Image
By lew Founder on Tag: Science, Research, BNK48
Science

The Royal Society เผยแพร่บทสัมภาษณ์เฌอปราง อารีย์กุล กัปตันวง BNK48 ในฐานะผู้ร่วมเขียนในชื่อที่สามของรายงานวิจัย "A DFT investigation of the blue bottle experiment: Ehalf-cell analysis of autoxidation catalysed by redox indicators" (doi: 10.1098/rsos.170708) และยังเป็นนักร้องไปพร้อมกัน

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: MIT, Research, Biology
MIT

นักวิจัยจาก MIT พัฒนาชุดทดสอบสารเคมีแบบใหม่ใส่กล่องพกพา โดยในกล่องดังกล่าวสามารถใส่ตัวอย่างเนื้อเยื่อแบบต่างๆ ใส่เข้าไปเพื่อทดสอบได้นับ 10 แบบ

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: NASA, Research, Biology
NASA

NASA เผยผลการศึกษาความเปลี่ยนแปลงของนักบินอวกาศเมื่อปฏิบัติงานอยู่ในอวกาศเป็นระยะเวลานาน ผ่านโครงการวิจัย "Twins Study" และพบว่าพันธุกรรมในร่างกายมนุษย์มีความเปลี่ยนแปลง แต่ความเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่จะกลับคืนสภาพเดิมอย่างรวดเร็วเมื่อมนุษย์อวกาศเดินทางกลับสู่ผิวโลก เว้นแค่บางอย่างที่อาจต้องใช้เวลานานขึ้นเพื่อคืนสภาพ

By mk Founder on Tag: Microsoft, Translation, Machine Learning, Research
Microsoft

ไมโครซอฟท์ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาระบบ AI แปลภาษา โดยสามารถแปลข่าวจากภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษได้ในระดับทัดเทียมกับมนุษย์

ระบบ machine translation ของไมโครซอฟท์ใช้เทคนิคหลายอย่างช่วยกันยกระดับคุณภาพการแปล โดยสามารถแปลชุดทดสอบ newstest2017 ที่นำข้อความจากหน้าสื่อจริงๆ จำนวน 2,000 ประโยคมาใช้งาน แล้วตรวจสอบคุณภาพเทียบกับการแปลของนักแปลมืออาชีพ 2 กลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ผลที่ได้ออกมาทัดเทียมกัน

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: Energy, Research
Energy

"ไข่ไก่" ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบประกอบอาหารที่แทบทุกคนคุ้นเคยกันดี อุดมไปด้วยโปรตีน ซื้อหาได้ง่าย เรียกได้ว่าเป็นส่วนประกอบที่พบได้ในมื้ออาหารของคนแทบทุกชนชาติ แต่วันนี้จากผลการค้นคว้าวิจัยของทีมวิจัยจากญี่ปุ่น ไข่ไก่อาจเป็นมากกว่าอาหาร ทว่ามันอาจจะเป็นกุญแจสำคัญของเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในอนาคตด้วย

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Osaka City สามารถใช้ประโยชน์จากสาร lysozyme อันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสารโปรตีน ซึ่งแม้ว่า lysozyme จะถูกพบได้ในน้ำลาย, น้ำตา, เมือก และน้ำนมมนุษย์ด้วย แต่แหล่งโปรตีนที่จัดหาและตระเตรียมได้ง่ายในราคาไม่สูงตามความเห็นของทีมวิจัย ก็คือไข่ขาวของไข่ไก่ที่ใช้บริโภคกันอยู่ทุกวี่ทุกวันนี้เอง โดยสาร lysozyme ที่ว่านี้ถูกนำมาช่วยในกระบวนการสกัดเอาก๊าซไฮโดรเจนออกจากน้ำ ทำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพได้ปริมาณก๊าซเพิ่มสูงขึ้น

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: Stanford, Research
Stanford

ทีมวิจัยจาก Stanford พัฒนางานวิจัยการใช้แสงเลเซอร์เพื่อตรวจสอบวัตถุที่อยู่หลังผนังทึบแสง โดยอาศัยการปล่อยแสงเลเซอร์ให้ตกกระทบวัตถุและวิเคราะห์แสงที่สะท้อนกลับมายังเซ็นเซอร์

ทว่าการใช้วิธียิงแสงเลเซอร์ไปตกกระทบวัตถุและตรวจจับแสงสะท้อนโดยตรงนั้นเรียกได้ว่าไม่ได้แตกต่างจากเทคโนโลยี LIDAR ที่มีใช้งานอยู่แล้วในปัจจุบัน หากแต่สิ่งที่ทีมวิจัยทำกันนั้นแตกต่างยากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น พวกเขาใช้ฉากกั้นทึบแสงวางกั้นกลางระหว่างเครื่องยิงลำแสงกับวัตถุ จากนั้นก็ยิงลำแสงเลเซอร์ให้ตกสะท้อนผนังอ้อมฉากกั้นไปตกกระทบวัตถุเป้าหมายที่ซ่อนอยู่หลังฉาก

