Tags:

ในยุคที่มือถือครองเมือง และเรายังหาวิธีการทำให้ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้นไม่ได้ดีไปกว่าการเพิ่มความจุเข้าไป สิ่งที่ช่วยได้ดีคือการใช้วิธีอื่นที่ทำให้ใช้แบตเตอรี่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

นอกจากการเชื่อมต่อ 3G หน้าจอของมือถือ และอีกสารพัดอย่างที่มีผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนไม่ทราบ คือการใช้งานหน้าเบราว์เซอร์บนมือถือแต่ละเว็บไซต์กินพลังงานไม่เท่ากัน ซึ่งทางทีมศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ทำการสำรวจหน้าเว็บแบบมือถือของแต่ละเว็บไซต์ว่าเว็บไหนที่กินพลังงานในการเปิดหน้าเว็บมาก/น้อยอย่างไร

เว็บไซต์ที่ได้รับคำนิยมว่าเยี่ยมที่สุดตกเป็นของ Gmail ที่ทางทีมศึกษาให้เหตุผลว่ากินพลังงานน้อยเนื่องจากการใช้ HTML5 ในการขับเคลื่อนบริการ ส่วนเว็บไซต์ที่เข้าขั้นแย่ และควรปรับปรุงได้แก่ Wikipedia และ Apple โดยเฉพาะรายแรก ทีมศึกษาระบุว่าสามารถปรับแต่งเพื่อให้ใช้พลังงานได้น้อยลงราว 30% โดยไม่กระทบกับการใช้งานด้วยซ้ำ

สำหรับคนที่ทำหน้าเว็บไซต์มือถืออยู่ ทีมศึกษาแนะนำให้ใช้ภาพสกุลไฟล์ .jpeg จะดีกว่า .gif หรือ .png ครับ

ที่มา - BBC

Tags:

ปรกติแล้ว QR code สามารถรับความคลาดเคลื่อนได้ในระดับหนึ่ง ทำให้เราสามารถวางรูปภาพหรือข้อความ "ทับ" ลงไปบนตัว QR code เพื่อช่วยให้มนุษย์สามารถแยกแยะ QR code ในขั้นต้นได้

แต่นี่คงไม่ทำให้ Russ Cox โปรแกรมเมอร์จาก Bell Labs พอใจ เขาจึงได้สร้างโปรแกรม QArt code ที่สามารถ "ฝัง" รูปภาพไปกับ QR code โดยไม่ทำให้มันเกิดความคลาดเคลื่อน และส่งผลให้ตัว QR code สามารถแนบรูปได้ใหญ่ขึ้นกว่าการวางรูปทับลงไปธรรมดาครับ

รายละเอียดทางคณิตศาสตร์และวิศวกรรมค่อนข้างเยอะพอสมควร ผู้สนใจสามารถอ่านบทความเต็มได้ที่บล็อกของ Russ Cox หรือจะอ่านซอร์สโปรแกรม (ภาษา Go) ก็ย่อมได้ ส่วนผู้สนใจทั่วไปสามารถแวะไปสร้าง QR code เล่นได้ที่หน้านี้เลยครับ

ที่มา: โพสของ Russ Cox บน Google+

Tags:
OLPC

มีผลวิจัยจาก Inter-American Development Bank (IDB) ซึ่งได้ศึกษานักเรียนจาก 319 โรงเรียนเป็นเวลา 15 เดือน พบว่าไม่ปรากฎชัดว่านักเรียนที่ได้รับแล็ปท็อปหรือแท็บเล็ตในโครงการ One Laptop per Child (OLPC) มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์และวิชาทางด้านภาษาดีขึ้นกว่าเดิมแต่อย่างไร นอกจากนั้นผลวิจัยยังแสดงให้เห็นว่านักเรียนไม่ได้ให้เวลากับการบ้านและการอ่านหนังสือมากขึ้นอีกด้วย ทาง IDB ได้สรุปว่าทางโครงการ OLPC ไม่ได้แนะนำคุณครูว่าควรใช้แล็ปท็อปหรือแท็บเล็ตอย่างไรให้้เกิดประสิทธิผลต่อการเรียนในแต่ละวิชา

