Tags:
Twitter

หลังจากที่ Twitter เริ่มแสดงภาพ-วิดีโอใน Timeline โดยไม่ต้องกดดู ก็เริ่มมีสถิติออกมาให้วิเคราะห์กันครับ

Buffer บริการจัดการโซเชียลเน็ตเวิร์ค (ที่เพิ่งโดนแฮ็กไป) เผยการวิเคราะห์สถิติของบัญชี @buffer ของตัวเอง ได้ผลดังนี้

  • ข้อความทวีตที่มีรูปภาพ จะถูกคลิกมากกว่าข้อความปกติที่ไม่มีรูปภาพ 18%
  • ถูกกด favorite มากกว่าปกติ 89%
  • ถูก retweet มากกว่าปกติ 150%

ที่มา - Buffer Blog

Tags:
LinkedIn

LinkedIn เข้าซื้อแอพอ่านข่าว Pulse ไปเมื่อต้นปีก่อน และวันนี้ก็ประกาศรวมระบบของ Pulse เข้ากับ LinkedIn เพื่อทำให้เป็นระบบอ่านข่าวสำหรับตลาดมืออาชีพแล้ว

โดย Pulse ในชื่อใหม่ LinkedIn Pulse จะมาแทนบริการหน้าแรกของ LinkedIn เดิมอย่าง LinkedIn Today ที่จะแสดงข่าว และโพสต์จากบุคคลน่าสนใจ สำหรับคนที่โหลดแอพเวอร์ชันใหม่บนสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตมาจะสามารถล็อกอินได้ผ่านบัญชี LinkedIn และสามารถแชร์ขึ้นไปยังเครือข่ายของตัวเองบน LinkedIn ได้ สำหรับคนที่เข้ามาครั้งแรกตัวแอพจะแนะนำแหล่งข่าวจากประวัติบน LinkedIn

LinkedIn บอกว่าการรวมบริการของ Pulse เข้ามาทำให้มีตัว LinkedIn มีคอนเทนต์จากภายนอกมากขึ้น และยังส่งผลดีกับเครือข่ายมืออาชีพได้อย่างดีอีกด้วย

ที่มา - LinkedIn

Tags:
YouTube

YouTube เพิ่งเปิดตัวระบบคอมเมนต์แบบใหม่ที่ผูกกับ Google+ ไปได้ไม่กี่เดือน ล่าสุดก็ประกาศว่าจะเริ่มใช้ระบบคอมเมนต์แบบใหม่นี้แล้ว

จุดเด่นของระบบคอมเมนต์แบบใหม่คือสามารถคอมเมนต์แบบ private ได้ (ตาม circle ของ Google+) และระบบก็จะนำคอมเมนต์ของคนที่เรารู้จักใน Google+ (หรือคนสำคัญอย่างผู้สร้างวิดีโอนั้น หรือคนดังในโลกออนไลน์) มาแสดงข้างบนให้เห็นกันง่ายๆ

ในส่วนของเจ้าของวิดีโอก็ยังได้ฟีเจอร์เรื่องการบริหารจัดการคอมเมนต์ที่ดีขึ้น เช่น การบล็อคคีย์เวิร์ด หรือกำหนดว่าสำหรับแฟนคลับบางคนสามารถคอมเมนต์แล้วขึ้นหน้าแรกโดยอัตโนมัติ (whitelist) เป็นต้น

ตอนนี้กูเกิลยังไม่บังคับให้ทุกคนเข้ามาใช้ระบบคอมเมนต์แบบใหม่ที่อิงกับ Google+ และยังไม่บอกว่าจะเริ่มบังคับเมื่อไรครับ (ดูแนวโน้มแล้วคงอีกไม่นานนัก)

ที่มา - YouTube Blog

Tags:
Instagram

หลังจาก Instagram เริ่มแสดงโฆษณาอย่างเป็นทางการ โดยมีแบรนด์นาฬิกาหรู Michael Kors เป็นผู้ลงโฆษณาเป็นรายแรก แม้ว่าจะถูกต่อต้านจากผู้ใช้อยู่มาก เพราะว่าเห็นโดยที่ไม่ได้กดติดตาม แต่ผลลัพธ์ในฝั่งผู้ลงโฆษณาก็ออกมาดีเกินคาด

