Tags:

ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นระบบซอฟต์แวร์ที่จะวิเคราะห์และประเมินได้ว่าข้อความใดบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นเรื่องจริง หรือเรื่องโกหกหลอกเล่น

ทีมนักวิจัยจากหลายประเทศได้ทำงานร่วมกันมานานกว่า 3 ปีในการพัฒนาโครงการ Pheme (ตั้งตามชื่อเทพีแห่งข่าวลือและเรื่องซุบซิบของกรีก) ซึ่งเป็นผลงานจากการผลักดันสนับสนุนเงินทุนโดยคณะกรรมการยุโรป ร่วมกับบุคลากรจาก 5 มหาวิทยาลัยในยุโรป กับบริษัทเอกชนอีก 4 ราย โดยเป้าหมายเพื่อให้มีระบบตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อความใดๆ ที่ถูกส่งต่อกันบนโลกเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อประเมินว่าเนื้อหาดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือเพียงใด

Pheme จะทำงานโดยจัดแบ่งข้อความต่างๆ ออกเป็น 4 หมวด คือ speculation - ข้อความทำนายพยากรณ์, controversy - ข้อความประเด็นโต้แย้งถกเถียง (ยังไม่มีการสรุปข้อเท็จจริง), misinformation - ข้อความที่ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง และ disinformation - ข้อความที่บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อคุกคาม

Tags:
App.net

App.net บริการไมโครบล็อกที่เคยวางตัวว่าเป็นทวิตเตอร์ที่ไม่มีโฆษณาแต่อาศัยค่าสมาชิกจากผู้ใช้ แม้จะมีผู้ใช้ที่ยอมจ่ายเงินจำนวนหนึ่งแต่ทางทีมงานก็ออกมาแถลงว่าค่าใช้จ่ายไม่พอจ้างพนักงานเต็มเวลาอีกต่อไป

ตอนนี้รายได้ของ App.net จึงนำมาใช้ให้บริการเป็นหลัก การซัพพอร์ตจะใช้พนักงานสัญญาจ้างเข้ามาให้บริการแทน

สำหรับการพัฒนาโค้ดของโครงการ App.net เปิดหน้าโอเพนซอร์ส นำโค้ดจำนวนมากที่ให้บริการอยู่มาเป็นโครงการโอเพนซอร์ส

ที่มา - App.net, The Register

Tags:

Aditya Khosla นักศึกษาปริญญาเอกจาก MIT ได้ทำการวิจัยภาพจาก Flickr จำนวน 2.3 ล้านภาพ โดยเขียนอัลกอริทึมวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ของภาพ เช่น สีสัน องค์ประกอบ แท็ก จำนวนไลค์ การเข้าชม หรือแม้แต่การแชร์รูปภาพ เพื่อดูว่าปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลให้ภาพนั้นมียอดวิวที่สูงกว่าปกติ

Khosla สรุปผลการวิเคราะห์ไว้ดังนี้

  • ภาพโทนสว่าง เช่น สีเหลือง สีชมพู จะเป็นที่นิยมมากกว่าสีโทนฟ้า-เขียว
  • ภาพแนวเซ็กซี่ ใส่บิกินี บรา หรือ แฟชั่นสั้นเสมอหู สามารถเรียกเรตติ้งได้เป็นอย่างดี
  • ภาพถ่ายบุคคลจะเรียกคะแนนไลค์ได้มากกว่าภาพวิวทิวทัศน์
  • การใส่แท็กจะช่วยให้ง่ายต่อการค้นหาในระบบของ Flickr และทำให้ยอดวิวสูงขึ้นตามไปด้วย

Khosla ยังเปิดเว็บไซต์ให้เราอัพโหลดภาพถ่ายขึ้นไปเช็คกับอัลกอริทึมของเขาได้ด้วยว่า ภาพของเราน่าจะมีความนิยมมากน้อยแค่ไหน

ที่มา - CSAIL via TechCrunch

Tags:
Instagram

เดิมแท็บ explore จะเป็นการแสดงภาพหรือวีดีโอของคนที่เรามักจะไม่รู้จัก แต่ได้รับความนิยม เป็นรูปที่มีคนกดไลค์มากๆ แท็บ explore จึงเป็นแท็บที่แสดงภาพที่คนอื่นชอบมากกว่าภาพที่เราชอบ