ผู้อ่านอย่าเพิ่งคิดไปว่าโครงการ OLPC นี้ไม่ประสบผลสำเร็จเลย เพราะ IDB กล่าวโดยอิงผลวิจัยว่า โครงการนี้ทำให้อัตราส่วนระหว่างคอมพิวเตอร์และนักเรียนนั้นเพิ่มสูงจาก 0.28 เป็น 1.18 นอกจากนั้นนักเรียนยังใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานอย่างการพิมพ์เอกสารได้คล่องขึ้นและมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์เพิ่มขึ้น แต่กลับมีทักษะการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่จำกัดเนื่องจากเกือบทั้งหมดไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ IDB ยังระบุว่าคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยเพิ่มประสบการณ์ทางการเรียนให้ดีขึ้นได้ หากแต่ต้องอาศัยการบูรณาการเข้ากับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมที่สุดอีกด้วย

ประเทศไทยกำลังเพิ่งแจกเลย น่าจะลองศึกษาดูผลลัพธ์บ้างครับ

ที่มา: Inter-American Development Bank (IDB) (ไฟล์ PDF), The Economist ผ่าน Slashdot ผ่าน The Verge

Tags:

รายงานนี้เป็นผลสำรวจกลุ่มนักอ่านหนังสือชาวอเมริกัน (ที่เป็นผู้ใหญ่) จัดทำโดย Pew Research Center พบว่านักอ่าน eBook จะอ่านหนังสือเฉลี่ย 24 เล่มในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา เทียบกับนักอ่านหนังสือธรรมดาทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 17 เล่ม

แต่ก็ใช่ว่า eBook จะครองตลาดเพราะแท้จริงจากผลสำรวจเดือนธันวาคมปีที่แล้วยังมีนักอ่านหนังสือธรรมดาอยู่ถึง 72% เทียบกับนักอ่าน eBook ที่เป็นชนกลุ่มน้อยเพียง 17% เท่านั้น (อีก 11% เป็นกลุ่มที่ฟัง Audio Book)

รายงานยังให้ข้อมูลน่าสนใจถึงอัตราการเติบโตของจำนวนนักอ่านที่มีเครื่องอ่าน eBook ไว้ในครอบครองว่ามีถึง 19% จากกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ เทียบกับจำนวนเพียง 10% ในการสำรวจเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

รายงานฉบับเต็มมีรายละเอียดแยกสถิติอุปกรณ์อ่าน eBook แต่ละประเภทเทียบกันด้วย ดูได้จากที่มาท้ายข่าวครับ

ที่มา - Engadget, Pew Research Center

ถึงจำนวนกลุ่มคนอ่าน eBook ดูจะน้อยแต่อัตราการเติบโตก็น่ากลัวมากครับ เมื่อดูจากยอดขายอุปกรณ์ประเภทเครื่องอ่าน eBook และ Tablet ที่เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา คาดว่าเราจะได้เห็นผลสำรวจที่น่าทึ่งกว่านี้ในอนาคต

Tags:

แถวนี้ใครชอบเล่นถ่ายรูปด้วยการสร้างกรอบรูปจากนิ้วมือบ้างครับ? นักวิจัยจากญี่ปุ่นได้นำเอาวิธีนี้มาทดลองสร้างเป็นกล้องถ่ายรูปจริงๆ กันแล้ว

กล้องถ่ายรูปตัวนี้มีชื่อว่า Ubi-Camera วิธีใช้ก็เพียงแค่สวมตัวกล้องไว้ที่ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่ง ประกอบนิ้วชี้และนิ้วโป้งจากสองมือให้เป็นกรอบรูป ขยับหน้าเข้าใกล้หรือออกห่างจากมือเพื่อกำหนดมุมมอง เรียบร้อยแล้วก็กดปุ่มชัตเตอร์บนตัวกล้องเพื่อเก็บภาพประทับใจเท่านั้นเอง