ข้อมูลหลังโฆษณาของ Michael Kors รวบรวมโดยเว็บไซต์การตลาดบน Instagram อย่าง Nitrogram ระบุว่าบัญชีของ Michael Kors (@michaelkors) หลังโฆษณาดังกล่าวเริ่มแสดงบนฟีดไปเป็นเวลา 18 ชั่วโมง มีคนมากดไลค์ภาพดังกล่าวมากถึง 217,700 ครั้ง มากกว่ายอดที่เคยได้ถึงเกือบสี่เท่าด้วยกัน (เอาแบบแม่นๆ คือ 370%) สำหรับจำนวนคนติดตามที่เพิ่มขึ้นจากโฆษณาตัวนี้ก็มีมากถึง 33,985 ราย มากกว่ายอดเดิมถึง 16 เท่า เมื่อวัดเป็นจำนวนคนแล้วทาง Nitrogram ประเมินว่ามีผู้เห็นโฆษณานี้ราวๆ 6.15 ล้านรายทีเดียว

แม้จะน่ารำคาญสำหรับผู้ใช้อยู่บ้าง แต่ผลลัพธ์ของการลงโฆษณาบน Instagram ก็ออกมาไม่เลวเลย

ที่มา - Nitrogram

Tags:

Viddy อดีตผู้ยิ่งใหญ่ของเครือข่ายสังคมการแชร์คลิปวิดีโอ ที่เมื่อถูกกระแส Vine และ Instagram ซึ่งแชร์วิดีโอสั้นได้เหมือนกันเข้ามาทำให้แอพได้รับความนิยมลดลง จนบริษัทต้องปลดพนักงานแถมผู้ก่อตั้งคนหนึ่งยังลาออกอีก ตอนนี้ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่แล้วเป็น Supernova

JJ Aguhob อีกหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทตอนเป็น Viddy และขณะนี้ทำหน้าที่ซีอีโอบอกว่า Supernova อาศัยจุดแข็งในโครงสร้างพื้นฐานการรองรับข้อมูลวิดีโอของ Viddy เดิมแล้วนำมาปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้นภายใต้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ โดยแอพสองตัวใหม่จาก Supernova ประกอบด้วย

  • Epic - แอพแชร์วิดีโอที่อาศัยโครงสร้างเดิมของ Viddy แต่เน้นกลุ่มผู้ใช้งานที่เป็นวัยรุ่น และมีฟีเจอร์สร้างวิดีโอแบบ Slow Motion
  • Clique - แอพส่งข้อความกลุ่มแบบไม่ระบุตัวตนคล้ายกับ SnapChat

Aguhob อธิบายถึงแนวคิด Clique ว่ามันไม่ซ้ำกับแอพที่มีอยู่ในตลาด เพราะ Clique ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า Facebook ขณะที่ใส่ลูกเล่นการแชร์ภาพ-วิดีโอก็ดีกว่า Instagram ที่ต้องเลือกเปิดสาธารณะหรือส่วนตัวได้เพียงสองแบบ

ที่มา: TechCrunch

Tags:
Google+

ก่อนหน้านี้ Google+ ได้ประกาศให้ใช้ custom URL กับเพจและโปรไฟล์ Google+ ของผู้ใช้บางกลุ่ม ส่วนมากจะเป็นคนดัง (เพื่อป้องกันตัวปลอมมาแย่งจองชื่อ) แต่ตอนนี้กูเกิลได้เริ่มขยายการใช้ custom URL มากขึ้นไปอีก โปรไฟล์ของผู้ใช้ที่จะได้ใช้ custom URL ของ Google+ จะต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้

  • มีรูปโปรไฟล์
  • มีผู้ติดตามอย่างน้อย 10 คน
  • ใช้งานบัญชีนี้มาแล้วอย่างน้อย 30 วัน

โปรไฟล์ Google+ ที่เข้าเงื่อนไขเหล่านี้จะได้รับการแจ้งเตือนเรื่องการเปลี่ยน URL แต่หากใครที่เข้าเงื่อนไขทุกข้อแต่ยังไม่ได้รับการแจ้งเตือนก็ยังไม่ต้องตกใจไป เพราะตอนนี้กูเกิลก็กำลังขยายการใช้ custom URL ออกไปเรื่อย ๆ ฉะนั้นก็ให้อดใจรอจนกว่า custom URL ของคุณจะพร้อม

