Tags:
Node Thumbnail

นักวิจัยจาก Global Pulse โครงการวิจัยด้าน Big Data, AI ของ UN ได้เผยแพร่เปเปอร์งานวิจัยที่ว่าด้วยการฝึก AI ให้สามารถเขียนสุนทรพจน์สำหรับในการประชุมสามัญของ UN ได้ภายใน 13 ชั่วโมงและงบประมาณเพียง 7.8 เหรียญ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการใช้งานแพลตฟอร์มคลาวด์

เครื่องมือที่ Global Pulse ใช้เป็นเครื่องมือโอเพนซอสทั้งหมด ส่วนข้อมูลที่ป้อนเอาจากสุนทรพจน์ทั้งหมดที่ถูกพูดในการประชุมสามัญของ UN ตั้งแต่ปี 1970 ถึง 2015 ก่อนจะแบ่งออกมาเป็น 3 หมวดใหญ่ๆ คือหัวข้อทั่วไป (อาทิ โลกร้อน), สุนทรพจน์เปิดประชุมของเลขาธิการ UN และประเด็นที่อ่อนไหว อาทิ ชมกลุ่มน้อย โดยใช้โมเดล Deep Learning

Tags:
Node Thumbnail

ทีมงาน PyTorch เปิดตัวบริการ PyTorch Hub บริการเชื่อมงานวิจัยเข้ากับโมเดลปัญญาประดิษฐ์เพื่อให้นักวิจัยภายนอกสามารถตรวจการทำงานของโมเดลที่เผยแพร่ออกมาได้ดีขึ้น

PyTorch Hub ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาและดาวน์โหลดโมเดลได้ง่ายๆ เหมือนการดาวน์โหลดอิมเมจของ Docker เช่น การรันโค้ด torch.hub.list('pytorch/vision') ก็จะได้รายการโมเดลของ PyTorch สำหรับการประมวลผลภาพออกมา และสามารถสั่งดาวน์โหลดได้ด้วยคำสั่งเดียว

กระบวนการส่งโมเดลขึ้น Hub ต้องส่งผ่าน pull request บน GitHub เพื่อให้ทีมงานพิจารณา และอาจขอให้เจ้าของโมเดลปรับแก้เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น จากนั้นโมเดลจะได้เผยแพร่บนเว็บ PyTorch Hub

Tags:
Node Thumbnail

ทีมงาน Google Brain เปิดตัวเอนจิน Google Research Football เกมเอนจินที่เปิด API ให้นักวิจัยสร้างปัญญาประดิษฐ์มาแข่งเกมฟุตบอลแบบ reinforcement learning (RL) หรือการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่ตัวปัญญาประดิษฐ์เรียนรู้ว่าต้องชิง "รางวัล" ให้ดีที่สุด

แกนหลักของ Google Research Football คือ Football Engine เป็นเอนจินเกมฟุตบอลสามมิติแบบโอเพนซอร์ส จำลองเหตุการณ์ได้ค่อนข้างครบ ทั้งการทำประตู, การทำฟาวล์, ยิงลูกโทษ, และล้ำหน้า เอนจินเน้นประสิทธิภาพการเรนเดอร์ (สำหรับปัญญาประดิษฐ์ที่ต้องการฝึกมองจากภาพโดยตรง) โดยเครื่องซีพียู 6 คอร์รันได้ถึง 25 ล้านภาพต่อวัน หรือยากฝึกผ่าน API ที่ทำให้มองเห็นสนามเป็นรูปแบบที่คอมพิวเตอร์เข้าใจได้ง่ายก็ได้เหมือนกัน

Tags:
Node Thumbnail

ทีมวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัย Curtin และมหาวิทยาลัย Queensland สร้างปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถจำแนกโรคทางเดินหายใจจากเสียงไอในเด็กได้ โดยหากใช้เสียงอย่างเดียวมีความแม่นยำสูงกว่าทีมแพทย์ที่ฟังเสียงไออย่างเดียวเหมือนกัน

