Tags:

Satya Nadella ซีอีโอของไมโครซอฟท์ประกาศปรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงใหม่ 3 ตำแหน่ง โดยแบ่งเป็น

  • Phil Spencer เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย Xbox คุมงานทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เกม และออนไลน์ (ทั้งหมดทุกอย่างที่เป็น Xbox)
  • Stephen Elop อดีตซีอีโอของโนเกีย รับตำแหน่งคุมฝ่าย Devices Group ดูแลสินค้าฮาร์ดแวร์ต่างๆ (ตามที่เคยประกาศไว้ตอนเข้าซื้อธุรกิจมือถือของโนเกีย) โดยจะมีผลเมื่อกระบวนการซื้อโนเกียเสร็จสิ้นช่วงปลายเดือนนี้
  • Scott Guthrie หรือชื่อในวงการคือ ScottGu อดีตหัวหน้าทีมซอฟต์แวร์สายนักพัฒนา (.NET/Visual Studio/Azure) ของไมโครซอฟท์ จะมารับตำแหน่งคุมฝ่าย Enterprise and Cloud ซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของ Satya Nadella อย่างเป็นทางการ (ก่อนหน้านี้ Guthrie เป็นแค่รักษาการ)

ที่มา - Microsoft

Microsoft

นอกจาก Microsoft Office for iPad ที่เปิดตัวเมื่อคืนนี้ ไมโครซอฟท์ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดองค์กรอีกตัวในชื่อ Enterprise Mobility Suite หรือ EMS

EMS เป็น "ชุด" ของบริการที่อยู่บนกลุ่มเมฆของไมโครซอฟท์ (ไม่มีแบบติดตั้งใช้เองในองค์กร) เป้าหมายเพื่อบริหารจัดการการใช้งานอุปกรณ์พกพาภายในองค์กร (BYOD) โดยประกอบด้วยบริการย่อย 3 ตัวคือ

  • Azure Active Directory Premium (AAD Premium) สำหรับการตรวจสอบตัวตน การล็อกอิน และการเข้าถึงข้อมูลภายในองค์กร รองรับการกำหนดกลุ่มผู้ใช้ การรีเซ็ตรหัสผ่าน และเชื่อมต่อเพื่อล็อกอินเข้ากับบริการกลุ่มเมฆ SaaS ของบริษัทอื่นๆ อีกมาก
  • Windows Intune สำหรับบริการจัดการตัวอุปกรณ์พกพา (mobile device management หรือ MDM) โดยระบบบริหารรันอยู่บนกลุ่มเมฆอยู่แล้ว รองรับอุปกรณ์หลากหลายทั้ง Windows Phone, iOS, Android รวมถึงทำงานได้กับ KNOX ของซัมซุงด้วย
  • Microsoft Azure Rights Management Services (Azure RMS) สำหรับการปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กร จำกัดการเข้าถึงเอกสาร ใช้งานร่วมกับ SharePoint, Exchange, Windows Server ได้ด้วย
Tags:
Satya Nadella

ในงานเปิดตัว Office for iPad เมื่อคืนนี้ ซีอีโอ Satya Nadella ได้ขึ้นเวทีกล่าวถึง "วิสัยทัศน์ใหม่" ของไมโครซอฟท์ที่สรุปได้ว่า Mobile-First Cloud-First

Satya บอกว่า mobile กับ cloud ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เพราะถ้ามีแต่ mobile อย่างเดียว การใช้งานจะจำกัดมาก แต่ถ้ามีแต่ cloud อย่างเดียวก็ไม่สามารถดึงศักยภาพของมันได้อย่างเต็มที่ เมื่อรวมทั้ง mobile กับ cloud เข้าด้วยกัน ความมหัศจรรย์จึงเกิดขึ้น

Tags:
AWS

สงครามราคาบริการกลุ่มเมฆทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้ประโยชน์เสมอ หลังจากกูเกิลประกาศลดราคาครั้งใหญ่เพียงวันเดียว Amazon AWS ก็ประกาศลดราคาทุกบริการลงทันที

