Tags:
Amazon

ตลาดการเก็บข้อมูลบนกลุ่มเมฆ (cloud storage) ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเราเห็นแอพ SkyDrive และ Google Drive ออกมาทำตลาดกันแล้ว ล่าสุดเป็นคิวของ Amazon บ้าง

Amazon เปิดตัว Cloud Drive ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ให้เนื้อที่เก็บข้อมูล 5GB และพ่วงกับบริการ Cloud Player ที่สามารถฟังเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตได้ อย่างไรก็ตาม Cloud Drive ต้องใช้งานผ่านหน้าเว็บเท่านั้น ทำให้มันไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

แต่เมื่อคู่แข่งมีแอพบนพีซี Amazon ก็ต้องเอาบ้าง โดยออก Cloud Drive Desktop App มาให้ใช้งานกันแล้ว รองรับ Windows Vista/7 และ Mac OS X 10.6/10.7 รูปแบบการใช้งานคงไม่ต่างอะไรกับคู่แข่งรายอื่นๆ ครับ

ที่มา - Engadget

หมายเหตุ: ข่าวลักษณะนี้เริ่มเยอะ ดังนั้นจะเพิ่มแท็ก cloud storage เข้ามาด้วยเป็นแท็กใหม่นะครับ

Tags:
Google

BigQuery เป็นบริการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของกูเกิล มันใช้หลักการ big data ที่สร้างตารางข้อมูลที่ไม่ซับซ้อนแต่มีขนาดใหญ่มากๆ (ระดับ 1 พันล้านแถว) ซึ่งต่างไปจากแนวทางของ relational database มาก

BigQuery คือการออกแบบคำสั่งคล้ายๆ SQL (แต่ฟีเจอร์ไม่ครบเท่า SQL) เพื่อให้ค้นหรือวิเคราะห์ข้อมูลในตารางได้ง่ายๆ และกูเกิลทำหน้าเว็บให้เราป้อนคำสั่ง BigQuery แล้วรับข้อมูลกลับได้จากหน้าเว็บเลย (อัพโหลด/ดาวน์โหลดข้อมูลผ่าน CSV)

BigQuery จะคิดค่าบริการตามอัตราการใช้งานเหมือน Google App Engine (แต่มันไม่ได้อยู่ภายใต้ App Engine) โดยคิดพื้นที่เก็บข้อมูล $0.12 ต่อ GB และคิดค่า query ข้อมูลนับเป็น GB ละ $0.035

กูเกิลเปิดตัว BigQuery ครั้งแรกในงาน Google I/O 2010 เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน และเปิดทดสอบรุ่นเบต้าเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2011 ที่ผ่านมากูเกิลบอกว่ามีบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลหลายแห่งนำข้อมูลมาวิเคราะห์ผ่าน BigQuery

ที่มา - Google Enterprise

Tags:
LG

ช่วงนี้กระแสบริการกลุ่มเมฆกำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็น Google Drive, SkyDrive, Dropbox หรือ Box ก็แย่งเป็นข่าวกันชนิดรายวัน

ล่าสุด LG ก็ลงมาลุยในตลาดนี้ด้วย ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ทาง LG จะเปิดตัวพื้นที่เก็บข้อมูลกลุ่มเมฆรุ่นเบต้าที่มีชื่อว่า LG Cloud โดยบริการนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถอัพโหลดสื่อมีเดียต่างๆ ทั้งภาพและวีดีโอ รวมไปถึงสื่อแบบสามมิติ ขึ้นไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ LG และจะสามารถเรียกดูสื่อเหล่านี้ได้ผ่านทาง สมาร์ทโฟน เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี สมาร์ททีวี (ยี่ห้อ LG) และ set-top box

Tags:
Dropbox

ช่วงนี้ตลาด cloud storage ร้อนแรงมาก เพราะมีทั้งการเปิดตัว Google Drive และ SkyDrive เวอร์ชันพีซี