เนื่องจากมันยังเป็นแค่งานวิจัยต้นแบบ ความสามารถจึงยังมีจำกัดมาก มันยังไม่มีระบบซูมภาพ เซนเซอร์อินฟราเรดที่ใช้ตรวจจับความห่างของหน้ากับตัวกล้องยังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ก็ยังต้องต่อสายข้อมูลเพื่อให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลอยู่ แต่มันก็เป็นงานวิจัยที่น่าสนุกสนานไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว สนใจเข้ามาดูวิดีโอได้ในข่าวครับ

ที่มา: Engadget

Tags:

งานวิจัยเกี่ยวกับจอสัมผัสอีกหนึ่งงานครับ แม้ว่าเราจะมีระบบสั่นเพื่อบ่งบอก feedback ของการสัมผัสจอ (haptic) แต่นั่นก็อาจไม่เพียงพอ ทีมนักวิจัยจากญี่ปุ่นจึงพัฒนาระบบจอสัมผัส ที่สามารถเคลื่อนตัวตอบสนองระหว่างวัตถุที่อยู่ในจอกับนิ้วมือเราได้ โดยยึดมุมทั้งสี่ของจอสัมผัสด้วยลวดและกลไกลที่จะคอยบังคับดึงมันไปในทิศทางต่างๆ ทำให้เกิดเป็นระบบจอสัมผัสที่สามารถบ่งบอกทิศทาง feedback ได้นั่นเองครับ (ดูวิดีโอได้ในข่าว)

ที่มา: Engadget

Tags:

ในงานสัมมนาเกี่ยวกับความปลอดภัย(ทางด้านซอฟต์แวร์) Black Hat Europe ที่กรุงอัมสเตอดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีงานศึกษาชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ที่ทำจากภาคส่วนต่างๆ ผลปรากฏว่าซอฟต์แวร์ที่ทำโดยรัฐบาลมีอัตราการผ่านมาตรฐานต่ำที่สุด พูดเป็นภาษาชาวบ้านคือบั๊กเยอะที่สุดนั่นเอง

โดยนาย Chris Wysopal หัวหน้าฝ่ายค้นหาบั๊กจากบริษัท Veracode ได้เผยข้อมูลหลังวิจัยซอฟต์แวร์ในช่วงตั้งแต่กลางปี 2010 จนถึงปี 2011 ทั้งสิ้น 9,910 โปรแกรม ผลคือมีซอฟต์แวร์จากรัฐบาลเพียง 16% ผ่านการทดสอบจาก OWASP เมื่อเทียบกับฝั่งซอฟต์แวร์ทางด้านการเงินที่ผ่าน 24% และซอฟต์แวร์เพื่อการค้าที่ 28%

เมื่อเปลี่ยนมาตรฐานการตรวจสอบเป็นของ SANS ผลก็ยังคงเดิมว่าฝั่งรัฐบาลยังผ่านน้อยสุดที่ 18% ส่วนด้านการเงิน และเพื่อการค้าอยู่ที่ 28% และ 34% ตามลำดับ

หลังเผยผลการศึกษานี้ Wysopal ได้โทษความห่วยของซอฟต์แวร์จากรัฐบาลว่ามาจากการขาดความรอบคอบในการทำสัญญากับนักพัฒนา เป็นผลให้ไม่สามารถควบคุมให้โปรแกรมอยู่ในมาตรฐานได้ และบางครั้งต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อแก้บั๊กเหล่านั้นอีกด้วย

ที่มา - Forbes via /.

Tags:
Microsoft

ที่งานฉลองการก่อตั้งไมโครซอฟท์ รีเสิร์ชครบ 20 ปี TechFest 2012 ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ชเผยงานวิจัย "Monolingual TTS" หรือซอฟต์แวร์แปลเสียงพูดจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่งโดยจำลองหน้าผู้พูดแบบ 3 มิติที่คำพูดถูกแปลแล้วโดยยังคงสำเนียงการพูดต้นฉบับไว้ นอกจากนั้นซอฟต์แวร์นี้รองรับการแปลคำพูดที่มีทั้งชื่อของสถานที่ต่างๆ ที่เป็นภาษาอื่น และคำพูดที่บอกเส้นทาง (direction) ที่เป็นภาษาท้องถิ่นในเวลาเดียวกัน

