Image

Massachusetts Institute of Technology

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: MIT, Stanford, Research, Gender, Racism
MIT

นักวิจัยจาก MIT และ Stanford ร่วมกันทำการทดสอบโปรแกรมวิเคราะห์ใบหน้าจาก 3 บริษัทใหญ่ พบว่าล้วนแล้วแต่ให้ผลการทำงานที่ดีกับภาพใบหน้าผู้ชายเหนือกว่าภาพใบหน้าผู้หญิง ทั้งยังทำการวิเคราะห์ภาพใบหน้าคนผิวขาวได้ดีกว่าภาพใบหน้าคนผิวสีด้วย

By mk Founder on Tag: Eric Schmidt, MIT, Alphabet
Eric Schmidt

Eric Schmidt อดีตประธานบอร์ดของ Alphabet ที่เพิ่งลงจากตำแหน่ง เข้าไปรับตำแหน่งด้านส่งเสริมนวัตกรรม (visiting innovation fellow) ที่สถาบัน MIT เป็นเวลาหนึ่งปี เขาจะรับหน้าที่ทำงานร่วมกับอาจารย์ใน MIT เผื่อผลักดันนวัตกรรมรูปแบบใหม่ๆ ที่ไปไกลกว่าการประดิษฐ์ (invention) เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ๆ ที่โลกกำลังเผชิญอยู่

Schmidt จะเข้าเป็นที่ปรึกษาให้โครงการ MIT Intelligence Quest ที่หน่วยงานของทั้งมหาวิทยาลัยจะร่วมกันค้นคว้าเรื่องปัญญาประดิษฐ์ และการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรด้วย

By sunnywalker Writer on Tag: MIT, Artificial Intelligence, Research
MIT

Tencent เผยรายงานสถานการณ์ AI ของโลกไปแล้ว คราวนี้ถึงตานิตยสาร MIT Technology Review กันบ้าง โดย MIT ระบุว่า AI มีความก้าวหน้าขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่พร้อมจะใช้งานในระดับที่ความสามารถเทียบเท่ามนุษย์ได้

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: MIT, Electric Car
MIT

Lamborghini เผยโครงการรถสร้าง Terzo Millennio ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ Lamborghini พัฒนาร่วมกับ MIT ชูจุดเด่นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่เพียงแต่เป็นรถสปอร์ตที่ใช้พลังงานไฟฟ้า แต่ยังมีการพัฒนาด้านวัสดุศาสตร์ ที่จะใช้วัสดุโครงสร้างและตัวถังที่สามารถตรวจสอบรอยแตกร้าวของตัวเองได้ แถมยังทำหน้าที่สนับสนุนแบตเตอรี่โดยจะช่วยกักเก็บประจุไฟฟ้าได้ด้วย

Terzo Millennio เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า "สหัสวรรษที่สาม" ที่มันได้ชื่อนี้ก็เพราะผู้พัฒนาพยายามสื่อถึงความล้ำหน้าทางด้านงานออกแบบและงานวิศวกรรม โดยเฉพาะเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์เรื่องการสร้างคาร์บอนไฟเบอร์แบบพิเศษที่จะถูกนำมาใช้เป็นชิ้นส่วนโครงสร้างและตัวถังของรถ

By Porplaa Writer on Tag: MIT, Sexual Abuse, Intrepid, Assault
MIT

MIT รันโปรเจค Intrepid ด้วยการใช้สติ๊กเกอร์อิเล็กทรอนิกส์ติดไว้ที่บราชุดชั้นในของผู้หญิงที่สวมใส่ เพื่อสามารถตรวจจับการถูกล่วงละเมิดทางเพศและสามารถส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังเพื่อนและครอบครัวของเหยื่อให้ช่วยเหลือได้แบบเรียลไทม์

จากงานวิจัยภายใต้โปรเจค Intrepid ระบุว่า ภายในห้วงเวลา 98 วินาที จะมีคนในสหรัฐฯ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และทุกๆ 16 ชั่วโมง ผู้หญิงจะถูกฆาตกรรมโดยคนรักของเธอหรือไม่ก็แฟนเก่า โปรเจคนี้จัดทำขึ้นมาก็เพื่อป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งรวมทั้งเด็ก คนสูงอายุ และคนพิการด้วย

