Tags:
Facebook

Facebook ปรับดีไซน์การแสดงผลหน้ารูปภาพในแอพทั้ง iOS และ Android ให้แสดงแบบ collage และภาพไหนที่มีจำนวนไลก์มากก็จะถูกแสดงผลให้เป็นภาพใหญ่ และถ้าหากเลือกดูในแท็บอัลบั้ม ก็จะพบว่ารูปปกอัลบั้มนั้นถูกแสดงผลในขนาดใหญ่ขึ้นเช่นเดียวกัน

Facebook กล่าวว่าดีไซน์ใหม่นี่จะทำให้ผู้คนเข้ามาดูและกดไลก์รูปภาพมากกว่าเดิม

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Facebook

เมื่อพูดถึง "เครือข่ายโฆษณา" (advertising network) เรามักนึกถึง Google AdSense หรือถ้าเป็นโลกของอุปกรณ์พกพาก็มี AdMob, TapJoy, Flurry, MoPub และค่ายอื่นๆ อีกมาก

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Facebook เคยประกาาศไว้ว่าจะบุกตลาดโฆษณาในแอพในชื่อ Facebook Audience Network วันนี้มันเปิดบริการอย่างเป็นทางการแล้ว

นักพัฒนาแอพสามารถนำโค้ดของ Facebook Audience Network ไปฝังในแอพ และเลือกรูปแบบของโฆษณาได้ตามต้องการ (มีแบบแบนเนอร์, เต็มหน้าจอ, แสดงเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา)

Tags:
Facebook

New York Times รายงานข่าววงในว่า Facebook เตรียมปล่อยแอพตัวใหม่ที่สามารถคุยได้โดยไม่ต้องแสดงตัวตน แอพตัวนี้จะแยกจากแอพ Facebook ปกติ (และน่าจะใช้ชื่ออื่นที่ไม่เกี่ยวกับ Facebook เลย แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าชื่ออะไร) และจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

นโยบายเรื่องตัวตนของ Facebook คือผลักดันให้เปิดเผย "ตัวตนที่แท้จริง" ชื่อจริง รูปจริง และสายสัมพันธ์กับคนรู้จักในโลกจริง อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ก็มีข้อจำกัดว่าผู้ใช้อาจไม่กล้าแสดงความเห็นในเรื่องที่ไม่สะดวกใจมากนัก การสร้างแอพทางเลือกที่แสดงความเห็นได้แบบปิดบังตัวตนหรือใช้นามแฝง อาจถือเป็นการทดลองฉีกแนวของ Facebook อีกครั้งหนึ่ง

โครงการพัฒนาแอพตัวนี้นำโดย Josh Miller จากทีม Branch ผู้สร้างแอพแชร์ลิงก์เฉพาะกลุ่มที่ Facebook ซื้อกิจการมาเมื่อต้นปีนี้

ที่มา - New York Times

Tags:
WhatsApp

ดีลประวัติศาสตร์ Facebook ซื้อ WhatsApp เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดย Facebook ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) แจ้งข่าวการซื้อกิจการเสร็จเรียบร้อย

  • Jan Koum ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ WhatsApp ได้รับการแต่งตั้งเป็นบอร์ดบริหารของ Facebook
  • เขาจะรับเงินเดือน 1 ดอลลาร์ และไม่มีสิทธิ์รับโบนัสประจำปี (เท่ากับ Mark Zuckerberg)
  • ถ้า Koum อยู่กับ Facebook ไปอีก 4 ปี จะทยอยได้หุ้นของ Facebook รวมมูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์

ตอนแรก Facebook เสนอซื้อ WhatsApp ด้วยการจ่ายเป็นหุ้น มูลค่ารวม 19 พันล้านดอลลาร์ แต่เวลาผ่านมาเกือบปี หุ้น Facebook ขึ้นราคา ดีลนี้เลยมีมูลค่ารวม 21.8 พันล้านดอลลาร์แล้ว

ที่มา - SEC, Re/code, TechCrunch

Tags:
Facebook

เกือบทศวรรษที่ผ่านมา เราเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ที่ทุกวันนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราๆ ท่านๆ ไปเสียแล้ว โดยเว็บไซต์ The Next Web ได้นำเอามุมมองและทฤษฎีทางจิตวิทยามาอธิบายการเสพติดของผู้ใช้นี้ ผมเห็นว่าน่าสนใจจึงเอามาแบ่งปันกันครับ

