Google News

Google News บริการรวมข่าวสารของกูเกิลต้องปิดตัวในสเปน หลังกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2015

กฎหมายฉบับนี้เปิดทางให้สื่อต่างๆ สามารถคิดเงินจากกูเกิลได้ถ้าเนื้อหาของสื่อเหล่านี้ไปอยู่บนเว็บไซต์แบบ Google News และมีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า "กฎหมาย Google Tax"

ฝั่งกูเกิลเคยคัดค้านโดยบอกว่ากูเกิลไม่ได้ทำเงินจาก Google News เลยแม้แต่น้อย, เนื้อหาที่นำไปใช้มีแค่หัวข่าวและข้อความเล็กน้อย, Google News ช่วยเพิ่มทราฟฟิกให้เว็บไซต์ข่าวด้วยซ้ำ นอกจากนี้ สื่อยังสามารถตั้งค่าได้ว่าต้องการให้เนื้อหาปรากฎบน Google News หรือไม่

ตัวแทนของกูเกิลบอกว่าสื่อจำนวนมากเลือกแสดงเนื้อหาบน Google News เพราะช่วยเสริมทราฟฟิก และกรณีใกล้เคียงกันในเยอรมนี ก็มีสื่อเยอรมันหลายรายพับแผนการบล็อค Google News หลังพบว่าบล็อคแล้วทราฟฟิกลดลง

ที่มา - BBC, Search Engine Land

Tags:
YouTube

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของคนทำวิดีโอลง YouTube คือ "เพลง" ที่ใช้ในคลิปอาจละเมิดลิขสิทธิ์ได้ และที่ผ่านมาไม่มีวิธีอื่นใดนอกจากลองอัพโหลดคลิปเต็มๆ ลง YouTube ให้เสร็จก่อน แล้วรอลุ้นว่าระบบตรวจสอบ Content ID ของ YouTube จะฟ้องว่าเพลงที่เราใช้มีปัญหาหรือไม่ (ถ้ามีปัญหาก็ต้องทำไฟล์ใหม่ อัพโหลดใหม่ เสียเวลาและทรัพยากรอีกมาก)

เพื่อลดอุปสรรคของผู้สร้างวิดีโอ YouTube จึงเพิ่มระบบค้นหาไฟล์เพลง YouTube Audio Library ให้เราสามารถนำชื่อเพลงไปค้นหาในระบบก่อนว่าเพลงนี้มีความเสี่ยงจะเกิดปัญหาลิขสิทธิ์หรือไม่ (สามารถเช็คได้ถึงระดับแต่ละประเทศที่ลิขสิทธิ์เพลงอาจไม่เท่ากัน) ช่วยให้คนทำวิดีโอสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ว่าจะใช้เพลงอะไรประกอบคลิปได้บ้าง

ที่มา - YouTube Creator Blog

Tags:
Oracle

คดีระหว่างออราเคิลและ SAP ที่บริษัทลูกคือ TomorrowNow ไปดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ของออราเคิลเพื่อให้บริการลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2007 และมีการปรับค่าเสียหายกันหลายครั้งจากครั้งแรกที่ลูกขุนสั่งให้จ่ายค่าเสียหายถึง 1,300 ล้านดอลลาร์ ตอนนี้ทั้งสองบริษัทก็ตกลงกันได้โดยจะจ่ายค่าเสียหาย 359.2 ล้านดอลลาร์

ค่าเสียหายแยกเป็นค่าเสียหายโดยตรง 356.7 ล้านดอลลาร์ และดอกเบี้ยอีก 2.5 ล้านดอลลาร์ นอกจากนั้น SAP ยังจ่ายค่าใช้จ่ายทางกฎหมายให้ออราเคิลไปแล้วอีก 120 ล้านดอลลาร์

ปิดคดียาวนาน 7 ปีไปอีกคดี

ที่มา - NetworkWorld

Tags:
The Pirate Bay

Hans Fredrik Lennart Neij หรือ TiAMO กับภรรยาชาวลาวของเขาถูกจับตัว ระหว่างที่เขา และภรรยา ได้พยายามขับรถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่หนองคาย เมื่อวานเวลาประมาณ 12:30 น. และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้แถลงข่าวยืนยันเมื่อเวลา 10:00 น. ของวันนี้ โดย พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผู้บังคับการกองตรวจคนเข้าเมือง 4 ได้บอกว่า Neij ยอมรับว่าเขาเป็นคนเดียวกับคนในหมายจับ ซึ่งในขณะนั้น เขาก็แต่งตัวเหมือนกับรูปในหมายจับอีกด้วย

