Tags:

กูเกิลเปิดตัวโครงการ Tango เป็นโทรศัพท์มือถือหน้าจอห้านิ้วที่มีเซ็นเซอร์สำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวตลอดเวลา ทำให้สามารถสร้างแผนที่สามมิติรอบตัวเราได้ตลอดเวลา

ภายในของ Tango เป็นโทรศัพท์แอนดรอยด์ที่ปรับแต่งมาเฉพาะ เพิ่ม API ในการจับตำแหน่ง, ทิศทางของเครื่อง, และข้อมูลระยะทางวัตถุรอบตัว สามารถเข้าถึงได้จากจาวา, C/C++, และ Unity Game Engine

ตอนนี้โครงการเป็นความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยทั้งจากบริษัทและมหาวิทยาลัยเท่านั้ ถ้าใครสนใจต้องส่งใบสมัครเพื่อรับพิจารณาเป็นกรณีไป

ที่มา - Tango, eWeek

Tags:
Facebook

เรื่องมีอยู่ว่ามหาวิทยาลัย Princeton ได้เผยแพร่งานวิจัย โดยมีส่วนสรุปคือ Facebook จะสูญเสียผู้ใช้งานไปถึง 80% ภายในปี 2015-2017 โดยระเบียบวิธีวิจัยนั้นใช้การหาสหสัมพันธ์ของจำนวนผู้ใช้งานกับปริมาณการสืบค้นในกูเกิล พบว่าสอดคล้องกันกับกรณีของ MySpace จึงนำมาใช้ทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับ Facebook เนื่องจากพบว่ามีการค้นหาในกูเกิลลดลงมากตั้งแต่ปี 2012 (อ่านงานวิจัยฉบับเต็มที่นี่)

Mike Develin, Lada Adamic และ Sean Taylor นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ Facebook จึงได้ร่วมกันทำการทดสอบเพื่อเอาคืน Princeton มีข้อสรุปดังนี้

  • อัตราการ Like ของเพจ Princeton ตอนนี้อยู่ในอัตราส่วนที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับ Harvard และ Yale
  • แนวโน้มคำค้นงานวิจัยแยกรายปีที่พบใน Google Scholar ของ Princeton ลดลงตั้งแต่ 2009 และอาจเหลือศูนย์ในปี 2020 เมื่อเขียนเส้นแนวโน้ม
  • เมื่อเทียบอัตราการสมัครเข้าเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรีกับดัชนี Google Trends พบว่า Princeton จะมีผู้สมัครเรียนลดลงครึ่งหนึ่งในปี 2018 และไม่มีใครสมัครเรียนที่นี่เลยในปี 2021

แน่นอนว่าการนำเสนอทั้งหมดนี้ของ Facebook ก็เพื่อชี้ให้เห็นว่ากระบวนการวิจัยบางอย่างนั้นอาจไม่ถูกเสมอไป และยังนำไปสู่การสรุปที่เกินจริงมากไปนั่นเอง

ที่มา: TechCrunch และ Mike Develin

Tags:
Ford

หลังจากที่ Ford เพิ่งจะเผยโฉมรถยนต์ไร้คนขับรุ่นต้นแบบมาให้ได้เห็นกันเมื่อเดือนก่อน ตอนนี้ก็ได้แนวร่วมสำคัญอย่าง MIT และ Stanford มาร่วมวิจัยและพัฒนาระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางให้แก่รถยนต์อัจฉริยะเพิ่มขึ้นอีกด้วย

MIT กำลังทำการศึกษางานวิจัยเพื่อคาดเดาการเคลื่อนที่ของคนเดินถนนและผู้ขับขี่ยานพาหนะอื่น ซึ่งจะช่วยให้รถยนต์ไร้คนขับสามารถหาเส้นทางเพื่อหลบหลีกการเคลื่อนที่ของผู้คนเหล่านั้นได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุ ในขณะที่ Stanford กำลังมุ่งเน้นศึกษาเทคโนโลยีเซ็นเซอร์เพื่อ "แอบมอง" ด้านหลังของวัตถุต่างๆ ที่อยู่นอกทัศนวิสัยของผู้ขับขี่หรือกล้องจับภาพ

