Tags:
LinkedIn

LinkedIn เครือข่ายสังคมสำหรับคนทำงาน ที่เคยถล่มอินบ็อกซ์ของทุกท่านด้วยอีเมลจำนวนมาก เคยประกาศมาตรการว่าจะลดปริมาณอีเมลลง

วันนี้บริษัทออกมาประกาศว่าหลังดำเนินมาตรการแล้ว ลดปริมาณอีเมลลงได้ 50% และลดการร้องเรียนเรื่องนี้ลงได้ 65% แถมบริษัทยังพัฒนาแพลตฟอร์มชื่อ Air Traffic Controller (ATC) สำหรับการติดต่อทุกประเภททั้งอีเมล การแจ้งเตือนในแอพ และ SMS โดยใช้เทคนิค machine learning หาปริมาณความถี่ที่เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคน เช่น สำหรับผู้ใช้ที่เปิดเว็บ-แอพบ่อยๆ จะได้อีเมลลดลง เพราะรับทราบข้อมูลจากการแจ้งเตือนบนเว็บอยู่แล้ว

ปกติแล้ว LinkedIn จะส่งเมลแจ้งเตือนเมื่อมีคนขอเป็นเพื่อนกับเราแบบ 1:1 (หนึ่งคนหนึ่งเมล) แต่ถ้าช่วงนั้นมีคนขอเป็นเพื่อนเราเยอะๆ ATC จะช่วยรวมการแจ้งเตือนเป็นอีเมลฉบับเดียวให้อัตโนมัติ

ที่มา - LinkedIn

Tags:
Google Search

Google Search ประกาศอัพเดตอัลกอริทึมรอบใหม่ ลบเว็บที่โดนแฮ็กแล้วฝังสแปมออกจากผลการค้นหา ตัวอย่างเว็บเหล่านี้คือโดนฝังมัลแวร์ หรือโฆษณาสินค้าปลอม ยาผิดกฎหมาย เว็บโป๊เปลือยต่างๆ

กูเกิลบอกว่าการปรับอัลกอริทึมรอบนี้จะกระทบผลการค้นหาประมาณ 5% (แตกต่างไปตามแต่ละภาษา) ในบางคำค้นอาจเห็นรายการเว็บลดลง เนื่องจากเว็บที่โดนแฮ็กถูกถอดออกไป

การปรับอัลกอริทึมครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้เจ้าของเว็บไซต์ที่ปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลความปลอดภัยของเว็บไซต์จนโดนแฮ็กต้องตื่นตัวมากขึ้น เพราะจะไม่ติดอันดับผลการค้นหาของกูเกิลนั่นเองครับ

ที่มา - Google Webmaster Central

Tags:
Google Search

ทีม Google Webmaster ที่ดูแลเว็บละเมิดกฎการจัดอันดับ (search ranking) ของกูเกิลออกมาเตือนเว็บที่ทำผิดกฎซ้ำซากว่าอาจถูกแบนถาวร

ปกติแล้ว เวลาที่เว็บละเมิดกฎ Webmaster Guidelines จะโดนกูเกิลคาดโทษ ซึ่งผู้ดูแลสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดของปัญหาได้จากหน้า Search Console เพื่อปรับเว็บให้ตรงตามกฎ และยื่นขอให้กูเกิลนำเว็บนั้นเข้าไปจัดอันดับผลการค้นหาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์บางแห่งเล่นตุกติกโดยการขอให้กูเกิลนำกลับไปจัดอันดับก่อน หลังจากนั้นจึงกลับมาทำผิดกฎอีกรอบ (เช่น ลบลิงก์ที่เป็น nofollow ออก) ซึ่งกูเกิลมองว่าเป็นการจงใจสแปมชัดเจน (a clear intention to spam) และประกาศว่าจะลงโทษเว็บไซต์เหล่านี้รุนแรงขึ้น

ที่มา - Google Webmaster Central Blog

Tags:
Google

บ้านเราเจอปัญหาโทรศัพท์รบกวนจากการขายสินค้าต่างๆ กันจนชิน (เจ็บและชินไปเอง) ในต่างประเทศก็มีปัญหาคล้ายๆ กัน กรณีของข่าวนี้น่าสนใจตรงที่เป็นการโทรศัพท์โดยอ้างว่ามาจาก "กูเกิล"

