Tags:
Spotify

ประกาศไปตั้งแต่กลางปีก่อนว่า Spotify กำลังจะยกเครื่องครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับตลาดสตรีมเพลงที่กำลังดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการรองรับเพลงความละเอียดสูง ระบบเล่นเพลงสำหรับคนรักการออกกำลังกาย และการรองรับวิดีโอ ซึ่งในวันนี้บริการอย่างหลังสุดได้เริ่มเปิดให้บริการแล้วหลังจากทดสอบในวงแคบๆ มาหลายเดือน

บริการสตรีมวิดีโอของ Spotify จะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้ Android ก่อนภายในสัปดาห์นี้ ก่อนจะเปิดให้ผู้ใช้ iOS ในสัปดาห์ต่อไป โดยรูปแบบของวิดีโอจะมีตั้งแต่มิวสิควิดีโอ และคลิปสั้นอื่นๆ ซึ่งจะเลือกมาแสดงตามรสนิยมการฟังเพลงของผู้ใช้แต่ละคน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุว่าทำไมฟีเจอร์นี้จึงใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะเปิดให้ใช้งานจริง

สำหรับวิดีโอบน Spotify จะมีการจัดกลุ่มเป็นแอพเหมือนกับที่ทำกับเพลงด้วย ตัวอย่างเช่น News of the Week หรือ Laughs at Lunch แม้แต่รวมคลิปจาก Maker Studios ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ปล่อยวิดีโอมาช่วงแรกพร้อมกับรายอื่นๆ อย่าง ESPN, Comedy Central, the BBC และ Vice Media

ที่มา - WSJ

Tags:
Netflix

หลังประกาศได้เพียงอาทิตย์เดียว Netflix ก็เริ่มบล็อคผู้ใช้ที่ใช้บริการ proxy หรือ VPN มุดไปยังประเทศอื่นๆ อย่างเช่นสหรัฐฯ เพื่อดูคอนเทนท์ที่จำกัดการฉายเฉพาะบางประเทศแล้ว

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมีเพียงผู้ใช้บางรายในออสเตรเลียเท่านั้น ที่ Netflix แจ้งเตือนและขอให้ผู้ใช้ปิดบริการ proxy หรือ VPN ซึ่งคาดว่าอีกไม่นาน Netflix น่าจะเริ่มบังคับใช้มาตรการนี้อย่างแพร่หลายมากขึ้น

ที่มา - Engadget

Tags:
Netflix

ข่าวใหญ่ของวงการไอทีช่วงต้นปีนี้คือ Netflix ขยายประเทศที่ให้บริการอีก 130 ประเทศ แต่กลับมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนเนื้อหาในหลายๆ ประเทศ ที่น้อยกว่าสหรัฐอเมริกามาก

หนังสือพิมพ์ The New York Times มีบทสัมภาษณ์ซีอีโอ Reed Hastings ที่ยอมรับว่า Netflix ยังมีข้อจำกัดเรื่องกำแพงภาษา มีเนื้อหาในภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษน้อย และบริษัทต้องทำงานอีกมากในการรองรับภาษาใหม่ๆ ให้มากขึ้น เขายังเล่าว่าหลังขยายบริการของ Netflix ก็มีผู้ใช้งานจากประเทศแปลกๆ อย่างโซมาเลีย และเกาะ Reunion Island ซึ่งเป็นเกาะของฝรั่งเศสในทวีปแอฟริกาด้วย

Hastings ยังยอมรับว่า Netflix ต้องแข่งขันกับบริการวิดีโอสตรีมมิ่งแบบเดียวกันในหลายประเทศ อย่างไรก็ตามเป้าหมายสุดท้ายของ Netflix ไม่ใช่แค่การแข่งกับคู่แข่งในสายเดียวกัน แต่เป็นการชิงเวลาของผู้บริโภคมาจากสื่อประเภทอื่นๆ ทั้งการดูทีวี การอ่านหนังสือ การไปงานเลี้ยง ฯลฯ ให้ได้วันละ 2-3 ชั่วโมงทุกวัน

