Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์ให้ข้อมูลว่าตอนนี้บริการกลุ่มเมฆตระกูล Windows Azure และโปรแกรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ สามารถสร้างรายได้เข้าบริษัทได้มากถึงปีละ 1 พันล้านดอลลาร์ (โต 48% ในรอบ 6 เดือนหลังสุด) ถือเป็นสัญญาณว่าไมโครซอฟท์กำลังเข้มแข็งเรื่องกลุ่มเมฆ และเริ่มท้าทาย Amazon Web Services ได้บ้างแล้ว

ยุทธศาสตร์ของไมโครซอฟท์ในช่วงหลังๆ นั้นชัดเจนมากว่าพยายามย้ายผลิตภัณฑ์สายเซิร์ฟเวอร์หรือองค์กรขึ้น Azure ให้หมด (อ่าน: สัมภาษณ์ผู้บริหารไมโครซอฟท์ Zane Adam วาดยุทธศาสตร์ไอทีสำหรับยุคกลุ่มเมฆ)

ตอนนี้ส่วนแบ่งตลาดกลุ่มเมฆแบบ public cloud จากการประเมินของ Forrester Research ระบุว่า AWS มีส่วนแบ่ง 71% ในขณะที่ Azure ครอง 20% แต่ทางทีมวิจัยของ Forrester ก็ประเมินว่า Azure น่าจะเพิ่มเป็น 35% ได้ในอีก 12 เดือนข้างหน้า

เทียบสัดส่วนรายได้ให้เห็นภาพคือ Windows ทำรายได้ให้ไมโครซอฟท์ปีละ 18.4 พันล้านดอลลาร์ครับ

ที่มา - Bloomberg

Tags:
Red Hat

ผู้อ่าน Blognone คงคุ้นชื่อ Red Hat ในฐานะผู้นำของวงการลินุกซ์ที่ได้ดิบได้ดีจนเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ของสหรัฐ ถึงแม้ว่าระยะหลัง Red Hat จะขยายธุรกิจออกมาด้านอื่นๆ นอกเหนือจากระบบปฏิบัติการเพียงอย่างเดียว แต่ภาพในใจของเราก็มักมองว่า Red Hat ทำลินุกซ์อยู่ดี

ในโอกาสที่ผู้บริหาร Red Hat มาแถลงข่าวด้านธุรกิจในประเทศไทย (พร้อมกับลูกค้าในไทยคือธนาคารกรุงศรีฯ) ผมเลยไปร่วมคุยเพื่อดูว่าตอนนี้ Red Hat ไปถึงไหนบ้างแล้ว จากบริษัทที่มีต้นกำเนิดจากลินุกซ์ ปัจจุบันทำอะไรอยู่บ้าง

Tags:

ผู้อ่าน Blognone คงคุ้นชื่อ OpenStack ซอฟต์แวร์สร้างกลุ่มเมฆแบบโอเพนซอร์สที่กำลังมาแรงในช่วงหลัง มีบริษัทใหญ่ๆ สนับสนุนมากมาย

อย่างไรก็ตาม OpenStack ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ย่อยๆ จำนวนมาก (ซอฟต์แวร์หลัก 7 ตัว และซอฟต์แวร์ย่อยๆ อีกเป็นสิบ - OpenStack Projects) ทำให้กระบวนการติดตั้งระบบ OpenStack ให้ทำงานได้จริงกลายเป็นเรื่องยุ่งยากและต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกโอเพนซอร์สที่มีซอฟต์แวร์จากต่างค่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งวงการลินุกซ์แก้ปัญหาด้วยการทำ "ดิสโทร" รวมซอฟต์แวร์หลายๆ ตัวเข้ามาและปรับแต่งให้เสร็จสรรพ ติดตั้งได้ง่าย ซึ่งคราวนี้ Red Hat ก็ทำแบบเดียวกันกับ OpenStack โดยรวมซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องแล้วสร้างเป็นดิสโทรชื่อ RDO (Red Hat Distribution OpenStack)

