Tags:
ESET

Facebook ประกาศความร่วมมือกับบริษัทความปลอดภัย ESET (เจ้าของแอนตี้ไวรัส NOD32 ที่คนไทยน่าจะคุ้นเคยกันดี) เพื่อตรวจสอบมัลแวร์ในระบบของ Facebook

ถ้าหากผู้ใช้ติดมัลแวร์อยู่ก่อนและระบบของ Facebook ตรวจเจอ ก็จะแสดงข้อความเตือนให้สแกนมัลแวร์ ซึ่งกดแล้ว ESET จะทำงานเบื้องหลังเพื่อสแกนและตรวจจับมัลแวร์ในเครื่อง โดยไม่ต้องออกจาก Facebook เลย

Facebook เคยประกาศความร่วมมือแบบเดียวกันกับ F-Secure และ Trend Micro มาก่อนแล้ว โดยบริษัทบอกว่าระบบความปลอดภัยของทั้ง 3 ค่ายจะช่วยกันตรวจหามัลแวร์ทั้งใน News Feed และ Messages เพื่อป้องกันผู้ใช้งานให้มากที่สุด

ที่มา - Facebook Security

Tags:
Tumblr

แทบไม่ต้องสงสัยว่าตอนนี้โซเชียลเน็ตเวิร์คที่ใหญ่ที่สุดคงหนีไม่พ้น Facebook แต่เมื่อมองถึงแฟลตฟอร์มโซเชียลที่เติบโตมากที่สุดในปีนี้คงไม่ใช่ Facebook แน่ๆ และจากรายงานของ Global Web Index กลายเป็น Tumblr ที่ขึ้นแท่นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่เติบโตเร็วที่สุดในตอนนี้ แซงหน้าทั้ง Instagram แชมป์เก่า และ Pinterest ม้ามืดอีกรายไปอย่างฉิวเฉียด

จากรายงานที่ว่ามาตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา Tumblr เพิ่มจำนวน active user ได้มากถึง 120% แม้ว่าจะมีผู้ใช้ใหม่เพิ่มขึ้นน้อยกว่า Pinterest ก็ตาม ส่วนยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook นั้นมีจำนวน active user เพิ่มขึ้นเพียง 2% เท่านั้น

Tags:
Facebook

ผู้ใช้คงคุ้นเคยกับสถานะที่ใช้แสดงความรู้สึกหรือกิริยาอาการต่างๆ (กำลังดู, กำลังกิน, กำลังจะไปเที่ยวที่.., ฯลฯ) กันแล้ว ก่อนหน้านี้ฟีเจอร์นี้ใช้ได้กับ Facebook Profile แต่ตอนนี้ Page ก็สามารถแสดงความรู้สึกแบบนี้ได้เช่นกัน

ก็น่าจะเป็นลูกเล่นเล็กๆ ที่เพจสามารถนำมาใช้เพิ่มสีสันให้กับการโพสต์คอนเทนต์เพื่อเข้าถึงกลุ่มแฟนๆ ก็ไปลองเล่นกันดูได้

ที่มา - All Facebook

Tags:
Facebook

ระยะหลังมานี้ทาง Facebook ได้ปล่อยแอพใหม่ออกมากินพื้นที่บนหน้าจอสมาร์ทโฟนของเราอยู่เรื่อยๆ วันนี้ทาง Facebook ได้ปล่อยแอพใหม่มากินพื้นที่หน้าจอเราเพิ่มขึ้นอีกตัวแล้วครับ

คุณใช้ Facebook เพื่อติดตามข่าวสารและพูดคุยในกลุ่มเป็นประจำใช่หรือไม่? รู้สึกรำคาญที่ต้องแตะหน้าจอไม่รู้กี่ครั้งกว่าจะเข้าไปถึงหน้ากลุ่มได้หรือเปล่า วันนี้ Facebook เสนอทางเลือกที่ (คิดว่า) ดีกว่าด้วยแอพที่ชื่อว่า Groups

