Tags:
HP

HP Labs เปิดตัวโครงการวิจัยชื่อ The Machine ตั้งเป้าออกแบบสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ยุคหน้า ที่สามารถตอบสนองการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลโดยใช้ต้นทุนและพลังงานน้อยลงจากในปัจจุบันหลายเท่า

โครงการ The Machine ประกอบด้วยงานวิจัย 3 ส่วนหลักคือ

  • การประมวลผล ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ HP Moonshot เซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กที่ใช้พลังงานและพื้นที่ลดลง ราคาถูกลงกว่าเดิม
  • การเก็บข้อมูล HP กำลังวิจัยหน่วยความจำแบบใหม่ memristor ที่ใช้ "ไอออน" (ion) ผนวกหน่วยความจำทุกประเภท (แรม, สตอเรจ) เป็นผืนเดียวกัน (universal memory) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผล
  • การสื่อสารระหว่างหน่วยประมวลผล-หน่วยความจำ เป้าหมายของงานวิจัยคือเปลี่ยนการสื่อสารด้วยอิเล็กตรอน (ที่วิ่งบนสายไฟทองแดง) มาเป็นการส่งข้อมูลด้วยโฟตอน/แสงให้หมด
Tags:
Microsoft

ขอมาเก็บตกข่าวงานวิจัยของไมโครซอฟท์ ที่อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมือถือโนเกียโค้ดเนม McLaren ซึ่งมีข่าวว่าจะมากับเทคโนโลยี 3D Touch หรือการสั่งงานแบบไม่ต้องสัมผัสหน้าจอครับ

ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ชนำเสนอผลงานวิจัย A Low-cost Transparent Electric Field Sensor for 3D Interaction on Mobile Devices ซึ่งกล่าวถึงระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวของนิ้วมือกับฝ่ามือในสามมิติ และการลากนิ้วแบบไม่สัมผัสกับอุปกรณ์พกพา (in-air gesture) ได้

ระบบนี้ประกอบด้วยเซนเซอร์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสนามไฟฟ้า (electric field) ที่มีต้นทุนไม่สูงนักและมีขนาดเล็กเพื่อให้ฝังเข้ากับอุปกรณ์พกพาได้ และอัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่องจักร (machine learning) สำหรับ mapping ค่าสัญญาณที่ได้รับเป็นจุดตำแหน่งในสามมิติ

ทีมวิจัยกล่าวว่า เซนเซอร์นี้ใช้ชิปที่มีอยู่แล้วในท้องตลาด จึงไม่ต้องพัฒนาชิปขึ้นมาใหม่และส่งผลให้ต้นทุนถูกลง ลองดูคลิปสาธิตการทำงานของระบบได้ที่ท้ายข่าวครับ

ที่มา: ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช

Tags:

ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นระบบซอฟต์แวร์ที่จะวิเคราะห์และประเมินได้ว่าข้อความใดบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นเรื่องจริง หรือเรื่องโกหกหลอกเล่น

ทีมนักวิจัยจากหลายประเทศได้ทำงานร่วมกันมานานกว่า 3 ปีในการพัฒนาโครงการ Pheme (ตั้งตามชื่อเทพีแห่งข่าวลือและเรื่องซุบซิบของกรีก) ซึ่งเป็นผลงานจากการผลักดันสนับสนุนเงินทุนโดยคณะกรรมการยุโรป ร่วมกับบุคลากรจาก 5 มหาวิทยาลัยในยุโรป กับบริษัทเอกชนอีก 4 ราย โดยเป้าหมายเพื่อให้มีระบบตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อความใดๆ ที่ถูกส่งต่อกันบนโลกเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อประเมินว่าเนื้อหาดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือเพียงใด

Pheme จะทำงานโดยจัดแบ่งข้อความต่างๆ ออกเป็น 4 หมวด คือ speculation - ข้อความทำนายพยากรณ์, controversy - ข้อความประเด็นโต้แย้งถกเถียง (ยังไม่มีการสรุปข้อเท็จจริง), misinformation - ข้อความที่ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง และ disinformation - ข้อความที่บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อคุกคาม

