:
Blu-ray

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อปีก่อนมีข่าวเรื่อง AACS (ระบบป้องกันการก็อปปี้ใน HD DVD และ Blu-ray) โดนแคร็กไปหลายรอบ ข่าวเก่า (รวมถึงการที่มีคนเอาคีย์ไปโพสต์ใน Digg และเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต) อย่างไรก็ตาม ฝั่ง Blu-ray นั้นยังมีระบบป้องกันการก็อปปี้อีกชั้น ซึ่งแผ่นดิสก์ที่มีระบบ BD+ เพิ่งเริ่มวางจำหน่ายในช่วงไม่นานมานี้

แต่ล่าสุด บริษัท SlySoft เจ้าของผลิตภัณฑ์ AnyDVD HD ซึ่งเป็นผู้แกะ AACS ได้เมื่อคราวก่อน ได้ประกาศความสำเร็จในการแกะ BD+ โดยความสามารถนี้จะมาพร้อมกับ AnyDVD HD เวอร์ชัน 6.4 ขึ้นไป ทาง SlySoft ยังบอกอีกด้วยว่าจริงๆ ทำสำเร็จตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ เลยรอจนกว่าสงครามฟอร์แมตสิ้นสุดลงก่อนแล้วค่อยเปิดตัว

ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารฝั่ง Blu-ray เคยให้สัมภาษณ์ว่า BD+ ไม่เหมือน AACS และไม่มีทางโดนแกะได้ภายใน 10 ปี

ที่มา - SlySoft ผ่าน Slashdot

Tags:

สมรภูมิของ DRM เริ่มลดลงอย่างมากหลังจากค่ายเพลงแทบทุกค่ายยอมขายเพลงของตัวเองโดยไม่มี DRM กันไปแล้ว ตอนนี้อีกตลาดที่ใหญ่มากๆ ในต่างประเทศคือตลาดหนังสือแบบเสียง (audiobook) นั้นก็ทำท่าว่าจะตามแนวทางของค่ายเพลงไปแล้ว เมื่อทาง Random House สำนักพิมพ์ผู้ถือสิทธิ์ในหนังสือแบบเสียงมากที่สุดในตลาดได้ส่งจดหมายไปยังพันธมิตรทางธุรกิจว่าบริษัทกำลังจะเริ่มขายไฟล์ MP3 ที่ไม่มีการป้องกัน นอกจากว่าจะมีคู่ค้ารายใดต้องการคัดค้าน ตามมาด้วยการตัดสินใจแบบเดียวกันจากสำนักพิมพ์อันดับสองคือ Penguin Group

ก่อนการประกาศนี้ทาง Random House ได้ทดสอบผลกระทบจากการขายหนังสือแบบเสียงที่ไม่มี DRM โดยใส่ลายน้ำไว้ในไฟล์เพื่อให้ตรวจสอบที่มาได้ แต่ผลการทดสอบพบว่าไฟล์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ส่วนมากจะมากจากแผ่นซีดีหรือกระทั่งไฟล์เสียงที่ได้รับการป้องกันจาก DRM แต่ถูกแกะการเข้ารหัสออกมากกว่า

เหตุผลหลักของการถอด DRM ของสำนักพิมพ์เหล่านี้คล้ายคลึงกับค่ายเพลงคือการเข้ามาของ Apple ที่เริ่มครองส่วนแบ่งตลาดการขายออนไลน์ไว้ได้เกือบทั้งหมด การถอด DRM ออกจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่จะเปิดให้ช่องทางจำหน่ายอื่นๆ เช่น Amazon สามารถขายเพลงที่นำไปลงไอพ็อตได้

ที่มา - The New York Times

Tags:
Amazon

New York Times รายงานว่าหลังจากที่โซนี่เคยประกาศที่จะเริ่มเข้าสู่วงการขายเพลงออนไลน์ไร้ DRM แล้ว ล่าสุดทางค่าย Sony BMG ได้ทำการเซ็นสัญญาการขายเพลงผ่าน Amazon MP3 Store แล้ว โดยทุกเพลงของค่ายจะเริ่มขายตั้งแต่สิ้นเดือนนี้เป็นต้นไป

