Tags:
Facebook

ช่วงหลังเราเห็นข่าวบัญชีผู้ใช้/รหัสผ่านถูกแฮ็กจากหน่วยงานต่างๆ มาปล่อยในชุมชนแฮ็กเกอร์กันเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือคนส่วนใหญ่มักใช้รหัสผ่านชุดเดียวกันกับหลายเว็บ ส่งผลให้เสี่ยงต่อการที่รหัสหลุดจากเว็บแห่งหนึ่งแล้วถูกนำไปเจาะบัญชีเว็บอื่นๆ ได้มาก

ทีมความปลอดภัยของ Facebook จึงพยายามป้องกันปัญหานี้ โดยหมั่นตรวจสอบข้อมูลบัญชี/รหัสผ่านที่หลุดมาบนอินเทอร์เน็ต แล้วนำมาเทียบกับฐานข้อมูลรหัสผ่านของ Facebook (ในทางเทคนิคคือเทียบ hash เพราะ Facebook ไม่เห็นรหัสผ่านของผู้ใช้) ถ้าหากว่าตรงกัน Facebook จะแจ้งเตือนผู้ใช้ให้เปลี่ยนรหัสผ่านทันที

Facebook เริ่มใช้ระบบตรวจสอบแบบนี้มาสักพักใหญ่ๆ แล้ว โดยเมื่อครั้งที่ Adobe โดนแฮ็กในปี 2013 ทาง Facebook ก็แจ้งเตือนผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม มาตรการป้องกันตัวเองก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่ง Facebook ก็แนะนำให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านที่แตกต่างกันตามแต่ละเว็บไซต์ เปิดใช้ระบบล็อกอินสองชั้นถ้ามีให้เลือก และเลือกล็อกอินด้วย Facebook Account แทนการสร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ เพราะจะได้ไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกขโมยรหัสผ่าน

ที่มา - Facebook

Tags:
Facebook

สิ่งแรกที่เราจะทำหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นการหาข้อมูลว่าเพื่อนหรือญาติของเราที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นปลอดภัยดีหรือไม่ ด้วยเหตุนี้เอง Facebook จึงออกบริการ Safety Check ที่อนุญาตให้ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งข่าวยืนยันความปลอดภัยทั้งของตัวเองและคนอื่นๆ ในบริเวณนั้นให้กับเพื่อนๆ ได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติขึ้นในบริเวณที่ผู้ใช้อยู่ Facebook จะส่งข้อความไปที่ผู้ใช้ว่าปลอดภัยดีแล้วหรือยัง เมื่อผู้ใช้กดปุ่ม "I'm safe" แล้ว Facebook ก็จะส่งข้อความแจ้งไปที่เพื่อนของเราว่าเราปลอดภัยแล้วทันที นอกจากนี้เรายังสามารถรายงานสถานการณ์ของเพื่อนคนอื่นที่อยู่ในบริเวณนั้นได้อีกด้วย สามารถชมวิดีโอสาธิตการทำงานได้ในลิงก์หลังที่มา

ข้อจำกัดของบริการนี้ก็คือจะต้องภาวนาให้อินเทอร์เน็ตไม่ล่มไปด้วยนี่แหละ และสุดท้ายนี้ผมหวังว่าจะไม่มีใครที่ต้องใช้บริการนี้นะครับ

ที่มา - Facebook Newsroom

Tags:
Apple

เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมของปีหน้าเป็นต้นไป Apple จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่บรรดาพนักงานสาวของบริษัท โดย Apple จะช่วยออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดจากการเก็บรักษาไข่ของพวกเธอไว้ด้วยการแช่แข็ง ทั้งนี้ Apple ไม่ใช่บริษัทแรกที่มีนโยบายเอาใจพนักงานหญิงขององค์กรแบบนี้ เพราะ Facebook ได้เริ่มทำมาก่อนตั้งแต่เดือนมกราคมของปีนี้

แรกเริ่มเดิมทีนั้นการเก็บรักษาไข่ของผู้หญิงนั้นมีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งให้มีโอกาสได้มีทายาทสืบสกุล และช่วยเหลือผู้ที่มีบุตรยาก แต่ในปัจจุบันนี้สตรีทั่วไปที่มิใช่ผู้ป่วยก็สามารถเลือกเก็บรักษาไข่ของตนเองไว้เพื่อทำการปฏิสนธิในภายหลังเมื่อบุคคลผู้นั้นมีความพร้อมที่จะมีบุตร

