Tags:
Visual Studio

ไมโครซอฟท์ปล่อย Visual Studio 14 รุ่นทดสอบที่สอง Community Technology Preview (CTP2) แล้ว (CTP1 ออกไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา คาดว่ารุ่นตัวจริงจะได้ชื่อ Visual Studio 2015)

ไฮไลต์ของรุ่น CTP2 สำหรับคนที่ใช้ Visual Studio บนอุปกรณ์รองรับหน้าจอสัมผัส คือ editor รองรับการสัมผัสแล้ว ทั้งการเลื่อน (scroll) การซูม (pinch-to-zoom) การกดค้างเพื่อเรียกเมนูย่อย (context menu) การแตะสองครั้งเพื่อเลือกคำ และการแตะหนึ่งครั้งที่ขอบ (margin) เพื่อเลือกทั้งบรรทัด

นอกจากการสนับสนุนการสัมผัสแล้ว นักพัฒนายังสามารถบันทึกและเรียกใช้เลย์เอาต์ IDE ที่นักพัฒนาปรับแต่งให้เหมาะกับตนได้ รวมถึงปรับปรุง Light Bulbs ตัวแก้ไขปัญหาในโค้ดที่เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป (known issue) เป็นต้น รายละเอียดทั้งหมดดูได้จาก release note ส่วนลิงก์ดาวน์โหลดดูได้จากที่มาของข่าวครับ

ที่มา: The Visual Studio Blog

Tags:
Xcode

แอปเปิลเปิดให้นักพัฒนาทุกคนที่ลงทะเบียนเป็น Apple Developers (ไม่ต้องเสียค่าสมาชิก 99 ดอลลาร์ต่อปี) สามารถดาวน์โหลด Xcode 6 Beta ไปทดสอบได้แล้ว

นอกจากนี้แอปเปิลยังเปิดบล็อกเกี่ยวกับภาษา Swift ซึ่งบอกว่าจะเล่าเบื้องหลังการออกแบบภาษาโปรแกรมภาษาใหม่นี้ และข่าวสารอัพเดตอื่นๆ เกี่ยวกับ Swift อีกด้วยครับ (ตอนนี้ยังมีเฉพาะโพสต์แรกอยู่)

ที่มา - Swift Blog, Ars Technica

Tags:
AWS

Amazon Web Services ออกบริการใหม่หลายตัวสำหรับนักพัฒนาแอพบนมือถือ

  • Amazon Cognito บริการล็อกอิน-ตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้งาน ล็อกอินด้วยบัญชี Facebook/Google/Amazon ได้ และซิงก์ข้อมูลของผู้ใช้ (เช่น เซฟเกม) ข้ามเครื่องได้ด้วย นักพัฒนาสามารถทดสอบได้ฟรี 12 เดือนโดยมีพื้นที่เก็บข้อมูล 10GB และซิงก์ข้อมูลเดือนละ 1 ล้านครั้ง - Cognito
  • Amazon Mobile Analytics บริการเก็บสถิติการใช้งานและรายได้จากแอพ ลูกค้า AWS สามารถทดลองใช้ได้ฟรี จำกัดที่การเก็บข้อมูล 100 ล้านครั้งต่อเดือน - Mobile Analytics
  • AWS Mobile SDK เป็น SDK รุ่นใหม่สำหรับสร้างแอพมือถือเชื่อมต่อกับบริการของ AWS โดยคราวนี้ใช้ SDK ตัวเดียวรองรับทั้ง Android, iOS, Fire OS
  • Amazon SNS บริการแจ้งเตือน (push notification) ปรับปรุงเพิ่มเติมให้รองรับ Baidu และ Windows Phone รวมถึงการกำหนดเวลาแจ้งเตือนล่วงหน้า (time to live) ได้นานไม่เกิน 2 สัปดาห์
Tags:
Dart

ภาษา Dart ที่กูเกิลพัฒนามาเพื่อใช้ในเบราว์เซอร์แทนจาวาสคริปต์ผ่าน ECMA เป็นมาตรฐาน ECMA-408 (PDF) แล้ว