การปรับผลการแสดงรูปในแท็บ explore ครั้งนี้ จึงเน้นไปที่ความสนใจของผู้ใช้งานมากขึ้น เป็นการดึงเอาข้อมูลจาก social graph ของผู้ใช้งาน โดยจะดูว่าผู้ใช้ชอบรูปภาพแนวไหน สไตล์ไหน จึงจะแสดงรูปภาพแนวนั้นๆ เช่นหากคุณติดตามศิลปินเยอะๆ แท็บ explore จะแสดงภาพเขียนต่างๆ นอกจากนั้น ยังแสดงรูปภาพและคลิปวิดีโอที่คนที่เราติดตามไปกดไลค์ และสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยม ณ ขณะนั้นอีกด้วย

ที่มา - TechCrunch

Tags:
VKontakte

เมื่อวานนี้ (22 เมษายน) Pavel Durov ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น "Mark Zuckerberg แห่งรัสเซีย" ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ VKontakte (ย่อสั้นๆว่า VK) ซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งในรัสเซียและกลุ่มประเทศสหภาพโซเวียตเดิม ได้ออกมาเผยผ่านโพสต์บนหน้า VK ของเขาว่าตัวเขาเองนั้นถูกไล่ออกจากบริษัทแล้ว และตอนนี้เว็บไซต์ถูกยึดครองโดยสองพันธมิตรของ วลาดีมีร์ ปูติน โดยสมบูรณ์

ในตอนนี้ VK ถูกครอบครองโดย Alisher Usmanov มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของรัสเซีย เจ้าของ mail.ru เว็บเมลยอดนิยม และ Igor Sechin CEO ของบริษัทน้ำมันของรัฐอย่าง Rosneft และเป็นผู้นำของกลุ่มนักการเมือง "Silovik" ที่ให้การสนับสนุนประธานาธิบดีปูตินอีกด้วย โดยทั้งคู่ได้ค่อยๆกว้านซื้อหุ้นของ VK (ข่าว: Bloomberg) จนเทคโอเวอร์ได้สำเร็จ และยังบีบให้เจ้าของเดิมอย่าง Durov ขายหุ้นที่เหลืออีก 12% ออกไปอีกด้วย

Tags:
LinkedIn

LinkedIn เครือข่ายสังคมสำหรับอาชีพการงาน ออกมาประกาศยอดสมาชิกแตะหลัก 300 ล้านคนแล้ว สถิติที่น่าสนใจมีดังนี้

  • สมาชิก 100 ล้านคนอยู่ในสหรัฐอเมริกา ประเทศอื่นที่คนใช้เยอะอันดับรองลงมาคือ อินเดีย บราซิล บริเตนใหญ่ แคนาดา
  • สัดส่วนเพศ 56% ชาย 44% หญิง
  • ทราฟฟิก 50% มาจากอุปกรณ์พกพา ในบางประเทศอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ สวีเดน สหราชอาณาจักร คนใช้ LinkedIn จากอุปกรณ์พกพามากกว่าเว็บแล้ว
  • ปัจจุบัน LinkedIn และบริษัทลูกมีแอพทั้งหมด 5 ตัวคือ LinkedIn, Contacts, Pulse, Recruiter, SlideShare
  • วงการที่สมาชิก LinkedIn ทำงานอยู่มากที่สุดคือไอที ตามด้วยการแพทย์-สุขภาพ, ก่อสร้าง, การศึกษา, บัญชี

ที่มา - LinkedIn

Tags:
Facebook

แอพ Facebook ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ (ที่ทดสอบมาสักระยะแล้ว) ในชื่อ Nearby Friends ความสามารถของมันตรงตามชื่อคือจะแจ้งเตือนเราเมื่อมีเพื่อนของเราคนใดคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้เราทราบและสามารถนัดพบกันได้

ฟีเจอร์นี้เป็นทางเลือก (optional) ที่ผู้ใช้ต้องเปิดใช้เอง สามารถกำหนดได้ว่าจะให้ใครทราบพิกัดของเราบ้าง (เจาะจงได้เป็นรายคน) และสามารถกำหนดได้ว่าจะบอกขอมูลพิกัดเป็นระยะเวลานานเท่าไร (เช่น ให้เพื่อนคนนี้ทราบว่าเราอยู่ที่ไหนเป็นเวลา x ชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะไม่ทราบอีก)