The Next Web อธิบายว่าเฟซบุ๊กได้กลายเป็น "ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์" ในลักษณะเดียวกับที่ร้านสะดวกซื้อเป็น เพียงแต่ไม่ใช่ในเชิงกายภาพ แต่เป็นความต้องการทางด้านจิตใจหรือจิตใต้สำนึกของเรา โดยความต้องการเหล่านี้ถูกแบ่งเป็นข้อๆ ดังนี้

Tags:
Facebook

ไม่ได้มีแต่แอปเปิลและกูเกิลที่หันมาพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ แต่ Facebook เองก็เล็งว่าจะทำเช่นกัน โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า ในเดือนที่ผ่านมานั้น Facebook ได้จัดการประชุมและมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมทางการแพทย์และนักลงทุนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อรวบรวมงานวิจัยและพัฒนาให้กลายเป็นแอพเพื่อสุขภาพ โดย Facebook หวังเอาไว้ว่า แอพตัวนี้จะเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ในเว็บมากขึ้น

อีกปัจจัยที่อาจจะทำให้ Facebook หันมาสนใจการพัฒนาแอพสุขภาพจริงจังก็คือความสำเร็จในการ โปรโมทการบริจาคอวัยวะผ่าน Timeline และทำให้ ยอดผู้บริจาคอวัยวะในเขตแคลิฟอร์เนียเพิ่มขึ้น 1400% ในปี 2012 และทีมผลิตภัณฑ์ของ Facebook ยังพบว่าผู้ใช้ที่มีอาการป่วยเรื้อรังเช่นโรคเบาหวานนั้นมักจะค้นหาเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเพื่อขอคำแนะนำ นอกจากนี้ความสำเร็จของเครือข่ายสังคมเพื่อผู้ป่วยอย่างเช่น PatientsLikeMe นั้นแสดงให้เห็นว่ามีอัตราการเพิ่มขึ้นของการมีส่วนร่วมในการแชร์ประสบการณ์การรักษาของผู้ป่วยในโลกออนไลน์นั่นเอง

อนึ่ง ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นจากแหล่งข่าว และ Facebook ยังไม่ได้ออกมาพูดถึงแผนการนี้แต่อย่างใด

ที่มา - Reuters

Tags:
Facebook

เมื่อเดือนกรกฎาคม Facebook ได้ปล่อยงานวิจัยหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่อง "สิ่งที่เราเห็นใน Social Network มีผลกระทบกับอารมณ์ของเราหรือไม่" (ดูงานวิจัยได้ที่นี่) งานวิจัยนี้ถูกโจมตีอย่างหนักในเรื่องของจริยธรรมในการทดลองกับความคิดความรู้สึกของคน (ถึงแม้ว่าไม่ผิดกฎหมาย เพราะในการสมัคร Facebook ตอนแรกผู้ใช้ต้องยินยอมให้ Facebook นำข้อมูลเราไปทำการวิจัยหรือทดลองได้ก็ตาม)

ที่ผ่านมามีตัวแทน Facebook ออกมาพูดแก้ไขสถานการณ์อยู่ไม่กี่คน เช่น Adam Kramer นักวิจัยของ Facebook และ Sherryl Sandberg ที่ออกมากล่าวว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ดี แต่อย่างไรก็ดี Facebook ก็ได้ออกมาชี้แจงและเตรียมปรับปรุงเงื่อนไขในการทำวิจัยในครั้งต่อๆ ไปแล้ว โดยสาระในการชี้แจงมีดังนี้

Tags:
Facebook

Facebook เคยประกาศเอาไว้เมื่อต้นปีนี้ในงานสัมมนา f8 ว่าจะออกปุ่ม Like สำหรับแอพมือถือ วันนี้มันเปิดตัวให้ใช้งานแล้วครับ

ปุ่ม Like บนมือถือ (Mobile Like Button) มีหน้าตาเหมือนปุ่ม Like แบบปกติทุกประการ เพียงแต่มันสามารถนำไปฝังในแอพได้โดยตรง (รองรับ iOS/Android) มันยังเชื่อมโยงกับบัญชีของผู้ใช้ Facebook ในเครื่องนั้นด้วย ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องล็อกอินใหม่ซ้ำซ้อน

คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือเจ้าของแอพที่มีเพจด้วย สามารถเพิ่มปุ่ม Like ภายในแอพเพื่อให้ผู้ใช้กดแล้วติดตามเพจของเราได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอพเลย

ที่มา - Facebook Developers

Tags:

เฟซบุ๊กเปิดตัวบริการ Atlas ให้บริการโฆษณานอกเว็บเฟซบุ๊กเอง โดยชูธงแนวทางการโฆษณาแบบเจาะจงบุคคล (people-based marketing) แบบเดียวกับที่เราเห็นโฆษณาหนังสือที่เพิ่งเข้าเว็บไปตามมาโฆษณาในเฟซบุ๊กทุกวันนี้ โดยแนวทางของ Atlas คือขยายความสามารถแบบเดียวกันนี้มาอยู่บนโทรศัพท์มือถือ

