Tags:
Google Play

มีคนไปพบโค้ดบนเว็บ Google Play กล่าวถึงบริการใหม่ชื่อ Google Play News ซึ่งน่าจะเป็นบริการสมัครสมาชิกหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของกูเกิล

Google Play ขายอีบุ๊กและนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์อยู่ก่อนแล้ว คาดว่าบริการนี้จะตั้งเป้ามาแข่งขันกับ Newsstand ของฝั่งแอปเปิลที่เปิดตัวมานานพอสมควร และมีฐานสมาชิกเป็นจำนวนมาก

ตอนนี้เรายังไม่มีข้อมูลว่ากูเกิลจะเชื่อม Google Play News เข้ากับบริการใกล้เคียงกันอย่าง Google News และ Google Current หรือไม่

ที่มา - The Next Web

Tags:

สำนักวาติกันกำลังวางแผนที่จะแปลงเอกสารคำจารึกในห้องสมุดวาติกันที่มีกว่า 40 ล้านหน้าให้เป็นไฟล์ดิจิทัลทั้งหมด โดยคาดว่าจะให้เนื้อที่ในการเก็บไฟล์กว่า 2.8 Petabyte หรือกว่า 2,800 Terabyte โดยนับเป็นหนึ่งในโครงการ The Information Heritage Initiative ของ EMC Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำทางด้านการวางเครือข่ายฐานข้อมูลสารสนเทศขนาดใหญ่

หอสมุดวาติกันนับเป็นหอสมุดที่เก่าแก่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง โดยเป็นที่เก็บแผ่นจารึกกว่า 80,000 ชิ้น และหนังสือกว่า 1.1 ล้านเล่ม โดยการแปลงเอกสารและจัดเก็บในระบบดิจิทัลนั้นก็เพื่อความสะดวกต่อการเข้าถึงและการรักษาเอกสารเก่าแก่ที่อาจจะเสียหายได้ในอนาคต

ที่มา: Fast Company, EMC Corporation

Tags:

แพลตฟอร์มสิ่งพิมพ์ในรูปแบบดิจิตอลของไทย Ookbee ได้เปิดตัวในประเทศมาเลเซียเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว (iOS, Android) ซึ่งก็เริ่มต้นได้สวยงาม โดยคุณณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งได้เปิดเผยกับ Tech In Asia ว่า ตอนนี้มีผู้ใช้งานในประเทศมาเลเซียแล้วกว่า 100,000 คน โดยมีนิตยสารให้เลือก 40 ฉบับ และมีหนังสือของมาเลเซียอยู่ 5,000 เล่ม ซึ่งตัวเลขนี้มีการเติบโตทุกวัน

เขาคาดว่าตัวเลขผู้ใช้งานเฉพาะของมาเลเซียจะทะลุ 1 ล้านคนได้ภายในสิ้นปีนี้ โดย Ookbee จะใช้กลยุทธ์หาพาร์ทเนอร์เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือภายในประเทศ เหมือนกับที่ในประเทศไทยเป็นเอไอเอส แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อผู้ให้บริการได้

ตัวเลขผู้ใช้งานรวมของ Ookbee ทั้งหมดเมื่อเดือนธันวาคมอยู่ราว 3 ล้านคนครับ

ที่มา: Tech In Asia

Tags:

โครงการ Gutenberg เป็นโครงการที่แจกจ่ายหนังสือ e-book ที่เป็นหนังสืออมตะ หรือหนังสือที่หมดลิขสิทธิ์ไปแล้ว และกลายเป็นสมบัติสาธารณะ (public domain) ล่าสุดในโครงการมีหนังสือรวมทั้งสิ้น 40,000 เล่ม ที่สามารถนำไปอ่านได้ทุกอุปกรณ์ ทั้ง Amazon Kindle, Kobo และ Sony (รองรับไฟล์ HTML, MOBI, EPUB)

สองสามวันมานี้ Gutenberg ได้เพิ่มความสามารถใหม่ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถซิงค์ข้อมูลกับ Dropbox ของตนเองได้ ฟังก์ชั่นนี้ ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บหนังสือเป็นอย่างมาก และถึงแม้ Kindle, Kobo หรือ Nook รุ่นต่างๆ จะไม่มีโปรแกรม Dropbox ในตัวเอง แต่การโอนถ่ายไฟล์จากคอมพิวเตอร์ เข้าสู่เครื่อง e-reader เหล่านี้ ก็ทำได้ไม่ยากนัก