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเก็บเอาไข่มาแช่แข็งจำนวน 10 ฟองนั้นอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์ และการเก็บรักษาไข่จำนวนดังกล่าวนั้นมีค่าใช้จ่ายต่อปีอยู่ที่ 500 ดอลลาร์ ซึ่งทั้ง Apple และ Facebook นั้นพร้อมจะออกค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้แก่บรรดาพนักงานหญิงของบริษัทสูงสุดถึงรายละ 20,000 ดอลลาร์ (เรียกว่าเก็บไข่ 10 ฟองได้นาน 20 ปีเลยทีเดียว)

นโยบายนี้ของทั้ง 2 บริษัทนั้นมีขึ้นก็เพื่อสร้างแรงจูงใจให้พนักงานหญิงในองค์กรตัดสินใจทำงานให้บริษัทอย่างต่อเนื่องนานยิ่งขึ้น แม้ว่าพวกเธออาจจะเข้าสู่วัยที่เริ่มมีบุตรยาก อันหมายถึงช่วงวัย 30 ตอนปลาย หรือ 40 ตอนต้นซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พนักงานส่วนใหญ่กำลังเติบโตในหน้าที่การงานนั่นเอง

ที่มา - Engadget

Tags:
Facebook

ตอนนี้นอกจากเราจะสามารถบอกความรู้สึก หรือบอกกริยาอาการอื่นๆ เช่น กำลังกิน ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ เราก็ยังสามารถบอกให้เพื่อนๆ ใน Facebook รู้ว่าเรากำลังออกกำลังกายได้ด้วย โดยตัวเลือกของการออกกำลังกายนั้นมีตั้งแต่ ออกกำลังกาย, ต่อยมวย, ปีนเขา, เต้นรำ, โยคะ, วิ่ง, เดิน, ว่ายน้ำ, ยกน้ำหนัก และอื่นๆ (ลองไปดูในช่องสเตตัสเอาเอง)

ก็เป็นอีกตัวเลือกในการเซลฟี่ว่าฉันกำลังออกกำลังกายแทนการโพสต์รูปหน้าสดที่เต็มไปด้วยเหงื่อ และน่าเสียดายที่ไม่มีตัวเลือกว่ากำลังเล่น T25

ที่มา - All Facebook

Tags:
Facebook Messenger

ทีมงาน Facebook ออกมาให้รายละเอียดเชิงเทคนิคของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ Facebook Messenger ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพกว่าเดิม

Facebook บอกว่าตอนแรกสุดนั้นสร้าง Messenger ขึ้นมาเป็นระบบส่งข้อความแบบเดียวกับอีเมล แต่สุดท้ายมันก็พัฒนาตัวเองกลายมาเป็นระบบส่งข้อความด่วนที่ใช้บนอุปกรณ์พกพา อย่างไรก็ตาม โครงสร้างพื้นฐานทางไอทีกลับไม่ต่างไปจากแพลตฟอร์มดั้งเดิมมากนัก ทำให้เกิดปัญหาคอขวดและใช้ปริมาณข้อมูลมากเกินจำเป็น

ทีมงานวิศวกรของ Facebook จึงต้องปรับปรุงระบบเบื้องหลังของ Facebook Messenger ใหม่ โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งปี การปรับปรุง Messenger แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

Tags:
Facebook

ผู้ใช้สามารถเพิ่มอรรถรสในการสนทนาผ่านคอมเมนต์ได้ด้วยการกดไอคอนหน้ายิ้ม (หลักการเดียวกับใน Messenger) จากนั้นก็กดส่งสติกเกอร์ได้ตามใจชอบ ฟีเจอร์นี้ใช้ได้กับทั้งในหน้าไทม์ไลน์, กรุ๊ป และอีเวนต์

ฟีเจอร์นี้เกิดขึ้นในงาน hackathon ที่นิวยอร์ก โดยมีทีม Facebook ริเริ่มทำ จากนั้นก็ให้คนในองค์กรลองใช้ฟีเจอร์นี้กัน ซึ่งแต่ละคนก็ชอบมาก ก็เลยพัฒนาออกมาเป็นฟีเจอร์ให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้กันสำเร็จ