ผู้ใช้แอพ Facebook บน iOS/Android ในสหรัฐอเมริกาจะได้ใช้ฟีเจอร์นี้ก่อน โดยจะเปิดให้ใช้งานในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าครับ

ที่มา - Facebook

Tags:
Facebook

Facebook ออกกฎใหม่สดๆ ร้อนๆ วันนี้ ห้ามทำการปั่น like และใส่ลิงก์ปลอม โดยโทษสำหรับเพจที่กระทำการดังกล่าวก็คือการโดนลด reach ซึ่งก็หมายถึงการลดการแสดงผลจากหน้าเพจนั้นนั่นเอง

หลังจากที่ Facebook เพิ่งออกมาแจงอัลกอริธึมที่มาที่ไปว่าก่อนหน้านี้ทำไมจึงมีนโยบายลดการแสดงผลจากหน้าเพจแต่ละแห่ง ตอนนี้ Facebook ก็ได้ออกกฎมาเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ดูแลเพจต่างๆ ได้ปฏิบัติตามกันอีก 3 ข้อ

  • ห้ามขอร้องผู้ใช้ให้ทำการกด like กันอย่างโจ่งแจ้ง รวมทั้งการขอให้แสดงความเห็น หรือแบ่งปันโพสต์ใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะด้วยวิธีการพิมพ์ข้อความผ่านโพสต์โดยตรง หรือใช้วิธีแสดงข้อความในภาพใดๆ Facebook จะตรวจหาผู้กระทำการดังกล่าวและลดการแสดงผลของหน้าเพจนั้นลงไปอีก
Tags:
Disqus

Disqus ผู้ให้บริการระบบคอมเมนต์สำหรับเว็บไซต์ต่างๆ เปิดตัวโฆษณาแบบใหม่ Sponsored Comments ที่บริษัทหรือแบรนด์ต่างๆ สามารถมาซื้อพื้นที่ส่วนของคอมเมนต์ได้

แบรนด์ที่มาลงโฆษณาสามารถไปตอบคอมเมนต์ตามเว็บไซต์หรือบล็อกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง เฉกเช่นเดียวกับคอมเมนต์ทั่วไป แต่คอมเมนต์ของแบรนด์จะถูกปักหมุดไว้ด้านบนสุดของรายการคอมเมนต์ทั้งหมด (เหมือนกับ Featured Comments หรือคอมเมนต์แนะนำ) และมีตัวอักษรกำกับว่า Sponsored

Disqus บอกว่าระบบคอมเมนต์แบบนี้จะช่วยให้แบรนด์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาบนเว็บได้ โดยที่ไม่รบกวนผู้อ่านจนเกินไป และทีมงานของ Disqus จะคอยตรวจสอบคอมเมนต์เพื่อไม่ให้รบกวนหรือแปลกแยกจากเว็บไซต์นั้นๆ มากเกินไปอีกด้วย

ที่มา - Disqus, TechCrunch

Tags:
Facebook

จากการปรับอัลกอริทึมของ Facebook จนทำให้โพสต์จากเพจมีคนเห็นน้อยลงจากเดิมและเห็นโพสต์จากเพื่อนมากขึ้น (อ่านเพิ่ม: Ask Blognone - ได้รับผลกระทบจากนโยบายลด reach ของ Facebook กันแค่ไหน) จนทำให้เพจของแบรนด์จำนวนมากไม่พอใจกับนโยบายนี้ เพราะลงทุนกับการสร้างจำนวนแฟนให้เยอะๆ ไปอย่างมากแล้ว

Will Cathcart ผู้อำนวยการ News Feed ของ Facebook ให้สัมภาษณ์กับ TechCrunch ถึงประเด็นนี้ เขาบอกว่าปัจจุบันผู้ใช้ Facebook เฉลี่ยแล้วมี "โอกาส" เห็นโพสต์จากเพื่อนและเพจประมาณวันละ 1,500 โพสต์ (นี่คือค่าเฉลี่ย ผู้ใช้บางคนที่มีเพื่อนและเพจมากๆ ตัวเลขอาจสูงถึง 15,000 โพสต์) การที่ตัวเลขโพสต์สูงขนาดนี้ทำให้ Facebook ต้องมีอัลกอริทึมในการ "กรอง" โพสต์ให้ผู้ใช้