เจ้าตลาดอย่าง Dropbox ก็ไม่ยอมง่ายๆ และทยอยอัพเดตฟีเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่องเช่นกันในระยะหลังๆ ล่าสุดออกของใหม่มาอีก 2 อย่าง

  • Dropbox เวอร์ชันพีซีและแมค จะได้ใช้งานฟีเจอร์ Instant Upload สำหรับรูปภาพและวิดีโอแล้ว หลังจากที่เคยทดสอบฟีเจอร์นี้กันมาสักระยะ และเวอร์ชัน Android ได้กันก่อนแล้ว
  • สำหรับภาพถ่ายที่อัพโหลดขึ้นไปบน Dropbox สามารถดูได้สะดวกผ่านหน้าเว็บ เพราะ Dropbox ทำหน้า Gallery ใหม่ให้ดูรูปกันง่ายๆ (หน้าตาคล้ายๆ Picasa หรือ Google+)

ใครที่ใช้งาน Dropbox กันอยู่ก็อัพเดตกันเองตามสะดวกครับ

ที่มา - Dropbox Blog

Tags:
Box

หลังการมาของ Google Drive คู่แข่งในตลาดอย่าง Box ก็เริ่มออกมาขยับบ้างแล้ว โดยมีการปรับปรุงแพลตฟอร์มครั้งใหญ่เพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง และเอื้อต่อการพัฒนาแอพเพื่อใช้งานร่วมกับ Box

การปรับปรุงครั้งนี้แบ่งออกเป็นสามส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกคือการปรับปรุง API ชุดใหม่ให้ง่ายต่อการพัฒนามากขึ้น โดย Box ตั้งเป้าว่า API ชุดนี้จะง่ายพอที่นักพัฒนาจะเข้าใจตั้งแต่ครั้งแรก สามารถปรับให้เข้ากับแนวคิดได้ง่าย ปรับแต่งได้มาก และไม่มีฟีเจอร์แอบแฝง

ส่วนต่อมาคือ Box ตั้งใจให้นักพัฒนาสามารถใช้บริการของ Box ร่วมกับแอพของนักพัฒนาได้ในทันที (อารมณ์เหมื อนใช้แอพแทนโปรแกรม native แล้วมี Box แทนพื้นที่ตัวเครื่อง) Box เรียกระบบนี้ว่า Instant Mode

สุดท้ายคือออกเวอร์ชันใหม่ Box OneCloud ที่มาพร้อมกับทูลที่ช่วยให้สร้างแอพได้ง่ายขึ้น โดย Box OneCloud คือบริการของ Box ที่ช่วยให้แอพต่างๆ บนอุปกรณ์พกพาสามารถทำงานร่วมกันผ่าน Box ได้นั่นเอง (ถ้างง ดูคลิปนี้) จนถึงตอนนี้แอพที่รองรับ Box OneCloud มีประมาณ 50 ตัวแล้ว สามารถเช็คได้จากที่นี่

ที่มา - Box Blog, Box Developer Blog

Tags:
Chrome OS

แผนการของกูเกิลเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังเปิดตัว Google Drive เป็นที่เรียบร้อย ทางคุณ Sundar Pichai ผู้บริหารของกูเกิลที่ดูแล Chrome ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่ามันจะถูกรวมเข้ากับ Chrome OS รุ่นถัดไปแน่นอน

Sundar Pichai ให้สัมภาษณ์ว่า Google Drive จะช่วยให้ Chrome OS สมบูรณ์ขึ้น และมันจะทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี เพราะไดรฟ์ในเครื่องของเราจะมีข้อมูลเหมือนกับ Google Drive ทุกประการ และ Chrome OS จะเลือก Google Drive เป็นจุดเก็บข้อมูลหลักเวลาเราบันทึกไฟล์-เปิดไฟล์ภายในเครื่อง