อนึ่ง ส่วนตัวทดลองแล้วยังพบว่าส่งสติกเกอร์ได้แค่ในกรุ๊ปเท่านั้น แต่เข้าใจว่าน่าจะปล่อยให้ผู้ใช้ได้ใช้งานในส่วนที่เหลือเร็วๆ นี้

ที่มา - Bob Baldwin

Tags:
Facebook

เมื่อช่วงเริ่มวันใหม่ที่ผ่านมา (ประมาณ 1:00 ตามเวลาในประเทศไทย) Facebook เพิ่ม sticker ในช่อง comment ของกลุ่มและกิจกรรมแล้ว

โดย sticker ดังกล่าวจะอยู่ข้างๆ ไอคอนรูปถ่ายซึ่งเป็นของ comment รูปภาพ โดยใช้ sticker ชุดเดียวกันกับที่ใช้ใน Chat ทั้งนี้จะแตกต่างกับ sticker ใน chat ตรงที่สามารถเพิ่มข้อความควบคู่กับ sticker นั้นได้โดยการพิมพ์ข้อความลงไปในช่องข้อความก่อนคลิกเลือก sticker หรือ (ภายหลังลองแล้วใช้วิธีนี้ไม่ได้แล้วนะครับ)เลือก sticker แล้ว edit เอาข้อความใส่ในภายหลังได้ ทั้งนี้เมื่อเลือกใช้ sticker แล้ว ใน comment จะเลือกใช้รูปภาพอีกไม่ได้ ในทางตรงกันข้าม เมื่อเลือกรูปภาพใน comment แล้วก็จะเลือก sticker ไม่ได้เช่นกัน ทั้งนี้ สามารถใช้ได้ทั้งในโทรศัพท์มือถือและเดสก์ทอป และ sticker ที่เคลื่อนไหวได้ใน chat ก็จะเคลื่อนไหวได้ใน sticker comment เช่นกัน

Tags:
Facebook

Facebook ปรับดีไซน์การแสดงผลหน้ารูปภาพในแอพทั้ง iOS และ Android ให้แสดงแบบ collage และภาพไหนที่มีจำนวนไลก์มากก็จะถูกแสดงผลให้เป็นภาพใหญ่ และถ้าหากเลือกดูในแท็บอัลบั้ม ก็จะพบว่ารูปปกอัลบั้มนั้นถูกแสดงผลในขนาดใหญ่ขึ้นเช่นเดียวกัน

Facebook กล่าวว่าดีไซน์ใหม่นี่จะทำให้ผู้คนเข้ามาดูและกดไลก์รูปภาพมากกว่าเดิม

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Facebook

เมื่อพูดถึง "เครือข่ายโฆษณา" (advertising network) เรามักนึกถึง Google AdSense หรือถ้าเป็นโลกของอุปกรณ์พกพาก็มี AdMob, TapJoy, Flurry, MoPub และค่ายอื่นๆ อีกมาก

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Facebook เคยประกาาศไว้ว่าจะบุกตลาดโฆษณาในแอพในชื่อ Facebook Audience Network วันนี้มันเปิดบริการอย่างเป็นทางการแล้ว

นักพัฒนาแอพสามารถนำโค้ดของ Facebook Audience Network ไปฝังในแอพ และเลือกรูปแบบของโฆษณาได้ตามต้องการ (มีแบบแบนเนอร์, เต็มหน้าจอ, แสดงเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา)

Tags:
Facebook

New York Times รายงานข่าววงในว่า Facebook เตรียมปล่อยแอพตัวใหม่ที่สามารถคุยได้โดยไม่ต้องแสดงตัวตน แอพตัวนี้จะแยกจากแอพ Facebook ปกติ (และน่าจะใช้ชื่ออื่นที่ไม่เกี่ยวกับ Facebook เลย แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าชื่ออะไร) และจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