แอพ Groups ไม่ได้เป็นแอพใหม่ที่ทำงานใหม่โดยสิ้นเชิงเหมือนกับแอพที่ Facebok ปล่อยออกมาหลายตัวในระยะนี้ แต่เป็นแอพที่ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มบน Facebook ได้สะดวกขึ้นเหมือนกับที่เคยแยกฟีเจอร์ส่งข้อความออกมาเป็นแอพ Messenger นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ทาง Facebook ยืนยันว่าจะไม่ปลดความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มออกจากแอพหลักแบบที่เคยทำกับ Messenger ครับ ขอให้ผู้ใช้สบายใจได้ (อย่างน้อยก็อีกพักใหญ่)

ที่มา - SlashGear

Tags:
Facebook

หลังจากปล่อยให้ใช้งาน Facebook ทำงานประจำกันตามมีตามเกิดมานาน วันนี้มีรายงานว่า Facebook กำลังจะเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับคนทำงานในชื่อ Facebook at Work เร็วๆ นี้แล้ว

ตามรายงานของ Financial Times บอกว่า Facebook at Work จะทำให้ผู้ใช้สามารถมีโปรไฟล์ได้ทั้งส่วนตัว และทำงาน แม้ว่าหน้าตาโดยรวมจะไม่ต่างกับ Facebook แบบปกติ แต่จะเพิ่มฟีเจอร์สำหรับทำงานมา เช่น ช่องทางสำหรับติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญต่างๆ และการทำงานเอกสารร่วมกัน เป็นต้น

แหล่งข่าวรายงานว่าฟีเจอร์ใหม่นี้เริ่มทดสอบกันในสำนักงานเมืองลอนดอนบ้างแล้ว ซึ่งถ้าหากเปิดตัวมาจริง Facebook ก็จะมีเครื่องมือสำหรับคนทำงานไปแข่งกับเจ้าใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ และกูเกิลเสียที

ที่มา - Reuters

Tags:
Facebook

Facebook ออกมาประกาศนโยบายใหม่ของการแสดงเนื้อหาใน News Feed โดย "โพสต์เนื้อหาเชิงโฆษณา" (promotion post หมายถึงเนื้อหาแนวโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่ไม่ได้ซื้อโฆษณา) จะถูกแสดงผลน้อยลง

เหตุผลเกิดจาก Facebook สำรวจสถิติความพอใจของผู้ใช้ News Feed แล้วพบว่าผู้ใช้ไม่ชอบเนื้อหาเชิงโฆษณาเหล่านี้ ตามปกติแล้ว Facebook มีระบบการจำกัดจำนวนโฆษณา (ads) บน News Feed เพื่อรักษาประสบการณ์การใช้งาน แต่กลับกลายเป็นช่องว่างให้โพสต์แบบปกติ (organic) ที่มีเนื้อหาเชิงโฆษณาแทน

Facebook ระบุว่าโพสต์เชิงโฆษณาที่พบบ่อยคือ โพสต์ขายของแบบตรงๆ หรือชวนให้ติดตั้งแอพ, โพสต์ชวนผู้ใช้ร่วมสนุกหรือชิงรางวัล และโพสต์ที่นำเนื้อหาแบบเดียวกับโฆษณามาใช้งาน (ตัวอย่างตามภาพ)

Tags:
Facebook

นอกจาก Facebook จะทำหน้า Privacy Basics ให้ผู้ใช้ได้เข้าใจวิธีตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ง่ายขึ้น ก็ยังใช้โอกาสเดียวกัน อัพเดตหน้า terms, data policy และหน้า cookies policy เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงฟีเจอร์ใหม่ที่ Facebook กำลังทำ และยังปรับปรุงประสิทธิภาพของการแสดงผลโฆษณาที่อิงจากแอพและเว็บไซต์ที่เราใช้ รวมทั้งเปิดให้ผู้ใช้ได้มีโอกาสควบคุมประเภทของโฆษณาอีกด้วย

ในส่วนของการปรับปรุงหน้าข้อตกลงการใช้งาน รวมถึงหน้าอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ใจความในการเปลี่ยนแปลงโดยสรุปคือ

