Tags:

พร้อมๆ กับการเปิดตัว HTC Desire EYE ในวันนี้ HTC ยังได้เปิดตัว Zoe รูปแบบใหม่ที่ฉีกจากลูกเล่น Zoe เดิมใน HTC Sense 5 อย่างหมดจดด้วยครับ

รูปแบบใหม่ของ Zoe จะยังคงคล้ายของเดิม คือสามารถทำ Video Highlight ด้วยการนำภาพหรือวิดีโอต่างๆ มาประกอบกัน แต่จะเพิ่มลูกเล่นในการแชร์ภาพขึ้นเครือข่ายสังคมต่างๆ เข้ามา อีกทั้งยังทำตัวเองให้กลายเป็นเครือข่ายสังคมรูปแบบหนึ่งด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าไปกด Like หรือ คอมเมนต์ Zoe ต่างๆ ที่ผู้ใช้แต่ละคนได้อัพโหลดขึ้นมาได้เป็นต้น

ทั้งนี้ HTC จะเปิดให้ดาวน์โหลด Zoe ไปใช้งานผ่าน Google Play ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยสามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Android 4.3 ขึ้นไปได้ทุกเครื่อง และจะออกแอพพลิเคชันสำหรับ iOS ให้ดาวน์โหลดกันในเร็วๆ นี้ครับ

ที่มา - Phandroid

Tags:
Google+

ช่วงหลังเราเห็นข่าวลือว่ากูเกิลลดความสำคัญของ Google+ ลง โดยเฉพาะหลังการลาออกของ Vic Gundotra หัวหน้าทีม ซึ่งกูเกิลก็นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวเรื่องนี้มาตลอด

แต่ล่าสุด David Besbris หัวหน้าทีมโซเชียลคนใหม่ของกูเกิลออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่า กูเกิลยังรักมั่นคงกับ Google+ ต่อไป ไม่ทิ้งกันอย่างแน่นอน

เดิมที Besbris เป็นหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมของ Google+ และมีบทบาทใน Google+ มาตั้งแต่ต้น เขาถูกเลื่อนชั้นมาดูผลิตภัณฑ์สายโซเชียลทั้งหมดแทน Vic Gundotra

Tags:
Facebook

New York Times รายงานข่าววงในว่า Facebook เตรียมปล่อยแอพตัวใหม่ที่สามารถคุยได้โดยไม่ต้องแสดงตัวตน แอพตัวนี้จะแยกจากแอพ Facebook ปกติ (และน่าจะใช้ชื่ออื่นที่ไม่เกี่ยวกับ Facebook เลย แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าชื่ออะไร) และจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

นโยบายเรื่องตัวตนของ Facebook คือผลักดันให้เปิดเผย "ตัวตนที่แท้จริง" ชื่อจริง รูปจริง และสายสัมพันธ์กับคนรู้จักในโลกจริง อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ก็มีข้อจำกัดว่าผู้ใช้อาจไม่กล้าแสดงความเห็นในเรื่องที่ไม่สะดวกใจมากนัก การสร้างแอพทางเลือกที่แสดงความเห็นได้แบบปิดบังตัวตนหรือใช้นามแฝง อาจถือเป็นการทดลองฉีกแนวของ Facebook อีกครั้งหนึ่ง

โครงการพัฒนาแอพตัวนี้นำโดย Josh Miller จากทีม Branch ผู้สร้างแอพแชร์ลิงก์เฉพาะกลุ่มที่ Facebook ซื้อกิจการมาเมื่อต้นปีนี้

ที่มา - New York Times

Tags:
Facebook

เมื่อเดือนกรกฎาคม Facebook ได้ปล่อยงานวิจัยหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่อง "สิ่งที่เราเห็นใน Social Network มีผลกระทบกับอารมณ์ของเราหรือไม่" (ดูงานวิจัยได้ที่นี่) งานวิจัยนี้ถูกโจมตีอย่างหนักในเรื่องของจริยธรรมในการทดลองกับความคิดความรู้สึกของคน (ถึงแม้ว่าไม่ผิดกฎหมาย เพราะในการสมัคร Facebook ตอนแรกผู้ใช้ต้องยินยอมให้ Facebook นำข้อมูลเราไปทำการวิจัยหรือทดลองได้ก็ตาม)