เมื่อสตีฟ จ็อปส์ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกเกี่ยวกับความล้มเหลวของ DRM ในการแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ค่ายเพลงต่าง ๆ เริ่มออกมาประกาศจุดยืนของตัวเองในเรื่องนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วเห็นด้วยกับการขายเพลงไร้ DRM เนื่องจากเห็นว่าการมี DRM นั้นเป็นการทำร้ายตลาดและความรู้สึกของลูกค้ามากกว่าพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ขึ้นไปอีกขั้น

ข้อดีอีกข้อของไฟล์เพลงไร้ DRM ก็คือ ความสามารถในการเล่นบนเครื่องเล่นดนตรีพกพาได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไอพ็อด, Zune, Creative Zen หรือแม้กระทั่งบนซีดี อีกทั้งยังไม่ต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเมื่อมีการนำไปเล่นบนคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ทำให้การย้ายเพลงนั้นจากอุปกรณ์หนึ่งไปอีกอุปกรณ์หนึ่งนั้นง่ายขึ้น

เป็นไปได้ว่าปีนี้อาจจะถึงจุดจบของ DRM จริง ๆ แล้วก็ได้ อาจจะต้องลองดูว่าร้านขายเพลงออนไลน์รายใหญ่อื่น ๆ อย่าง iTunes Store เมื่อไหร่จะมีการขายเพลงไร้ DRM จริง ๆ เสียที (ไม่นับ iTunes Plus ที่มีแต่เพลงของ EMI ขายเท่านั้น)

ที่มา - New York Times

Tags:
DivX

ข้อตกลงล่าสุดระหว่างโซนี่และ DivX สร้างความน่าประหลาดใจให้กับผู้ใช้จำนวนมาก เมื่อทางโซนี่เตรียมตัววางตลาดภาพยนต์ในเครือของตนในฟอร์แมต DivX โดยระหว่างนี้อยู่ระหว่างดำเนินการหาผู้จัดจำหน่ายต่อไป

ทาง DivX ระบุว่าข้อตกลงนี้ครอบคลุมถึงภาพยนต์ทั้งหมดที่ทางโซนี่ถือสิทธิ์อยู่ และจะมีบริการดาวน์โหลดในเร็วๆ นี้ โดยไฟล์ที่เปิดให้ดาวน์โหลดนั้นจะมี DRM อยู่ด้วย แต่ยังไม่มีการระบุว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีจากค่ายใด

ก่อนหน้านี้ทางฝั่งเครื่อง PS3 เองก็มีการรองรับไฟล์ DivX ไปแล้วก่อนหน้าไม่นานนัก

ที่มา - ArsTechnica

Tags:
Sony

จากข่าว Warner Music ยอมขายเพลงไร้ DRM แล้ว เมื่อปลายปี ทุกคนคงเดากันได้ว่าค่ายยักษ์ค่ายสุดท้ายอย่าง Sony BMG นั้นต้องดำเนินรอยตามแน่ ขึ้นกับว่าเมื่อไรเท่านั้น

ข้ามปีมาไม่ทันไร BusinessWeek ก็มีรายงานจากวงในของ Sony BMG แล้วว่าบริษัทเตรียมขายเพลง "อย่างน้อยส่วนหนึ่ง" เป็นแบบไร้ DRM ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ และมีข่าวออกมาว่า Sony BMG ยังจะเข้าร่วมแคมเปญแจกเพลงฟรี 1 พันล้านเพลงร่วมกับเป๊บซี่และ Amazon ในช่วงการแข่งขันซูเปอร์โบล์วเดือนกุมภาพันธ์นี้ด้วยเช่นเดียวกับ Warner ในข่าวที่แล้ว

ตัวแทนของ Sony BMG ยังไม่ให้รายละเอียดใดๆ ส่วนโฆษกของ Amazon บอกให้รอดูในการแถลงข่าว

ที่มา - BusinessWeek

Tags:

จากที่ปล่อยให้คู่แข่งอย่าง EMI และ Universal เป็นผู้นำในการขายเพลงแบบไม่มี DRM มานาน ตอนนี้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Warner Music ก็หันมาร่วมขบวนโดยขายเพลงของตัวเองแบบไร้ DRM บนร้านออนไลน์ของ Amazon