  • อธิบายข้อตกลงการใช้งานว่า Facebook ดึงข้อมูลสถานที่ของเราไปใช้ยังไง เช่น ในอนาคต ถ้าเราตัดสินใจจะแชร์ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ในอนาคตอาจจะได้เห็นว่า ร้านอาหารใกล้ๆ พิกัดที่เราอยู่นั้น มีอะไรบ้าง
  • ในบางพื้นที่ Facebook มีการทดสอบปุ่มซื้อที่ช่วยให้ผู้ใช้จ่ายเงินซื้อของได้สะดวกโดยไม่จำเป็นต้องออกจากแอพ Facebook ซึ่งต่อไปจะมีวิธีใหม่ๆ ที่ช่วยให้การจ่ายเงินของผู้ใช้นั้นง่ายและปลอดภัยมากขึ้น
  • เพิ่มแหล่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็คือ Privacy Basics นั่นเอง
  • ทำความเข้าใจในเรื่องวิธีการใช้ข้อมูลที่ Facebook ได้รับ เช่น เข้าใจว่า แบตเตอรี่และความแรงของสัญญาณจะช่วยให้แอพทำงานบนมือถือได้ดียิ่งขึ้น
  • แจ้งให้ทราบว่า Facebook และเครือข่ายแอพของ Facebook นั้น ทำงานร่วมกัน เช่น ถ้าลืมรหัสผ่านการเข้า Instagram ก็สามารถใช้ข้อมูล Facebook เพื่อกู้รหัสผ่านได้ แต่นโยบายรักษาความเป็นส่วนตัวของแอพในเครือ (Instagram, WhatsApp และอื่นๆ) ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
  • สำหรับใครที่กังวลเรื่องข้อมูลของเราจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในแง่โฆษณาแค่ไหน Facebook บอกว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร Facebook ช่วยให้นักโฆษณาเข้าถึงผู้คนด้วยโฆษณาที่เกี่ยวข้องโดยที่ไม่ได้บอกข้อมูลเจาะจงของผู้ใช้แต่อย่างใด

ที่มา - Facebook Newsroom

Tags:
Facebook

จุดอ่อนที่ทำให้ Facebook ถูกโจมตีและเป็นปัญหาเสมอมานั่นคือเรื่องของความเป็นส่วนตัว หลายๆ ประเด็นทำให้ผู้ใช้คลางแคลงใจว่าข้อมูลของตัวเองถูกนำไปใช้มากแค่ไหน ตลอดจนถึงวิธีการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในหลายๆ จุดที่ทำให้รู้สึกไม่เป็นอิสระเอาเสียเลย ที่ผ่านมา Facebook ก็มีการปรับความยืดหยุ่นในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวโดยรับฟังผู้ใช้มาตลอด และครั้งนี้ก็ได้ทำหน้า Privacy Basics เพื่อให้ความรู้กับผู้ใช้ในสามส่วนต่อไปนี้

  • ใครเห็นเรายังไง: สอนวิธีตั้งค่าความเป็นส่วนตัวใน Facebook, วิธีจัดการรายชื่อเพื่อน ฯลฯ
  • คนอื่นมีปฏิสัมพันธ์กับเราอย่างไร: สอนวิธีจัดการโพสต์ที่คนอื่นมาโพสต์ในไทม์ไลน์, วิธีซ่อนรูปที่คนอื่นแท็กมา ฯลฯ
  • จัดการสิ่งที่เราเห็น: สอนวิธีปรับแต่งหน้าฟีด, วิธีซ่อนโฆษณาที่เราไม่อยากเห็น

Facebook กล่าวว่าในสัปดาห์หน้า จะเปิดให้ผู้ใช้สามารถส่งคอมเมนต์และคำแนะนำเรื่องการปรับปรุงของ Facebook ในครั้งนี้ด้วย

ที่มา - Facebook Newsroom

Tags:
Facebook

ฟีเจอร์นี้มาแนวๆ เดียวกัย A Look Back คือให้คนขอบคุณกันผ่านวิดีโอ โดยจะสามารถเลือกเพื่อนที่เราต้องการขอบคุณได้ และในวิดีโอก็จะแสดงภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เราและเพื่อนคนนั้นมีร่วมกัน (สามารถเลือกเปลี่ยนรูปได้)

ฟีเจอร์นี้สามารถสร้างได้ทั้งบนคอมและมือถือ โดยเข้าไปเล่นกันได้ที่ facebook.com/thanks