ราคาใหม่จะปรับลดไม่เท่ากัน โดยรุ่นเล็กอย่าง M1, M2, และ C1 ลดราคาในช่วง 10-40% ขณะที่ C3 ลดราคา 30% และ M3 ลดราคา 38% นอกจากนี้ reserved instance ที่ต้องจ่ายล่วงหน้าจำนวนหนึ่งก็ลดราคาด้วยเช่นกัน ส่วนเครื่องที่เป็นวินโดวส์จะลดน้อยกว่า และ m1.micro ที่ราคาถูกที่สุดนั้นไม่มีการประกาศลดราคา

สำหรับนักพัฒนาที่ใช้บริการ S3 ปริมาณมากๆ ก็น่ายินดีว่า S3 นั้นลดราคาค่อนข้างมาก ตั้งแต่ 36% ถึง 65%

ราคาใหม่มีผลตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป

ที่มา - AWS

Tags:
China

เมื่อเกือบ 1 ปีที่แล้ว ไมโครซอฟท์เคยประกาศทำ Azure ในจีน โดยจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่น 21Vianet หลังจากทดสอบแบบพรีวิวกันมานาน วันนี้ Azure เปิดให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไปในประเทศจีนแล้ว

ไมโครซอฟท์ยืนยันว่าตัวเองเป็นบริษัทระดับโลกรายแรกที่เปิดให้บริการกลุ่มเมฆในจีน (คู่แข่งอย่าง Amazon เพิ่งเริ่ม, Google ยังไม่ขยับ) ส่วนพันธมิตร 21Vianet ก็มีฐานลูกค้าเป็นบริษัทใหญ่ๆ ของจีนเป็นจำนวนไม่น้อย เช่น Coca-Cola China, CNTV, LineKong, GMW.cn

เมื่อเดือนที่แล้วไมโครซอฟท์เพิ่งเปิดบริการ Azure อย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

ที่มา - Microsoft

Tags:
Google Cloud Platform

กูเกิลเพิ่งลดกระหน่ำพื้นที่ Google Drive ไปไม่นาน คราวนี้เป็นคิวของ Google Cloud Platform สำหรับนักพัฒนาบ้าง

  • Compute Engine ลด 32% ทุกแพ็กเกจ
  • App Engine ปรับวิธีคิดราคาให้ง่ายขึ้น และลดราคาส่วนของฐานข้อมูล-จำนวน instance ของการประมวลผล
  • Cloud Storage ลดราคาเหลือ 2.6 เซนต์ต่อ GB, เฉลี่ยแล้วลดลงจากเดิม 68%
  • Google BigQuery ลดราคาส่วน on-demand ลง 85%

กูเกิลยังประกาศส่วนลดพิเศษสำหรับการใช้งานที่มี workload ค่อนข้างคงที่ โดยถ้าใช้ workload เกิน 25% ต่อเดือนจะได้ส่วนลดในอัตราก้าวหน้าเพิ่มเติมด้วย

ที่มา - Google Developers Blog

Tags:
Microsoft

เว็บไซต์ ZDNet เผยข้อมูลวงในของไมโครซอฟท์ว่า ไมโครซอฟท์เตรียมรีแบรนด์บริการ Windows Azure เป็น Microsoft Azure โดยคาดการณ์กันว่า ทางไมโครซอฟท์จะประกาศอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ตามเวลาของสหรัฐอเมริกา (ประมาณช่วงกลางคืนของวันที่ 25 มีนาคมในประเทศไทย) และจะมีการพูดถึงรายละเอียดในวันที่ 3 เมษายนนี้ในงาน BUILD 2014

ทั้งนี้เว็บไซต์ ZDNet บอกว่า การรีแบรนด์ครั้งนี้ถือว่าสมเหตุสมผลดี เนื่องจากในช่วงหลัง ๆ ที่ผ่านมา บริการ Windows Azure เริ่มไม่ได้รองรับแค่ตัว Windows อย่างเดียวเท่านั้นแล้ว อย่างเช่น การรองรับการรัน Linux ใน virtual machine, รองรับ Oracle Database และ WebLogic รวมถึงชุดภาษาสำหรับการพัฒนาที่ไม่ใช่สาย Windows อย่าง Java, Ruby, PHP และ Python

ทาง ZDNet สอบถามความเห็นจากโฆษกของไมโครซอฟท์ แต่ทางไมโครซอฟท์ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับข่าวลือนี้ครับ