Pichai ยังให้ข้อมูลเบื้องหลังว่าเขาเป็นคนคัดค้านการเปิดตัว Google Drive ในอดีตเอง เนื่องจากมันเป็นแค่การเก็บไฟล์บนกลุ่มเมฆธรรมดา แต่ยังไม่มีแอพพลิเคชันที่ใช้ประโยชน์จากไฟล์เหล่านี้ได้ ซึ่งตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เพราะกูเกิลมีบริการอย่าง Google Docs ที่ช่วยให้คนสร้างและทำงานกับไฟล์ร่วมกันได้

ที่มา - Wired

Microsoft

หลังจากมีข่าวทั้งลือและไม่ลือออกมามากมาย วันนี้ SkyDrive รุ่นใหม่ได้เผยโฉมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

*หมายเหตุ - เช่นเคยครับ ภาพในบทความนี้ทั้งหมดมีคำอธิบายเมื่อใช้เมาส์ชี้ และสามารถคลิกดูภาพใหญ่ได้ทุกภาพ - ลิงก์ในบทความนี้ทั้งหมดมีคำอธิบายเมื่อใช้เมาส์ชี้เช่นกัน

ส่วนหนึ่งของ SkyDrive รุ่นใหม่คือโปรแกรมซิงค์ข้อมูลสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านี้เราสามารถซิงค์ข้อมูลกับ SkyDrive ได้ผ่าน Windows Live Mesh ซึ่งสามารถเลือกโฟลเดอร์ที่จะซิงค์ได้แต่ก็ไม่สะดวกนัก เนื่องจากใช้พื้นที่แยกต่างหากจาก SkyDrive จึงเป็นที่มาของโปรแกรมใหม่นามว่า Microsoft SkyDrive ที่ทำงานต่างออกไปเกือบสิ้นเชิง

Tags:
Creative Cloud

ปีที่แล้วอะโดบีเพิ่งเปิดตัว Creative Cloud แต่ยังไม่มีการเปิดเผยราคา ตอนนี้ราคาก็ออกมาแล้ว ด้วยราคา 49.99 ดอลลาร์ต่อเดือนเมื่อสมัครรายปี (กลายเป็นปีละ 599.88 ดอลลาร์) หากไม่สมัครรายปี จะสามารถสมัครเดือนต่อเดือนด้วยราคา 74.99 ดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีราคานักเรียน 29.99 ต่อเดือน (19.99 ดอลลาร์หากสมัครเป็นรายปี) และสมัครใช้เฉพาะ Photoshop ราคา 29.99 ดอลลาร์ต่อเดือน

ราคา 600 ดอลลาร์ต่อปีนับว่าถูกมากเมื่อคิดว่าสามารถใช้ซอฟต์แวร์ได้แทบทุกตัว เฉพาะ Photoshop ก็สามาารถใช้รุ่น Extended ที่ราคาแพงกว่าได้ และยังได้บริการออนไลน์อีกหลายตัว หากคิดชุดซอฟต์แวร์ใหญ่สุดของ Adobe คือ Master Collection นั้นมีราคาถึง 2,599 ดอลลาร์ เทียบเท่ากับการสมัครนานกว่า 4 ปี

ตอนนี้ทางอะโดบียังไม่ระบุวันที่จะเปิดให้บริการจริงๆ แต่ระบุว่าภายใน 30 วันนับจากนี้ไป โดยทางอะโดบีคาดว่าลูกค้าจะค่อยๆ ย้ายมาใช้งานระบบเช่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ที่มา - Adobe, TechCrunch

Tags:
Galaxy S III

เว็บไซต์ Maeil Business ของเกาหลีใต้ให้ข่าววงในว่า ซัมซุงเตรียมเปิดตัวบริการกลุ่มเมฆ S-Cloud ในงานแถลงข่าววันที่ 3 พฤษภาคมนี้ที่กรุงลอนดอน