Microsoft

หลายคนแถวนี้ที่ทำงานไอทีองค์กร คงรู้จัก Active Directory บริการล็อกอินสำหรับผู้ใช้โดเมนในองค์กร (directory service) กันเป็นอย่างดี

ล่าสุด Active Directory ที่เคยเป็นซอฟต์แวร์ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์องค์กร กลายร่างเป็นเซิร์ฟเวอร์บนกลุ่มเมฆในตระกูล Azure เรียบร้อยแล้ว โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Windows Azure Active Directory (WAAD) และผู้ใช้ Azure ทุกคนสามารถใช้งาน WAAD ได้แล้วทันที

ในโอกาสเดียวกัน ไมโครซอฟท์ยังเปิดตัวบริการตระกูล Azure ใหม่อีกหนึ่งตัวคือ Windows Azure Backup บริการแบ็คอัพข้อมูลจาก Windows Server ไปยัง Azure โดยเบื้องต้นยังมีสถานะเป็นรุ่นพรีวิวอยู่ครับ

ที่มา - ScottGu

Tags:
Fujitsu

Fujitsu เริ่มรุกเข้ามายังตลาดซอฟต์แวร์กลุ่มเมฆแล้วเช่นกัน โดยประกาศซื้อบริษัท RunMyProcess (RMP) บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสที่ให้บริการกลุ่มเมฆแบบ Integration Platform as a Service (iPaaS) และเปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2007

แนวคิด iPaaS คือการเชื่อมระหว่างบริการกลุ่มเมฆแบบ PaaS (เช่น Google Apps) เข้ากับระบบซอฟต์แวร์เซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กรเดิม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรไม่จำเป็นต้องย้ายระบบทั้งหมดขึ้นบนกลุ่มเมฆ แต่ย้ายแค่บางส่วนโดยมีตัว connector ของ RMP คอยเป็นตัวกลางส่งข้อมูลให้

การซื้อ RMP ช่วยให้ Fujitsu สามารถให้บริการกลุ่มเมฆแก่องค์กรที่ยังติดอยู่กับระบบซอฟต์แวร์แบบเก่าได้นั่นเอง ส่วนราคาที่ซื้อนั้นไม่เปิดเผยครับ

ที่มา - Fujitsu, PC World

Tags:
Google

เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา Google ได้ประกาศข่าวการเข้าซื้อกิจการบริษัท Talaria เพื่อเสริมธุรกิจบริการบนกลุ่มเมฆ โดยไม่เปิดเผยมูลค่าการซื้อขายในครั้งนี้

Talaria ให้บริการเซิร์ฟเวอร์สำหรับเว็บแอพพลิเคชัน โดยเน้นการคอมไพล์แบบ JIT สนับสนุนภาษา PHP ซึ่งนักพัฒนาที่ใช้บริการสามารถรันเว็บแอพพลิเคชันได้ทั้ง WordPress และ Drupal และด้วยเทคโนโลยีที่มีนี้ Talaria ระบุว่าจะช่วยให้นักพัฒนา "สามารถรับมือกับผู้ใช้งานจำนวนมากขึ้นได้โดยใช้พื้นที่น้อยลง และไม่ต้องปรับโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว"

Talaria เป็นบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2011 และตลอดจนถึงตอนที่ Google เข้าซื้อกิจการนี้ ทาง Talaria ยังอยู่ในขั้นตอนทดสอบบริการในวงปิดอยู่เท่านั้น ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า Google คาดหวังกับผลงานของทีมนี้เป็นอย่างมากจึงตัดสินใจเข้าซื้อกิจการแม้จะยังไม่เคยให้บริการเต็มรูปแบบด้วยซ้ำ

ที่มา - TechCrunch

Tags:
VMware

VMWare เตรียมเปิดบริการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆของตัวเอง ในรูปแบบเดียวกับ Amazon EC2 ในชื่อบริการ "vCloud Hybrid Service" แต่จะไม่ขายปลีกทั่วไปเหมือน อเมซอน, กูเกิล, และไมโครซอฟท์ แต่ขายผ่านตัวแทนและบริษัทให้บริการที่มีอยู่เดิม