Neij และเพื่อนอีก 3 คนเคยถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันก่อตั้ง The Pirate Bay เว็บ BitTorrent ขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งเปิดขึ้นเพื่อการแบ่งปันไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งซอฟต์แวร์ หนัง และเพลงเป็นจำนวนมาก Neij ถูกตัดสินให้จำคุก 10 เดือน (แต่ในวิกิพีเดียบอกว่า 1 ปี) และต้องชดใช้ค่าเสียหายถึง 5.3 ล้านบาท แต่เขาหนีการประกันตัว และออกนอกประเทศสวีเดนมาหลบอยู่ที่กัมพูชา และลาว ก่อนที่จะถูกจับตัวได้ที่หนองคาย

ที่มา: THE NATION

Tags:

หนึ่งในปัญหาของผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัลทั้งหลายต้องเผชิญกันแทบทุกรายคือเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ใช้บางกลุ่ม วงการอีบุ๊กก็เช่นกัน ด้วยเหตุดังกล่าวจึงผู้จัดจำหน่ายอีบุ๊กบางรายเริ่มนำเทคโนโลยีลายน้ำดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือป้องกันปัญหาการระบาดของอีบุ๊กที่ผิดลิขสิทธิ์

HarperCollins Publishers และ LibreDigital สองผู้จัดจำหน่ายอีบุ๊กได้ประกาศว่าจะนำเอาเทคโนโลยีลายน้ำดิจิทัลที่มีชื่อว่า Digimarc Guardian Watermarking (พัฒนาโดย Digimarc) มาใช้งาน โดยลายน้ำดังกล่าวจะไม่แสดงผลหรือรบกวนการอ่านอีบุ๊ก (ทั้งที่ผู้ใช้ได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ตามที) หากแต่มันจะเป็นเครื่องมือที่ผู้จัดจำหน่ายสามารถใช้ติดตามแกะรอยแหล่งเผยแพร่อีบุ๊กโดยวิธีการที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถเข้ายับยั้งปัญหาอีบุ๊กเถื่อนได้โดยตรงอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการไล่ตามจับและสืบสวนย้อนจากผู้ใช้ที่ถือครองอีบุ๊กเถื่อน

ทั้ง HarperCollins Publishers และ LibreDigital ต่างก็ตั้งความหวังไว้กับเทคโนโลยีลายน้ำ Digimarc Guardian Watermarking นี้ไว้มาก ก็ต้องรอดูกันว่าในการใช้งานจริงจะช่วยลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อีบุ๊กได้ขนาดไหน

ที่มา - Ubergizmo

Windows Store

จากปัญหาเรื้อรังเรื่องแอพปลอมใน Windows Store ในที่สุดไมโครซอฟท์ก็ออกมาแก้ปัญหา โดยปรับเงื่อนไขการตรวจสอบแอพก่อนขึ้น Store ดังนี้

  • ชื่อแอพ ต้องชัดเจน และสะท้อนความสามารถของแอพนั้น
  • หมวดหมู่ ต้องตรงกับความสามารถของแอพนั้น
  • ไอคอน ต้องแตกต่างกับแอพตัวอื่นเพื่อไม่ให้ผู้ใช้เข้าใจผิด

กฎใหม่มีผลกับแอพใหม่และแอพเก่าที่จะส่งอัพเดตเข้ามายัง Windows Store/Windows Phone Store นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ก็กำลังตรวจสอบแอพเก่าที่อยู่บน Store แล้วว่าทำถูกต้องตามเงื่อนไขหรือไม่ และที่ผ่านมาก็ลบแอพบน Store ทิ้งไปจำนวน 1,500 แอพแล้ว (ใครที่พลาดเสียเงินซื้อแอพปลอมพวกนี้ไปแล้ว ไมโครซอฟท์ยินดีคืนเงินให้)

ไมโครซอฟท์ยอมรับว่าที่ผ่านมายังดูแล Windows Store ได้ไม่ดีเท่าที่ควร และจะเพิ่มทรัพยากรให้กระบวนการรีวิวแอพเร็วขึ้นและแม่นยำมากขึ้น สำหรับคนที่พบปัญหาแอพปลอม สามารถแจ้งไปที่ Reporting Infringements in Apps หรืออีเมล reportapp@microsoft.com ด้วยอีกทาง