แหล่งข่าวบอกว่า S-Cloud จะทำงานคล้ายกับ iCloud ของแอปเปิล แต่ไม่จำกัดชนิดของไฟล์ที่สามารถอัพโหลดขึ้นไปได้ นอกจากนี้มันยังจะใช้กับผลิตภัณฑ์ของซัมซุงได้เกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือมือถือ

S-Cloud ยังสามารถซื้อคอนเทนต์ออนไลน์อย่างภาพยนตร์ ทีวี เพลง ได้ด้วย เนื้อที่เริ่มต้นคาดว่า 5GB และข่าวยังบอกว่างานนี้จับมือกับไมโครซอฟท์เพื่อให้บริการได้ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก

ที่มา - The Verge

Tags:
Amazon

Amazon ต่อยอดบริการกลุ่มเมฆของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ เพราะเดิมทีการรันงานบน EC2 หรือบริการในกลุ่ม AWS ผู้ใช้งานจะต้องหาซอฟต์แวร์ไปติดตั้งกันเอง ทาง Amazon เตรียมให้เฉพาะตัวระบบฮาร์ดแวร์เสมือนเท่านั้น

แต่หลังจากมี AWS Marketplace แล้ว ลูกค้าของ AWS สามารถเลือกซอฟต์แวร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ได้จากหน้าเว็บได้เลย และเมื่ออยากใช้งานก็แค่คลิกปุ่มซื้อได้เช่นเดียวกับซื้อสินค้าอื่นๆ ของ Amazon จากนั้นตัวซอฟต์แวร์จะติดตั้งบนระบบของ AWS ให้ทันที (ดูวิดีโอประกอบ) ส่วนวิธีการคิดเงินค่าซอฟต์แวร์ก็คิดตามระยะเวลา (รายชั่วโมงหรือรายเดือน) คล้ายๆ กับ AWS ด้วย

ที่น่าสนใจคือ Amazon หาพาร์ทเนอร์เป็นบริษัทซอฟต์แวร์เซิร์ฟเวอร์รายใหญ่มาได้เยอะมาก ได้แก่ 10gen, CA, Canonical, Couchbase, Check Point Software, IBM, Microsoft, SAP AG, Zend นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอย่าง LAMP, Drupal, MediaWiki, Wordpress ด้วย

ที่มา - Amazon

Tags:
Amazon

คำถามที่ว่าเครือข่ายของอเมซอนใหญ่แค่ไหนรวมถึงมีเซิร์ฟเวอร์กี่เครื่องเป็นคำถามที่อเมซอนไม่เคยเปิดเผยข้อมูล แต่รายงานวิเคราะห์จากบริษัท DeepField Networks ก็อาจจะแสดงให้เห็นภาพความยิ่งใหญ่ของศูนย์ข้อมูลของอเมซอนได้บ้าง เมื่อตัวเลขสรุประบุว่า อเมซอนสร้างทราฟิกเข้าออกจากศูนย์ข้อมูลของตัวเองคิดเป็น 1% ของอินเทอร์เน็ตทั้งหมด, ผู้ใช้ 1/3 ของอินเทอร์เน็ตต้องเกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูลเหล่านี้อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อวัน, และเครือข่ายกระจายคอนเทนต์ (Content Delivery Network - CDN) ของอเมซอนนั้นมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก

การวิเคราะห์อาศัยความร่วมมือกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายรายในสหรัฐฯ โดยตัดข้อมูลในส่วนที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ส่งข้อมูลกันเองออกไป

บริษัทใหญ่ๆ ที่เป็นลูกค้าของบริการ AWS นั้นส่วนมากเป็นบริการติดตามผล เช่น Truste, Invitemedia, Chartbeat บริการเหล่านี้ติดตามผลการแสดงโฆษณาบนเว็บใหญ่ๆ จำนวนมาก ทำให้ผู้ใช้ส่วนมาก แม้จะไม่ได้เข้าเว็บที่วางไฟล์หรือโฮสต์บนอเมซอนก็ตาม ก็มีทราฟิกบางส่วนวิ่งผ่านอเมซอนอยู่ดี

