Tags:
Apple

ภาคต่อจากข่าว กระทรวงยุติธรรมสหรัฐใช้ "อีเมลสตีฟจ็อบส์" เป็นหลักฐานชี้แอปเปิลผูกขาดราคาอีบุ๊ก ทางทนายความของแอปเปิลก็ออกมาตอบโต้ (ตามคาด) โดยบอกว่าแผนการของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐจะเอื้อประโยชน์ทางการแข่งขัน (competitive advantage) ให้อเมซอน

แอปเปิลยังบอกว่าด้วยว่าแผนการของกระทรวงฯ ถือเป็นการกำกับดูแลที่ไม่จำเป็น และจะสร้างความซับซ้อนให้กับตลาดอีบุ๊กที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม แอปเปิลก็ยอมใช้เงื่อนไขของการจัดจำหน่ายอีบุ๊กที่ตัวเองตั้งขึ้นกับ App Store ของตัวเองด้วย จากเดิมที่บังคับใช้เฉพาะกับแอพของบริษัทอื่นๆ เท่านั้น

สุดท้ายแล้วศาลจะเป็นคนตัดสินตามข้อเสนอจากทั้งฝั่งของกระทรวงฯ และฝั่งของแอปเปิลครับ

ที่มา - GigaOm

Tags:
DoJ

จากกรณี กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฟ้องแอปเปิลกับสำนักพิมพ์ทั้ง 7 ข้อหาสมคบกันกำหนดราคา e-book และ กระทรวงยุติธรรมยื่นข้อเสนอเพื่อแก้ไขความเสียหายจากการผูกขาดอีบุ๊กของแอปเปิล

กระทรวงยุติธรรมได้ยื่นข้อเสนอฉบับปรับแก้จากข่าวล่าสุดก่อนหน้านี้ โดยเพิ่มเนื้อหาด้านนโยบาย in-app purchase ที่แอปเปิลเปลี่ยนเมื่อปี 2011 บังคับให้แอพต้องขายเนื้อหาดิจิทัล (ทุกชนิด ไม่ใช่เฉพาะอีบุ๊ก) ผ่าน iTunes Store เท่านั้น

หนึ่งในหลักฐานที่กระทรวงยุติธรรมนำมายืนยันว่าแอปเปิลจงใจกีดกันคู่แข่ง ก็คืออีเมลของสตีฟ จ็อบส์ ที่ส่งถึงผู้บริหารของแอปเปิล Phil Schiller, Eddy Cue, Joswiak Greg

Tags:
DoJ

ความคืบหน้าล่าสุดของมหากาพย์ผูกขาดอีบุ๊กของแอปเปิล หลังจากที่ศาลแขวงได้ตัดสินแอปเปิลมีความผิดฐานสมคบคิดโก่งราคาอีบุ๊กแล้ว ทางกระทรวงยุติธรรมสหรัฐก็ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น (remedy) จากการผูกขาดอีบุ๊กของสโนว์ไวท์แอปเปิลเมื่อวันศุกร์ที่สองที่ผ่านมา

ข้อเสนอมีใจความสำคัญว่า แอปเปิลยังคงขายอีบุ๊กอยู่ได้ แต่ต้องหยุดพฤติกรรมกีดกันสำนักพิมพ์คู่แข่งขายอีบุ๊กแข่ง (ประมาณปีหนึ่งมาแล้วที่แอปเปิลไม่อนุญาตให้ Kindle หรือ Nook พาผู้ใช้ไปยังร้านค้าของตัวเองและบังคับให้เอาระบบซื้ออีบุ๊กของตัวเองออก และถ้าจะอนุญาตให้ผู้ใช้ซื้ออีบุ๊ก จะต้องซื้อขายผ่านระบบ in-app purchase ของแอปเปิลและต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 30% ของราคาขายใหักับแอปเปิล หากไม่ทำตามนโยบายนี้ตัวแอปของคู่แข่งจะโดนถอดออกจาก App Store) และห้ามแอปเปิลไปทำข้อตกลงกับเจ้าของ (suppliers) อีบุ๊ก, เพลง, ภาพยนตร์, รายการโทรทัศน์ หรือเนื้อหาอื่นๆ ไปในทำนองให้ขึ้นราคากับคู่แข่งของแอปเปิล อีกทั้งแอปเปิลจะต้องจ้างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการผูกขาดและต้องอนุญาตให้ศาลเข้ามาตรวจสอบการนโยบายต่อต้านการผูกขาดของแอปเปิลอีกด้วย