กูเกิลพยายามผลักดันภาษา Dart ในช่วงปีนี้ ในงาน Google I/O มีการพูดถึงการใช้ Dart บนเซิร์ฟเวอร์, การพัฒนาเว็บ, และการใช้งานอื่นๆ

การทำภาษา Dart เป็นมาตรฐานเปิด เป็นการวางแนวทางโครงสร้างภาษาอย่างเป็นระบบ ทำให้นักพัฒนานอกกูเกิลสามารถพัฒนาคอมไพล์เลอร์หรือรันไทม์ที่ทำงานร่วมกันได้ ขณะเดียวกันมาตรฐาน ECMA ก็มีนโยบายว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในมาตรฐานต้องไม่ติดสิทธิบัตร หรือสิทธิบัตรนั้นจะต้องไม่เก็บค่าใช้งาน

แม้จะเป็นมาตรฐานเปิดเช่นนี้แต่ถ้าจะหวังให้ Internet Explorer หรือ Safari รองรับ Dart คงแทบเป็นไปไม่ได้ แม้แต่ไฟร์ฟอกซ์เองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะรองรับ Dart ในตัว เบราว์เซอร์ทั้งหมดต้องอาศัยการแปลง Dart เป็นจาวาสคริปต์เท่านั้น

ที่มา - +Dart

Tags:
Android Wear

จากกรณี พบบั๊กแรกบน Android Wear ใช้งานกับแอพเสียเงินไม่ได้ กูเกิลออกมาประกาศวิธีแก้ปัญหานี้แบบชั่วคราว (workaround) แล้ว

วิธีแก้ปัญหาคือให้ย้ายที่เก็บไฟล์ APK สำหรับใช้บนอุปกรณ์ wearable จากเดิมที่เก็บไว้ในไดเรคทอรี assets/ ให้มาอยู่ที่ res/raw แทน โดยนักพัฒนาจะต้องเป็นคนปรับแพ็กเกจของแอพด้วยมือ ไม่สามารถใช้ตัวช่วยสร้างแพ็กเกจ Gradle ได้

กูเกิลบอกว่าจะปรับปรุง Gradle ใน Android SDK เวอร์ชันหน้า แต่ระหว่างนี้ให้ใช้วิธีนี้ไปพลางๆ ก่อน

ที่มา - Android Developers Blog

Tags:
ARM

ค่าย ARM ออกมาตอบรับ Android L ที่พร้อมรันระบบปฏิบัติการบนสถาปัตยกรรม 64 บิตแล้ว

ARM ใช้วิธีเคลื่อนไหวผ่าน กลุ่ม Linaro ที่สนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สบน ARM โดย Linaro 14.06 รุ่นล่าสุดนำซอร์สโค้ดของ Android AOSP มารันบนบอร์ดสำหรับนักพัฒนาที่ใช้สถาปัตยกรรม ARMv8-A ได้แล้ว

ARM ยังออกบอร์ดทดสอบที่ใช้ชื่อว่า "Juno" ใช้ซีพียูหกคอร์คือ Cortex-A53 ควอดคอร์และ Cortex-A57 สองคอร์ (big.LITTLE) และจีพียู MaliTM-T624 (รายละเอียด)

พาร์ทเนอร์ฮาร์ดแวร์ของ ARM จะได้รับบอร์ด Juno ไปทดสอบกับซอฟต์แวร์ในชุด Linaro 14.06 ซึ่งจะช่วยให้การทดสอบ Android บนฮาร์ดแวร์ 64 บิตง่ายขึ้น และเร่งการพัฒนา Android 64 บิตในภาพรวมด้วย

ที่มา - ARM, HotHardware

Tags:
Google Play Services

กูเกิลเริ่มปล่อยอัพเดต Google Play Services 5.0 ที่เปิดตัวในงาน Google I/O แล้ว

ของใหม่ที่สำคัญใน Play Services 5.0 คือการรองรับ Android Wear, ปรับปรุง Google Play Games, ผนวก Google Cast SDK และ Analytics, เพิ่ม App Indexing API เป็นต้น

