Tags:
Oracle

บริษัทไอทีองค์กรรายใหญ่ๆ ทุกวันนี้หันมาพูดเรื่อง cloud/big data กันหมดแล้ว ส่วนรายไหนจะโดดเด่นกว่ากันก็ต้องพิจารณาที่ "จุดเด่น" ของค่ายนั้นๆ ว่ามีอะไรที่สร้างความแตกต่างจากคนอื่นได้บ้าง

ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์ผู้บริหารของออราเคิลคือคุณ Chandru Relwani มีตำแหน่งเป็น Senior Director, CRM Applications Product Management ของ Oracle ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (สำนักงานอยู่ที่สิงคโปร์) ในประเด็นด้านยุทธศาสตร์กลุ่มเมฆของออราเคิล

Tags:
Xbox One

จากประเด็น Xbox One ต้องต่อเน็ตวันละครั้ง ซึ่งไมโครซอฟท์ยังตอบคำถามได้ไม่เคลียร์ ล่าสุดทางเว็บ Gameindustry.biz รายงานข้อมูลจากห้องประชุมปิดของไมโครซอฟท์กับพาร์ทเนอร์ว่าเหตุผลจริงๆ แล้วเป็นเช่นไร

Gameindustry อ้างคำพูดของ Jeff Henshaw ผู้บริหารฝ่ายวิศวกรรมของ Xbox One ว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงแนวคิดของเกมจริงๆ คือการที่ Xbox One สามารถเชื่อมกับการประมวลผลบนกลุ่มเมฆของไมโครซอฟท์ได้ ทำให้นักพัฒนาเกมสามารถสร้าง "โลกของเกม" ที่ซับซ้อนขึ้นมากๆ ไว้บนกลุ่มเมฆ โลกเหล่านี้มีผู้เล่นรวมกันเป็นหลักหลายสิบจนไปถึงหลายพันคน และเหตุการณ์ต่างๆ ในโลกจะเดินหน้าต่อไปแม้ผู้เล่นบางคนจะออกจากระบบไป เมื่อผู้เล่นกลับเข้ามาอีกครั้ง สภาพการณ์ของโลกจึงอาจไม่เหมือนเดิมไปตลอด (และเป็นเหตุว่าทำไมต้องต่อเน็ตเพื่อคอยเช็คหรือส่งสถานะ)

สิ่งที่ Henshaw พูดยังเป็นแค่ทฤษฎีที่ผู้พัฒนาเกมจะต้องรับไปปฏิบัติต่อ ส่วนจะเวิร์คจริงอย่างที่ไมโครซอฟท์ฝันไว้หรือไม่ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ

ที่มา - Gameindustry.biz via Kotaku

Tags:
Windows Server 2012

ขอมาเก็บตกข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ

ที่งาน TechEd North America นอกจากไมโครซอฟท์จะพูดถึง Windows 8.1 ด้านการใช้งานในองค์กร, Windows Azure, Visual Studio 2013 และ Team Foundation Server 2013 แล้ว บริษัทยังพูดถึง Windows Server 2012 R2, SQL Server 2014, System Center 2012 R2 ดังนี้

Tags:
SoftLayer

ยักษ์สีฟ้า IBM ประกาศการเข้าซื้อกิจการบริษัท SoftLayer ผู้ให้บริการด้าน cloud และเว็บโฮสติ้งรายใหญ่ของโลกโดยไม่เปิดเผยมูลค่า

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่ามีสองบริษัทที่แย่งกันซื้อ SoftLayer คือ IBM และ EMC ซึ่งสุดท้ายเป็น IBM ที่ซื้อกิจการได้สำเร็จ

ผลิตภัณฑ์ด้านการบริหารจัดการกลุ่มเมฆของ SoftLayer จะถูกผนวกเข้ากับผลิตภัณฑ์ตระกูล IBM SmartCloud เพิ่มเสริมให้ IBM เข้มแข็งในตลาดนี้มากยิ่งขึ้น โดย IBM คาดว่าจะทำรายได้จากกลุ่มเมฆให้ได้ปีละ 7 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2015