ที่มา - Facebook Newsroom

Tags:
Facebook Messenger

Facebook ออกมาประกาศสถิติผู้ใช้งานจริง (active user) ของแอพสนทนา Messenger ว่าทะลุหลัก 500 ล้านคนต่อเดือนไปเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะใช้นโยบายออกแอพรุ่นใหม่ทุก 2 สัปดาห์เพื่อปรับปรุงคุณภาพอยู่เสมอ

David Marcus หัวหน้าทีม Messenger (เขาเป็นอดีตซีอีโอของ PayPal ที่เพิ่งย้ายมาเมื่อเดือน มิ.ย.) บอกว่าเราจะได้เห็น Messenger มีผู้ใช้งานเกิน 1 พันล้านคนอย่างแน่นอน

Marcus เล่าว่าเขามาทำงานนี้เพราะ Mark Zuckerberg เชิญไปทานอาหารเย็นและชักชวนให้มาดูแลแอพ Messenger ที่มีศักยภาพยิ่งใหญ่กว่ามากในอนาคต จนสุดท้ายเขาตัดสินใจออกจาก PayPal ที่มีพนักงาน 15,000 คน มาคุมฝ่าย Messenger ที่มีพนักงานไม่ถึง 100 คน

แนวทางของ Mark Zuckerberg คือซื้อบริษัทที่มีศักยภาพสูงอย่าง Instagram, WhatsApp, Oculus VR แล้วปล่อยให้บริหารงานอย่างอิสระแบบสตาร์ตอัพ ในกรณีของ Messenger จะถูกจัดโครงสร้างองค์กรให้เป็นทีมอิสระแบบเดียวกัน

ที่มา - Facebook, Wired

Tags:
Facebook

Facebook ออกฟีเจอร์ใหม่สำหรับคนที่รำคาญหรือไม่อยากเห็นโพสต์ของเพื่อนบางคน แต่ก็ไม่ถึงขั้นอยากเลิกติดตามไปเลย สามารถสั่งให้ "แสดงโพสต์ของคนนี้ให้น้อยลง" (See less from ...) ได้จากเมนู I don't want to see this บริเวณมุมขวาบนของโพสต์

นอกจากนี้ Facebook ยังเพิ่มตัวเลือกใหม่ใน News Feed settings ให้เราสามารถเลือกติดตาม/ไม่ติดตาม (follow/unfollow) ไม่ว่าจะเป็น "เพื่อน/เพจ/กลุ่ม" ได้ตามต้องการ สามารถหยุดติดตามไประยะหนึ่งแล้วกลับมาติดตามใหม่ได้ง่ายขึ้นด้วย ช่วยให้คนที่รำคาญโพสต์เหล่านี้สามารถหยุดพักการติดตามได้โดยไม่ต้อง unfriend/unlike หรือออกจากกลุ่ม

ที่มา - Facebook

Tags:
Mark Zuckerberg

จากข่าว Mark Zuckerberg เตรียมจัดเวทีตอบคำถามที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กสงสัย เมื่อวานนี้เขาก็ตอบคำถามรอบแรกไปแล้ว มีคำถามยากๆ ในหลายประเด็น ดังนี้

ทำไมต้องบังคับให้ดาวน์โหลด Messenger

เขายอมรับว่าการขอให้ผู้ใช้ Facebook ลงแอพ Messenger แยกเป็นเรื่องใหญ่ แต่เหตุผลเป็นเพราะการทำงานของแอพ Facebook หลักคือ News Feed ต่างไปจากการส่งข้อความมาก และเขามองว่าในอนาคตผู้คนจะส่งข้อความมากขึ้นเรื่อยๆ (ปัจจุบัน Facebook มีข้อความวิ่งผ่านวันละ 1 หมื่นล้านข้อความ) การเปิดแอพ Facebook มา รอโหลดเสร็จ แล้วเปลี่ยนแท็บเป็น Message เพื่อคุย ทำแบบนี้วันละประมาณ 15-20 ครั้ง จึงให้ประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดีเท่ากับการเปิดแอพ Messenger โดยตรง

Tags:
Facebook

หัวหน้าทีม Mark Zuckerberg บริจาคเงินส่วนตัวช่วยสนับสนุนการต่อสู้กับโรคอีโบลาไปแล้ว ถึงคราว Facebook จะเชื้อเชิญให้ผู้ใช้งานร่วมบริจาคเงินกันบ้าง