นักพัฒนาสาย Android ท่านใดที่สนใจ สามารถอ่านรายละเอียดได้ตามลิงก์ที่มา

ที่มา - Android Developers Blog

Tags:
PhoneGap

ถึงแม้ทีมงาน PhoneGap เครื่องมือพัฒนาแอพแบบข้ามแพลตฟอร์มด้วย HTML5 ประกาศรองรับการสร้างแอพ Windows Phone 8 เต็มรูปแบบตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว แต่ก็เพิ่งปล่อยแอพ PhoneGap Developer App เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง

PhoneGap Developer App ช่วยให้นักพัฒนาสามารถรันแอพที่ถูกสร้างขึ้นจาก PhoneGap ได้โดยไม่ต้องติดตั้ง SDK บนคอมพิวเตอร์ ลงทะเบียนมือถือเป็นเครื่องนักพัฒนา หรือกระทั่งคอมไพล์โค้ดแต่อย่างใด แอพนี้รองรับการเข้าถึง API ทั้งหมดของ PhoneGap ดูวิธีการใช้งานแอพดังกล่าวได้จากที่นี่

ณ เวลานี้ PhoneGap Developer App รองรับเฉพาะ WP8 เท่านั้น แต่ทีมงานบอกว่าในอนาคตจะรองรับ WP8.1 ครับ ดาวน์โหลดแอพดังกล่าวได้ที่ Windows Phone Store

ที่มา: PhoneGap Blog

Tags:
Google Play Games

ของใหม่สำหรับนักพัฒนาเกมบน Android ที่เรียกใช้บริการของ Google Play Games มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

  • Game Profile เกมแต่ละเกมสามารถสร้าง profile ของผู้เล่นเพื่อให้เก็บสถิติต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
  • Quests บริการเสริมให้นักพัฒนาเกมสามารถทำระบบ quest ชั่วคราว (เช่น ทุกสุดสัปดาห์) ได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องอัพเดตตัวเกมบ่อยๆ
  • Saved Games บริการเซฟเกมบนกลุ่มเมฆ ผู้เล่นจะเห็นภาพหน้าจอ (cover image) พร้อมระยะเวลาที่เล่นเกมนั้น
  • Statistics เครื่องมือช่วยให้นักพัฒนาดูสถิติเกมของตัวเองได้ง่ายขึ้น เช่น ผู้เล่นอายุเท่าไร มาจากประเทศอะไรบ้าง
  • Play Games C++ SDK เวอร์ชันใหม่ รองรับบริการใหม่ๆ ข้างต้น
  • รองรับ OpenGL ES 3.1 แล้ว (ต้องใช้กับ Android L)
  • Android Extension Pack (AEP) เป็นส่วนขยายของ OpenGL ES ช่วยให้จัดการกราฟิกของเกมได้ละเอียดขึ้น โดย GPU ที่จะรองรับมีทั้งค่าย NVIDIA, Qualcomm, ARM, Imagination
  • ออกมาตรฐาน Google Gamepad ช่วยให้ใช้งานกับจอยเกมได้ง่ายขึ้นในอนาคต ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สามารถทำตามมาตรฐานของกูเกิลและใช้กับ Android ได้เลย

กูเกิลยังบอกข้อมูลว่าตอนนี้ Google Play Games มีคนใช้เกิน 100 ล้านรายในรอบ 6 เดือนล่าสุด ถือเป็นเครือข่ายเกมบนอุปกรณ์พกพาที่เติบโตเร็วที่สุดด้วย

ที่มา - Android Developers Blog

Tags:
Gmail

ของใหม่ในงาน Google I/O ที่ไม่มีพื้นที่ยืนบนเวที Keynote ครับ กูเกิลประกาศ Gmail API เป็นครั้งแรก และชวนนักพัฒนามาใช้ API ตัวนี้แทนโพรโตคอล IMAP ที่เริ่มล้าสมัยสำหรับอีเมลในยุคปัจจุบันแล้ว