SoftLayer มีศูนย์ข้อมูล 13 แห่งทั่วโลก มีลูกค้าเช่าใช้บริการกลุ่มเมฆกว่า 21,000 องค์กร

ที่มา - IBM Press

Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์ปรับเปลี่ยนวิธีคิดเงินค่าใช้งาน Windows Azure ใหม่หลายอย่าง ดังนี้

  • เปลี่ยนวิธีนับเวลาจากรายชั่วโมงเป็นรายนาที ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดขึ้นในกรณีที่ไม่ได้รันงานตลอดเวลา
  • หยุดนับเวลาเมื่อสั่งให้ virtual machine (VM) หยุดทำงาน ซึ่งต่างจากของเดิมที่จะนับเวลาต่อแม้จะหยุด VM ไปแล้ว (ต้องลบ VM ทิ้งจึงจะหยุดนับ)
  • ผู้ที่มีสิทธิใช้งานโปรแกรมของไมโครซอฟท์อย่างถูกต้องในโครงการ MSDN สามารถนำสิทธินั้นมาใช้รันงานบน Azure ได้ด้วย
  • ผู้ที่เป็นสมาชิก MSDN อยู่แล้ว สามารถสมัครบริการ Azure แบบ Dev/Test ซึ่งจะคิดราคาถูกพิเศษเพียงชั่วโมงละ 6 เซนต์เท่านั้น (ลดลงถึง 97% ในบางกรณี)
  • ผู้ที่เป็นสมาชิก MSDN จะได้เครดิตสำหรับรันงานบน Azure แบบ Dev/Test ฟรี มูลค่า 50-150 ดอลลาร์ต่อเดือน (ขึ้นกับระดับของสมาชิก)

การปรับเปลี่ยนวิธีคิดเงินและโปรโมชันครั้งนี้ เรียกว่าจูงใจนักพัฒนาสายไมโครซอฟท์กันสุดๆ และน่าจะช่วยให้ Azure แข่งขันในตลาดกลุ่มเมฆได้อีกมาก

ที่มา - ScottGu

Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์มีทีม Digital Crimes Unit ที่มีผลงานทลายกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ติดโทรจัน (botnet) มาแล้วหลายครั้ง (ข่าวเก่า 1, ข่าวเก่า 2)

ทีมนี้ของไมโครซอฟท์ทำงานร่วมกับ ISP และหน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Computer Emergency Response Teams - CERT) ทั่วโลก มีการแชร์ข้อมูล botnet ระหว่างกันอยู่เสมอ แต่กระบวนการแชร์ข้อมูลยังล้าสมัย (ผ่านอีเมล) แถมการตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์จำนวนมหาศาลทั่วโลก (วันละหลายร้อยล้านครั้ง) ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ไมโครซอฟท์แก้ปัญหาข้างต้นโดยสร้างระบบการวิเคราะห์และแชร์ข้อมูลบนกลุ่มเมฆ (แน่นอนว่าเป็น Azure) ทำให้รองรับโหลดมหาศาลและสามารถวิเคราะห์ botnet ได้แบบ (เกือบ) เรียลไทม์แล้ว ระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบใหม่นี้เรียกว่า Cyber Threat Intelligence Program (C-TIP)

ตอนนี้ C-TIP ถูกใช้งานโดยทีม CERT จากหลายประเทศในยุโรปแล้ว อีกไม่ช้าคงขยายไปยังประเทศอื่นๆ มากขึ้นครับ

ที่มา - Microsoft on Safety and Defense Blog

Tags:
Xbox One

Matt Booty ผู้บริหารฝ่าย Xbox ให้ข้อมูลทางเทคนิคของ Xbox One กับเว็บไซต์ Ars Technica เพิ่มเติมจากงานแถลงข่าว