Tags:
Android

กลุ่มนักศึกษาปริญญาเอกจากแผนกวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์แห่ง Columbia University ได้ทำโครงการวิจัยที่ชื่อ Cider ซึ่งเป้นการหาทางเอาแอพสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS มารันบนอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android

การทำงานของ Cider นี้ไม่ได้พึ่งพาการใช้ระบบปฏิบัติการจำลอง (emulator) แต่เป็นการแก้ไขโค้ดของ Android ในระดับ kernel ซึ่งมีทั้งการปรับแก้โค้ด compile-time และการใช้ diplomatic function โดยอย่างแรกนั้นทำให้ซอร์สโค้ดของแอพ iOS ถูกนำมาใช้ใน kernel ของ Android ได้ง่ายขึ้น ทำให้กระบวนการทำงานลดการพึ่งพาส่วนติดต่อแอพในระดับ binary ลงด้วย

ส่วน diplomatic function ช่วยรีดประสิทธิภาพ per-thread personas ช่วยให้แอพ iOS สามารถใช้ไลบรารีของ Android และสามารถเข้าถึงและสั่งการซอฟต์แวร์และชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ต่างๆ ของอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง

ในขณะที่อุปกรณ์สามารถเปิดใช้งานแอพสำหรับ iOS ได้ การใช้งานแอพสำหรับ Android ก็ยังคงทำได้เช่นเดียวกัน จากตัวอย่างวิดีโอสาธิตการใช้งานก็มีการเปิดแอพของ 2 ระบบปฏิบัติการสลับไปมา ซึ่งแม้ว่าอาจมีอาการกระตุกอยู่บ้าง แต่ก็ถือได้ว่า Cider ได้ทลายกำแพงระหว่าง 2 ระบบปฏิบัติการหลักในโลกแห่งอุปกรณ์พกพาลงไปอีกชั้นหนึ่งแล้ว

ที่มา - The Next Web, เอกสารประกอบงานวิจัย

Tags:

เอกสารงานวิจัยที่เพิ่งได้รับการเผยแพร่ใหม่ระบุว่า ภาพถ่ายดิจิทัลแต่ละภาพมีลักษณะเฉพาะซึ่งรวมถึงรูปแบบของ noise ที่เกิดในภาพแตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจทำให้ระบุได้ว่าภาพถ่ายนั้นถูกถ่ายโดยใคร และงานวิจัยนี้อาจเป็นประโยชน์ต่องานสืบสวนหาผู้กระทำผิด (เช่น ถ่ายภาพอนาจารเด็ก, ขโมยสมาร์ทโฟนแล้วมาใช้งานถ่ายภาพ) ในอนาคต

งานวิจัยนี้เป็นผลงานของ Riccardo Satta และ Pasquale Stirparo ซึ่งเป็นนักวิจัยจากสถาบันเพื่อการป้องกันและความปลอดภัยพลเมืองของคณะกรรมการยุโรป มีเนื้อหาเกี่ยวกับการศึกษาลักษณะเฉพาะของภาพถ่ายดิจิทัล โดยระบุว่าภาพที่ถูกถ่ายมาจากอุปกรณ์ตัวเดียวกัน จะมีลักษณะเฉพาะซึ่งรวมถึงรูปแบบของ noise เกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกันในทุกภาพ ทว่าภาพที่ถ่ายมาจากอุปกรณ์ต่างชิ้นกันจะมีลักษณะดังกล่าวแตกต่างกัน

ทีมวิจัยได้ทดลองรวบรวมข้อมูลภาพถ่ายจากเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Google+, Tumblr, Flickr รวมถึงบล็อกต่างๆ และทำการจับคู่ภาพถ่ายที่มีลักษณะเฉพาะแบบเดียวกันเพื่อระบุตัวผู้ถ่ายภาพ ผลการทดสอบมีความถูกต้องราว 56%

แม้ว่าผลการทดสอบที่ออกมายังถือว่าการระบุผู้ถ่ายภาพจากภาพถ่ายยังไม่แม่นยำนัก แต่ผู้วิจัยก็มองว่าอย่างน้อยเทคนิคนี้ก็ยังคงเป็นประโยชน์สำหรับงานสืบสวนหาผู้กระทำผิดบนอินเทอร์เน็ตได้โดยการจำกัดวงผู้ต้องสงสัยให้แคบลง ซึ่งก็ถือว่ายังดีกว่าการสุ่มไล่ตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลของทุกคนบนอินเทอร์เน็ต