ส่วนหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ก็รายงานว่าผู้ประกอบการสตรีมมิ่งในหลายๆ ประเทศเริ่มรวมตัวกันเพื่อระดมเงินซื้อลิขสิทธิ์รายการแย่งกับ Netflix ให้ได้ ตัวอย่างคือเคเบิลทีวี Canal Plus ของฝรั่งเศสและ Sky ของสหราชอาณาจักร เริ่มเจรจาจับมือกัน อีกกลุ่มคือ Viaplay/Stan/Lightbox/Hulu ที่มาจากหลายประเทศ

ที่มา - The New York Times, Wall Street Journal

Tags:
Netflix

ให้หลังการเปิดให้บริการทั่วโลก 130 ประเทศของ Netflix ก็เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงที่กระทบกับผู้ชมออกมาจนได้ โดยในวันนี้ทาง Netflix ได้ประกาศว่าจะเพิ่มมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงคอนเทนต์ที่อยู่นอกประเทศของตัวเองได้แล้ว

ก่อนหน้าที่ Netflix จะขยายบริการไปทั่วโลก คนที่อยากเข้าไปใช้งานต้องเล่นท่ายากอย่างการใช้ proxy หรือ VPN ไปยังประเทศที่ Netflix รองรับเสียก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ ให้หลังการเปิดให้บริการทั่วโลก การใช้งานเครื่องมือดังกล่าวแม้ยังคงมีประโยชน์กับผู้ใช้เนื่องจากช่วยปลดล็อกคอนเทนต์บางอย่างที่ยังไม่ฉายทั่วโลก หรือคอนเทนต์เฉพาะประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งดูเหมือนว่าทาง Netflix จะไม่ค่อยพอใจกับวิธีนี้นักจนออกมาเป็นมาตรการในครั้งนี้

หลังประกาศนี้ออกมา ผู้ใช้ที่ใช้งานบริการดังกล่าวอยู่น่าจะไม่พอใจที่ต้องจ่ายค่าบริการเท่ากันแต่ได้ดูน้อยกว่า และให้ความเห็นว่ามาตรการนี้ควรออกมาหลังจากที่ Netflix เปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกเข้าถึงคอนเทนต์ได้อย่างเท่าเทียมเสียก่อน

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Netflix

จากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการใน 130 ประเทศรวมถึงประเทศไทยของ Netflix บริการดูหนังออนไลน์ชั้นนำจากสหรัฐฯ ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้หยิบบริการระดับโลกที่เพิ่งมาเป็นน้องใหม่ในบ้านเราว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้างเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆ ในตลาด

การรีวิวจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกับรีวิวบริการดูหนังออนไลน์สี่เจ้าใหญ่ในไทย อันประกอบไปด้วยตัวเว็บไซต์หลัก, คุณภาพวิดีโอ, ประเภทของเนื้อหา, แอพบนอุปกรณ์พกพา และอุปกรณ์อื่นๆ ปิดท้ายด้วยราคาว่าคุ้มค่าแค่ไหน ว่าแล้วก็ไปเริ่มดูกันเลย

Tags:

มาตรฐานการเข้ารหัสวิดีโอ H.265 หรือ HEVC เป็นมาตรฐานที่ถูกพัฒนาขึ้นให้เหนือกว่า H.264 เดิม (ข่าวเก่า) อย่างไรก็ตาม ค่าใช้งาน HEVC กลับแพงกว่า H.264 มาก จนบริษัทไอทีหลายแห่งหาทางออกด้วยการตั้ง Alliance for Open Media ขึ้นมาทดแทน (บริษัทที่เข้าร่วมมีผู้พัฒนาเบราว์เซอร์ 3 รายใหญ่คือ Google, Microsoft, Mozilla ด้วย)

ผลจากโครงการข้างต้น ทำให้ฝั่ง HEVC ต้องขยับตัว โดย HEVC Advance ตัวแทนผู้ให้สิทธิการใช้งาน HEVC ออกมาประกาศค่าไลเซนส์แบบใหม่ที่ลดราคาลงจากเดิม แถมเลิกคิดเงินถ้านำไปใช้งานแพร่ภาพที่ไม่หวังผลกำไร และการแพร่ภาพที่ผู้ชมไม่ต้องเสียเงิน (จ่ายค่าไลเซนส์ต่อเมื่อเก็บเงินจากผู้ชมเท่านั้น เช่น Netflix)