การโทรศัพท์ในข่าวนี้ใช้การบันทึกเสียงคนพูดอัตโนมัติ (robocall) เพื่อขายบริการเพิ่มอันดับใน Google Search, AdWords รวมถึงปรับปรุงข้อมูลธุรกิจบน Google My Business ซึ่งทำให้ผู้รับสายเข้าใจผิดว่าได้รับโทรศัพท์รบกวนจากกูเกิล

จริงๆ แล้วการโทรศัพท์ลักษณะนี้ยังปลอมเป็นหน่วยงานอื่นๆ เช่น ตำรวจท้องถิ่น หรือ หน่วยงานด้านภาษีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งหมดนี้ผิดกฎหมายของสหรัฐ และ FTC (คณะกรรมการการค้าของสหรัฐ) มีอำนาจลงโทษ

กูเกิลแก้ปัญหานี้โดยร่วมมือกับ FTC เพื่อแชร์ข้อมูลกัน และตัดสินใจฟ้องบริษัท SEO รายหนึ่งที่สมอ้างเป็นกูเกิลด้วย

ที่มา - Google and Your Business

Tags:
Brian Krebs

Brian Krebs บล็อกเกอร์ด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ชื่อดังที่โซนี่ติดต่อนำเรื่องราวของเขาไปสร้างภาพยนตร์ ออกหนังสือ Spam Nation เมื่อปลายปีที่แล้วเล่าเรื่องราวขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการแฮกเครื่องของเหยื่ออย่างเป็นระบบโดยเริ่มต้นจากการส่งสแปมเมลไปยังเครื่องของเหยื่อ

วันนี้หนังสือ Spam Nation แบบเสียง (audiobook) ลดราคาจาก 20 ดอลลาร์เหลือ 2.95 ดอลลาร์บน Audible.com ถ้าใครสนใจก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะซื้อมาฟังกัน

ที่มา - Audible

Tags:
Google Maps

จากกรณี Edward Snow Den โผล่ที่ "ทำเนียบขาว" และ พบหุ่นเขียวปัสสาวะใส่โลโก้ Apple กูเกิลยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องการสแปม Google Maps และบอกว่าจะหาวิธีแก้ไขต่อไป

ล่าสุดกูเกิลออกมาชี้แจงว่าปัญหาภาพหุ่นเขียวปัสสาวะ เกิดจากสมาชิกในชุมชนผู้ใช้โปรแกรม Map Maker ที่ได้รับการยอมรับในผลงาน เกิดอยากเล่นตลกกับแผนที่ขึ้นมาซะอย่างนั้น กูเกิลจึงตัดสินใจปิดระบบการตรวจสอบข้อมูลแผนที่โดยชุมชนชั่วคราว และใช้พนักงานของกูเกิลตรวจสอบแทนทั้งหมด

หลังจากนั้น กูเกิลพบปัญหาว่ากำลังคนไม่พอและต้องใช้เวลาตรวจสอบนานมาก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการรอคิวตรวจสอบเป็นเวลานาน บริษัทจึงตัดสินใจปิดระบบการแก้ไขแผนที่เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 2015 ไปจนกว่าจะมีระบบการตรวจสอบที่ดีกว่านี้ (ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ใช้ Map Maker ไม่ได้แต่แรกอยู่แล้ว การปิดครั้งนี้เลยไม่ได้รับผลกระทบครับ)

ที่มา - Google Product Forums via The Next Web

Tags:
Steam

Valve ตั้งกฏใหม่เพื่อต่อกรกับพวก scam/spam/phishing ใน Steam โดยบัญชีที่ไม่ได้จ่ายเงินซื่อเกมครบ $5 จะมีสถานะเป็น limited user ที่ถูกจำกัดความสามารถเหล่านี้