ข้อเสนอดังกล่าวจะถูกพิจารณา (hearing) ในศุกร์ที่ 9 นี้

โดยส่วนตัวก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เปิดให้มีการแข่งขันอย่างยุติธรรมมากขึ้น แม้ว่าถ้าดูเผินๆ จะดูเหมือนว่าอเมซอนจะชนะ แต่มันก็เป็นกรณีตัวอย่างใหักับเจ้าของ platform อื่นๆ ทั้งกูเกิล,ไมโครซอฟท์หรือแม้แต่อเมซอนเองได้พิจารณาเหมือนกันว่า ถ้าใช้แต้มต่อที่ตัวเองมีสร้างความเหนือกว่ารวมถึงไปกีดกันคู่แข่งขันในลักษณะเช่นนี้แล้วอะไรจะเกิดขึ้น

ที่มา: TECHWORLD, ZDNet

Tags:
Apple

ศาลแขวงใต้ของ New York ได้พิจารณาคดีที่รัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาฟ้อง Apple ฐานละเมิดกฏหมายป้องกันการผูกขาดโดยการรวมหัวกับสำนักพิมพ์หนังสือเพื่อกำหนดราคาอีบุ๊ก และมีคำตัดสินแล้วว่า Apple ผิดจริงตามข้อกล่าวหา

จากการเปิดตัวของ iPad พร้อม iBookstore ร้านขายอีบุ๊กของ Apple ในปี 2010 มีผลให้ราคาเฉลี่ยของอีบุ๊กเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จากแต่เดิมที่ Amazon เป็นผู้ขายอีบุ๊กรายใหญ่โดยเฉลี่ยเล่มละ 9.99 ดอลลาร์ ราคาก็ปรับสูงขึ้นไปอยู่ในช่วง 12.99-14.99 ดอลลาร์

สาเหตุที่ราคาอีบุ๊กเพิ่มสูงขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะอำนาจการกำหนดราคาอีบุ๊กโดย Amazon ถูกลดลงเพราะ สำนักพิมพ์มีทางเลือกที่จะวางขายอีบุ๊กใน iBookstore และส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Apple ยื่นเงื่อนไขให้เหล่าสำนักพิมพ์กำหนดราคาขายอีบุ๊กได้เองตามใจชอบภายใต้เงื่อนไขว่าจะไม่มีการขายผ่านช่องทางอื่นที่ราคาถูกกว่าการขายบน iBookstore

Tags:

แม้ว่าโซนี่จะเป็นผู้บุกเบิกวงการอีบุ๊กมาตั้งแต่เริ่ม แต่ช่วงหลังมานี้ก็ถูกกระแสของ Amazon กลืนไปเสียสิ้น แต่ก็ยังไม่เลิกล้มความพยายาม ล่าสุดออกมาโชว์เครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นต้นแบบตัวใหม่ที่ใช้หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 13.3" (น่าจะใหญ่ที่สุดในไลน์อีบุ๊กของโซนี่แล้วด้วย)

เครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นต้นแบบดังกล่าวนอกจากจะใช้หน้าจอ 13.3" บนความละเอียด 1200x1600 พิกเซล (ซึ่งใกล้เคียงกับกระดาษ A4) แล้วยังมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสแบบเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับใช้งานร่วมกับสไตลัสที่ติดมาด้วยกัน