By lew Founder on Tag: MIT, IPv4, Internet
MIT

อินเทอร์เน็ตยุคแรกๆ มีการแจกจ่ายไอพีกันค่อนข้างง่ายดาย บริษัทที่ร่วมทดสอบไอพีมักได้วง /8 หรือ /16กันได้โดยง่าย แต่เมื่อการเปลี่ยนไปยัง IPv6 ไม่สามารถทำได้รวดเร็วอย่างที่หวังกันไว้ ตอนนี้ไอพีก็กลายเป็นของมีค่า ทำให้ MIT ตัดสินใจตัดแบ่งไอพีวง 18.0.0.0/8 ออกขายแล้ว

By sunnywalker Writer on Tag: MIT, Mobile App, Education
MIT

สถาบัน MIT ทำแอพพลิเคชั่นเรียนรู้คำศัพท์ภาษาต่างประเทศ ตัวแอพจะปรากฏต่อเมื่อผู้ใช้กำลังรอแอพพลิเคชั่นอื่นทำงาน รอสัญญาณไวไฟ รอเพื่อตอบกลับแชท รออีเมล รอลิฟต์ เป็นต้น

แอพพลิเคชั่นชื่อว่า WaitChatter ทำงานได้ทั้งบนเดสก์ทอปและมือถือ MIT บอกเหตุผลที่ทำแอพออกมาว่า ในชีวิตคนเราต้องมีการรออะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ จึงทำแอพออกมาเพื่อให้การรอใช้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างคำศัพท์ในภาษาอื่น

ระบบในแอพพลิเคชั่นจะตรวจหาโดยอัตโนมัติหากอุปกรณ์ของผู้ใช้อยู่ะหว่างมองหาการเชื่อมต่อ WiFi และสามารถตรวจจับ iBeacons Bluetooth ที่ระบุว่าผู้ใช้อยู่ใกล้ลิฟต์ จากนั้นตัวแอพจะปรากฏขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

By mk Founder on Tag: MIT, Research, Artificial Intelligence
MIT

เว็บไซต์ MIT Technology Review ชี้ประเด็นปัญหาใหม่ของโลก AI ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากเทคนิค Deep Learning คือ AI เก่งขึ้นมากจนผู้สร้างมันขึ้นมาก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ว่ามันทำงานได้อย่างไร

การเรียนรู้ของ AI ตามแนวทาง Deep Learning จะแบ่งงานย่อยๆ เป็นจำนวนมาก และทำงานหลายชั้นซ้อนกันเหมือนเส้นประสาทของมนุษย์ โดย AI จะเรียนรู้รูปแบบจากข้อมูลปริมาณมหาศาล แล้วสร้างโมเดลของตัวเองขึ้นมา ในยุคที่ AI ยังไม่ซับซ้อนมาก เราอาจเข้าใจโมเดลที่มันสร้างขึ้นได้ไม่ยากนัก แต่พอมาถึงยุคปัจจุบัน มนุษย์อาจเริ่มตามมันไม่ทันแล้ว

By sunnywalker Writer on Tag: MIT, Self-Driving Car, Research
MIT

สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สร้างรถสกูตเตอร์ขนาดเล็กที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ให้ผู้ใช้เดินทางในสนามบิน หรือแม้แต่ในห้าง โดยทาง MIT ร่วมมือกับนักวิจัยสิงคโปร์สร้างระบบในรถไร้คนขับ ที่นอกจากจะใส่ในรถยนต์ขนาดทั่วไปแล้ว ยังใส่ในยานพาหนะขนาดเล็กเช่นรถกอล์ฟ และสกูตเตอร์อีกด้วย