โครงการวิจัยของทั้ง MIT และ Stanford อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะสัมฤทธิ์ผลจนเอาไปใช้งานได้จริง แต่ก็ถือเป็นแนวทางที่ดีของ Ford ที่ได้กำลังสำคัญมาช่วยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

ที่มา - Engadget

Tags:
Microsoft

ทีม Microsoft Research โชว์ผลงานการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์สำหรับการประยุกต์ใช้งานในชีวิตประจำวัน ในรูปแบบของลิฟต์อัจฉริยะที่สามารถพาผู้คนไปยังชั้นที่ต้องการได้ โดยไม่ต้องรอให้ผู้โดยสารกดปุ่มบอกชั้นจุดหมายปลายทาง

Peter Lee หัวหน้าทีม Microsoft Research ให้สัมภาษณ์แก่ Bloomberg และอธิบายถึงการทำงานของลิฟต์อัจฉริยะนี้ว่ามันสามารถรู้ได้ว่าผู้โดยสารแต่ละคนต้องการอาศัยลิฟต์ไปยังชั้นใดของอาคารโดยการประเมินประวัติการใช้งานของแต่ละบุคคลเป็นหลัก บริเวณลิฟต์จะมีกล้องและเซ็นเซอร์สำหรับบันทึกข้อมูลพฤติกรรมการใช้ลิฟต์ของผู้คนเป็นเวลา 3 เดือน ทั้งนี้การบันทึกข้อมูลต่างๆ จะไม่มีฟังก์ชันตรวจจับใบหน้าเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด หลังจากสิ้นสุดระยะเวลา 3 เดือนแห่งการเรียนรู้แล้ว ลิฟต์อัจฉริยะจะสามารถพาผู้คนไปยังชั้นต่างๆ ของตึกได้เองอัตโนมัติโดยไม่ต้องรอการกดปุ่มเพื่อสั่งงาน

Lee กล่าวว่าขณะนี้ทีมของเขาได้มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เป็นเรื่องหลัก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการสร้าง "ผู้ช่วยส่วนตัวเสมือนจริง" อันเป็นโครงการสำคัญของทีม Microsoft Research ในตอนนี้

ที่มา - The Next Web

Tags:
Microsoft

Joe Duffy วิศวกรอาวุโสของไมโครซอฟท์ที่รับผิดชอบงาน "วิจัย" ด้านระบบปฏิบัติการ เขียนบล็อกอธิบายผลงานที่ทีมของเขาใช้เวลากว่า 4 ปีซุ่มพัฒนาขึ้นมา มันคือภาษาโปรแกรมภาษาใหม่ที่พัฒนาต่อจาก C# แต่ชูจุดเด่นเรื่องประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับ C++ ("C# for Systems Programming")

Duffy อธิบายว่าภาษาโปรแกรมในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  • ภาษาที่เน้นประสิทธิภาพ แต่มีจุดอ่อนด้านความปลอดภัย (ในแง่ช่องโหว่ของหน่วยความจำจากตัวแปรแบบ static) ซึ่งภาษากลุ่มนี้คือ C++ และ C++11 ที่พัฒนาขึ้นในภายหลัง ภาษากลุ่มนี้มักใช้สำหรับงานด้านโปรแกรมระบบ
  • ภาษาที่เน้นความปลอดภัยของตัวแปร พัฒนาให้ดูแลโค้ดได้ง่าย เหมาะสำหรับการสร้างแอพพลิเคชัน แต่มีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพที่ดีสู้กลุ่มแรกไม่ได้ ตัวอย่างของภาษานี้คือ C#, Java, JavaScript
Tags:
USA