นโยบายเรื่องตัวตนของ Facebook คือผลักดันให้เปิดเผย "ตัวตนที่แท้จริง" ชื่อจริง รูปจริง และสายสัมพันธ์กับคนรู้จักในโลกจริง อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ก็มีข้อจำกัดว่าผู้ใช้อาจไม่กล้าแสดงความเห็นในเรื่องที่ไม่สะดวกใจมากนัก การสร้างแอพทางเลือกที่แสดงความเห็นได้แบบปิดบังตัวตนหรือใช้นามแฝง อาจถือเป็นการทดลองฉีกแนวของ Facebook อีกครั้งหนึ่ง

โครงการพัฒนาแอพตัวนี้นำโดย Josh Miller จากทีม Branch ผู้สร้างแอพแชร์ลิงก์เฉพาะกลุ่มที่ Facebook ซื้อกิจการมาเมื่อต้นปีนี้

ที่มา - New York Times

Tags:
WhatsApp

ดีลประวัติศาสตร์ Facebook ซื้อ WhatsApp เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดย Facebook ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) แจ้งข่าวการซื้อกิจการเสร็จเรียบร้อย

  • Jan Koum ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ WhatsApp ได้รับการแต่งตั้งเป็นบอร์ดบริหารของ Facebook
  • เขาจะรับเงินเดือน 1 ดอลลาร์ และไม่มีสิทธิ์รับโบนัสประจำปี (เท่ากับ Mark Zuckerberg)
  • ถ้า Koum อยู่กับ Facebook ไปอีก 4 ปี จะทยอยได้หุ้นของ Facebook รวมมูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์

ตอนแรก Facebook เสนอซื้อ WhatsApp ด้วยการจ่ายเป็นหุ้น มูลค่ารวม 19 พันล้านดอลลาร์ แต่เวลาผ่านมาเกือบปี หุ้น Facebook ขึ้นราคา ดีลนี้เลยมีมูลค่ารวม 21.8 พันล้านดอลลาร์แล้ว

ที่มา - SEC, Re/code, TechCrunch

Tags:
Facebook

เกือบทศวรรษที่ผ่านมา เราเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ที่ทุกวันนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราๆ ท่านๆ ไปเสียแล้ว โดยเว็บไซต์ The Next Web ได้นำเอามุมมองและทฤษฎีทางจิตวิทยามาอธิบายการเสพติดของผู้ใช้นี้ ผมเห็นว่าน่าสนใจจึงเอามาแบ่งปันกันครับ

The Next Web อธิบายว่าเฟซบุ๊กได้กลายเป็น "ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์" ในลักษณะเดียวกับที่ร้านสะดวกซื้อเป็น เพียงแต่ไม่ใช่ในเชิงกายภาพ แต่เป็นความต้องการทางด้านจิตใจหรือจิตใต้สำนึกของเรา โดยความต้องการเหล่านี้ถูกแบ่งเป็นข้อๆ ดังนี้

Tags:
Facebook

ไม่ได้มีแต่แอปเปิลและกูเกิลที่หันมาพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ แต่ Facebook เองก็เล็งว่าจะทำเช่นกัน โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า ในเดือนที่ผ่านมานั้น Facebook ได้จัดการประชุมและมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมทางการแพทย์และนักลงทุนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อรวบรวมงานวิจัยและพัฒนาให้กลายเป็นแอพเพื่อสุขภาพ โดย Facebook หวังเอาไว้ว่า แอพตัวนี้จะเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ในเว็บมากขึ้น

อีกปัจจัยที่อาจจะทำให้ Facebook หันมาสนใจการพัฒนาแอพสุขภาพจริงจังก็คือความสำเร็จในการ โปรโมทการบริจาคอวัยวะผ่าน Timeline และทำให้ ยอดผู้บริจาคอวัยวะในเขตแคลิฟอร์เนียเพิ่มขึ้น 1400% ในปี 2012 และทีมผลิตภัณฑ์ของ Facebook ยังพบว่าผู้ใช้ที่มีอาการป่วยเรื้อรังเช่นโรคเบาหวานนั้นมักจะค้นหาเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเพื่อขอคำแนะนำ นอกจากนี้ความสำเร็จของเครือข่ายสังคมเพื่อผู้ป่วยอย่างเช่น PatientsLikeMe นั้นแสดงให้เห็นว่ามีอัตราการเพิ่มขึ้นของการมีส่วนร่วมในการแชร์ประสบการณ์การรักษาของผู้ป่วยในโลกออนไลน์นั่นเอง