ที่มา - Building Apps for Windows

Tags:
Android

จากกรณีที่ Oracle อ้างว่า Google ละเมิดลิขสิทธิ์ในการสร้าง API สำหรับ Android และเป็นประเด็นขึ้นโรงขึ้นศาลยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ปี 2010 จนในที่สุดศาลชั้นต้นได้ตัดสินแล้วว่า Google ไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว ทว่าฝั่ง Oracle ไม่เห็นด้วยและทำการยื่นอุทธรณ์ ล่าสุดศาลอุทธรณ์ก็ได้เปลี่ยนคำตัดสินใหม่แล้ว โดยระบุว่า Google มีความผิดจริงในประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์ API

เดิมทีผลการตัดสินประเด็นนี้ในศาลชั้นต้นซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของ Google นั้นมาจากการพิจารณาของผู้พิพากษา William Alsup ที่ระบุว่า "ซอร์สโค้ด API ในคดีนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะมีลิขสิทธิ์คุ้มครองได้" ซึ่งเท่ากับว่าการที่ Google นำซอร์สโค้ดดังกล่าวไปพัฒนาเป็น API ใช้งานในระบบปฎิบัติการ Android เป็นการกระทำที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ทว่าศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินว่าข้อพิจารณาของผู้พิพากษา Alsup นั้นไม่ถูกต้อง เพราะซอร์สโค้ด API มีองค์ประกอบของสิ่งที่จะได้รับการคุ้มครองด้วยสิทธิบัตรอย่างสมบูรณ์และนั่น ทำให้เรื่องนี้ต้องถูกนำไปตีความอีกครั้ง

ด้วยเหตุนี้คดีการละเมิดลิขสิทธิ์ API นี้จะถูกส่งกลับไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาไต่สวนใหม่ โดยจะต้องมีการพิจารณาว่าการกระทำของ Google ที่ใช้ซอร์สโค้ดของ Oracle มาใช้งานในการสร้าง API สำหรับ Android นั้นถือเป็นการใช้ผลงานอันมีลิขสิทธิ์คุ้มครองอย่างชอบธรรม (fair use) หรือไม่ หากไม่ใช่ก็จะต้องประเมินความเสียหายเพื่อพิจารณาเรื่องค่าชดเชยให้แก่ Oracle แต่ถึงแม้มีการพิจารณาว่านี่เข้าข่ายการใช้งานที่ชอบธรรม ก็จะต้องพิจารณาเรื่องค่าซื้อสิทธิใช้งานซอร์สโค้ดอยู่ดี ซึ่งจะต้องรวมไปถึงสิทธิในการใช้งานต่อเนื่องไปถึงอนาคตด้วย

ที่มา - CNET

Viacom

คดีเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ YouTube ถูก Viacom ฟ้องนั้นอยู่ระหว่างกระบวนการชั้นศาลมานานถึง 7 ปี วันนี้คดียุติแล้วเพราะกูเกิลกับ Viacom เจรจาหาทางออกกันลงตัวในที่สุด

Viacom ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของสถานีทีวีหลายแห่งในสหรัฐ (เช่น MTV, Nickelodeon, VH1) และสตูดิโอภาพยนตร์ Paramount ได้ยื่นฟ้อง YouTube มาตั้งแต่ปี 2007 (ข่าวเก่า) และต่อสู้กันอย่างยืดเยื้อเรื่อยมา (กูเกิลชนะคดีในศาลชั้นต้นเมื่อปี 2010 แต่ Viacom อุทธรณ์)

ล่าสุดทั้งสองบริษัทออกแถลงการณ์ร่วมกันสั้นๆ ว่าเจรจากันเรียบร้อยแล้ว และทั้งคู่จะจับมือร่วมกันในโอกาสอื่นๆ ต่อไป ส่วนรายละเอียดว่าใครจ่ายใครเท่าไรนั้นไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ

ที่มา - CNET, Re/code

Tags:
Google Glass

มีชายอเมริกันไม่ระบุชื่อคนหนึ่งสวมแว่น Google Glass ไปดูหนังเรื่อง Jack Ryan: Shadow Recruit กับภรรยาในรัฐโอไฮโอ