ที่มา - The Verge, เอกสารงานวิจัย

Tags:
Norway

เราเคยเห็นตัวอย่างการพัฒนาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบสวมใส่เพื่อการทหารมาแล้ว ดังเช่นงานวิจัยใช้แว่น Google Glass ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ล่าสุดมีอีกตัวอย่างโดยกองทัพของนอร์เวย์ได้ใช้ Oculus Rift ในการควบคุมรถถัง

ในการทดสอบใช้งาน ได้มีการติดตั้งกล้องถ่ายภาพไว้ด้านนอกของรถถัง โดยภาพจากกล้องดังกล่าวจะไปแสดงผ่าน Oculus Rift ที่เจ้าหน้าที่ผู้ขับรถถังสวมใส่อยู่ในขณะที่นั่งอยู่ภายในรถ ด้วยวิธีการนี้ ปัญหาเรื่องทัศนวิสัยการมองของผู้ขับรถถังก็จะถูกกำจัดไปในทันที

ทีมงานทดลองวิจัยของกองทัพนี้ได้เล็งเห็นว่าการใช้งาน Oculus Rift เพื่อช่วยในการขับรถถังนั้น ใช้ต้นทุนน้อยกว่าการใช้กล้องทางการทหารที่มีใช้งานกันโดยทั่วไปในรถถังเป็นอย่างมาก โดยชุดต้นแบบที่พัฒนาจาก Oculus Rift นี้มีต้นทุนในการผลิตราว 2,000 ดอลลาร์ ในขณะที่กล้องแบบทั่วไปที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันในปัจจุบันนี้มีต้นทุนต่อชุดที่สูงกว่านี้เป็น 50 เท่า ที่สำคัญการใช้ Oculus Rift นี้จะให้ผลดีในสถานการณ์คับขันระหว่างการรบจริงที่ต้องปิดประตูห้องควบคุมรถอย่างมิดชิดอีกด้วย

อย่างไรก็ตามทีมทดสอบได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า จากการทดสอบใช้ Oculus Rift ผู้ใช้ยังมีปัญหาสายตาล้าจากการสวมใส่อุปกรณ์ ดังนั้นจึงต้องมีการปรับปรุงอุปกรณ์เพิ่มเติมต่อไปก่อนที่จะสามารถนำมาใช้งานจริงได้ในอนาคต

ที่มา - The Verge

Tags:
Microsoft

เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ผมกับพี่ neizod ได้ไปฟังสัมมนาของไมโครซอฟท์ในงาน Microsoft Innovation Days ครับ โดยภายในงานก็เชิญทั้งฝ่ายไอทีของหน่วยงานต่างๆ มาร่วมการฟังสัมมนา รวมถึงทีมนักวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ก็มาร่วมพูดในงานนี้ด้วยครับ ซึ่งหัวข้อบรรยายในงานมีดังนี้

  1. 5 Question ISVs Need to Answers Adopting Cloud
  2. Great Research Off the Shelf by NSTDA
  3. Best Practices for Improving Developer Productivity and Software Quality
Tags:

ความหวังอย่างหนึ่งของผู้คนในปัจจุบันคือสมาร์ทโฟนที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดหน้าจอได้ตามที่ต้องการ (เช่น เมื่อต้องการอ่านหนังสือก็สามารถขยายหน้าจอได้ แบบที่ไมโครซอฟท์เคยออกวิดีโอมา) และเริ่มมีผู้ผลิตอย่าง Kyocera ที่เริ่มทำสมาร์ทโฟนแบบพับสองหน้าจออย่าง Echo มาแล้ว ล่าสุด มหาวิทยาลัยควีนส์ ประเทศแคนาดา ได้เผยสมาร์ทโฟนต้นแบบที่มีชื่อว่า Paperfold ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่พับได้เช่นกัน