ที่มา - +Otavio Silva ผ่าน The Next Web

ตัวอย่างการใช้ custom URL เช่น plus.google.com/+blognone

Tags:
Google+

เมื่อคืนนี้กูเกิลมีแถลงข่าวฟีเจอร์ใหม่ของ Google+ (เดี๋ยวแยกเป็นอีกข่าวนะครับ) และได้เปิดเผยสถิติการใช้งาน Google+ รอบล่าสุดดังนี้

  • ผู้ใช้งาน Google+ (นับจากบริการทั้งหมดของกูเกิลที่เชื่อมกับ Google+) คิดเป็น active user คือ 540 ล้านคนต่อเดือน
  • ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากที่ประกาศในงาน Google I/O 2013 ที่ประมาณ 400 ล้านคนต่อเดือน
  • ผู้ใช้งาน Google+ (นับเฉพาะผู้ใช้ที่ล็อกอินเข้าหน้าหลักของ Google+ ด้วย) คิดเป็น active user คือ 300 ล้านคนต่อเดือน
  • มีรูปภาพถูกโพสต์เข้าระบบ Google+ สัปดาห์ละ 1.5 พันล้านรูป
  • อัตราการโพสต์วิดีโอเข้า Google+ เพิ่มขึ้น 20 เท่า (ไม่เปิดเผยจำนวน)

ที่มา - Google, Marketing Land

ปิดท้ายด้วยพื้นที่โฆษณา Google+ ของ Blognone (ที่ไม่ค่อยได้โพสต์กันสักเท่าไร) นะครับ

Tags:

เมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา Buffer บริการจัดการโซเชียลเน็ตเวิร์คแบบหลายแพลตฟอร์มเพิ่งถูกแฮก และมีบัญชีผู้ใช้บางส่วนถูกนำไปโพสต์ข้อความสแปม และตอนนี้ Joel Gascoigne ซีอีโอของ Buffer ก็ออกมายอมรับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว

Gascoigne บอกว่า Buffer นั้นถูกแฮกจริง แต่ข้อมูลสำคัญจำพวกรหัสผ่าน และข้อมูลการเงินนั้นไม่มีผลกระทบจากการแฮกครั้งนี้แต่อย่างใด

จากการแก้ปัญหาเหตุการณ์นี้ Buffer ได้ยกเลิก token ของบัญชีที่เชื่อมต่อกับทวิตเตอร์ทั้งหมด และเข้ารหัสการเข้าถึง token ของทวิตเตอร์ต่อจากนี้ เช่นเดียวกับการเพิ่มระบบความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ที่เชื่อมต่อกับเฟซบุ๊กเข้ามา ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผู้ใช้บ้าง โดยผู้ใช้ที่เชื่อมต่อกับทวิตเตอร์ต้องทำการเชื่อมต่อใหม่อีกครั้ง ส่วนผู้ใช้ที่เชื่อมต่อกับเฟซบุ๊กนั้น ข้อความที่ตั้งเวลาโพสต์ไว้จะส่งไม่ออก แต่ก็สามารถกดส่งใหม่ได้ทันทีครับ

ส่วนวิธีการแฮกนั้น ทาง Buffer ระบุคร่าวๆ ว่าฝั่งแฮกเกอร์ได้ใช้วิธีการดัก token ของ Buffer ผ่านผู้ใช้ ซึ่งในตอนแรกยังไม่ได้เข้ารหัสจึงถูกนำไปใช้ได้ทันที โดยตัวเลขของเพจบนเฟซบุ๊กที่มีผลกระทบอยู่ที่ประมาณ 30,000 เพจ (ราว 6.3% ของผู้ใช้ Buffer ทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับเฟซบุ๊ก) ซึ่งวิธีการดังกล่าว Buffer ระบุว่าแก้ไขไปเรียบร้อยแล้วครับ

ที่มา - Buffer

Tags:
MOLOME

เพื่อเฉลิมฉลองอ็อกโทเบอร์เฟสต์ MOLOME เอาใจแฟนๆ ผู้รักการถ่ายภาพและตกแต่งภาพ ด้วยการออกโปรโมชันซื้อสติกเกอร์ 15 เซ็ต ในราคาเพียง 0.99 เหรียญเท่านั้น โดยสามารถซื้อได้ถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้