ที่มา - DeepField Networks

Microsoft

ที่งานสัมมนาของผู้ผลิตรายการทีวี National Association of Broadcasters (NAB) 2012 ไมโครซอฟท์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Windows Azure นั่นคือ Windows Azure Media Services หรือ "กลุ่มเมฆ" สำหรับงานด้านวิดีโอออนไลน์

Windows Azure Media Services คือการนำแพลตฟอร์มด้านวิดีโอของไมโครซอฟท์ เช่น การเข้ารหัสไฟล์, แปลงไฟล์, DRM, การถ่ายทอดสดวิดีโออย่าง HTTP Live Streaming และ Smooth Streaming ฯลฯ ที่เดิมทีผู้ให้บริการวิดีโอต้องทำเองทั้งหมด (ผ่านเครื่องมือของไมโครซอฟท์อย่าง Expression Encoder หรือ IIS Media Services) ขึ้นไปไว้บนกลุ่มเมฆ Azure ของไมโครซอฟท์

นั่นแปลว่าต่อจากนี้ไป ถ้ามีสื่อด้านวิดีโอ (โดยเฉพาะสถานีทีวี) และอยากเผยแพร่ผ่านเว็บ ก็ไม่ต้องทำระบบเซิร์ฟเวอร์เองให้เหนื่อย แต่เปลี่ยนมาเช่าใช้บริการของไมโครซอฟท์บน Azure แทน เจ้าของเนื้อหาเพียงแค่ทำวิดีโอต้นฉบับให้เสร็จแล้วอัพโหลดขึ้นไปเท่านั้น

Microsoft

ในที่สุดไมโครซอฟท์ก็ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า ระบบปฏิบัติการสำหรับเซิร์ฟเวอร์รุ่นถัดไปที่ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อ Windows Server 8 จะใช้ชื่อทำตลาดว่า Windows Server 2012 แทน

จากชื่อทุกคนก็พอเดาได้ว่ามันจะออกภายในปีนี้ ซึ่งไมโครซอฟท์เองก็พูดชัดแล้วว่าจะออกในปีนี้เช่นกัน

ในโอกาสเดียวกันนี้ ไมโครซอฟท์ยังเปิดตัว Microsoft System Center 2012 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการกลุ่มเมฆภายในองค์กร (private cloud) มันจะประกอบด้วยเครื่องมือย่อยๆ หลายตัวสำหรับจัดการเรื่อง virtualization, service, configuration, monitoring โดยทำงานได้กับแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์เกือบทุกค่าย รายละเอียดดูได้จาก Microsoft System Center

ที่มา - Microsoft

Tags:
OpenStack

OpenStack เป็นซอฟต์แวร์สำหรับสร้างระบบกลุ่มเมฆ (Infrastructure as a Service หรือ IaaS) ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุด Rackspace ซึ่งเป็นหนึ่งในสองผู้ก่อตั้งโครงการ OpenStack (อีกรายคือ NASA) ประกาศเริ่มให้บริการเซิร์ฟเวอร์กลุ่มเมฆแบบ public cloud ที่สร้างขึ้นด้วย OpenStack แล้ว (ก่อนหน้านี้เป็นซอฟต์แวร์เฉพาะทางของ Rackspace เอง)

บริการของ Rackspace มีชื่อเรียกแบบเต็มๆ ว่า Rackspace Next Generation Public Cloud โดยมีส่วนประกอบหลายส่วนตามซอฟต์แวร์ใน OpenStack ส่วนที่สำคัญที่สุดคือ "Cloud Servers" ซึ่งเทียบได้กับ Amazon EC2 เปิดให้บริการเชิง production เต็มรูปแบบเรียบร้อยแล้ว

