Instagram

จากเมื่อปลายปีที่แล้ว ทาง Instagram ได้ออกมาประกาศจำนวนตัวเลขผู้ใช้งานที่ 300 ล้านคน ซึ่งแซงหน้า Twitter ที่ไตรมาสก่อนหน้าไปเล็กน้อย แต่เมื่อค้นพบภายหลังว่ามีบัญชีปลอมและสแปม และเดินหน้าไล่ลบบัญชีเหล่านั้น ก็คงมีคำถามกันไม่มากก็น้อยว่าแล้วบัญชีที่เหลืออยู่มีจำนวนเท่าไหร่? และยังคงแซงหน้า Twitter เหมือนที่เคยประกาศไว้หรือไม่?

GlobalWebIndex (GWI) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ตลาดพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ ได้ทำการสำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีตัวตนจริงกว่า 170,000 คนในแต่ละปี ในช่วงอายุ 16-64 ปี ผลสำรวจ (แบบไม่รวมประเทศจีน) พบว่า Facebook ยังคงครองความเป็นเจ้าตลาดทั้งจำนวนสมาชิกและผู้ใช้งาน โดย 81% มี account ของ Facebook, และ 42% บอกว่าตนเองเป็นผู้ใช้งาน ขณะที่อันดับที่ 2 ประกอบด้วย YouTube, Twitter และ Google+ ต่างก็มีจำนวนสมาชิกอยู่ในช่วง 50-60% และมีผู้ใช้งานอยู่ที่ 20-25% โดย Google+ ทำผลงานได้ดีในประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนอันดับ 3 ตามมาด้วย Instagram ซึ่งจัดอยู่ในระดับเดียวกันกับ LinkedIn และ Pinterest

Tags:
Facebook

Facebook ก้าวเข้าสู่การรบสู้กับ Yelp และ Foursquare ด้วยการปล่อยฟีเจอร์ Place Tips โดยเมื่อผู้ใช้กดดูทิปแนะนำสถานที่ก็จะพบกับข้อมูลที่แสดงในรูปของการ์ดแนะนำข้อมูลต่างๆ และสามารถเห็นโพสต์หรือรูปของเพื่อนที่แชร์ในสถานที่ต่างๆ ด้วย

ความน่าสนใจของทิปต่างๆ มีทั้งการดึงโพสต์จากเพจ เมนูยอดนิยม และอีเวนต์ที่กำลังจะมาถึง แต่ถ้าหากรำคาญก็สามารถปิดฟีเจอร์นี้ได้ที่หน้าตั้งค่า

ที่มา - The Next Web, Facebook Newsroom

Tags:
Facebook

Facebook Awards (หรือชื่อเดิม Facebook Studio Awards) เป็นกิจกรรมมอบรางวัลให้ผลงานที่สร้างสรรค์ใน Facebook โดยปีนี้มีความพิเศษคือผลงานจาก Instagram สามารถเข้าร่วมได้ด้วย ผลงานที่จะได้รับรางวัล นอกจากจะเป็นที่นิยมในผู้ใช้ ก็ต้องมีบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจเช่นกัน สำหรับแบรนด์หรือเอเจนซีที่ส่งงานเข้าประกวด จะมีโอกาสได้รับการยอมรับในฐานะผู้กำหนดมาตรฐานด้านการตลาดที่ดีบน Facebook และ Instagram

Facebook จะเปิดรับการเสนอผลงานจนถึงวันที่ 1 เมษายน และจะประกาศรายชื่อผู้ชนะในช่วงฤดูร้อน รายละเอียดอื่นๆ อ่านเพิ่มเติมได้จากที่มา

ที่มา - อีเมลประชาสัมพันธ์, Facebook Awards

Tags:
Mark Zuckerberg

Facebook รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2014 มีรายได้ 3,851 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,518 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 86%