อนึ่ง ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นจากแหล่งข่าว และ Facebook ยังไม่ได้ออกมาพูดถึงแผนการนี้แต่อย่างใด

ที่มา - Reuters

Tags:
Facebook

เมื่อเดือนกรกฎาคม Facebook ได้ปล่อยงานวิจัยหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่อง "สิ่งที่เราเห็นใน Social Network มีผลกระทบกับอารมณ์ของเราหรือไม่" (ดูงานวิจัยได้ที่นี่) งานวิจัยนี้ถูกโจมตีอย่างหนักในเรื่องของจริยธรรมในการทดลองกับความคิดความรู้สึกของคน (ถึงแม้ว่าไม่ผิดกฎหมาย เพราะในการสมัคร Facebook ตอนแรกผู้ใช้ต้องยินยอมให้ Facebook นำข้อมูลเราไปทำการวิจัยหรือทดลองได้ก็ตาม)

ที่ผ่านมามีตัวแทน Facebook ออกมาพูดแก้ไขสถานการณ์อยู่ไม่กี่คน เช่น Adam Kramer นักวิจัยของ Facebook และ Sherryl Sandberg ที่ออกมากล่าวว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ดี แต่อย่างไรก็ดี Facebook ก็ได้ออกมาชี้แจงและเตรียมปรับปรุงเงื่อนไขในการทำวิจัยในครั้งต่อๆ ไปแล้ว โดยสาระในการชี้แจงมีดังนี้

Tags:
Facebook

Facebook เคยประกาศเอาไว้เมื่อต้นปีนี้ในงานสัมมนา f8 ว่าจะออกปุ่ม Like สำหรับแอพมือถือ วันนี้มันเปิดตัวให้ใช้งานแล้วครับ

ปุ่ม Like บนมือถือ (Mobile Like Button) มีหน้าตาเหมือนปุ่ม Like แบบปกติทุกประการ เพียงแต่มันสามารถนำไปฝังในแอพได้โดยตรง (รองรับ iOS/Android) มันยังเชื่อมโยงกับบัญชีของผู้ใช้ Facebook ในเครื่องนั้นด้วย ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องล็อกอินใหม่ซ้ำซ้อน

คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือเจ้าของแอพที่มีเพจด้วย สามารถเพิ่มปุ่ม Like ภายในแอพเพื่อให้ผู้ใช้กดแล้วติดตามเพจของเราได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอพเลย

ที่มา - Facebook Developers

Tags:

เฟซบุ๊กเปิดตัวบริการ Atlas ให้บริการโฆษณานอกเว็บเฟซบุ๊กเอง โดยชูธงแนวทางการโฆษณาแบบเจาะจงบุคคล (people-based marketing) แบบเดียวกับที่เราเห็นโฆษณาหนังสือที่เพิ่งเข้าเว็บไปตามมาโฆษณาในเฟซบุ๊กทุกวันนี้ โดยแนวทางของ Atlas คือขยายความสามารถแบบเดียวกันนี้มาอยู่บนโทรศัพท์มือถือ

บริการ Atlas เป็นธุรกิจที่เฟซบุ๊กซื้อมาจากไมโครซอฟท์เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้จะเปิดตัวบริการอีกครั้งจากโค้ดที่พัฒนาขึ้นใหม่ มีลูกค้ารายใหญ่ทดสอบระบบ เช่น เป็ปซี่ และอินเทล ส่วนบริการทางฝั่ง publisher นั้นมีรายใหญ่คืออินตาแกรม ของเฟซบุ๊กเอง ที่เหลือเป็นบริษัทแบนเนอร์อื่นๆ

อนาคตก็เล่นเกมเสร็จ เข้าเฟซบุ๊กมีโฆษณาขายไอเทมใหม่ เปิดอินสตาแกรมมีโฆษณาเกมใหม่จากค่ายเกมที่เพิ่งเล่นเกมเสร็จไปมาโฆษณาต่อครับ

ที่มา - Atlas Solutions

Tags:
Facebook

TechCrunch รายงานข่าววงในว่า Facebook เตรียมออกแอพตัวใหม่ที่ใช้โค้ดเนมว่า "Moments" สำหรับการแชร์ข้อมูลเฉพาะครอบครัวหรือคนสนิทเท่านั้น