Tags:
LinkedIn

เป็นเพราะทุกวันนี้มีแมวอยู่ทุกที่ในโลกอินเทอร์เน็ต LinkedIn จึงได้แนวคิดสร้างแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายประชากรแมวเข้าไว้เป็นชุมชนใหญ่ และเพื่อทำให้แพลตฟอร์มของ LinkedIn มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น นี่จึงเป็นที่มาของ LinkedIn CYMK ซึ่ง CYMK นั้นย่อมาจาก Cat You May Know (แปลว่า "แมวที่คุณอาจรู้จัก") นั่นเอง

ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ ผู้ใช้จะได้รับคำแนะนำให้ทำความรู้จักกับแมวที่มีศักยภาพน่าสนใจ และยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้ติดต่อกับแมวที่รู้จักอยู่ก่อนแล้วได้ง่ายยิ่งขึ้น

CYMK นั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้แมวผู้ช่ำชองได้มีโอกาสนำเสนอตนเอง อวดความสามารถพิเศษ และเชื่อมโยงแมวเหล่านั้นเข้าด้วยกันกับมนุษย์ตลอดจนญาติแมวในสายพันธุ์เดียวกัน

LinkedIn ระบุว่า CYMK นั้นพร้อมให้ใช้งานแล้วทั้งบนเครื่องเดสก์ท็อปและสมาร์ทโฟน

ที่มา - LinkedIn Official Blog

Tags:
Facebook

เรื่องมีอยู่ว่า Dustin Curtis บล็อกเกอร์และผู้ก่อตั้ง startup รายหนึ่งออกมาวิจารณ์ News Feed แบบใหม่ล่าสุดของ Facebook (ที่เพิ่งปรับปรุงกลางเดือนมีนาคม 2014) ว่าหน้าตาไม่สวยเท่ากับ ดีไซน์ที่เคยโชว์เมื่อเดือนมีนาคม 2013

Dustin วิจารณ์ว่าเหตุที่ Facebook เลือกใช้ดีไซน์ที่สวยน้อยกว่า เป็นเพราะดีไซน์เวอร์ชันปี 2013 นั้น "ดีเกินไป" จนผู้ใช้ให้เวลากับ Facebook น้อยลง (เพราะทำสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น) มีผลให้โอกาสทำรายได้จากโฆษณาลดลง

Tags:
Twitter

มีผู้ใช้ Twitter หลายราย (ทั้งบน Android/iOS) รายงานว่าแอพ Twitter เวอร์ชันล่าสุดเปลี่ยนชื่อปุ่ม Retweet เป็นปุ่ม Share โดยกดแล้วจะขึ้นหน้าจอถามว่า "Share to your timelines?" พร้อมตัวเลือก Share (Retweet เดิม) และ Comment (Quote เดิม)

คาดว่า Twitter กำลังทดสอบแนวทางการเปลี่ยนชื่อปุ่มว่าจะได้รับการตอบสนองจากผู้ใช้ดีขึ้นหรือไม่ โดยบริษัทยังไม่ได้ออกมาให้คำอธิบายใดๆ ในเรื่องนี้ครับ

ที่มา - @EliLanger, The Next Web

Tags:
Twitter

Twitter ประกาศสองฟีเจอร์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพ ดังนี้

ฟีเจอร์แรกคือการแท็กเพื่อนในรูปภาพ (ลักษณะเดียวกับการแท็กเพื่อนในภาพของ Facebook) โดยเมื่อเราอัพโหลดภาพแล้วจะมีข้อความ Who's in this photo เพิ่มเข้ามา กดแล้วจะพบอินเทอร์เฟซสำหรับแท็กเพื่อน (ที่หน้าตาเหมือน Facebook อีก)