  • Gmail API ตัวนี้เป็น API ตามมาตรฐาน Google API อื่นๆ คือเป็น RESTful, ล็อกอินด้วย OAuth 2.0, รองรับคำสั่ง CRUD กับชนิดของข้อมูลแบบต่างๆ ในระบบของ Gmail
  • เรียก API ได้ผ่าน HTTPS ปกติ ดึงข้อมูลออกมาเป็น JSON, XML หรือ Google Protobuf
  • เรียก API ได้ผ่านภาษาโปรแกรมทั่วไปอย่าง Java, Python โดยไม่ต้องเปิด TCP socket เอง
  • อนุญาตให้แอพเข้าถึง "สิทธิเฉพาะอย่าง" ได้ เช่น เฉพาะสิทธิการส่งอีเมล (แอพส่งอีเมลแทนเราได้ แต่อ่านอีเมลของเราไม่ได้ ไม่ต้องขอสิทธิทั้งหมด)
  • อ่านข้อมูลกล่องเมลเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลง (inbox change history) ทำให้แอพไม่ต้องดึงข้อมูลทั้งหมดแล้วมาเช็คว่ามีอะไรใหม่บ้าง
  • เรียกข้อมูลได้เร็วกว่า IMAP มาก แม้จะยังเป็นแค่รุ่นเบต้าก็ตาม
Tags:
Google Cloud Platform

กูเกิลเปิดตัว Google Cloud Platform รุ่นใหม่ อัพเดตทั้ง API เดิมและเปิดบริการใหม่เพิ่มเติมอีกสองบริการ ได้แก่ Cloud Dataflow และ Cloud Monitoring

  • Google Cloud Dataflow เป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่จากแนวคิด MapReduce โดยแปลงข้อมูล และประมวลผลได้ทั้งรูปแบบแบตช์และแบบสตรีม คล้ายซอฟต์แวร์ ETL ทุกวันนี้ ผู้ใช้สามารถสร้างเส้นทางการประมวลผล (data pipeline) แล้วสั่งประมวลผลได้โดยไม่ต้องจัดการทรัพยากรเอง
  • Google Cloud Monitoring ช่วยตรวจสอบการทำงานของแอพพลิเคชั่นหลายตัว เช่น Apache, Nginx, MongoDB, MySQL, Tomcat, Microsoft IIS, Redis, Elasticsearch โดยยังมีเครื่องมืออย่าง Cloud Trace เพื่อช่วยตรวจจับในกรณีประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่นไม่ได้ตามที่หวัง และ Cloud Debugger สามารถตรวจสอบ stack ของแอพพลิเคชั่นได้จากเซิร์ฟเวอร์โดยตรง

สำหรับการพัฒนาบนโทรศัพท์มือถือ Google Cloud Save ช่วยให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่เซฟข้อมูลบนคลาวด์ได้โดยไม่ต้องโค้ดฝั่งเซิร์ฟเวอร์ แต่ข้อมูลยังคงเข้าถึงจากเซิร์ฟเวอร์ได้ผ่านทาง Datastore API โดยบริการนี้ยังเป็นเบต้า และเปิดให้ผู้ใช้ที่ได้รับคำเชิญเท่านั้น

ที่มา - Google Developers

Tags:
Nest

เหตุผลที่กูเกิลซื้อ Nest Labs ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยวันนี้ Nest เปิดตัว Nest Developer Program เปิด API ของสินค้าตัวเอง (ปัจจุบันมี 2 ชนิดคือเทอร์โมสตัต และเครื่องตรวจจับควัน) ให้นักพัฒนารายอื่นๆ เข้าถึงได้แล้ว

Nest ประกาศชัดเจนว่าโครงการนี้มีจุดประสงค์ให้อุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านสื่อสารกันได้อัตโนมัติ และต้องการไปให้ไกลกว่าการเป็นแค่รีโมทควบคุมการเปิดปิดจากระยะไกล เหมือนระบบ smart home ในท้องตลาดปัจจุบัน

เบื้องต้น Nest API รองรับ 3 แพลตฟอร์มคือ iOS, Android, เว็บ สามารถใช้งานกับภาษาโปรแกรมได้ 3 ภาษาคือ Java, Objective-C, JavaScript รายละเอียดสามารถดูได้จาก Nest Developer