  • ส่งคำขอเพื่อน
  • เปิดการแชทเป็นกลุ่ม
  • โหวตเกมใน Greenlight, Steam Review และไอเทมใน Workshop
  • การเข้าถึง Steam Market
  • ตั้งกระทู้ใน Discussion แบบไม่จำกัด
  • อัพเลเวลสตีม (จะถูกล็อกที่ Level 0) หรือรับ Trading Card
  • นำไอเทมขึ้นหน้า Steam Workshop
  • เข้าถึงหน้า Steam Web API
  • แชทจากเบราว์เซอร์ และจากโทรศัพท์
Tags:
Gmail

ใครที่ใช้อีเมลเดิมมาเป็นเวลานานคงประสบกับการไปสมัครบอกรับอีเมลแจ้งข่าวสารหลากหลายแห่งจนเต็มอีเมลไปหมด แต่พอจะเคลียร์อีเมลประเภทนี้ หลายครั้งก็พบว่าทำได้ยากเหลือเกิน แต่สำหรับผู้ใช้ Gmail ต่อไปเรื่องนี้จะง่ายขึ้นเป็นกองแล้วครับ

วิธีการแสนง่ายนั้นก็คือ Gmail ได้เพิ่มปุ่มสำหรับเลิกบอกรับอีเมลดังกล่าวเข้าไปในเมลที่ส่งมา บริเวณชื่ออีเมล สามารถกดเพื่อเลิกบอกรับได้ทันทีโดยไม่ต้องไปผจญกับวิธีการมาตรฐานของแต่ละเว็บไซต์ที่ยากเหลือเกินในปัจจุบัน

ส่วนวิธีการที่ Gmail บอกอีเมลไหนสมควรแก่การเลิกบอกรับนั้น น่าจะคัดเลือกจากเว็บไซต์เป็นที่นิยมมากกว่าก่อน เพราะเท่าที่ดูของเมืองนอกขึ้นปุ่มนี้มาหมดแล้ว แต่ของในไทยยังไม่ขึ้นมาให้ครับ (น่าจะเพราะยังไม่รู้จัก ?)

ที่มา - +Gmail

Tags:
Snapchat

ในบล็อกของ Snapchat ได้ออกมากล่าวขอโทษเกี่ยวกับสแปมที่เพิ่มมากขึ้นในระบบ และได้บอกว่ากำลังเร่งที่จะพัฒนาระบบเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่หลุดไปเพราะฟีเจอร์ Find Friends ด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ผ่านมานั่นเอง

Snapchat ได้พยายามที่จะลดปริมาณสแปมลง อันที่เป็นผลมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท และผู้ใช้งานสามารถที่จะลดสแปมลงได้ด้วยตัวเอง โดยตั้งค่าใน Snapchat ว่าผู้ใดสามารถส่งสแนปเข้าหาเราได้โดยเข้าไปตั้งค่าดังนี้ Settings > Who can Send Me Snaps > My Friends ครับ

ที่มา : Snapchat Blog

Tags:
YouTube

เหตุผลหนึ่งในการเปลี่ยนระบบคอมเมนต์แบบใหม่ของ YouTube ที่ผูกกับ Google+ คือการสร้างตัวตนของผู้ใช้เพื่อแก้ปัญหาสแปม-คอมเมนต์หยาบคายหรือโจมตีกัน แต่มันกลับมีช่องโหว่ให้สแปมเมอร์ใช้งานซะอย่างงั้น

จุดอ่อนสำคัญคือระบบโพสต์ของ Google+ นั้นอนุญาตให้ผู้ใช้โพสต์ลิงก์ ทำให้บรรดาสแปมเมอร์สร้างบัญชี Google+ มาโพสต์คอมเมนต์สแปมพร้อมลิงก์ลงใน YouTube กันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ระบบการแสดงผลคอมเมนต์แบบใหม่ยังให้คะแนนตามจำนวนคอมเมนต์ reply ทำให้คอมเมนต์ที่มีปัญหามากๆ (คนเข้ามาด่าคอมเมนต์กันเยอะ) ยิ่งถูกแสดงผลให้เห็นเยอะขึ้นไปอีก