VMWare ระบุว่า vCloud Hybrid Service จะเปิดโอกาสให้ลูกค้ากว่า 480,000 รายของ VMWare สามารถย้ายงานบางส่วนไปทำงานบนบริการกลุ่มเมฆสาธารณะ (Public Cloud) ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงแอพพลิเคชั่น, ค่าคอนฟิก, หรือรูปแบบการรักษาความปลอดภัย

ซอฟต์แวร์ VMWare ช่วยให้องค์กรจำนวนมากสามารถลดปริมาณเซิร์ฟเวอร์เข้าเป็นเครื่องขนาดใหญ่จำนวนไม่มาก แต่ในตลาดปัจจุบัน ลูกค้าจำนวนหนึ่งกลับสะดวกใจที่จะเช่าเซิร์ฟเวอร์จากภายนอกด้วยบริการ EC2, ComputeEngine หรือ Azure การที่ VMWare ซึ่งครองตลาดบริการกลุ่มเมฆแบบภายในองค์กรอยู่จำนวนมาก แต่ไม่สามารถกินส่วนแบ่งบริการแบบสาธารณะได้เลยนับว่าเป็นเรื่องแปลก

การประกาศนี้เป็นการประกาศเปิดตัว "แผนการ" ขายบริการใหม่ ยังไม่มีรายละเอียดเชิงเทคนิคใดๆ ว่าบริการนี้จะมีหน้าตาเป็นแบบใด

ก่อนหน้านี้ Pat Gelsinger ซีอีโอของ VMWare เคยพูดกับพาร์ตเนอร์ ระบุถึงความกังวลว่าลูกค้าจะย้ายงานไปรันบน EC2 และจะเป็นความพ่ายแพ้ต่อทั้ง VMWare และพาร์ตเนอร์ทั้งหมด เขาระบุ "เมื่อผมมองที่ VMWare และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในตลาดองค์กร ผมไม่อยากเชื่อว่าเราจะเอาชนะร้านหนังสือไม่ได้"

Werner Vogels ซีทีโอของอเมซอนพูดถึงเรื่องนี้ในภายหลังว่า "ตราบใดที่คนยังมองเราเป็นร้านหนังสือ ก็เป็นผลดีกับเรา"

VMWare เคยช่วยให้โลกองค์กรลดการซื้อฮาร์ดแวร์จำนวนมากสำหรับการวางเครื่องเพื่อรันแอพพลิเคชั่นเฉพาะ แนวคิดการทำเวอร์ชวลไลเซชั่นในช่วงหนึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายรวมได้อย่างดี แต่ในช่วงหลังอเมซอนเข้ามาให้บริการแบบคิดค่าบริการตามจริง การตัดราคาอย่างหนัก และปริมาณเครื่องจำนวนมากทำให้อเมซอนสามารถลดต้นทุนลงได้อย่างต่อเนื่อง การแย่งงานออกจากศูนย์ข้อมูลในองค์กรไปรันบนอเมซอนทำให้สองบริการที่ไม่ตรงกันนักดูจะกลายเป็นคู่แข่งกันไปในที่สุด

ที่มา - VMWare, ArsTechnica

Tags:
Microsoft

ในยุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างขยับขึ้นไปอยู่บนกลุ่มเมฆ ท่าทีของบริษัทไอทีหลายๆ แห่งก็ชัดเจนว่าไม่พลาดกระแสนี้ สำหรับยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ เราเห็นความพยายามผลักดันแพลตฟอร์มอย่าง SkyDrive/Office 365/Azure มาสักระยะหนึ่งแล้ว ความพยายามนี้เริ่มชัดเจนตอนที่ Windows Server 2012 เปิดตัว เพราะไมโครซอฟท์ประกาศว่าเราเข้าสู่ยุคของ Cloud OS เต็มตัว