ที่มา: ZDNet

ป.ล. ณ เวลาที่ผมเขียนข่าว ผมลองเข้าไปที่เว็บไซต์ MicrosoftAzure.com ปรากฎว่ามัน redirect ไปยังหน้าเว็บของ Windows Azure โดยส่วนตัวคาดว่าข่าวลือนี้เป็นจริงแน่นอนครับ

อัพเดต: ไมโครซอฟท์ประกาศผ่านหน้าบล็อกของ MSDN แล้วว่าจะรีแบรนด์เป็น Microsoft Azure ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนนี้ครับ ขอบคุณ @Jonathan_Job ที่ฝากบอกข้อมูลมาให้ครับ ฉะนั้นผมขอเพิ่มแท็ก Microsoft Azure เลยแล้วกันนะครับ

Tags:
Titanfall

ข่าวนี้นำเสนอทิศทางการพัฒนาเกมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะส่วนของ backend เกมที่เริ่มย้ายขึ้นไปบนกลุ่มเมฆครับ

ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่าเกม Titanfall เป็นเกมที่เน้นมัลติเพลเยอร์ ซึ่งเกมมัลติเพลเยอร์ที่ผ่านๆ มา เลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ 2 แนวทางคือ ใช้เครื่องของผู้เล่นสักคนเป็นเซิร์ฟเวอร์ (player host ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องเกมหลุดถ้าเครื่องของผู้เล่นคนนั้นมีปัญหาการเชื่อมต่อ) หรือบริษัทวางระบบเซิร์ฟเวอร์เอง (dedicated server ซึ่งมีปัญหาเรื่องต้นทุนในการดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องแบกรับ และ ping time ที่ช้าเกินไปสำหรับผู้เล่นที่อยู่คนละภูมิภาคกับเซิร์ฟเวอร์)

ทีมงาน Respawn Entertainment ซึ่งแยกตัวมาจาก Infinity Ward เดิม มีประสบการณ์เรื่องนี้เป็นอย่างดีจากการทำเกมซีรีส์ Call of Duty และเมื่อแยกตัวมาเปิดบริษัทใหม่ในปี 2010 ทีมงานก็วางแผนเรื่องนี้กับไมโครซอฟท์ในการดึงพลังประมวลผลจากกลุ่มเมฆมาตั้งแต่แรก จนออกมาเป็นแนวทางการทำ dedicated server แต่แทนที่จะซื้อเครื่องเองก็เปลี่ยนเป็นใช้ Azure แทน

ประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงในวงการ cloud มาโดยตลอดคือข้อมูลที่ไปอยู่บน public cloud อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะข้อมูลที่อ่อนไหวมากๆ เช่น ข้อมูลด้านความมั่นคงหรือข้อมูลด้านการแพทย์

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐก็เริ่มขยับตัว เดินหน้าใช้งาน public cloud กันแล้ว โดยกองทัพเรือของสหรัฐ (U.S. Navy) ประกาศว่าจะนำข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้ว (public-facing data) ขึ้นไปไว้บนกลุ่มเมฆของ Amazon Web Services แทนการบริหารเซิร์ฟเวอร์เอง ด้วยเหตุผลว่าลดต้นทุนในการดูแลศูนย์ข้อมูลลงได้ 60% จากเดิม

Terry Halvorsen ซีไอโอของสำนักงานกองทัพเรือบอกว่าภารกิจของเขาคือการสร้างสมดุลระหว่างการนำข้อมูลขึ้นกลุ่มเมฆเพื่อลดค่าใช้จ่าย กับการรักษาความลับโดยการเก็บข้อมูลไว้ภายในองค์กรเอง

รัฐบาลสหรัฐในปัจจุบันมีนโยบายลดค่าใช้จ่ายด้านศูนย์ข้อมูล ภายใต้โครงการชื่อ Federal Data Center Consolidation Effort (FDCCI) ซึ่งจะปิดศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กที่ใช้ไม่ค่อยคุ้ม แล้วรวมงานขององค์กรหลายๆ แห่งมารันบนศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่แทน รวมถึงย้ายงานเซิร์ฟเวอร์แบบเดิมๆ มารันแบบ virtualization ด้วย

ที่มา - Data Center Knowledge

Tags:
DigitalOcean

DigitalOcean ผู้ให้บริการกลุ่มเมฆที่กำลังมาแรงมากในช่วงหลัง ประกาศระดมทุนครั้งใหญ่ครั้งแรก (Series A) 37.2 ล้านดอลลาร์ การลงทุนครั้งนี้นำโดยบริษัท Andreessen Horowitz ของ Marc Andreessen (ผู้สร้าง Netscape) และกองทุนอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