บริการ Atlas เป็นธุรกิจที่เฟซบุ๊กซื้อมาจากไมโครซอฟท์เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้จะเปิดตัวบริการอีกครั้งจากโค้ดที่พัฒนาขึ้นใหม่ มีลูกค้ารายใหญ่ทดสอบระบบ เช่น เป็ปซี่ และอินเทล ส่วนบริการทางฝั่ง publisher นั้นมีรายใหญ่คืออินตาแกรม ของเฟซบุ๊กเอง ที่เหลือเป็นบริษัทแบนเนอร์อื่นๆ

อนาคตก็เล่นเกมเสร็จ เข้าเฟซบุ๊กมีโฆษณาขายไอเทมใหม่ เปิดอินสตาแกรมมีโฆษณาเกมใหม่จากค่ายเกมที่เพิ่งเล่นเกมเสร็จไปมาโฆษณาต่อครับ

ที่มา - Atlas Solutions

Tags:
Facebook

TechCrunch รายงานข่าววงในว่า Facebook เตรียมออกแอพตัวใหม่ที่ใช้โค้ดเนมว่า "Moments" สำหรับการแชร์ข้อมูลเฉพาะครอบครัวหรือคนสนิทเท่านั้น

Moments น่าจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเพื่อนของเราบน Facebook มีหลายกลุ่ม ทำให้เวลาแชร์ข้อมูลบางอย่างสำหรับคนสนิท อาจส่งผลกระทบต่อเพื่อนกลุ่มอื่นๆ ที่บังเอิญมาเห็นโพสต์นั้นเข้าพอดี ถึงแม้ว่า Facebook จะเปิดให้เราเลือกคนที่มองเห็นโพสต์นั้นได้ตั้งแต่ตอนกดแชร์ แต่กระบวนการเลือกกลุ่มเพื่อนตอนแชร์ของ Facebook กลับใช้ยากจนผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่สนใจฟีเจอร์นี้

เป้าหมายของ Moments คือทำให้การเลือกเพื่อนที่จะแชร์ง่ายขึ้นกว่าเดิมมากๆ ตอนนี้ยังไม่มีภาพหน้าจอหลุดออกมา แต่แหล่งข่าวของ TechCrunch บอกว่ามันคล้ายแอพ Cluster ที่เป็นการสร้างพื้นที่เฉพาะกลุ่มเพื่อนเท่านั้น

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Facebook

Facebook ประกาศปรับอัลกอริทึมในการแสดงผลหน้า News Feed ใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคราวนี้จะปรับแสดงผลเพื่อให้ทันกับเหตุการณ์หรือตามความนิยมมากขึ้น แทนที่จะแสดงแบบเก่า ซึ่งอาจจะตรงหรือไม่ตรงความสนใจในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

Erich Owns และ David Vickrey วิศวกรของ Facebook ออกมาให้เหตุผลว่า โพสต์บางโพสต์ใน Facebook อาจจะมีความน่าสนใจในบางช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือการปรับโพสต์ให้ตรงกับความสนใจหรือกระแสความนิยมนั่นเอง ตัวอย่างเช่น หากกำลังดูภาพยนตร์หรือสารคดีที่ได้รับความสนใจอยู่ ก็จะมีโอกาสขึ้นแสดงบน News Feed มากขึ้น โดยอ้างว่าในการทดสอบ มีคนเข้าไปมีส่วนร่วมในโพสต์นั้นมากขึ้นถึง 6% นอกจากนั้นแล้วหากพบว่าโพสต์ถูกกดไลค์ในช่วงแรกของการโพสต์ แต่ไม่ใช่หลังจากนั้น ระบบจะจัดว่าโพสต์นั้นน่าสนใจเฉพาะช่วงเวลานั้นเท่านั้น แต่ไม่ใช่ในวันอื่นๆ

การปรับเปลี่ยนนี้จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และ Facebook อ้างว่าจะไม่กระทบกับหน้าเพจมากนัก ถ้าหน้าเพจมีการแสดงเนื้อหาที่น่าสนใจ

ที่มา - Facebook

Tags:
Facebook

Facebook Media เป็นแหล่งความรู้ (คล้ายๆ Facebook Developers) ที่ Facebook ทำขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ในเรื่องของการใช้สื่อใน Facebook ให้เป็นประโยชน์ อาทิเช่น การใช้วิดีโอให้เกิดประโยชน์สูงสุด, การเชื่อมต่อคอนเทนต์ระหว่างรายการโทรทัศน์และ Facebook รวมถึงกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ผู้ที่ต้องทำการตลาดบน Facebook ก็สามารถเข้าไปศึกษาได้