ส่วนบริการอื่นๆ ในชุดยังอยู่ในช่วงทดสอบ เช่น Cloud Databases หรือ Cloud Block Storage ที่จะค่อยๆ พัฒนาต่อจนถึงระดับ production ต่อไป

ใครสนใจเซิร์ฟเวอร์กลุ่มเมฆที่ไม่ใช่ Amazon Web Services อาจลองพิจารณาบริการของ Rackspace แทนได้ครับ

ที่มา - Rackspace, Rackspace Blog, VentureBeat

Instagram

ข่าวนี้เก่าไปหลายเดือน แต่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่อยากรู้ว่าบริการยอดฮิตอย่าง Instagram สามารถรองรับโหลดปริมาณมหาศาลจากผู้ใช้ทั่วโลกได้อย่างไร

เรื่องนี้มีอธิบายไว้ในบล็อก Instagram Engineering

เซิร์ฟเวอร์

  • Instagram ใช้เซิร์ฟเวอร์เสมือน คือเช่าบริการ Amazon EC2 ทั้งหมด ด้วยเหตุผลว่าปริมาณวิศวกรที่มี ไม่พอสำหรับการตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง ดังนั้นเลือกเช่าใช้งาน EC2 ง่ายกว่า
  • ระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์เป็น Ubuntu 11.04 โดยทีมงานบอกว่า Ubuntu รุ่นก่อนๆ มีปัญหากับ EC2 แต่ในรุ่นนี้ไม่มีแล้ว
Tags:
Microsoft

OnLive Desktop เป็นบริการให้เช่าใช้งานวินโดวส์ด้วยการรีโมตเข้าไปวินโดวส์จริงๆ แต่ปรากฏว่าไมโครซอฟท์ออกมาเตือนว่าการใช้ Windows 7 ให้บริการเช่นนี้ผิดไลเซนส์ของไมโครซอฟท์ มาวันนี้ผู้ใช้พบว่า OnLive Desktop เปลี่ยนไปใช้ Windows Server 2008 แล้วเงียบๆ

ผู้ใช้นั้นแทบไม่เห็นความแตกต่างอะไรเลยในการเปลี่ยนแปลงนี้ จะมีบ้างแค่หน้า About ของโปรแกรมต่างๆ เช่น Notepad นั้นเปลี่ยนไป กับคีย์บอร์ดที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเท่านั้น

ที่มา - OnLive Fans

Tags:
Amazon

Amazon ออกมาเผยสถิติของบริการเก็บข้อมูลบนกลุ่มเมฆ S3 ประจำไตรมาสแรกของปี 2012

  • ตอนนี้มีข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่บน S3 รวมแล้ว 9.05 แสนล้านชิ้น
  • จำนวนรีเควสต์ต่อวินาที peak load อยู่ที่ 6.5 แสนครั้ง (บางครั้งอาจมากกว่านี้)

S3 ย่อมาจาก Simple Storage Service ถือเป็นบริการที่ประสบความสำเร็จมากตัวหนึ่งของ Amazon โดยมีเว็บไซต์และบริการออนไลน์หลายแห่งเรียกใช้งาน S3 อีกต่อหนึ่ง เช่น Twitter, Dropbox, Tumblr เป็นต้น

ที่มา - Amazon Web Services Blog

Tags:
IBM

ซอฟต์แวร์กลุ่มเมฆยอดฮิตอย่าง OpenStack ออกรุ่นใหม่แล้ว โดยรุ่นล่าสุดใช้ชื่อว่า "Essex" (นับเป็นรุ่นที่ห้า วิธีการตั้งชื่อจะเรียงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ ออกทุก 6 เดือนแบบ Ubuntu)