แม้ว่าจะหน้าจอจะใหญ่ระดับเดียวกับโน้ตบุ๊ก แต่น้ำหนักของเจ้าเครื่องรุ่นนี้กลับเบาเพียง 358 กรัม แถมยังบางเพียง 6.8 มม. เท่านั้น ตัวแบตเตอรี่เองก็จุใช้ได้ สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 3 สัปดาห์ถ้าหากปิด Wi-Fi

โซนี่ไม่ได้วางตัวเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นนี้ไว้จับตลาดกลุ่มนักอ่านทั่วไป แต่จะเน้นไปที่กลุ่มนักศึกษาเสียมากกว่า และเตรียมทดลองใช้ในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นสามแห่ง ภายในช่วงปลายปีนี้ครับ

ที่มา - Engadget

Tags:

LINE ยังคงทำตามแผนด้วยการขยายบริการใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดบุกเข้าตลาดหนังสือด้วยการเปิดตัวแอพ LINE マンガ (มังงะ=การ์ตูนญี่ปุ่น) สำหรับอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นทั้งบน iOS และ Android มาแล้ว

LINE マンガ ตอนนี้มีการ์ตูนหัวญี่ปุ่นอยู่มากกว่า 30,000 เรื่อง สามารถซื้อได้ด้วย LINE Coin ราคาเริ่มต้นประมาณ 400-500 Coin มีโปรโมชันลดครึ่งราคาสำหรับบางเล่ม และบางเล่มมีแถมสติ๊กเกอร์ไว้ใช้ในแอพ LINE ด้วย

ตอนนี้ LINE Manga ยังเปิดให้ดาวน์โหลดเฉพาะสโตร์ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นครับ ใครที่มีอยู่แล้วก็ดาวน์โหลดกันจาก iTunes Store และ Play Store ได้เลยครับ

ที่มา - Tech In Asia

Tags:

Amazon เสริมทัพผลิตภัณฑ์ด้านหนังสือและอีบุ๊กของตัวเอง ด้วยการซื้อเว็บไซต์แนะนำหนังสือ Goodreads โดยไม่เปิดเผยมูลค่า

Goodreads เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คสำหรับคนรักหนังสือมาแนะนำหนังสือให้กันและกัน เปิดตั้งแต่ปี 2007 ปัจจุบันมีสมาชิก 16 ล้านราย, ตั้งเป็นชมรมอ่านหนังสือบนเว็บกว่า 30,000 ชมรม, มีรีวิวหนังสือ 23 ล้านรีวิว ซึ่งข้อมูลพวกนี้ช่วยสนับสนุนระบบแนะนำหนังสือของ Amazon ได้เป็นอย่างดี

Amazon สัญญาว่า Goodreads จะยังให้บริการเป็นอิสระดังเดิม (แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า Goodreads จะนำลิงก์ซื้อหนังสือจากร้านคู่แข่งอย่าง Barnes & Noble ออกจากหน้าเว็บของตัวเองหรือไม่) ส่วนทาง Goodreads ก็ประกาศว่าเราจะได้เห็นการผสานกันของ Goodreads กับแพลตฟอร์ม Kindle อย่างแน่นอน

ที่มา - Amazon, Goodreads

Tags:

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์พกพาที่มีอันต้องเดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆ เมื่อสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (FAA) ออกมาประกาศว่าจะมีการลดหย่อนข้อห้ามใช้อุปกรณ์ดังกล่าวระหว่างเครื่องขึ้น และลงจอดแล้ว

โดย New York Times รายงานว่าเขาได้ข้อมูลจากผู้ที่ทำงานร่วมกับ FAA ที่คาดว่าภายในปีนี้จะมีการยกเลิกข้อบังคับที่ห้ามใช้อุปกรณ์พกพาบนเครื่องบิน โดยอุปกรณ์ที่ใช้ได้ที่ระบุมานั้นจะอยู่ในกลุ่ม "reading devices" ซึ่งอาจครอบคลุมแค่แท็บเล็ต และเครื่องอ่านอีบุ๊ก แต่ยังไม่รวมถึงสมาร์ทโฟนแต่อย่างใด