พนักงานของโรงหนังสงสัยว่าเขาอาจบันทึกวิดีโอ (ถ่ายหนังซูม) แบบละเมิดลิขสิทธิ์ ทางโรงหนังจึงแจ้งทีมงานของสมาคมภาพยนตร์อเมริกา (MPAA) ที่อยู่ในพื้นที่พอดี และตัวแทนของ MPAA ก็แจ้งกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ (Homeland Security) ที่รับผิดชอบเรื่องนี้

จากนั้นชายคนนี้ถูกเชิญออกจากโรงกลางคันเพื่อสอบสวน โดยมีตำรวจ 5-10 นายเข้าร่วม ชายคนนี้แจ้งว่าโดนค้นโทรศัพท์ และถูกพาไปยังห้องสำนักงานเพื่อ "ให้สัมภาษณ์" (สอบสวนอย่างไม่เป็นทางการโดย FBI) ซึ่งเขาปฏิเสธว่าไม่ได้เปิดใช้ Google Glass ขณะอยู่ในโรง แค่สวมไว้เฉยๆ และปิดโทรศัพท์ทุกเครื่องก่อนเข้าโรง

ทีมสอบสวนนำ Google Glass ของเขาไปต่อ USB ผ่านคอมพิวเตอร์และไม่พบการบันทึกวิดีโอใดๆ เรื่องนี้จบด้วยการที่ชายคนนี้ถูกปล่อยตัว โดยได้รับคูปองดูหนังฟรี 4 ใบเป็นเครื่องชดเชย

ที่มา - Business Insider

Apple

คนที่ติดตามวงการสื่อของประเทศไทยอยู่บ้างคงพอทราบว่า บริษัทสื่อรายใหญ่ๆ ในประเทศไทยรวมตัวกันเป็น "สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์" ทำหน้าที่พิทักษ์ผลประโยชน์ในแง่การละเมิดลิขสิทธิ์เนื้อหาบนเว็บไซต์ของบริษัทเหล่านี้

กรณีที่ดังหน่อยคือ สมาคมฯ พบว่ามีแอพบน App Store ของแอปเปิลหลายตัวที่ละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของบริษัทสมาชิก 8 ราย ซึ่งทางสมาคมฯ ก็แจ้งให้แอปเปิลนำแอพเหล่านี้ออกจาก App Store แต่แอปเปิลก็ไม่ได้ปฏิบัติตาม จนสุดท้ายสมาคมฯ จึงตัดสินใจยื่นฟ้องแอปเปิลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

ความคืบหน้าล่าสุดของคดีนี้คือ แอปเปิลขอเจรจาชำระค่าเสียหาย และสมาคมฯ ก็ยอมถอนฟ้องเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ทางสมาคมก็ยังยื่นฟ้องกูเกิล (กรณีแอพละเมิดลิขสิทธิ์ใน Google Play) และบริษัทโฆษณา Yengo (บริษัทสิงคโปร์แต่มีสาขาในไทย) โดยคดีอยู่ระหว่างการไต่สวน

ที่มา - สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์, ไทยรัฐ

Tags:

เว็บไซต์ฝากไฟล์ชื่อดัง Hotfile ยอมตกลงยุติคดีนอกศาลกับสมาคมภาพยนต์อเมริกา (MPAA) ที่ฟ้อง Hotfile ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ตั้งแต่ปี 2011

ตามกำหนดการเดิม คดีนี้จะเริ่มไต่สวนกันในวันจันทร์หน้า 9 ธ.ค. แต่ในที่สุดก็ยอมชดเชยค่าเสียหาย 80 ล้านดอลลาร์ พร้อมสัญญาว่าจะใส่เทคโนโลยีตรวจจับไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์เข้ามาในระบบอย่างจริงจัง (เริ่มใส่มาตั้งแต่ปี 2011 หลังถูกฟ้อง)

ในคำฟ้องของ MPAA นั้นระบุว่าทดลองดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ จาก Hotfile และพบว่า 10% ของไฟล์เหล่านั้นเป็นหนังผิดลิขสิทธิ์ของสตูดิโอที่เป็นสมาชิก MPAA

ที่มา - Ars Technica

Tags:
CTH

เมื่อวานนี้ วันสุดท้ายของงานมหกรรมมือถือปลายปีอย่าง Thailand Mobile Expo (TME) 2013 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ CTH ได้ร่วมมือกับ DSI พร้อมทนายความของบริษัทบุกจับผู้ค้ารายหนึ่ง ที่จำหน่ายกล่อง Android TV Box ที่สามารถรับชมสัญญาณของ CTH ได้แบบละเมิดลิขสิทธิ์