ปัญญาประดิษฐ์สามารถแยกโรค หอบหืด (asthma), ปอดบวม (pneumonia), โรคครูป (croup), โรคหลอดลมอักเสบ (bronchiolitis), และโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง (lower respiratory tract disease) โดยทีมแพทย์และปัญญาประดิษฐ์ได้ฟังเสียงไออย่างเดียวเหมือนๆ กัน

กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กอายุ 29 วันถึง 12 ปี จำนวน 585 คน ทุกโรคปัญญาประดิษฐ์สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำกว่าแพทย์ เช่นโรคหอบหืด ทำนายได้แม่นถึง 97% เทียบกับแพทย์ 91% โดยรวมอยู่ในช่วง 83-97% ขณะที่แพทย์วินิจฉัยได้แม่น 81-91%

Tags:
Node Thumbnail

เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนต้องอยากใส่เสื้อผ้าตามคนดัง แต่เมื่อเห็นแต่รูปก็ไม่รู้ว่าจะไปหาเสื้อผ้าสไตล์นี้ได้ที่ไหน ล่าสุด Amazon เปิดตัว StyleSnap ฟีเจอร์ให้ AI ช่วยหาชุดให้ใน Amazon App โดยผู้ใช้สามารถอัพโหลดรูปเสื้อผ้าที่ไปเจอมาเข้าไปในแอพ ระบบจะช่วยหาเสื้อผ้าที่มีดีไวน์คล้ายกับในรูปที่สามารถหาซื้อได้บน Amazon ให้

เว็บไซต์ The Verge ระบุว่า ฟีเจอร์ดังกล่าวยังทำงานได้ไม่ดีนัก ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดต่างๆ ของเสื้อผ้าได้ และยังเสนอไอเท็มซ้ำๆ เดิมๆ นอกจากนี้ยังมีสตาร์ทอัพเจ้าอื่นที่ทำฟีเจอร์ในทำนองเดียวกันนี้ รวมถึง Asos ยักษ์ใหญ่แฟชั่นออนไลน์

Tags:
Node Thumbnail

เดือนที่แล้วในงาน Google I/O นอกจากการเปิดตัว API ต่างๆ ของกูเกิลเองแล้ว ในงานส่วนนิทรรศการยังมีการแสดงสาธิตการใช้เทคโนโลยีรูปแบบต่างๆ โดยในนิทรรศการทั้งหมด บริษัท bit.studio จากประเทศไทยไทยก็ได้จัดนิทรรศการในงานด้วย

Tags:
Node Thumbnail

โลกเครือข่ายสังคมออนไลน์มักมีการทำอะไรตามๆ กันเป็นระยะ เช่น การเต้นโคฟเวอร์เพลง Gangnam Style, หรือการท้า Ice Bucket Challenge เป็นต้น งานวิจัยล่าสุดของกูเกิลสามารถสร้างชุดข้อมูลจากการท้ากันเช่นนี้ ทำให้ได้โมเดลแปลงวิดีโอเป็นวิดีโอสามมิติที่มีความแม่นยำสูง

ทีมวิจัยของกูเกิลอาศัยวิดีโอ Mannequin Challenge ที่กลุ่มคนพยายามรวมตัวกันจำลองว่าตัวเองเป็นหุ่น (mannequin) แล้วเคลื่อนกล้องไปเรื่อยๆ โดยทีมวิจัยพบว่าวิดีโอเหล่านี้สามารถแปลงเป็นภาพสามมิติได้โดยง่ายด้วยเทคนิค multi-view-stereo (MVS) ที่ใช้ภาพหลายภาพมาสร้างภาพสามมิติ ทีมงานพบวิดีโอกลุ่มนี้บน YouTube กว่าสองพันรายการ ทำให้ได้ภาพของคนทำท่าทางต่างๆ อย่างครบถ้วน

Tags:
Node Thumbnail

ช่วงนี้แนวคิด Edge Server หรือการตั้งเซิร์ฟเวอร์ประมวลผล AI ที่ปลายทาง (แล้วค่อยส่งขึ้นคลาวด์) กำลังมาแรง เราเริ่มเห็นโซลูชันจากหลายๆ บริษัทออกสู่ตลาด เช่น ฮาร์ดแวร์ Coral ของกูเกิล, ซอฟต์แวร์จากไมโครซอฟท์, คอมพิวเตอร์อุตสาหกรรมของ Lenovo เป็นต้น