รายได้หลักของ Facebook ยังคงเป็นโฆษณา โดยตอนนี้ส่วนแบ่งโฆษณาจากบนมือถือคิดเป็น 69% ของรายได้โฆษณารวมทั้งหมด ส่วนตัวเลขผู้ใช้งานนั้นแบ่งเป็นผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวัน 890 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18% และเป็นผู้ใช้งานบนมือถือ 745 ล้านคน ส่วนผู้ใช้งานเป็นประจำระดับทุกเดือนมีอยู่ 1,390 ล้านคน

ประเด็นน่าสนใจในช่วงถามตอบนั้น มีนักวิเคราะห์รายหนึ่งถามว่าโครงการ Internet.org สำคัญอย่างไรต่อผู้ถือหุ้น Facebook ซึ่งตรงนี้ Mark Zuckerberg ก็ได้ตอบโต้ว่ามันเป็นโครงการที่ดีและสำคัญแน่ แต่กับเฉพาะผู้ถือหุ้นประเภทที่ Facebook ต้องการเท่านั้น รวมทั้งย้ำว่าเป้าหมายหลักของ Facebook คือการสร้างบริการที่เชื่อมคนทั้งโลกไว้ด้วยกัน ไม่ใช่มุ่งเน้นหาเงิน ซึ่งเขาเคยระบุตั้งแต่ตอนนำ Facebook เข้าตลาดหุ้นว่าบริษัทจะหาเงินเพื่อมาสร้างบริการที่ดีต่อยอด ไม่ใช่สร้างบริการที่ดีเพื่อหาเงิน

ที่มา: Facebook และ Business Insider

Tags:
Facebook

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้เฟซบุ๊กล่มไปประมาณครึ่งชั่วโมง กลุ่ม Lizard Squad ออกมาแสดงความรับผิดชอบ แต่ทางเฟซบุ๊กออกมาระบุว่าเป็นการคอนฟิกระบบผิดพลาดเอง ไม่ได้โดนโจมตีจนล่มแต่อย่างใด

ข่าวนี้มาจาก Saeed Ahmed บรรณาธิการของ CNN Digital

ที่มา - @saeed_ahmed

Tags:
Lizard Squad

เราเริ่มรู้จักชื่อของกลุ่มแฮกเกอร์ Lizard Squad กันเมื่อตอนเหตุการณ์ Xbox Live และ PSN ล่มวันคริสต์มาส และ Lizard Squad อ้างว่าเป็นฝีมือของตัวเอง ซึ่งแม้ตอนแรกจะอ้างว่าทำไปเพื่อเปิดโปงธาตุแท้บริษัท แต่ความจริงก็ปรากฏในตอนท้ายว่าทำไปเพื่ออวดเครื่องมือสำหรับการแฮก และเมื่อเร็วๆ นี้เอง ทางกลุ่มก็ได้ไปป่วนเว็บไซต์ของสายการบิน Malaysia Airlines จนสร้างความกังวลให้กับบรรดาผู้ใช้บริการสายการบินเป็นอย่างมาก

มาวันนี้ก็ดูเหมือนความกร่างจะยังไม่ลดลงไป เมื่อทางกลุ่ม Lizard Squad เปิดเผยผ่านทางทวิตเตอร์ @LizardMafia ว่าตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการล่มของ Facebook, Instagram, Tinder, AIM, Hipchat และ Myspace (ส่วน Twitter รอดตัวเพราะทางกลุ่มจำเป็นต้องใช้) โดย Facebook และ Instagram มีรายงานว่าล่มไปกว่า 1 ชม. คือตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น. จนถึงเมื่อเวลา 14.10 น. จึงกลับมาใช้งานได้ ทั้งนี้ทางกลุ่มยังขู่ว่าจะมีรายการถล่มเพิ่มเติมอีกเร็วๆ นี้

ดูเหมือนว่าเรื่องที่มีสมาชิกกลุ่มโดนตำรวจอังกฤษรวบตัวไป จะไม่ได้ให้บทเรียนอะไรแก่แฮกเกอร์กลุ่มนี้นัก และขณะนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทางบรรดารายชื่อผู้ที่ทางกลุ่มอ้างว่าตนเองเป็นผู้ถล่มออกมาแต่อย่างใด