Harvard

นักวิจัยจาก Wyss Institue แห่งมหาวิทยาลัย Harvard คิดค้นวัสดุเพื่อใช้เป็นเทปปิดสมานแผลสำหรับแผลผ่าตัดอวัยวะภายในร่างกายได้

แต่เดิมทีการปิดแผลห้ามเลือดแผลผ่าตัดบริเวณอวัยวะภายในร่างกายนั้นมีข้อจำกัดที่ซับซ้อนกว่าแผลผิวหนังภายนอก เทคนิคที่ใช้กันมีทั้งการเย็บแผลด้วยไหมหรือลวดเย็บสำหรับงานผ่าตัดโดยเฉพาะซึ่งต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้ผ่าตัด และต้องใช้เวลาในการลงมือทำ ในขณะการใช้กาวสมานแผลซึ่งทำได้รวดเร็วกว่าและเป็นวิธีทั่วไปสำหรับการปิดแผลห้ามเลือดผิวหนังภายนอกนั้นก็ไม่ตอบโจทย์เรื่องความยืดหยุ่น เพราะเมื่อเนื้อกาวแข็งตัวมันจะเปราะจนแตกและหลุดออกจากแผลได้ง่ายเมื่อพื้นผิวเนื้อเยื่อที่มันยึดเกาะอยู่มีการเคลื่อนไหวปรับเปลี่ยนรูปทรงพื้นผิว ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเติมกาวลงไปใหม่กับบาดแผลที่อวัยวะภายในร่างกาย

By sunnywalker Writer on Tag: Artificial Intelligence, USA, Research
Artificial Intelligence

Northeastern University/Gallup สำรวจความเห็นชาวอเมริกันที่มีต่อ AI จำนวน 3,297 คน โดยเป็นการสำรวจโดยให้ตัวเลือกว่า ในสิบปีข้างหน้า คนกลัวใครเข้ามาแย่งงานมากกว่ากันระหว่าง AI กับผู้อพยพ ผลคือคนอเมริกัน 58% คิดว่า AI เป็นภัยคุกคามจะเข้ามาทำงานแทนที่คน ส่วนอีก 42% ระบุว่าพวกเขาอาจถูกผู้อพยพเข้ามาแย่งงาน

เมื่อดูกลุ่มคนอเมริกันโดยแบ่งแยกตามความคิดทางการเมือง ผลสำรวจพบว่า ผู้ที่นิยมแนวคิดการเมืองแบบอนุรักษ์นิยม กลัวผู้อพยพเข้ามาแย่งงานมากกว่า AI (คิดเป็น 52% - 48% ตามลำดับ)

ด้านผู้ที่มีแนวคิดทางการเมืองไปทางเสรีนิยมประชาธิปไตย กลัว AI เข้ามาแย่งงานมากกว่า (คิดเป็น 67% - 33%) ส่วนผู้ที่ไม่สังกัดฝั่งใดเป็นพิเศษกลัว AI มากกว่า (คิดเป็น 57% - 43%)

By nutmos Writer on Tag: Twitter, Fake, Research
Twitter

นิตยสาร Science ได้ตีพิมพ์งานวิจัยใหม่เกี่ยวกับการกระจายของข่าว โดยจากงานวิจัยพบว่าข่าวปลอมมีโอกาสแพร่กระจายทาง Twitter ไวกว่าข่าวจริงมาก โดยเฉพาะข่าวเรื่องการเมือง

Soroush Vosoughi นักวิทยาการข้อมูลจาก MIT ในเคมบริดจ์ซึ่งเป็นหัวหน้านักวิจัยกล่าวว่า การเขาได้อ่านข่าวปลอมหลายครั้งตั้งแต่การระเบิดในบอสตันมาราธอนปี 2013 เป็นแรงกระตุ้นให้เขาทำงานวิจัยชิ้นนี้ เขาเห็นว่าข่าวปลอมนั้นไม่ใช่แค่เรื่องสนุกบน Twitter แต่มีผลกับชีวิตจริงและสามารถทำให้เจ็บปวดได้จริง ๆ

By nutmos Writer on Tag: Toyota, Research, Self-Driving Car
Toyota

Toyota ประกาศจัดตั้งบริษัท Toyota Research Institute-Advanced Development (TRI-AD) เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการขับเคลื่อนอัตโนมัติ เน้นไปที่ซอฟต์แวร์ที่สามารถนำไปผลิตได้จริง โดยร่วมมือกับ Aisin Seiki และ Denso ซึ่งทั้งสามบริษัทเตรียมเงินลงทุนกว่า 3 แสนล้านเยนสำหรับบริษัทใหม่นี้แล้ว