Paperfold เป็นผลงานของ Human Media Lab ของมหาวิทยาลัยควีนส์ โดยนำเอาหน้าจอแบบ E ink มาเชื่อมต่อกันสามตัวและสามารถแสดงผลได้เป็นหน้าจอเดียว สามารถแยกออกเป็นหน้าจอแยกจากกัน หรือสามารถนำมาใช้เพื่อพิมพ์โมเดลสามมิติได้ โดยเพียงแค่ต่อหน้าจอให้เหมือนรูปร่างของที่ต้องการพิมพ์ แล้วสั่งพิมพ์เท่านั้น (ดูภาพและวิดีโอได้ท้ายข่าว)

Dr. Roel Vertegaal ซึ่งเป็นหัวหน้าห้องวิจัยดังกล่าวระบุว่า เป้าหมายของงานวิจัยชิ้นนี้คือสร้างคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลบนกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนกับกระดาษจริง

ยังไม่มีกำหนดว่าการพัฒนาหรือเมื่อใดที่ Paperfold ตัวจริงจะออกสู่ตลาด แต่อย่างน้อยการเกิดขึ้นของงานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีของการแสดงผลในอนาคตได้ดี

ที่มา - Engadget

Tags:
Microsoft

Microsoft พัฒนาแป้นพิมพ์แบบใหม่ที่นอกจากจะมีปุ่มกดต่างๆ ไว้สำหรับงานพิมพ์แล้ว ยังมีความสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ท่าทางเพื่อควบคุมการทำงานต่างๆ ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย คล้ายกับการใช้ Leap Motion

แป้นพิมพ์ดังกล่าวมีชื่อว่า Type-Hover-Swipe in 96 Bytes ซึ่งนอกจากจะมีปุ่มกดสำหรับงานพิมพ์แล้ว มันยังมีเซ็นเซอร์อินฟราเรดจำนวน 64 ตัว วางเรียงกัน 4 แถว แถวละ 16 ตัว แทรกอยู่ระหว่างแถวของปุ่มกด เซ็นเซอร์เหล่านี้จะทำหน้าที่ตรวจจับตำแหน่งของมือผู้ใช้ ทำให้ระบบสามารถรับรู้ได้ว่าผู้ใช้เคลื่อนมือเหนือแป้นพิมพ์ไปในทิศทางใด ทั้งยังสามารถแยกแยะได้ว่านิ้วมือใดหรือมือข้างไหนอยู่สูงจากแป้นพิมพ์มากกว่ากัน

ถึงแม้ว่าความละเอียดของชุดเซ็นเซอร์อินฟราเรดจะมีเพียง 64 พิกเซล ซึ่งถือว่าไม่ละเอียดมากนัก ทว่ามันสามารถทำงานอ่านค่าเซ็นเซอร์ได้ด้วยความเร็ว 300 รอบต่อวินาที ซึ่งไวพอที่จะตรวจจับทุกการเคลื่อนไหวของมือผู้ใช้

Tags:
Bitcoin

เริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป นักศึกษาของ MIT จะได้รับแจก Bitcoin ทุกคน โดยแต่ละคนจะได้รับในจำนวนที่มีมูลค่าเทียบเท่าเงิน 100 ดอลลาร์ (ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันคิดเป็น 0.2247 BTC) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเกี่ยวกับ Bitcoin

โครงการนี้ริเริ่มโดย Jeremy Rubin นักศึกษาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และ Dan Elitzer ประธานชมรม MIT Bitcoin ซึ่งได้ช่วยกันรวบรวมเงินกันมากกว่าครึ่งล้านดอลลาร์เพื่อแจกจ่ายให้แก่นักศึกษา 4,528 คน โดยเงินทุนเหล่านั้นได้มาจากผู้บริจาค 25 ราย ซึ่งราวครึ่งหนึ่งของเงินทั้งหมดได้รับมาจาก Alexander Morcos ผู้ร่วมก่อตั้ง Hudson River Trading

สำหรับนักศึกษา MIT ที่ได้รับแจก Bitcoin ในครั้งนี้ จะมีอิสระในการเอามันไปจับจ่ายใช้สอย หรือต่อยอดลงทุนเพื่อการใดก็ได้ตามความต้องการ ซึ่งทั้ง Rubin และ Elitzer ก็หวังว่างานนี้น่าจะมีคนปิ๊งไอเดียในการจูงใจผู้คนให้หันมาสนใจและรู้จัก Bitcoin เพิ่มมากขึ้นได้ด้วย

