Tags:
Safari

วันนี้แอปเปิลได้ออกอัพเดต Safari บน Mavericks เวอร์ชัน 7.0.3 ซึ่งมีรายละเอียดการปรับปรุง ดังนี้

  • แก้ปัญหาขณะกำลังพิมพ์ URL หรือข้อความค้นหาใน address field แล้วหน้าเว็บโหลดก่อนที่จะกดปุ่ม Enter
  • ปรับปรุง autofill สำหรับบัตรเครดิต
  • แก้ปัญหาที่บล็อค push notifications จากเว็บไซต์
  • เพิ่มปุ่มปิด push notifications จากเว็บไซต์ใน Preferences
  • เพิ่มการรองรับ top-level domain
  • ปรับปรุงให้ Sandbox แข็งแกร่งกว่าเดิม
  • แก้ปัญหาความปลอดภัย

สำหรับผู้ใช้ Mavericks สามารถดาวน์โหลด Safari 7.0.3 ได้จากหมวด Updates ใน App Store ครับ ส่วนผู้ใช้ Lion และ Mountain Lion มี Safari 6.1.3 ให้อัพเดตด้วยเช่นกัน

ที่มา - MacRumors

Tags:
Safari

ก่อนหน้า Adobe ได้เริ่มใช้โหมด sandbox กับ Flash Player บนเบราว์เซอร์ เช่น Firefox, Chrome (1, 2) และทาง Adobe ก็ได้ทำงานร่วมกับแอปเปิลเพื่อเปิดใช้งาน Flash Player ในโหมด sandbox ด้วยเช่นกัน ในโอกาสที่แอปเปิลเปิดตัว OS X Mavericks ทาง Adobe ก็ได้อัพเดต Flash Player บน Safari ให้รองรับโหมด App Sandbox ของ OS X แล้ว

Adobe ต้องใช้โหมด sandbox กับ Flash Player เพราะ sandbox จะจำกัดความสามารถของซอฟต์แวร์ในการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ โดยจะให้เข้าถึงเฉพาะในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อช่วยให้คอมพิวเตอร์มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ที่มา - Adobe ASSET Blog

Tags:
Java

ออราเคิลออก Java 7u21 และ Java 6u45 บนแพลตฟอร์มอื่นๆ ไปแล้ว ทางฝั่งแอปเปิลที่ออก Java 6 เวอร์ชันของตัวเองบน OS X ก็อัพเดตตามเรียบร้อย (สำหรับผู้ที่ใช้ Java 7 ต้องอัพผ่านระบบของออราเคิลกันเองเหมือนระบบปฏิบัติการอื่นๆ)

อัพเดตของแอปเปิลตัวนี้ใช้ชื่อว่า Java for OS X 2013-003 (สำหรับ Lion ขึ้นไป) หรือ Java for Mac OS X 10.6 Update 15 (สำหรับ Snow Leopard) ผู้ใช้แมคที่ยังใช้ Java 6 ก็อัพเดตกันได้ผ่าน Software Update เพื่อความปลอดภัยครับ

ในโอกาสเดียวกัน แอปเปิลยังออก Safari 6.0.4 (Lion ขึ้นไป) และ Safari 5.1.9 (Snow Leopard) ซึ่งเพิ่มตัวเลือกการปิด Java เป็นรายเว็บไซต์ด้วย

ที่มา - The Mac Security Blog

Tags:
Mountain Lion

วันนี้แอปเปิลออกอัพเดต OS X 10.8.3 และ Safari 6.0.3 เพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพหลายจุด

สำหรับ OS X มีรายการปรับปรุงหลายอย่าง ผมขอคัดมาเฉพาะที่สำคัญดังนี้

  • Boot Camp รองรับ Windows 8
  • Boot Camp รองรับฮาร์ดดิสก์ขนาด 3TB
  • แก้บั๊กพิมพ์ File:/// แล้วแครช (ข่าวเก่า)
  • แก้บั๊ก Logic Pro ไม่ตอบสนองเมื่อใช้ปลั๊กอินบางตัว
  • แก้บั๊กเสียงหายใน iMac รุ่นปี 2011
  • เพิ่มประสิทธิภาพแอพ Notes กับเซิร์ฟเวอร์ IMAP
  • อนุญาตให้ screen saver แบบ Slideshow แสดงภาพที่อยู่ใน subfolder
  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้บัญชี Microsoft Exchange ใน Mail

ส่วน Safari มีการปรับปรุงดังนี้ (ขอคัดมาเฉพาะที่สำคัญเช่นเดียวกัน)

  • เพิ่มประสิทธิภาพการ scroll บน Facebook
  • เพิ่มประสิทธิภาพการ scroll ขณะซูมในหน้าเว็บ
  • แก้บั๊กที่ทำให้เกิดบุ๊คมาร์กซ้ำบนอุปกรณ์ iOS หลังแก้บุ๊คมาร์กด้วย Safari บน OS X

ดาวน์โหลด OS X 10.8.3 ได้ ที่นี่ ซึ่ง Safari 6.0.3 จะถูกรวมไว้ในชุดอัพเดตนี้แล้วครับ

ที่มา - Apple Support

Tags:
Safari

Don Melton อดีตผู้ริเริ่มโครงการ WebKit และ Safari ให้กับแอปเปิล (ปัจจุบันเขาไม่ได้อยู่กับแอปเปิลแล้ว) เขียนบล็อกเล่าความหลังถึงกระบวนการตั้งชื่อเว็บเบราว์เซอร์ตัวนี้

แอปเปิลเริ่มโครงการเบราว์เซอร์มาได้ระยะหนึ่ง ก่อนจะเปิดตัวต่อสาธารณะในเดือนมกราคม 2003 ซึ่งระหว่างการพัฒนาใช้ชื่อโครงการว่า "Alexander" และมีกระบวนการหาชื่อที่เหมาะสมอยู่เรื่อยๆ โดยช่วงกลางปี 2002 สตีฟ จ็อบส์ และทีมผู้บริหารก็เริ่มคิดชื่อที่น่าจะเหมาะสมออกมาหลายชื่อ ซึ่ง Melton ยอมรับว่าจำชื่อทั้งหมดไม่ได้เลย ยกเว้นชื่อ "Freedom" ที่สตีฟ จ็อบส์เป็นคนคิด แต่เขาคัดค้านชื่อนี้

นอกจากนี้ยังมีเพื่อนร่วมงานของเขาเล่าว่า Scott Forstall อยากได้ชื่อ "iBrowse" แต่สุดท้ายแล้วชื่อก็ออกมาเป็น "Safari" ซึ่ง Melton ไม่ทราบว่าใครเป็นคนเสนอ แต่สุดท้ายสตีฟ จ็อบส์ เป็นคนตัดสินใจเลือกชื่อนี้

ที่มา - Don Melton

Tags:
Android

บริษัท Chitika ออกรายงานส่วนแบ่งตลาดเบราว์เซอร์ บนระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาอย่าง iOS และ Android พบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ของทั้งสองระบบ นิยมใช้เบราว์เซอร์มาตรฐานเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือผู้ใช้ iOS กลับทดลองใช้เบราว์เซอร์ตัวอื่นๆ มากกว่า Android อยู่เล็กน้อย

รายงานชิ้นนี้วัดจากสถิติการท่องเว็บในสหรัฐและแคนาดา ใช้ข้อมูลจากเครือข่ายโฆษณาของ Chitika ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคมถึง 4 กันยายน 2012

Tags:
Apple

นักพัฒนาค้นพบว่า Safari ใน iOS 6 ฝ่าฝืนข้อกำหนดของโปรโตคอล HTTP ด้วยการ cache หน้าเว็บที่ถูกเรียกด้วยเมท็อด POST ไว้ทั้งที่ไม่ควรจะทำ ซึ่งทำให้การแสดงผลหน้าเว็บผิดพลาดไปจากที่ควรจะเป็น