Amazon MP3 มีแผนจะแจกเพลงฟรีเพื่อโปรโมทธุรกิจในช่วงการแข่งขันซูเปอร์โบล์วเดือนมกราคมนี้ นักวิเคราะห์จึงมองว่า Warner ไม่อยากพลาดโอกาสนี้ จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้้ Warner ตัดสินใจขายเพลงแบบไร้ DRM ในที่สุด อย่างไรก็ตาม Warner ยังไม่ได้แถลงว่าจะขายเพลงบนเว็บไซต์อื่นๆ (โดยเฉพาะ iTunes Store) ด้วยหรือไม่

การกลับลำของ Warner ครั้งนี้ทำให้ Sony BMG กลายเป็นค่ายเพลงบิ๊กโฟร์ค่ายสุดท้ายที่ยังเหนียวแน่นอยู่กับ DRM

ที่มา - Ars Technica

Tags:
Amazon

เมื่อปี 2004-2005 ช่วง Superbowl ในสหรัฐอเมริกา แป๊ปซี่จะออกโปรโมชั่นร่วมมือกับ iTunes โดยการแจกเพลงฟรีจากการแจก Redeem Code ใต้ฝา ปีนี้แป๊ปซี่ก็ได้ออกโปรโมชั่นใหม่เช่นเดียวกัน แต่ครั้งนี้แป๊ปซี่จะทำการแจก MP3 (ไร้ DRM) ผ่านทาง Amazon MP3 Store แทน

ในขณะนี้โซนี่เองก็กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจที่จะเริ่มขายเพลงในรูปแบบของ MP3 แทน ทำให้ "เดอะบิ๊กโฟว์" ทั้งหมดเหลือเพียงแค่ Warner เท่านั้นที่ยังไม่มีแผนการในการขายเพลง MP3 แต่อย่างใด โดยปัจจุบันหากรวมโซนี่แล้วทั้ง EMI และ Universal Music Group เริ่มที่จะขายเพลงในรูปแบบ MP3 แทน

Wal-Mart เองก็แรงไม่เบาเหมือนกันในก้าวเดินทีี่จะกลับมาสู่ MP3 ฟอร์แมตที่ทุกเครื่องเล่นเพลงสนับสนุนและไร้ DRM ... Wal-Mart ได้ประกาศ "ขู่" ค่ายเพลงว่าหากค่ายเพลงใดก็ตามที่ไม่เปลี่ยนมาขายเพลงฟอร์แมต MP3 ทาง Wal-Mart จะดึงเพลงที่เป็น WMA (ที่มาพร้อมกับ DRM) ออกจากระบบทั้งหมด

ดูเหมือนใกล้จะถึงจุดจบของ DRM ในสหรัฐเต็มที ขนาดนี่ไม่นับรวมผู้ขายเพลงหลัก ๆ อีกเจ้าเช่น iTunes ที่เริ่มจะเปลี่ยนแปลงแล้ว หรือวง Radiohead ที่เริ่มเปิดให้โหลดเพลงตามอัธยาศัยของผู้ซื้อ

คงพูดได้ว่านี่เป็นการกลับมาของฟอร์แมต MP3 เลยทีเดียว หลังจากที่มีการเปลี่ยนไปเป็น WMA, AAC, OGG และอื่น ๆ สาเหตุก็หนีไม่พ้น "ความเป็นกลาง" ของฟอร์แมตนี้ที่ไม่ว่าเครื่องเล่นเพลงจากค่ายไหนก็เล่นได้หมด และ Feature สุดขลังของมัน ซึ่งก็คือ "ความสามารถที่ไม่รองรับ DRM"

ค่ายเพลงไทยว่าไงครับ?