เบื้องต้นตัวสกูตเตอร์ทดลองใช้ภายในอาคารก่อน หากทดลองระบบจนเสถียรเต็มที่แล้ว จะขยายพื้นที่ให้วิ่งในสวน หรือลานจอดรถ การทดสอบมาพร้อมกับความท้าทายที่สำคัญสำหรับระบบโมดูลาร์ นักวิจัยใช้ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์และยานพาหนะซึ่งเคยทำมาก่อนในรถกอล์ฟ หากอัลกอริทึมดีขึ้น มีการเรียนรู้ดีขึ้น ก็จะสามารถถ่ายโอนไปยังพาหนะอื่นได้ ซึ่งในที่นี้คือ สกูตเตอร์

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: MIT, Research
MIT

ถึงแม้จะไม่ได้มีญาณวิเศษหยั่งรู้ ไม่ได้มีตาทิพย์ และพลังพิเศษแบบมนุษย์กลายพันธุ์หรือยอดมนุษย์จากดาวอันไกลโพ้น แต่นักวิจัย MIT และ Georgia Tech ก็อ่านข้อความในหนังสือได้โดยไม่ต้องเปิดมันออกมา เบื้องหลังของความน่าทึ่งนี้คือการทำงานด้านรังสีและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ด้านการวิเคราะห์ภาพอักขระ

การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อการ "ส่องผ่าน" วัตถุนั้นเป็นเรื่องที่มีการค้นพบและประยุกต์ใช้งานกันมานานเกินกว่าศตวรรษแล้ว คลื่นที่ใช้เพื่อการนี้อันเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดคงหนีไม่พ้นรังสี X ซึ่งถูกค้นพบเมื่อปี 1895 โดย Wilhelm Röntgen ซึ่งจนทุกวันนี้รังสี X ก็ยังถูกนำมาใช้เพื่อส่องดูสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเพราะถูกบางสิ่งบดบังอยู่ ทั้งที่ใช้เพื่อการแพทย์, งานด้านความมั่นคง, งานตรวจสอบซ่อมบำรุงสิ่งต่างๆ ตลอดจนงานค้นคว้าวิจัย

By nismod Writer on Tag: MIT, Research, Battery
MIT

SolidEnergy ห้องแล็บพัฒนาแบตเตอรี่ของ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาแบตเตอรี่แบบ Lithium-metal ซึ่งสามารถจุไฟฟ้าได้มากกว่าแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion ในปัจจุบันได้ถึง 2 เท่า

ประเด็นสำคัญของการจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อยู่ที่การเปลี่ยนวัสดุของแอโนด (anode) จากกราไฟต์ (graphite) มาเป็นฟอยล์ lithium-metal ซึ่งมีความบางกว่าและจุไอออนได้มากกว่า ทำให้แบตเตอรี่แบบ Lithium-metal สามารถให้พลังงานได้เทียบเท่า Lithium-ion ในไซส์เพียงครึ่งเดียว และให้พลังงานได้ถึง 2 เท่าในไซส์ที่เท่ากัน

By lew Founder on Tag: MIT, Wearable Computing, Research, Microsoft Research
MIT

MIT Media Lab ร่วมกับ Microsoft Research นำเสนองานวิจัย DuoSkin สติกเกอร์สำหรับลอกแปะบนผิวหนังที่ไม่ได้ใช้เพื่อประดับความงาม แต่สามารถใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำหน้าที่เป็นอินพุต, เอาท์พุต, หรือวงจรสื่อสารกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ได้

ตัวอย่างของการใช้งานเช่นการควบคุมโทรศัพท์มือถือด้วยปุ่มที่พิมพ์ไว้บนผิวหนัง, การเปลี่ยนสีภาพพิมพ์บนผิวหนังตามการควบคุมของโทรศัพท์มือถือ, หรือการสื่อสารด้วย NFC

By mk Founder on Tag: MIT, Research, LIDAR, Self-Driving Car
MIT

อุปกรณ์สำคัญของรถยนต์ไร้คนขับคือ LIDAR (light detection and ranging) เซ็นเซอร์วัดแสงที่มักติดอยู่บนหลังคารถยนต์ การทำงานของ LIDAR จะเหมือนกับเรดาร์ แต่มีความละเอียดสูงกว่า เพราะใช้วิธียิงแสงเลเซอร์ออกไปแล้ววัดการสะท้อนกลับมาว่าวัตถุนั่นอยู่ไกลแค่ไหน เพื่อนำข้อมูลไปสร้างโมเดล 3 มิติของสภาพแวดล้อมรอบตัวรถต่อไป