Facebook จะเพิ่มปุ่มเชื้อเชิญให้ผู้ใช้งานบริจาคเงินสนับสนุนองค์กรที่ทำงานต่อสู้โรคอีโบลาในแอฟริกา โดยสามารถเลือกได้ว่าจะบริจาคให้ International Medical Corps, American Red Cross, Save the Children (ดูรายละเอียดได้ที่เพจ Fight Ebola)

นอกจากนี้ Facebook ยังจับมือกับ UNICEF ช่วยแสดงข้อมูลเกี่ยวกับอาการและวิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยอีโบลา โดยจะแสดงเฉพาะผู้ใช้ Facebook ในบางพื้นที่ รวมถึงบริจาคโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมอีก 100 เครื่องให้หน่วยงานด้านสุขภาพที่กำลังปฏิบัติงานในแอฟริกาด้วย

ที่มา - Facebook

Tags:
Facebook

เฟซบุ๊กปล่อยไลบรารี Proxygen ที่เขียนด้วย C++ มีเป้าหมายว่าจะสร้างไลบรารีสำหรับเขียนเซิร์ฟเวอร์ HTTP, พรอกซี่, หรือไคลเอนต์ จุดเด่นของมันคือการรองรับมาตรฐานใหม่ๆ เช่น SPDY/3, SPDY/3.1 โดยโค้ดทั้งหมดมีสัญญาอนุญาตแบบ BSD ที่เปิดให้ใช้งานได้ง่าย (ใช้ในโครงการปิดซอร์สได้)

ในรุ่นแรกที่เฟซบุ๊กปล่อยออกมาจะมีตัวอย่างเฉพาะการทำเว็บเซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก แต่รุ่นต่อๆ ไปจะมี API สำหรับการสร้างไคลเอนต์มาให้ ส่วน HTTP/2 นั้นกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา

เฟซบุ๊กเพิ่มโครงการ Proxygen นี้เข้าโครงการรับรางวัลจากการหาบั๊กความปลอดภัย พร้อมกับเตือนว่าหากพบบั๊กความปลอดภัยให้แจ้งผ่านโครงการอย่าโพสบั๊กปกติที่เปิดให้ทุกคนเห็น

ที่มา - GitHub

Tags:
Facebook

เฟซบุ๊กเปิดรายการคำขอจากรัฐบาลทั่วโลกครึ่งปีแรกของปี 2014 ทั่วโลกมีคำขอจากรัฐบาลทั้งหมด 34,946 คน เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ทั้งหมด 49,479 คน และมีรายการจำนวน "ชิ้นของเนื้อหา" ที่ปิดกั้นตามคำขอของรัฐบาล 8,774 รายการ

สำหรับการปิดกั้นเนื้อหาจะไม่รวมเนื้อหาที่ผิดต่อข้อกำหนดของเฟซบุ๊กอยู่แล้ว

ในส่วนประเทศไทยมีการส่งคำขอบัญชีผู้ใช้ไปหนึ่งคนแต่ทางเฟซบุ๊กไม่ได้ส่งข้อมูลให้ แต่ในรายงานนี้เป็นครั้งแรกที่มีรายงานว่ากระทรวงไอซีทีสามารถขอให้เฟซบุ๊กปิดกั้นข้อมูล 5 รายการจากกฎหมายของไทยที่ห้ามวิจารณ์พระมหากษัตริย์ (ใช้คำตามรายงานของเฟซบุ๊ก แปลจาก "...under local laws prohibiting criticism of the King." รายงานไม่ได้แยกย่อยว่าทางการไทยระบุกฎหมายมาตราใดในคำขอ)

ที่มา - Government Requests Report, TechCrunch

Tags:
Facebook

เมื่อวานนี้เฟซบุ๊กเปิดตัวบริการ facebookcorewwwi.onion ให้ผู้ใช้ทั่วโลกเข้าถึงผ่าน Tor hidden service ได้ ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติม ที่ชัดเจนที่สุดคือโดเมน .onion ของเฟซบุ๊กเป็นโดเมนแรก ที่ได้ใบรับรองดิจิตอลของจริงจากทาง DigiCert โดยในใบรับรองใบเดียวกันยังรับรอง .onion ของเฟซบุ๊กอีกสองโดเมน ได้แก่ fbcdn23dssrjqnp.onion และ fbsbx2q4mvcl63pw.onion