NVIDIA ในฐานะผู้สร้างหน่วยประมวลผลจีพียูสำหรับงาน AI ก็ไม่พลาดสงครามนี้เช่นกัน ล่าสุดเปิดตัว NVIDIA EGX โดยเรียกตัวเองว่าเป็น "GPU Edge Server"

Tags:
Node Thumbnail

ทีมวิจัยร่วมระหว่างไมโครซอฟท์และมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) รายงานความสำเร็จในการออกแบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (text-to-speech - TTS) และแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ (automatic speech recognition - ASR) โดยใช้ข้อมูลปริมาณน้อยมาก คิดเป็นเสียงพูดประมาณ 20 นาทีเท่านั้น แต่ยังความแม่นยำของการสร้างเสียงพูดที่ฟังออก (intelligible rate) สูงถึง 99.84%

Tags:
Node Thumbnail

เราเคยเห็นโมเดลการสร้างวิดีโอปลอม หรือคลิปเสียงปลอม ที่พัฒนาจากการเทรนข้อมูลคลิปวิดีโอและคลิปเสียงจำนวนมาก หรือ Deepfake แต่งานวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่โดย Samsung AI Center สามารถพัฒนาผลลัพธ์ได้ไกลกว่านั้น โดยอาจใช้ข้อมูลเริ่มต้นด้วยรูปภาพเพียง 1 รูปเท่านั้น

รูปแบบการสร้างคลิปดังกล่าว อาศัยการเทรนข้อมูลคลิปวิดีโออื่นที่เป็นการถ่ายเจาะเฉพาะใบหน้าจำนวนหนึ่งก่อน จากนั้นจับเฉพาะตำแหน่งสำคัญบนใบหน้าเพื่อใช้ในการสร้างคลิปวิดีโอ เช่น คิ้ว ตา จมูก ปาก เมื่อเราให้ข้อมูลภาพถ่ายใบหน้า ก็สามารถสร้างวิดีโอปลอมขึ้นมา โดยอาศัยการจับตำแหน่งสำคัญเหล่านั้น แล้วทำการขยับส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าออกมานั่นเอง

Tags:
Node Thumbnail

กูเกิลเปิดให้บริการ Google Duplex ฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้ Google Assistant ช่วยคุยโทรศัพท์เป็นเลขาแทนเราตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทั้งบน Android และ iOS (จำกัดพื้นที่ในสหรัฐฯ) ฟีเจอร์นี้เปิดตัวครั้งแรกในงาน Google I/O ปี 2018 และเป็นที่ฮือฮามาก เพราะสาธิตการให้ Google Duplex คุยโทรศัพท์จองร้านอาหาร และร้านตัดผมได้ โดยปลายสายเป็นคนจริงที่สนทนาด้วย

อย่างไรก็ตามผลทดสอบของ The New York Times พบว่า Google Duplex ยังไม่สมบูรณ์แบบนัก หลายครั้งต้องใช้คนจริงเข้ามาช่วยสนทนาแทน

Tags:
Node Thumbnail

กูเกิลเผยแพร่งานวิจัยประกาศความสำเร็จในการสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถวินิจฉัยการถ่ายภาพรังสีส่วนตัดอาศัยคอมพิวเตอร์ (computerized tomography - CT) เพื่อหามะเร็งปอด ที่เป็นระบบอัตโนมัติที่ดีที่สุดในตอนนี้ สามารถวินิจฉัยจากชุดข้อมูล National Lung Cancer Screening Trial เป็นภาพ CT ปอดจากผู้ป่วย 45,856 คน ได้แม่นยำ 94.4%