วิธีหรือเมท็อดที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างเบราว์เซอร์กับเว็บเซิร์ฟเวอร์นั้นมีด้วยกันหลายชนิด แต่เมท็อดที่นิยมก็คือ GET และ POST ทั้งนี้การร้องขอหน้าเว็บโดยใช้เมท็อด GET ด้วยพารามิเตอร์เดิมนั้น มักจะได้หน้าเว็บที่เหมือนกันเสมอ ดังนั้นเมื่อเซิร์ฟเวอร์ส่งข้อมูลมาให้เบราว์เซอร์แล้ว เบราว์เซอร์มักจะเก็บ (cache) หน้าเว็บที่ได้มานั้นไว้ในเครื่อง เมื่อผู้ใช้เรียกหน้าเว็บเดิมด้วยพารามิเตอร์เดิมอีกครั้ง เบราว์เซอร์ก็จะแสดงหน้าเว็บที่เก็บไว้ในเครื่องเลยโดยไม่จำเป็นต้องร้องขอไปยังเซิร์ฟเวอร์อีกครั้งให้เสียเวลา

Tags:
FTC

ข่าวภาคต่อของ กูเกิลอาจโดน FTC ปรับ โทษฐานละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ Safari ครับ สรุปคือกูเกิลยอมรับผิด จ่ายค่าปรับ 22.5 ล้านดอลลาร์ให้กับคณะกรรมการด้านการค้าของสหรัฐ (FTC) เป็นที่เรียบร้อย

ความสำคัญของข่าวนี้คือตัวเลข 22.5 ล้านดอลลาร์ถือเป็นค่าปรับสูงสุดเท่าที่ FTC เคยสั่งปรับมา ซึ่ง Jon Leibowitz ประธานของ FTC ก็ให้สัมภาษณ์ว่านี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนต่ออุตสาหกรรมออนไลน์ว่า ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่แค่ไหนก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบของ FTC เรื่องการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ถ้ายอมปฏิบัติตามแต่โดยดีจะได้ไม่ต้องโดนปรับเยอะขนาดนี้และอาจต้องโดนปรับบ่อยๆ ถ้าผิดซ้ำอีก

นอกจากค่าปรับแล้ว FTC ยังสั่งให้กูเกิลต้องหยุดการใช้คุกกี้เพื่อตามรอยลักษณะนี้ทั้งหมดด้วย (อ่านรายละเอียดด้านเทคนิคในข่าวเก่า)

ที่มา - FTC

Tags:
Apple

หลังจากที่เปิดตัว Safari 6.0 ในระบบปฏิบัติการใหม่ของตัวเอง OS X Mountain Lion ล่าสุดแอปเปิลได้ถอดหน้าดาวน์โหลด Safari เวอร์ชันสำหรับวินโดวส์ออกจากเว็บตัวเองแล้ว โดยเวอร์ชันสุดท้ายที่ได้ปล่อยให้ดาวน์โหลดก่อนหน้านี้คือเวอร์ชัน 5.1.7

ก่อนหน้านี้ยอดการใช้งาน Safari ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ Chrome เว็บเบราว์เซอร์ที่ใช้เอนจิน WebKit เหมือนกันมีได้รับความนิยมมากกว่าหลายเท่า ตอนนี้ Safari จะกลายเป็นเบราว์เซอร์ที่สามารถใช้งานได้เฉพาะบนแพลทฟอร์มของแอปเปิลอย่างเดียว