ใครสนใจก็ดาวน์โหลดแอพ MOLOME แล้วไปกดซื้อกันได้

ที่มา - MOLOME Blog

Tags:
Twitter

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ทวิตเตอร์ทดสอบฟีเจอร์ส่งข้อความส่วนตัวไปหาใครก็ได้ในวงปิด ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าทวิตเตอร์น่าจะเอาจริงกับตลาดแชทเหมือนกัน เพราะ AllThingsD รายงานจากแหล่งข่าวว่าทวิตเตอร์เตรียมตัวจะออกแอพเพื่อส่งข้อความส่วนตัวโดยเฉพาะ เหมือนแอพแชท เช่น WhatsApp, LINE และ Snapchat แยกออกมาจากแอพทวิตเตอร์หลักอีกที

การแยกแอพส่งข้อความส่วนตัวออกมาโดยเฉพาะนั้น คงเดาได้ไม่ยากเลยว่าทวิตเตอร์คงต้องการบุกตลาดแชท มีอยู่ช่วงหนึ่งทวิตเตอร์นั้นเพิกเฉยต่อระบบส่งข้อความส่วนตัวมานานจนลือกันว่าอาจยกเลิกไปเลย แต่จากการเติบโตของตลาดแชททำให้ทวิตเตอร์หันกลับมาสนใจและออกแอพส่งข้อความส่วนตัวมาโดยเฉพาะเพื่อบุกตลาดนี้ เพราะทวิตเตอร์หวังจะเป็นศูนย์รวมของการสนทนา ซึ่งการแชทนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ทวิตเตอร์บรรลุเป้าหมายได้โดยเร็ว

ที่มา - AllThingsD ผ่าน The Verge

Tags:
Twitter

หลังจากเป็นปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวบนข้อความส่วนตัว (Direct Message) ของทวิตเตอร์ที่สามารถใส่ลิงก์เข้าไปได้มาเนิ่นนาน วันนี้มีผู้ใช้รายงานว่าไม่สามารถใส่ลิงก์เข้าไปกับข้อความส่วนตัวได้แล้ว

เรื่องการใส่ลิงก์ลงบนข้อความส่วนตัวนั้นเคยถกเถียงกันเรื่องความไม่ลงตัวมาก่อนแล้ว เพราะการใส่ลิงก์เว็บไซต์ลงไปอาจทำให้ข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ได้ต้องการให้ออกไปยังสาธารณะหลุดไปได้ ในขณะเดียวกันก็แก้ปัญหาสแปมที่มักจะมากับแอคเคาท์ที่ถูกแฮก (หรือถูกใช้ token จากแอพเก่าๆ) มาส่งลิงก์สแปมให้

ในตอนนี้มีเพียงลิงก์จาก Twitter, Facebook และ Instagram เท่านั้นที่สามารถส่งไปพร้อมกับข้อความส่วนตัวได้ ส่วนลิงก์อื่นๆ จะไม่สามารถส่งได้อีกต่อไปแล้วครับ

ที่มา - ReadWrite

Tags:
Xbox One

ไมโครซอฟท์ประกาศฟีเจอร์ด้านโซเชียลของ Xbox One ที่แตกต่างไปจากบน Xbox 360

  • Xbox One จะมี Friends App ตัวใหม่ โดยจะอิมพอร์ตเพื่อนจากระบบของ Xbox 360 มาให้อัตโนมัติ (มีเพื่อนได้สูงสุด 1,000 คน)
  • เพิ่มแนวคิดของ Follower (แบบเดียวกับ Twitter/Facebook) เอาไว้ติดตามคนดังหรือเกมเมอร์ชื่อดัง โดยความต่างของ Follower/Friend อยู่ที่ระดับของความเป็นส่วนตัวที่เราแชร์ให้คนอื่นรู้
  • เพิ่มประเภทของ achievement โดยแบ่งเป็น achievement แบบเดิม และ time-based challenge ที่จะเก็บได้เฉพาะในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ต้องมีผู้เล่นเกมจำนวน x คนได้ไอเทมในเกมภายใน 3 วันที่กำหนด ถ้าสำเร็จแล้วทุกคนที่เข้าร่วมจะได้รางวัลนี้
  • เพิ่มระบบ SmartMatch และ Reputation สำหรับการจับคู่เล่นแบบมัลติเพลเยอร์ ช่วยให้การแข่งขันยุติธรรมมากขึ้น (ฟีเจอร์นี้เคยประกาศไปก่อนแล้ว)