ที่ผ่านมามีตัวแทน Facebook ออกมาพูดแก้ไขสถานการณ์อยู่ไม่กี่คน เช่น Adam Kramer นักวิจัยของ Facebook และ Sherryl Sandberg ที่ออกมากล่าวว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ดี แต่อย่างไรก็ดี Facebook ก็ได้ออกมาชี้แจงและเตรียมปรับปรุงเงื่อนไขในการทำวิจัยในครั้งต่อๆ ไปแล้ว โดยสาระในการชี้แจงมีดังนี้

Tags:
Facebook

Facebook เคยประกาศเอาไว้เมื่อต้นปีนี้ในงานสัมมนา f8 ว่าจะออกปุ่ม Like สำหรับแอพมือถือ วันนี้มันเปิดตัวให้ใช้งานแล้วครับ

ปุ่ม Like บนมือถือ (Mobile Like Button) มีหน้าตาเหมือนปุ่ม Like แบบปกติทุกประการ เพียงแต่มันสามารถนำไปฝังในแอพได้โดยตรง (รองรับ iOS/Android) มันยังเชื่อมโยงกับบัญชีของผู้ใช้ Facebook ในเครื่องนั้นด้วย ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องล็อกอินใหม่ซ้ำซ้อน

คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือเจ้าของแอพที่มีเพจด้วย สามารถเพิ่มปุ่ม Like ภายในแอพเพื่อให้ผู้ใช้กดแล้วติดตามเพจของเราได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอพเลย

ที่มา - Facebook Developers

Tags:
Google+

Google เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้แก่ Google+ ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้แล้วว่าจะอนุญาตให้ใครเห็นข้อความหรือสื่อที่ตนเองโพสต์ลงสู่เครือข่ายสังคมออนไลน์นี้ได้ โดยอาศัยเกณฑ์เรื่องอายุและที่อยู่

เดิมทีผู้ใช้ Google+ สามารถกำหนดได้อยู่แล้วว่าต้องการให้โพสต์ของตนเองนั้นเข้าถึงได้โดยสาธารณะ หรือให้เข้าถึงได้เฉพาะกลุ่มผู้ติดต่อที่อยู่ใน circle ใดๆ ของตัวผู้ใช้เอง แต่ตอนนี้ Google+ ได้เพิ่มฟีเจอร์ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะอนุญาตให้ผู้ใช้ในพื้นที่ไหนสามารถเข้าถึงโพสต์ของตนเองได้ หรือแม้กระทั่งการเลือกจำกัดให้มีการเข้าถึงเนื้อหาได้เฉพาะผู้ที่มีอายุตามที่กำหนดขึ้นไป ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ฟีเจอร์นี้นอกจากจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดเรตเนื้อหาของตนเอง เพื่อจำกัดการเข้าถึงของผู้ใช้บางกลุ่มได้สะดวกยิ่งขึ้นแล้ว ยังทำให้ผู้ใช้เลือกสื่อสารกับคนในพื้นที่เดียวกันหรือในพื้นที่ใดๆ ได้ตรงเป้าหมายด้วย เป็นต้นว่า แบรนด์สินค้าที่ต้องการจัดรายการส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้าเฉพาะในประเทศ ก็สามารถระบุได้ทันทีว่าต้องการจำกัดให้ผู้ใช้ในประเทศเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงเนื้อหารายการส่งเสริมการขายนี้ เป็นต้น

ที่มา - Ubergizmo

Tags:

Ello เป็นเครือข่ายสังคมอันใหม่ล่าสุดที่กำลังโด่งดังในช่วงนี้ เพราะทีมผู้ก่อตั้งประกาศภารกิจชัดเจนว่าจะไม่มีโฆษณาใดๆ และไม่มีการนำข้อมูลของผู้ใช้ไปแบ่งปันให้ผู้ลงโฆษณาอย่างเด็ดขาด (แนวทางตรงข้ามกับ Facebook อย่างตั้งใจ)