การวินิจฉัยมะเร็งปอดอาศัยรังสีแพทย์อ่านภาพ CT นับร้อยภาพ โดยมะเร็งระยะเริ่มต้นอาจมีขนาดเล็กจนยากจะหาจากในภาพได้ โมเดลของกูเกิลมองภาพทั้งหมดเป็นโมเดลสามมิติ นอกจากทำนายมะเร็งได้แล้ว ยังสามารถตรวจพบเนื้อเยื่อผิดปกติ และสามารถรับภาพสแกนเดิมเพื่อวินิจฉัยจากความเปลี่ยนแปลงของภาพสแกน

Tags:
Node Thumbnail

กูเกิลนำเสนอสถาปัตยกรรมปัญญาประดิษฐ์สำหรับแปลภาษาในชื่อ Translatotron ที่เป็นการแปลภาษาโดยตรงจากเสียงพูดไปยังเสียงพูด (end-to-end) แทนที่จะเป็นการแปลงเสียงเป็นข้อความ แปลข้อความ แล้วจึงนำมาแปลงเป็นเสียง (cascade) เหมือนเช่นทุกวันนี้

Translatotron เป็นปัญญาประดิษฐ์แบบ sequence-to-sequence โดยนำข้อมูล spectrogram ของเสียงพูดภาษาต้นทางและปลายทาง

Tags:
Node Thumbnail

อีกหนึ่งฟีเจอร์น่าตื่นเต้นของ Android Q คือ Live Caption ที่สามารถแปลงเสียงเป็นข้อความได้ทั้งเสียงจากในโทรศัพท์และเสียงจากภายนอก ช่วยให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินใช้งานโทรศัพท์ได้ง่ายขึ้น

การทำงานของ Live Caption กดปุ่มเดียวให้ระบบตรวจจับเสียงจากที่ต่างๆ ทั้งเสียงที่อัดจากเครื่อง เสียงจากแอพพอดคาสต์ ข้อความเสียง วิดีโอ หรือเสียงอะไรก็ตามที่มาจากแอพอื่นๆ ระบบจะถอดเป็นข้อความแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต

Tags:
Node Thumbnail

เรื่อง Speech Recognition ของ Google อาจจะค่อนข้างแม่นยำ จากเสียงหรือคำพูดของคนปกติทั่วไป ทว่าการตรวจจับคำพูดของ AI ก็ยังคงมีปัญหาหากเป็นคำสั่งที่มาจากผู้ที่มีปัญหาด้านการสื่อสาร จากปัญหาด้านระบบประสาทเช่น ผู้ป่วยเส้นเลือดอุดตันในสมองหรือผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) เนื่องจากไม่สามารถใช้โมเดลเดียวกับคนทั่วไปได้

Google จึงตั้งโปรเจ็ค Euphoria ขึ้นมาวิจัยและพัฒนาอัลกอริทึม AI เพื่อการนี้ โดยร่วมมือกับองค์กรผู้ป่วย ALS เพื่อเก็บข้อมูลเสียงและทำงานร่วมกับผู้ป่วย ALS ก่อน โดยรูปแบบการเทรน ทีมงานจะเปลี่ยนเสียงพูดให้เป็นคลื่นเสียง (spectrogram) เพื่อให้ AI ตรวจจับแพทเทิร์นการพูดและเสียงของผู้ป่วย ซึ่งแตกต่างจากคนธรรมดา

Tags:
Node Thumbnail

กูเกิลประกาศฟีเจอร์ของ Google Assistant รุ่นต่อไปที่จะมากับโทรศัพท์ Pixel รุ่นใหม่ โดยโมเดลปัญญาประดิษฐ์ถูกย่อลงเหลือไม่ถึง 500MB ทำให้สามารถรันบนโทรศัพท์ได้โดยตรงไม่ต้องส่งข้อมูลเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป

การทำงานบนโทรศัพท์ทำให้ Assistant ทำงานเร็วขึ้น 10 เท่าตัว สามารถสั่่งงานข้ามแอป เช่น สร้างนัดหมายใหม่ในแอป Calendar, ส่งอีเมล, ตอบแชต, แชร์ภาพ และนอกจากการเชื่อมต่อกับแอปต่างๆ ในโทรศัพท์แล้ว Assistant ยังสามารถเชื่อมต่อกับเว็บด้วยคำสั่งเช่น "เช่ารถสำหรับทริปต่อไป" ตัว Assistant สามารถเข้าเว็บ, กรอกแบบฟอร์มเช่ารถ, และขอยืนยันคำสั่งสุดท้ายจากผู้ใช้โดยอัตโนมัติ