ของใหม่ที่สำคัญของ Essex คือโครงการย่อย 2 โครงการที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นก่อน (Diablo) ได้แก่ Horizon (ระบบแดชบอร์ดสำหรับตรวจสอบสถานะการทำงาน) และ Keystone (ระบบจัดการการล็อกอินและตรวจสอบตัวตน) มีสถานะเป็นรุ่นจริง (full release) เรียบร้อยแล้ว รายละเอียดที่เหลืออ่านได้ตามลิงก์ที่มา

จุดเด่นของ OpenStack คือการสนับสนุนจากบริษัทชั้นนำในวงการจำนวนมากมาย ที่สำคัญคือ Ubuntu 12.04 LTS จะรวม Essex รุ่นนี้เข้าไปด้วย ทำให้การใช้งาน Essex สำหรับสร้างกลุ่มเมฆบนแพลตฟอร์มลินุกซ์ง่ายขึ้นมาก

นอกจากนี้ เว็บไซต์ GigaOm ยังรายงานข่าวว่า OpenStack กำลังจะได้ผู้สนับสนุนรายใหม่อีก 2 รายที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการทั้งคู่ ได้แก่ IBM และ Red Hat ซึ่งข่าวอย่างเป็นทางการจะประกาศในเร็วๆ นี้ (ถ้า RHEL รองรับ OpenStack ก็จะยิ่งไปโลด)

ที่มา - OpenStack, GigaOm

Apache

ข่าวนี้ต้องย้อนความนิดนึงครับ เริ่มจากช่วงกลางปีที่แล้ว Citrix เข้าซื้อกิจการ Cloud.com และจากนั้นไม่นานก็เปิดซอร์ส CloudStack ใช้สัญญาอนุญาต GPLv3

แต่ล่าสุด Citrix เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา แปลงสัญญาอนุญาตไปใช้ Apache 2.0 license ทั้งหมด และโอนโครงการ CloudStack ให้อยู่ในความดูแลของ Apache Software Foundation แทน โดย Citrix จะสนับสนุนผ่านการบริจาคเงินให้ Apache

Citrix ให้เหตุผลว่าการพัฒนาแบบเปิดกว้างภายใต้ชุมชน Apache จะดึงดูดนักพัฒนาภายนอกได้มากกว่า Citrix ทำเอง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อโครงการ CloudStack ในระยะยาว

Cloud Foundry

เมื่อพูดถึงแพลตฟอร์มการสร้างแอพพลิเคชันบนกลุ่มเมฆ (PaaS) คนส่วนใหญ่คงคิดถึง Google App Engine หรือ Microsoft Azure แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ยังมีรายอื่นๆ อีกหลายราย ที่น่าสนใจหน่อยคงเป็น Cloud Foundry ของ VMware ที่มีกำลังพอต่อกรกับสองยักษ์ได้ในระดับหนึ่ง

Cloud Foundry เริ่มต้นด้วยการรองรับภาษา Java, Ruby, JavaScript ก่อนจะขยายมายัง PHP, Python และ .NET

ล่าสุดทาง VMware เอาใจนักพัฒนาไปอีกขั้น โดยออกปลั๊กอินสำหรับเครื่องมือพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมอย่าง Eclipse ให้นักพัฒนาสามารถทำงานกับ Cloud Foundry ได้สะดวกสบายมากขึ้น (App Engine มีปลั๊กอินแบบเดียวกันสำหรับ Eclipse ส่วน Windows Azure จับมือกับพันธมิตรทำปลั๊กอินแทน)

ปลั๊กอินของ Cloud Foundry มีชื่อว่า Cloud Foundry Integration for Eclipse ตอนนี้ออกรุ่น 1.0 แล้ว ทำงานได้กับ Eclipse 3.7 Indigo และสามารถใช้กับ SpringSource Tool Suite (Eclipse เวอร์ชันของ Spring ที่เป็นของ VMware อีกต่อหนึ่ง) ปลั๊กอินตัวนี้เปิดซอร์สโค้ดด้วย ใครสนใจดูได้จาก GitHub

ที่มา - Cloud Foundry