รูปแบบการใช้งาน Ello จะคล้ายกับ Tumblr คือเน้นโพสต์ภาพและสามารถแสดงความเห็นได้ (ตัวอย่างโพรไฟล์) มันถูกสร้างขึ้นโดยศิลปินและโปรแกรมเมอร์กลุ่มหนึ่งที่ต้องการสร้าง "สังคมปิด" เฉพาะคนรู้จักกันเท่านั้น แต่เมื่อเริ่มดังก็ต้องยอมเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้ามาใช้งานได้ (ปัจจุบันยังเปิดรับแบบ invite-only)

แนวทางธุรกิจของ Ello จะคิดเงินผู้ใช้สำหรับฟีเจอร์แบบพรีเมียม ซึ่งจะคิดราคาไม่แพงราวๆ 1-2 ดอลลาร์เท่านั้น (เป้าหมายคือสร้างเครือข่ายสังคมแบบที่ต้องการ ไม่ใช่เรื่องธุรกิจเป็นหลัก) ต้องรอดูว่ามันจะประสบความสำเร็จในระยะยาวหรือไม่

ถ้ายังจำกันได้ เคยมีบริการชื่อ App.net พยายามทำตัวเป็น Twitter แบบไม่มีโฆษณาแต่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จจนต้องเลิกจ้างพนักงานเต็มเวลา

ที่มา - Fortune

Tags:
Facebook

TechCrunch รายงานข่าววงในว่า Facebook เตรียมออกแอพตัวใหม่ที่ใช้โค้ดเนมว่า "Moments" สำหรับการแชร์ข้อมูลเฉพาะครอบครัวหรือคนสนิทเท่านั้น

Moments น่าจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเพื่อนของเราบน Facebook มีหลายกลุ่ม ทำให้เวลาแชร์ข้อมูลบางอย่างสำหรับคนสนิท อาจส่งผลกระทบต่อเพื่อนกลุ่มอื่นๆ ที่บังเอิญมาเห็นโพสต์นั้นเข้าพอดี ถึงแม้ว่า Facebook จะเปิดให้เราเลือกคนที่มองเห็นโพสต์นั้นได้ตั้งแต่ตอนกดแชร์ แต่กระบวนการเลือกกลุ่มเพื่อนตอนแชร์ของ Facebook กลับใช้ยากจนผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่สนใจฟีเจอร์นี้

เป้าหมายของ Moments คือทำให้การเลือกเพื่อนที่จะแชร์ง่ายขึ้นกว่าเดิมมากๆ ตอนนี้ยังไม่มีภาพหน้าจอหลุดออกมา แต่แหล่งข่าวของ TechCrunch บอกว่ามันคล้ายแอพ Cluster ที่เป็นการสร้างพื้นที่เฉพาะกลุ่มเพื่อนเท่านั้น

ที่มา - TechCrunch

Tags:

ถ้าหากว่าคุณเริ่มเบื่อกับ Facebook เพราะเรื่องราวที่สนทนานั้นไม่สะท้อนความเป็นอิลีทของคุณเพียงพอ (เช่น "จะซื้อ Casio G-Shock เรือนไหนดี?" แทนที่จะเป็น "งวดนี้จะซื้อ Vacheron Constantin Metiers d'Art รุ่นไหนดี?" หรือไม่ก็ "จะซื้อ Xperia Z3 ดีไหม?" แทนที่จะเป็น "จะซื้อ Celcius X VI II ดีไหม?") เครือข่ายสังคมออนไลน์ล่าสุดอย่าง Netropolitan อาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับชีวิตแสนร่ำรวยของคุณก็เป็นได้

Netropolitan เป็นเว็บไซต์สังคมออนไลน์สำหรับคนรวย ผู้ก่อตั้งคือ James Touchi-Peters อดีตผู้ควบคุมวง Minnesota Philharmonic Orchestra โดยบอกว่า Netropolitan เป็น "คันทรีคลับออนไลน์สำหรับคนที่มีเงินมากกว่าเวลา" เปิดให้เป็นสมาชิกกับบุคคลที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป เมื่อเข้าไปภายใน จะมีระบบคล้ายกับ Google+ ที่จะสามารถตามคนอื่นได้ รวมถึงสามารถโต้ตอบได้แบบเดียวกับทวิตเตอร์ และสามารถสร้างกลุ่มพูดคุยขึ้นมาเองได้ตามความสนใจของตนเอง ข้อดีของ Netropolitan ก็คือการ "ไม่มีโฆษณา" แต่ประการใด และ Touchi-Peters เองก็ให้สัมภาษณ์กับทาง CNN ถึงเหตุผลว่า ยอมรับว่ารู้สึก "รำคาญ" กับการที่ต้องถูกคนส่วนมากมีปฏิกิริยาในแง่ลบ เมื่ออีลิทคุยกันในเรื่องของวิถีชีวิต (lifestyle) บน Facebook