ล่าสุดกูเกิลออกมาประกาศปรับอัลกอริทึมให้แยกแยะลิงก์มีปัญหาและการปลอมแปลงตัวตน ปรับการแสดงผลความยาวของคอมเมนต์ที่แสดงในขั้นต้น และแยกแยะว่าคอมเมนต์ใดเป็น ASCII art ได้ดีขึ้น

ที่มา - YouTube, Graham Cluley

Tags:
BBM

เรื่องมีอยู่ว่าบล็อกเกอร์นาม Terence Eden ได้ตั้งข้อสังเกตถึงแอพ BBM ของ Android ว่าได้คะแนนรีวิวบน Google Play ในระดับที่ดีมากผิดปกติ โดยพบว่ามีผู้ให้คะแนนรีวิวระดับ 5 ดาวนับแสนคน และแทบทั้งหมดใช้ประโยคในการรีวิวที่คล้ายคลึงกันด้วย

Eden เสนอความเห็นว่าเหตุการณ์นี้เป็นไปได้จาก 3 สาเหตุคือ 1. BlackBerry อาจจ่ายเงินเพื่อสร้างรีวิวปลอม 2. พาร์ตเนอร์บางรายอาจช่วยจัดการสร้างรีวิวให้ 3. เป็นการสแปมรีวิวจากแอพ BBM ปลอม แต่โผล่เข้ามาที่แอพจริง

ด้านโฆษกของ BlackBerry แถลงว่าบริษัทได้สังเกตเห็นความผิดปกตินี้เช่นกัน โดยยืนยันว่า BlackBerry ไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์นี้ และขอให้ผู้ใช้ BBM ใช้ช่องทางการส่งรีวิวที่ถูกต้องด้วย

ที่มา: The Next Web

Tags:
E-mail

จากเหตุการณ์ล่าสุดที่มีผู้ใช้รายชื่ออีเมลที่หลุดจากทางเพย์สบายในการส่งอีเมลขยะ ล่าสุดเพย์สบายชี้แจงว่าได้มีการติดต่อไปยังผู้ส่งอีเมลขยะดังกล่าวให้ยุติการใช้รายชื่ออีเมลที่เกิดจากความผิดพลาดของเพย์สบายเรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้กำลังเตรียมติดต่อผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และทบทวนนโยบายการจัดส่งอีเมลประชาสัมพันธ์เพื่อไม่ให้เกิดลักษณะเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

สำหรับคำถามที่คุณ nessuchan สอบถามเข้ามาเกี่ยวกับการปิดบัญชีเพย์สบาย ผมได้ดำเนินการสอบถามไปในอีเมลเช่นเดียวกัน แต่ทางเพย์สบายไม่ได้ตอบคำถามในประเด็นนี้

นอกจากนี้ทางเพย์สบายยังระบุด้วยว่าพร้อมที่จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่นำเสนอข้อมูลที่ทำให้เกิดความเสียหายกับทางเพย์สบาย

ดูอีเมลฉบับเต็มได้หลังเบรกครับ

Tags:
Paysbuy

จากประเด็นเก่าที่ทางทางเพย์สบายได้เผลอเปิดเผยรายชื่ออีเมลลูกค้าผ่านอีเมลประชาสัมพันธ์ ล่าสุดประมาณช่วงกลางวันของวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีอีเมลขยะจากบริษัทแห่งหนึ่งที่แนะนำบริการการติดตั้งสายแลนจัดส่งไปยังอีเมลจำนวน 196 ที่อยู่อีเมล ทั้งหมดถูกจ่าหน้าในช่อง CC ของอีเมลประชาสัมพันธ์ดังกล่าว และล้วนแล้วแต่เป็นรายชื่ออีเมลที่หลุดจากอีเมลประชาสัมพันธ์ของเพย์สบายก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานแน่ชัดว่ารายชื่ออีเมลอีก 118 ที่อยู่อีเมลได้รับอีเมลฉบับนี้เช่นเดียวกันหรือไม่ (ภาพหน้าจออีเมลดูได้ท้ายข่าว)