นอกจากนี้ HEVC ยังเอื้อประโยชน์ให้ผู้ใช้งานรายย่อย เช่น ถ้าใช้งานไม่ถึง 25,000 ดอลลาร์จะถือว่าอยู่ในกลุ่มเครดิตใช้ฟรี และลดราคา 50% กับผู้ใช้งานจากประเทศเกิดใหม่ด้วย

ที่มา - HEVC, เรตราคาใหม่ (PDF)

Tags:
Flash

Facebook ประกาศเปลี่ยนตัวเล่นวิดีโอบนเว็บจาก Flash มาเป็น HTML5 ทั้งหมดแล้ว (ทั้งในหน้าเพจและ news feed)

Facebook อธิบายว่าการเปลี่ยนมาใช้ HTML5 ที่เป็นเทคโนโลยีเว็บทั้งหมด ช่วยให้กระบวนการพัฒนาเดินหน้ารวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งรองรับฟีเจอร์ด้าน accessibility ได้เต็มรูปแบบ เพราะตัวเล่นวิดีโอเป็นเนื้อเดียวกับเว็บ ต่างจาก Flash ที่มีสถานะเป็นปลั๊กอินฝังในเว็บ อย่างไรก็ตาม การเล่นวิดีโอผ่าน HTML5 ก็มีปัญหาเรื่องความเข้ากันได้ของเบราว์เซอร์แต่ละตัว และปัญหาประสิทธิภาพบนเบราว์เซอร์รุ่นเก่าๆ ซึ่งทีมงานจะหาวิธีแก้ไขต่อไป

Facebook จะยังรองรับ Flash ต่อไป แต่จะเน้นเฉพาะเกม Flash เพียงอย่างเดียวแล้ว

ที่มา - Facebook Code

Tags:
Netflix

Netflix เผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าวของนิตยสาร Variety ถึงแผนการเข้ารหัส (encode) วิดีโอใหม่ทั้งหมด เพื่อลดปริมาณแบนด์วิดท์ที่ต้องใช้งานลง ตอบสนองปัญหา Netflix กินปริมาณข้อมูลเยอะจน ISP บ่น และการขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ๆ ที่ยังมีข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

เดิมที Netflix มีตัวเข้ารหัสวิดีโอเพียงตัวเดียวใช้งานกับวิดีโอทุกไฟล์ แบ่งความละเอียด 3 ระดับคือ 320x240 (235 kbps), 1280x720 (1750 kbps) และ 1920x1080 (5800 kbps) แต่ภายหลังบริษัทพบว่า วิดีโอแต่ละไฟล์ไม่ควรเข้ารหัสด้วยบิตเรตระดับเดียวกัน ตัวอย่างเช่น การ์ตูนแอนิเมชันที่มีความซับซ้อนของสีน้อย สามารถลดบิตเรตลงได้มากโดยยังรักษาคุณภาพของวิดีโอเอาไว้ได้

บริษัทจึงปรับนโยบายการเข้ารหัสวิดีโอใหม่ เลือกบิตเรตตามวิดีโอแต่ละไฟล์ (เนื่องจากมีไฟล์วิดีโอนับแสนไฟล์ ทีมงานจึงเขียนโปรแกรมขึ้นมาประเมินคุณภาพของวิดีโอด้วย) นอกจากนี้เพื่อให้ประหยัดค่าคลาวด์ AWS บริษัทจึงใช้ช่วงเวลาที่คนดูภาพยนตร์น้อยๆ เช่น ตอนดึก นำเซิร์ฟเวอร์ที่เหลือว่างมาทยอยเข้ารหัสวิดีโอด้วย

Netflix จะเข้ารหัสวิดีโอรอบใหม่เสร็จทั้งหมดภายในไตรมาสแรกของปี 2016 และประหยัดแบนด์วิดท์ลงได้สูงสุด 20% ครับ

ที่มา - Variety

Tags:
iflix

จากข่าวศึกยักษ์ชนยักษ์ ที่รีวิวผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ในประเทศไทย จะเห็นว่าช่วงนี้ธุรกิจนี้แข่งขันกันดุเดือดมาก