DigitalOcean ก่อตั้งเมื่อปี 2011 โดยวิศวกรเพียง 3 คน เป้าหมายของบริษัทคือสร้างแพลตฟอร์มกลุ่มเมฆแบบ IaaS ที่ "ใช้ง่าย" กว่าคู่แข่ง บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลัง ปัจจุบันให้บริการเซิร์ฟเวอร์เสมือนมากกว่า 1 ล้านตัว และขยายศูนย์ข้อมูลไปยังซานฟรานซิสโก อัมสเตอร์ดัม สิงคโปร์

บริษัทบอกว่าเป้าหมายของตัวเองคือการขยายขีดความสามารถ (scale) โดยเงินระดมทุนที่ได้ในรอบนี้จะนำไปซื้อฮาร์ดแวร์เพิ่ม และเพิ่มจำนวนวิศวกรให้เยอะกว่าเดิม

ที่มา - DigitalOcean Blog, VentureBeat

Tags:
VMware

บริการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆภายนอกหน่วยงานสำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ นั้น หน่วยงานที่จะให้บริการได้จะต้องขอใบรับรอง FedRAMP เสียก่อน ตอนนี้ผู้ให้บริการที่เราได้ยินชื่อ เช่น Azure, อเมซอน, และ Akamai ได้รับใบรับรองและให้บริการ ตอนนี้เจ้าตลาดองค์กรเดิมอย่าง VMware ก็กำลังขอใบรับรองนี้เพื่อให้บริการด้วยเช่นกัน

VMware เลือกใช้ศูนย์ข้อมูลใหม่ที่บริหารโดย Carpathia แยกจากศูนย์ข้อมูลเดิมของตัวเองที่ให้บริการภาคเอกชนอยู่แล้ว ทำให้บริการใหม่นี้จะใช้ชื่อว่า VMware vCloud Government Service Provided by Carpathia

กระบวนการขอใบรับรอง FedRAMP ใช้เวลานาน โดยคาดว่าจะได้ใบรับรองประมาณครึ่งปีหลัง แต่ที่ต้องแถลงข่าวเปิดตัวก่อนเพราะการเปิดตัวจะทำให้ VMware สามารถเข้าประมูลงานภาครัฐที่จะตัดสินช่วงครึ่งปีหลังได้ตั้งแต่ตอนนี้

ตลาดภาครัฐในสหรัฐฯ เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่บริษัททั้งหลายล้วนพยายามชิงกันอย่างหนัก เช่นเดียวกับในประเทศไทย ก่อนหน้านี้มีคดีสัญญาเช่าบริการกลุ่มเมฆที่แข่งกันระหว่างอเมซอนและไอบีเอ็ม หรือการแข่งกันให้บริการออฟฟิศบนกลุ่มเมฆระหว่างไมโครซอฟท์และกูเกิล อนาคตเราคงเห็นการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ

ที่มา - InformationWeek

Google Cloud Platform

เว็บ Infoworld ออกรายงานวัดประสิทธิภาพของบริการประมวลผลจากเซิร์ฟเวอร์ในกลุ่มเมฆ เพื่อวัดประสิทธิภาพราคาของแต่ละราย โดยวัดจากสามเจ้าหลัก ได้แก่ อเมซอน, กูเกิล, และไมโครซอฟท์

เครื่องที่ใช้ของทั้งสามเจ้าแบ่งเป็น (รายการเครื่องเป็น Amazon EC2, Google Compute Engine, และ Windows Azure ตามลำดับ)

  • เครื่องประเภท 1 คอร์ ได้แก่ m1.medium แรม 3.75GB, n1-standard1 แรม 3.75GB, Small VM แรม 1.75GB
  • เครื่องประเภท 2 คอร์ ได้แก่ c3.large แรม 3.75GB, n1-highcpu-2 แรม 1.8GB , Medium VM แรม 3.5GB
  • เครื่องประเภท 8 คอร์ ได้แก่ m3.2xlarge แรม 30GB, n1-standard-8 แรม 30GB, Extra Large VM แรม 14GB
Tags:

Google Cloud SQL เปิดบริการเป็นส่วนเสริมสำหรับ Google App Engine เพื่อให้นักพัฒนาที่ต้องการเข้าถึง MySQL เต็มรูปแบบสามารถใช้บริการที่ขยายไปได้เรื่อยๆ แต่ก่อนหน้านี้บริการนี้อยู่ในสถานะการให้บริการอย่างจำกัด (limited preview) ตอนนี้ Cloud SQL ก็เข้าสู่สถานะมีให้บริการทั่วไป (generally available - GA) แล้ว

การให้บริการเป็นการทั่วไปครั้งนี้กูเกิลจะรับประกัน uptime ให้ 99.95% และขยายขนาดฐานข้อมูลใหญ่ที่สุดเป็น 500 กิกะไบต์

การปรับสถานะครั้งนี้ กูเกิลปรับปรุงความปลอดภัยไปพร้อมกัน โดยไฟล์ข้อมูลทั้งหมดรวมถึงไฟล์ชั่วคราวจะถูกเข้ารหัสทั้งหมด ข้อมูลที่ส่งในเครือข่ายภายในเครือข่ายของกูเกิลเองก็ถูกเข้ารหัส ในขณะที่การเชื่อมต่อจากภายนอกสามารถเลือกใช้บริการเข้ารหัสได้ ส่วนไฟล์สำรองข้อมูลแบบเข้ารหัสจะเพิ่มเข้ามาเร็วๆ นี้ ในแง่ของระบบการให้อำนาจเข้าถึง (authorization) กูเกิลเปิดระบบของ MySQL เต็มรูปแบบทำให้เราสามารถจัดการสิทธิให้ผู้ใช้คนอื่นๆ เข้าถึงบางตาราง หรือบางคอลัมน์ได้แล้ว

บริการ Google Cloud SQL สะดวกกว่าการเช่าเครื่องมาเซ็ดอัพฐานข้อมูลเองเพราะกูเกิลให้บริการหลายๆ อย่าง เช่น การสำรองข้อมูลอัตโนมัติ สำเนาข้อมูลข้ามโซน

ที่มา - Google Cloud Platform Blog

Tags:
DigitalOcean

หลังจากที่บอกให้รอและเลื่อนกันมาแล้วครั้งนึง วันนี้ทาง DigitalOcean ได้ประกาศเปิดให้บริการศูนย์ข้อมูลน้องใหม่ล่าสุดที่ประเทศสิงคโปร์แล้วครับ

โดยศูนย์ข้อมูลใหม่นี้ตั้งอยู่ที่ Equinix Data Center เชื่อมต่อเครือข่ายกับ TeliaSonera และ NTT ข่าวดีคือราคายังเท่าเดิม ส่วนข่าวไม่ค่อยดีเท่าไหร่คือ บาง ISP ในไทยอาจมี Traffic อ้อมโลกอยู่พอสมควร ทำให้ Latency (ค่า ping time) ไม่ได้ดีมากอย่างที่หวังสำหรับ ISP ที่มีปัญหาครับ

ที่มา: DigitalOcean

Tags:
SoftLayer

วงการคอมพิวเตอร์บนกลุ่มเมฆตอนนี้ น่าจะพอเรียกได้ว่าโครงการโอเพนซอร์ส OpenStack กลายเป็นมาตรฐานกลายๆ (de facto) ไปเรียบร้อยแล้ว การพัฒนาซอฟต์แวร์บนกลุ่มเมฆที่อยู่บน OpenStack API จึงได้เปรียบกว่าในแง่การย้ายงานข้ามผู้ให้บริการกลุ่มเมฆกัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีระบบกลุ่มเมฆอีกไม่น้อยที่ถูกพัฒนาขึ้นมาก่อน OpenStack จะดัง และการพัฒนาระบบเหล่านี้ให้รองรับ OpenStack API เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและทรัพยากรอีกมาก

บริษัทกลุ่มเมฆ SoftLayer (ที่เพิ่งถูก IBM ซื้อกิจการเมื่อปีที่แล้ว) เห็นโอกาสตรงนี้ จึงพัฒนาซอฟต์แวร์ชื่อ Jumpgate ขึ้นมาเป็นมิดเดิลแวร์แปลง API ของกลุ่มเมฆเดิมให้กลายเป็น OpenStack API