ที่มา: Good E-Reader

Tags:

Sony บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นเอง ก็มีสายการผลิตของอุปกรณ์ e-reader ในตระกูล PRS เช่นกัน แต่ยอดขายตั้งแต่ทำการตลาดมา 7 ปี มีอยู่เพียง 500,000 เครื่องเท่านั้น จากผลการศึกษาของ R.R. Bowker พบว่า จำนวนตัวเลขของผู้ที่ครอบครอง e-reader มีเพียง 8% เท่านั้น เทียบกับตัวเลขในตลาดอเมริกา ที่มีอยู่ 20% นอกจากนี้ 72% ของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นไม่เคยลอง และไม่คิดจะลองอ่าน e-book เลย

Robin Birtle สำนักพิมพ์ที่จัดทำ e-book ให้ความเห็นไว้ว่า รสนิยมของชาวญี่ปุ่นจะแตกต่างออกไป เพราะชาวญี่ปุ่นต้องการอะไรที่มันจับต้องได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่อธิบายได้ว่า แม้ในประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตเร็วที่สุดในโลกอย่างญี่ปุ่นนั้น เรื่องของบรรจุภัณฑ์, หรือ DVD ก็ยังเป็นที่ต้องการในปัจจุบัน

Tags:
Amazon

Amazon ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีคอมเมิร์ซ ได้รับสิทธิบัตรตัวใหม่ ที่บ่งบอกว่า เขากำลังเตรียมบุกตลาด สินค้าดิจิทัลมือสอง (digital resale) ซึ่งประกอบไปด้วยอีบุ๊ก และ ไฟล์เสียง (audio download) ต่อยอดจากแผนธุรกิจดั้งเดิม คือการขายหนังสือ และของใช้อื่นๆ มือสอง

ก่อนหน้านี้ ก็มีบริษัท ReDigi.com ที่เป็นผู้บุกตลาดนี้คนแรกในการขายสิทธิการเป้นเจ้าของไฟล์เพลง (pre-owned digital music) ซึ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2011 สำหรับการได้รับสิทธิบัตรของ Amazon.com ครั้งนี้ ทาง ReDigi ให้ความเห็นว่า "สิทธิบัตรใบนี้ คือเกราะป้องกันของ Amazon สำหรับตลาดดิจิทัลมือสองในอนาคต และเขาไม่มีทางกลับหลังหันแน่นอน"

สำหรับผมแล้วผมยังไม่แน่ใจชัดนักว่า สินค้าดิจิทัลมือสองหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะมันไม่มีการเสื่อมเหมือนวัตถุในโลกแห่งความเป็นจริง และเป็นเรื่องยากมากที่จะจินตนาการออกว่า ตลาดมือสองดิจิทัลนี้จะออกมาในรูปแบบใด และโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่นับว่าเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งแน่นอนครับ

ใครสนใจว่าตัวสิทธิบัตรนั้นบันทึกไว้ว่าอย่างไร ดูได้ในที่มาครับ

ที่มา: Publishers Weekly, Good E-Reader

Tags:

ในยุคที่หนังสือเริ่มแปลงเป็น E-Book ยุคที่ทุกอย่างดูเหมือนสวยหรูเหมือนหนัง Sci-fi ข้อมูลขนส่งกันทางอิเล็กทรอนิกส์ ประหยัดทั้งเชื้อเพลิง และต้นทุนการพิมพ์ ผู้คนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่ายดาย แม้จากในห้องนอนตัวเอง E-Book ช่วยอำนวยความสะดวกให้คนทุกกลุ่ม ยกเว้น… "ห้องสุมด"

การมาของ E-Book สร้างปัญหาให้กับห้องสมุดมาอย่างเนิ่นนาน ในขณะที่คนเข้าถึงในง่ายขึ้น ทำให้ยอดหมุนเวียนของการยืมหนังสือสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะสามารถยืมหนังสือได้ง่ายขึ้น และส่งผลสะท้อนกลับไปทางสำนักพิมพ์เพราะคนจะซื้อหนังสือน้อยลง เพราะเช่าเอาไม่เสียสตางค์ และสะดวกสบายกว่าเดิมมาก