เรามักเห็น LIDAR เป็นวัตถุทรงกระบอกติดอยู่บนหลังคารถ เพราะต้องให้หมุนเพื่อกวาดจับแสดงสะท้อนจากทุกทิศทาง ปัญหาของ LIDAR ในปัจจุบันจึงเป็นทั้งขนาด น้ำหนัก และราคา ที่เริ่มต้นที่ 1,000 ดอลลาร์ไปจนถึง 70,000 ดอลลาร์

ห้องวิจัย Photonic Microsystems Group ของ MIT พยายามแก้ปัญหานี้ โดยเปลี่ยน LIDAR จากระบบกลไกมาเป็นชิป CMOS ซึ่งลดขนาดลงได้มากและลดต้นทุนการผลิตลง เพื่อให้รถยนต์ไร้คนขับและหุ่นยนต์ต่างๆ ใช้เทคโนโลยี LIDAR ได้กว้างขวางขึ้น

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: MIT, Computer Vision, Video
MIT

ทีมวิจัย CSAIL แห่ง MIT ได้เผยแพร่งานวิจัยใหม่ในชื่อ Interactive Dynamic Video ซึ่งเป็นเทคนิคเพิ่มลูกเล่นให้ภาพนิ่งที่ได้จากการถ่ายวิดีโอให้ตอบสนองทำปฏิสัมพันธ์กับการดึง-ดันวัตถุในภาพได้ โดยไม่ต้องทำการสร้างโมเดลกราฟิกแบบ 3 มิติใส่ลงในภาพนั้น

อธิบายให้เห็นภาพมากขึ้น ผู้ใช้สามารถใช้เม้าส์เพื่อไกวเปลในภาพนิ่งให้แกว่งได้, ใช้เม้าส์เพื่อเขย่าต้นไม้ให้สั่นไหว หรือดันพุ่มไม้ให้ยกตัวขึ้นก็ได้เช่นกัน (ไม่ใช่ในลักษณะก้อนโพลีกอนที่มีพื้นผิวสีเขียวเหมือนต้นไม้ หากแต่มีการแสดงผลให้เห็นการสั่นไหวของแต่ละกิ่งก้าน แต่ละใบอย่างเป็นธรรมชาติ) หรืออีกตัวอย่างก็เช่นสามารถใช้เม้าส์ดันสะพานแขวนในภาพให้ไหวเอน ทำได้แม้กระทั่งกดวางวัตถุลงในภาพสะพานในบริเวณต่างๆ ซึ่งจะมีผลทำให้ภาพสะพานแขวนยุบตัวลงได้ราวกับเป็นการตอบสนองของกราฟิก 3 มิติ

By nrad6949 Writer on Tag: MIT, Anonymity, Privacy, Security
MIT

เมื่อวานนี้ นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และ Ecole Polythenique Federale de Lausanne จากสมาพันธรัฐสวิส ได้ประกาศเปิดตัวเครือข่ายนิรนาม (anonymity network) แบบใหม่ที่มีชื่อว่า "Riffle" และจะนำเสนอครั้งแรกที่งาน Privacy Enhancing Technologies Symposium ในเดือนนี้ โดยระบุว่าเครือข่ายนี้มีความปลอดภัยมากกว่า Tor ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: MIT, Drone, Research, Wind
MIT

งานวิจัยของ MIT เกี่ยวกับโดรนนั้นมีมาต่อเนื่องหลายปี โดยกลุ่ม Robust Robotics Group แห่งห้องปฏิบัติการ CSAIL ของ MIT ในปัจจุบันได้พัฒนาโดรนให้มีขีดความสามารถในการบินเพิ่มมากขึ้น ด้านหนึ่งของงานนี้คือการพัฒนาความฉลาดของโดรนให้ใช้พลังงานลดน้อยลง อันจะช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ในการบินแต่ละครั้ง ซึ่งการทำ "แผนที่ลม" ก็เป็นเทคนิคหนึ่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ว่านี้