ที่มา - C|net

Tags:

ร้านขายเพลงออนไลน์ 7 Digital ในสหราชอาณาจักรเปิดเผยข้อมูลว่าในยอดขายเพลงทั้งหมด เพลงที่เป็น MP3 ไม่มี DRM มีส่วนแบ่งสูงถึง 80% คิดเป็น 4 เท่าของเพลงแบบมี DRM

ผู้บริหารของ 7 Digital ให้ความเห็นว่า MP3 เป็นฟอร์แมตเพลงแบบเดียวที่การันตีว่าทุกคนจะเล่นได้ ไม่ว่าจะเป็นไอพ็อด, โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องเล่น MP3 ยี่ห้ออื่นๆ และการขายเพลงแบบ MP3 มีแนวโน้มว่าจะทำให้ลูกค้าซื้อแบบยกอัลบั้มมากขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางอุตสาหกรรมเพลงวิตก เนื่องจากการขายออนไลน์แบบแยกเพลงทำให้ยอดขายอัลบั้มตกลง

ปัจจุบันค่ายเพลงใหญ่ที่ไม่เอา DRM คือ EMI ค่ายเดียว ส่วน Universal ยังลองขายบางส่วน และ Sony BMG กับ Warner Music นั้นยังขายเฉพาะแบบมี DRM สำหรับบ้านเรา Mixiclub ของ RS ขายแบบไม่มี DRM (อ่านสัมภาษณ์)

ที่มา - Ars Technica

Tags:

(ผมคิดว่าคงไม่ต้องอธิบายผู้อ่าน Blognone ว่า RMS เป็นใครนะครับ)

RMS ไปพูดที่มหาวิทยาลัยเยลในงานของ Yale Political Union โดยโจมตี DRM และเสนอว่า DRM ควรจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ที่น่าสนใจคือก่อนพูด RMS ถูกรุมล้อมโดยกลุ่มนินจาชุดดำไม่ให้ขึ้นเวที (ซึ่งมีที่มาจาก xkcd - คงเป็นนักศึกษาแถวนั้น) ซึ่งสุดท้ายเหล่านินจาก็ไม่สามารถขัดขวางอุดมการณ์ซอฟต์แวร์เสรีของ RMS ได้

สำหรับคำกล่าวของ RMS เกี่ยวกับเรื่อง DRM สามารถอ่านได้ที่นี่ (.doc) ภาพนินจาดูได้ตามลิงก์

ที่มา - Yale Political Union

Tags:
Intel

อินเทลเปิดตัวฮาร์ดแวร์ใหม่ในตระกูล vPro ซึ่งจับตลาดองค์กรธุรกิจ โดยซีพียู Core 2 Duo ใหม่ 3 รุ่น (E6550, E6750, E6850) ที่ลดอัตราการบริโภคพลังงานขณะไม่ใช้งานลงเหลือ 8 วัตต์จากเดิม 22 วัตต์ กับชิปเซ็ตตัวใหม่ Intel Q35 Express ซึ่งมีกิกะบิตแลนในตัว

แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่เทคโนโลยีใหม่ 2 ตัวครับ

  • Virtualization technology for directed I/O หรือ VT-d เป็นส่วนขยายของสถาปัตยกรรม x86 เพื่อแก้ปัญหาเดิมที่ชุดคำสั่ง x86 บางอันมีผลให้การทำ virtualization ยากขึ้น (ในกรณีของ VT-d คือเรื่องของ I/O เช่น DMA) ก่อนหน้านี้อินเทลเคยออก VT-x มาแล้ว พอมีสองอย่างประกอบกันก็คงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเทคโนโลยี virtualization บน x86 ให้ดีขึ้น
  • Trusted Execution Technology (TXT หรือโค้ดเนมเดิม LaGrande) เราอาจเคยผ่านตาชื่อ Trusted Platform Module กันมาบ้าง เจ้า TPM นี้เป็นชิปซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของแพลตฟอร์ม TXT ที่อินเทลอ้างว่ามันจะช่วยเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น โดนเจาะหรือโดนไวรัสสร้างความเสียหายได้ยากขึ้น แต่ก็มีหลายฝ่ายวิตกกังวลว่าเป็นเครื่องมือช่วยให้ DRM ทำงานได้สะดวกขึ้น เช่น บรรดาค่ายหนังค่ายเพลงสามารถเข้ามาจับตาดูการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเราได้ง่าย