ปี 2013 นับเป็นปีที่ผู้ใช้ถูกรุกรานข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์อย่างมากในหลายรูปแบบ ทาง Benenson Strategy Group และ American Viewpoint สององค์กรสำรวจความเห็นได้ไปเก็บความเห็นเกี่ยวกับความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของสหรัฐฯ จำนวน 1,000 คน ได้ผลออกมาดังนี้

จากผลการสำรวจ ผู้ใช้ส่วนมากยังคงกังวลกับการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต มากกว่าการถูกดักข้อมูลส่วนตัว (เพื่อไปใช้ในการโฆษณา) ในสัดส่วน 75% ต่อ 54% โดยความกังวลอื่นๆ คือความปลอดภัยของเด็กในการใช้อินเทอร์เน็ต และการที่รัฐบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บนอินเทอร์เน็ตได้ ส่วนความกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวจะถูกนำไปใช้เพื่อแสดงผลโฆษณานั้นมีอยู่บ้าง แต่ยังไม่มากนัก

Tags:
Amazon

Consumer Intelligence Research Partner (CIRP) บริษัทศึกษาด้านการตลาดที่เกี่ยวข้องกับผู้จับจ่ายใช้สอย ได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้ซื้อของ Amazon ในสหรัฐฯ ภายในรายงานมีตัวเลขน่าสนใจเกี่ยวกับตัว Amazon และ Kindle หลายอย่าง ดังนี้ครับ

  • วัดจากผู้ซื้อของ Amazon ทั้งหมด 40% เป็นผู้ใช้งาน Kindle ประเมินแล้วอยู่ที่ราว 20.5 ล้านเครื่อง
  • สัดส่วนตัวเครื่องเป็น Kindle Fire 28%, Kindle e-paper 21% (แยกเป็น Kindle Fire 19%, Kindle 12% และมีทั้งคู่อีก 9%)
  • ตัวเลขการจับจ่ายใช้สอยของผู้ซื้อที่มี Kindle นั้น โดยเฉลี่ยแล้วสูงกว่าผู้ซื้อที่ไม่มีมากถึง 50% โดยผู้ซื้อที่มี Kindle ยอดใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 1,233 เหรียญต่อปี ส่วนผู้ซื้อที่ไม่มี ยอดอยู่ที่ 790 เหรียญต่อปี

จากตัวเลขที่ออกมาของ CIRP เรียกได้ว่า Amazon ทำผลงานได้ค่อนข้างดีในการผลักดันยอดขายของอุปกรณ์ Kindle และถ้าหากยอดการใช้จ่ายที่สูงกว่านั้นมากพอ เราอาจจะได้เห็น Amazon แจกเครื่องมาให้ใช้กันฟรีๆ ซักวันก็เป็นได้

ที่มา - CIRP (เป็นไฟล์ .PDF)

Tags:
Microsoft

ปัญหาการตั้งรหัสผ่านไม่ดี ทำให้แฮกเกอร์ถอดรหัสผ่านออกมาได้ง่ายเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกของระบบรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ แม้ที่ผ่านมาจะมีกระบวนการ "วัด" ความแข็งแรงของรหัสผ่านกันออกมาหลายรูปแบบ ตอนนี้ Microsoft Research เสนอแนวทางใหม่ในการแนะนำผู้ใช้ให้สร้างรหัสผ่านให้ปลอดภัย ด้วยการแนะนำผู้ใช้ทีละตัวอักษรว่าไม่ควรใช้ตัวอักษรใดต่อไป ในชื่อว่า Telepathwords

ด้วยวิธีการนี้ ทุกครั้งที่ผู้ใช้พิมพ์รหัสผ่านเพื่อตั้งรหัสผ่านครั้งแรก ซอฟต์แวร์จะแนะนำว่าไม่ควรใช้ตัวอักษรใดเป็นตัวต่อไป เพราะคาดเดาได้ง่ายเกินไป เช่น เมื่อพิมพ์ตัว "t" จะแนะนำว่าไม่ควรใช้ตัว "h", "o", และ "v" ต่อ เพราะพบบ่อยในภาษาอังกฤษ