คาดกันว่า FAA จะประกาศข้อบังคับใหม่ที่ว่านี้ในช่วงกลางปี หลังจากได้รับผลการศึกษาที่ทำร่วมกับบริษัท และองค์กรที่เกี่ยวข้องช่วงปลายเดือนกรกฎาคม

ที่มา - Bits Blog

Tags:
Google Play

มีคนไปพบโค้ดบนเว็บ Google Play กล่าวถึงบริการใหม่ชื่อ Google Play News ซึ่งน่าจะเป็นบริการสมัครสมาชิกหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของกูเกิล

Google Play ขายอีบุ๊กและนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์อยู่ก่อนแล้ว คาดว่าบริการนี้จะตั้งเป้ามาแข่งขันกับ Newsstand ของฝั่งแอปเปิลที่เปิดตัวมานานพอสมควร และมีฐานสมาชิกเป็นจำนวนมาก

ตอนนี้เรายังไม่มีข้อมูลว่ากูเกิลจะเชื่อม Google Play News เข้ากับบริการใกล้เคียงกันอย่าง Google News และ Google Current หรือไม่

ที่มา - The Next Web

Tags:

สำนักวาติกันกำลังวางแผนที่จะแปลงเอกสารคำจารึกในห้องสมุดวาติกันที่มีกว่า 40 ล้านหน้าให้เป็นไฟล์ดิจิทัลทั้งหมด โดยคาดว่าจะให้เนื้อที่ในการเก็บไฟล์กว่า 2.8 Petabyte หรือกว่า 2,800 Terabyte โดยนับเป็นหนึ่งในโครงการ The Information Heritage Initiative ของ EMC Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำทางด้านการวางเครือข่ายฐานข้อมูลสารสนเทศขนาดใหญ่

หอสมุดวาติกันนับเป็นหอสมุดที่เก่าแก่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง โดยเป็นที่เก็บแผ่นจารึกกว่า 80,000 ชิ้น และหนังสือกว่า 1.1 ล้านเล่ม โดยการแปลงเอกสารและจัดเก็บในระบบดิจิทัลนั้นก็เพื่อความสะดวกต่อการเข้าถึงและการรักษาเอกสารเก่าแก่ที่อาจจะเสียหายได้ในอนาคต

ที่มา: Fast Company, EMC Corporation

Tags:

แพลตฟอร์มสิ่งพิมพ์ในรูปแบบดิจิตอลของไทย Ookbee ได้เปิดตัวในประเทศมาเลเซียเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว (iOS, Android) ซึ่งก็เริ่มต้นได้สวยงาม โดยคุณณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งได้เปิดเผยกับ Tech In Asia ว่า ตอนนี้มีผู้ใช้งานในประเทศมาเลเซียแล้วกว่า 100,000 คน โดยมีนิตยสารให้เลือก 40 ฉบับ และมีหนังสือของมาเลเซียอยู่ 5,000 เล่ม ซึ่งตัวเลขนี้มีการเติบโตทุกวัน

เขาคาดว่าตัวเลขผู้ใช้งานเฉพาะของมาเลเซียจะทะลุ 1 ล้านคนได้ภายในสิ้นปีนี้ โดย Ookbee จะใช้กลยุทธ์หาพาร์ทเนอร์เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือภายในประเทศ เหมือนกับที่ในประเทศไทยเป็นเอไอเอส แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อผู้ให้บริการได้

ตัวเลขผู้ใช้งานรวมของ Ookbee ทั้งหมดเมื่อเดือนธันวาคมอยู่ราว 3 ล้านคนครับ

ที่มา: Tech In Asia

Tags:

โครงการ Gutenberg เป็นโครงการที่แจกจ่ายหนังสือ e-book ที่เป็นหนังสืออมตะ หรือหนังสือที่หมดลิขสิทธิ์ไปแล้ว และกลายเป็นสมบัติสาธารณะ (public domain) ล่าสุดในโครงการมีหนังสือรวมทั้งสิ้น 40,000 เล่ม ที่สามารถนำไปอ่านได้ทุกอุปกรณ์ ทั้ง Amazon Kindle, Kobo และ Sony (รองรับไฟล์ HTML, MOBI, EPUB)

สองสามวันมานี้ Gutenberg ได้เพิ่มความสามารถใหม่ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถซิงค์ข้อมูลกับ Dropbox ของตนเองได้ ฟังก์ชั่นนี้ ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บหนังสือเป็นอย่างมาก และถึงแม้ Kindle, Kobo หรือ Nook รุ่นต่างๆ จะไม่มีโปรแกรม Dropbox ในตัวเอง แต่การโอนถ่ายไฟล์จากคอมพิวเตอร์ เข้าสู่เครื่อง e-reader เหล่านี้ ก็ทำได้ไม่ยากนัก

ที่มา: Good E-Reader

Tags:

Sony บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นเอง ก็มีสายการผลิตของอุปกรณ์ e-reader ในตระกูล PRS เช่นกัน แต่ยอดขายตั้งแต่ทำการตลาดมา 7 ปี มีอยู่เพียง 500,000 เครื่องเท่านั้น จากผลการศึกษาของ R.R. Bowker พบว่า จำนวนตัวเลขของผู้ที่ครอบครอง e-reader มีเพียง 8% เท่านั้น เทียบกับตัวเลขในตลาดอเมริกา ที่มีอยู่ 20% นอกจากนี้ 72% ของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นไม่เคยลอง และไม่คิดจะลองอ่าน e-book เลย

Robin Birtle สำนักพิมพ์ที่จัดทำ e-book ให้ความเห็นไว้ว่า รสนิยมของชาวญี่ปุ่นจะแตกต่างออกไป เพราะชาวญี่ปุ่นต้องการอะไรที่มันจับต้องได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่อธิบายได้ว่า แม้ในประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตเร็วที่สุดในโลกอย่างญี่ปุ่นนั้น เรื่องของบรรจุภัณฑ์, หรือ DVD ก็ยังเป็นที่ต้องการในปัจจุบัน

Tags:
Amazon

Amazon ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีคอมเมิร์ซ ได้รับสิทธิบัตรตัวใหม่ ที่บ่งบอกว่า เขากำลังเตรียมบุกตลาด สินค้าดิจิทัลมือสอง (digital resale) ซึ่งประกอบไปด้วยอีบุ๊ก และ ไฟล์เสียง (audio download) ต่อยอดจากแผนธุรกิจดั้งเดิม คือการขายหนังสือ และของใช้อื่นๆ มือสอง

ก่อนหน้านี้ ก็มีบริษัท ReDigi.com ที่เป็นผู้บุกตลาดนี้คนแรกในการขายสิทธิการเป้นเจ้าของไฟล์เพลง (pre-owned digital music) ซึ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2011 สำหรับการได้รับสิทธิบัตรของ Amazon.com ครั้งนี้ ทาง ReDigi ให้ความเห็นว่า "สิทธิบัตรใบนี้ คือเกราะป้องกันของ Amazon สำหรับตลาดดิจิทัลมือสองในอนาคต และเขาไม่มีทางกลับหลังหันแน่นอน"

สำหรับผมแล้วผมยังไม่แน่ใจชัดนักว่า สินค้าดิจิทัลมือสองหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะมันไม่มีการเสื่อมเหมือนวัตถุในโลกแห่งความเป็นจริง และเป็นเรื่องยากมากที่จะจินตนาการออกว่า ตลาดมือสองดิจิทัลนี้จะออกมาในรูปแบบใด และโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่นับว่าเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งแน่นอนครับ