ซอฟต์แวร์ดังกล่าวรองรับการแปลถึง 26 ภาษา แต่การแปลโดยให้ผลลัพธ์เป็นเสียงพูดแบบต้นฉบับนี้ไม่ได้ทำได้โดยทันที ต้องใช้เวลานับชั่วโมงในการสอนให้ซอฟต์แวร์จดจำเสียงก่อน ลองดูคลิปนำเสนอได้จาก Engadget ครับ

อัพเดต ผมสามารถฝังวีดีโอที่ท้ายข่าวได้แล้ว เชิญชมกันได้เลยครับ

ที่มา: ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช ผ่าน PC World ผ่าน Engadget

Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์เปิดตัวโครงการโอเพนซอร์สโครงการใหม่ชื่อ Mayhem ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์จำพวก trigger-action หรือสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานอัตโนมัติเมื่อดักเจอเหตุการณ์หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ โดยที่ไม่ต้องเขียนโปรแกรมเลย

ซอฟต์แวร์ลักษณะคล้ายๆ กันนี้คือ Automator ของแมค (และโปรแกรมอีกหลายตัวบนมือถือ) เพียงแต่ Mayhem จะมีจุดเด่นที่ต่างออกไปคือการเชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์ภายนอกอย่าง Xbox, Windows Phone, Android, iOS รวมถึงสั่งงานซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์เองทั้ง Windows และ Office (เช่น กดปุ่มบนจอยของ Xbox เพื่อเปลี่ยนสไลด์ใน PowerPoint - ดูวิดีโอประกอบ)

Mayhem เป็นผลงานของ Microsoft Research และ Microsoft Applied Sciences Group ร่วมกับ Outercurve Foundation ซึ่งเป็นองค์กรฝั่งโอเพนซอร์สของไมโครซอฟท์ ตัวซอฟต์แวร์ใช้สัญญาอนุญาตแบบ Microsoft Public License

ในโอกาสเปิดตัว ไมโครซอฟท์ยังจัดแข่งขัน Make Your Own Mayhem Contest เพื่อสร้างชุดคำสั่งของ Mayhem ชิงเงินรางวัลสูงสุด 3,000 ดอลลาร์อีกด้วย ใครสนใจก็ดูกันเองตามเว็บของ Mayhem ครับ

ที่มา - InfoWorld

Tags:
Kinect

ต่อเนื่องจากงานวิจัยที่โชว์ไปคราวก่อน รอบนี้ Microsoft ออกมาโชว์งานวิจัยพื้นผิวสัมผัสส่วนบุคคลครับ

อุปกรณ์ที่ใช้ได้แก่ Kinect และโปรเจคเตอร์ขนาดจิ๋ว หลักการคือ Kinect จะคอยจับว่ามือของเราสัมผัสกับพื้นผิวหรือเปล่า (โดยกล้องวัดระยะ) แล้วก็ให้โปรเจคเตอร์ฉาย user interface ไปยังพื้นผิวนั้น โดยอุปกรณ์ทั้งหมดวางไว้บนบ่าของเรา ทำให้เกิดเป็นพื้นผิวสัมผัสส่วนบุคคลได้ครับ

ที่มา: Engadget

Tags:
Microsoft

กลุ่มนักวิจัยของไมโครซอฟท์ รีเสิร์ชได้เผย Cliplets แอพพลิเคชันที่ให้ผู้ใช้สามารถสร้างเรื่องราวในมุมมองใหม่จากคลิปวีดีโอหนึ่งให้กลายเป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวในชิ้นงานเดียวกันได้อย่างกลมกลืน ใครนึกภาพไม่ออกลองเชิญชมวิดีโอสาธิตที่ท้ายข่าว

เบื้องหลังของแอพพลิเคชันนี้คือการผสมผสานเทคนิคของคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (computer vision) และคอมพิวเตอร์กราฟิก ใครสนใจลองเล่นก็สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันและศึกษาการใช้งานเพิ่มเติมได้จากที่มาของข่าว

ที่มา: Next at Microsoft

Tags:
Microsoft

Microsoft โชว์ 3 งานวิจัยจากงาน TechForum ซึ่งเป็นงานสังสรรค์ที่จัดขึ้นเพื่อแสดงโครงการวิจัยภายในบริษัท โดยผลงานที่ Microsoft คัดเลือกมาได้แก่ (รับชมวิดีโอได้ในข่าว)