Tags:
Firefox

Firefox รุ่น Nightly เพิ่มเครื่องมือพัฒนาตัวใหม่ชื่อ WebIDE (เข้าถึงได้จากหน้า Tools > Developer > WebIDE) ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือสำหรับพัฒนาเว็บแอพไปรันบน Firefox for Android และ Firefox OS

WebIDE เป็นเครื่องมือพัฒนาแบบ IDE (integrated development environment) ทั่วไป โดยมีตัวแก้ไขโค้ดที่พัฒนาจาก CodeMirror พร้อมระบบวิเคราะห์โค้ด HTML/JavaScript/CSS, ระบบการทดสอบและดีบั๊กเว็บแอพแบบเรียลไทม์ที่ใช้ Firefox Remote Debugging Protocol

ตอนนี้แอพที่สร้างด้วย WebIDE ยังเข้ากันได้เฉพาะกับ Firefox Desktop, Firefox for Android และ Firefox OS เท่านั้น แต่ Mozilla ก็ประกาศว่าจะขยายให้ครบเบราว์เซอร์ดังๆ ทุกตัว โดยเบื้องต้นตั้งเป้ารองรับ Chrome for Android และ Safari iOS เป็นลำดับต่อไป

หน้าตาของ WebIDE ดูได้จากวิดีโอท้ายข่าวครับ

ที่มา - Mozilla Hacks

Tags:
Google

กูเกิลเปิดตัว Web Starter Kit ชุดเครื่องมือสำหรับพัฒนาเว็บในยุคหลายอุปกรณ์-หลายหน้าจอ

Web Starter Kit เป็นไฟล์ Zip ที่ประกอบด้วยเว็บเซิร์ฟเวอร์ในตัวเอง เทมเพลตเว็บพื้นฐานสำหรับปรับแต่ง เครื่องมือทดสอบหน้าตาเว็บบนอุปกรณ์ต่างๆ เครื่องมือทดสอบประสิทธิภาพของเว็บ (ใช้ PageSpeed) แนวคิดจะคล้ายกับ Bootstrap แต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว

มันจำเป็นต้องใช้กับระบบปฏิบัติการสายยูนิกซ์ (ถ้าเป็นวินโดวส์ต้องลง Cygwin) สั่งงานผ่านคอมมานด์ไลน์ ผู้ใช้ต้องมีความรู้เกี่ยวกับ Git, Node.js, Ruby ในระดับพื้นฐาน

เป้าหมายของ Web Starter Kit คือช่วยให้นักพัฒนาเว็บทำงานง่ายขึ้น มีจุดตั้งต้นที่ปรับแต่งมาแล้วเป็นอย่างดี ไม่ต้องมางมหาวิธีแก้ไขเองทั้งหมด เว็บผลลัพธ์จึงออกมาคุณภาพสูงขึ้นในภาพรวม

โครงการนี้เป็นโครงการพี่น้องกับ Web Fundamentals ซึ่งเป็นการรวมเอกสารและเทคนิคการพัฒนาเว็บสมัยใหม่ให้นักพัฒนาทำตาม

ที่มา - Chromium Blog

Tags:
Android Wear

งาน Google I/O 2014 จะเริ่มในสัปดาห์หน้า (25-26 มิ.ย.) พระเอกรายหนึ่งของงานย่อมหนีไม่พ้นแพลตฟอร์ม Android Wear ตามกระแสอุปกรณ์แบบสวมใส่ได้ที่มาแรงในปีนี้

อย่างไรก็ตาม กูเกิลไม่รอให้ถึงงาน I/O และเริ่มออกวิดีโอแนะนำแนวคิดของ Android Wear ให้นักพัฒนาชมล่วงหน้าแล้ว สาระสำคัญมีดังนี้