ที่มา - Facebook Media

Tags:
Facebook

Facebook มีฟีเจอร์ให้เราเลือกตอบโพสต์หรือคอมเมนต์ในฐานะเพจได้นานแล้ว แต่เพิ่งมีปุ่มสลับสถานะโพสต์ (Post Attribution) ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยผู้ใช้สามารถเลือกตอบคอมเมนต์หรือโพสต์ข้อความในสถานะโปรไฟล์หรือหนึ่งในเพจที่เราดูแลจากดร็อปดาวน์มุมขวาเหนือช่องคอมเมนต์ได้ตามภาพประกอบ

อนึ่งพบว่าบางคนยังไม่ได้รับฟีเจอร์นี้ ก็อาจจะต้องรอกันนิด

Tags:

Facebook ประกาศตั้งกลุ่ม TODO (ย่อมาจาก Talk Openly, Develop Openly) เพื่อช่วยผลักดันให้บริษัทต่างๆ เปิดซอร์สโค้ดซอฟต์แวร์ตัวเองมากขึ้น

Facebook บอกว่าแก้ปัญหาที่พบระหว่างกระบวนการเปิดซอร์สโค้ดมาเยอะ และอยากถ่ายทอดประสบการณ์นี้ให้กับบริษัทอื่นๆ ที่อยากทำบ้างแต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

บริษัทที่ร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้ง TODO ได้แก่ Box, Dropbox, GitHub, Google, Khan Academy, Square, Stripe, Twitter และ Walmart Labs

ที่มา - Facebook

Tags:
Facebook

ผู้ใช้ Facebook อาจเคยลองสั่งซ่อน (hide) โฆษณาบางตัวออกจากหน้า News Feed ซึ่ง Facebook จะถามเหตุผลว่าทำไมเราจึงเลือกซ่อนโฆษณานั้น (เช่น มีเนื้อหาไม่เหมาะสม สแปม หรือไม่สนใจ)

ล่าสุด Facebook ออกมาประกาศว่าจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปคำนวณในอัลกอริทึมการแสดงผลโฆษณาแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยให้การแสดงผลโฆษณาแม่นยำและตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น จากผลการทดสอบของ Facebook พบว่าถ้าลดปริมาณการแสดงโฆษณาที่มีปัญหา (นับจากการรายงานของผู้ใช้ว่าเนื้อหาไม่เหมาะสม) ให้น้อยลง ผู้ใช้คนอื่นๆ ก็จะรายงานปัญหาเหล่านี้เข้ามาน้อยลง

นอกจากนี้ Facebook ยังให้คะแนนกับการรายงานจาก "ผู้ใช้ที่ไม่ค่อยรายงานปัญหา" มากเป็นพิเศษ โดยสันนิษฐานว่าโฆษณาชิ้นนั้นต้องแย่จริงๆ จนถึงขนาดทำให้คนที่ไม่ค่อยสนใจแจ้งปัญหาถึงกับต้องสั่งซ่อนโฆษณาหรือรายงานปัญหาเข้ามา

Facebook ให้คำมั่นว่าผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่ (ที่ปฏิบัติตามกฎ) จะไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายใหม่นี้ และมันจะมีผลเฉพาะโฆษณาส่วนน้อยที่ถูกแจ้งปัญหาเข้ามาเยอะๆ เท่านั้น

ที่มา - Facebook

Tags:
Facebook

มีผู้ใช้บางส่วนพบว่า Facebook ทดสอบระบบการตั้งเวลาลบโพสต์ของตัวเอง โดยผู้ใช้จะสามารถเลือกได้ว่าจะให้โพสต์ดังกล่าวหายไปในเวลาเท่าไหร่ สามารถตั้งเวลาลบโพสต์ได้ตั้งแต่ 1 ชั่วโมง ถึง 7 วัน

ฟีเจอร์นี้น่าจะตอบโจทย์คนที่ไม่อยากทิ้งร่องรอยอะไรใน Facebook มากจนเกินไป แต่ก็ต้องรอดูว่าฟีเจอร์นี้จะถูกเปิดใช้อย่างเป็นทางการหรือไม่