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีรายงานว่าทางเพย์สบายได้ติดต่อชี้แจงผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดผ่านช่องทางอีเมล หรือมีการประกาศบนหน้าเว็บไซต์ของเพย์สบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด มีเพียงการติดต่อกลับผู้เขียนผ่านช่องทางอีเมล และโทรศัพท์ในฐานะผู้เขียนข่าว Blognone เท่านั้น (ผู้เขียนไม่ได้ให้หมายเลขโทรศัพท์กับทางเพย์สบายในการติดต่อในฐานะผู้เขียนข่าว Blognone ในครั้งแรกแต่อย่างใด)

ทางผู้เขียนกำลังติดต่อทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเพย์สบายเพื่อขอความคิดเห็นที่มีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด และจะนำมารายงานเพิ่มเติมครับ

Tags:
Path

จากกรณี ผู้ใช้ Path โวย แอพแอบส่ง SMS ไปชวนเพื่อนๆ ใน Facebook มาใช้งาน

ล่าสุด Facebook สั่งบล็อคไม่ให้ Path เข้าถึง API ในส่วนของรายชื่อเพื่อนของผู้ใช้แล้ว ทำให้ Path ไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ Find Friends โดยเชื่อมต่อไปยัง Facebook ได้

อย่างไรก็ตาม Facebook ยังอนุญาตให้ Path ใช้งานฟีเจอร์อื่นๆ เช่น การล็อกอินด้วย Facebook หรือการแชร์เนื้อหาไปยัง Facebook อยู่เช่นเดิม

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Path

แอพเครือข่ายสังคมคนสนิท Path เกิดปัญหาเข้าแล้ว เมื่อผู้ใช้หลายคนแจ้งว่า Path เวอร์ชันล่าสุด 3.0 พยายามออกแบบหน้าจอให้ผู้ใช้เผลออนุญาตให้ส่ง invite ไปยังเพื่อนทุกคนใน Facebook ซึ่งผลก็คือ Path ส่ง SMS ไปยังเพื่อนๆ ของเราทุกคนที่ระบุหมายเลขโทรศัพท์ไว้นั่นเอง

ตัวแทนของ Path ยืนยันว่าผู้ใช้เป็นคนอนุญาตให้ Path ส่งคำเชิญไปยังเพื่อนๆ ด้วยตัวเอง และก็เป็นแนวทางของบริษัทอยู่แล้วว่าต้องการให้ผู้ใช้ชวนเพื่อนหรือครอบครัวมาใช้ Path กันมากๆ

ก่อนหน้านี้ Path เคยถูกร้องเรียนด้านปัญหาความเป็นส่วนตัวมาแล้วหลายครั้ง โดยมีกรณีอัพโหลดข้อมูลจากสมุดที่อยู่ของผู้ใช้ไปเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง และโดน FTC ของสหรัฐสั่งปรับไปแล้ว 800,000 ดอลลาร์

ที่มา - CNET, Business Insider

Tags:

บริการย่อลิงก์ 1.usa.gov ถูกตรวจพบโดย Symantec ว่ามีการนำไปใช้ในการสแปมหรือหลอกลวง ด้วยวิธีการใช้ลิงก์ต่อเนื่องเป็นทอดๆ ส่งต่อไปยังปลายทางที่เป็นเว็บสแปมหรือหลอกลวง โดยผู้ไม่ประสงค์ดีจะใช้ลิงก์ 1.usa.gov หลอกให้ผู้รับเชื่อว่าเป็นข้อความมาจากหน่วยงานรัฐบาลที่เชื่อถือได้ ทำให้หลงกลคลิกลิงก์เหล่านั้นอย่างไม่ยากนัก

1.usa.gov เกิดจากความร่วมมือของเว็บไซต์ USA.gov เว็บท่าของรัฐบาลกับ bit.ly ผู้ให้บริการย่อลิงก์ยอดนิยม เพื่อให้บริการย่อลิงก์สำหรับเว็บไซต์ของราชการและทหาร ที่อยู่ภายใต้โดเมน .gov และ .mil เป็นลิงก์สั้นๆ โดยการย่อลิงก์เป็น 1.usa.gov สามารถทำโดยใครก็ได้ ขอเพียงแค่ URL ปลายทางต้องมีโดเมนเป็น .gov (ราชการ) หรือ .mil (การทหาร) ซึ่งบางเว็บไซต์ของราชการที่มีโดเมน .gov มีช่องโหว่ให้สามารถส่งต่อลิงก์โดยไม่มีการตรวจสอบ ทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีนำไปย่อเป็นลิงก์ที่อยู่ภายใต้ 1.usa.gov