  • Android Wear ออกแบบมาแก้ปัญหาคนจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์ ไม่สนใจโลกรอบข้าง โดยให้รับข้อมูลจากอุปกรณ์แบบสวมใส่ได้ที่ใช้เวลาน้อยกว่า (แค่เพียง "glance" ก็จะได้รับข้อมูล) และเอาเวลาไปใช้ทำอย่างอื่น
  • ความสามารถหลักของ Android Wear คือ notification ที่นักพัฒนาไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย ยกไปใช้บน Android Wear ได้ทันที
  • Notification ของ Wear มี 3 แบบคือ Stacks (ซ้อนกันหลายอัน), Pages (หนึ่งอันมีหลายหน้า) และ Replies (ตอบกลับ)
  • แอพบน Wear สามารถสร้าง UI เฉพาะตัวได้, ส่งข้อมูลกลับไปยังแอพบนสมาร์ทโฟนได้, ควบคุมเซ็นเซอร์ในฮาร์ดแวร์ได้, สั่งงานด้วยเสียงได้

ที่มา - SmarterWatching

Tags:
Android

กูเกิลใส่คอมไพล์เลอร์ ART มาตั้งแต่ Android 4.4 แต่เปิดให้เลือกใช้งานเท่านั้น โดยมีข่าวมาตลอดว่ากูเกิลเตรียมจะย้ายคอมไพล์เลอร์หลักไปเป็น ART แทนตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าแอนดรอยด์รุ่นต่อไปคงจะย้ายไปใช้ ART อย่างแน่นอน เพราะในโครงการ AOSP ก็เริ่มย้ายกันแล้ว

โน้ตของแพตซ์หมายเลข 98553 ระบุว่า "Dalvik is dead, long live Dalvik!" พร้อมกับลบโค้ด libdvm ออก จากนั้นแพตซ์หมายเลข 98618 จึงสวิตซ์โค้ดไปใช้คอมไพล์เลอร์ ART

อย่างไรก็ดี แนวทางการพัฒนาของแอนดรอยด์นั้นค่อนข้างซับซ้อน โดยตัวโครงการ AOSP ที่เป็นฝั่งโอเพนซอร์สของแอนดรอยด์จะต่างกับโค้ดส่วนที่กูเกิลพัฒนาอยู่ภายในจำนวนหนึ่ง แอนดรอยด์รุ่นที่เปิดตัวในเร็วๆ นี้อาจจะต่างไปจาก AOSP แต่โค้ดชุดนี้ก็เป็นโค้ดที่ส่งมาจาก Brian Carlstrom นักพัฒนาของกูเกิลเอง

ที่มา - XDA Developers

Tags:
Android

กูเกิลเปิดโครงการ FlatBuffers สำหรับนักพัฒนาเกมที่ต้องการเซฟไฟล์แบบไบนารี ทำให้สามารถเซฟและอ่านไฟล์ได้จากทั้ง C++ และจาวา รวมถึงสามารถอ่านและเขียนไฟล์ json ได้อีกด้วย

ฟอร์แมต FlatBuffers จะซ้ำซ้อนกับ Protobuf ของกูเกิลเองพอสมควร แต่ FlatBuffer จะใช้พื้นที่น้อยกว่า ความต่างที่ชัดเจนคือ FlatBuffers จะตัดหมายเลขประจำฟิลด์ต่างๆ ออกทำให้ทำงานระหว่างเวอร์ชั่นของ API ไม่ได้ แต่ความได้เปรียบคือ FlatBuffers จะไม่ใช้หน่วยความจำเพิ่มเติมจากขนาดไบนารีที่อ่านขึ้นมา ต่างจากโปรโตคอลอื่นๆ ที่ต้องแตกไบนารีขึ้นมาเสียก่อน

รองรับแพลตฟอร์ม ลินุกซ์, วินโดวส์, OS X, และแอนดรอยด์

ที่มา - Android Developer

Tags:
Firefox

Firefox ออกรุ่น 31 Beta ที่มีของใหม่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปเพียงอย่างเดียวคือ เพิ่มช่องค้นหาในหน้า New Tab แต่มีของใหม่สำหรับนักพัฒนาเว็บ (web developer tools) เป็นจำนวนมาก