การเข้าเว็บผ่าน Tor hidden service หรือ .onion นี้ไม่ว่าจะเป็นการเข้าแบบ HTTP หรือ HTTPS ก็ล้วนเป็นการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสทั้งสิ้น แต่เฟซบุ๊กเลือกที่จะเชื่อมต่อแบบ HTTPS เพิ่มเติมขึ้นมาอีกชั้น ทำให้โดเมนของเฟซบุ๊กกลายเป็นโดเมน .onion ที่แสดงบนเบราว์เซอร์ชัดเจนว่าเป็น HTTPS

งานนี้ทาง DigiCert บริษัทให้บริการรับรองของเฟซบุ๊กเข้าไปคุย CA Browser Forum เพื่อขออนุญาตออกใบรับรองสำหรับโดเมน .onion แม้จะมีการถกเถียงกันยาวพอสมควรและมีบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการออกใบรับรองให้กับโดเมนที่ไม่ได้ออกโดย IANA จริง

ทาง DigiCert ระบุในฟอรั่มว่าจะออกใบรับรองแบบ EV ซึ่งจะทำให้เบราว์เซอร์แสดงชื่อองค์กรในแถบ URL แต่ตอนนี้ผมทดสอบโดเมนนี้แล้วพบว่ายังไม่แสดงแต่อย่างใดครับ

ที่มา - CA Browser Forum

Tags:
Mark Zuckerberg

ทุกๆ วันศุกร์ เฟซบุ๊กจะมีกิจกรรมถามตอบที่พนักงานในบริษัทสามารถถามปัญหาต่างๆ กับ Mark Zuckerberg ในสิ่งที่อยากรู้ได้ ซึ่งการทำกิจกรรมนี้ Mark Zuckerberg ได้กล่าวว่ามันจะทำให้เห็นทิศทางการทำงานภายในองค์กร รวมถึงปรับปรุงบริการของเฟซบุ๊กให้ดีขึ้น ล่าสุด Mark Zuckerberg ได้เปิดกิจกรรมถามตอบนี้แก่บุคคลทั่วไป โดยจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 14.00 น. (เวลาไทยโดยประมาณ วันที่ 7 พฤศจิกายน เวลา 5.00 น.) ระยะเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดกิจกรรมหรือสามารถชมย้อนหลังได้

หากมีคำถามอยากถาม Mark Zuckerberg สามารถฝากคำถามไว้ที่ได้เพจ Q&A with Mark ซึ่งคำถามไหนได้รับการกด Like มากที่สุด ก็จะได้รับการตอบคำถามจาก Mark Zuckerberg โดยตรง

ที่มา : Facebook (Mark Zuckerberg)

Tags:

โครงการเพิ่มความปลอดภัยให้เฟซบุ๊กหรือ Protect the Graph ประกาศช่องทางเข้าถึงเฟซบุ๊กผ่านเครือข่าย Tor ในโดเมน facebookcorewwwi.onion หรืออ่านว่า Facebook's Core WWW Infrastructure เป็นช่องทางมาตรฐานสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเข้าถึงเฟซบุ๊กผ่าน Tor

การที่เฟซบุ๊กประกาศช่องทางเช่นนี้ ทำให้ผู้ใช้ที่ต้องการปิดบังตัวตนสามารถเข้าถึงเฟซบุ๊กโดยไม่ต้องออกจากเครือข่าย Tor แม้แต่น้อย ทางเฟซบุ๊กจะไม่รู้ว่าการเชื่อมต่อมีที่มาจากไหน ขณะเดียวกันเราก็จะไม่รู้ว่าเซิร์ฟเวอร์ที่เฟซบุ๊กให้บริการนี้อยู่ที่ประเทศไหนเหมือนกัน การเชื่อมต่อแบบนี้ลดความเสี่ยงจากการถูกจุดเชื่อมต่อออกจากเครือข่าย Tor หรือ exit node ดักฟังหรือแก้ไขข้อมูลอย่างที่เคยมีกรณีก่อนหน้านี้

เซิร์ฟเวอร์ที่เป็นทางเข้าผ่านทางโดเมน .onion นี้ทำหน้าที่เป็น load balancer ให้กับเซิร์ฟเวอร์จริง