สำหรับราคาแรกเข้า (อ่านไม่ผิดครับ) อยู่ที่ 9,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 290,000 บาท) และค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปีอยู่ที่ 3,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 100,000 บาท) โดยคนที่สนใจสามารถติดต่อไปทาง Netropolitan ได้ เพื่อสมัครเป็นสมาชิกครับ

ที่มา - Netropolitan ผ่าน Engadget

Tags:
VKontakte

Mail.Ru บริษัทออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ประกาศซื้อหุ้น 48% ที่เหลือของ Vkontakte (หรือรู้จักกันในชื่อ VK.Com) โซเชียลเน็ตเวิร์คของรัสเซีย ส่งผลให้ Mail.Ru เป็นเจ้าของ Vkontakte ทั้งหมด 100% แล้ว

Mail.Ru เคยซื้อหุ้นของ Vkontakte จำนวน 52% มาตั้งแต่ปี 2007 และเพิ่งซื้อส่วนที่เหลือทั้งหมดจากนักลงทุนรายอื่นๆ คือ Blesmir Development Limited และ Palagon Limited ด้วยเงินสด 1.47 พันล้านดอลลาร์ในวันนี้ (16 ก.ย.) ทำให้ Mail.Ru จ่ายเงินรวมทั้งหมด 2.07 พันล้านดอลลาร์สำหรับซื้อ Vkontakte

Vkontakte ถูกขนานนามว่าเป็น Facebook แห่งรัสเซีย (หน้าตาก็เกือบเหมือนเป๊ะนะครับ) ปัจจุบันมีผู้ใช้งานจริง 92 ล้านคนต่อเดือน และมีรายได้ 3.8 พันล้านรูเบิลในปี 2013 (ประมาณ 3.1 พันล้านบาท)

Dmitry Grishin ซีอีโอของ Mail.Ru ให้เหตุผลของการซื้อกิจการครั้งนี้ว่าฐานผู้ใช้จำนวนมากของ Vkontakte สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ออนไลน์ของ Mail.Ru และยังไม่มีแผนการใดๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินงานของ Vkontakte ในระยะอันใกล้นี้

ที่มา - Mail.ru

Tags:
Facebook

ผู้ใช้ Facebook อาจเคยลองสั่งซ่อน (hide) โฆษณาบางตัวออกจากหน้า News Feed ซึ่ง Facebook จะถามเหตุผลว่าทำไมเราจึงเลือกซ่อนโฆษณานั้น (เช่น มีเนื้อหาไม่เหมาะสม สแปม หรือไม่สนใจ)

ล่าสุด Facebook ออกมาประกาศว่าจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปคำนวณในอัลกอริทึมการแสดงผลโฆษณาแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยให้การแสดงผลโฆษณาแม่นยำและตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น จากผลการทดสอบของ Facebook พบว่าถ้าลดปริมาณการแสดงโฆษณาที่มีปัญหา (นับจากการรายงานของผู้ใช้ว่าเนื้อหาไม่เหมาะสม) ให้น้อยลง ผู้ใช้คนอื่นๆ ก็จะรายงานปัญหาเหล่านี้เข้ามาน้อยลง

นอกจากนี้ Facebook ยังให้คะแนนกับการรายงานจาก "ผู้ใช้ที่ไม่ค่อยรายงานปัญหา" มากเป็นพิเศษ โดยสันนิษฐานว่าโฆษณาชิ้นนั้นต้องแย่จริงๆ จนถึงขนาดทำให้คนที่ไม่ค่อยสนใจแจ้งปัญหาถึงกับต้องสั่งซ่อนโฆษณาหรือรายงานปัญหาเข้ามา