ที่มา - AppleInsider

Tags:
Apple

เมื่อวานนี้แอปเปิลออก Safari 6 พร้อมกับ OS X Mountain Lion ซึ่งก็สามารถใช้กับ OS X Lion ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม แอปเปิลยังไม่พูดอะไรเกี่ยวกับ Safari 6 for Windows ที่เป็นเวอร์ชันคู่ขนานกัน และมีผู้ใช้ไปค้นพบว่าแอปเปิลถอดลิงก์สำหรับดาวน์โหลด Safari 5 for Windows ออกจากเว็บไซต์ของตัวเองแล้วด้วย (ตัวไฟล์ยังอยู่และโหลดได้ถ้ารู้ direct link นะครับ) เลยเกิดกระแสคาดเดาว่าแอปเปิลอาจหยุดทำ Safari for Windows เสียแล้ว

ส่วนโครงการ WebKit ที่เป็นรากฐานของ Safari ยังออกรุ่น nightly build บนวินโดวส์อยู่เช่นเดิมครับ

ที่มา - 9to5mac

Tags:
FTC

จากกรณี นักวิจัยพบ Safari มีช่องโหว่ให้กูเกิลติดตามการเข้าเว็บได้, กูเกิลได้ปิดการติดตามดังกล่าวแล้ว ซึ่งกูเกิล "อาจ" มีความผิดเรื่องการละเมิดความส่วนตัวของผู้ใช้

ล่าสุดมีรายงานข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการโดย Bloomberg ว่าคณะกรรมการการค้าของสหรัฐ (FTC) เรียกกูเกิลเข้าไปคุยเรื่องนี้แล้ว ข้อสรุปคือกูเกิลจะโดนปรับแน่ๆ แต่ยังตกลงกันไม่ได้ว่ากูเกิลจะโดนปรับเท่าไร (โทษปรับอาจสูงกว่า 10 ล้านดอลลาร์)

กูเกิลเคยโดน FTC สอบสวนมาแล้วหลายครั้ง ที่เป็นข่าวใหญ่หน่อยคือ กูเกิลยอมความ FTC กรณี Buzz ละเมิดข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้ ส่วนโฆษกของกูเกิลพูดถึงเรื่องนี้เพียงแค่ว่ายินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลอยู่แล้ว

ที่มา - Bloomberg

Tags:
Apple

แอปเปิลออก Safari รุ่นย่อย 5.1.7 แก้ปัญหาความปลอดภัยหลายจุด แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือ Safari รุ่นนี้จะเริ่มเช็ค Flash Player ว่าเก่าเกินไปหรือไม่

ถ้าหากพบ Flash Player ที่เลขเวอร์ชันต่ำกว่า 10.1.102.64 (ออกเมื่อปลายปี 2010) ก็จะปิดการทำงานโดยย้ายไดเรคทอรีของไฟล์ปลั๊กอิน และเปิดหน้าเว็บดาวน์โหลด Flash Player ขึ้นมาให้แทน (ผู้ใช้สามารถย้ายไดเรคทอรีกลับคืนมาได้ถ้าอยากใช้ Flash รุ่นเก่าจริงๆ)

นโยบายใหม่ของแอปเปิลถือว่าน่าสนใจ เพราะช่วยอุดรูรั่วของปลั๊กอินเวอร์ชันเก่าๆ ได้มากขึ้น และทาง Adobe เองก็ออกมาสนับสนุนนโยบายใหม่นี้ของแอปเปิลเช่นกัน

ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ Flash ก็อย่าลืมอัพเดตเวอร์ชันของ Flash Player กันบ่อยๆ นะครับ

ที่มา - ZDNet

Tags:
iOS 5

บริษัท MajorSecurity ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยได้ออกมาเปิดเผยถึงช่องโหว่ของเว็บเบราว์เซอร์ซาฟารีบน iOS 5.1 ที่ทำให้สามารถปลอมแปลงที่อยู่ใน Address Bar ให้ไม่ตรงกับเว็บไซต์ที่กำลังถูกแสดงอยู่ได้ด้วยคำสั่งใน JavaScript โดยถ้าเข้าลิงก์ตัวอย่างนี้ด้วย iPhone, iPad และ iPod touch ที่ติดตั้ง iOS เวอร์ชัน 5.1 และกดปุ่ม "Demo" จะพบว่าหน้าต่างของเว็บเบราว์เซอร์ที่ถูกเปิดขึ้นมาใหม่นั้นจะแสดงที่อยู่ของเว็บไซต์เป็น www.apple.com ทั้งๆ ที่เป็นหน้าเว็บของบริษัท MajorSecurity เอง