TRI-AD จะมีพนักงานทั้งหมดประมาณ 1,000 คน โดยจะนำทั้งคนที่มีความสามารถจากทั้งใน Toyota, Aisin และ Denso รวมถึงสรรหาคนนอกเข้ามาทำงานในสถาบันวิจัย โดยตอนนี้ Toyota กำลังอยู่ระหว่างการหาตำแหน่งที่ตั้งของบริษัทใหม่นี้ในโตเกียว เพื่อความได้เปรียบในเชิงการเข้าถึงและการจ้างงาน

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: Duke University, Research, Automobile
Duke University

ทีมนักวิจัยจาก Duke พัฒนาเซนเซอร์จากหมึกคาร์บอน ใช้เพื่อการตรวจวัดการสึกหรอของยางรถยนต์ที่ผ่านการใช้งาน ซึ่งจะสามารถแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อยางหมดสภาพ โดยมีความแม่นยำในการตรวจวัด 99%

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: MIT, Stanford, Research, Gender, Racism
MIT

นักวิจัยจาก MIT และ Stanford ร่วมกันทำการทดสอบโปรแกรมวิเคราะห์ใบหน้าจาก 3 บริษัทใหญ่ พบว่าล้วนแล้วแต่ให้ผลการทำงานที่ดีกับภาพใบหน้าผู้ชายเหนือกว่าภาพใบหน้าผู้หญิง ทั้งยังทำการวิเคราะห์ภาพใบหน้าคนผิวขาวได้ดีกว่าภาพใบหน้าคนผิวสีด้วย

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: Wireless Charging, Research
Wireless Charging

ทีมนักวิจัยจาก University of Washington ได้ทำการทดลองชาร์จไฟแบบไร้สายให้กับโทรศัพท์มือถือด้วยเทคนิคใหม่โดยการยิงแสงเลเซอร์จากระยะไกลได้เป็นผลสำเร็จ

ที่ผ่านมาถึงตอนนี้ การชาร์จไฟแบบไร้สายแทบทั้งหมดเป็นการส่งผ่านพลังงานผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในย่านความถี่คลื่นวิทยุทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานของ Qi ซึ่งใช้คลื่นในช่วง 100 - 205 kHz, มาตรฐาน PMA ซึ่งใช้คลื่นในช่วง 277 - 357 kHz หรือมาตรฐาน A4WP ที่ใช้คลื่นความถี่ 6.78 MHz แต่ในเมื่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นใช่ว่าจะมีเพียงคลื่นวิทยุ ทีมวิจัยจึงทดลองใช้คลื่นแสงมาทำหน้าที่ส่งผ่านพลังงานดูบ้าง

By littletail Contributor on Tag: Intel, Quantum Computer, Chip, Processor, Research
Intel

ชิพคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ ในงานวิจัย คือชิพแบบ superconducting ที่บริษัทใหญ่ๆ อย่างกูเกิล, IBM, และอินเทลกำลังวิจัยสร้างอยู่ และชิพแบบ trapped ion ที่ใช้เลเซอร์ในการดักจับไอออนและแก้ไขสถานะของคิวบิต

แต่โลกของการวิจัยชิพควอนตัมก็ไม่ได้จบอยู่ที่สองแบบนี้เท่านั้น ก่อนหน้านี้ อินเทลเคยประกาศไว้ว่ากำลังวิจัยชิพที่ทำจากซิลิคอนด้วยเช่นกัน โดยเชื่อว่าชิพซิลิคอนนี้จะมีขนาดเล็กกว่าชิพแบบอื่นเมื่อมีจำนวนคิวบิตเท่ากัน สามารถคงสถานะของคิวบิตได้นานกว่า สามารถทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่าชิพแบบ superconducting ได้ และที่สำคัญคือ อินเทลมี know-how ในการสร้างชิพจากซิลิคอนอยู่แล้วด้วย

By arjin Writer on Tag: Grab, Research
Grab

Grab เปิดเผยผลการศึกษาและวิเคราะห์ โดยมุ่งไปที่ปัญหาผู้โดยสารกดปุ่มยกเลิกการเรียกรถระหว่างทาง ว่าสามารถทำอย่างไรเพื่อให้อัตราการกดยกเลิกลดลงได้บ้าง โดย Grab เริ่มจากการสอบถามคนขับรถ ได้ข้อมูลเบื้องต้นว่า เมื่อพวกเขาแชตข้อความไปหาผู้โดยสารขณะขับรถไปรับ มักจะไม่ถูกกดยกเลิก ทีม Grab จึงเริ่มศึกษาเรื่องนี้ให้ลึกขึ้น