Jumpgate เขียนด้วยภาษา Python และเป็นโครงการโอเพนซอร์ส เบื้องต้นยังรองรับเฉพาะ API ของ SoftLayer เอง แต่ในอนาคตก็น่าจะรองรับ API ของระบบกลุ่มเมฆอื่นๆ มากขึ้นไปด้วย

ที่มา - SoftLayer, The Register

Tags:
Open Compute

Blognone รายงานข่าวของโครงการ Open Compute ศูนย์กลางการเปิดสเปกด้านฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์อยู่เรื่อยๆ แต่ที่ผ่านมาเรามักเห็นแต่ข่าวบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ออกมาเปิดเผยสเปกของที่มีอยู่แล้วต่อสาธารณะ และยังไม่เห็นข่าวที่เกี่ยวกับการนำไปใช้เท่าไรนัก

ล่าสุดบริษัท IO ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบศูนย์ข้อมูล บุกเข้ามาทำฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์เองภายใต้ชื่อโซลูชันว่า IO.Cloud

  • ฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ สร้างขึ้นตามสเปกของโครงการ Open Compute โดยใช้เซิร์ฟเวอร์ประมวลผลหลักรหัส Winterfell และสตอเรจรหัส Open Vault
  • ซอฟต์แวร์กลุ่มเมฆ เลือกใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจากโครงการ OpenStack
Tags:
Microsoft

หลังจากอเมซอนประกาศลดราคา S3 และ EBS ลงอีกรอบ มีผล 1 ก.พ. นี้ไปไม่นาน ไมโครซอฟท์ก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะตั้งราคาบริการบน Windows Azure อย่าง บริการประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และแบนด์วิธ ให้เท่ากับ Amazon Web Services โดยประกาศลดราคา Block Blobs Storage และ Disks/Page Blobs Storage ลงสูงสุดถึงร้อยละ 20 สำหรับการให้บริการแก่ภูมิภาค US East Region และให้ราคาใหม่มีผลต่อการให้บริการแก่ภูมิภาคอื่นทั่วโลก ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 13 มี.ค. เป็นต้นไป

ในประกาศเดียวกัน บริษัทยังประกาศลดราคา Locally Redundant Disks/Page Blobs Storage ลดถึงร้อยละ 28 และลดราคาทรานเซกชันของ Azure Storage ลงครึ่งหนึ่งของราคาเดิมอีกด้วย

ไมโครซอฟท์ยังคุยว่า การลดราคาทั่วโลกนั้นทำให้บริการข้างต้นของบริษัทในหลายภูมิภาคถูกกว่าของอเมซอน ไมโครซอฟท์ยังโฆษณาว่าบริการของตนดีกว่าของอเมซอน โดย

  • อ้างอิงรายงานของ Nasuni Cloud Storage Report ที่ว่าปีที่แล้ว Blob Storage ดีกว่า S3 ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความสามารถในการขยายขีดจำกัดในการทำงาน (scalability) และเสถียรภาพ
  • กล่าวว่าลูกค้ายังได้พื้นที่บน VM ที่ทนทาน (durable) โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างไร โดยยกตัวอย่างว่าดิสก์บน IaaS ที่ 0.095 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ต่อเดือนนั้นมาพร้อมกับ Geo Redundancy หากลูกค้าใช้ AWS จะต้องจ่ายทั้ง EBS Standard Volumes ที่ 0.05 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ต่อเดือน และ EBS Snapshot ไปยัง S3 ที่ 0.095 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ต่อเดือน ซึ่งจากต้นทุนโดยรวมทั้งหมดแล้วบริการของ AWS แพงกว่าของ Windows Azure ถึงร้อยละ 34

ที่มา: Windows Azure Blog

Tags:

คนแถวนี้คงคุ้นเคยกับโลโก้ Intel Inside เครื่องหมายรับรองมาตรฐานของอินเทลกันเป็นอย่างดี

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคของการประมวลผลบนกลุ่มเมฆ อินเทลก็ริเริ่มทำโครงการคล้ายๆ กันในชื่อ Intel Cloud Technology เป็นการออกตราสัญลักษณ์รับรองว่าผู้ให้บริการกลุ่มเมฆรายใด "ใช้ซีพียูอินเทล" บ้าง