แหล่งข่าวระบุว่าแอปเปิลนั้นรับทราบถึงปัญหานี้แล้วและคงจะมีการแก้ไขออกมาในไม่ช้า ระหว่างนี้ก็ตรวจสอบเว็บที่ใช้งานอยู่ให้ดีก่อนที่จะกรอกข้อมูลอะไรลงไปนะครับ หรือปิดการทำงานของ JavaScript ได้ที่ Setting > Safari > JavaScript > Off ครับ

ที่มา - The Next Web

Tags:
Apple

ถ้ายังจำกันได้กูเกิลเพิ่งต่อสัญญากับ Mozilla ไปอีกสามปี เพื่อให้ได้สิทธิในการเป็นเครื่องมือค้นหาหลักบนเบราว์เซอร์ Firefox โดยมีค่าใช้จ่ายถึงปีละ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แน่นอนว่าบน Safari นั้นกูเกิลก็เป็นฝ่ายจ่ายเช่นกัน โดย Ben Schachter นักวิเคราะห์จาก Macquarie คาดว่ากูเกิลนั้นทำสัญญากับแอปเปิลเพื่อให้ได้เป็นเครื่องมือค้นหาหลักบน Safari ทั้งบนเดสก์ท็อปเบราว์เซอร์ และโมบายล์เบราว์เซอร์ (บนไอแพด ไอพอด และไอโฟน) มูลค่าถึงปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ในขณะเดียวกัน Schachter คาดว่าตัวเลขรายได้รวมจากการค้นหาผ่าน Safari มีราวๆ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีกำไรสุทธิเพียง 335 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น แต่ก็จำเป็นต้องทำสัญญาไว้เพื่อหวังผลจากการเติบโตที่รวดเร็วของอุปกรณ์ในกลุ่ม iOS

ที่มา - Business Insider

Facebook

ข่าวนี้ต่อจาก นักวิจัยพบ Safari มีช่องโหว่ให้กูเกิลติดตามการเข้าเว็บได้, กูเกิลได้ปิดการติดตามดังกล่าวแล้ว

หลังจากข่าวของกูเกิลกับ Safari แพร่ออกไป ทางทีมงาน IE ก็ตรวจสอบว่ากูเกิลละเมิดค่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้แบบเดียวกันหรือไม่ ผลก็คือกูเกิลทำแบบเดียวกัน นั่นคือ "ลัด" (bypass) ตัวเลือกการรับคุกกี้ที่ผู้ใช้ IE กำหนดไว้

ก่อนจะเข้ารายละเอียดต้องปูพื้นกันสักหน่อยครับ

โดยปกติแล้ว เมื่อใช้ IE เข้าเว็บไซต์ใดก็ตาม IE จะรับเฉพาะคุกกี้จากเว็บไซต์นั้นๆ และปฏิเสธคุกกี้ที่มาจากโดเมนอื่น เว้นเสียแต่ว่าเว็บไซต์เจ้าของคุกกี้จะระบุข้อมูลใน HTTP header ตามมาตรฐาน P3P Compact Policy Statement (ซึ่งเป็นมาตรฐานของ W3C แต่มี IE ใช้เพียงรายเดียว) เพื่อบอก IE ว่าจะใช้งานคุกกี้อย่างไร และยืนยันว่าจะไม่ตามรอย (track) การใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้

แนวคิดของ P3P คือมอบหน้าที่ให้เว็บไซต์เป็นคนระบุว่าจะใช้งานคุกกี้อย่างไร ซึ่งเบราว์เซอร์จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปเทียบกับค่าที่ผู้ใช้ตั้งไว้ (ว่าจะรับหรือไม่รับคุกกี้แบบไหนบ้าง) และยอมรับ/ปฏิเสธให้อัตโนมัติ