ผมมีโอกาสสัมภาษณ์คุณ Zane Adam ผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์ที่ดูแลเรื่องยุทธศาสตร์กลุ่มเมฆโดยตรง (ตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ Senior Director, Cloud and Platform Strategy) คุณ Zane บินมาพูดในงานสัมมนาที่เมืองไทยพอดี เลยถือโอกาสสอบถามว่าจริงๆ แล้วไมโครซอฟท์คิดหรือมีแผนการอะไรกับกลุ่มเมฆกันแน่

Tags:
AWS

อเมซอนประกาศลดราคาบริการ AWS แบบ Reserved Instance (สั่งซื้อจำนวนชั่วโมงใช้งานมากๆ ล่วงหน้า) ลงอีกในหลายโซน โดยเฉพาะเครื่องแบบ High-Memory (m2) ที่ลดลงถึง 27.7% ในสหรัฐฯ และยุโรป

การขายเครื่องแบบ Reserved Instance เป็นอีกกระบวนการที่ช่วยให้อเมซอนสามารถคาดเดาการใช้งานของลูกค้าได้ง่ายขึ้น โดยลูกค้าที่ใช้งานเครื่องเป็นประจำจะสามารถจ่ายเงินค่าแรกเข้า (upfront) เพื่อให้สามารถซื้อชั่วโมงใช้งานเครื่อง EC2 ได้ถูกลง เช่น เครื่อง Small ที่สิงคโปร์นั้นชั่วโมงการใช้งานปกติอยู่ที่ 0.08 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง แต่หากยอมจ่ายเงินแรกเข้า 67 ดอลลาร์ ก็จะซื้อชั่วโมงใช้งานเพิ่มเติมได้ในราคา 0.047 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ซึ่งหากใช้งานจำนวนชั่วโมงมากพอ ส่วนลดที่ได้ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมถูกลง

การลดราคานี้มีผลเฉพาะเครื่อง Linux, Red Hat, และ SUSE เท่านั้น

ที่มา - AWS Blog

Tags:
IBM

สงครามชิงกลุ่มเมฆระหว่างซอฟต์แวร์ค่ายต่างๆ เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยค่าย OpenStack มีผู้สนับสนุนรายใหม่เป็นยักษ์ใหญ่อย่าง IBM

IBM ออกมาประกาศว่าบริการ private cloud ของตัวเองจะพัฒนาขึ้นบน OpenStack (ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่เริ่มสร้างโดย NASA และ Rackspace) โดย IBM จะสนับสนุนมูลนิธิ OpenStack Foundation ในระดับสูงสุด (platinum member) และส่งนักพัฒนามากกว่า 500 คนเข้าร่วมพัฒนาโค้ด นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ด้านกลุ่มเมฆของ IBM ที่แปะตรา SmartCloud จะใช้มาตรฐานเปิดด้านกลุ่มเมฆที่มีในท้องตลาดด้วย

หลายคนอาจมองว่าการหนุน OpenStack ครั้งนี้คล้ายกับครั้งที่ IBM ประกาศตัวว่าจะสนับสนุนลินุกซ์ในอดีต จนเป็นผลให้ลินุกซ์ได้รับการยอมรับในตลาดองค์กรอย่างรวดเร็ว

OpenStack มีบริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการสนับสนุน เช่น HP, Dell, Red Hat, Cisco เป็นต้น

ที่มา - IBM

Tags:

CloudFlare บริการ CDN และการแคชเซิร์ฟเวอร์ที่มีลูกค้ากว่า 785,000 รายล่มไปประมาณ 2 ชั่วโมงเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ส่งผลให้เว็บที่อยู่บนเครือข่ายของ CloudFlare ล่มตามไปด้วย