ทั้ง 2 ตัวนี้มีผลทำให้ vPro เหมาะสำหรับองค์กรธุรกิจมากๆ แต่ฝั่งผู้ใช้ตามบ้านกับเรื่อง DRM ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป รายละเอียดของเทคโนโลยีทั้งสองตัวอ่านได้จากข่าวต้นฉบับ ซึ่งอธิบายไว้ดีใช้ได้เลย

ที่มา - Ars Technica

Tags:

หลังจากที่มีการตื่นตัวเรื่องการขายเพลงโดยที่ไม่มีเทคโนโลยี DRM ในธุรกิจการขายเพลงออนไลน์ไม่นาน ล่าสุดค่ายเพลง Universal ได้ตัดสินใจที่จะทดสอบการขายเพลงที่ไม่มี DRM แต่ว่าทางบริษัทจะนำเทคโนโลยีใหม่ไปใช้ในการตรวจสอบแทน เทคโนโลยีนี้คือการ Watermark ไฟล์เพลงแทน

การ Watermark ไฟล์เพลงนั้นก็คือการใส่ข้อมูลเพิ่มเติมลงไปในเพลงเพื่อที่จะเป็นตัวบอกว่าไฟล์เพลงนี้มาจากไหน เนื่องจากการใช้ DRM นั้นไม่ใช่การป้องกันที่ดีพอ ในที่นี้คือผู้ใช้สามารถเบิร์นเพลงออกมาแล้วนำโหลดเข้าเครื่องใหม่เพื่อกำจัด DRM โดยสิ้นเชิง แต่เทคโนโลยีใหม่นี้จะทำการใส่ข้อมูลเข้าไปในตัวเพลงเลย โดยข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถจะได้ยินโดนหูของคนได้ แต่ทางค่ายเพลงจะมีอุปกรณ์ตรวจสอบพิเศษที่สามารถอ่านข้อมูลเหล่านี้ได้

แต่สำหรับกรณีของ Universal นั้นจะไม่ทำการ Watermark ทุก ๆ ไฟล์ที่มีการดาวน์โหลดเพื่อบอกว่าไฟล์นี้มาจากผู้ใช้คนไหน แต่จะทำเป็นเพลง ๆ ไป (เช่น เพลง A ของศิลปิน ABC ทุก ๆ เพลงที่ขายไปโดยไม่มีการระบุว่าผู้ใช้คนไหนทำการดาวน์โหลดไป) โดย Universal ได้ทำแบบนี้เพื่อที่จะทดสอบความเสี่ยงเกี่ยวกับการทำธุรกิจขายเพลงโดยไม่มี DRM เท่านั้น (ในขณะนี้)

ถึงแม้ว่าจะไม่มีการนำเทคโยโลยีนี้ไปใช้จริงอย่างที่อธิบายไปแล้วก็ตาม แต่มันเป็นไปได้ที่ในอนาคตอาจจะมีการตรวจจับและเอาผิดผู้ใช้งานได้ในอนาคตแน่นอน

ที่มา - CNET News

Tags:

ตามหลังค่าย EMI มาหลายเดือน แต่ตอนนี้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Universal ก็แสดงความสนใจที่จะขายเพลงแบบไร้ DRM กันแล้ว แต่ยังคงเป็นการขายแบบจำกัดช่วงเวลาเพื่อทดสอบตลาดก่อนในช่วงแรก โดยจำกัดช่วงเวลาในโครงการทดสอบนี้ไว้ในช่วง 21 กันยายนนี้ ไปจนถึง 31 มกราคมปีหน้าเท่านั้น

ร้านค้าเพลงออนไลน์ที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้แก่ Amazon, RealNetwork, BestBuy และ Wal-Mart โดยในด้านของบิตเรทที่จะขายนั้นทาง Universal ระบุว่าจะขึ้นกับตัวร้านค้าเอง เช่นทางด้าน RealNetwork นั้นประกาศชัดเจนว่าจะขายเพลงที่บิตเรท 256kbps ที่น่าสนใจคือไม่มีชื่อ iTunes อยู่ในรายการของบริษัทที่ร่วมโครงการ โดยอาจจะมีสาเหตุจากการที่โครงการนี้เป็นโครงการแบบจำกัดเวลา