ผมลองเข้าใช้บริการแล้วพบว่าเข้าได้ครั้งเดียวจากนั้นพบข้อความผิดพลาดมาตลอด ใครลองใช้จริงจังแล้วเป็นอย่างไรมาแชร์กันได้

โดเมน .onion ต้องอาศัยการสร้างกุญแจสาธารณะที่แปลงเป็นโดเมนเช่นนี้ได้พอดี ทำให้โดเมนมักมั่วๆ ไม่มีความหมาย แต่สามารถกำหนดช่วงต้นของโดเมนได้บ้าง เช่น Silk Road ตลาดค้ายาเสพติดขนาดใหญ่นั้นมีโดเมน silkroad6ownowfk.onion ทาง Protect the Graph ระบุว่าที่โดเมนดูจะมีความหมายนี้ เป็นเพราะทีมงานสุ่มกุญแจสาธารณะไปเรื่อยๆ จากคำนำหน้าว่า facebook จนกระทั่งได้โดเมนที่น่าจะอ่านได้ง่ายๆ นี้มา

ที่มา - Protect the Graph

Tags:
Facebook

Facebook รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2014 มีรายได้รวม 3,203 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 806 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 90%

โฆษณาซึ่งเป็นรายได้หลักของ Facebook ทำเงินในไตรมาสนี้ 2,960 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 64% จากปีก่อน และ 66% ของรายได้โฆษณาเป็นโฆษณาจากแพลตฟอร์มบนมือถือ

จำนวนผู้ใช้งานล่าสุด แบ่งได้เป็นผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวัน 864 ล้านคน เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน และเป็นผู้ใช้งานบนมือถือ 703 ล้านคน ขณะที่ตัวเลขผู้ใช้งานเป็นประจำระดับทุกเดือนมีอยู่ 1,350 ล้านคน

นอกจากนี้ Facebook ยังนำส่งงบการเงินของ WhatsApp แยกออกมาต่างหาก โดยในปี 2013 WhatsApp มีรายได้ 10.21 ล้านดอลลาร์ และขาดทุน 138 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีสาเหตุจากค่าใช้จ่ายหุ้นสวัสดิการถึง 98 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้รายการมูลค่าสินทรัพย์ยังแสดงให้เห็นว่า Facebook ให้ค่าความนิยม (goodwill) WhatsApp สูงถึง 15,314 ล้านดอลลาร์ ขณะที่บริษัทซื้อกิจการนี้มาในราคา 21,800 ล้านดอลลาร์

ที่มา: Facebook และ Business Insider

Tags:
E-mail

เมื่อปีที่แล้ว Yahoo Mail นำชื่ออีเมลเก่ามารีไซเคิลใหม่ ซึ่งสร้างความกังวลในแง่ความปลอดภัยของเจ้าของอีเมลคนเก่า เพราะอีเมลอาจถูกนำไปใช้รีเซ็ตรหัสผ่านบริการอื่นๆ ได้

Yahoo กับ Facebook ร่วมกันแก้ปัญหานี้โดยพัฒนาเทคนิคที่เรียกว่า RRVS (Require-Recipient-Valid-Since) โดย Facebook จะใส่ timestamp ไปในอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่าน เพื่อระบุว่า Facebook ยืนยันตัวเจ้าของอีเมลครั้งสุดท้ายเมื่อใด ถ้าฐานข้อมูลของ Yahoo เทียบแล้วพบว่ามีการเปลี่ยนเจ้าของอีเมลหลังจาก timestamp นั้น เซิร์ฟเวอร์เมลของ Yahoo จะปฏิเสธอีเมลรีเซ็ตฉบับนั้น ช่วยป้องกันบัญชี Facebook ของผู้ใช้งาน

การแทรก timestamp ถือเป็นส่วนขยายของโพรโทคอล SMTP ที่เป็นมาตรฐานการส่งอีเมลอยู่แล้ว และทั้งสองบริษัทกำลังอยู่ระหว่างเสนอมาตรฐานส่วนขยายนี้ไปยัง IETF เพื่อให้หน่วยงานอื่นๆ สามารถใช้งานได้ด้วย

ที่มา - Facebook