ไมโครซอฟท์ยังให้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีสมาชิก Xbox LIVE รวมกัน 48 ล้านราย ใช้เซิร์ฟเวอร์มากกว่า 3,000 ตัวในการให้บริการ

ที่มา - Xbox Wire

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่สินค้าตระกูล Galaxy Note มีปากกาในตัว ทำให้มันได้รับความนิยมมากในหมู่คนที่ชอบวาดภาพ

ซัมซุงอาศัยโอกาสนี้สร้างเครือข่ายสังคมของคนชอบวาดภาพบน Galaxy Note ออกแอพตัวใหม่ชื่อ PEN.UP ช่วยให้เราแชร์ภาพวาดในหมู่ผู้ใช้ Note ได้

PEN.UP มีฟีเจอร์ด้านการโชว์ภาพครบถ้วนตามมาตรฐาน ทั้งภาพแนะนำ (spotlight และ hall of fame), การเพิ่มเพื่อนเพื่อติดตามผลงานของศิลปินที่ชอบ, การจัดกลุ่มภาพที่ชอบหรือซีรีส์ของภาพที่เกี่ยวเนื่องกัน เป็นต้น

Tags:
Facebook

ปัญหาสำคัญของ Facebook ที่เกิดขึ้นมายาวนานคือไม่สามารถค้นหาโพสต์เก่าๆ ได้ (หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องดี :D) แต่มาถึงวันนี้ Graph Search ทำได้แล้วครับ

ฟีเจอร์ล่าสุดของ Graph Search สามารถค้นหาข้อมูลด้วยคำค้นลักษณะนี้ได้

  • "Posts about Dancing with the Stars by my friends" - โพสต์ของเพื่อนเราที่พูดถึงรายการ Dancing with the Stars
  • "Posts by my friends from last month" - โพสต์ของเพื่อนเราเมื่อเดือนก่อน
  • "Posts written at The White House" - โพสต์ของใครก็ได้ที่ระบุสถานที่เป็นทำเนียบขาว
  • "Posts I commented on" - โพสต์ที่เราเคยไปคอมเมนต์เอาไว้
  • "My posts from last year" - โพสต์ของเราเมื่อปีที่แล้ว
Tags:
Facebook

Facebook ประกาศปรับอัลกอริทึมของ News Feed อีกเล็กน้อยในส่วนของโฆษณา โดยจะให้น้ำหนักกับฟีดแบ็คของผู้ใช้งานมาใช้คำนวณว่าควรจะแสดงโฆษณาชิ้นนั้นๆ หรือไม่ให้มากขึ้น เช่น ถ้าผู้ใช้กดไลค์โฆษณานั้น โอกาสเห็นโฆษณาจะเพิ่มสูงขึ้น หรือถ้าผู้ใช้กด hide/report โฆษณา โอกาสเห็นโฆษณาจะน้อยลง

Facebook ระบุว่านโยบายนี้จะเป็นผลดีกับทั้งผู้ใช้ (เห็นโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของตัวเองมากขึ้น) และผู้ลงโฆษณา (ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น)

ที่มา - Facebook

Tags:
Facebook

Facebook เพิ่มฟีเจอร์เล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ใช้ทุกคนอย่างการแก้ไขเนื้อหาของโพสต์เก่า (post editing) โดยโพสต์ที่แก้ไขจะแสดงตัวอักษร edited เล็กๆ แปะท้ายไว้ด้วย และทุกคนที่เห็นโพสต์นั้นสามารถดู revision ของโพสต์ได้ด้วย (เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อความกลับไปกลับมา แล้วบอกว่าไม่เคยโพสต์แบบนั้นมาก่อน)