ผมอ่านแนวคิดของงานวิจัยนี้แล้ว มันคือการกลับข้างของ "คีย์บอร์ดแม่นแม่น" ที่พยายามแนะนำว่าคนทั่วไปมักพิมพ์ตัวอักษรใดเป็นตัวต่อไปนั่นเอง

Telepathwords เป็นงานวิจัยร่วมระหว่างนักวิจัยของไมโครซอฟท์และนักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon (รายชื่ออยู่ในที่มา)

ที่มา - Telepathwords, Schneier on Security

Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ชร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งโรเชสเตอร์ในสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยเซาแธมตันในสหราชอาณาจักร พัฒนาต้นแบบ ยกทรงอัจฉริยะ (smart bra) ที่ฝังเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เครื่องวัดการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการเหนี่ยวนำไฟฟ้าของผิวหนัง (EDA) ไจโรสโคปแบบสองทิศทาง และเครื่องวัดอัตราเร่งแบบสามทิศทาง (ภาพที่ 1)

นักวิจัยอธิบายว่า สัญญาณ EKG และ EDA สามารถใช้ประเมินอารมณ์ของผู้สวมใส่ ณ ขณะนั้นได้ และที่เลือกใช้ยกทรงเพราะต้องการอุปกรณ์ที่ผู้ใช้สวมใส่สบายเป็นเวลานานและสามารถเก็บสัญญาณ EKG และ EDA ได้ในคราวเดียวกัน และเพราะสามารถติดตั้งอุปกรณ์ให้ตรวจจับคลื่นไฟฟ้าหัวใจใกล้หัวใจได้

Tags:

ช่วงนี้ประเด็นข่าว "ศูนย์ข้อมูลล่ม" กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตา มีงานวิจัยออกมาพอดีเลยนำมาให้ดูเทียบกันครับ

ผลการศึกษาจากสถาบัน Ponemon Institute ระบุว่าค่าเสียหายเฉลี่ยในกรณีที่ศูนย์ข้อมูลมีปัญหา หารกันออกมาแล้วอยู่ที่นาทีละ 7,900 ดอลลาร์หรือประมาณ 260,000 บาท โดยตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นถึง 41% จากตัวเลขที่เคยคำนวณไว้เมื่อปี 2010 เนื่องจากความสำคัญของศูนย์ข้อมูลและบริการออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น

การศึกษานี้รวบรวมข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลขนาดพื้นที่ 2,500 ตารางฟุตขึ้นไปจำนวน 67 แห่ง สถิติอื่นๆ ที่พบคือ ปัญหาศูนย์ข้อมูลล่มจะนานเฉลี่ย 86 นาทีต่อครั้ง ทำให้ครั้งหนึ่งที่ล่มทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ 690,200 ดอลลาร์ (ประมาณ 23 ล้านบาท) และความร้ายแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นจริงคือล่มไปหนึ่งที เสียหายไป 1.7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 55 ล้านบาท)

ที่มา - Data Center Knowledge, ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม

Tags:

หลังจากเมื่อสองสัปดาห์ก่อนผมได้ประกาศถึงการทดลองการออกแบบรหัสผ่านที่จดจำได้ไปแล้ว ตอนนี้ทีมงานก็กลับไปปรับกระบวนการกันใหม่จากผลรอบแรกที่ได้รับมานะครับ เพื่อให้เก็บข้อมูลการทดลองที่ปรับมาแล้วอีกครั้ง รอบนี้จึงต้องขอรบกวนผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งเพื่อเข้าร่วมทดสอบ

กระบวนการทดสอบที่แต่ละท่านล็อกอินเข้าไปทดสอบอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมมากน้อยตามแต่พารามิเตอร์ของท่านเองและค่าสุ่มที่เราใส่ไว้ กระบวนการรวมๆ จะต่างจากเดิมดังนั้นหากเข้าร่วมทดสอบ ขอความร่วมมืออ่านกระบวนการให้เข้าใจก่อนนะครับ