อัพเดต - Facebook ออกมาประกาศแล้วว่าล่มเพราะคอนฟิกพลาด ไม่ได้ถูกโจมตีจนล่ม

ที่มา - @LizardMafia (1, 2, 3)

Tags:
Facebook

เมื่อสิบกว่านาทีที่ผ่านมา Facebook และ Instagram ล่มพร้อมกันทั่วโลก โดยยังไม่มีรายงานสาเหตุออกมา

สาเหตุคงต้องรอทางเฟซบุ๊กแถลง ตอนนี้คนไทยยังไม่ต้องตกใจครับ

update: 14.10 น. กลับมาแล้วนะครับ

Tags:
Facebook

สำนักข่าว Reuters รายงานว่าศาลของตุรกีมีคำสั่งให้เฟซบุ๊กบล็อกเพจที่ล้อเลียนหรือดูหมิ่นศาสดา นบีมูฮัมมัด ตามที่มีผู้ยื่นฟ้องร้อง โดยมีเงื่อนไขว่าหากเฟซบุ๊กไม่ปฏิบัติตาม จะมีคำสั่งบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์ทันที

ประเด็นเรื่องศาสนาอิสลามกำลังเป็นที่อ่อนไหวในตุรกี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ศาลได้มีการไต่สวนหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเจ้าหนึ่ง ที่รายงานพร้อมรูปภาพของนิตยสาร Charlie Hebdo ในกรณีการกราดยิงที่ปารีสก่อนหน้านี้

ที่มา - Reuter

Tags:
Facebook

เฟซบุ๊กได้ปล่อยแอพบนสมาร์ทโฟนเวอร์ชัน Lite อย่างเงียบๆ ไปเมื่อ 20 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับสมาร์ทโฟนสเปคต่ำๆ และให้ใช้งานได้อย่างราบรื่นบนเครือข่าย 2G หวังเจาะตลาดเกิดใหม่ ที่คุณภาพของสัญญาณโทรศัพท์ยังไม่สู้เร็วนัก

ตัวแอพมีขนาดเพียง 252kb เท่านั้น ขณะที่ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ เช่น Facebook Messenger มาให้ครบถ้วน ทั้งนี้แอพ Facebook Lite ถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้น เช่น แอฟริกาใต้ ซูดาน ซิมบับเว เนปาล และเวียดนามครับ

ที่มา - The Next Web

Tags:
Facebook

Facebook Groups ออกอัพเดตใหม่เวอร์ชัน 5.0 โดยมีรายละเอียดที่ Facebook แจ้งไว้ดังนี้

  • เพิ่มระบบค้นหาสมาชิกในกลุ่ม
  • จัดการการแจ้งเตือนได้ง่ายขึ้น
  • แอดมินสามารถบล็อคผู้ขอเข้ากลุ่มได้เพื่อความง่ายในการจัดการกลุ่ม
  • แอดมินสามารถเห็นได้ว่าใครถูกบล็อคในกลุ่ม
  • แอดมินสามารถเห็นข้อมูลเบื้องต้นของผู้ขอเข้ากลุ่มเพื่อการพิจารณาเข้ากลุ่มได้โดยไม่ต้องสลับไปเปิดแอพ Facebook

ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอพได้ที่ App Store หรือ Google Play

ที่มา - รายการแจ้งอัพเดตบนเครื่อง

Tags:
Facebook

มีนโยบายในการปรับ News Feed ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง และนโยบายล่าสุดก็คือการออกมาแจ้งว่าหลังจากนี้จะปรับให้โพสต์ประเภทนี้น้อยลงนั่นเอง โดยผู้ใช้สามารถช่วย Facebook ได้ด้วยการรายงานโพสต์ประเภทดังกล่าวด้วยตัวเลือกที่ระบุว่า "It's a false news story"