ในปีที่แล้ว Random House สำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาฯ​ ประกาศขึ้นราคาขายปลีก E-Book ให้ห้องสมุด เพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า (จากเดิมที่เคยแพงกว่าราคาขายปลีก E-Book อยู่แล้ว) ตัวอย่างราคาหนังสือชื่อดังเปรียบเทียบนะครับ

The Racketeer (John Grisham, Random House)

  • E-Book ขายปลีก: $12.99

  • E-Book สำหรับห้องสมุด: $85.00

ราคาดังกล่าว ตั้งอยู่ Model ของหนังสือเดิมคือ One-book / One-user นะครับ คือถ้ามีคนยืมอยู่ คุณก็ต้องรอคนๆ นั้นคืนมาก่อน มันคือระบบที่สร้างมาครอบความสะดวกที่เกิดจากเทคโนโลยี เพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางธุรกิจ

บางสำนักพิมพ์ อย่าง HarperCollins ป้องกันปัญหานี้โดยการ สร้างอายุให้กับ E-Book คือ จะทำลายตัวเอง เมื่อใช้ครบ 26 ครั้ง (Expire after 26 uses) ส่วนสำนักพิมพ์อื่นๆ อย่าง Penguin ไม่ปล่อยขาย E-Book ให้ห้องสมุดเลยเสียด้วยซ้ำ

บรรณารักษ์ในอเมริกาเริ่มออกปากบ่นว่า ไม่สามารถจัดหา E-Book มาให้ผู้ใช้บริการได้ทันต่อความต้องการ เพราะมีต้นทุนสูง และต้นน้ำไม่ปล่อยสินค้า บางเล่มที่ดังๆ อย่าง No Easy Day ที่ซื้อ E-Book ได้ราคา $12.99 ก็ไม่ขายให้ห้องสมุดครับ

คิดเห็นว่าอย่างไรกันบ้างครับ?

ที่มา,

  • http://evoke.cvlsites.org/files/2013/02/DCLPricingReport2-1-13.pdf

  • http://techcrunch.com/2012/03/02/necessary-evil-random-house-triples-prices-of-library-e-books/

  • http://www.digitalbookworld.com/2013/the-real-cost-of-ebooks-for-libraries/

  • http://techcrunch.com/2012/03/02/necessary-evil-random-house-triples-prices-of-library-e-books/

  • http://goodereader.com/blog/electronic-readers/overdrive-3m-bring-their-new-projects-to-ala/

Tags:
Amazon

ช่วงปลายปีเป็นช่วงเทศกาลจับจ่ายที่สำคัญของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากเพราะการซื้อจะมากกว่าช่วงอื่นๆ ปีที่ผ่านมาอเมซอนประกาศว่ายอดขายสูงสุดเป็นประวัติการ โดยเฉพาะร้านค้าภายนอกที่ใช้ระบบการขายของอเมซอนมียอดโตขึ้นถึง 40% แต่คู่แข่งรายสำคัญอย่าง Barnes & Noble กลับมีปัญหาเมื่อยอดขายกลับสวนทางลดลงถึง 10.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

เฉพาะธุรกิจ NOOK รวมตั้งแต่ตัวเครื่องไปจนถึงคอนเทนต์ต่างๆ รายได้รวมช่วงวันหยุดคือ 311 ล้านดอลลาร์ ลดลง 12.6% ส่วนเฉพาะตัวคอนเทนต์ยอดขายก็ลดลง 13.1%

William Lynch ซีอีโอของบริษัทระบุว่า NOOK ช่วงวันขอบคุณพระเจ้านั้นทำยอดขายได้ดีแต่พอมาถึงช่วงวันหยุดปลายปีกลับมีขอดขายที่ลดลง โดยทีมงานภายในกำลังหาสาเหตุอยู่และจะปรับกลยุทธ์กันต่อไป ส่วนยอดขายที่ลดลงทำให้ธุรกิจ NOOK น่าจะขาดทุนในระดับเดียวกับปีที่แล้ว