Tags:

Hristo Bojinov นักวิจัยด้านความปลอดภัยจากมหาวิทยาลัย Stanford ค้นพบวิธีติดตามและสะกดรอยผู้ใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟนโดยใช้ข้อมูลที่ได้จาก accelerometer ทั้งนี้เนื่องมาจากการทำงานของ accelerometer ที่อยู่ในมือถือแต่และเครื่องนั้นไม่สมบูรณ์แบบ 100% ทำให้ค่าที่อ่านได้เมื่อเครื่องอยู่ในสภาวะหยุดนิ่งหรือไม่มีความเร่ง (idle) นั้นต่างกันไปตามมือถือแต่ละเครื่อง

เขาได้กล่าวในงานวิจัยของเขาที่จะตีพิมพ์ในเดือนหน้าว่า เว็บไซต์ต่างๆ สามารถตรวจจับข้อมูลเฉพาะตัวของ accelerometer นี้ได้ด้วยการเพิ่มโค้ดเล็กๆ ลงไปบนเว็บ ซึ่งถ้านำไปใช้รวมกับข้อมูลที่ใช้เพื่อการตลาดในปัจจุบันอยู่แล้วอย่าง เบราว์เซอร์ ฟอนต์ หรือเวอร์ชันของโอเอส ที่ผู้ใช้ใช้ในการเข้าถึงเว็บนั้นๆ ก็จะเดาได้แม่นยำขึ้นว่าใครกำลังเปิดเว็บนี้อยู่ และสามารถนำไปใช้ในการโฆษณาต่อไปได้

สามารถเข้าไปดูค่า accelerometer เฉพาะตัวของมือถือที่ทุกคนใช้อยู่ได้ที่เว็บไซต์ของ Stanford ครับ

ที่มา - The Verge, SFGate

Tags:

ผลงานวิจัยใหม่ของ Disney Research เป็นการพัฒนาหน้าจอสัมผัส ที่นอกจากจะใช้แสดงภาพแล้ว ยังสามารถถ่ายทอดผิวสัมผัสของวัตถุตามที่ปรากฏบนหน้าจอให้ผู้ใช้รับรู้ผ่านปลายนิ้วได้ด้วย

ผลงานนี้มุ่งเน้นการสร้างผิวสัมผัสที่แตกต่างกันในแต่ละส่วนของหน้าจอ โดยพื้นที่ซึ่งให้ผิวสัมผัสที่แตกต่างกันนั้นจะแปรเปลี่ยนตามภาพที่ฉายอยู่บนหน้าจอนั้น โดยเทคนิคที่ Disney นำมาใช้คือการปล่อยแรงดันไฟฟ้าเพื่อสร้างการสั่นสะเทือนให้แก่หน้าจอซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียดทานขึ้นที่ปลายนิ้วของผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกเสมือนได้สัมผัสวัตถุในภาพ ทั้งนี้แรงสั่นสะเทือนที่แตกต่างกันจะมีผลให้ความเสียดทานที่เกิดขึ้นมามีความแตกต่างกันออกไปด้วย จึงสามารถถ่ายทอดผิวสัมผัสของวัตถุที่มีความลึกหลากหลายได้

Tags:

กฏของ Moore ทำนายว่าจำนวนทรานซิสเตอร์ในวงจรรวมจะเพิ่มเป็นสองเท่าทุกๆ สองปี แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์แบบเดิมใกล้ถึงขีดจำกัดเนื่องจากขนาดทรานซิสเตอร์ที่เล็กลงส่งผลให้การควบคุมกระแสไฟฟ้ายากขึ้นและเกิดความร้อนสูง ทีมวิจัยที่มหาวิทยาลัย Colorado Boulder, Massachusetts Institute of Technology และบริษัท Micron Technology นำทีมโดย Milos Popovic ค้นพบทางออกของปัญหานี้โดยการสร้างตัวกล้ำสัญญาณแสง (optical modulator) ซึ่งสามารถแปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นสัญญาณแสงได้ โดยตัวแปลงสัญญาณนี้สามารถรวมเข้าไปในวงจรรวมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้เลย การใช้แสงสื่อสัญญาณ (Photonic) แทนอิเล็กตรอนนั้นมีข้อดีหลายประการเช่น