ที่มา - The Next Web

Tags:

ผลงานล่าสุดของ Disney Research ในตอนนี้คือการทดลองสร้างตุ๊กตาหมีจากวัสดุสิ่งทอโดยใช้เทคนิคการพิมพ์ 3 มิติ

ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าการพิมพ์ แต่การทดลองวิจัยในครั้งนี้ไม่ได้ใช้การพ่นเนื้อวัสดุเพื่อขึ้นรูป หากแต่เป็นการถักทอเส้นด้ายต่อกันทีละน้อยทีละชั้น จนได้เป็นวัตถุมีรูปทรงตามต้องการ (ตัวอย่างเช่นตุ๊กตาหมี) ซึ่งชิ้นงานที่ได้ก็จะมีรูปทรงตามแบบที่วาดไว้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หากแต่สิ่งที่ต่างออกไปจากผลงานการพิมพ์ 3 มิติทั่วไป คือแทนที่จะได้ชิ้นงานซึ่งมีความแข็งเกร็ง ก็จะได้ชิ้นงานที่มีความยืดหยุ่นและมีผิวสัมผัสที่อ่อนนุ่มนั่นเอง

เป้าหมายในการทดลองวิจัยนี้ของ Disney ก็เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติให้หลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่งทีมวิจัยมองว่าเพื่อสร้างตุ๊กตาที่สมบูรณ์ด้วยเทคนิคก็อาจมีการเพิ่มวัสดุเสริมความเหนียวให้แก่ชิ้นงาน หรือมีการยึดติดกับฮาร์ดแวร์อื่น หรือแม้แต่ทำการพิมพ์เส้นด้ายหุ้มชิ้นส่วนกลไกต่างๆ อย่างเช่นแขนกลของตุ๊กตาก็ได้เช่นกัน

และงานวิจัยนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการพิมพ์ 3 มิตินั้นสามารถประยุกต์ใช้กับวงการผลิตภัณฑ์สิ่งทอได้เช่นเดียวกัน

ที่มา - Engadget, เอกสารประกอบงานวิจัย

Tags:

นักวิทยาศาสตร์ของ University of Michigan ได้วิจัยพัฒนาวัสดุแบบใหม่ที่ประกอบไปด้วยผลึกที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ได้เมื่อโดนแสงตกกระทบ ซึ่งอาจนำไปใช้ประโยชน์ทำหน้าจอสัมผัสแบบเปลี่ยนรูปทรงได้

ตัวผลึกที่ประกอบขึ้นเป็นวัสดุพิเศษนี้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคลื่นแสงที่ความถี่ต่างๆ แตกต่างกันออกไป โดยผลึกเหล่านั้นจะขยับเปลี่ยนตำแหน่งทำให้รูปทรงของเนื้อวัสดุมีการเปลี่ยนแปลง

ผลึกดังกล่าวแขวนลอยอยู่ในสารละลายที่เคลือบไว้บนแผ่นสารกึ่งตัวนำ โดยสารกึ่งตัวนำดังกล่าวคือแผ่น indium tin oxide แบบโปร่งใส ซึ่งเป็นวัสดุที่มีการนำไปใช้กับหน้าจอแสดงผล โดยองค์ประกอบทางเคมีของผลึกพิเศษนี้คล้ายคลึงผลึกที่พบได้ในสีลาเท็กซ์ เมื่อมีแสงตกกระทบลงบนวัสดุพิเศษนี้ก็จะทำให้เกิดประจุบวกและประจุลบ ซึ่งจะก่อให้เกิดแรงกระทำกับผลึกดังกล่าวเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่แสงตกกระทบนั้น ทำให้เนื้อวัสดุมีการเปลี่ยนแปลงรูปทรง

ในวิดีโอสาธิตการทำงานของวัสดุดังกล่าวมีการฉายแสงเป็นรูปตัว M ลงบนพื้นผิววัสดุพิเศษนี้ โดยเมื่อแสงตกกระทบบนวัสดุก็ทำให้เม็ดผลึกเคลื่อนที่มาจัดเรียงตัวกันเป็นรูปตัว M ตามรูปร่างที่กำหนด