การสวนทางกันของธุรกิจอาจจะเป็นไปได้ว่าตลาดธุรกิจดิจิตอลโดยเฉพาะอีบุ๊กกำลังตกไปอยู่ในมือของอเมซอนอย่างสมบูรณ์ เมื่อยอดขายของ NOOK ไม่สามารถคงส่วนแบ่งตลาดไว้ได้ งานนี้เราอาจจะต้องพึ่งกูเกิลและแอปเปิลให้เข้ามาชิงตลาดให้มีการแข่งขันกันต่อไป

ที่มา - BusinessWire, TechCrunch

Tags:

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของวงการอีบุ๊กครับ เพราะเจ้าของคอนเทนต์รายใหญ่อย่างสำนักพิมพ์ Pearson เข้ามาถือหุ้นบางส่วนในบริษัท Nook Media ที่ทำธุรกิจด้านอีบุ๊กโดยตรงแล้ว

Pearson เป็นสำนักพิมพ์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ธุรกิจที่สำคัญคือตำราเรียนทุกระดับชั้น ส่วน Nook Media เป็นบริษัทใหม่ที่เครือร้านหนังสือ Barnes & Noble แยกสายธุรกิจอีบุ๊กของตัวเองออกมา และมีไมโครซอฟท์มาร่วมถือหุ้นด้วย

เดิมทีสัดส่วนหุ้นใน Nook Media คือ Barnes & Noble ถือ 82.4% และไมโครซอฟท์ถือ 17.6% แต่ Pearson เข้ามาถือหุ้น 5% โดยลงเงิน 89.5 ล้านดอลลาร์ ทำให้สัดส่วนหุ้นเดิมลดลงเล็กน้อย (เหลือ 78.2% และ 16.8% ตามลำดับ)

ในแถลงการณ์ของ Pearson ประกาศชัดเจนว่าการเข้ามาถือหุ้นครั้งนี้เพื่อการันตีการขายคอนเทนต์ของ Pearson บนแพลตฟอร์มดิจิทัล หรืออธิบายง่ายๆ ว่าลดการพึ่งพาผู้จำหน่ายอีบุ๊กรายใหญ่อย่าง Amazon/Apple โดยเข้ามาเป็นเจ้าของ Nook เสียเอง

ที่มา - paidContent

Tags:
Apple

ศาลปักกิ่งสั่งปรับแอปเปิลเป็นเงิน 1.03 ล้านหยวน เนื่องจากขายอีบุ๊กละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศจีน

คดีนี้นักเขียนชื่อดัง 8 รายในจีน รวมตัวกันยื่นฟ้องแอปเปิล หลังจากค้นพบว่าหนังสือของตัวเองถูกแปลงเป็นแอพบน iOS และเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี จนทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์สูญเสียรายได้จากการขายหนังสือเป็นจำนวนมาก ซึ่งศาลก็ตัดสินว่าแอปเปิลทำผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ของจีน โดยปล่อยปละละเลยให้มีแอพละเมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ไม่นาน แอปเปิลเพิ่งโดนคดีคล้ายๆ กันในจีน แต่ผู้ฟ้องเป็นสารานุกรมของจีนแทน และศาลตัดสินให้แอปเปิลต้องชดใช้ค่าเสียหายเช่นกัน

ที่มา - Xinhua, China Daily, Wall Street Journal

Tags:
Apple

คดีการผูกขาดตลาดอีบุ๊กระหว่างกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และ แอปเปิลกับสำนักพิมพ์อีก 7 สำนักเสียแนวร่วมต่อสู้ไปอีกรายเมื่อสำนักพิมพ์ Penguin ยอมความกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เป็นรายที่สี่ หลังสามสำนักพิมพ์แรกยอมความกันไปก่อนแล้ว

ผลการยอมความยังไม่ชัดเจน แต่ก่อนหน้านี้เมื่อสามสำนักพิมพ์แรกยอมความ ก็ต้องคืนส่วนลดให้กับลูกค้าของอเมซอน ที่ซื้อหนังสือไปในราคาแพง

คดีการผูกขาดหนังสือมีสองคดีใหญ่ๆ คือในสหรัฐฯ และในสหภาพยุโรป ในสหรัฐฯ นั้นคดียังมีแอปเปิลและสำนักพิมพ์ MacMillan เท่านั้นที่ยังไม่ยอมความ แต่ในฝั่งของสหภาพยุโรป สำนักพิมพ์ MacMillan กลับยอมความคดีไปเรียบร้อยแล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะคดีในฝั่งยุโรปนั้นต้องการเพียงให้สำนักพิมพ์เลิกสัญญากับแอปเปิลและสัญญาว่าจะไม่ทำสัญญาแบบเดิมอีก ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ นั้นมีการสั่งจ่ายเงินคืนลูกค้าด้วย