ประเด็นสำคัญคือ Xbox One นั้นสามารถแบ่งงานบางส่วน จากที่เคยประมวลผลภายในตัวเครื่อง ย้ายไปประมวลผลบนกลุ่มเมฆของไมโครซอฟท์ได้ด้วย โดยงานแบบที่ย้ายไปประมวลผลบนกลุ่มเมฆจะไม่เกี่ยวข้องกับตัวเกมหลัก ไม่ใช่งานที่จำเป็นต้องมี latency ต่ำๆ (เช่น แอนิเมชั่นในการยิงกระสุนปืนเข้าเป้า หรือการชนกันในเกมรถแข่ง) แต่เป็นเอฟเฟคต์เสริมที่เพิ่มเข้ามาเพื่อความสวยงาม ปรากฏเฉพาะบางเฟรม แต่ต้องใช้พลังการประมวลผลค่อนข้างสูง

ตัวอย่างของงานประมวลผลลักษณะนี้คือ แสง หมอก และการพลิ้วไหวของเสื้อผ้า งานพวกนี้จำเป็นต้องประมวลผลหนักในช่วงแรกๆ ที่โหลดเกมฉากนั้นๆ แต่ใช้ภาพที่ประมวลผลได้ไม่บ่อยนัก ดังนั้นการย้ายไปประมวลผลบนกลุ่มเมฆจะช่วยลดโหลดของเครื่องเกมได้

ไมโครซอฟท์คุยว่ากลุ่มเมฆของตัวเองทรงพลังกว่า Xbox One เครื่องเดี่ยวๆ มาก โดยสัดส่วนที่ไมโครซอฟท์พยายามคงไว้คือ Xbox One ถูกขายออกไปหนึ่งเครื่อง จะต้องมีพลังประมวลผลเท่ากับ Xbox One สามเครื่องรองรับบนกลุ่มเมฆของไมโครซอฟท์ (ตอนนี้มีเซิร์ฟเวอร์ 300,000 ตัว)

อย่างไรก็ตาม การประมวลผลไม่จำเป็นต้องย้ายไปอยู่บนกลุ่มเมฆทุกครั้ง เพราะขึ้นกับว่านักพัฒนาเกมจะอนุญาตให้งานส่วนใดบ้างย้ายไปบนกลุ่มเมฆได้ และถ้าหากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ดีพอหรือมีปัญหา งานจะถูกประมวลผลในเครื่องทั้งหมดตามปกติ

ที่มา - Ars Technica

Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์เปิดบริการ Windows Azure เวอร์ชันพรีวิวในประเทศจีน โดยดำเนินการผ่านบริษัท 21Vianet ในเซี่ยงไฮ้

งานนี้ไมโครซอฟท์คุยว่าเป็นบริษัทข้ามชาติรายแรกที่เข้ามาเปิดบริการ public cloud ในประเทศจีนได้สำเร็จ แซงหน้าคู่แข่งรายอื่นๆ ทั้งอเมซอนและกูเกิลนั่นเอง นอกจากบริการในจีนแล้ว ไมโครซอฟท์ยังขยายพื้นที่ตั้งศูนย์ข้อมูลของ Azure ในญี่ปุ่นและออสเตรเลียเพิ่มเติม แสดงให้เห็นว่าไมโครซอฟท์ต้องการเอาจริงกับ Azure ในเอเชียนั่นเอง

สตีฟ บัลเมอร์ ยังประกาศว่าในปีหน้าไมโครซอฟท์จะจ้างพนักงานคนจีนเพิ่มคนอีก "หลายพันคน" เพื่อมาพัฒนาซอฟต์แวร์กลุ่มเมฆและสมาร์ทโฟน (ปัจจุบันไมโครซอฟท์มีพนักงานในจีนประมาณ 4,000 คน)

ที่มา - Microsoft, Bloomberg

Tags:
VMware

บริการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆที่ให้บริการต่อสาธารณะ (public cloud computing) อย่าง Amazon EC2, Windows Azure, หรือ Google Compute Engine นั้นได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่กลุ่มลูกค้าองค์กรเอง ทางฝั่งผู้ผลิตซอฟต์แวร์สำหรับบริการภายในองค์กรอย่าง VMware ก็แสดงท่าทีไม่พอใจต่อความนิยมนี้หลายครั้ง และตอนนี้ก็เปิดบริการแบบเดียวกันของตัวเองแล้วในชื่อ vCloud Hybrid Service