งานวิจัยนี้อาจนำไปใช้สร้างเป็นหน้าจอสัมผัสที่มาพร้อมความสามารถเปลี่ยนรูปทรงได้ คล้ายกับสิ่งที่เทคโนโลยีของ Tactus สามารถทำได้นั่นเอง

ที่มา - The Verge

Tags:

Aditya Khosla นักศึกษาปริญญาเอกจาก MIT ได้ทำการวิจัยภาพจาก Flickr จำนวน 2.3 ล้านภาพ โดยเขียนอัลกอริทึมวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ของภาพ เช่น สีสัน องค์ประกอบ แท็ก จำนวนไลค์ การเข้าชม หรือแม้แต่การแชร์รูปภาพ เพื่อดูว่าปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลให้ภาพนั้นมียอดวิวที่สูงกว่าปกติ

Khosla สรุปผลการวิเคราะห์ไว้ดังนี้

  • ภาพโทนสว่าง เช่น สีเหลือง สีชมพู จะเป็นที่นิยมมากกว่าสีโทนฟ้า-เขียว
  • ภาพแนวเซ็กซี่ ใส่บิกินี บรา หรือ แฟชั่นสั้นเสมอหู สามารถเรียกเรตติ้งได้เป็นอย่างดี
  • ภาพถ่ายบุคคลจะเรียกคะแนนไลค์ได้มากกว่าภาพวิวทิวทัศน์
  • การใส่แท็กจะช่วยให้ง่ายต่อการค้นหาในระบบของ Flickr และทำให้ยอดวิวสูงขึ้นตามไปด้วย

Khosla ยังเปิดเว็บไซต์ให้เราอัพโหลดภาพถ่ายขึ้นไปเช็คกับอัลกอริทึมของเขาได้ด้วยว่า ภาพของเราน่าจะมีความนิยมมากน้อยแค่ไหน

ที่มา - CSAIL via TechCrunch

Tags:
Blognone

เมื่อปลายปีที่แล้ว Blognone ได้ขอความร่วมมือสมาชิกเว็บร่วมทำแบบทดสอบความจำรหัสผ่าน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากสมาชิกเว็บเป็นอย่างดี งานวิจัยนี้ได้เข้าสัมมนาในงาน ACIIDS 2014 ที่ผ่านมาครับ

งานของเราเกิดขึ้นมาจากข้อจำกัดด้านความจำรหัสผ่านของมนุษย์ การตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัยมากๆ อาจส่งผลให้ผู้ใช้ไม่สามารถจำรหัสผ่านที่ตั้งได้ เราเชื่อว่าการใช้รูปภาพและเรื่องราวสามารถช่วยแก้ไขปัญหาด้านความจำของมนุษย์ได้

Tags:
Samsung

ถึงแม้ซัมซุงจะทำการตลาดประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ยอดขายสมาร์ทโฟนขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง (อ้างอิง) แต่งานวิจัยโดย Strategic Analytics ชี้ว่าผู้ใช้ซัมซุงแทบจะไม่ได้ใช้แอพของซัมซุงเลย หรือใช้ก็ใช้น้อยมาก

Strategic Analytics ที่ติดตามผู้ใช้ Galaxy S3 และ S4 ในสหรัฐ พบว่าผู้ใช้ใช้เวลาน้อยกว่า 7 นาทีในการใช้งานแอพของซัมซุงเช่น ChatOn, S Voice และ Samsung HUB ในหนึ่งเดือน ขณะที่แอพของกูเกิลอย่าง YouTube, Play Store และเสิร์ชเอนจินถูกใช้งานเฉลี่ย 149 นาที เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมถูกใช้งานมากกว่า 11 ชั่วโมงและ 2 ชั่วโมงตามลำดับในระยะเวลาหนึ่งเดือน

งานวิจัยข้างต้นชี้ให้เห็นว่า ซัมซุงยังต้องปรับปรุงด้านแอพและบริการของตนอีกมาก ถึงแม้จะใส่แอพของตัวเองไว้ค่อนข้างเยอะแต่กลับไม่สามารถดึงดูดให้ผู้ใช้ใช้งานได้เลย