Tags:
Node Thumbnail

Visual Studio มีฟีเจอร์ IntelliCode ใช้ AI ช่วยแนะนำการเขียนโค้ด มาได้สักพักใหญ่ๆ โดยช่วงแรกยังมีสถานะเป็นรุ่นพรีวิว และยังรองรับแค่ภาษา C# กับโมเดล XAML เท่านั้น

ในงาน Build 2019 ปีนี้ ไมโครซอฟท์ประกาศว่า IntelliCode มีสถานะเป็น GA เรียบร้อยแล้ว พร้อมประกาศฟีเจอร์เพิ่มอีกชุดใหญ่ ตั้งแต่การรองรับภาษาที่เพิ่มขึ้นคือ C++ และ TypeScript/JavaScript (ตอนนี้ยังเป็นรุ่นพรีวิวใน Visual Studio 2019 Version 16.1)

Tags:
Node Thumbnail

เราเห็น Visual Studio มีฟีเจอร์ใช้ AI ช่วยแนะนำการเขียนโค้ดกันไปแล้ว คราวนี้ Word กำลังจะได้ฟีเจอร์แบบเดียวกันคือใช้ AI ช่วยแก้ไขสำนวนการเขียน

ไมโครซอฟท์นำเทคนิค machine learning มาช่วยเรียนรู้วิธีการเขียนเอกสาร "ที่ดี" ในบริบทต่างๆ และสามารถแก้ไขข้อความ (rewrite) เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น หรือใช้คำที่ความหมายคล้ายกันแทน

ก่อนหน้านี้เราอาจต้องค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ เพื่อดูวิธีการเขียนที่เหมาะสม แต่ตอนนี้ Word สามารถทำได้โดยตัวมันเองเลย เบื้องหลังการทำงานของมันคือ Microsoft Graph ที่มองเห็นวัตถุต่างๆ ภายในเอกสารว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร และใช้ AI เรียนรู้จากเทมเพลตเอกสารจำนวนมากเพื่อให้คำแนะนำตรงเป้า

Node Thumbnail

ทุกวันนี้คำว่า DevOps (development + operations) ได้รับความนิยมในวงกว้างมากขึ้น ในวงการ AI เองก็มีคำว่า MLOps (machine learning + operations) ที่เริ่มเป็นที่รู้จักเช่นกัน

สัปดาห์ที่แล้ว ไมโครซอฟท์ประกาศฟีเจอร์ใหม่ของ Azure Machine Learning โดยเน้นที่กระบวนการเทรนโมเดลให้อัตโนมัติมากขึ้น

ฟีเจอร์สำคัญคือการผนวกเอา Azure DevOps โดยเฉพาะด้าน CI/CD มาใช้กับงาน machine learning ด้วย เพื่อให้ตลอดอายุงาน (machine learning lifecycle) ทำงานต่อเนื่อง ตั้งแต่การสร้างโมเดล พิสูจน์การทำงานของโมเดล ดีพลอย และการเทรนซ้ำ

Tags:
Node Thumbnail

กูเกิลประกาศเปิดฐานข้อมูลสถานที่ทั่วโลก Google-Landmarks v2 เวอร์ชันปรับปรุง เพื่อใช้เทรนนิ่ง AI ให้รู้จักภาพของสถานที่สำคัญต่างๆ

ฐานข้อมูลนี้มีรูปภาพจำนวน 5 ล้านรูปของสถานที่กว่า 200,000 แห่ง ถือว่ามีจำนวนเยอะกว่าเวอร์ชันแรกมาก ในแง่ของความหลากหลายก็มากขึ้น เพิ่มความยากในการเทรนโมเดล AI ให้แยกแยะสถานที่เหล่านี้ได้แม่นยำ กูเกิลยังจัดการแข่งขันบนเว็บไซต์ Kaggle ชุมชนนักพัฒนาสาย AI ให้มาเทรนโมเดลแข่งกันบนข้อมูลชุดนี้ด้วย