  • HoloDesk - คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ที่ใช้เทคโนโลยีการแสดงผลและการควบคุมสั่งงานแบบสามมิติ
  • Holoflector - กระจกเงาโฮโลกราฟิก ที่สามารถโต้ตอบกลับแบบ augmented reality ได้
  • Illumishare - โต๊ะทำงานที่แชร์เอกสารและวัตถุต่างๆ ที่อยู่บนโต๊ะให้กับผู้ร่วมงานคนอื่นๆ

ที่มา: Engadget

Tags:

บริษัท Gunze ได้พัฒนาระบบจอสัมผัส ที่สามารถแยกได้ว่า ณ จุดหนึ่งๆ ใครเป็นผู้ที่จิ้มจุดนั้นอยู่ โดยอาศัยหลักการไฟฟ้าครบวงจรง่ายๆ คือผู้ใช้ต้องเอามือข้างหนึ่งกดปุ่มที่เป็นตัวนำไฟฟ้า แล้วจึงจะสามารถใช้มืออีกข้างสัมผัสสั่งการหน้าจอได้นั่นเอง

จอสัมผัสตัวนี้ ถูกนำมาแสดงในงานนาโนเทคโนโลยีนานาชาติครั้งที่ 11 ที่กรุงโตเกียวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีจุดประสงค์แรกๆ คือเป็นโต๊ะเล่นเกมจอระบบจอสัมผัสที่สามารถเล่นได้หลายคนครับ

ที่มา: Ubergizmo ผ่าน Engadget

ว่าแต่ว่า แบบนี้ถ้าแอบเอามือไปสัมผัสโดนคนที่นั่งเล่นเกมข้างๆ จอมันจะรวนเพราะอ่านค่าเพี้ยนมั้ยนะ?

Tags:

กฎของ Moore กล่าวว่า ประสิทธิภาพของวงจรรวม (IC - Integrated Circuit) จะพัฒนาขึ้นจากการเพิ่มทรานซิสเตอร์ขึ้นเท่าตัวในทุกๆ 18 เดือน หากว่ากฎของ Moore นั้นจะถึงจุดสิ้นสุดเมื่อขนาดของทรานซิสเตอร์เล็กจนเหลือเพียง 1 อะตอม (คือไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้) ซึ่งถ้าตามกฎของ Moore แล้วเวลานั้นควรจะมาถึงประมาณปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020)

เมื่อวานนี้ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐ New South Wales ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับความสำเร็จในการสร้างทรานซิสเตอร์จากอะตอมเดียวลงในวารสาร Nature Nanotechnology โดยวงจรรวมนี้สร้างจากการนำอะตอมของฟอสฟอรัสวางลงไปในจุดศูนย์กลางของผลึกซิลิคอนร่วมกับวงจรประตูสัญญาน (gate) ประกอบกันเป็นทรานซิสเตอร์ที่เล็กที่สุด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ในโครงการนี้เชื่อว่านี่จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการเข้าไปสู่ยุคของ Quantum Computing ซึ่งเป็นเครื่องประมวลผลที่มีสถานะของสัญญานแบบทวีคูณ (quantum bit หรือ qubit มีสถานะสัญญาน 0, 1 และสถานะระหว่าง 0 กับ 1 ต่างกับ binary bit ที่มีเพียง 0 กับ 1) และมีความเร็วในการประมวลผลสูงกว่าคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันอย่างเทียบกันไม่ได้

Tags:

งาน International Solid-State Circuits Conference นั้นเป็นงานประชุมวิชาการด้านวงจรกึ่งตัวนำชั้นนำของโลก ทุกปีบริษัทขนาดใหญ่จะขนเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประชันกันอยู่เสมอ ก่อนจะถึงงานจริงๆ ทางอินเทลก็เริ่มเปิดรายละเอียดของานวิจัยใหม่ๆ ออกมา