Moments น่าจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเพื่อนของเราบน Facebook มีหลายกลุ่ม ทำให้เวลาแชร์ข้อมูลบางอย่างสำหรับคนสนิท อาจส่งผลกระทบต่อเพื่อนกลุ่มอื่นๆ ที่บังเอิญมาเห็นโพสต์นั้นเข้าพอดี ถึงแม้ว่า Facebook จะเปิดให้เราเลือกคนที่มองเห็นโพสต์นั้นได้ตั้งแต่ตอนกดแชร์ แต่กระบวนการเลือกกลุ่มเพื่อนตอนแชร์ของ Facebook กลับใช้ยากจนผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่สนใจฟีเจอร์นี้

เป้าหมายของ Moments คือทำให้การเลือกเพื่อนที่จะแชร์ง่ายขึ้นกว่าเดิมมากๆ ตอนนี้ยังไม่มีภาพหน้าจอหลุดออกมา แต่แหล่งข่าวของ TechCrunch บอกว่ามันคล้ายแอพ Cluster ที่เป็นการสร้างพื้นที่เฉพาะกลุ่มเพื่อนเท่านั้น

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Facebook

Facebook ประกาศปรับอัลกอริทึมในการแสดงผลหน้า News Feed ใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคราวนี้จะปรับแสดงผลเพื่อให้ทันกับเหตุการณ์หรือตามความนิยมมากขึ้น แทนที่จะแสดงแบบเก่า ซึ่งอาจจะตรงหรือไม่ตรงความสนใจในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

Erich Owns และ David Vickrey วิศวกรของ Facebook ออกมาให้เหตุผลว่า โพสต์บางโพสต์ใน Facebook อาจจะมีความน่าสนใจในบางช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือการปรับโพสต์ให้ตรงกับความสนใจหรือกระแสความนิยมนั่นเอง ตัวอย่างเช่น หากกำลังดูภาพยนตร์หรือสารคดีที่ได้รับความสนใจอยู่ ก็จะมีโอกาสขึ้นแสดงบน News Feed มากขึ้น โดยอ้างว่าในการทดสอบ มีคนเข้าไปมีส่วนร่วมในโพสต์นั้นมากขึ้นถึง 6% นอกจากนั้นแล้วหากพบว่าโพสต์ถูกกดไลค์ในช่วงแรกของการโพสต์ แต่ไม่ใช่หลังจากนั้น ระบบจะจัดว่าโพสต์นั้นน่าสนใจเฉพาะช่วงเวลานั้นเท่านั้น แต่ไม่ใช่ในวันอื่นๆ

การปรับเปลี่ยนนี้จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และ Facebook อ้างว่าจะไม่กระทบกับหน้าเพจมากนัก ถ้าหน้าเพจมีการแสดงเนื้อหาที่น่าสนใจ

ที่มา - Facebook

Tags:
Facebook

Facebook Media เป็นแหล่งความรู้ (คล้ายๆ Facebook Developers) ที่ Facebook ทำขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ในเรื่องของการใช้สื่อใน Facebook ให้เป็นประโยชน์ อาทิเช่น การใช้วิดีโอให้เกิดประโยชน์สูงสุด, การเชื่อมต่อคอนเทนต์ระหว่างรายการโทรทัศน์และ Facebook รวมถึงกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ผู้ที่ต้องทำการตลาดบน Facebook ก็สามารถเข้าไปศึกษาได้

ที่มา - Facebook Media

Tags:
Facebook

Facebook มีฟีเจอร์ให้เราเลือกตอบโพสต์หรือคอมเมนต์ในฐานะเพจได้นานแล้ว แต่เพิ่งมีปุ่มสลับสถานะโพสต์ (Post Attribution) ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยผู้ใช้สามารถเลือกตอบคอมเมนต์หรือโพสต์ข้อความในสถานะโปรไฟล์หรือหนึ่งในเพจที่เราดูแลจากดร็อปดาวน์มุมขวาเหนือช่องคอมเมนต์ได้ตามภาพประกอบ

อนึ่งพบว่าบางคนยังไม่ได้รับฟีเจอร์นี้ ก็อาจจะต้องรอกันนิด