ปัญหาของ CloudFlare เกิดจากระบบเราเตอร์ตัวหลัก (edge router) ล่มไปทั้งระบบ (เป็นเราเตอร์ของ Juniper ทั้งหมด) ทำให้ศูนย์ข้อมูล 23 แห่งทั่วโลกของบริษัทไม่สามารถติดต่อกันได้ ส่วนเหตุผลที่ระบบเราเตอร์ล่มเกิดจากการโจมตี DDoS ถล่มไปที่ DNS ของลูกค้ารายหนึ่ง (รายละเอียดอ่านตามลิงก์)

ตอนนี้ระบบของ CloudFlare กลับมาใช้งานได้แล้ว ส่วนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบมีทั้งเว็บไซต์ดังอย่าง 4chan และ Wikileaks

ที่มา - TechCrunch, CloudFlare

Tags:
App Engine

Java 6 จะหมดระยะสนับสนุนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ (ประกาศของออราเคิล) แต่ยังมีหน่วยงานอีกมากที่ยังอยู่กับ Java 6 และยังไม่ยอมอัพเกรดไปยัง Java 7

หนึ่งในองค์กรที่ยังใช้ Java 6 คือกูเกิล ซึ่งก็เริ่มขยับตัวบ้างแล้ว เมื่อสัปดาห์ก่อนกูเกิลออก App Engine 1.7.5 ที่ของใหม่คือการรองรับ Java 7 เป็นฟีเจอร์ทดสอบ (experimental) แล้ว

ฟีเจอร์อย่างอื่นได้แก่ รองรับ Google Cloud Endpoints สำหรับสร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างแอพมือถือกับเอนจินที่สร้างบนกลุ่มเมฆ, รองรับเครื่องเสมือนแบบ High-Memory Instances และการแจ้งเตือน Mail Bounce Notifications

นอกจากนี้กูเกิลยังอัพเดต Google Plugin for Eclipse ให้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อรองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ เหล่านี้ด้วย

ที่มา - Google App Engine Blog

Tags:
Creative Cloud

ผ่านมาเป็นเวลาปีครึ่ง นับตั้งแต่ที่ Adobe เปิดตัวชุดเครื่องมือ Creative Cloud หลังจากนั้นจึงเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2012 แต่ยังไม่เปิดให้บริการในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย จนถึงปัจจุบันก็มีผู้สมัครใช้บริการมากกว่า 1,000,000 รายแล้ว

ในวันนี้ Adobe ประกาศเปิดให้บริการ Creative Cloud สำหรับประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมกับบริการใหม่อย่าง Creative Cloud for teams ที่เพิ่มฟีเจอร์สำหรับทำงานร่วมกันมาอีกด้วย

ฟีเจอร์หลักๆ ของบริการ Creative Cloud คือผู้สมัครจะสามารถเข้าถึงโปรแกรมในชุด Creative Suite (CS) ทั้งหมด โดยสามารถติดตั้งลงบนพีซีได้ทั้ง Windows และ Mac OS X สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ตเหมือนโปรแกรมในชุดมาตรฐาน รวมถึงแอพบนแท็บเล็ตทั้ง Photoshop Touch และ Ideas รวมถึงเครื่องมือ และบริการอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น Business Catalyst สำหรับจัดการเว็บไซต์ และโฮสต์ หรือเครื่องมือในการทำแอพใช้งานหลายแพลตฟอร์มอย่าง PhoneGap Build ซึ่งทั้งหมดสามารถอัพเกรดเป็นเวอร์ชันล่าสุดได้ทันทีที่ Adobe ปล่อยออกมา

Tags:

Amazon เปิดให้บริการกลุ่มเมฆบริการใหม่ชื่อ Amazon Elastic Transcoder ที่ช่วยให้ลูกค้าแปลงไฟล์วิดีโอให้เป็นฟอร์แมต ขนาด หรือคุณภาพที่ต้องการได้ เหมาะต่อกลุ่มลูกค้าที่ต้องการแปลงไฟล์วิดีโอให้เหมาะต่อการแสดงผลบนอุปกรณ์หลากหลายแบบ (เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต) จากแหล่งข่าวกล่าวว่า บริการนี้รองรับไฟล์วิดีโอต้นฉบับหลากหลายฟอร์แมตด้วยกัน หากแต่ปัจจุบัน บริการรองรับการแปลงไฟล์ให้เป็นผลลัพธ์ตามมาตรฐาน MP4 ซึ่งเป็นวิดีโอแบบ H.264 และเสียงแบบ AAC