เดิมทีมีเพียงเจ้าพ่อใหญ่ Amazon Web Services รายเดียวที่ได้ตรารับรองนี้ แต่ล่าสุดอินเทลขยายจำนวนบริษัทที่ได้ตรารับรองเพิ่มอีก 16 บริษัทจากหลายประเทศ (เช่น Rackspace)

ตัวแทนของอินเทลบอกว่าโลกยุคกลุ่มเมฆเดินทางมาถึงระยะที่ผู้ใช้ต้องการรู้ว่าเครื่องที่เช่าใช้รันงานนั้นใช้หน่วยประมวลผลใด เพราะความต้องการของผู้ใช้กลุ่มที่อยากได้ประสิทธิภาพแรงๆ ย่อมต่างไปจากผู้ใช้กลุ่มที่ต้องการประหยัดเงิน และการออกตราสัญลักษณ์ลักษณะนี้ก็จะช่วยให้ผู้ใช้แยกแยะเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม Microsoft Azure และ Google Compute Engine ยังไม่อยู่ในกลุ่มที่ได้ตราสัญลักษณ์นี้

ที่มา - GigaOm, Ars Technica

Tags:
Oracle

ตลาดกลุ่มเมฆแบบ Infrastructure as a Service (IaaS) กำลังจะได้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาอีกราย โดยออราเคิลที่ตีกินตลาดแอพพลิเคชันธุรกิจบนกลุ่มเมฆ (SaaS) มานาน ประกาศว่าจะเปิดบริการ IaaS cloud มาสู้กับ Amazon Web Services และ Azure แล้ว

Larry Ellison ซีอีโอของออราเคิลระบุว่าเราจะได้เห็น Oracle IaaS ภายในครึ่งแรกของปี 2014 และตั้งใจแข่งขันอย่างจริงจัง (we intend to compete aggressively) โดยตั้งราคาที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้

Ellison บอกว่ายุทธศาสตร์ของออราเคิลคือสู้ราคาในตลาด IaaS และสร้างความแตกต่างในตลาดแอพพลิเคชันเพื่อกินส่วนต่างกำไรที่ดีกว่า

ที่มา - CRN, GigaOm

JavaScript

เว็บไซต์ InfoWorld สรุปภาพรวมของตลาดการพัฒนาซอฟต์แวร์ในปี 2013 ไว้หลายข้อดังนี้

  • JavaScript มาแรง ทั้งฝั่งไคลเอนต์ (Meteor, Angular.js, Famo.us) และเซิร์ฟเวอร์ (Node.js) จากการสำรวจของบริษัท Appcelerator นักพัฒนาแอพมือถือเลือกภาษา JavaScript เป็นอันดับหนึ่งเหนือ Java, Objective-C, C# ด้วยเหตุผลเรื่องการทำงานข้ามแพลตฟอร์มเป็นหลัก
  • ซัมซุงพยายามสร้างอิทธิพลบนโลก Android ปีนี้ซัมซุงทำงานเรื่องแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนามากขึ้น เช่น การอัพเกรด SDK ครั้งใหญ่, จัดงานสัมมนาสำหรับนักพัฒนาเป็นครั้งแรก หรือการสร้างแพลตฟอร์มอย่าง KNOX
  • ทุกคนมี API บริการออนไลน์ต่างๆ เชื่อมต่อกันด้วย API และตลาดไอทีองค์กรเองก็เริ่มปรับตัวในการสร้าง-ใช้งาน API ภายในบริษัทแล้ว
  • กลุ่มเมฆแบบ PaaS กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง กลุ่มเมฆแบบ PaaS ให้บริการมาได้สักระยะหนึ่ง แต่เพิ่งเริ่มมาจุดติดอีกรอบในปี 2013 โดยสถิติจากการสำรวจพบว่าอัตราการใช้งาน PaaS โตขึ้น 50% จากปี 2012
  • Java และ .NET ยังมั่นคง แต่ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แพลตฟอร์มเก่าๆ อย่าง Java และ .NET ยังไม่หายไปไหน แต่ความน่าตื่นเต้นน้อยลงมากเมื่อเทียบกับในอดีต แถมสองแพลตฟอร์มนี้ก็ไม่ได้ออกอะไรใหม่ที่สำคัญในปี 2013 ด้วย (ต้องรอ Java SE 8 ในปี 2014)

ที่มา - InfoWorld