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้จาก GitHub ตัวข้อมูลประกอบภาพใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons ส่วนตัวภาพใช้สัญญาอนุญาตที่แตกต่างกันไป

Tags:
Node Thumbnail

หลายๆ คนคงรู้จัก Google Duplex ผู้ช่วยคุยโทรศัพท์แทนเราที่เปิดให้ใช้งานผ่าน Google Assistant ไปแล้ว ล่าสุด Google เปิดตัว CallJoy ผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับอุตสาหกรรมรายย่อยมาตอบลูกค้าแทนเจ้าของร้านผ่านข้อความแชท แก้ปัญหาคนโทรมาก่อกวน สแปม และเจ้าของกิจการที่ไม่ว่างมารับโทรศัพท์

วิธีการทำงานของ CallJoy คือ เมื่อลูกค้าโทรเข้ามา ระบบจะตอบเป็นข้อความให้ข้อมูลพื้นฐาน เช่นเวลาเปิดปิด เวลาที่คนเยอะ คนน้อย รวมทั้งลิงก์ให้จองที่นั่ง สั่งอาหาร ซึ่งถ้าความต้องการพื้นฐานของลูกค้ามีแค่ เวลาเปิดปิด สั่งจองก็จะสามารถทำผ่าน CallJoy ได้เลยโดยที่พนักงาน เจ้าของร้านไม่ต้องมาตอบด้วยตัวเอง

Tags:
Node Thumbnail

Australian Securities and Investments Commission (ASIC) หรือกลต. ออสเตรเลียที่มีหน้าที่กำกับดูแลการขายหลักทรัพย์และประกันประกาศจัดหาซอฟต์แวร์วิเคราะห์เสียง และแปลงเสียงเป็นข้อความ (voice analytics and voice to text - VA/VT) เพื่อตรวจสอบเทคนิคการขายประกันของตัวแทน

รัฐบาลออสเตรเลียจัดสรรงบประมาณสำหรับการวางเทคโนโลยีเพื่อการกำกับดูแล (regulartory technology - regtech) เอาไว้ 70 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียหรือประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยโครงการของ ASIC นี้จะใช้งบ 6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียหรือ 135 ล้านบาท

Tags:
Node Thumbnail

Facebook มีระบบผู้ช่วยอัจฉริยะอยู่แล้วคือ M ใน Facebook Messenger แต่ M ยังไม่สามารถรับคำสั่งเสียงได้ ล่าสุด Facebook กำลังพัฒนาผู้ช่วย AI ที่ผู้ใช้สามารถสั่งการเสียงได้ โดยจะนำมาใช้กับ Portal ฮาร์ดแวร์ของ Facebook และผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Oculus และอาจจะรวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในอนาคต

Tags:
Node Thumbnail

กูเกิลปล่อยแอป Pixel Camera รุ่นล่าสุดเพิ่มฟีเจอร์ Photobooth ที่ปัญญาประดิษฐ์จะเข้าคุมชัตเตอร์หลังกดเริ่ม โดยจะพิจารณาถึงความพร้อมของคนในภาพทุกคน

ภาพที่ Photobooth จะถ่ายให้เองแบ่งเป็นภาพเซลฟี่ที่ทุกคนต้องมองกล้อง และภาพจูบที่ไม่ต้องมองกล้องก็ได้

ตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์จะกรองภาพคุณภาพต่ำ เช่น ปิดตา, คุยอยู่, หรือภาพเบลอ จากนั้นจึงมาให้คะแนนของเฟรมแต่ละเฟรม โดยหาคุณภาพของ "การแสดงออกทางใบหน้า" ว่าชัดเจนแค่ไหน หรือคุณภาพของการจูบว่าสูงสุดแล้วหรือยัง

โหมดนี้จะแสดงแถบพลังของคุณภาพภาพให้ผู้ใช้เห็นตลอดเวลา โดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับได้แก่

Pages