ใครสนใจว่าตัวสิทธิบัตรนั้นบันทึกไว้ว่าอย่างไร ดูได้ในที่มาครับ

ที่มา: Publishers Weekly, Good E-Reader

Tags:

ในยุคที่หนังสือเริ่มแปลงเป็น E-Book ยุคที่ทุกอย่างดูเหมือนสวยหรูเหมือนหนัง Sci-fi ข้อมูลขนส่งกันทางอิเล็กทรอนิกส์ ประหยัดทั้งเชื้อเพลิง และต้นทุนการพิมพ์ ผู้คนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่ายดาย แม้จากในห้องนอนตัวเอง E-Book ช่วยอำนวยความสะดวกให้คนทุกกลุ่ม ยกเว้น… "ห้องสุมด"

การมาของ E-Book สร้างปัญหาให้กับห้องสมุดมาอย่างเนิ่นนาน ในขณะที่คนเข้าถึงในง่ายขึ้น ทำให้ยอดหมุนเวียนของการยืมหนังสือสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะสามารถยืมหนังสือได้ง่ายขึ้น และส่งผลสะท้อนกลับไปทางสำนักพิมพ์เพราะคนจะซื้อหนังสือน้อยลง เพราะเช่าเอาไม่เสียสตางค์ และสะดวกสบายกว่าเดิมมาก

ในปีที่แล้ว Random House สำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาฯ​ ประกาศขึ้นราคาขายปลีก E-Book ให้ห้องสมุด เพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า (จากเดิมที่เคยแพงกว่าราคาขายปลีก E-Book อยู่แล้ว) ตัวอย่างราคาหนังสือชื่อดังเปรียบเทียบนะครับ

The Racketeer (John Grisham, Random House)

  • E-Book ขายปลีก: $12.99

  • E-Book สำหรับห้องสมุด: $85.00

ราคาดังกล่าว ตั้งอยู่ Model ของหนังสือเดิมคือ One-book / One-user นะครับ คือถ้ามีคนยืมอยู่ คุณก็ต้องรอคนๆ นั้นคืนมาก่อน มันคือระบบที่สร้างมาครอบความสะดวกที่เกิดจากเทคโนโลยี เพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางธุรกิจ

บางสำนักพิมพ์ อย่าง HarperCollins ป้องกันปัญหานี้โดยการ สร้างอายุให้กับ E-Book คือ จะทำลายตัวเอง เมื่อใช้ครบ 26 ครั้ง (Expire after 26 uses) ส่วนสำนักพิมพ์อื่นๆ อย่าง Penguin ไม่ปล่อยขาย E-Book ให้ห้องสมุดเลยเสียด้วยซ้ำ

บรรณารักษ์ในอเมริกาเริ่มออกปากบ่นว่า ไม่สามารถจัดหา E-Book มาให้ผู้ใช้บริการได้ทันต่อความต้องการ เพราะมีต้นทุนสูง และต้นน้ำไม่ปล่อยสินค้า บางเล่มที่ดังๆ อย่าง No Easy Day ที่ซื้อ E-Book ได้ราคา $12.99 ก็ไม่ขายให้ห้องสมุดครับ

คิดเห็นว่าอย่างไรกันบ้างครับ?

ที่มา,

  • http://evoke.cvlsites.org/files/2013/02/DCLPricingReport2-1-13.pdf

  • http://techcrunch.com/2012/03/02/necessary-evil-random-house-triples-prices-of-library-e-books/

  • http://www.digitalbookworld.com/2013/the-real-cost-of-ebooks-for-libraries/

  • http://techcrunch.com/2012/03/02/necessary-evil-random-house-triples-prices-of-library-e-books/

  • http://goodereader.com/blog/electronic-readers/overdrive-3m-bring-their-new-projects-to-ala/