Grab ทำการทดสอบโดยใช้ปัจจัยร่วมสองอย่างคือ ระยะเวลาที่คนขับเดินทางไปช้ากว่าที่ระบุในแอพ กับรูปแบบข้อความที่แชตไปหา (ประโยคคำถาม, ประโยคส่งผู้ขับรถไม่ใช่ระบบ, ประโยคที่มีอีโมจิ ฯลฯ) ผลพบว่าการแชตหาผู้โดยสารช่วยให้ลดอัตราการกดยกเลิกได้ 2%

By lew Founder on Tag: SETI, Research, GPU, Cryptocurrency
SETI

ความนิยมขุดเงินคริปโตทำให้เกมเมอร์ทั่วโลกต้องหัวร้อนกันมานานหลายเดือนหลังจากการ์ดจอขาดตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้คนอีกกลุ่มที่เดือดร้อนไม่แพ้กันคือนักวิจัยจาก Search for Extraterrestrial Intelligence หรือโครงการ SETI ที่ไม่สามารถซื้อการ์ดจอมาทำวิจัยได้

Cortana

Microsoft ประกาศตั้ง Cortana Intelligence Institute เพื่อทำการศึกษาและทดลองเพื่อปรับปรุงระบบ AI ของ Microsoft โดยเน้นไปที่การใช้ในที่ทำงาน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสามองค์กรคือ Microsoft Research, Cortana Research และ RMIT University ในออสเตรเลีย

การร่วมมือกันวิจัย Cortana จะช่วยพัฒนาให้ Cortana สามารถทำงานโดยใช้คำสั่งที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่ง RMIT จะเน้นการนำบริบทมาใช้เพื่อให้ Cortana เข้าใจงานของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น และสามารถจัดการงานต่าง ๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการได้ดียิ่งชึ้น

By arjin Writer on Tag: Facebook, Chat Bot, Research
Facebook

ถึงแม้โครงการแชทบ็อต M ของ Facebook จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ Facebook เองก็ยังไม่ลดความพยายามในการพัฒนาแชทบ็อตขึ้นใหม่ให้ดียิ่งขึ้น โดยอย่างน้อยก็มีเป้าหมายหนึ่งคือการหาวิธีทำให้แชทบ็อตมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น

ทีมวิจัยของแล็บ FAIR ของ Facebook ได้เผยแพร่เปเปอร์ ถึงการพัฒนาแชทบ็อต โดยเริ่มต้นอธิบายปัญหาว่าบ็อตเองนั้น ไม่มีลักษณะตัวตนที่ชัดเจน ทำให้เนื้อหาการสนทนายึดติดกับการหาคำตอบตลอดเวลา แถมยังไม่จดจำเนื้อหาการสนทนาในอดีต และสุดท้ายหากถูกถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจ ก็จะตอบซ้ำในรูปแบบเดิมว่าไม่ทราบ

By nismod Writer on Tag: Energy, Research
Energy

IRENA หรือ International Renewable Energy Agency องค์กรระหว่างประเทศที่สนับสนุนและผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาด ได้เปิดเผยรายงานชื่อ Renewable Power Generation Costs in 2017 ซึ่งคาดการณ์ว่า ภายในปี 2020 ต้นทุนของพลังงานทางเลือกจะถูกกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล

รายงานระบุว่า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในปัจจุบันอยู่ที่ราว 0.05 - 0.17 ดอลลาร์ต่อ kWh ส่วนต้นทุนจากพลังงานทางเลือกได้แก่ พลังงานน้ำอยู่ที่ $0.05/kWh, พลังงานลมแบบ onshore $0.06/kWh, พลังงานชีวมวลและพลังงานความร้อนใต้พิภพ $0.07/kWh และพลังงานแสงอาทิตย์ $0.10/kWh

By sunnywalker Writer on Tag: Apple, Children, Research
Apple

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของแอปเปิล 2 ราย คือ Jana และ CalSTRS (California State Teachers’ Retirement System) เรียกร้องให้แอปเปิลศึกษาผลกระทบการใช้สมาร์ทโฟนต่อการพัฒนาเด็ก โดยผู้ถือหุ้นทั้งสองระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กเพื่อดูว่าการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลเสียต่อพัฒนาการจิตใจ อารมณ์ รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนของเด็กหรือไม่

ในจดหมายเปิดผนึกผู้ถือหุ้นทั้งสองยังระบุว่า หลังจากทบทวนงานวิจัยแล้วพวกเขาเชื่อว่าบริษัทแอปเปิลอาจต้องจัดหาทรัพยากรหรือซอฟต์แวร์เพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ปกครองเด็กแน่ใจว่าเด็กๆ กำลังใช้สมาร์ทโฟนในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังพบผลการศึกษาว่า 94% ของพ่อแม่ชาวอเมริกันพยายามควบคุมจัดการการใช้สมาร์ทโฟนของลูกๆ ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีปล่อยให้ผุ้ปกครองต่อสู้ในสงครามนี้เพียงลำพัง

Subscribe to Research