ที่มา - Facebook Newsroom

Tags:
Facebook

Facebook ดึงตัวทีมออกแบบ Teehan+Lax ซึ่งเคยสร้างผลงานการออกแบบหน้าตาของแอพและเว็บให้บริการอย่าง Medium และ Readability มาแล้ว

อ้างอิงจากแถลงการณ์บนหน้าเว็บของ Teehan+Lax ระบุว่าทีมงานทั้งหมดจะย้ายจาก Toronto ไปทำงานกับ Facebook ใน San Francisco อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่การเข้าซื้อบริษัทโดยสมบูรณ์เนื่องจาก Facebook ดึงเอาแต่บุคลากรไปทำงานด้วย ทว่าไม่ได้ทำการซื้อสินทรัพย์ของ Teehan+Lax

ทั้งนี้แม้จะไม่มีการระบุถ้อยคำอย่างแน่ชัด แต่เชื่อแน่ว่างานใหม่ของบรรดาทีมออกแบบจาก Teehan+Lax ก็คือการออกแบบหน้าตาให้แก่แอพและหน้าเว็บของ Facebook นั่นเอง

ที่มา - Engadget

Tags:
Facebook

ฝ่ายวิจัยปัญญาประดิษฐ์ของเฟซบุ๊กประกาศเปิดซอร์สโมดูลสำหรับการพัฒนา deep-learning เพื่อใช้กับเฟรมเวิร์ค Torch

โมดูลเหล่านี้มีหลายฟังก์ชั่นที่มาแทนฟังก์ชั่นเดิมที่ Torch มีอยู่แล้ว แต่โค้ดของเฟซบุ๊กปรับแต่งให้ทำงานกับชิปกราฟิกได้มีประสิทธิภาพดีกว่า โดยเฟซบุ๊กเลือกใช้เทคโนโลยี CUDA เป็นหลัก และมีโมดูลเพิ่มเติม เช่น โมดูลกระจายงานข้ามการ์ดกราฟิก, โมดูลตารางหาค่า (lookup table) เป็นต้น

ไลบรารีชุดนี้ทำให้คนที่ต้องการเทรนเครือข่ายนิวรอนสามารถเทรนได้เร็วขึ้นหากใช้การ์ดกราฟิกมาช่วยประมวลผลครับ

ที่มา - Facebook Research, GitHub

Tags:
Facebook

วันนี้ในระหว่างงานเปิดตัวโครงการ Internet.org ที่ Bogota ประเทศโคลัมเบีย Mark Zuckerberg ได้ขึ้นเวทีในงานดังกล่าวและเปิดอกตอบคำถามที่มีคนกด like มากที่สุดบน Facebook โดยตอนหนึ่งเขาเผยว่าปัจจุบันแอพ Facebook ใช้ข้อมูลน้อยลงเหลือเพียง 1 ใน 10 ของการใช้ข้อมูลโดยแอพตัวเดียวกันเมื่อ 18 เดือนก่อน

เขายังบอกว่าในกระบวนการพัฒนาเพื่อให้ได้แอพที่ยังคงใช้งานได้ แม้อยู่ในพื้นที่อินเทอร์เน็ตแย่นั้น มีการสร้างห้องปฏิบัติการสำหรับทีมพัฒนาแอพ เพื่อจำลองสภาพอินเทอร์เน็ตในประเทศอื่นๆ ที่มีความเร็วต่ำกว่าใน Silicon Valley และให้ทีมได้ทดลองใช้งานแอพของพวกเขาเองว่ามันทำงานได้ดีหรือแย่ขนาดไหนในสภาพจำลองนั้นๆ

หนึ่งในเทคนิคที่ Facebook ทำเพื่อให้แอพลดการใช้ข้อมูลคือการเปลี่ยนมาใช้การบีบอัดไฟล์ภาพเป็นรูปแบบ WebP ซึ่งช่วยประหยัดข้อมูลได้ดีกว่าการใช้ไฟล์ JPG ราว 25% - 30% และดีกว่าไฟล์ PNG ถึง 80%