Facebook ให้คำมั่นว่าผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่ (ที่ปฏิบัติตามกฎ) จะไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายใหม่นี้ และมันจะมีผลเฉพาะโฆษณาส่วนน้อยที่ถูกแจ้งปัญหาเข้ามาเยอะๆ เท่านั้น

ที่มา - Facebook

iPhone 6

หลังแอปเปิลเปิดตัว iPhone 6 จอใหญ่กว่าเดิม คู่แข่งร่วมวงการก็มารวมตัวกันจิกกัดแอปเปิลโดยมิได้นัดหมาย

ไล่ตั้งแต่ HTC, Sony, Nokia, Samsung และรายเล็กอย่าง OnePlus กับบริษัทนาฬิกาอย่าง Pebble ทุกรายใช้ช่องทาง social network ของตัวเองแซวแอปเปิลกันเต็มที่

Microsoft Office

ไมโครซอฟท์เคยโชว์แนวคิด Office Graph และแอพตัวใหม่รหัส Oslo ไปเมื่อต้นปี วันนี้ Oslo เปิดตัวอย่างเป็นทางการในชื่อ Office Delve

ไมโครซอฟท์เอาแนวคิดโซเชียลเน็ตเวิร์คในองค์กรมาจาก Yammer จากนั้นสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคน-เอกสารเป็นกราฟ Office Graph (ลักษณะเดียวกับ Facebook Open Graph) ส่วนหน้าที่ของ Delve คือแสดงข้อมูลที่สัมพันธ์กับเรา (relevant information and connections) ในรูปแบบที่ดูง่ายๆ คล้ายกับ Flipboard หรือ Pinterest

Delve จะแสดงข้อมูลของเอกสาร Office จากเพื่อนร่วมงานในรูปแบบ card เรียงเป็นตารางแบบ Pinterest โดยผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลแยกตามกลุ่มเพื่อนร่วมงานได้ ถือเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งให้พนักงานค้นหาเอกสารได้ง่ายขึ้น นอกเหนือจากการค้นหาไฟล์ตรงๆ ในระบบ

Delve จะค่อยๆ เปิดให้ผู้ใช้ Office 365 ใช้งานทีละกลุ่ม โดยเริ่มจาก Office 365 Enterprise ในปีนี้ และตามด้วยเวอร์ชันอื่นๆ ในปีหน้า

ที่มา - Office Blog, What is Office Delve

Tags:
Facebook

การพยายามปรับปรุงเนื้อหาใน News Feed ให้ถูกจริตผู้ใช้ Facebook ยังคงมีอยู่เรื่อยๆ และล่าสุดได้เพิ่ม 2 นโยบายในการปรับปรุงดังต่อไปนี้

  • เตรียมลดโพสต์ที่ล่อให้คลิกโดยไม่ระบุเนื้อหา เช่น ด่วน รีบคลิกดูก่อนโดนลบ แล้วก็โพสต์ลิงก์ ซึ่งถ้า Facebook ตรวจได้ว่าลิงก์ดังกล่าวเป็นแค่ลิงก์หลอกให้ผู้ใช้กดไปดูอะไร ก็จะทำการลดการเข้าถึงโพสต์และเพจนั้นๆ ทันที
  • Facebook จะให้ความสำคัญกับการแชร์ลิงก์ในรูปของการแชร์ลิงก์ ไม่ใช่การอัพโหลดรูปแล้วใส่ลิงก์ประกอบเข้าไป เพราะ Facebook ค้นพบว่า ผู้ใช้ชอบที่จะกดลิงก์เข้าไปอ่าน มากกว่าดูรูปแล้วค่อยกดลิงก์ในคำอธิบายภาพ

ที่มา - Facebook Newsroom

Tags:
Facebook

น่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับเล่น Facebook ที่ล้ำยุคที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นกันมา มันคือ "กล่องสีฟ้า" ขนาดใหญ่ที่มีหน้าจอแปะอยู่ เอาไว้ให้ดาราเซเล็บตอบคำถามหรือโพสต์ข้อความในงานอีเวนต์สำคัญๆ โดยเฉพาะ