  • ทำให้สามารถเพิ่มความเร็วในการประมวลผลของหน่วยประมวลผลได้สูงมากโดยไม่โดนจำกัดด้วยการรั่วไหลของอิเล็กตรอนระหว่างทรานซิสเตอร์
  • สามารถเพิ่มความกว้างของช่องทางการส่งข้อมูลได้โดยการใช้แสงหลายๆ ความยาวคลื่น แบบเดียวกับที่ใช้ใน Dense wavelength division multiplexing (DWDM, การสื่อสารข้อมูลในใยแก้วนำแสงโดยใช้หลายๆความยาวคลื่นในเวลาเดียวกัน)
  • ลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในทรานซิสเตอร์ และประหยัดพลังงานกว่าเทคโนโลยีอิเล็กโทรนิกส์

ทางทีมวิจัยยังกล่าวอีกว่าเทคโนโลยีของพวกเขาไม่ต้องเปลี่ยนวิธีการผลิตชิปใหม่และสามารถทำให้เทคโนโลยีอิเล็กโทรนิกส์กับเทคโนโลยีโฟโตนิคเชื่อมต่อกันได้ง่าย

ไม่แน่ว่าในอีกไม่นานนี้เราอาจได้ใช้งานชิปแสงกันแล้วก็ได้

ที่มา - ScienceDaily

Tags:

เมื่อเราๆ ท่านๆ สนใจอยากซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต สิ่งแรกๆ ที่คนมักจะทำกันก็คือมองหาความเห็นหรือรีวิวของลูกค้าที่เคยซื้อหรือกำลังใช้สินค้าตัวนั้น และความเห็นที่คนส่วนใหญ่ให้น้ำหนักมากที่สุดก็คือความเห็นที่ได้รับการโหวตเยอะๆ เพราะเราเชื่อว่ามันผ่านการรับรองจากคนจำนวนมาก ดังนั้นมันจึงน่าเชื่อถือ

แต่ทีมวิจัยที่นำโดย Sinan Aral แห่ง Massachusetts Institute of Technology สงสัยว่าจำนวนโหวตของความเห็นน่าเชื่อถือจริงหรือไม่ มันปราศจากการชี้นำจริงหรือเปล่า พวกเขาต้องการที่จะพิสูจน์ด้วยการทดลองอย่างเป็นวิทยาศาสตร์

Tags:
App Store

ข่าวนี้เป็นเรื่องของ "กระบวนการ" ไม่ใช่ปัญหาของระบบนะครับ

ทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยจากมหาวิทยาลัย Georgia Tech เปิดเผยว่าสามารถส่งแอพทดสอบที่ประสงค์ร้ายกับผู้ใช้งาน (สามารถแอบโพสต์ทวิตเตอร์, ส่งอีเมลและ SMS, ขโมยข้อมูลส่วนบุคคล, ถ่ายภาพ, สั่งเปิด Safari ให้เข้าเว็บที่มีมัลแวร์) ชื่อ Jekyll ขึ้นบน App Store โดยที่แอปเปิลไม่รู้ตัวได้แล้ว

ช่องโหว่นี้เกิดจากกระบวนการตรวจสอบแอพของแอปเปิลที่ทดสอบแอพ "เป็นระยะเวลาน้อยเกินไป"

ตามปกติแล้วแอปเปิลจะรันแอพที่นักพัฒนาส่งมาให้ตรวจ เพื่อทดสอบว่ามีโค้ดประสงค์ร้ายอยู่ในแอพหรือไม่ ซึ่งทีมวิจัยใช้วิธีแยกส่วนโค้ดประสงค์ร้ายออกเป็นส่วนย่อยๆ และแฝงไว้ตามส่วนต่างๆ ของแอพทำให้แอปเปิลตรวจไม่พบ และเมื่อแอพผ่านการตรวจแล้วถูกรันจริงโดยผู้ใช้ โค้ดเหล่านี้จะรวมร่างกันจนกลายเป็นโค้ดประสงค์ร้ายที่ทำงานได้จริง