บริการนี้จะต่างจากบริการคู่แข่งอื่นๆ อยู่มากโดยเฉพาะแนวทางการคิดราคา ที่ผู้ซื้อต้องซื้อเหมาเป็นชุดใหญ่ๆ เช่นชุดเล็กที่สุดนั้นจะต้องซื้อแรม 20GB, พลังประมวลผลซีพียู 5GHz, พื้นที่เก็บข้อมูล 2TB, แบนวิดท์ 10Mbps, และหมายเลขไอพี 2 หมายเลข โดยต้องซื้อทั้งหมดขั้นต่ำสามเดือน แม้ว่า VMware จะแสดงราคาทั้งหมดเป็นรายชั่วโมงก็ตามที

Tags:
VMware

VMware กระโจนลงมาร่วมสมรภูมิกลุ่มเมฆแบบ infrastructure-as-a-service (IaaS) ที่ Amazon Web Services กับ Azure กำลังต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง

บริการ IaaS ของ VMware ใช้ชื่อว่า vCloud Hybrid Service จุดเด่นของมันคือการทำร่วมกับแพลตฟอร์มของ VMware ในฝั่งองค์กร ทั้ง vSphere (virtualization) และ vCloud (private cloud) ดังนั้นองค์กรที่มี virtual machine ในสายของ VMware อยู่แล้ว (ซึ่งมีอยู่เยอะมาก) สามารถย้าย VM ไปรันบนกลุ่มเมฆ vCloud Hybrid Service ได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย

vCloud Hybrid Service มีเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกสองแบบคือ Dedicated Cloud ยกเครื่องให้ใช้คนเดียวไม่ต้องยุ่งกับใคร และ Virtual Private Cloud เครื่องแบบแชร์ทางกายภาพ (แต่แยกด้วยซอฟต์แวร์) ที่ราคาย่อมเยาลงมา

ที่มา - VMware Blog, vCloud Hybrid Service

Tags:
App Engine

ในงาน Google I/O ปีนี้ Google App Engine ก็มีการเพิ่มการรองรับ PHP เป็นอีกภาษาหนึ่งในการพัฒนา เพราะ 75 เปอร์เซ็นต์ของเว็บทั้งหมดนั้นใช้ PHP ตามสถิติของ Google ถึงขนาด Andi Gutmans CEO ของ Zend ยังแปลกใจ เพราะเขาเองยังได้ข้อมูลมาแค่ 39 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง

ที่มา - VentureBeat, Google Developers Blog, Google Cloud Platform Blog

Tags:
Google

Google Cloud Platform เป็นชื่อรวมของบริการฝั่งโครงสร้างพื้นฐาน และเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Amazon Web Services อัพเดตหลังงานเปิดตัว Google I/O โดยมีอัพเดตสำคัญคือเปิด Google Compute Engine (GCE) บริการ IaaS ของกูเกิลให้ทุกคนใช้งานได้แล้ว

นอกจากการเปิดตัวเป็นการทั่วไปแล้ว GCE ยังมีอัพเดตอีกหลายอย่างได้แก่

Tags:
Adobe

ในที่สุด Adobe ก็เปิดตัวบริการ Creative Cloud ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบเสียที หลังจากที่เคยเปิดตัว Creative Cloud for teams ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ วันนี้ก็ได้เปิดตัว Creative Cloud ชุดใหม่ที่มีแพคเกจแบบรายบุคคลเข้ามาด้วยแล้ว

ก่อนอื่นเริ่มต้นกันที่ของใหม่ในบริการ Creative Cloud คือการอัพเดตชุด Creative Suite ให้รวมเข้ามาใน Creative Cloud และยังรวมชุมชนครีเอทีฟอย่าง Behance เข้ามาไว้ใน Creative Cloud ด้วย เมื่อรวมกับของเดิมแล้ว ตอนนี้บริการของ Creative Cloud จึงมีบริการอื่นรวมอยู่ประมาณนี้ครับ