Tags:
Apple

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Wall Street Journal ได้เผยผลงานวิจัยจากนักวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเขาได้พบช่องโหว่บนเบราว์เซอร์ Safari ที่ทำให้ผู้ให้บริการโฆษณารวมถึงกูเกิลสามารถติดตามพฤติกรรมการเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ผ่านทางไฟล์คุกกี้ได้

โดยปกติแล้ว Safari จะยอมรับไฟล์คุกกี้จากเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เข้าถึงเท่านั้น และจะบล็อคไฟล์ดังกล่าวหากมาในรูปแบบอื่นซึ่งผู้ให้บริการโฆษณามักจะแอบฝังมา แต่นักวิจัยดังกล่าวกลับพบว่าผู้ให้บริการโฆษณาก็ยังสามารถหลอกล่อผู้ใช้ให้สามารถรับไฟล์คุกกี้ได้อย่างไม่ตั้งใจอยู่ดี

Tags:
Internet Explorer

สืบเนื่องจากผลวิจัยเรื่องผู้ใช้ IE มีไอคิวน้อยกว่าผู้ใช้เบราเซอร์อื่นซึ่งต่อมากลายเป็นเรื่องโกหกไป ก็ดูเหมือนจะมีคนติดใจและอยากพิสูจน์สมมติฐานนี้อีกสักรอบ โดยคราวนี้เป็นบริษัทรับจัดทดสอบความฉลาดรู้ในความเสี่ยง (Risk intelligence quotient - RQ) ที่ชื่อ Projection Point เป็นผู้เสนอผลการวิจัยออกมาครับ

การทดสอบนี้ใช้กลุ่มตัวอย่าง 351 คน ให้ตอบคำถาม 50 ข้อ โดยคำถามจะเป็นประโยคแล้วให้ผู้ตอบพิจารณาว่าจริงหรือเท็จ โดยใช้วิธีให้คะแนนน้ำหนักความมั่นใจว่าจริงหรือเท็จโดยใส่ 100 ถ้ามั่นใจว่าจริงมากๆ ใส่ 0 ถ้ามั่นใจว่าเท็จมากๆ หรือให้คะแนนไล่ระหว่าง 0-100 ตามระดับความมั่นใจ ผลออกมาพบว่าผู้ใช้ Internet Explorer มีคะแนนความฉลาดรู้ในความเสี่ยงต่ำที่สุดเทียบกับผู้ใช้งานเบราเซอร์อื่น สอดคล้องกับรายงานว่ามัลแวร์ทั้งหลายสามารถแพร่กระจายทาง Internet Explorer ได้มากที่สุด ส่วนกลุ่มผู้ใช้เบราเซอร์ที่มีคะแนน RQ สูงสุดนั้นตกเป็นของ Safari

อย่างไรก็ตามทาง Projection Point ให้ความเห็นว่าผลที่ออกมานั้นใช้กลุ่มตัวอย่างที่เล็กมากเกินกว่าจะไปสรุปฟันธงอะไรได้ ผลการวิจัยน่าจะดีกว่านี้ถ้าใช้กลุ่มตัวอย่างที่มีปริมาณมากขึ้น

ที่มา: Projection Point

Tags:
Safari

ถึงแม้ Safari จะมีส่วนแบ่งตลาดไม่หวือหวาแบบ Chrome แต่ด้วยปัจจัยเรื่องส่วนแบ่งตลาดของแมคที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็ช่วยให้ Safari มีส่วนแบ่งตลาดเบราว์เซอร์โตขึ้นแบบช้าๆ เช่นกัน