สำหรับเหตุผลของการฟ้องร้อง และสภาพตลาดหนังสือของสหรัฐฯ และยุโรป อ่านได้ที่ความเห็นของคุณ tekkasit ในข่าวเก่าครับ

ที่มา - The Register

Tags:
Apple

ถัดจากคดีในสหรัฐฯ ที่ตกลงนอกศาลไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้คดีการผูกขาดตลาดอีบุ๊กมาถึงรอบของคดีในยุโรปที่เพิ่งจบลงในวันนี้ด้วยการตกลงนอกศาลรูปแบบเดียวกัน

สำนักพิมพ์ที่ตกลงกับสหภาพยุโรป ได้แก่ Simon & Schuster, HarperCollins, และ Macmillan

ด้วยการตกลงนอกศาลนี้ สำนักพิมพ์ที่เป็นจำเลยจะยอมยกเลิกเงื่อนไขที่ไม่ยอมให้ร้านค้าตั้งส่วนลดได้เอง และสำนักพิมพ์สามารถตกลงกับร้านค้าเพื่อให้ส่วนลดมากกว่าแอปเปิลได้ จากเดิมข้อตกลงกับแอปเปิลนั้นจะระบุให้แอปเปิลต้องได้ราคาที่ดีที่สุดเสมอ

การตกลงกับสหภาพยุโรปในรอบสำนักพิมพ์จะไม่สร้างข้อตกลงแบบเดียวกันอีกใน 5 ปีข้างหน้า

ที่มา - Reuters

Tags:
Amazon

แม้ว่าจะยังไม่มี Kindle ขายในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ แต่วันนี้ Amazon ก็ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Kindle Store และแอพ Kindle สำหรับสมาร์ทโฟนในประเทศจีนเรียบร้อยแล้ว

Kindle Store ที่เปิดตัวในครั้งนี้คาดว่าถูกส่งมาเพื่อจับตลาดสมาร์ทโฟน Android ที่มีจำนวนมหาศาลในจีน ถึงขนาดที่มีหน้าพิเศษสำหรับดาวน์โหลดแอพบน Android เพิ่มเข้ามาด้วย ส่วนผู้ใช้ iOS นั้นสามารถดาวน์โหลดได้จาก iTunes Store ตามปกติ

หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าการที่ Amazon รุกเข้ามาในจีนครั้งนี้ เพื่อปูทางให้บริการอื่นๆ ทยอยเข้ามา ซึ่งบริการต่อไปน่าจะเป็น Amazon AppStore บน Android ที่ขยายบริการมาแถบเอเชียได้พักนึงแล้ว

ส่วนตัวเครื่อง Kindle คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะเอามาขายจีนด้วยหรอืไม่ แม้ว่าจีนจะเป็นหนึ่งในประเทศที่นิยมเจ้าเครื่องอ่านอีบุ๊กนี้มาก จนถึงกับมีคนทำเฟิร์มแวร์เฉพาะมาลงก็ตาม

ที่มา - Tech In Asia

Tags:

Ookbee ผู้ให้บริการและพัฒนาช่องทางการนำเสนอสิ่งพิมพ์แบบดิจิตอลและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เผยตัวเลขผู้ใช้งานในแพลตฟอร์มว่าใกล้แตะหลัก 3 ล้านแล้ว

ตัวเลขผู้ใช้ของ Ookbee เปิดเผยโดยคุณณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ซีอีโอของบริษัทในระหว่างงาน Global Brain Alliance Forum ที่จัดขึ้นที่เมืองโตเกียว ซึ่งเป็นการเปิดเผยตัวเลขผู้ใช้ครั้งที่สองหลังจากเคยบอกเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมว่ามีราวๆ 1.5 ล้านราย โดยปัจจุบันมีตัวเลขผู้ใช้อยู่ที่ 2.5 ล้านรายจากผู้ใช้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งไทย เวียดนาม มาเลย์เซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งถ้ายังเติบโตด้วยอัตราเท่านี้ Ookbee จะมีผู้ใช้แตะ 3 ล้านรายภายใน 3-4 เดือนข้างหน้า