Tags:

OfficeAbility (ออฟฟิศอะบิลิตี้) เป็นซอฟแวร์ที่ทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ถูกพัฒนามาเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานให้กับบุคลากรในองค์กร โดย OfficeAbility นั้นมีการทำงานแบบพร้อมใช้ผ่านระบบ Cloud ทำให้มั่นใจได้ถึงระดับความปลอดภัยทั้งเรื่องการเข้าสู่ระบบและการสำรองข้อมูลที่ค่อนข้างหนาแน่นและมีประสิทธิภาพสูง ตัวซอฟต์แวร์นั้นมีการรวมเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อการทำงานและการแบ่งปันประสบการณ์อื่น ๆ ร่วมกันได้อย่างครบถ้วน

Tags:
Microsoft

ข่าวร้อนรอบสัปดาห์อย่าง Adobe ยกเลิก Creative Suite ต่อไปนี้จะกลายเป็น Creative Cloud ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อแนวคิด "ซอฟต์แวร์กล่อง vs ซอฟต์แวร์แบบเช่าใช้" เป็นอย่างมาก

ไมโครซอฟท์ในฐานะผู้ขายซอฟต์แวร์แบบกล่องรายใหญ่ และกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคกลุ่มเมฆเหมือนกับ Adobe (ผ่าน Office 365) ออกมาแสดงความเห็นผ่านบล็อกของบริษัทว่า ไมโครซอฟท์เห็นด้วยกับเป้าหมายของ Adobe ว่า software-as-a-service คืออนาคต เพราะเหนือกว่าเรื่องการอัพเดตตลอดเวลา และจ่ายทีเดียวใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้

แต่ไมโครซอฟท์ก็คิดว่าการเปลี่ยนผ่านจากซอฟต์แวร์กล่องเป็นบริการแบบเช่าใช้ต้องใช้เวลานาน โดยภายใน 10 ปีข้างหน้าคนจะยอมรับซอฟต์แวร์แบบเช่าใช้เป็นมาตรฐาน แต่ระหว่างนั้นไมโครซอฟท์จะยังให้ตัวเลือกกับลูกค้าทั้งซอฟต์แวร์แบบกล่องและแบบเช่าใช้ควบคู่กันไป

ที่มา - Office News

Tags:
Dell

Dell ประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัท Enstratius ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการกลุ่มเมฆ โดยให้เหตุผลว่าต้องการซื้อมาเสริมทัพซอฟต์แวร์ฝั่งกลุ่มเมฆ Active System Manager ที่มีอยู่แล้วจากการซื้อบริษัท Gale Technologies

ซอฟต์แวร์ของ Enstratius ช่วยให้องค์กรสามารถติดตั้งแอพของตัวเองบนกลุ่มเมฆได้ง่ายขึ้น ทั้งกลุ่มเมฆแบบ private/public/hybrid โดยตัวซอฟต์แวร์ Enstratius ก็ทำงานได้ทั้งบนกลุ่มเมฆและติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร

ที่มา - Dell

Tags:
AWS

Amazon ประกาศโครงการ AWS Global Certification Program หรือการสอบใบรับรองวิชาชีพเพื่อยืนยันว่ามีทักษะด้าน Amazon Web Services

ใบรับรองระดับแรกสำหรับสายสถาปัตยกรรมระบบ AWS Certified Solutions Architect - Associate Level เปิดให้สอบแล้ว และจะมีใบรับรองด้าน System Administrator และ Developer ตามมาภายในปีนี้

ผู้สนใจงานด้านกลุ่มเมฆที่อิงกับเทคโนโลยีของ AWS (ที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ในขณะนี้) ก็ไปสอบกันได้ผ่านศูนย์ของบริษัท Kryterion ที่เป็นตัวแทนการออกใบรับรองให้ Amazon ครับ