ล่าสุดทาง iflix ประเทศไทย จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแบบจัดหนักเพื่อดึงลูกค้าเข้าระบบ โดยสมัครสมาชิกแบบรายปี 1 ปีแถมอีก 1 ปี พูดง่ายๆ คือ ได้อายุใช้งาน 2 ปีในราคา 1,000 บาท (ตกเดือนละ 41.6 บาท) หากเป็นสมาชิกและยังมีระยะเวลาใช้งานเหลืออยู่ ก็สามารถซื้อโปรนี้เพิ่มได้ ระบบจะทบอายุสมาชิกให้อัตโนมัติ

หากใช้บัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ในการชำระเงิน จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 100 บาท (เหลือ 900 บาท) โดยใส่รหัส "1212ONLINE" ระหว่างชำระเงิน ซึ่งรหัสนี้มีเพียง 500 ชุดเท่านั้น (ตอนที่ผมเขียนข่าวนี้ 10.53 น. คิดว่ารหัสยังใช้ได้) กิจกรรมนี้มีผลในระหว่างเวลา 00.00 น. ถึง 23.59 น. ของวันที่ 12 ธันวาคม 2558 เท่านั้น

ที่มา - iflix Facebook

ส่วนตัวผมจัดไปเรียบร้อยแล้ว (ก่อนเขียนข่าว) ละครฝรั่งมาใหม่เรื่อยๆ จุดนี้ดูไม่ทันแล้วครับ คุ้มมาก...

Tags:
YouTube

YouTube เพิ่มแท็บใหม่ชื่อ Trending แสดงรายการวิดีโอที่กำลังฮิตในช่วงนั้น (แบบเดียวกับ Trending ของ Twitter)

YouTube อธิบายว่าคลิปวิดีโอออนไลน์กำลังได้รับความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ และสถิติจาก YouTube Rewind 2015 ก็ชัดเจนว่าวิดีโอยอดนิยมเหล่านี้เป็นกระแสตามช่วงเวลา ดังนั้น YouTube จึงเพิ่มแท็บ Trending เข้ามาเพื่อให้ผู้ใช้ติดตามได้ง่ายขึ้นว่าวิดีโอใดกำลังเป็นกระแสในตอนนั้น

แท็บ Trending เริ่มใช้ในแอพเวอร์ชัน Android แล้ว ผมลองเช็คดูในเวอร์ชันเว็บก็มีแท็บ Trending เข้ามาแล้วเช่นกันครับ

ที่มา - YouTube Trends Blog

Tags:
YouTube

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานข่าววงในว่า YouTube กำลังเจรจากับสตูดิโอภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด และบริษัทผลิตรายการทีวีหลายราย เพื่อซื้อลิขสิทธิ์รายการเหล่านี้มาฉายบน YouTube Red

เป้าหมายของ YouTube ย่อมเป็นการสร้างมูลค่าให้ YouTube Red บริการเหมาจ่ายแบบเสียเงินเดือนละ 9.99 ดอลลาร์ ในลักษณะเดียวกับบริการดูหนัง-ทีวีออนไลน์อื่นๆ อย่าง Netflix, Hulu, Amazon Prime

แกนหลักของการเจรจาครั้งนี้คือ Susanne Daniels อดีตผู้บริหารของ MTV และ Kelly Merryman อดีตผู้บริหาร Netflix ที่ปัจจุบันมาอยู่กับ YouTube ทั้งสองคนมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจทีวีเป็นอย่างดี

ที่มา - Wall Street Journal

Tags:
Flash

มาถึงตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า Adobe กำลังถอดรื้อตัวเองออกจาก Flash เต็มที่ เราเห็นข่าว Flash Professional เปลี่ยนชื่อเป็น Adobe Animate ไปแล้ว คราวนี้มาดูฝั่งของวิดีโอกันบ้าง