นอกจากตัวเลขผู้ใช้แล้วยังมีข้อมูลอื่นๆ ออกมาด้วย ดังนี้ครับ

  • Ookbee กินตลาดอีบุ๊กเมืองไทย 88%
  • ยอดผู้ใช้ปัจจุบัน 2.5 ล้านราย เพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละเกือบสี่พันราย
  • มีหนังสือถูกดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 6 ล้านเล่ม

ที่มา - Tech In Asia

Tags:
Amazon

จากข่าวกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฟ้องแอปเปิลกับสำนักพิมพ์ทั้ง 7 ข้อหาสมคบกันกำหนดราคา e-book เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตอนนี้ก็มีการเคลื่อนไหวจากอเมซอนแล้วครับ

อเมซอนส่งจดหมายแจ้งว่าจะคืนเงิน (บางส่วน) ให้คนที่ซื้อหนังสือจาก 3 สำนักพิมพ์อันได้แก่ HarperCollins, Simon & Schuster และ Hachette ในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 เมษายน 2010 ถึง 21 พฤษภาคม 2012 ที่ผ่านมา โดยน่าจะได้รับเงินคืนเล่มละ 0.30 ถึง 1.32 ดอลลาร์ โดยจะเป็นเครดิตเงินคืนลงไปที่บัญชีอเมซอน ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอให้ศาลอนุมัติการระงับข้อพิพาทดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการคืนเงินให้กับลูกค้า ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

หลังจากมีประเด็นที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯเข้ามาฟ้องสำนักพิมพ์ทั้ง 7 ว่าสบคบกันกำหนดราคาขายปลีก e-book (agency model) ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แม้ว่าสำนักพิมพ์ทั้งสามจะปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด แต่ก็พยายามหาทางลงโดยตกลงระงับคดี (settlement) เพื่อที่จะไม่ต้องนำเรื่องขึ้นพิจารณาคดีในชั้นศาลเพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการดำเนินคดี

ส่วนการอธิบายสภาพตลาดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์และความเห็นส่วนตัว เนื่องจากมันยาวมากจึงขออนุญาตใส่เป็นความคิดเห็นนะครับ

ที่มา: Chicago Tribune, Amazon, State Attorneys General E-book Settlements's website

Tags:
USA

ผู้ที่ซื้อ e-book ของสำนักพิมพ์ HarperCollins Publishers, Hachette Book Group และ Simon & Schuster ในช่วงเดือนเมษายน 2553 ถึงพฤษภาคม 2555 จะได้รับเงินคืน 0.30-1.32 ดอลลาร์ แตกต่างกันไปตามรายการ e-book

การคืนเงินครั้งนี้เป็นผลจากคดีระหว่างสำนักพิมพ์หลายแห่งกับอัยการในหลายรัฐ ในความผิดฐานรวมหัวกันโก่งราคา e-book ซึ่งแม้เหล่าสำนักพิมพ์ทั้ง 3 แห่งข้างต้นจะยืนกรานว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็ยินดียุติคดีโดยลงขันกัน 69 ล้านดอลลาร์ เพื่อคืนเงินให้แก่ลูกค้าผู้ซื้อ e-book ในขณะที่ยังมีสำนักพิมพ์อีก 2 แห่ง รวมถึง Apple ตัดสินใจสู้คดีต่อไป

ที่มา - The Wall Street Journal, สรุปผลคดี

Tags:
Google

เมื่อสัปดาห์ก่อนกูเกิลประสบความสำเร็จในการประนีประนอมยอมความกับเหล่าสำนักพิมพ์ ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ของโครงการห้องสมุดดิจิทัล

คดีนี้เริ่มจาก 7 ปีก่อน โดยเหล่าสำนักพิมพ์และกลุ่มผู้แต่งหนังสือรวมตัวกันฟ้องกูเกิลฐานละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการเผยแพร่สำเนาหนังสือในรูปแบบสื่อดิจิทัล ก่อนที่ภายหลังจะแยกการพิจารณาคดีออกเป็น 2 ส่วน เป็นคดีระหว่างกูเกิลกับเหล่าสำนักพิมพ์ และคดีระหว่างกูเกิลกับกลุ่มผู้แต่งหนังสือ ซึ่งเป็นคดีในส่วนแรกนี้เองที่มีการตกลงยอมความกัน