การบุกจับได้ของกลางเป็นกล่อง Android TV Box จำนวน 4 กล่อง ที่รับสัญญาณภาพและเสียงจาก CTH มาแปลงเป็นวิดีโอสตรีมมิ่ง จากนั้นจึงปล่อยสัญญาณลงกล่อง Android TV Box โดยขายที่ราคา 4,700 บาท สามารถดูฟรี 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เก็บค่าบริการเดือนละ 300-400 บาท จากลูกค้าที่ซื้อกล่องไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทาง CTH ซึ่งเจ้าของบูธที่นำกล่อง Android TV Box มาขาย อ้างว่าได้นำกล่องนี้มาจากตลาดบ้านหม้อ โดยคิดว่าเจ้าของได้เคลียร์เรื่องลิขสิทธิ์หมดแล้ว จึงนำมาขายในงาน TME 2013 ส่วนโทษนั้นปรับสูงสุด 800,000 บาท และจำคุก 4 ปี

ซึ่งกรณีนี้ต้องตามดูต่อว่าแนวทางของ CTH จะเลือกแบบไหนระหว่าง "ตกลงค่าเสียหายแล้วยอมความกัน" กับ "ยอมความไม่ได้" เพราะเดือนก่อน CTH ก็มีคดีความฟ้องแอปเปิลอยู่เช่นกัน

ที่มา - ไทยรัฐออนไลน์

Tags:
Autodesk

อัยการสูงสุดรัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา ได้ฟ้องร้องและดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายกับบริษัทส่งออกยางรถยนต์ของไทยรายหนึ่งซึ่งไม่ได้เปิดเผยชื่อ ฐานใช้ซอฟท์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในกระบวนการผลิตยางรถยนต์ก่อนส่งไปขายที่รัฐเทนเนสซี

ซอฟท์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์จะเป็นของบริษัทใหญ่ๆ ระดับโลกอย่าง Microsoft และ Autodesk ส่วนบริษัทในไทยเองก็โดนด้วยคือ Thaisoftware Enterprises ซึ่งเจ้านี้ผลิตโปรแกรมพจนานุกรม, โปรแกรมบัญชีเงินเดือน เป็นต้น โดยล่าสุดได้มีการตกลงไกล่เกลี่ยเรื่องคดีกับบริษัทส่งออกยางรถยนต์ในไทยแล้ว

สถิติปีล่าสุดยังพบว่าประเทศที่เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียมีการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนมากอาทิ จีน 77%, ไทย 72%, อินโดนีเซีย 86% และเวียดนาม 81%

ที่มา - ไทยรัฐออนไลน์

Tags:
CTH

จากกรณี CTH ฟ้องแอปเปิลเพราะปล่อยให้มีแอพพลิเคชันละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ใน App Store นั้น ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้ออกมาชี้แจงว่าคงทำได้ยาก ด้วยเหตุผลที่แอปเปิลเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ เว้นเสียแต่จะมีการนำสัญญาณภาพจาก App Store ไปเผยแพร่เพื่อการค้า

พ.ต.ท.ชินโชติ พุฒิวรรธธาดา ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังระบุด้วยว่า CTH เคยให้ DSI ดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำผิดลิขสิทธิ์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าหรือโรงแรมรวมถึงกับผู้ที่ซื้อกล่องเคเบิลทีวีในประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ แล้วนำมารับสัญญาณภาพในประเทศไทยด้วย

ที่มา - ผู้จัดการออนไลน์

CTH

CTH ผู้ได้ลิขสิทธิ์ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2013-2014 ในไทย ได้ยื่นฟ้องแอปเปิลและผู้พัฒนาแอพพลิเคชัน ฐานปล่อยให้มีแอพพลิเคชันดูบอลได้ผ่านแอพ และจัดจำหน่ายทาง App Store ซึ่งเป็นผลให้ CTH เสียหายหลายล้านบาท จึงได้ทำการฟ้องแอปเปิลต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