ที่มา - VentureBeat

Tags:
Facebook

หลังจากที่มีข่าวว่า Facebook จะทำเครือข่ายสังคมรูปแบบคนทำงาน วันนี้ก็ได้ปล่อยแอพที่ชื่อ Facebook at Work ออกมาแล้ว (ดาวน์โหลดได้เฉพาะอเมริกา และมีแต่เวอร์ชั่น iOS)

ลักษณะการทำงานของ Facebook at Work เหมือนกับ Facebook ทุกประการ แต่ผู้ที่เห็นโพสต์ต่างๆ จะเป็นบุคคลในบริษัทเท่านั้น ผู้ใช้สามารถล็อกอินด้วยแอคเคาต์ Facebook ของตัวเอง แต่ระบบจะทำการสับเปลี่ยนแอคเคาต์เมื่อใช้ Facebook at Work ให้ (เท่ากับว่าเราไม่ต้องเสียเวลาจำชื่อและรหัสผ่านซ้ำซ้อน) โดย Facebook ตั้งใจว่าสุดยอดฟีเจอร์ของ Facebook at Work ก็คือ Groups ที่จะทำให้คนในบริษัทสามารถพูดคุย แชร์ไฟล์ และตามระบบงาน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอีเมลอีกต่อไป

เบื้องต้น Facebook at Work ยังให้ใช้ได้ในกลุ่มจำกัดเท่านั้น

ที่มา - WSJ

Tags:
Xiaomi

สำนักข่าว Reuters รายงานข่าววงในว่า Facebook เคยคิดจะเข้าไปลงทุนใน Xiaomi แต่สุดท้ายดีลนี้ก็ไม่เกิดขึ้น

ตามข่าวบอกว่าเมื่อครั้งที่ Mark Zuckerberg ไปปักกิ่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว (ที่โชว์การพูดภาษาจีน) เขาไปรับประทานอาหารเย็นกับ Lei Jun ซีอีโอของ Xiaomi และคุยกันในหลายๆ เรื่อง ซึ่งมีประเด็นการซื้อหุ้นของ Xiaomi ด้วย เพราะการที่สองบริษัทนี้เป็นพันธมิตรกัน ย่อมช่วยให้ Xiaomi เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากขึ้น และ Facebook ก็เจาะตลาดจีนได้มากขึ้นเช่นกัน (ปัจจุบัน Facebook ยังโดนแบนในจีนอยู่)

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้ข้อตกลงนี้ไม่เกิดขึ้นเป็นเพราะ Lei Jun กังวลว่าถ้า Facebook เข้ามาถือหุ้น อาจทำให้ Xiaomi มีปัญหากับรัฐบาลจีนได้ และอาจทำให้สายสัมพันธ์ของ Xiaomi กับกูเกิลมีปัญหาด้วย

ที่มา - Reuters

Tags:
Facebook

Facebook เข้าซื้อกิจการบริษัทสตาร์ทอัพ QuickFire Networks ผู้ให้บริการบีบอัดวิดีโอ โดยไม่เปิดเผยมูลค่า

QuickFire ก่อตั้งมาด้วยแนวคิดที่ว่า โครงสร้างระบบเครือข่ายในปัจจุบันนั้นไม่สามารถรองรับการให้บริการวิดีโอกับผู้ใช้จำนวนมหาศาลได้โดยไม่ลดทอนคุณภาพของไฟล์วิดีโอลง QuickFire จึงได้ทำการออกแบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เฉพาะของบริษัทเองเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยบริษัทอ้างว่าสามารถแปลงไฟล์วิดีโอได้เร็วกว่าบริการอื่นๆ 10 เท่า และการบีบอัดวิดีโอสามารถลดขนาดไฟล์ลงได้มากโดยไม่มีการลดทอนคุณภาพแต่อย่างใด

หลังจากนี้บริการต่างๆ ของ QuickFire จะทยอยปิดตัวลงและทีมงานบางส่วนจะย้ายไปทำงานกับ Facebook