ทีมนักวิจัยระบุว่าแอปเปิลรันแอพ Jekyll เพื่อตรวจหาโค้ดประสงค์ร้ายเพียงไม่กี่วินาที เมื่อไม่พบปัญหาอะไรก็อนุมัติให้ขึ้น App Store ทันที

ทีมวิจัยจึงทดสอบการรันแอพประสงค์ร้ายนี้กับเครื่องของตัวเอง และถอนแอพออกจาก App Store เพื่อไม่ให้สร้างความเสียหายกับผู้ใช้คนอื่น งานวิจัยเรื่องนี้ตีพิมพ์แล้วและแอปเปิลก็ปรับแก้กระบวนการตรวจสอบแอพใหม่แล้ว

ที่มา - MIT Technology Review

Tags:
USA

จำนวนเวลาที่คนสหรัฐอเมริกาใช้ในการบริโภคสื่อดิจิทัลเริ่มมากกว่าเวลาที่คนใช้สำหรับการดูโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในปีนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านจากสื่อยุคดั้งเดิม

จากการประมาณการโดยบริษัทวิเคราะห์ eMarketer ใน 1 วัน ผู้ใหญ่จะใช้เวลาโดยเฉลี่ย 5 ชั่วโมงกับอีก 9 นาทีออนไลน์หรือบริโภคสื่อดิจิทัลประเภทต่างๆ เพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซนต์จากปีที่แล้ว ในขณะที่เวลาที่ดูโทรทัศน์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 31 นาที

นอกจากนี้ อุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตก็จะแทนที่การใช้คอมพิวเตอร์ในการเป็นหนทางหลักสำหรับการบริโภคสื่อดิจิทัล เวลาเฉลี่ยที่คนใช้มือถือเข้าเว็บเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมง 21 นาที เพิ่มจากปีที่แล้วถึง 51 เปอร์เซนต์

Tags:

Disney Research ได้พัฒนา AIREAL อุปกรณ์ตัวต้นแบบซึ่งเป็นปืนพ่นลม ที่สามารถพ่นอากาศให้ไปกระทบผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดความรู้สึกทางประสาทสัมผัสสอดคล้องกับตำแหน่งและทิศทางของวัตถุเสมือนจริงในโลกคอมพิวเตอร์

AIREAL เป็นปืนพ่นลมที่มีลักษณะคล้ายหีบเพลงที่ยืดและหดตัวได้โดยมีจุดเด่นสามารถหันทิศทางการพ่นลมได้เป็นมุมกว้าง ใช้ชิ้นส่วนที่สร้างขึ้นด้วยการพิมพ์ 3 มิติเป็นส่วนใหญ่ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเติมเต็มการตอบสนองและสร้างการรับรู้ผ่านทางประสาทสัมผัสให้แก่ผู้ใช้ โดยจะทำงานสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมมันอยู่

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ เช่น การนำไปใช้กับการเล่นเกมแบบไร้จอยบังคับ (เช่นการใช้ Kinect หรือ Leap Motopn) ซึ่งผู้เล่นสามารถเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระหน้าจอทีวีหรือจอคอมพิวเตอร์ ทั้งยังสามารถรับรู้เสมือนการสัมผัสวัตถุในเกมได้โดยใช้ AIREAL พ่นลมไปยังตำแหน่งที่ตรงกันกับวัตถุในเกมนั้น หรืออีกตัวอย่างคือการใช้ AIREAL พ่นลมไปยังตำแหน่งของภาพผีเสื้อที่ฉายจากเครื่องเล่นลงบนสู่ร่างกายผู้ใช้ เมื่อภาพผีเสื้อเคลื่อนที่ไปตามส่วนอื่นของร่างกาย ตัว AIREAL ก็จะหันทิศทางการพ่นลมไปตามภาพผีเสื้อที่เคลื่อนไหวนั้น