ฟีเจอร์นี้ใช้ได้แล้วกับ Facebook บนเว็บ และแอพเวอร์ชัน Android ที่อัพเดตแล้ววันนี้ (ฟีเจอร์นี้ใช้ได้กับ Facebook Beta for Android มาสักพักแล้ว) ส่วนแอพบน iOS ต้องรอกันอีกสักหน่อยครับ

ที่มา - TechCrunch

Tags:
Google+

ตั้งแต่วันที่ Google+ เปิดตัว มาได้ 2 ปีกว่าแล้ว ตอนแรกๆ นั้นยังไม่มีคนใช้งานเยอะสักเท่าไร แล้วในปีต่อๆ มา Google+ ก็มียอดผู้ใช้เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

โดยวันนี้ Google+ มียอดผู้ใช้เกิน 1 พันล้านคนแล้ว ซึ่งเมื่อเทียบกับตอนต้นปี Google+ ยังมียอดผู้ใช้งานอยู่ที่ 343 ล้านคน และถ้านับตั้งแต่วันเปิดตัวนั้น Google+ ใช้เวลาประมาณเพียงแค่ 2 ปีกว่าเท่านั้นเอง

ที่มา - Svartling Network

Tags:
YouTube

YouTube ประกาศปรับระบบคอมเมนต์ใหม่ เป้าหมายสำคัญคือการเชื่อมโยงระบบคอมเมนต์เข้ากับ Google+ แล้ว

  • เลือกโพสต์คอมเมนต์แบบ private/public ได้ โดยใช้ระบบ Circle ของ Google+
  • แสดงคอมเมนต์แบบ thread ได้แล้ว ติดตามการสนทนาที่ต่อเนื่องกันได้ง่าย
  • แสดงคอมเมนต์สำคัญๆ เช่น จากเจ้าของวิดีโอ จากคนดัง หรือจากเพื่อนของเราใน Google+ ไว้ด้านบน
  • เจ้าของวิดีโอจะบริหารคอมเมนต์ได้สะดวกขึ้น มีระบบการบล็อคคำ มีระบบ whitelist สำหรับผู้ใช้บางคน

ระบบคอมเมนต์แบบนี้จะเริ่มใช้ในหน้า Channel ก่อน และอนาคตจะใช้กับ YouTube ทั้งเว็บภายในปีนี้

ที่มา - YouTube

Tags:
YouTube

กูเกิลยังคงเดินหน้าหลอมรวมบริการต่างๆ ของตนเองเข้ากับ Google+ อยู่เรื่อยๆ อันที่แล้วก็เป็นของ Blogger ที่มีการเชื่อมระบบคอมเม้นของ Google+ ไปแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงใน YouTube บ้าง

โดยกูเกิลจะเชื่อมระบบคอมเม้นของ Google+ ไว้ที่ใต้คลิปของ YouTube ซึ่งจะสามารถแชร์คอมเม้นเป็นแบบสาธารณะหรือเป็นแบบเป็นกลุ่มก็ได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถเห็นข้อความการคอมเม้นด้านบนจากผู้สร้างวิดีโอ และคนที่อยู่ในแวดวงของผู้ใช้นั่นเอง

การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป โดยวิดีโอทั้งหมดจะมีการเพิ่มระบบ Google+ Comment
ให้ครบภายในปลายปีนี้

ที่มา - YouTube Blog via 9to5Google

Tags:

เมื่อเราๆ ท่านๆ สนใจอยากซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต สิ่งแรกๆ ที่คนมักจะทำกันก็คือมองหาความเห็นหรือรีวิวของลูกค้าที่เคยซื้อหรือกำลังใช้สินค้าตัวนั้น และความเห็นที่คนส่วนใหญ่ให้น้ำหนักมากที่สุดก็คือความเห็นที่ได้รับการโหวตเยอะๆ เพราะเราเชื่อว่ามันผ่านการรับรองจากคนจำนวนมาก ดังนั้นมันจึงน่าเชื่อถือ

แต่ทีมวิจัยที่นำโดย Sinan Aral แห่ง Massachusetts Institute of Technology สงสัยว่าจำนวนโหวตของความเห็นน่าเชื่อถือจริงหรือไม่ มันปราศจากการชี้นำจริงหรือเปล่า พวกเขาต้องการที่จะพิสูจน์ด้วยการทดลองอย่างเป็นวิทยาศาสตร์