Tags:
Amazon

ช่วงปลายปีเป็นช่วงเทศกาลจับจ่ายที่สำคัญของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากเพราะการซื้อจะมากกว่าช่วงอื่นๆ ปีที่ผ่านมาอเมซอนประกาศว่ายอดขายสูงสุดเป็นประวัติการ โดยเฉพาะร้านค้าภายนอกที่ใช้ระบบการขายของอเมซอนมียอดโตขึ้นถึง 40% แต่คู่แข่งรายสำคัญอย่าง Barnes & Noble กลับมีปัญหาเมื่อยอดขายกลับสวนทางลดลงถึง 10.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

เฉพาะธุรกิจ NOOK รวมตั้งแต่ตัวเครื่องไปจนถึงคอนเทนต์ต่างๆ รายได้รวมช่วงวันหยุดคือ 311 ล้านดอลลาร์ ลดลง 12.6% ส่วนเฉพาะตัวคอนเทนต์ยอดขายก็ลดลง 13.1%

William Lynch ซีอีโอของบริษัทระบุว่า NOOK ช่วงวันขอบคุณพระเจ้านั้นทำยอดขายได้ดีแต่พอมาถึงช่วงวันหยุดปลายปีกลับมีขอดขายที่ลดลง โดยทีมงานภายในกำลังหาสาเหตุอยู่และจะปรับกลยุทธ์กันต่อไป ส่วนยอดขายที่ลดลงทำให้ธุรกิจ NOOK น่าจะขาดทุนในระดับเดียวกับปีที่แล้ว

การสวนทางกันของธุรกิจอาจจะเป็นไปได้ว่าตลาดธุรกิจดิจิตอลโดยเฉพาะอีบุ๊กกำลังตกไปอยู่ในมือของอเมซอนอย่างสมบูรณ์ เมื่อยอดขายของ NOOK ไม่สามารถคงส่วนแบ่งตลาดไว้ได้ งานนี้เราอาจจะต้องพึ่งกูเกิลและแอปเปิลให้เข้ามาชิงตลาดให้มีการแข่งขันกันต่อไป

ที่มา - BusinessWire, TechCrunch

Tags:

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของวงการอีบุ๊กครับ เพราะเจ้าของคอนเทนต์รายใหญ่อย่างสำนักพิมพ์ Pearson เข้ามาถือหุ้นบางส่วนในบริษัท Nook Media ที่ทำธุรกิจด้านอีบุ๊กโดยตรงแล้ว

Pearson เป็นสำนักพิมพ์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ธุรกิจที่สำคัญคือตำราเรียนทุกระดับชั้น ส่วน Nook Media เป็นบริษัทใหม่ที่เครือร้านหนังสือ Barnes & Noble แยกสายธุรกิจอีบุ๊กของตัวเองออกมา และมีไมโครซอฟท์มาร่วมถือหุ้นด้วย

เดิมทีสัดส่วนหุ้นใน Nook Media คือ Barnes & Noble ถือ 82.4% และไมโครซอฟท์ถือ 17.6% แต่ Pearson เข้ามาถือหุ้น 5% โดยลงเงิน 89.5 ล้านดอลลาร์ ทำให้สัดส่วนหุ้นเดิมลดลงเล็กน้อย (เหลือ 78.2% และ 16.8% ตามลำดับ)

ในแถลงการณ์ของ Pearson ประกาศชัดเจนว่าการเข้ามาถือหุ้นครั้งนี้เพื่อการันตีการขายคอนเทนต์ของ Pearson บนแพลตฟอร์มดิจิทัล หรืออธิบายง่ายๆ ว่าลดการพึ่งพาผู้จำหน่ายอีบุ๊กรายใหญ่อย่าง Amazon/Apple โดยเข้ามาเป็นเจ้าของ Nook เสียเอง

ที่มา - paidContent

Tags:
Apple

ศาลปักกิ่งสั่งปรับแอปเปิลเป็นเงิน 1.03 ล้านหยวน เนื่องจากขายอีบุ๊กละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศจีน

คดีนี้นักเขียนชื่อดัง 8 รายในจีน รวมตัวกันยื่นฟ้องแอปเปิล หลังจากค้นพบว่าหนังสือของตัวเองถูกแปลงเป็นแอพบน iOS และเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี จนทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์สูญเสียรายได้จากการขายหนังสือเป็นจำนวนมาก ซึ่งศาลก็ตัดสินว่าแอปเปิลทำผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ของจีน โดยปล่อยปละละเลยให้มีแอพละเมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ไม่นาน แอปเปิลเพิ่งโดนคดีคล้ายๆ กันในจีน แต่ผู้ฟ้องเป็นสารานุกรมของจีนแทน และศาลตัดสินให้แอปเปิลต้องชดใช้ค่าเสียหายเช่นกัน

ที่มา - Xinhua, China Daily, Wall Street Journal

Tags:
Apple

คดีการผูกขาดตลาดอีบุ๊กระหว่างกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และ แอปเปิลกับสำนักพิมพ์อีก 7 สำนักเสียแนวร่วมต่อสู้ไปอีกรายเมื่อสำนักพิมพ์ Penguin ยอมความกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เป็นรายที่สี่ หลังสามสำนักพิมพ์แรกยอมความกันไปก่อนแล้ว

ผลการยอมความยังไม่ชัดเจน แต่ก่อนหน้านี้เมื่อสามสำนักพิมพ์แรกยอมความ ก็ต้องคืนส่วนลดให้กับลูกค้าของอเมซอน ที่ซื้อหนังสือไปในราคาแพง

คดีการผูกขาดหนังสือมีสองคดีใหญ่ๆ คือในสหรัฐฯ และในสหภาพยุโรป ในสหรัฐฯ นั้นคดียังมีแอปเปิลและสำนักพิมพ์ MacMillan เท่านั้นที่ยังไม่ยอมความ แต่ในฝั่งของสหภาพยุโรป สำนักพิมพ์ MacMillan กลับยอมความคดีไปเรียบร้อยแล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะคดีในฝั่งยุโรปนั้นต้องการเพียงให้สำนักพิมพ์เลิกสัญญากับแอปเปิลและสัญญาว่าจะไม่ทำสัญญาแบบเดิมอีก ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ นั้นมีการสั่งจ่ายเงินคืนลูกค้าด้วย

สำหรับเหตุผลของการฟ้องร้อง และสภาพตลาดหนังสือของสหรัฐฯ และยุโรป อ่านได้ที่ความเห็นของคุณ tekkasit ในข่าวเก่าครับ

ที่มา - The Register

Tags:
Apple

ถัดจากคดีในสหรัฐฯ ที่ตกลงนอกศาลไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้คดีการผูกขาดตลาดอีบุ๊กมาถึงรอบของคดีในยุโรปที่เพิ่งจบลงในวันนี้ด้วยการตกลงนอกศาลรูปแบบเดียวกัน

สำนักพิมพ์ที่ตกลงกับสหภาพยุโรป ได้แก่ Simon & Schuster, HarperCollins, และ Macmillan

ด้วยการตกลงนอกศาลนี้ สำนักพิมพ์ที่เป็นจำเลยจะยอมยกเลิกเงื่อนไขที่ไม่ยอมให้ร้านค้าตั้งส่วนลดได้เอง และสำนักพิมพ์สามารถตกลงกับร้านค้าเพื่อให้ส่วนลดมากกว่าแอปเปิลได้ จากเดิมข้อตกลงกับแอปเปิลนั้นจะระบุให้แอปเปิลต้องได้ราคาที่ดีที่สุดเสมอ

การตกลงกับสหภาพยุโรปในรอบสำนักพิมพ์จะไม่สร้างข้อตกลงแบบเดียวกันอีกใน 5 ปีข้างหน้า

ที่มา - Reuters