  • Eyedropper หลอดดูดสีสำหรับเลือกสีจากพิกเซลใดๆ ที่แสดงบนบนหน้าเว็บ อยู่ในหน้า Inspector
  • Editable Box Model ในหน้า Inspector จะมีแถบที่แสดงเบื้องหลังการวาด "กล่อง" ว่ามีสัดส่วนหรือขนาดอย่างไร ตอนนี้เราสามารถแก้ตัวเลขความสูงหรือความกว้างได้จากหน้านี้แล้ว ช่วยให้การลองวาดกล่องง่ายขึ้นมาก
  • Code Editor ตัวแก้ไขโค้ด ปรับปรุงเรื่อง selection โดยสามารถเลือกข้อความเป็นสี่เหลี่ยม (rectangle selection) ได้แล้ว, เลือกข้อความหลายช่วง (multiple selection), รองรับ undo selection และรองรับปุ่มลัดของ Sublime Text
  • Console Stack Trace หน้า console ที่ใช้ดีบั๊กดูข้อผิดพลาด สามารถดูข้อมูลจากทั้ง stack ในหน่วยความจำได้
  • Canvas Debugger สำหรับคนที่สร้างเกมหรือกราฟิกด้วย HTML5 Canvas และ WebGL ตอนนี้มีตัวดีบั๊กแบบทีละเฟรมแล้ว
  • Add-on Debugger สำหรับคนสร้างส่วนเสริมของ Firefox สามารถทดสอบการสร้างส่วนเสริมได้ง่ายๆ แล้ว
Tags:
Chrome

Chrome กำลังเพิ่มความสามารถให้ผู้ใช้เข้าตรวจสอบพฤติกรรมของแอพพลิเคชั่นและส่วนขยายที่ติดตั้งลงใน Chrome ได้ โดยต้องติดตั้ง Chrome Apps & Extensions Developer Tool เสียก่อน

การบันทึกประวัติการทำงานมีประโยชน์ทั้งสำหรับนักพัฒนาที่สามารถตรวจสอบการทำงานเพื่อหาข้อบกพร่องของแอพพลิเคชั่นที่อาจจะเรียก API บางตัวบ่อยผิดปกติ และสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ความสามารถนี้ก็ยังเป็นประโยชน์ เพราะเข้าไปดูได้ว่าแอพพลิเคชั่นใดพยายามแก้ไขหน้าเว็บ หรือส่งข้อมูลกลับไปบ่อยเพียงใด ถ้ามีการส่งข้อมูลหรือยุ่งกับหน้าเว็บมากๆ ก็ควรถอดแอพพลิเคชั่นนั้นออก

ที่มา - Chromium Blog

Tags:
Swift

ภาษา Swift เป็นไฮไลท์สำคัญของงาน WWDC ปีนี้ ที่น่าแปลกใจคือไม่มีข่าวเกี่ยวกับมันเลยจนกระทั่งเปิดตัวในงาน ตอนนี้รายละเอียดการพัฒนาบางส่วนก็เปิดเผยมาจากเว็บของ Chris Lattner โปรแกรมเมอร์ในฝ่ายเครื่องมือพัฒนา เขาส่งโค้ดเข้าโครงการ LLVM อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภาษา Swift

โครงการ Swift เริ่มต้นในเดือนกรกฎาคมปี 2010 โดย Lattner พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และทีมนักพัฒนาคนอื่นเข้ามาช่วยในปี 2011 จนกระทั่งแอปเปิลเริ่มเอาจริงในเดือนกรกฎาคมปี 2013 หรือประมาณปีที่แล้ว ก่อนจะเปิดตัวในงานที่เพิ่งผ่านไป

Lattner ระบุว่าภาษา Swift ได้รับไอเดียจากภาษาจำนวนมาก เช่น Objective-C, Rust, Haskell, Ruby, Python, C#, CLU, และภาษาอื่นๆ สำหรับฟีเจอร์สำคัญคือ Playgrounds นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการ Light Table IDE สำหรับภาษาจาวาสคริปต์และ Python ที่มีความสามารถคล้ายกัน

ตัว Lattner เองเป็นคนพัฒนา LLVM มาตั้งแต่เริ่มต้นในปี 2000 ร่วมกับ Vikram Adve ก่อนจะเข้ามาทำงานกับแอปเปิลในปี 2005

ที่มา - Nondot.org