ตัว AIREAL สามารถเคลื่อนไหวหันทิศทางการพ่นลมได้ โดยใช้วิธีตรวจจับตำแหน่งของวัตถุหรือร่างกายมนุษย์ได้เช่นกัน

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจที่อาจช่วยให้เราสัมผัสโลกคอมพิวเตอร์ได้มากขึ้นเกินกว่าแค่มองเห็นหรือเพียงได้ยิน

ที่มา - Wired, เอกสารงานวิจัย

Tags:

Disney เผยงานวิจัยในการสร้างภาพเสมือนของวัตถุหรือทิวทัศน์ในแบบ 3 มิติได้โดยอาศัยข้อมูลภาพถ่าย 2 มิติของวัตถุหรือทิวทัศน์นั้นๆ ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างวัตถุเสมือนจริงในการผลิตเกมและภาพยนตร์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

อัลกอริทึมที่ Disney พัฒนานี้ จะพิจารณาภาพถ่ายวัตถุหรือทิวทัศน์ เพื่อทำการวัดความลึกของวัตถุต่างๆ ในภาพนั้น โดยอ้างอิงจากแสงที่ตกกระทบวัตถุดังกล่าว จากนั้นก็ใช้การทำงานด้วยซอฟต์แวร์สร้างภาพเสมือนของวัตถุจากภาพถ่ายในรูปแบบ 3 มิติที่มีความลึกแตกต่างกันตามที่วัดได้ ทั้งนี้สามารถใช้ภาพถ่ายจากมุมมองที่แตกต่างกันเพื่อเสริมข้อมูลพื้นผิวแก่วัตถุที่อยู่ลึกและโดนบดบังโดยวัตถุอื่นได้ด้วย

เทคนิคการสร้างภาพจำลอง 3 มิติจากภาพถ่ายนี้ เป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ในการผลิตงานภาพ 3 มิติ นอกเหนือจากเทคโนโลยีเดิมๆ ที่ใช้การสแกนวัตถุด้วยลำแสงเลเซอร์อย่างที่นิยมใช้กันอยู่ในวงการเกมและภาพยนตร์ต่างๆ ในปัจจุบัน

ที่มา - Polygon, เอกสารงานวิจัย

Tags:
Akamai

รายงาน The State of the Internet ของ Akamai เผยว่าความเร็วเฉลี่ยอินเทอร์เน็ตทั่วโลกตอนนี้สูงกว่า 3Mbps เป็นครั้งแรก และมีความเร็วเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ในขณะที่ความต้องการในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายมือถือเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจำนวนการใช้งานดาต้าผ่านเครือข่ายมือถือสูงกว่าไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วมากกว่าเท่าตัว

จากข้อมูลของ Akamai ประเทศที่มีความเร็วเฉลี่ยอินเทอร์เน็ตสูงสุดของโลกยังคงเป็นเกาหลีใต้ (14.2Mbps) ตามด้วยญี่ปุ่น (11.7Mbps) และเกาะฮ่องกง (10.9Mbps) ส่วนอันดับที่เหลือตกเป็นกลุ่มประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา (ดูภาพในข่าว)

นอกจากเรื่องความเร็วแล้ว จำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์ที่ Akamai บอกว่าจะต้องมีความเร็วสูงกว่า 4Mbps ทั่วโลกก็เพิ่มขึ้นอีก 5.8% มาอยู่ที่ 46% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ส่วนจำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์ความเร็วสูง ที่จะต้องมีความเร็วสูงกว่า 10Mbps ก็เติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว 10% มาอยู่ที่ 13%

หากมาดูที่ความเร็วเฉลี่ยของประเทศแถบอาเซียน จะพบว่าไทยอยู่ที่อันดับสองของภูมิภาค ตามนี้ครับ: