Tags:
Microsoft

Microsoft Research โชว์ Project Adam ซึ่งเป็นระบบ deep-learning ใหม่ของระบบปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) ของทางไมโครซอฟท์ที่เคลมว่าดีกว่า ใช้เครื่องในการประมวลผลน้อยกว่า และมีความถูกต้องมากกว่าระบบปัญญาประดิษฐ์อื่นๆ ในปัจจุบัน

ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น voice assistance, การแปลภาษา หรือแม้แต่ระบบค้นหาข้อมูลด้วยรูปภาพ ล้วนใช้ระบบ deep-learning ซึ่งเลียนแบบการทำงานของเครือข่ายเส้นใยประสาทในสมองมนุษย์ ผ่านเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ทั้งสิ้น ทั้งนี้สิ่งที่ทาง Microsoft Research พัฒนาไม่ใช่อัลกอริธึม deep-learning ใหม่ แต่เป็นการปรับปรุงการทำงานของฮาร์ดแวร์ให้สามารถจัดการข้อมูลและโอนถ่ายข้อมูลระหว่างกันให้รวดเร็วและถูกต้องมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ใช้ฮาร์ดแวร์ในการประมวลผลน้อยลงและผลการค้นหาถูกต้องและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

ในเบื้องต้นทางทีม Microsoft Research แสดงความสามารถในการค้นหาสายพันธุ์ของสุนัข โดยอาศัยแค่การถ่ายรูปหรือดูรูปภาพเท่านั้น และตั้งเป้าว่าจะพัฒนาให้สามารถให้ข้อมูลผู้ใช้ให้หลากหลายและมีประโยชน์มากยิ่งขึ้นด้วยการอาศัยการถ่ายภาพเท่านั้น รวมไปถึง input อื่นๆ อย่างตัวหนังสือหรือคำพูดด้วยเช่นกัน

ที่มา - Microsoft, Wired, Engadget

Tags:
MIT

งานวิจัยใหม่ของ MIT คือการประยุกต์ใช้ปรากฏการณ์การควบแน่นของไอน้ำในอากาศ มาปรับเปลี่ยนผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจ่ายพลังงานให้แก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

งานวิจัยนี้เป็นการค้นพบโดยบังเอิญในขณะที่ทีมวิจัยซึ่งนำโดยนักวิจัยปริญญาเอก Nenad Miljkovic, รองศาสตราจารย์วิศวกรรมเครื่องกล Evelyn Wang และทีมงานอีก 2 คน กำลังศึกษาและปรับปรุงวัสดุที่มีพื้นผิวซึ่งสามารถถ่ายเทความร้อนได้ดี (เพื่อเอาไปใช้กับตัวเร่งการควบแน่นในกระบวนการอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่นในโรงไฟฟ้า) โดยใช้แผ่นทองแดงที่ผ่านกระบวนการทำผิวแบบพิเศษเพื่อลดความสามารถในการเกาะผิวของหยดน้ำ มาทำเป็นชุดแผ่นระบายความร้อน ซึ่งแผ่นทองแดงพิเศษดังกล่าวถูกวางชิดกัน (คล้ายกับแผ่นครีบระบายความร้อนในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรทั้งหลาย)

Tags:
China

ขอรวบข่าวเกี่ยวกับ Cortana ระบบผู้ช่วยส่วนตัวบน Windows Phone จากไมโครซอฟท์ ในหลายวันที่ผ่านมามาเล่าพร้อมกัน ดังนี้

  • Cortana พูดภาษาจีนได้แล้ว มีคนหาวิธีทำให้เธอสามารถตอบเป็นภาษาจีนได้แล้ว อย่างไรก็ตามยังต้องถามเธอเป็นภาษาอังกฤษอยู่ ลองดูเสียงของเธอเวอร์ชันภาษาจีนได้หลังเบรก - Windows Blog Italia (แปลเป็นภาษาอังกฤษ)
Tags:

Microsoft Research ออกแอพตัวใหม่ชื่อ Climatology บน Android และ Windows Phone

แอพตัวนี้รวบรวมสถิติ "ภูมิอากาศ" (climate) ของทุกจุดบนโลก เราสามารถเช็คข้อมูลอุณหภูมิ โอกาสฝนตก หรือความชื้นในอากาศ ณ ช่วงวันที่ต้องการได้ล่วงหน้า เหมาะสำหรับคนที่วางแผนการเดินทางไปต่างประเทศ

ไมโครซอฟท์ระบุชัดว่า Climatology เป็นแอพ "ทดลอง" (experiment) ของทีมวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมของไมโครซอฟท์ โดยต้องการรับฟังความเห็นของผู้ใช้เพื่อนำไปปรับปรุงบริการให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา - Droid Life, WMPowerUser

Tags:
Microsoft

ศูนย์ข้อมูลเป็นหนึ่งในโครงสร้างที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุดโครงสร้างหนึ่ง บริษัทไอทีต่างๆ ก็พยายามจัดหาพลังงานทางเลือกอย่างเช่นเซลล์เชื้อเพลิง (fuel cell) ที่ผลิตไฟฟ้าจากแก๊สชีวภาพเพื่อจ่ายไฟให้ศูนย์ข้อมูลที่ตัวเองมี

สำหรับไมโครซอฟท์นั้นก็ได้มีแผนที่จะใช้เซลล์เชื้อเพลิงเพื่อปฏิวัติการจ่ายไฟเข้าศูนย์ข้อมูลให้ใช้พลังงานไฟฟ้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและปรับปรุงอัพไทม์ให้ดีขึ้นด้วยการติดตั้งเซลล์เชื้อเพลิงรวมเข้ากับแร็คเซิร์ฟเวอร์เพื่อที่จะผลิตไฟให้เซิร์ฟเวอร์โดยตรง

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่สถาบันวิจัยเซลล์เชื้อเพลิงในมหาวิทยาลัย UC Irvine ไมโครซอฟท์ได้สาธิตแร็คเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ากระแสตรงที่ผลิตได้จากเซลล์เชื้อเพลิงที่ติดตั้งเข้ากับแร็คโดยตรง ผลที่ได้คือเซลล์เชื้อเพลิงช่วยลดความซับซ้อนของโครงสร้างระบบส่งไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลแบบเดิมไปได้มากส่งผลให้ความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องลดลงไปด้วย

Tags:
Microsoft

มีคนพบโครงการพัฒนาระบบผู้ช่วยส่วนตัว (personal assistant) แบบเดียวกับ Cortana หรือ Siri ที่อยู่ภายใต้ห้องปฏิบัติการ Conversational Systems Lab ของไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช ชื่อ Louise

นักพัฒนาโครงการดังกล่าวอธิบายว่า Louise คือโครงการต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปีในการสร้างต้นแบบเพื่อที่จะพัฒนาระบบผู้ช่วยส่วนตัวที่ทำงานโดยอัตโนมัติ (automated personal assistant) ทางนักพัฒนาได้อัพโหลดคลิปนำเสนอโครงการ Louise บนวินโดวส์โฟน แท็บเล็ต และโทรทัศน์ รวมถึงคลิปนำเสนอโครงการ Louise ที่ทำงานระหว่างคู่สนทนาพูดคุยผ่าน Skype ด้วย สำหรับโครงการ Louise บนโทรทัศน์จะพิเศษหน่อยตรงที่การสั่งการระบบผู้ช่วยส่วนตัวนั้นเป็นได้ทั้งเสียงและท่าทาง (gesture) ครับ

ลองดูคลิปนำเสนอได้ที่ท้ายข่าว เฉพาะคลิปนำเสนอโครงการ Louise บนโทรทัศน์นั้นดูได้จากเว็บไซต์ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ชโดยตรงครับ

ที่มา: Microsoft Research, ‏@h0x0d (1, 2)

Tags:

ในยุคที่ Internet of Things กำลังคืบคลานเข้ามามีบทบาทกับชีวิตผู้คนมากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ได้รับความสนใจในกลุ่มของแฮกเกอร์เช่นกัน ล่าสุดมีข่าวว่าแฮกเกอร์กลุ่มหนึ่งสามารถโจมตีหลอดไฟอัจฉริยะได้สำเร็จแล้ว

การโจมตีดังกล่าวมาจากทีม Context ซึ่งเป็นแฮกเกอร์ white hat ที่ทดสอบแฮกหลอดไฟอัจฉริยะ LIFX ซึ่งสามารถตั้งโปรแกรมได้ ควบคุมไร้สายผ่านสมาร์ทโฟน และได้ระดมทุนไปได้มากกว่า 1.3 ล้านเหรียญ โดยอาศัยการดักข้อมูลจากหลอดไฟตัวหลัก (master) ที่ส่งไปยังหลอดไฟตัวรอง (slave) ผ่านมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สาย 6LoWPAN ซึ่งพ่วงข้อมูลของ Wi-Fi ไปด้วย แม้ว่าข้อมูลรหัสผ่านจะถูกเข้ารหัส AES แต่ด้วยความที่คีย์นั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ทำให้ผู้โจมตีสามารถถอดรหัสได้ไม่ยากนัก และทำให้ทีมโจมตีสามารถเข้าถึงรหัสผ่าน Wi-Fi ได้ในระยะ 30 เมตรจากตัวหลอดไฟนั่นเอง

หลังจากการทดสอบสำเร็จไปได้ด้วยดี ทีม Context ได้ติดต่อไปยัง LIFX เพื่อแจ้งจุดบกพร่องดังกล่าว และล่าสุด LIFX ได้ออกเฟิร์มแวร์รุ่น 1.3 ที่เข้ารหัสการส่งข้อมูลผ่าน 6LoWPAN ที่แข็งแกร่งขึ้นมาแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ที่มา - Ars Technica

Tags:

การพัฒนาของเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติที่ก้าวกระโดดในระยะหลัง ไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังเป็นทางเลือกในการพัฒนาวิทยาการด้านอื่นๆ ซึ่งก็รวมถึงด้านการแพทย์ด้วย ดังเช่นผลงานการค้นคว้าของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการนำการพิมพ์ 3 มิติมาช่วยในการสร้างอวัยวะเทียมให้แก่มนุษย์ และล่าสุดก็สามารถหาทางสร้างหลอดเลือดเทียมด้วยการพิมพ์เป็นผลสำเร็จ

การค้นคว้านี้เป็นผลงานของเหล่านักวิทยาศาสตร์จาก 4 สถาบัน อันได้แก่ University of Sydney, Harvard, Stanford และ MIT โดยพวกเขาใช้เครื่องพิมพ์ชีวภาพสร้างเส้นใยขนาดเล็กที่มีโครงสร้างเชื่อมยึดโยงกันภายในเนื้อวัสดุ แล้วทำการเคลือบผิวของมันด้วยสารประกอบโปรตีนและเซลล์ endothelium ของมนุษย์ (เซลล์ endothelium ที่ว่านี้คือเซลล์ที่ประกอบตัวเป็นชั้นบางๆ เกาะอยู่ที่ผิวด้านในของหลอดเลือดและท่อน้ำเหลืองภายในร่างกาย) จากนั้นจึงนำชิ้นงานนี้ไปผ่านกระบวนการทำให้แข็งตัวโดยใช้แสงสว่าง ก่อนที่สุดท้ายจะทำการแยกเอาส่วนเส้นใยที่ได้จากเครื่องพิมพ์ชีวภาพในตอนแรกออกไป จะได้ส่วนที่เหลืออยู่เป็นหลอดเลือดเทียมนั่นเอง

Dr. Luiz Bertassoni นักวิจัยจาก University of Sydney และเป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้ให้ความเห็นว่า "ในขณะที่การสร้างชิ้นส่วนเนื้อเยื่อขนาดเล็กขึ้นมาใหม่ภายในห้องปฏิบัติการนั้นเป็นอะไรที่เราสามารถทำได้จริงมาระยะหนึ่งแล้ว, แต่ความเป็นไปได้ที่จะสร้างเนื้อเยื่อโดยยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการส่งผ่านเลือดด้วยการพิมพ์ 3 มิติ ให้เสร็จเป็นชิ้นงานรวดเร็วภายในพริบตา ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ"

ที่มา - Engadget

Tags:
Microsoft

สมมติว่าเจอกับคนที่ล้มลงและหยุดหายใจ ผู้คนมักจะรีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือก่อน หากไม่มีความรู้พื้นฐานในการช่วยชีวิตคน ในระหว่างที่รอทีมแพทย์มาช่วยเหลือพวกเขาก็อาจพยายามหาข้อมูลการช่วยชีวิตขั้นต้นจากแหล่งต่างๆ อาทิ WebMD, YouTube หรือ Wikipedia เป็นต้น แต่ในห้วงเวลาวิกฤตินั้นการงมหาข้อมูลแบบนี้คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก

นักวิจัยจาก Microsoft Research กำลังทำวิจัยร่วมกับ Division of Emergency Medicine ที่ Stanford School of Medicine ในการทำให้เสิร์ชเอนจินรับรู้ว่าผู้ใช้กำลังค้นหาข้อมูลในช่วงเวลาวิกฤติ เมื่อเสิร์ชเอนจินพบว่าผู้ใช้อยู่ในช่วงเวลาวิกฤติก็จะแนะนำให้ผู้ใช้ติดต่อ 911, บอกตำแหน่งโดยรอบที่มีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) หรือกระทั่งแนะนำการกดหน้าอก (chest compression) ระหว่างรอทีมแพทย์มาช่วยเหลือ โดยให้วางมือถือบนหน้าอกและกดลงบนมือถือนั้น เซนเซอร์วัดอัตราเร่ง (accelerometer) ของมือถือจะให้ข้อมูลซึ่งจะช่วยบอกผู้ทำการช่วยเหลือถึงความลึกของการกดหน้าอกที่ถูกต้องและอัตราเร็ว (จำนวนครั้งต่อนาที)

นอกจากการนวดหัวใจผายปอดกู้ชีพ (CPR) ที่กล่าวมา งานวิจัยนี้ยังรวมถึงการหยุดการทำงานของสมองอย่างฉับพลัน (stroke), เลือดไหลไม่หยุด และเด็กหายใจไม่ออก (choke) อีกด้วย

งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในหัวข้อ Time-Critical Search และจะถูกนำเสนอที่งานสัมมนาประจำปีในกลุ่ม Special Interest Group on Information Retrieval (SIGIR) ของ Association for Computing Machinery ระหว่าง 6-11 ก.ค. นี้

ที่มา: Inside Microsoft Research

Tags:
HP

HP Labs เปิดตัวโครงการวิจัยชื่อ The Machine ตั้งเป้าออกแบบสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ยุคหน้า ที่สามารถตอบสนองการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลโดยใช้ต้นทุนและพลังงานน้อยลงจากในปัจจุบันหลายเท่า

โครงการ The Machine ประกอบด้วยงานวิจัย 3 ส่วนหลักคือ

  • การประมวลผล ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ HP Moonshot เซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กที่ใช้พลังงานและพื้นที่ลดลง ราคาถูกลงกว่าเดิม
  • การเก็บข้อมูล HP กำลังวิจัยหน่วยความจำแบบใหม่ memristor ที่ใช้ "ไอออน" (ion) ผนวกหน่วยความจำทุกประเภท (แรม, สตอเรจ) เป็นผืนเดียวกัน (universal memory) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผล
  • การสื่อสารระหว่างหน่วยประมวลผล-หน่วยความจำ เป้าหมายของงานวิจัยคือเปลี่ยนการสื่อสารด้วยอิเล็กตรอน (ที่วิ่งบนสายไฟทองแดง) มาเป็นการส่งข้อมูลด้วยโฟตอน/แสงให้หมด
Tags:
Microsoft

ขอมาเก็บตกข่าวงานวิจัยของไมโครซอฟท์ ที่อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมือถือโนเกียโค้ดเนม McLaren ซึ่งมีข่าวว่าจะมากับเทคโนโลยี 3D Touch หรือการสั่งงานแบบไม่ต้องสัมผัสหน้าจอครับ

ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ชนำเสนอผลงานวิจัย A Low-cost Transparent Electric Field Sensor for 3D Interaction on Mobile Devices ซึ่งกล่าวถึงระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวของนิ้วมือกับฝ่ามือในสามมิติ และการลากนิ้วแบบไม่สัมผัสกับอุปกรณ์พกพา (in-air gesture) ได้

ระบบนี้ประกอบด้วยเซนเซอร์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสนามไฟฟ้า (electric field) ที่มีต้นทุนไม่สูงนักและมีขนาดเล็กเพื่อให้ฝังเข้ากับอุปกรณ์พกพาได้ และอัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่องจักร (machine learning) สำหรับ mapping ค่าสัญญาณที่ได้รับเป็นจุดตำแหน่งในสามมิติ

ทีมวิจัยกล่าวว่า เซนเซอร์นี้ใช้ชิปที่มีอยู่แล้วในท้องตลาด จึงไม่ต้องพัฒนาชิปขึ้นมาใหม่และส่งผลให้ต้นทุนถูกลง ลองดูคลิปสาธิตการทำงานของระบบได้ที่ท้ายข่าวครับ

ที่มา: ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช

Tags:

ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นระบบซอฟต์แวร์ที่จะวิเคราะห์และประเมินได้ว่าข้อความใดบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นเรื่องจริง หรือเรื่องโกหกหลอกเล่น

ทีมนักวิจัยจากหลายประเทศได้ทำงานร่วมกันมานานกว่า 3 ปีในการพัฒนาโครงการ Pheme (ตั้งตามชื่อเทพีแห่งข่าวลือและเรื่องซุบซิบของกรีก) ซึ่งเป็นผลงานจากการผลักดันสนับสนุนเงินทุนโดยคณะกรรมการยุโรป ร่วมกับบุคลากรจาก 5 มหาวิทยาลัยในยุโรป กับบริษัทเอกชนอีก 4 ราย โดยเป้าหมายเพื่อให้มีระบบตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อความใดๆ ที่ถูกส่งต่อกันบนโลกเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อประเมินว่าเนื้อหาดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือเพียงใด

Pheme จะทำงานโดยจัดแบ่งข้อความต่างๆ ออกเป็น 4 หมวด คือ speculation - ข้อความทำนายพยากรณ์, controversy - ข้อความประเด็นโต้แย้งถกเถียง (ยังไม่มีการสรุปข้อเท็จจริง), misinformation - ข้อความที่ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง และ disinformation - ข้อความที่บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อคุกคาม

Tags:
Android

กลุ่มนักศึกษาปริญญาเอกจากแผนกวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์แห่ง Columbia University ได้ทำโครงการวิจัยที่ชื่อ Cider ซึ่งเป้นการหาทางเอาแอพสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS มารันบนอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android

การทำงานของ Cider นี้ไม่ได้พึ่งพาการใช้ระบบปฏิบัติการจำลอง (emulator) แต่เป็นการแก้ไขโค้ดของ Android ในระดับ kernel ซึ่งมีทั้งการปรับแก้โค้ด compile-time และการใช้ diplomatic function โดยอย่างแรกนั้นทำให้ซอร์สโค้ดของแอพ iOS ถูกนำมาใช้ใน kernel ของ Android ได้ง่ายขึ้น ทำให้กระบวนการทำงานลดการพึ่งพาส่วนติดต่อแอพในระดับ binary ลงด้วย

ส่วน diplomatic function ช่วยรีดประสิทธิภาพ per-thread personas ช่วยให้แอพ iOS สามารถใช้ไลบรารีของ Android และสามารถเข้าถึงและสั่งการซอฟต์แวร์และชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ต่างๆ ของอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง

ในขณะที่อุปกรณ์สามารถเปิดใช้งานแอพสำหรับ iOS ได้ การใช้งานแอพสำหรับ Android ก็ยังคงทำได้เช่นเดียวกัน จากตัวอย่างวิดีโอสาธิตการใช้งานก็มีการเปิดแอพของ 2 ระบบปฏิบัติการสลับไปมา ซึ่งแม้ว่าอาจมีอาการกระตุกอยู่บ้าง แต่ก็ถือได้ว่า Cider ได้ทลายกำแพงระหว่าง 2 ระบบปฏิบัติการหลักในโลกแห่งอุปกรณ์พกพาลงไปอีกชั้นหนึ่งแล้ว

ที่มา - The Next Web, เอกสารประกอบงานวิจัย

Tags:

เอกสารงานวิจัยที่เพิ่งได้รับการเผยแพร่ใหม่ระบุว่า ภาพถ่ายดิจิทัลแต่ละภาพมีลักษณะเฉพาะซึ่งรวมถึงรูปแบบของ noise ที่เกิดในภาพแตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจทำให้ระบุได้ว่าภาพถ่ายนั้นถูกถ่ายโดยใคร และงานวิจัยนี้อาจเป็นประโยชน์ต่องานสืบสวนหาผู้กระทำผิด (เช่น ถ่ายภาพอนาจารเด็ก, ขโมยสมาร์ทโฟนแล้วมาใช้งานถ่ายภาพ) ในอนาคต

งานวิจัยนี้เป็นผลงานของ Riccardo Satta และ Pasquale Stirparo ซึ่งเป็นนักวิจัยจากสถาบันเพื่อการป้องกันและความปลอดภัยพลเมืองของคณะกรรมการยุโรป มีเนื้อหาเกี่ยวกับการศึกษาลักษณะเฉพาะของภาพถ่ายดิจิทัล โดยระบุว่าภาพที่ถูกถ่ายมาจากอุปกรณ์ตัวเดียวกัน จะมีลักษณะเฉพาะซึ่งรวมถึงรูปแบบของ noise เกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกันในทุกภาพ ทว่าภาพที่ถ่ายมาจากอุปกรณ์ต่างชิ้นกันจะมีลักษณะดังกล่าวแตกต่างกัน

ทีมวิจัยได้ทดลองรวบรวมข้อมูลภาพถ่ายจากเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Google+, Tumblr, Flickr รวมถึงบล็อกต่างๆ และทำการจับคู่ภาพถ่ายที่มีลักษณะเฉพาะแบบเดียวกันเพื่อระบุตัวผู้ถ่ายภาพ ผลการทดสอบมีความถูกต้องราว 56%

แม้ว่าผลการทดสอบที่ออกมายังถือว่าการระบุผู้ถ่ายภาพจากภาพถ่ายยังไม่แม่นยำนัก แต่ผู้วิจัยก็มองว่าอย่างน้อยเทคนิคนี้ก็ยังคงเป็นประโยชน์สำหรับงานสืบสวนหาผู้กระทำผิดบนอินเทอร์เน็ตได้โดยการจำกัดวงผู้ต้องสงสัยให้แคบลง ซึ่งก็ถือว่ายังดีกว่าการสุ่มไล่ตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลของทุกคนบนอินเทอร์เน็ต

ที่มา - The Verge, เอกสารงานวิจัย

Tags:
Norway

เราเคยเห็นตัวอย่างการพัฒนาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบสวมใส่เพื่อการทหารมาแล้ว ดังเช่นงานวิจัยใช้แว่น Google Glass ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ล่าสุดมีอีกตัวอย่างโดยกองทัพของนอร์เวย์ได้ใช้ Oculus Rift ในการควบคุมรถถัง

ในการทดสอบใช้งาน ได้มีการติดตั้งกล้องถ่ายภาพไว้ด้านนอกของรถถัง โดยภาพจากกล้องดังกล่าวจะไปแสดงผ่าน Oculus Rift ที่เจ้าหน้าที่ผู้ขับรถถังสวมใส่อยู่ในขณะที่นั่งอยู่ภายในรถ ด้วยวิธีการนี้ ปัญหาเรื่องทัศนวิสัยการมองของผู้ขับรถถังก็จะถูกกำจัดไปในทันที

ทีมงานทดลองวิจัยของกองทัพนี้ได้เล็งเห็นว่าการใช้งาน Oculus Rift เพื่อช่วยในการขับรถถังนั้น ใช้ต้นทุนน้อยกว่าการใช้กล้องทางการทหารที่มีใช้งานกันโดยทั่วไปในรถถังเป็นอย่างมาก โดยชุดต้นแบบที่พัฒนาจาก Oculus Rift นี้มีต้นทุนในการผลิตราว 2,000 ดอลลาร์ ในขณะที่กล้องแบบทั่วไปที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันในปัจจุบันนี้มีต้นทุนต่อชุดที่สูงกว่านี้เป็น 50 เท่า ที่สำคัญการใช้ Oculus Rift นี้จะให้ผลดีในสถานการณ์คับขันระหว่างการรบจริงที่ต้องปิดประตูห้องควบคุมรถอย่างมิดชิดอีกด้วย

อย่างไรก็ตามทีมทดสอบได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า จากการทดสอบใช้ Oculus Rift ผู้ใช้ยังมีปัญหาสายตาล้าจากการสวมใส่อุปกรณ์ ดังนั้นจึงต้องมีการปรับปรุงอุปกรณ์เพิ่มเติมต่อไปก่อนที่จะสามารถนำมาใช้งานจริงได้ในอนาคต

ที่มา - The Verge

Tags:
Microsoft

เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ผมกับพี่ neizod ได้ไปฟังสัมมนาของไมโครซอฟท์ในงาน Microsoft Innovation Days ครับ โดยภายในงานก็เชิญทั้งฝ่ายไอทีของหน่วยงานต่างๆ มาร่วมการฟังสัมมนา รวมถึงทีมนักวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ก็มาร่วมพูดในงานนี้ด้วยครับ ซึ่งหัวข้อบรรยายในงานมีดังนี้

  1. 5 Question ISVs Need to Answers Adopting Cloud
  2. Great Research Off the Shelf by NSTDA
  3. Best Practices for Improving Developer Productivity and Software Quality
Tags:

ความหวังอย่างหนึ่งของผู้คนในปัจจุบันคือสมาร์ทโฟนที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดหน้าจอได้ตามที่ต้องการ (เช่น เมื่อต้องการอ่านหนังสือก็สามารถขยายหน้าจอได้ แบบที่ไมโครซอฟท์เคยออกวิดีโอมา) และเริ่มมีผู้ผลิตอย่าง Kyocera ที่เริ่มทำสมาร์ทโฟนแบบพับสองหน้าจออย่าง Echo มาแล้ว ล่าสุด มหาวิทยาลัยควีนส์ ประเทศแคนาดา ได้เผยสมาร์ทโฟนต้นแบบที่มีชื่อว่า Paperfold ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่พับได้เช่นกัน

Paperfold เป็นผลงานของ Human Media Lab ของมหาวิทยาลัยควีนส์ โดยนำเอาหน้าจอแบบ E ink มาเชื่อมต่อกันสามตัวและสามารถแสดงผลได้เป็นหน้าจอเดียว สามารถแยกออกเป็นหน้าจอแยกจากกัน หรือสามารถนำมาใช้เพื่อพิมพ์โมเดลสามมิติได้ โดยเพียงแค่ต่อหน้าจอให้เหมือนรูปร่างของที่ต้องการพิมพ์ แล้วสั่งพิมพ์เท่านั้น (ดูภาพและวิดีโอได้ท้ายข่าว)

Dr. Roel Vertegaal ซึ่งเป็นหัวหน้าห้องวิจัยดังกล่าวระบุว่า เป้าหมายของงานวิจัยชิ้นนี้คือสร้างคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลบนกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนกับกระดาษจริง

ยังไม่มีกำหนดว่าการพัฒนาหรือเมื่อใดที่ Paperfold ตัวจริงจะออกสู่ตลาด แต่อย่างน้อยการเกิดขึ้นของงานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีของการแสดงผลในอนาคตได้ดี

ที่มา - Engadget

Tags:
Microsoft

Microsoft พัฒนาแป้นพิมพ์แบบใหม่ที่นอกจากจะมีปุ่มกดต่างๆ ไว้สำหรับงานพิมพ์แล้ว ยังมีความสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ท่าทางเพื่อควบคุมการทำงานต่างๆ ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย คล้ายกับการใช้ Leap Motion

แป้นพิมพ์ดังกล่าวมีชื่อว่า Type-Hover-Swipe in 96 Bytes ซึ่งนอกจากจะมีปุ่มกดสำหรับงานพิมพ์แล้ว มันยังมีเซ็นเซอร์อินฟราเรดจำนวน 64 ตัว วางเรียงกัน 4 แถว แถวละ 16 ตัว แทรกอยู่ระหว่างแถวของปุ่มกด เซ็นเซอร์เหล่านี้จะทำหน้าที่ตรวจจับตำแหน่งของมือผู้ใช้ ทำให้ระบบสามารถรับรู้ได้ว่าผู้ใช้เคลื่อนมือเหนือแป้นพิมพ์ไปในทิศทางใด ทั้งยังสามารถแยกแยะได้ว่านิ้วมือใดหรือมือข้างไหนอยู่สูงจากแป้นพิมพ์มากกว่ากัน

ถึงแม้ว่าความละเอียดของชุดเซ็นเซอร์อินฟราเรดจะมีเพียง 64 พิกเซล ซึ่งถือว่าไม่ละเอียดมากนัก ทว่ามันสามารถทำงานอ่านค่าเซ็นเซอร์ได้ด้วยความเร็ว 300 รอบต่อวินาที ซึ่งไวพอที่จะตรวจจับทุกการเคลื่อนไหวของมือผู้ใช้

Tags:
Bitcoin

เริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป นักศึกษาของ MIT จะได้รับแจก Bitcoin ทุกคน โดยแต่ละคนจะได้รับในจำนวนที่มีมูลค่าเทียบเท่าเงิน 100 ดอลลาร์ (ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันคิดเป็น 0.2247 BTC) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเกี่ยวกับ Bitcoin

โครงการนี้ริเริ่มโดย Jeremy Rubin นักศึกษาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และ Dan Elitzer ประธานชมรม MIT Bitcoin ซึ่งได้ช่วยกันรวบรวมเงินกันมากกว่าครึ่งล้านดอลลาร์เพื่อแจกจ่ายให้แก่นักศึกษา 4,528 คน โดยเงินทุนเหล่านั้นได้มาจากผู้บริจาค 25 ราย ซึ่งราวครึ่งหนึ่งของเงินทั้งหมดได้รับมาจาก Alexander Morcos ผู้ร่วมก่อตั้ง Hudson River Trading

สำหรับนักศึกษา MIT ที่ได้รับแจก Bitcoin ในครั้งนี้ จะมีอิสระในการเอามันไปจับจ่ายใช้สอย หรือต่อยอดลงทุนเพื่อการใดก็ได้ตามความต้องการ ซึ่งทั้ง Rubin และ Elitzer ก็หวังว่างานนี้น่าจะมีคนปิ๊งไอเดียในการจูงใจผู้คนให้หันมาสนใจและรู้จัก Bitcoin เพิ่มมากขึ้นได้ด้วย

ที่มา - The Next Web

Tags:

ผลงานล่าสุดของ Disney Research ในตอนนี้คือการทดลองสร้างตุ๊กตาหมีจากวัสดุสิ่งทอโดยใช้เทคนิคการพิมพ์ 3 มิติ

ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าการพิมพ์ แต่การทดลองวิจัยในครั้งนี้ไม่ได้ใช้การพ่นเนื้อวัสดุเพื่อขึ้นรูป หากแต่เป็นการถักทอเส้นด้ายต่อกันทีละน้อยทีละชั้น จนได้เป็นวัตถุมีรูปทรงตามต้องการ (ตัวอย่างเช่นตุ๊กตาหมี) ซึ่งชิ้นงานที่ได้ก็จะมีรูปทรงตามแบบที่วาดไว้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หากแต่สิ่งที่ต่างออกไปจากผลงานการพิมพ์ 3 มิติทั่วไป คือแทนที่จะได้ชิ้นงานซึ่งมีความแข็งเกร็ง ก็จะได้ชิ้นงานที่มีความยืดหยุ่นและมีผิวสัมผัสที่อ่อนนุ่มนั่นเอง

เป้าหมายในการทดลองวิจัยนี้ของ Disney ก็เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติให้หลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่งทีมวิจัยมองว่าเพื่อสร้างตุ๊กตาที่สมบูรณ์ด้วยเทคนิคก็อาจมีการเพิ่มวัสดุเสริมความเหนียวให้แก่ชิ้นงาน หรือมีการยึดติดกับฮาร์ดแวร์อื่น หรือแม้แต่ทำการพิมพ์เส้นด้ายหุ้มชิ้นส่วนกลไกต่างๆ อย่างเช่นแขนกลของตุ๊กตาก็ได้เช่นกัน

และงานวิจัยนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการพิมพ์ 3 มิตินั้นสามารถประยุกต์ใช้กับวงการผลิตภัณฑ์สิ่งทอได้เช่นเดียวกัน

ที่มา - Engadget, เอกสารประกอบงานวิจัย