ที่มา - Wall Street Journal

Tags:
Microsoft

Curtis Wong ผู้ที่อยู่เบื้องหลังแอพแผนที่โลกและอวกาศ WorldWide Telescope ภายใต้ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช และ GeoFlow เครื่องมือพล็อตข้อมูลจาก Excel บนแผนที่โลก 3 มิติ ได้นำเสนอโครงการ Holograph แพลตฟอร์มนำเสนอข้อมูลแบบตายตัวหรือแบบมีพลวัต (dynamic) ใน 3 มิติให้อยู่เหนือหรืออยู่ใต้แนวระนาบของหน้าจอ 2 มิติ

Holograph เรนเดอร์ข้อมูลใน 3 มิติบนจอภาพ Perceptive Pixel (ที่ไมโครซอฟท์ซื้อมาเมื่อสองปีก่อน) ซึ่งสามารถให้ข้อมูลตำแหน่งที่ผู้ใช้สัมผัสเพื่อเชื่อมกับข้อมูลใน 3 มิติในกรณีที่เลือกการแสดงผลแบบอยู่ใต้แนวระนาบของหน้าจอ 2 มิติได้ และใช้ Kinect ในการจับตำแหน่งศีรษะและมุมมอง (point of view) เพื่อปรับการแสดงผลข้อมูลให้เหมาะสม

ดูวิดีโอนำเสนอ Holograph ได้ที่ท้ายข่าว

ที่มา: Inside Microsoft Research

Tags:
South Korea

นักวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีในเกาหลีใต้ KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ทำการวิจัยสร้างระบบส่งพลังงานไฟฟ้าแบบไร้สายที่จะสามารถชาร์จไฟให้แก่สมาร์ทโฟนถึง 40 เครื่องได้ในเวลาเดียวกัน

ทีมวิจัยได้สาธิตอุปกรณ์รุ่นต้นแบบของ Dipole Coil Resonant System (DCRS) ซึ่งก็คือระบบสั่นพ้องของขดลวดแบบ 2 ขั้ว โดยทำการส่งพลังงานระหว่างขดลวด 2 ชุดด้วยการเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทั้งนี้ระบบดังกล่าวสามารถจ่ายพลังงานจากขดลวดฝั่งส่งกำลังในปริมาณที่มากเพียงพอที่จะเลี้ยงอุปกรณ์หลายชิ้นได้ในคราวเดียวกัน ไปยังขดลวดฝั่งรับพลังงานที่จะกระจายพลังงานไฟฟ้าไปให้อุปกรณ์ที่วางอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ในห้องผ่านทางสายไฟและปลั๊กที่ต่อพ่วงอยู่กับขดลวดนั้น

ระบบดังกล่าวของ KAIST สามารถส่งผ่านกำลังงานได้ 209 วัตต์ ด้วยความถี่ 20kHz ในระยะ 5 เมตร ซึ่งพลังงานดังกล่าวเพียงพอที่จะจ่ายไฟให้แก่จอทีวีหรือพัดลมก็ยังได้

Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ชโชว์ผลงาน 3D Reconstruction on Portable Devices ซึ่งเป็นการนำอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมาถ่ายภาพพื้นผิววัตถุโดยรอบและประมวลผลเพื่อสร้างโมเดลสามมิติบนกลุ่มเมฆ

ทีมวิจัยกล่าวว่า ความท้าทายคือการแนะนำให้ผู้ใช้ถ่ายภาพพื้นผิวทั้งหมดของวัตถุ เพื่อแก้ปัญหานี้จึงใช้การประมวลผลทรงกลมสามมิติโดยรอบวัตถุและแนะนำให้ผู้ใช้ถ่ายภาพตาม (ดูคลิปนำเสนอได้ที่ท้ายข่าว รายละเอียดเพิ่มเติมนั้นดูได้จากที่มาของข่าว)

ทีมวิจัยกล่าวว่า สามารถปรับใช้เทคโนโลยีได้หลากหลาย อาทิ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ อีคอมเมิร์ช การระบุและค้นหาวัตถุ เป็นต้น โมเดลสามมิตินี้ยังสามารถพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์สามมิติได้ด้วย