Amazon Elastic Transcoder คิดค่าบริการตามความละเอียดของไฟล์วิดีโอต้นฉบับและระยะเวลาที่ใช้ในการแปลงไฟล์ โดยการแปลงวิดีโอต้นฉบับที่มีความละเอียดต่ำกว่า 720p (หรือ SD) มีราคาเริ่มต้นที่ 1.5 เซนต์ต่อนาที ส่วนการแปลงวิดีโอที่มีความละเอียดเริ่มต้นตั้งแต่ 720p (หรือ HD) มีราคาเริ่มต้นที่ 3 เซนต์ต่อนาที และ Amazon ให้บริการนี้ฟรีเป็นเวลารวม 20 นาทีต่อเดือนสำหรับแปลงวิดีโอแบบ SD หรือ 10 นาทีต่อเดือนสำหรับวิดีโอแบบ HD ทั้งนี้ ในแหล่งข่าวกล่าวว่า ระยะเวลาในการแปลงไฟล์วิดีโอแบบ SD มีค่าประมาณ 1 ใน 3 ของความยาววิดีโอ (เช่น วิดีโอความยาว 3 นาทีใช้เวลาแปลงประมาณ 1 นาที)

ที่มา - Amazon Web Services Blog และหน้าเว็บบริการ Amazon Elastic Transcoder

Tags:

เมื่อไม่นานมานี้ บริการกลุ่มเมฆ EC2 ของ Amazon ได้เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ประเภทใหม่ในชื่อว่า High Memory Cluster Eight Extra Large ซึ่งใช้ชื่อย่อว่า cr1.8xlarge ดูจากชื่อก็บอกได้ว่า เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่มีหน่วยความจำขนาดใหญ่พร้อมกับหน่วยประมวลผลสมรรถนะสูง โดยสเปคของ cr1.8xlarge มีดังนี้

  • โปรเซสเซอร์รุ่น Intel E5-2670 จำนวน 2 หน่วย แต่ละหน่วยมี 8 คอร์ ทำงานที่สัญญาณนาฬิกา 2.6 กิกะเฮิรตซ์ มาพร้อมเทคโนโลยี Intel Turbo Boost ทำให้เพิ่มสัญญาณนาฬิกาได้สูงสุดถึง 3.3 กิกะเฮิรตซ์ และมาพร้อมสถาปัตยกรรม NUMA ทำให้โปรเซสเซอร์เข้าถึงหน่วยความจำหลักได้เร็วขึ้น
  • แรมขนาด 244 กิกะไบต์
  • พื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ขนาด 120 กิกะไบต์
  • เชื่อมต่อเครือข่ายด้วยความเร็ว 10 กิกะบิตต่อวินาที
  • ราคาสำหรับเซิรฟเวอร์ Linux เริ่มต้นที่ 3.50 เหรียญต่อชั่วโมง และ Windows เริ่มต้นที่ 3.831 เหรียญต่อชั่วโมง
Tags:

ต่อจากข่าว Windows Azure Media Services ระบบกลุ่มเมฆสำหรับมัลติมีเดียบนโลกออนไลน์ วันนี้ไมโครซอฟท์เปิดบริการนี้อย่างเป็นทางการแล้ว

กลุ่มเป้าหมายของ Media Services คือผู้ให้บริการสื่อที่มีเนื้อหาของตัวเอง (เช่น ภาพยนตร์ คลิปวิดีโอ) แล้วต้องการทำระบบสตรีมมิ่งสำหรับอุปกรณ์ไอทีต่างๆ แต่ไม่อยากลงทุนทำเซิร์ฟเวอร์เอง ก็สามารถเข้ามา "เช่าใช้" แพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์แทนได้