งานที่น่าสนใจมากคือชิปรุ่นใหม่ตัวต่อจาก Claremont ที่เป็นซีพียูที่ทำงานด้วยเทคโนโลยี Near Threshold Voltage (NTV) ที่ช่วยให้ซีพียูกินพลังงานต่ำลงอย่างมาก โดยต่ำกว่า 10 มิลลิวัตต์เมื่อทำงานความเร็วต่ำสุด โดยเมื่อปีที่แล้วอินเทลเปิดเฉพาะซีพียูเท่านั้นแต่ในปีนี้ทางอินเทลจะโชว์ชิปรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันนี้กับทั้ง GPU, และหน่วยความจำ

Tags:

นักวิจัยจาก Georgia Tech ได้พัฒนาระบบ BrailleTouch ซึ่งเป็นการป้อนตัวอักษรบนมือถือจอสัมผัส ที่ใช้ตำแหน่งรูปร่างของอักษรเบรลล์ (ตัวอักษรแทนภาษาหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ด้วยการจุดหรือไม่จุดบนตารางขนาด 2x3) มาแทนการพิมพ์ตัวอักษรแต่ละตัว

ถึงแม้ว่าแอพนี้จะมีเป้าหมายหลักสำหรับผู้พิการทางสายตา แต่ว่ามันก็น่าจับตามองในเรื่องของความเร็วเป็นอย่างมาก ผู้ที่ผ่านการฝึกฝนการป้อนอักษรด้วยระบบนี้ สามารถทำความเร็วได้ถึง 32 คำต่อนาทีที่ความแม่นยำ 92% เลยทีเดียว (นักวิจัยเคลมว่า เร็วกว่าการป้อนคำบนมือถือจอสัมผัสด้วยวิธีทั่วไปถึงหกเท่า)

ถึงอย่างไรก็ตาม ลักษณะการใช้งานก็อาจไม่เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปเท่าไหร่ เพราะนอกจากต้องจดจำอักษรเบรลล์เพิ่มแล้ว ด้านการพิมพ์อักษรลงไปนั้น ต้องจับมือถือโดยหันหน้าจอที่เป็นระบบสัมผัสออกจากตัว แล้วใช้นิ้วข้างละสามนิ้วสัมผัสที่หน้าจอให้เป็นรูปของอักษรต่างๆ ในภาษาเบรลล์ครับ (ดูวิดีโอสาธิตได้ในข่าว)

ที่มา: Engadget

Tags:

ใครที่แต่งงานแล้วและยังชื่นชอบเกมออนไลน์แนวสวมบทบาทถึงเวลาแล้วที่จะต้องหันมาสนใจคนข้างๆ ให้มากขึ้น เพราะถ้ามัวแต่ถือดาบไล่ฟันมอนสเตอร์เป็นเวลานานอาจจะทำให้ชีวิตสมรสมีปัญหาได้
จากการวิจัยของมหาวิทยาลัย Brigham Young พบว่าร้อยละ 75 ของคู่สมรสที่คู่สมรสของตนกำลังเล่นเกมออนไลน์แนวสวมบทบาทอยู่หวังว่าคู่ของเขานั้นจะใช้เวลาในการเล่นเกมน้อยลง และหันมาสนใจดูแลความสัมพันธ์กันบ้าง แต่ในทางตรงกันข้ามหากคู่สมรสเล่นเกมด้วยกันกลับทำให้เพิ่มความสุขให้กับชีวิตคู่สมรสมากกว่าคู่สมรสที่เล่นเพียงคนเดียว โดยร้อยละ 66 ของคู่สมรสที่เล่นเกมด้วยกันบอกว่าการเล่นเกมทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้น

คอเกมออนไลน์ถ้าไม่อยากมีปัญหากับคู่สมรสตามที่ผลวิจัยศึกษาพบ คงต้องพยายามชวนคู่ของตัวเองมาเล่นเกมด้วยกันซะแล้ว หรือไม่งั้นก็ได้เวลาเลิกเล่นหรือเล่นให้น้อยลงแล้วหันมาสนใจคนข้างๆ กันบ้าง ถ้าเตียงหักเดี๋ยวจะยุ่งเอา

ที่มา: Mashable

Tags:
E-mail

บริษัท Cascade Insights ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการทำงานวิจัยด้านเทคโนโลยี ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับสแปมในบริการอีเมล 3 ตัว ได้แก่ Hotmail ของไมโครซอฟท์, Gmail ของกูเกิล และ Yahoo! Mail ของยาฮู ผลปรากฏว่า Hotmail เป็นบริการอีเมลที่มีสแปมน้อยที่สุด โดยมีอีเมลที่เป็นสแปมอยู่ในถาดเข้า (inbox) อยู่ 48.57 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของ Gmail นั้นมีสแปมอยู่ 48.88 เปอร์เซ็นต์ และ Yahoo! Mail มีสแปมอยู่มากกว่า 58 เปอร์เซ็นต์

Cascade Insights ทำการวิจัยโดยการสมัครใช้บริการอีเมลจากผู้ให้บริการทั้ง 3 และนำที่อยู่อีเมลเหล่านี้ไปโพสต์ไว้บนเว็บไซต์หาคู่, เว็บไซต์ที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องภาระหนี้สิน, บล็อกต่างๆ และเพจบน Facebook โดยอีเมลที่เป็นข่าวสารของเว็บไซต์จะไม่ถูกนับเป็นสแปมครับ

งานวิจัยในครั้งนี้ ทาง Hotmail เป็นผู้มอบหมายให้ Cascade Insights ทำให้ครับ

ที่มา - Mashable

Tags:
Thailand

ปรกติตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารเราจะได้เห็นการสัมภาษณ์นักเรียนที่ได้รางวัลงานใหญ่ๆ หรืองานที่จัดโดยภาคธุรกิจกันมามาก วันนี้เลยขอพามารู้จักกับนักเรียนสายวิชาการแบบเพียวๆ กันบ้างนะครับ น้องอาณกร จงยินดี เป็นนักศึกษาม.เกษตร แต่ได้ไปฝึกงานที่ Nara Institute of Science and Technology จนงานที่ไปทำที่นั่นได้ตีพิมพ์ในงานประชุมวิชาการ The 6th International Conference on Software Process and Product Measurement (Mensura) เมื่อปีที่ผ่านมาทั้งที่เป็นงานวิจัยเดียวในงานที่เป็นผลงานของนักศึกษาระดับปริญญาตรี

Tags:
Facebook

เรื่องนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับใครที่บริหารจัดการ Page ใน Facebook ครับ โดยบริษัท EdgeRank Checker ได้ทำการวิเคราะห์โพสต์มากกว่า 30,000 โพสต์จาก Facebook Page มากกว่า 500 Page โดย Page เหล่านี้มีคนกด like เฉลี่ย 140,000 ราย พบว่าอายุของโพสต์แต่ละอันนั้นมีค่าเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 7 นาที ค่ามัธยฐาน 2 ชั่วโมง 56 นาที

อายุของโพสต์นั้นทาง EdgeRank ใช้วิธีการวัดจากการที่มีคนกด Like หรือแสดงความคิดเห็นนับจากเวลาที่โพสต์ โดยเมื่อพ้นไปจาก 3 ชั่วโมงแล้วการโต้ตอบจากผู้ชมจะเหลือน้อยลงไปมากจึงสรุปว่าโพสต์หมดอายุของมันนั่นเอง

อย่างไรก็ตามผลการศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่า Page ควรจำกัดโพสต์เพียงวันละ 8 โพสต์ (24 ชั่วโมงหาร 3) เพียงแต่เป็นการนำเสนออายุของโพสต์โดยเฉลี่ยเท่านั้น ยังมีปัจจัยอีกมากที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการสร้างการโต้ตอบกับผู้เข้าชม ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพเนื้อหาที่โพสต์ เวลาที่โพสต์ ตลอดหมวดหมู่ของ Page นั้นๆ เช่นถ้าเป็น Page อย่างสำนักข่าวก็ควรโพสต์ตามสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ถ้าเป็นแบรนด์สินค้าแล้ว การโพสต์มากเกินไปอาจจะรก News Feed ผู้ใช้งานและทำให้เนื้อหาแต่ละอย่างตกเร็วเกินไปได้

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วนักบริหาร Page คงต้องหาจุดสมดุลเอาเองว่าควรโพสต์วันละกี่คำคมดี?

ที่มา: TechCrunch