ข้อมูลการแท็กเพื่อนจะไม่ปรากฏอยู่ในข้อความทวีต (ไม่ถูกนับเป็น mention) แต่ผู้ที่ถูกแท็กจะได้รับแจ้งผ่าน notification ว่ามีคนแท็กเรามาครับ (สามารถปิดไม่ให้คนอื่นแท็กเราได้จาก Settings)

Tags:
Twitter

หนึ่งทวีตของเรามีคนเห็นแค่ไหน น่าจะเป็นเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ Twitter และนักการตลาดสงสัยเป็นอันดับต้นๆ ก่อนหน้านี้ผู้ใช้ได้แต่คาดการณ์ตัวเลขดังกล่าวกันจากยอดรีทวีตมาตลอด แต่ต่อไปเรื่องนี้จะง่ายขึ้น เมื่อ Twitter เริ่มทดลองแสดงผลยอดวิวของแต่ละทวีตแล้ว

การเปิดให้ผู้ใช้สามารถเห็นยอดวิวของแต่ละทวีตได้ในครั้งนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจาก Twitter แต่ก็มีภาพจากผู้ใช้ออกมาให้เห็นแล้ว (ดูได้ท้ายข่าว) โดยจะแสดงตัวเลขเหนือปุ่มเมนูบนทวีต ตามภาพของแอพบน iOS ที่ออกมา

ส่วนวิธีการนับยอดวิวของ Twitter เป็นแบบไหนนั้น ตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด มีเดากันไปสองทางทั้งแบบที่เห็นผ่านหน้าเว็บ และแอพต่างๆ ไปจนถึงต้องมีการดู (expand) เสียก่อนจึงจะนับเป็นหนึ่งครั้ง ซึ่งเทียบจากภาพตัวอย่างที่ออกมา ซึ่งเป็นผู้ใช้ที่มีคนตามอยู่หลักร้อย อาจหมายถึงแค่เห็นทวีตก็นับเลขคนดูแล้วก็เป็นได้

ที่มา - The Verge

Tags:
Turkey

ทางการตุรกีได้ทำการบล็อคการใช้งาน Twitter ของประชาชนในประเทศตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี Recep Tayyip Erdoğan ซึ่งจำนวนผู้ใช้งาน Twitter ที่ได้รับผลกระทบมีประมาณ 10 ล้านคน

"เราจะกำจัด Twitter" คือคำประกาศกร้าวของ Erdoğan ในระหว่างการรณรงค์เลือกตั้งที่เมือง Bursa ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของตุรกี โดยเขายังกล่าวอีกว่า "ผมไม่สนว่าประชาคมโลกจะพูดอย่างไร, ทุกคนจะต้องประจักษ์ถึงพลังของสาธารณรัฐตุรกี"

Erdoğan อาศัยอำนาจตามกฏหมายใหม่ที่ผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาตุรกีท่ามกลางกระแสคัดค้านและไม่เห็นด้วยจำนวนมาก โดยกฎหมายดังกล่าวอนุญาตให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (คล้าย กสทช. ของบ้านเรา) สามารถสั่งปิดเว็บไซต์ได้เมื่อเชื่อได้ว่าเว็บไซต์ดังกล่าวได้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งนอกจาก Twitter ที่เป็นเป้าหมายของ Erdoğan แล้ว เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเขายังได้ขู่ว่าจะปิด Facebook และ YouTube ด้วยเช่นกัน

Tags:
Facebook

แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามเปิดเผยกับเว็บไซต์ข่าว Valleywag ว่าเฟสบุ๊กเตรียมลดการเข้าถึงของโพสต์จากเพจ (organic page reach) ลงอีก โดยโพสต์ๆ หนึ่งอาจมีคนเห็นเพียง 1-2 เปอร์เซ็นต์ของยอดไลค์เท่านั้น

แหล่งข่าวเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นหายนะสำหรับธุรกิจต่างๆ และอธิบายเพิ่มว่าเฟสบุ๊กเริ่มบอกเรื่องนี้กับแบรนด์ใหญ่ๆ ทีละแบรนด์เพื่อลดความตื่นตระหนก