แอพต้นเหตุที่ CTH ฟ้องแอปเปิล คือแอพ Sport Channel ซึ่งมีราคาขายปัจจุบันใน App Store ที่ $19.99 (iPhone) และ $29.99 (iPad) โดยดึงสัญญาณถ่ายทอดฟุตบอลมาจากที่อื่น แต่ไม่ใช่สัญญาณจากทาง CTH ซึ่งศาลรับเรื่องไว้ไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญาในวันที่ 18 พฤศจิกายน ส่วนคดีแพ่งศาลนัดไต่สวนพยานในวันที่ 23 ธันวาคม และหากทาง CTH ตรวจพบแอพใดละเมิดลิขสิทธิ์จะระงับสัญญาณแพร่ภาพและดำเนินคดีทันที

ทั้งนี้ผู้รับมอบอำนาจจาก CTH แจ้งว่ากรณีนี้เป็นครั้งแรกที่มีการฟ้อง เพราะได้แจ้งทางแอปเปิลไปแล้ว แต่ไม่มีการตอบกลับมาจึงยื่นฟ้องอาญาและแพ่ง บ. แอปเปิล อิงค์ จำกัด, บ. แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และ นายจีนน์ แดเนียน เลวอฟฟ์ (กรรมการผู้มีอำนาจ) ส่วนนักพัฒนาแอพนั้นถูกฟ้องอาญา มีโทษจำคุกสูงสุด 6 ปี และค่าเสียหาย 100 ล้านบาท

ที่มา - ครอบครัวข่าว 3, INN, ไทยรัฐออนไลน์

Europe

ศาลยุติธรรมแห่งยุโรป (The European Court of Justice) ทำการชี้ขาดคดีระหว่างสถานีโทรทัศน์ Channel 4, Channel 5 และ ITV กับ TV Catchup บริการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์แบบให้เปล่า (ฟรีทีวี) ผ่านอินเทอร์เน็ต หลังจากที่ศาลสูงแห่งสหราชอาณาจักรขอคำแนะนำในการตัดสิน โดยตัดสินว่าการถ่ายทอดสัญญาณฟรีทีวีซ้ำผ่านเว็บโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเนื้อหาถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ภายใต้กฎหมายสหภาพยุโรปปี ค.ศ. 2001 ที่บัญญัติว่าเจ้าของเนื้อหามีสิทธิแต่ผู้เดียวในการอนุญาตหรือห้ามการส่งเนื้อหาของตนสู่สาธารณะ

บริการ TV Catchup มีผู้สมัครใช้งานมากกว่า 12 ล้านคน และทำการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์มากกว่า 50 ช่อง รวมถึง BBC One, ITV, Channel 4 และ Channel 5 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการใช้งาน แต่จะมีโฆษณาปรากฏในตอนเริ่มต้นถ่ายทอดสัญญาณและส่วนอื่นๆ ของหน้าเว็บ

Tags:
Apple

ศาลปักกิ่งสั่งปรับแอปเปิลเป็นเงิน 1.03 ล้านหยวน เนื่องจากขายอีบุ๊กละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศจีน

คดีนี้นักเขียนชื่อดัง 8 รายในจีน รวมตัวกันยื่นฟ้องแอปเปิล หลังจากค้นพบว่าหนังสือของตัวเองถูกแปลงเป็นแอพบน iOS และเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี จนทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์สูญเสียรายได้จากการขายหนังสือเป็นจำนวนมาก ซึ่งศาลก็ตัดสินว่าแอปเปิลทำผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ของจีน โดยปล่อยปละละเลยให้มีแอพละเมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ไม่นาน แอปเปิลเพิ่งโดนคดีคล้ายๆ กันในจีน แต่ผู้ฟ้องเป็นสารานุกรมของจีนแทน และศาลตัดสินให้แอปเปิลต้องชดใช้ค่าเสียหายเช่นกัน

ที่มา - Xinhua, China Daily, Wall Street Journal

Tags:
RapidShare

บริการฝากไฟล์ RapidShare เตรียมออกมาตรการใหม่เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์เนื้อหา โดยจะจำกัดปริมาณทราฟฟิกที่ผู้ใช้หนึ่งคนสามารถแชร์ต่อไปยังคนอื่นๆ ได้ (outgoing traffic)

  • กรณีผู้ใช้แบบฟรีเป็นคนอัพโหลดไฟล์ สามารถแจกไฟล์ให้ผู้ใช้คนอื่นดาวน์โหลดได้ไม่เกิน 1GB ต่อวัน
  • กรณีผู้ใช้แบบเสียเงินเป็นคนอัพโหลดไฟล์ สามารถแจกไฟล์ให้ผู้ใช้คนอื่นดาวน์โหลดได้ไม่เกิน 30GB ต่อวัน