เงื่อนไขของข้อตกลงที่ไม่เปิดเผยมูลค่านี้ระบุว่า กูเกิลจะทำสำเนาหนังสือหรือบทความในรูปแบบสื่อดิจิทัลโดยมีเนื้อหาไม่เกิน 20% ของหนังสือหรือบทความ และจะอนุญาตให้ผู้ใช้สั่งซื้อหนังสือทั้งเล่มได้

ทั้งนี้ทางเหล่าสำนักพิมพ์สามารถเลือกที่จะให้หนังสือหรือบทความใดอยู่ในห้องสมุดดิจิทัลของกูเกิลต่อไป หรือจะถอนออกจากโครงการก็ได้ ทั้งยังสามารถใช้ประโยชน์จากเอกสารดิจิทัลที่กูเกิลทำสำเนาจากหนังสือและบทความนั้นๆ ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม คดีที่ถือว่าสำคัญกว่าและใหญ่กว่า คือ คดีของกูเกิลกับเหล่าผู้แต่งหนังสือซึ่งยังคงอยู่ในชั้นศาล และจะถือเป็นจุดเปลี่ยนอย่างแท้จริงของโครงการห้องสมุดดิจิทัล

ที่มา - Business Insider, CNET

Tags:
Barnes & Noble

จากข่าว ไมโครซอฟท์ร่วมลงทุนใน Nook ที่แยกบริษัทมาจาก Barnes & Noble เมื่อเดือนเมษายน 2012 ตอนนี้กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว โดยกลุ่มธุรกิจ Nook ของ Barnes & Noble เดิมจะแยกออกมาเป็นบริษัทใหม่ชื่อ Nook Media LLC

Nook Media ได้รับเงินลงทุนจากไมโครซอฟท์มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ (เป็นเจ้าของประมาณ 17.6%) โดยธุรกิจของ Nook Media จะมีทั้งอีบุ๊กใต้แบรนด์ Nook และธุรกิจด้านตำราเรียนของ B&N ด้วย

ในโอกาสนี้ William Lynch ซีอีโอของ Barnes & Noble ก็ประกาศว่าเราจะได้เห็น Nook for Windows 8 ในอีกไม่ช้าแน่นอน

ที่มา - Barnes & Noble

Tags:
Barnes & Noble

Barnes & Noble ที่เซ็นสัญญาร่วมมือด้านอีบุ๊กกับไมโครซอฟท์ ประกาศว่าจะออกแอพสำหรับอ่านอีบุ๊กบน Windows 8 ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

William Lynch ซีอีโอของ Barnes & Noble บอกว่าแอพตัวนี้ถือเป็นแอพอีบุ๊กที่ดีที่สุดบน Windows 8 เพราะมันใช้เทคโนโลยีแสดงผลหนังสือและนิตยสารของ Barnes & Noble ที่พัฒนามานาน

เขายังบอกอีกว่าทั้งสองบริษัทคุยกันอยู่เสมอว่าต้องการผลักดันตลาดอีบุ๊กอย่างไร เพราะ Barnes & Noble มีคลังเนื้อหาจำนวนมหาศาล และพยายามนำมันไปสู่ Windows 8 อย่างไรก็ตาม เขายังปฏิเสธไม่ตอบคำถามว่าเราจะได้เห็นแท็บเล็ต Windows 8 แปะตรา Barnes & Noble หรือเปล่า

ที่มา - ABCNews

Tags:

บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรืออินทัชได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนมูลค่า 57.48 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25.03 ของบริษัท อุ๊คบี จำกัด (Ookbee) ซึ่งผู้ให้บริการและพัฒนาช่องทางการนำเสนอสิ่งพิมพ์แบบดิจิตอลและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

Ookbee ปัจจุบันให้บริการระบบเผยแพร่สื่อในรูปแบบดิจิตอลทั้งนิตยสาร หนังสือพิมพ์ ตลอดจนหนังสือให้กับสำนักพิมพ์ใหญ่ในไทยหลายแห่ง ทั้งเครือจีเอ็ม, อมรินทร์ และแกรมมี่ โดยมีบนหลายแพลตฟอร์มทั้ง iOS, Android และ BlackBerry ครับ

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, Ookbee