Tencent เผยรายงานสถานการณ์ AI ของโลกไปแล้ว คราวนี้ถึงตานิตยสาร MIT Technology Review กันบ้าง โดย MIT ระบุว่า AI มีความก้าวหน้าขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่พร้อมจะใช้งานในระดับที่ความสามารถเทียบเท่ามนุษย์ได้
MIT รันโปรเจค Intrepid ด้วยการใช้สติ๊กเกอร์อิเล็กทรอนิกส์ติดไว้ที่บราชุดชั้นในของผู้หญิงที่สวมใส่ เพื่อสามารถตรวจจับการถูกล่วงละเมิดทางเพศและสามารถส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังเพื่อนและครอบครัวของเหยื่อให้ช่วยเหลือได้แบบเรียลไทม์
เว็บไซต์ MIT Technology Review ชี้ประเด็นปัญหาใหม่ของโลก AI ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากเทคนิค Deep Learning คือ AI เก่งขึ้นมากจนผู้สร้างมันขึ้นมาก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ว่ามันทำงานได้อย่างไร
การเรียนรู้ของ AI ตามแนวทาง Deep Learning จะแบ่งงานย่อยๆ เป็นจำนวนมาก และทำงานหลายชั้นซ้อนกันเหมือนเส้นประสาทของมนุษย์ โดย AI จะเรียนรู้รูปแบบจากข้อมูลปริมาณมหาศาล แล้วสร้างโมเดลของตัวเองขึ้นมา ในยุคที่ AI ยังไม่ซับซ้อนมาก เราอาจเข้าใจโมเดลที่มันสร้างขึ้นได้ไม่ยากนัก แต่พอมาถึงยุคปัจจุบัน มนุษย์อาจเริ่มตามมันไม่ทันแล้ว
MIT Media Lab ร่วมกับ Microsoft Research นำเสนองานวิจัย DuoSkin สติกเกอร์สำหรับลอกแปะบนผิวหนังที่ไม่ได้ใช้เพื่อประดับความงาม แต่สามารถใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำหน้าที่เป็นอินพุต, เอาท์พุต, หรือวงจรสื่อสารกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ได้
นักวิจัยจากทีม CSAIL แห่ง MIT ร่วมกันพัฒนาหุ่นยนต์ Origami หุ่นยนต์ที่พับได้ (อันเป็นที่มาของชื่อของมัน) ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการทำงานในพื้นที่จำกัด ซึ่งหลังจากเริ่มนำออกแสดงในปี 2014 เป็นครั้งแรก ซึ่งตอนนี้หุ่นยนต์ Origami รุ่นล่าสุดที่มีนักวิจัยของ University of Sheffield และ Tokyo Institute of Technology มาช่วยพัฒนาด้วย ก็ได้รับการปรับปรุงจนกลายมาเป็นหุ่นยนต์เพื่อการปฏิบัติงานในร่างกายมนุษย์
เหล่าวิศวกรชีววิทยาแห่ง MIT ได้สร้างภาษาสำหรับการเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่ ด้วยการเขียนโปรแกรมดังกล่าว พวกเขาจะสามารถออกแบบวงจรรหัสพันธุกรรมให้แก่เซลล์สิ่งมีชีวิตเพื่อกำหนดลักษณะเฉพาะของเซลล์นั้นได้