ตัวอย่างเช่น ลิงก์ http://1.usa.gov/ABCDE ถูกย่อด้วย URL http://labor.vermont.gov/LinkClick.aspx?link=http://www.spammer.web/ โดยระบบย่อลิงก์จะตรวจสอบพบว่าปลายทางเป็นเว็บที่อยู่ภายใต้โดเมน .gov ซึ่งในที่นี้เป็นของกระทรวงแรงงานของรัฐเวอร์มอนต์ แต่เพจดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยัง http://www.spammer.web/ อีกทีหนึ่ง โดยไม่มีการตรวจสอบใดๆ ซึ่ง Symantec พบว่ามีราว 43,000 ลิงก์ที่ใช้ช่องโหว่นี้สร้างลิงก์ไปยังเว็บสแปมกว่า 10 โดเมนโดยส่วนมากอยู่ในสหรัฐฯ

ที่มา - Parity News จาก Slashdot

Tags:
YouTube

YouTube ประกาศนโยบายหยุดแสดง "แท็ก" บนหน้าชมวิดีโอเพื่อแก้ปัญหาการสแปมแท็ก แต่เจ้าของวิดีโอยังเห็นแท็กอยู่ และข้อมูลแท็กจะถูกนำไปใช้คำนวณหาวิดีโอที่เกี่ยวข้องเช่นเดิม

ปัญหาเรื่องการสแปมแท็กของ YouTube เกิดมาพักใหญ่ๆ แล้ว โดยกรณีที่ดังที่สุดคือมีกลุ่มผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่า reply girls ทำวิดีโอโต้ตอบ (reply video) กับวิดีโอดังๆ วิดีโอเหล่านี้ออกจะวาบหวิวเพื่อดึงดูดสายตาผู้ชม และใช้วิธีก็อปปี้ข้อมูลแท็กของวิดีโอยอดนิยมไปใช้เพื่อเพิ่มจำนวนวิว สร้างรายได้จากโฆษณาด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางส่วนก็แสดงความเห็นในหน้า Google+ ของ YouTube ว่าการซ่อนแท็กไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสแปมแต่อย่างใด เพราะผู้สร้างวิดีโอสแปมยังสามารถใส่แท็กได้ตามใจชอบ (ก็อปโดยตรงไม่ได้แต่ก็ใส่มั่วๆ ได้เหมือนเดิม) แถมยังเป็นผลเสียเพราะผู้ชมไม่ทราบว่าสแปมแท็ก จึงแจ้งไปยัง YouTube ว่าเป็นสแปมไม่ได้ด้วย

ที่มา - +YouTube Creators, ReadWriteWeb

Tags:
Dropbox

ในเดือนที่ผ่านมา มีผู้ใช้งาน Dropbox หลายคน (ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้งานในแถบยุโรป) เข้าไปรายงานในฟอรั่มของเว็บไซต์ Dropbox ว่าได้รับอีเมลสแปมเข้ามาในกล่องขาเข้าของตนเอง ซึ่งเกิดขึ้นกับบัญชีอีเมลที่ผู้ใช้งานเหล่านี้นำไปลงทะเบียนกับ Dropbox เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้เอาไปใช้ทำอะไรอย่างอื่น

หลังจากที่ทาง Dropbox ได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ตอนนี้ Dropbox ได้ออกมายืนยันแล้วว่าระบบถูกแฮกจริง โดยบัญชีที่ถูกแฮกนั้น จะเป็นบัญชีที่ถูกขโมยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านมาจากเว็บไซต์อื่นก่อน แล้วนำมาลงชื่อเข้าใช้บน Dropbox ในภายหลัง ซึ่งหนึ่งในผู้ใช้งานที่ถูกขโมยรหัสผ่านก็คือพนักงานของ Dropbox เอง ซึ่งใน Dropbox ของเขานั้นมีไฟล์โครงการซึ่งประกอบไปด้วยอีเมลของผู้ใช้งาน Dropbox อยู่ด้วย