ลูกค้าเพียงแค่มีไฟล์วิดีโอต้นฉบับ เมื่อนำมาใส่ Media Services จะแปลงไฟล์เป็นฟอร์แมตต่างๆ ให้ ไม่ว่าจะเป็น HTML5, Flash, Silverlight และอุปกรณ์พกพาแทบทุกชนิดในตลาด ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการทำงานของ Media Services ได้ผ่าน REST API หรือ SDK ที่เป็น .NET/Java

บริการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์กลุ่มเมฆของไมโครซอฟท์ ซึ่งมีทั้ง Mobile Services และ Virtual Machine

ที่มา - Scott Gu

Microsoft

ไมโครซอฟท์ประกาศออกผลิตภัณฑ์ด้านไอทีองค์กรใหม่หลายตัว ได้แก่

  • System Center 2012 Service Pack 1 (SP1) ซอฟต์แวร์บริหารศูนย์ข้อมูลและกลุ่มเมฆ
  • System Center 2012 Configuration Manager SP1 เครื่องมือบริหารจัดการอุปกรณ์ไอทีภายในองค์กร
  • Windows Intune รุ่นที่สี่ (Wave D) เครื่องมือบริหารจัดการอุปกรณ์ไอทีผ่านกลุ่มเมฆ ปรับปรุงการทำงานร่วมกับ iOS/Android/WP8/Windows RT ในองค์กร
  • Endpoint Protection 2012 SP1 ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยสำหรับตลาดองค์กร
  • Global Service Monitor เครื่องมือช่วยตรวจสอบสถานะของกลุ่มเมฆบน Windows Azure
  • Azure Services for Windows Server รองรับการโฮสต์ระบบปฏิบัติการ Windows Server 2012 บน Azure แล้ว

ในภาพรวมแล้ว ซอฟต์แวร์กลุ่มนี้ของไมโครซอฟท์จะทำงานบนแพลตฟอร์ม Windows Server 2012 และ SQL Server 2012 โดยอยู่ตรงกลางระหว่างโครงสร้างพื้นฐานกับกลุ่มเมฆที่ประกอบด้วยอุปกรณ์พกพาต่างๆ และบริการบน Windows Azure ถือเป็นการต่อยอดวิสัยทัศน์ Cloud OS ที่ไมโครซอฟท์เคยประกาศเมื่อตอนออก Windows Server 2012

ที่มา - Microsoft, ZDNet

รายละเอียดเพิ่มเติม: System Center, Windows Intune, Configuration Manager, Cloud OS

Tags:
Nuance

เมื่อช่วงปีที่ผ่านมาเราเห็นหลายบริษัทพยายามทำระบบผู้ช่วยสำหรับตอบคำถามผู้ใช้ด้วยภาษามนุษย์อย่าง Siri จากแอปเปิล หรือ Google Now จากกูเกิล ซึ่งทั้งสองบริการที่ว่ามีจุดด้อยตรงที่ผูกอยู่กับอุปกรณ์ของค่ายตัวเองเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ Nuance เห็นว่าสามารถทำได้ดีกว่านั้นด้วย Project Wintermute

Project Wintermute คือผู้ใช้ส่วนตัวสำหรับตอบคำถามไม่ต่างจาก Siri และ Google Now เพียงแต่ตัวบริการนั้นเป็นแบบข้ามแพลตฟอร์ม (cross-platform) ผ่านระบบกลุ่มเมฆ จึ่งสามารถใช้งานได้หลายอุปกรณ์กว่า โดยตัวระบบจะเก็บประวัติที่เคยค้นหาเอาไว้ เพื่อให้ได้คำตอบเหมือนกันในทุกอุปกรณ์ที่ใช้งาน ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และ Dragon TV ที่ลงไปกับสมาร์ททีวี เซ็ตท็อป และกล่องเคเบิลหลายเจ้า ให้สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้