ที่มา - The Next Web

Microsoft

หลังจากไมโครซอฟท์ประกาศปิดบริการ Windows Live Messenger อย่างถาวรในเดือนตุลาคมนี้ ก็ถึงเวลาที่ไมโครซอฟท์จะต้องเก็บข้าวของเคลียร์ทรัพย์สิน หนึ่งในนั้นก็คือบัญชีทวิตเตอร์ของบริการ Windows Live Messenger ที่ชื่อว่า @messenger นั่นเอง โดยไมโครซอฟท์จะไม่เก็บชื่อบัญชีนี้ไว้แต่จะส่งมอบชื่อนี้ให้กับเจ้าของใหม่หลังวันที่ 30 กันยายน

เจ้าของใหม่ก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนแต่เป็น Facebook ที่เป็นพันธมิตรกันอย่างดีมาตลอด หวังว่าจะสืบทอดความสำเร็จแต่ครั้งอดีตกาลไปด้วยนะครับ :)

ที่มา - The Verge

Tags:
Facebook

ใครที่ใช้ Facebook และคุ้นเคยกับการส่งสติกเกอร์ อาจจะเคยประสบปัญหาอิจฉาไลน์ที่มีสติกเกอร์ภาษาไทยแทนความรู้สึกได้ วันนี้ปัญหานี้ก็ได้หมดไปเพราะ Facebook เขาเริ่มมีสติกเกอร์ภาษาไทยแล้ว! โดยสติกเกอร์ที่ว่าชื่อ "นัวเนีย" เป็นแมวแสดงความรู้สึกในแบบน่ารักๆ กวนเกรียน แถมดาวน์โหลดฟรี ใครสนใจก็ไปดาวน์โหลดมาเล่นกันได้

อนึ่ง แมวนัวเนียนี่ไม่ได้เป็นสติกเกอร์ Facebook สัญชาติไทยเจ้าแรก (เจ้าแรกคือ DTAC) แต่นับว่าเป็นสติกเกอร์แรกที่เป็นภาษาไทย

Tags:
Facebook

Facebook เดินหน้าสู่การเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ไปอีกขั้น โดยจะเริ่มแสดงยอดการชมวิดีโอ (view count) ลักษณะเดียวกับ YouTube หรือเว็บฝากไฟล์วิดีโออื่นๆ แล้ว วิดีโอที่จะแสดงจำนวนการชมจะต้องเป็นวิดีโอสาธารณะ (public) โดยจะโพสต์โดยคนหรือเพจก็ได้

นอกจากนี้ Facebook จะขยายการเล่นวิดีโออัตโนมัติบน News Feed ให้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ของแบรนด์ต่างๆ ที่มาโพสต์วิดีโอผ่าน Facebook นั่นเอง

ที่มา - Facebook

Tags:
YouTube

ในยุคของอินเทอร์เน็ต โซเชียลเน็ตเวิร์คนอกจากจะเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสาร และมีปฏิสัมพันธ์กันแล้ว ยังเป็นช่องทางทำเงินของเหล่านักการตลาดอีกด้วย

ส่วนโซเชียลเน็ตเวิร์คเจ้าไหนที่ให้ผลตอบแทนกับยอดขายมากที่สุดนั้นได้ข้อสรุปแล้ว หลังจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนไลน์อย่าง Convertro ได้เก็บข้อมูลคลิกกว่า 500 ล้านครั้งจากการซื้อขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คแต่ละเจ้า ผลปรากฎว่า YouTube ครองแชมป์ในเรื่องของยอดขาย เนื่องจากความได้เปรียบในเรื่องของการค้นหา ที่ได้ทราฟฟิกจากกูเกิลมาเสริมอีกแรง ในขณะที่เมื่อดูตัวคอนเทนต์เอง วิดีโอของ YouTube ก็ช่วยให้การขายง่ายขึ้นอีกด้วย

นอกจาก YouTube จะเป็นที่หนึ่งของ Convertro แล้ว ฝั่ง AOL ที่เก็บข้อมูลการลงโฆษณาผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คก็จัดอันดับให้ YouTube เป็นอันดับหนึ่งเช่นกัน โดยโดดเด่นในเรื่องของการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ และช่วยปิดการขาย ส่วนอันดับสองอย่าง Facebook จะเด่นในเรื่องการแนะนำผลิตภัณฑ์ และใช้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายได้ ที่แย่คือ Twitter นอกจากจะได้ผลน้อยกว่า YouTube ถึง 9 เท่าตัวแล้ว ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์กับคนบน Twitter ยังน้อยมากๆ เพียงแค่ 1 ใน 100 เท่านั้น ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากธรรมชาติของ Twitter ที่มาเร็วไปเร็วนั่นเอง

รายงานนี้น่าจะพอช่วยนักการตลาดเลือกโซเชียลเน็ตเวิร์คที่จะลงทุนได้ครับ

ที่มา - VentureBeat