ที่มา - AWS Blog

Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์ให้ข้อมูลว่าตอนนี้บริการกลุ่มเมฆตระกูล Windows Azure และโปรแกรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ สามารถสร้างรายได้เข้าบริษัทได้มากถึงปีละ 1 พันล้านดอลลาร์ (โต 48% ในรอบ 6 เดือนหลังสุด) ถือเป็นสัญญาณว่าไมโครซอฟท์กำลังเข้มแข็งเรื่องกลุ่มเมฆ และเริ่มท้าทาย Amazon Web Services ได้บ้างแล้ว

ยุทธศาสตร์ของไมโครซอฟท์ในช่วงหลังๆ นั้นชัดเจนมากว่าพยายามย้ายผลิตภัณฑ์สายเซิร์ฟเวอร์หรือองค์กรขึ้น Azure ให้หมด (อ่าน: สัมภาษณ์ผู้บริหารไมโครซอฟท์ Zane Adam วาดยุทธศาสตร์ไอทีสำหรับยุคกลุ่มเมฆ)

ตอนนี้ส่วนแบ่งตลาดกลุ่มเมฆแบบ public cloud จากการประเมินของ Forrester Research ระบุว่า AWS มีส่วนแบ่ง 71% ในขณะที่ Azure ครอง 20% แต่ทางทีมวิจัยของ Forrester ก็ประเมินว่า Azure น่าจะเพิ่มเป็น 35% ได้ในอีก 12 เดือนข้างหน้า

เทียบสัดส่วนรายได้ให้เห็นภาพคือ Windows ทำรายได้ให้ไมโครซอฟท์ปีละ 18.4 พันล้านดอลลาร์ครับ

ที่มา - Bloomberg

Tags:
Red Hat

ผู้อ่าน Blognone คงคุ้นชื่อ Red Hat ในฐานะผู้นำของวงการลินุกซ์ที่ได้ดิบได้ดีจนเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ของสหรัฐ ถึงแม้ว่าระยะหลัง Red Hat จะขยายธุรกิจออกมาด้านอื่นๆ นอกเหนือจากระบบปฏิบัติการเพียงอย่างเดียว แต่ภาพในใจของเราก็มักมองว่า Red Hat ทำลินุกซ์อยู่ดี

ในโอกาสที่ผู้บริหาร Red Hat มาแถลงข่าวด้านธุรกิจในประเทศไทย (พร้อมกับลูกค้าในไทยคือธนาคารกรุงศรีฯ) ผมเลยไปร่วมคุยเพื่อดูว่าตอนนี้ Red Hat ไปถึงไหนบ้างแล้ว จากบริษัทที่มีต้นกำเนิดจากลินุกซ์ ปัจจุบันทำอะไรอยู่บ้าง

Tags:

ผู้อ่าน Blognone คงคุ้นชื่อ OpenStack ซอฟต์แวร์สร้างกลุ่มเมฆแบบโอเพนซอร์สที่กำลังมาแรงในช่วงหลัง มีบริษัทใหญ่ๆ สนับสนุนมากมาย

อย่างไรก็ตาม OpenStack ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ย่อยๆ จำนวนมาก (ซอฟต์แวร์หลัก 7 ตัว และซอฟต์แวร์ย่อยๆ อีกเป็นสิบ - OpenStack Projects) ทำให้กระบวนการติดตั้งระบบ OpenStack ให้ทำงานได้จริงกลายเป็นเรื่องยุ่งยากและต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกโอเพนซอร์สที่มีซอฟต์แวร์จากต่างค่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งวงการลินุกซ์แก้ปัญหาด้วยการทำ "ดิสโทร" รวมซอฟต์แวร์หลายๆ ตัวเข้ามาและปรับแต่งให้เสร็จสรรพ ติดตั้งได้ง่าย ซึ่งคราวนี้ Red Hat ก็ทำแบบเดียวกันกับ OpenStack โดยรวมซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องแล้วสร้างเป็นดิสโทรชื่อ RDO (Red Hat Distribution OpenStack)