บวกกับประสบการณ์ และเทคโนโลยีของ Nuance ที่เป็นผู้นำในเรื่องการประมวลผลภาษามาโดยตลอด น่าสนใจว่าการขยับครั้งนี้จะสร้างแรงกดดันให้กับแอปเปิล และกูเกิลได้แค่ไหนครับ

ที่มา - The Next Web

Tags:
Dell

หลังล้มเหลวกับอุปกรณ์ที่ใช้ Android ไปหลายชิ้น ในงาน CES ครั้งนี้ Dell กลับมาออกอุปกรณ์ Android อีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช้มือถือ แต่เป็นคอมพิวเตอร์จิ๋วขนาดแฟลชไดร์ฟในชื่อ Dell Wyse Project Ophelia

ตัว Project Ophelia รัน Android 4.0 ICS ใช้งานด้วยการเสียบเข้ากับหน้าจอทีวี หรือมอนิเตอร์อื่นๆ สิ่งที่ต่างจากคอมพิวเตอร์จิ๋วจากจีนคือ Project Ophelia นั้นมีระบบกลุ่มเมฆส่วนตัวสำหรับดึงข้อมูลมาใช้งานได้ทันที

ฟีเจอร์หลักๆ ของ Project Ophelia จึงเป็นการใช้งานที่ไม่หนักนักอย่างเล่นเว็บ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ค และสามารถต่อเม้าส์-คีย์บอร์ดไร้สายแยกได้ ทางฝั่งองค์กรก็สามารถใช้เชื่อมต่อกับ virtualization อย่าง Citrix, Microsoft หรือ VMWare และยังใช้งานร่วมกับเครื่อง thin client ได้เช่นกัน

Project Ophelia มีแผนจะเริ่มขายในครึ่งแรกของปี 2013 สำหรับลูกค้าองค์กรครับ

ที่มา - Android Authority

Tags:
Cisco

Cisco โชว์ฟีเจอร์ใหม่ของ Videoscape Unity เพิ่มความสามารถอัดรายการทีวีไว้บนกลุ่มเมฆได้ แทนการใช้เครื่องบันทึกวิดีโอแบบเดิมๆ ที่ผู้ชมต้องติดตั้งไว้ที่บ้าน

แต่เดิมนั้น Videoscape Unity เป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ Cisco สร้างขึ้นมาเพื่อเน้นจำหน่ายแก่ผู้ให้บริการเคเบิลทีวี ผู้ชมที่ใช้บริการดังกล่าวจะสามารถรับชมรายการทีวีแบบสดๆ ผ่านทางอุปกรณ์ใดก็ได้ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต รวมทั้งใช้งานร่วมกับระบบ social network ผิดกับช่องรายการทั่วไปที่ไม่มี Videoscape Unity ซึ่งจะจำกัดให้ผู้ชมดูรายการผ่านทางทีวีเท่านั้น

ฟีเจอร์สำคัญที่ Cisco เพิ่งพัฒนาขึ้นใหม่ คือการสั่งอัดรายการทีวีไว้เพื่อรับชมในภายหลัง โดยเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้บนกลุ่มเมฆ ซึ่งทำให้ผู้ชมไม่จำเป็นต้องซื้อหาเครื่องบันทึกวิดีโอมาติดตั้งไว้ที่บ้านอีกต่อไป โดยในงาน CES 2013 มีการสาธิตใช้สมาร์ทโฟนสั่งอัดรายการทีวีไว้บนกลุ่มเมฆ ก่อนที่จะเปิดวิดีโอซึ่งถูกบันทึกไว้เพื่อรับชมผ่านทางสมาร์ทโฟนดังกล่าวอีกครั้ง

นอกจากฟีเจอร์ใหม่ของ Videoscape Unity แล้ว Cisco ยังนำเสนออุปกรณ์กระจายสัญญาณวิดีโอ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ผู้ใช้สามารถรับชมวิดีโอผ่านทางอุปกรณ์ใดๆ ภายในบ้านได้ด้วย

ที่มา - CNET