ข่าวการซื้อกิจการครั้งนี้ก็คงไม่ต้องแปลกใจว่าซื้อไปทำไม เพราะ Facebook เพิ่งออกมาบอกว่ามีโพสต์ที่เป็นวิดีโอเพิ่มขึ้น 3.6 เท่าจากปีที่ผ่านมานั่นเอง

ที่มา - WSJ

Tags:
Mark Zuckerberg

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก โพสแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ยิงหนังสือพิมพ์ในฝรั่งเศส ระบุว่าเหตุการณ์การยิงโดยกลุ่มหัวรุนแรงนี้และเหตุการณ์หลายปีก่อนที่ชายหัวรุนแรงในปากีสถานพยายามตัดสินโทษประหารต่อตัวมาร์กเอง เพราะเฟซบุ๊กไม่แบนข้อความเกี่ยวกับโมฮัมหมัดทีทำให้ชายคนนั้นไม่พอใจ แสดงว่าทุกคนต้องปฎิเสธความพยายามของกลุ่มหัวรุนแรงที่จะทำให้คนอื่นเงียบ

เขาระบุว่าแม้ว่าเฟซบุ๊กจะเคารพกฎหมายแต่ละประเทศ แต่เฟซบุ๊กไม่ยอมให้ประเทศไหนมากำหนดว่าใครแชร์อะไรได้บ้างในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก และการกระทำของกลุ่มหัวรุนแรงในฝรั่งเศสเป็นเรื่องที่เราต้องไม่ยอมรับ

ที่มา - Facebook

Tags:
Facebook

ในปีที่แล้ว Facebook ได้มีนโยบายเพิ่มความสำคัญแก่วิดีโอที่อัพโหลดใน Facebook มากขึ้น จนทำให้สถิติของการอัพโหลดวิดีโอใน Facebook เปลี่ยนไป โดยที่ตัวเลขของวิดีโอที่ถูกโพสต์ต่อคนเพิ่มขึ้น 75% และ 94% อาศัยอยู่ในอเมริกา และปริมาณวิดีโอใน Facebook เพิ่มขึ้น 3.6 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังมีคนมากกว่า 50% ที่กลับเข้ามาใน Facebook ทุกวันเพื่อดูวิดีโออย่างน้อยหนึ่งคลิป และมีชาวอเมริกันที่เล่น Facebook 76% ใช้ Facebook เพื่อค้นหาวิดีโอใหม่ๆ อีกด้วย

สถิติที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือยอดวิวกว่า 65% ของวิดีโอนั้นถูกเล่นผ่านโทรศัพท์มือถือ

เทรนด์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าผู้สร้างคอนเทนต์ใน Facebook ควรหันมาให้ความสนใจคอนเทนต์ประเภทวิดีโอกันให้มากขึ้น และเนื่องจากระบบเล่นวิดีโออัตโนมัติของ Facebook นั้นไม่มีเสียง ดังนั้นควรจะคิดว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้วิดีโอของตัวเองจับใจผู้คนโดยไม่จำเป็นต้องใช้เสียงก็ได้

ที่มา - Inside Facebook, Facebook for Business

Tags:

Facebook เข้าซื้อกิจการ Wit.ai บริษัทสตาร์ตอัพด้านระบบแยกแยะเสียง (voice recognition) ที่เปิด API ด้านการแยกแยะเสียงให้นักพัฒนาภายนอกใช้งาน (ส่งไฟล์เสียงเข้ามาให้ Wit.ai ประมวลผลให้)

Wit.ai เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 18 เดือนแต่ก็มีนักพัฒนาเข้ามาใช้บริการ API แล้วกว่า 6,000 ราย หลังไปอยู่กับ Facebook แล้ว ตัวแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์จะยังแจกฟรี-เปิดซอร์สต่อไป

ใครอยากทดสอบระบบแยกแยะเสียงของ Wit.ai ลองเล่นได้ที่หน้าเดโม

ที่มา - Wit.ai