Adobe มีโซลูชันการเข้ารหัส-เซิร์ฟเวอร์สตรีมวิดีโอชื่อ Adobe Primetime ที่ใช้กับบรรดาเว็บสื่อใหญ่ๆ ทั่วโลกมานาน ความเคลื่อนไหวล่าสุดคือ Adobe ประกาศว่าจะเน้นการเผยแพร่ผ่าน HTML5 เป็นหลัก โดยออก TVSDK for HTML5 เพื่อให้ลูกค้าสามารถพัฒนาแอพ-วิดีโอให้เล่นได้บนอุปกรณ์ทุกประเภท

TVSDK for HTML5 รองรับระบบ DRM เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว โดยทำงานได้กับเบราว์เซอร์รุ่นใหม่ๆ ทุกตัว ช่วยให้ลูกค้าของ Adobe ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์รายการทีวีสำคัญๆ สามารถย้ายระบบมาเป็น HTML5 ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ในกรณีที่ลูกค้ายังต้องการใช้ Flash Player หรืออุปกรณ์ไม่สนับสนุน HTML5 บริษัทก็ยังรองรับ Flash Player เช่นเดิม (เป็น fallback)

ที่มา - Adobe Primetime Blog

Tags:

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความเร็วของอินเทอร์เน็ตทั้งในบ้าน และนอกบ้านของประเทศไทยกำลังเติบโตด้วยความเร็วระดับก้าวกระโดด ผลักให้เกิดบริการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วยความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น หนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นบริการดูวิดีโอออนไลน์ที่เริ่มต้นด้วยการเป็นช่องทางใหม่ในการดูทีวีออนไลน์ ก่อนจะขยับไปสู่การเป็นช่องทางใหม่สำหรับดูหนังแบบตามสั่ง (on-demand) ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

แน่นอนว่าด้วยความนิยมของคนฝั่งคนดูที่ล้มหลาม ทำให้ผู้เล่นในตลาดวิดีโอออนไลน์นั้นแข่งขันกันอย่างคึกคักมาก มีบริการแนวนี้เปิดมาในประเทศไทยจำนวนมาก (นับรายเล็กรายน้อยแล้วเกิน 10 ไปไกล) ทาง Blognone จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะหยิบบริการดูวิดีโอออนไลน์รายใหญ่ๆ มาชนกันในทุกๆ มุม เพื่อจะได้ช่วยให้คนที่คิดว่าจะใช้งานแนวนี้ หาตัวเลือกที่ถูกใจได้ง่ายขึ้น (คำเตือน: รูปเยอะมาก)

Tags:
T-Mobile

เมื่อสัปดาห์ก่อน T-Mobile ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายรายใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศกลยุทธ์ใหม่ภายใต้แผน Uncarrier ครั้งที่สิบด้วยการเปิดตัวบริการใหม่ Binge On ที่เปิดให้ผู้ใช้สตรีมวิดีโอผ่านบริการชื่อดังโดยไม่ใช้เดต้าจากแพ็คเกจอินเทอร์เน็ต แนวทางเดียวกับ Music Freedom ที่เปิดให้สตรีมเพลงออนไลน์โดยไม่ใช้เดต้าที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2014

สำหรับบริการสตรีมวิดีโอฟรีผ่าน Binge On จะครอบคลุม 24 บริการชื่อดัง โดยมีที่คุ้นหูอย่าง Netflix, Hulu, HBO Now และ Sling รวมอยู่ด้วย แต่ไม่มี YouTube Red ที่เพิ่งเปิดตัวมาสดๆ ร้อนๆ โดยผู้ใช้จะได้สตรีมวิดีโอที่ระดับดีวีดี (คาดว่าเป็น 480p) ซึ่ง T-Mobile ระบุว่าจะอัพเพิ่มให้ในอนาคต ส่วนการใช้งานผ่าน Wi-Fi จะไม่มีข้อจำกัดเรื่องความละเอียด

นอกจากเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แล้ว T-Mobile ยังถือโอกาสปรับแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตครั้งใหญ่ ด้วยการเพิ่มปริมาณอินเทอร์เน็ตจากเดิม 1GB/3GB/5GB เป็นเท่าตัวที่ 2GB/6GB/10GB พร้อมกับราคาที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนแพ็คเกจใช้อินเทอร์เน็ตไม่จำกัดนั้นแพงขึ้นจากเดิมไปอยู่ที่ 95 เหรียญ