คาดเดาได้ไม่ยากว่าทาง Universal ต้องการดูผลกระทบของตลาดจากการขายเพลงแบบไร้ DRM นี้ โดยหากมีผลดีต่อยอดขาย และสามารถช่วยลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ เราก็คงได้เห็นโครงการนี้กลายเป็นโครงการถาวรกันต่อไป

ที่มา - ArsTechnica

Tags:
Blu-ray

หลังจากประกาศไม่เอาด้วยกับ DRM อีกต่อไป ค่าย EMI ก็ออกมาประกาศตัวเลขยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ เช่นเพลงของ Pink Floyd นั้นมียอดขายสูงขึ้นกว่า 350 เปอร์เซนต์ ในสัปดาห์แรก ส่วนเพลงของศิลปินอื่นๆ ก็ขยับขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญกันทุกคน

การแถลงตัวเลขยอดขายเหล่านี้อาจจะทำให้ค่ายเพลงอื่นๆ ยอมกลับลำมาขายเพลงไร้ DRM กันต่อไปได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีคำมั่นหรือคำตอบรับใดๆ จากค่ายอื่นๆ

ส่วนค่ายหนังนั้นตรงกันข้าม เมื่อทางกลุ่ม Blu-ray ประกาศเทคโนโลยี BD+ ที่จะมาช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับ AACS หลังจากโดนเจาะจนกระจุยไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยเทคโนโลยี BD+ นั้นจะทำงานอยู่บน Virtual Machine ที่มีระบบตรวจสอบซับซ้อนหลายชั้น (ไว้หาเอกสารได้แล้วจะมาแกะเป็นบทความเขียนให้อ่านกัน)

มาทายกันดีกว่าว่า BD+ จะอยู่รอดไปอีกกี่ "เดือน"

ที่มา - ArsTechnica, BD+ LLC

Tags:
Apple

แอปเปิลได้ปล่อย iTunes 7.2 ผ่านทาง Software Update แล้วโดยได้มีการสนับสนุน iTunes Plus โปรโมชั่นสำหรับเพลงที่ไม่มีระบบป้องกันการละเมิดลิขสิทธิที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้วในเดือนเมษายน

นอกจากการที่ลูกค้าสามารถนำไฟล์ที่ดาวน์โหลดไปแล้วไปใช้ในรูปแบบใดก็ได้ ผู้ใช้ยังจะได้ไฟล์ที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิมอีกด้วย โดยราคาขายจะเพิ่มขึ้นจาก $0.99 ต่อเพลงเป็น $1.29 ต่อเพลง

แอปเปิลยังยินยอมให้ผู้ที่ได้ซื้อเพลงที่มี DRM ไปก่อนหน้านี้แล้วสามารถที่จะอัพเกรดเพลงของตนไปเป็น iTunes Plus ได้อีกด้วย

ที่มา - MacRumors.com

Tags:

เกิดคดีขึ้นในประเทศฟินแลนด์เมื่อนาย Mikko Rauhala ได้สร้างเว็บที่อนุญาตให้มีการเผยแพร่โปรแกรมเพื่อการทำสำเนา DVD ผลคือถูกฟ้องว่าทำผิดกฏหมายลิขสิทธิของฟินแลนด์ที่ไม่อนุญาตให้มีการเผยแพร่วิธีการเจาะระบบป้องกันการทำสำเนาที่ยังได้ผลอยู่ (ในที่นี้คือ CSS)

หลังจากคดีเริ่มมาตั้งแต่ปี 2005 ตอนนี้ศาลชั้นต้นก็มีคำพิพากษาออกมาแล้วว่า CSS นั้นถือว่าเป็นการป้องกันที่ไม่มีผลอีกต่อไป เนื่องจากเป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วว่าจะทำสำเนาแผ่น DVD ที่ป้องกันไว้ด้วย CSS ได้อย่างไรมาตั้งแต่ปี 1999 แต่คดีนี้ก็ยังมีโอกาสสำหรับผู้ฟ้องที่จะอุทธรณ์ได้ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า

ที่น่าสนใจคือ AACS ของ HD DVD และ Blu-ray นั้นจะอยู่รอดไปอีกนานแค่ไหนก่อนที่จะเข้าข่ายแบบเดียวกัน

ที่มา - Afterdawn