ตอนนี้ ทาง Dropbox ได้พัฒนาระบบ "Two-factor authentication" ซึ่งเป็นระบบที่จะต้องยืนยันตัวผู้ใช้มากกว่าเพียงแค่การลงชื่อเข้าใช้เพียงอย่างเดียว (เช่นการส่งรหัสพิเศษไปที่โทรศ้พท์มือถือของผู้ใช้งานด้วย) และกำลังจะเปิดให้ใช้งานระบบนี้ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหนัา นอกจากนี้แล้วยังแนะนำให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านซ้ำๆ กันกับบริการหลายบริการบนอินเทอร์เน็ตอีกด้วยครับ

ที่มา - CNET

Tags:
E-mail

จากกรณี LinkedIn ทำรหัสผ่านผู้ใช้หลุด 6.5 ล้านบัญชี ทางบริษัทก็ออกมายอมรับปัญหา และบอกว่าจะส่งอีเมลแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ที่รหัสผ่านหลุด ให้เข้าไปเปลี่ยนรหัสผ่านของตัวเอง

แต่ข้อมูลของบริษัท CloudMark ซึ่งให้บริการระบบกรองสแปมและความปลอดภัยด้านอีเมล เก็บสถิติของลูกค้าตัวเองและพบว่ามีลูกค้าจำนวนมากรับอีเมล (ของจริง) จาก LinkedIn แล้วแจ้งกับโปรแกรมว่ามันคือสแปม!

สถิติของ CloudMark บอกว่าผู้รับอีเมลเตือนให้แก้รหัสผ่านของ LinkedIn สูงถึง 4% ระบุว่ามันคือสแปม ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เยอะกว่าผู้รับเมลจากบริษัทอื่นๆ มาก (ผู้รับเมลจาก Facebook ประมาณ 1.3% บอกว่าอีเมลคือสแปม ส่วนตัวเลขของ Tumblr คือ 1%)

Tags:
Facebook

หนึ่งในเรื่องที่ผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คอยากรู้มาตลอดคือในโซเชียลเน็ตเวิร์คที่เราใช้งานอยู่นั้น มีสแปมแฝงตัวอยู่เยอะแค่ไหน คำตอบจากนาย Mark Risher ซีอีโอของบริษัทผลิตซอฟต์แวร์แอนติสแปมชื่อว่า Impermium เผยว่าตัวเลขสแปมบนโซเชียลเน็ตเวิร์คชื่อดังอย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือที่อื่นๆ นั้นมีจำนวนมากถึง 40% จากผู้ใช้ทั้งหมด และ 8% ของข้อความที่ส่งกันในโซเชียลเน็ตเวิร์คนั้นก็เป็นสแปม โดยตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในเวลาหกเดือนเลยทีเดียว

ที่น่าสนใจคือเคยมีกรณีบริษัท Adscend ที่ทำโฆษณาร่วมกับการโพสต์ลิงก์แบบสแปม ผลคือมีผู้ใช้หลักแสนคนหลงคลิกลิงก์ หรือกดไลค์โพสต์ดังกล่าว ท้ายที่สุดแล้วแคมเปญนี้ทำเงินให้บริษัทมากถึงเกือบหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (และถูกเฟซบุ๊กฟ้องจนถูกปรับเป็นเงินหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐฯ ในภายหลัง) ซึ่งกรณีใกล้เคียงกันนี้เกิดขึ้นกับทวิตเตอร์เช่นกัน

ทั้งเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ถึงกับมีแผนกพิเศษสำหรับจัดการสแปมที่ทุ่มเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อต่อกรกับการเติบโตของสแปมดังกล่าว จากปากคำของโฆษกเฟซบุ๊กระบุว่าพนักงานในแผนกที่ว่านี้มีมากถึงหนึ่งร้อยคนเลย

ที่มา - Bloomberg Businessweek