ที่มา: ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช

Tags:
Microsoft

ที่งาน TechFest 2014 เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นักวิจัยจาก Human-Computer Interaction Group ของไมโครซอฟท์ รีเสิร์ชได้นำเสนอโครงการ Interactive Tile ซึ่งกล่าวถึงส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI) ที่ผู้ใช้สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับฟังก์ชันหรือคอนเทนต์ของแอพหนึ่งผ่าน Live Tiles ได้ อาทิ ผู้ใช้สามารถเปิดไฟล์เอกสารโดยคลิกที่ชื่อไฟล์ที่ปรากฏบน Live Tiles บน Start screen ของ Windows 8 หรือ ผู้ใช้สามารถตอบข้อความ (reply) เพื่อนที่โพสต์บนเฟซบุ๊กได้จากไทล์ของแอพการเชื่อมต่อบุคคล (People) (แอพเรียกดูรายชื่อผู้ติดต่อแบบ Metro ที่มากับ Windows 8) โดยไม่ต้องเปิดแอพขึ้นมาแต่อย่างใด

ถึงแม้ไมโครซอฟท์จะปลดหน้าเว็บของโครงการ Interactive Tile และคลิปนำเสนอโครงการบนยูทูบ แต่เว็บไซต์ WindowsBlogItalia ก็สามารถดาวน์โหลดคลิปเหล่านั้นเก็บไว้ทันก่อนถูกลบ ดูคลิปนำเสนอได้ที่ท้ายข่าวครับ

ในคลิปวิดีโอที่สองนั้น มีการนำเสนอกระทั่งผู้ใช้นำวินโดวส์โฟนไปอยู่เหนือไทล์ของแอพการเชื่อมต่อบุคคล จอภาพที่แสดงผล Start screen ของ Windows 8 อยู่ แล้วคอนเทนต์ของไทล์ดังกล่าวขึ้นมาปรากฏบนวินโดวส์โฟน ให้ผู้ใช้สามารถตอบข้อความเพื่อนที่โพสต์บนเฟซบุ๊กได้ด้วย

ที่มา: ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช ผ่าน ZDNet, WindowsBlogItalia บนยูทูบ (1, 2, 3)

Tags:

จากเดิมที่เข้าใจกันว่า เกมที่มีภาพ และเนื้อหารุนแรง จะส่งผลให้ผู้เล่นมีแนวโน้มที่จะเป็นคนรุนแรงนั้น ผลการวิจัยล่าสุดชี้ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

โดยคุณ Andrew Przybylski จากสถาบันอินเทอร์เน็ตแห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดประเทศอังกฤษ (Oxford Internet Institute) ได้ทำการทดสอบจากกลุ่มตัวอย่างอายุ 20 - 30 ปี จำนวน 300 คน โดยการให้เล่นเกมที่ผ่านการดัดแปลงส่วนติดต่อผู้ใช้, คอนโทรลเลอร์ และความยาก หลายเกมหลายแนวด้วยกัน เพื่อศึกษาดูว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลกับอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของผู้รับการทดสอบ

ผลการทดสอบออกมาว่า สาเหตุที่จะส่งผลให้ผู้เล่นเกมมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นคนรุนแรงนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเนื้อหา หรือภาพภายในเกมแต่อย่างใด หากแต่ขึ้นอยู่กับความหงุดหงิดที่เกิดจากการเล่นเกมที่ยากเกินไป ไม่สามารถเล่นให้คล่องได้ หรือการเคลียร์เกมไม่ได้นั่นเอง

เปรียบเทียบได้ว่า เมื่อคนเราถูกหยามศักดิ์ศรี ไม่ว่าใครก็โมโห ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้นี่ใครก็ตามที่เล่นเกมแพ้แล้วขว้างคอนโทรลเลอร์ลงพื้นล่ะก็ย่อมเข้าใจดี ทางกลุ่มผู้วิจัยให้ข้อสรุป

ถ้าผลการทดลองนี้เป็นจริง ถึงจะเป็นเกมที่ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัยเช่นเททริสก็ดี แคนดี้ครัชก็ดี หรือจะเป็นเกมที่ดีไซน์เรียบง่ายแค่ไหน ถ้ามันยากเกินไปก็อาจจะแฝงอันตรายที่จะส่งผลให้ผู้เล่นกลายเป็นคนรุนแรงได้

ที่มา - IRORIO