สถิติล่าสุดจากบริษัท Net Applications ระบุว่า Safari มีส่วนแบ่งตลาดโลก 5.02% แล้ว ถือเป็นครั้งแรกที่ Safari ขึ้นมาแตะระดับ 5% ได้สำเร็จ สำหรับส่วนแบ่งตลาดของแมคในการเข้าเว็บ (แปลว่าใช้แมค+เบราว์เซอร์อะไรก็ได้บนแมค) อยู่ที่ 6.45% ของตลาดโลก (ในสหรัฐจะเยอะกว่ามาก คือใช้แมค 13.7%)

สำหรับระบบปฏิบัติการอื่นๆ วินโดวส์ยังครองตลาด 92% ของโลก ลินุกซ์ประมาณ 1% ในส่วนของเบราว์เซอร์ IE 54.39%, Firefox 22.48%, Chrome 16.20%, Opera 1.67%

ที่มา - Net Applications, AllThingsD

Camino

บริษัทที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาของแคนาดา AptiQuant ได้รายงานผลการวิจัยว่าด้วยความสัมพันธ์ของระดับเชาวน์ปัญญา (ไอคิว) กับเว็บเบราเซอร์ที่ใช้ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างมากกว่าหนึ่งแสนคนทำแบบทดสอบวัดไอคิว จากนั้นก็เก็บผลคะแนนที่ได้กับเว็บเบราเซอร์ที่บุคคลนั้นใช้ พบผลลัพธ์ที่น่าสนใจดังนี้

ในภาพรวมแล้วผลการสำรวจพบว่าผู้ใช้ Internet Explorer มีระดับไอคิวอยู่ราว 80-90 ขณะที่กลุ่มผู้ใช้ Firefox, Chrome และ Safari มีไอคิวอยู่ในช่วง 100-110 ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเป็นผู้ใช้งาน Chrome Frame, Camino หรือ Opera จะมีระดับไอคิวสูงมากกว่า 120 กันเลย

เมื่อเทียบกับผลการวิจัยในปี 2006 เห็นได้ว่าระดับไอคิวของผู้ใช้ IE6, IE7 ในขณะนั้นสูงกว่าค่าที่ได้ในปัจจุบันอย่างมาก รวมถึงเมื่อแยกย่อย IE ลงไปในแต่ละเวอร์ชั่นก็จะเห็นว่าผู้ใช้ IE8, IE9 มีคะแนนสูงกว่า IE6, IE7 ที่เป็นเวอร์ชั่นเก่ากว่า

ข้อสรุปของงานวิจัยนี้ชี้ว่านอกจากจะเห็นความแตกต่างของผู้ใช้งานเบราเซอร์แต่ละชนิดแล้ว ยังใช้อธิบายไอคิวของผู้ใช้งานซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นที่เก่าเกินไปและไม่ยอมเปลี่ยนไปใช้เวอร์ชั่นใหม่ๆ ได้ด้วยเช่นกัน

ที่มา: AptiQuant

อัพเดท: ทาง AptiQuant ออกมายอมรับแล้วครับว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก

Tags:
Apple

หลังจากปล่อยให้ IE และ Firefox นำหน้าในเรื่อง Do Not Track หรือการกำหนดไม่ให้เว็บไซต์ "ตามรอย" เก็บข้อมูลของผู้ชมเว็บ ก็มีข่าวว่า Safari จะมีฟีเจอร์แบบเดียวกันตามมา

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานว่าแอปเปิลได้เพิ่มฟีเจอร์ Do Not Track ให้กับ Safari รุ่นทดสอบที่มากับ Mac OS X 10.7 Lion แล้ว และผู้ที่ได้ทดสอบ Lion ก็เริ่มพูดถึงฟีเจอร์นี้กันแล้วตามกระดานสนทนาต่างๆ

ข่าวการเพิ่มฟีเจอร์ Do Not Track ของ Safari ทำให้ทุกคนจับตาไปยัง Chrome ซึ่งเป้นเบราว์เซอร์รายใหญ่รายเดียวที่ยังไม่มีฟีเจอร์นี้ และกูเกิลก็มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้โดยตรงอย่างโฆษณาหรือ Google Analytics

ที่มา - Wall Street Journal