Mentions Box เป็นความร่วมมือของ Facebook กับบริษัทด้านการตลาดชื่อ iStrategyLabs พัฒนาอุปกรณ์สำหรับเล่น Facebook นอกสถานที่ มันเป็นแท็บเล็ตที่ผิวเป็นโพลีคาร์บอเนต เป้าหมายของมันคือแจกให้ดาราดังๆ ระหว่างงานประกาศผลรางวัล Emmy Awards ของสหรัฐอเมริกาใช้ตอบคำถามหรือถ่ายวิดีโอตัวเองระหว่างงาน จากนั้นทีมงานของ Facebook จะนำวิดีโอไปปรับแต่งและเขียนคำโปรย ก่อนโพสต์ให้แฟนๆ ที่รอชมงานประกาศผลรางวัลอยู่ดูบน News Feed

งานประกาศผล Emmy มีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (25 ส.ค.) ตามเวลาสหรัฐ

ที่มา - Mashable, New York Times

Tags:
Facebook

เฟซบุ๊กเริ่มทดสอบระบบเตือนลิงก์บทความว่าเป็นบทความเสียดสี (satire) ให้กับผู้ใช้เว็บบางเว็บ โดยบทความเสียดสีจะมีข้อความ "[Satire]" ก่อนหัวข้อบทความ

เฟซบุ๊กระบุว่ามีเสียงเรียกร้องจากผู้ใช้ว่าต้องการให้แยกข้อความเสียดสีออกจากบทความปกติ และการทดสอบระบบใหม่นี้ยังเป็นการทดสอบลิงก์ภายนอกอย่างเดียวโดยดำเนินมาเดือนกว่าๆ แล้ว

ระบบนี้ยังจำกัดอยู่มาก โดยเลือกแสดงคำเตือนตามเว็บที่เป็นต้นทางของบทความเท่านั้น หน้าเพจที่ไม่มีเว็บยังคงไม่มีระบบเตือนเช่นนี้ ตัวหน้าเฟซบุ๊กเป็นทางการของเว็บเหล่านี้เองก็ไม่มีข้อความเตือน และหากเซฟบทความไว้อ่านทีหลังข้อความเตือนก็จะหายไป

ที่มา - ArsTechnica

Tags:
Twitter

ผู้ใช้ Twitter จำนวนหนึ่งรายงานว่าพบเนื้อหาใน timeline เพิ่มรายการว่าคนที่เราติดตามอยู่ (following) กดปุ่มติดดาว (favorite) ให้กับข้อความทวิตใดหรือกดติดตาม (follow) บัญชีใดบ้าง ซึ่งคาดว่าเป็นการทดสอบฟีเจอร์ใหม่ของ Twitter ที่มักทำอยู่เป็นระยะ

เสียงตอบรับของผู้ใช้ต่อฟีเจอร์นี้ค่อนข้างเป็นลบ เพราะมองว่ารก timeline และมองว่าการแสดง favorite ขึ้นมาบน timeline นั้นซ้ำซ้อนกับการ retweet ที่มีอยู่แล้ว

ที่ผ่านมา Twitter มักทดสอบฟีเจอร์ใหม่กับผู้ใช้เป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อดูผลตอบรับก่อนนำมาใช้จริงในวงกว้าง

ที่มา - The Next Web

Tags:
Facebook

Facebook ปรับกฎ Platform Policy ใหม่ใน 2 ประเด็นสำคัญ

  • เกมที่มีระบบ in-app purchase ต้องแจ้งข้อมูลให้ชัดในส่วนของคำบรรยายเกม
  • ห้ามจ่ายเงินหรือให้ผลประโยชน์ (incentivize) กับผู้ใช้เพื่อกดไลค์เพจ โดยกรณีนี้รวมถึงแจกรางวัล หรือแจกแอพ/เนื้อหาในแอพ อย่างไรก็ตาม Facebook ยังอนุญาตให้จ่ายเงินหรือให้ประโยชน์ต่อการล็อกอินเข้าแอพ การเช็คอิน หรือการร่วมกิจกรรมในแอพของเพจ