ข้อจำกัดนี้มีผลเฉพาะการแชร์ไฟล์แบบสาธารณะเท่านั้น ถ้าแจกไฟล์เฉพาะกลุ่มจะไม่ถูกจำกัดทราฟฟิก มาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 27 พฤศจิกายนนี้

RapidShare ให้สัมภาษณ์ว่ามองตัวเองเป็นบริษัท cloud storage แบบ Dropbox มากกว่าการฝากไฟล์เพื่อกระจายเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ และที่ผ่านมาบริษัทก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าว RapidShare บีบความเร็วการดาวน์โหลดเพื่อ "ไล่ผู้ใช้ละเมิดลิขสิทธิ์" มาก่อนแล้ว

ที่มา - TorrentFreak

Tags:

นายฟิสเชอร์ (ผู้ต้องหา) ถูกศาลในรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ตัดสินว่ามีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์รักร่วมเพศของบริษัท Flava Works (ผู้ให้บริการภาพยนตร์รักร่วมเพศผ่านทาง Video on Demand) เป็นจำนวน 10 เรื่อง โดนปรับรวมเป็นเงินถึง 1.5 ล้านเหรียญ

ทางศาลได้วินิจฉัยว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลแรกที่ได้ทำการเผยแพร่ภาพยนตร์เหล่านั้นผ่านทางเว็บไซต์บิตทอร์เรนต์ และเมื่อตรวจสอบภาพยนตร์เหล่านั้นพบว่ามีโค้ดพิเศษฝังอยู่ ซึ่งตรงกับฐานข้อมูลของทาง Flava ว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่ได้ซื้อภาพยนตร์เหล่านั้น

ฟิสเซอร์คือหนึ่งในผู้ต้องหา 15 คน ที่ทาง Flava ได้ฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ โดยคดีก่อนหน้านี้ศาลได้ยกฟ้องทั้งหมด เนื่องจากมีหลักฐานไม่เพียงพอ ผู้พิพากษาได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่มี IP Address เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานในชั้นศาลได้

ที่มา BBC

Tags:
Google

เมื่อสัปดาห์ก่อนกูเกิลประสบความสำเร็จในการประนีประนอมยอมความกับเหล่าสำนักพิมพ์ ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ของโครงการห้องสมุดดิจิทัล

คดีนี้เริ่มจาก 7 ปีก่อน โดยเหล่าสำนักพิมพ์และกลุ่มผู้แต่งหนังสือรวมตัวกันฟ้องกูเกิลฐานละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการเผยแพร่สำเนาหนังสือในรูปแบบสื่อดิจิทัล ก่อนที่ภายหลังจะแยกการพิจารณาคดีออกเป็น 2 ส่วน เป็นคดีระหว่างกูเกิลกับเหล่าสำนักพิมพ์ และคดีระหว่างกูเกิลกับกลุ่มผู้แต่งหนังสือ ซึ่งเป็นคดีในส่วนแรกนี้เองที่มีการตกลงยอมความกัน

เงื่อนไขของข้อตกลงที่ไม่เปิดเผยมูลค่านี้ระบุว่า กูเกิลจะทำสำเนาหนังสือหรือบทความในรูปแบบสื่อดิจิทัลโดยมีเนื้อหาไม่เกิน 20% ของหนังสือหรือบทความ และจะอนุญาตให้ผู้ใช้สั่งซื้อหนังสือทั้งเล่มได้

ทั้งนี้ทางเหล่าสำนักพิมพ์สามารถเลือกที่จะให้หนังสือหรือบทความใดอยู่ในห้องสมุดดิจิทัลของกูเกิลต่อไป หรือจะถอนออกจากโครงการก็ได้ ทั้งยังสามารถใช้ประโยชน์จากเอกสารดิจิทัลที่กูเกิลทำสำเนาจากหนังสือและบทความนั้นๆ ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม คดีที่ถือว่าสำคัญกว่าและใหญ่กว่า คือ คดีของกูเกิลกับเหล่าผู้แต่งหนังสือซึ่งยังคงอยู่ในชั้นศาล และจะถือเป็นจุดเปลี่ยนอย่างแท้จริงของโครงการห้องสมุดดิจิทัล

ที่มา - Business Insider, CNET