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: MIT, Solar Cell, Research, Energy
MIT

นักวิจัย MIT พัฒนาโซลาร์เซลล์ที่สามารถแปลงพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มากกว่าค่าขอบเขตทางทฤษฎีที่ตั้งไว้ว่าจะไม่สามารถแปลงพลังงานได้เกิน 33.7% โดยทีเด็ดสำคัญที่ทำให้โซลาร์เซลล์แบบใหม่ทำงานได้ดีเหนือกว่าทฤษฎีที่เคยมีมา คือการพัฒนาชิ้นส่วนที่ดูดซับพลังงานทุกรูปแบบของแสงอาทิตย์เอาไว้แล้วปล่อยแสงออกมาให้เหมาะกับโซลาร์เซลล์มากที่สุด

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: Robotics, MIT, Medical, Research
Robotics

นักวิจัยจากทีม CSAIL แห่ง MIT ร่วมกันพัฒนาหุ่นยนต์ Origami หุ่นยนต์ที่พับได้ (อันเป็นที่มาของชื่อของมัน) ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการทำงานในพื้นที่จำกัด ซึ่งหลังจากเริ่มนำออกแสดงในปี 2014 เป็นครั้งแรก ซึ่งตอนนี้หุ่นยนต์ Origami รุ่นล่าสุดที่มีนักวิจัยของ University of Sheffield และ Tokyo Institute of Technology มาช่วยพัฒนาด้วย ก็ได้รับการปรับปรุงจนกลายมาเป็นหุ่นยนต์เพื่อการปฏิบัติงานในร่างกายมนุษย์

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: MIT, Research, Wi-Fi, Geolocation
MIT

นักวิจัย CSAIL แห่งสถาบัน MIT พัฒนาระบบ Wi-Fi ที่สามารถรับรู้ตำแหน่งของผู้ใช้งานอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับมันอยู่ ที่ไม่ใช่แค่รู้ว่ามีกี่ชิ้น แต่มันสามารถรู้ตำแหน่งที่ชัดเจนได้ว่าห่างออกไปเท่าไหร่จาก access point ในทิศทางไหน ชื่อของโครงการวิจัยนี้คือ Chronos

Chronos ใช้วิธีจับเวลา "time-of-flight" ซึ่งหมายถึงระยะเวลาที่สัญญาณจากอุปกรณ์ของผู้ใช้ถูกส่งมายังอุปกรณ์ Wi-Fi มันสามารถจับเวลาได้แม่นยำระดับที่ว่าค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนนั้นมีแค่เพียง 0.47 ns หรือไม่ถึงครึ่งของหนึ่งในพันล้านวินาทีเท่านั้น

By ตะโร่งโต้ง Writer on Tag: MIT, Biology, Programming, Languages
MIT

เหล่าวิศวกรชีววิทยาแห่ง MIT ได้สร้างภาษาสำหรับการเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่ ด้วยการเขียนโปรแกรมดังกล่าว พวกเขาจะสามารถออกแบบวงจรรหัสพันธุกรรมให้แก่เซลล์สิ่งมีชีวิตเพื่อกำหนดลักษณะเฉพาะของเซลล์นั้นได้

ด้วยภาษาที่ถูกพัฒนาขึ้นมานี้ ไม่ว่าใครก็สามารถออกแบบฟังก์ชั่นของเซลล์ได้ เช่น สั่งให้เซลล์ตรวจสอบสภาพแวดล้อมและทำการตอบสนองอย่างใดอย่างหนึ่งเมื่ออยู่ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่กำหนด จากนั้นพวกเขาก็จะสร้างรหัสพันธุกรรมขึ้นมาตามโปรแกรมที่เขียนเอาไว้ ก่อนจะนำไปใส่ไว้ในเซลล์สิ่งมีชีวิต

Subscribe to MIT