หลังการเปิดตัว Binge On แม้ว่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากบรรดาผู้ใช้ แต่นักวิเคราะห์ออกมาให้เหตุผลว่าการเดินเกมครั้งนี้ของ T-Mobile มีผลให้ผู้ใช้เลือกบริการฟรีที่อยู่ในข่าย แทนที่จะเลือกใช้บริการอย่างเสรี ซึ่งทำลายความเป็น Net Neutrality นั่นเอง

ที่มา - T-Mobile

Tags:
YouTube

ทีมวิศวกร YouTube เขียนบล็อกอธิบายปัญหาว่าบางครั้งวิดีโอดูไม่ลื่นเท่าที่ควร มีกระตุกเป็นบางครั้ง เหตุผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งเฟรมเรตของตัววิดีโอเอง (ที่แตกต่างหลากหลาย ตั้งแต่ 24-60Hz) และอัตรารีเฟรชเรตของหน้าจอ (มักเป็น 50 หรือ 60Hz)

ทีมงานจึงพัฒนา Project Butter เพื่อให้การดู YouTube บน Chrome ลื่นขึ้น (ชื่อเหมือน Project Butter ของ Android 4.1 แต่คนละโครงการกัน เน้นความลื่นเหมือนกัน)

วิธีการคือจับภาพวิดีโอขณะเล่น แล้ววิเคราะห์อัตราการแสดงผลวิดีโอบนหน้าจอว่าเฟรมเรตคงที่หรือไม่ (ถ้าลื่น จำนวนการแสดงผลเฟรมต่อวินาทีควรคงที่ ไม่มากหรือน้อยเกินไป) จากนั้นมาหาสาเหตุว่าเฟรมเรตไม่นิ่งเพราะอะไร ผลคือระบบวาดภาพหน้าจอ (compositor) ของ Chrome กับตัวเล่นวิดีโอ (media pipeline) ทำงานไม่ซิงก์เวลากัน

Tags:
Facebook

Facebook รองรับฟีเจอร์วิดีโอ 360 องศา (หมุนมุมมองวิดีโอได้ขณะคลิปเล่นไปเรื่อยๆ) เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยยังจำกัดเฉพาะเวอร์ชันเว็บและ Android เท่านั้น

สัปดาห์ที่ผ่านมา Facebook ขยายฟีเจอร์วิดีโอ 360 องศามายังแอพเวอร์ชัน iOS รวมถึงแว่น Samsung Gear VR ด้วย (กดดูวิดีโอได้จากหน้า News Feed และหมุนอุปกรณ์ได้เลย)

ในโอกาสเดียวกัน Facebook ยังประกาศชื่อพาร์ทเนอร์ที่ร่วมทำวิดีโอ 360 องศาอีกหลายราย เช่น BuzzFeed, ABC News, GoPro, Nickelodeon และเตรียมให้บุคคลทั่วไปที่มีกล้อง 360 องศา สามารถแชร์วิดีโอลง Facebook ได้ในเร็วๆ นี้

ที่มา - Facebook

Tags:
YouTube

PewDiePie หรือ Felix Kjellberg ดาราชื่อดังบน YouTube (ข่าวเก่า) ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับ YouTube Red ของกูเกิล ว่าในมุมมองของเขาแล้ว กูเกิลออกบริการ YouTube Red แบบเก็บเงินขึ้นมา เพราะรายได้จากค่าโฆษณาลดลง หลังซอฟต์แวร์พวก ad blocker ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

เขาสอบถามแฟนๆ ผ่าน Twitter ว่าใช้ ad blocker กับ YouTube หรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้คือประมาณ 40% ใช้บล็อคโฆษณา เพิ่มจากในอดีตที่ใช้งานกันราว 15-20% เท่านั้น

เขาบอกว่าไม่มีปัญหาที่วิดีโอของเขาจะถูกบล็อคโฆษณา แต่ก็ขอให้เข้าใจว่าผู้สร้างวิดีโอรายเล็กๆ จะอยู่ยากเพราะรายได้จากค่าโฆษณาลดลง และการใช้ ad block ไม่ได้แปลว่าคุณฉลาดกว่าระบบแต่อย่างใด