สำหรับกรณีหลัง Facebook ระบุว่าต้องการให้คนไลค์เพจเพื่อติดตามข่าวสารของแบรนด์หรือสินค้านั้นๆ มากกว่าไลค์เพราะต้องการผลประโยชน์ชั่วครั้งคราว

นโยบายนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2014

ที่มา - The Next Web

Tags:

เนื่องจากทางทีมเรา ต้องการสร้าง Social Network ที่สนุกกว่าเดิมและสามารถอัพเดตข่าวสารแวดวงเพื่อน หรือคนที่เราน่าจะรู้จัก ได้แบบง่ายดายมากขึ้น พร้อมทั้งบอกเหตุการณ์ที่น่าสนใจรอบตัวเราได้ จึงคิดโปรเจคนี้ขึ้นมา ชื่อว่า Hola

Hola จุดเด่นหลักคือ Social Network ที่เป็น Realtime + Location Base ผู้ใช้สามารถดูว่าแถวนี้ หรือบริเวณนั้นๆ เกิดอะไรขึ้น เช่น โปรโมชั่น หรือ งานแสดงต่างๆ หรือพูดคุยกับคนบริเวณใกล้ๆ และสามารถเพิ่มเพื่อนของคุณ อัพเดตว่าเพื่อนทำอะไรอยู่แถวไหนตอนนั้น พร้อมทั้งดูสถานที่และกิจกรรมต่างๆ ข้อความสถานะที่ต้องการได้อีกด้วย

จุดเด่น

  • ดูข้อมูลเหตุการณ์หรือกิจกรรมต่างๆ บนแผนที่ แบบ Realtime
  • Chat พูดคุยกับเพื่อนๆ บนแผนที่
  • พูดคุยกันแบบส่วนตัว แบบห้องสนทนา พร้อมส่ง Avatar ของตัวเองพร้อม Emotion แบบพิเศษ และ สติกเกอร์
  • ดูว่าแวดวงเพื่อนๆ อยู่ไหนทำอะไรตอนนี้
  • โพสต์สถานะพร้อมแชร์ขึ้น Facebook และสร้าง Avatar ให้แบบเจ๋งๆ พร้อมสถานที่ด้วย
  • ค้นหาหรือดูสถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจ หรือที่เพื่อนๆ บอกต่อ
  • พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนบริเวณใกล้ๆ เกี่ยวเหตุการณ์ในบริเวณนั้นๆ
  • สร้าง Avatar ของตัวเอง
Tags:
World Cup

เราเห็นข่าว สถิติ Twitter ฟุตบอลโลก 2014 ไปแล้ว คราวนี้มาดูสถิติของฝั่ง Facebook บ้างครับ (สถิตินี้เฉพาะนัดชิงชนะเลิศเท่านั้น)

  • ผู้ใช้ Facebook 88 ล้านคนมีปฏิสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ ถ้านับจำนวนปฏิสัมพันธ์ (โพสต์ คอมเมนต์ ไลค์) รวม 280 ล้านครั้ง
  • สถิตินี้ทำให้ฟุตบอลโลก 2014 นัดชิงชนะเลิศเป็นเหตุการณ์กีฬาที่มีคนพูดถึงเยอะที่สุด โดยเจ้าของสถิติเดิมคือ Super Bowl ปี 2013 ที่ 245 ล้านครั้ง
  • ผู้เล่นที่ถูกพูดถึงเยอะที่สุดของแต่ละทีมคือ Mario Gotze (เยอรมนี) และ Lionel Messi (อาร์เจนตินา)
  • ช่วงเวลาที่คนพูดถึงมากที่สุดคือตอนเป่านกหวีดจบการแข่งขัน ตามด้วยจังหวะการยิงประตูของ Gotze และฟรีคิกตอนใกล้หมดเวลาของ Messi
  • กลุ่มประชากรที่พูดถึงนัดชิงชนะเลิศมากที่สุดคือ ชาย อายุ 18-24 ปี, ชาย อายุ 25-34 ปี, หญิง อายุ 18-24 ปี
  • ประเทศที่คนพูดถึงนัดชิงชนะเลิศมากที่สุดคือ สหรัฐ บราซิล อาร์เจนตินา เยอรมนี อินโดนีเซีย