"เราไม่ได้บอกตัวเลขจำเพาะว่าแต่ละเพจจะเข้าถึงผู้คนได้มากแค่ไหน เพราะตัวเลขจะแตกต่างกันไปในแต่ละเพจและแต่ละโพส และเช่นเดียวกับสื่ออื่นๆ ถ้าธุรกิจหนึ่งๆ ต้องการให้คนเห็นสารที่คุณต้องการสื่อ กลยุทธ์ที่ดีที่สุด และดีอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ ก็คือการโฆษณาแบบเสียเงิน" โฆษกของเฟสบุ๊กกล่าว

ที่มา - Valleywag via CNET

Tags:
China

ในการประชุมรัฐสภาเป็นเวลา 10 วันนั้น ได้มีข้อห้ามหนึ่งที่ระบุไว้ว่า ห้ามใช้โทรศัพท์ในการส่งข้อความหรือโทรในระหว่างการประชุม ห้ามเล่นเกมรวมถึงห้ามใช้ Weibo และ WeChat ทำการถ่ายทอดสดการประชุมใดๆ ทั้งสิ้น

มาตรการเรื่องการห้ามใช้โทรศัพท์เพื่อความบันเทิงในรัฐสภานั้นไม่ได้เกิดขึ้นในจีนที่แรก ในปี 2012 รัฐมนตรีของอินเดียก็ถูกให้ลาออกหลังจากพบว่ามีการดูสื่อลามกผ่านโทรศัพท์ระหว่างการประชุมในสภา และในฮ่องกงก็มีการปรับมาตรการหลังจากพบว่ามีคนแอบดูรูปนางแบบชุดชั้นในเช่นกัน

น่าสนใจว่าในประเทศไทยจะมีมาตรการแบบนี้ออกมาใช้กับเขาบ้างไหมนะ

ที่มา - The Register

Tags:
Google+

กูเกิลเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ Google+ Communities ด้วยการรองรับการปักหมุดโพสต์ไว้ด้านบนสุดของชุมชน โดยในขณะนี้ยังสามารถปักหมุดโพสต์ได้เพียง 1 โพสต์เท่านั้นครับ - Google+ Daily

นอกจากนี้กูเกิลยังออกอัพเดตแอพ Google+ บน iOS เวอร์ชัน 4.6.2 โดยมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ครับ

  • รองรับการปักหมุดโพสต์ในชุมชน
  • ปรับหน้า "มาแรง (What's Hot)" ใหม่ ดูหัวข้อที่กำลังได้รับความนิยมได้เหมือนบนเว็บและแอนดรอยด์
  • ตั้งค่าการรายงานตำแหน่งได้จากภายในแอพ

ที่มา - App Store

Tags:
Facebook

เมื่อเดือนมีนาคม 2013 Facebook เผยโฉม News Feed ใหม่ เน้นโชว์รูปภาพและเนื้อหามากกว่าเดิม ทั้งบนเดสก์ท็อปและอุปกรณ์พกพา แต่ผลการทดสอบพบว่าการนำทาง (navigation) กลับซับซ้อนและยุ่งยากกว่าเดิม จนทีมงานต้องกลับไปทำการบ้านมาใหม่

เวลาผ่านมาหนึ่งปีเต็ม Facebook กลับไปทำการบ้านมาใหม่ โดยยึด "โครง" ของ News Feed เวอร์ชันปัจจุบัน แต่ปรับ "สไตล์" การนำเสนอใหม่ให้รูปภาพมีขนาดใหญ่ขึ้นในแนวกว้าง แยกเส้นแบ่งของแต่ละโพสต์ออกจากกันให้ชัดเจน (คล้าย Card UI ของกูเกิล) เปลี่ยนสีพื้นหลังจากขาวล้วนเป็นเทาอ่อน และเปลี่ยนมาใช้ฟอนต์แบบใหม่

Facebook บอกว่าดีไซน์ใหม่นี้จะเปลี่ยนแค่ดีไซน์จริงๆ ไม่เปลี่ยนส่วนของอัลกอริทึมในการเลือกโพสต์มาแสดงผล และยังไม่เปลี่ยนดีไซน์สำหรับ Facebook บนอุปกรณ์พกพา

ดีไซน์ใหม่นี้เริ่มทยอยเปิดให้ผู้ใช้งานบางส่วนแล้ว ใครได้แล้วช่วยแจ้งด้วยนะครับ