ที่มา - PewDiePie

Tags:
YouTube

ต่อจากข่าวกูเกิลเปิดตัว YouTube Red ที่มาพร้อม Original Contents จาก Content Creator บน YouTube ล่าสุดเทรลเลอร์แรกของคอนเทนต์ที่มาจาก PewDiePie นักแคสเกมชื่อดังได้ถูกปล่อยออกมาแล้ว

คอนเทนต์นี้มีชื่อว่า Scare PewDiePie เป็นซีรีย์แนว reality-adventure โดยได้ Skybound Entertainment ผู้สร้าง The Walking Dead และ Robert Kirkman หนึ่งในทีมสร้างซีรีย์ซอมบี้ดังกล่าวมาช่วยดูแลเบื้องหลังและกำกับให้

ด้านเนื้อเรื่องจะเป็นกึ่งการแกล้งกึ่งระทึกขวัญที่จะสร้างเซอร์ไพร์สอยู่ตลอด (part prank and part suspense-adventure as there are "hidden surprise around each corner") โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเกมสุดโปรดของ PewDiePie เอง

ซีรีย์นี้จะเริ่มปล่อยบน YouTube Red ปีหน้าครับ

ที่มา - VG247

Tags:
ESPN

หลังการเปิดตัว YouTube Red วิดีโอออนไลน์แบบจ่ายเงิน ไม่มีโฆษณา มีข้อมูลตามมาว่ากูเกิลไล่เซ็นสัญญากับผู้ผลิตวิดีโอรายใหญ่ บีบให้เข้าร่วมโครงการ YouTube Red เพื่อแบ่งปันรายได้จากค่าสมาชิก ถ้าไม่เซ็นสัญญา วิดีโอจะไม่ถูกแสดงผลทั้งแบบดูฟรีและเก็บเงิน

วันนี้มีข่าวว่า ESPN ช่องกีฬารายใหญ่ ถอดวิดีโอทั้งหมดออกจาก YouTube แล้ว โดยตัวแทนของ ESPN ระบุว่าไม่ได้เข้าร่วมโครงการ Red (แต่ไม่ระบุเหตุผล) ส่วนวิดีโอที่เคยอยู่บน YouTube ยังสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของ ESPN เอง

โฆษกของ YouTube ระบุว่าการที่ ESPN ถอดวิดีโอทั้งหมดออก ไม่ใช่ว่าตกลงเรื่องส่วนแบ่งรายได้กันไม่ลงตัว แต่สาเหตุมาจากลิขสิทธิ์กีฬาที่ ESPN ซื้อมาไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของ YouTube Red

ที่มา - Tech Insider

Tags:
YouTube

การมาถึงของ YouTube Red ทำให้โมเดลรายได้ของผู้สร้างวิดีโอ (creator) แบ่งออกเป็นสองแบบคือ ส่วนแบ่งจากค่าโฆษณาแบบเดิม และส่วนแบ่งจากค่าสมาชิก

นโยบายของกูเกิลคือต้องการการันตีให้คนจ่ายค่าสมาชิก YouTube Red สามารถดูวิดีโอได้ทุกคลิป ดังนั้นก่อนเปิดตัว YouTube Red กูเกิลจึงเข้าไปเซ็นสัญญากับผู้สร้างวิดีโอชื่อดังทั้งหลาย ให้เข้าร่วมโครงการ YouTube Red ด้วย

ในกรณีที่ผู้สร้างวิดีโออยากหาเงินจากโฆษณาเพียงอย่างเดียว และไม่ยอมเซ็นสัญญารับส่วนแบ่งรายได้จากค่าสมาชิก ผลที่ตามมาคือวิดีโอของผู้สร้างรายนั้นจะถูกซ่อนไปเลย (หรืออธิบายง่ายๆ คือบีบให้ต้องเซ็นสัญญานั่นเอง)

ตัวแทนของกูเกิลระบุว่าผู้สร้างวิดีโอเกือบทั้งหมดเซ็นสัญญายินยอมแบ่งรายได้แล้ว แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดของสัญญาว่าแบ่งรายได้กันอย่างไร

ที่มา - TechCrunch