ที่งาน ISSC ปีนี้ ทีมวิจัยจาก MIT ร่วมกับ Texas Instruments (TI) สาธิตชิป RFID รุ่นใหม่ที่มีแหล่งพลังงานในตัวเพื่อประเด็นความปลอดภัย
RFID ที่มีแหล่งพลังงานในตัวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่แนวคิดการออกแบบ RFID เช่นนี้มักใช้งานเพื่อการสื่อสารทางไกล เช่นการอ่านค่าจากระยะทางหลายๆ เมตร แต่ครั้งนี้ข้อเสนอมาจากงานวิจัยการโจมตีบัตร RFID ด้วยการตัดพลังงานอย่างแม่นยำ ทำให้บัตรหยุดเขียนข้อมูลลงไปยังหน่วยความจำได้
แม้ในทางวิชาการ MIT (Massachusetts Institute of Technology) จะได้รับการยอมรับว่ามีความเป็นเลิศอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก (QS World Ranking ของปี 2014/15 อยู่อันดับที่ 1 ในภาพรวม) แต่ในเชิงความปลอดภัยทางด้านไอที MIT กลับถูกบริษัทวิจัยด้านความปลอดภัย SecurityScorecard จัดลำดับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีระบบด้านความปลอดภัยสำหรับไอที ต่ำที่สุดในสหรัฐอเมริกา
งานวิจัยของ MIT ที่ได้รับความร่วมมือจาก Google อาจกลายเป็นหนึ่งฟีเจอร์สำคัญของกล้องและสมาร์ทโฟนในอนาคต ด้วยการใช้อัลกอริทึมของงานวิจัยนี้ ทำให้การถ่ายภาพหน้ารั้วตาข่าย หรือถ่ายวิวนอกห้องผ่านกระจกหน้าต่าง จะได้ภาพชัดที่ไม่ถูกบดบังด้วยภาพของรั้วหรือเงาสะท้อนในกระจกอีกต่อไป
หากจะตอบคำถามข้างต้นว่าต้องเป็นคนที่เก่งพอจะเข้าไปทำงานวิจัยที่ MIT ก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะวันนี้โปรแกรมที่แก้บั๊กด้วยตนเองได้เกิดขึ้นจริงแล้วจากฝีมือนักวิจัยของสถาบันแห่งนี้
แนวทางที่เหล่าโปรแกรมเมอร์ที่ MIT ร่วมกันพัฒนา คือโปรแกรมที่พวกเขาเรียกว่า CodePhage มันคือซอฟต์แวร์ที่จะตรวจหาจุดผิดในโค้ดที่ถูกเขียนขึ้น แล้วไปหยิบยกเอาโค้ดบางส่วนของโปรแกรมอื่น (ซึ่งมีทั้งบรรดาโปรแกรมแบบ open source และโปรแกรมที่มีผู้บริจาคมาให้เพื่องานพัฒนานี้โดยเฉพาะ) มาทำการ "ซ่อมแซม" จุดผิดพลาดเหล่านั้น
MIT Media Lab เปิดตัวงานวิจัย Enigma แพลตฟอร์มการประมวลผลที่ผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลไปประมวลผลบนเครื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ และผู้ประมวลผลเองก็ไม่สามารถเข้ามาดูข้อมูลได้