Tags:
Chrome

Tal Ater นักวิจัยด้านความปลอดภัยจากอิสราเอล เปิดเผยบั๊กของ Chrome ที่เปิดช่องให้เว็บไซต์มาสามารถรับคำสั่งเสียงจากผู้ใช้งานได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวว่าถูกอัดเสียงอยู่

Chrome รุ่นใหม่ๆ มีฟีเจอร์ที่ผู้ใช้สามารถสั่งงานด้วยเสียงไปยังเว็บไซต์ได้ (เสียงจะถูกส่งไปยังกูเกิลเพื่อแปลงเป็นข้อความ) โดยผู้ใช้ต้องกดอนุญาตให้สิทธิกับเว็บไซต์นั้นๆ เข้าถึงไมโครโฟนก่อน และทุกครั้งที่เว็บไซต์ฟังเสียงของเรา Chrome จะแสดงไอคอนปุ่มสีแดงบนแท็บของเว็บไซต์นั้นๆ

แต่บั๊กของ Chrome กลับเปิดช่องให้เว็บไซต์ขอสิทธิไมโครโฟนครั้งแรกครั้งเดียว และไม่แสดงไอคอนบนแท็บว่ากำลังฟังเสียงอยู่ ทำให้เว็บไซต์นั้นๆ สามารถ "ดักฟัง" เสียงพูดของผู้ใช้งานโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว และสามารถไปไกลถึงขั้นให้เริ่มดักฟังเมื่อผู้ใช้พูดคีย์เวิร์ดสำคัญๆ ได้ด้วย

Tal Ater แจ้งบั๊กนี้ไปยังกูเกิลตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีที่แล้ว และวิศวกรกูเกิลก็แจ้งเขาว่าทำแพตช์แก้บั๊กเรียบร้อย และเตรียมมอบเงินรางวัลให้เขา (ที่อาจสูงถึง 30,000 ดอลลาร์) แต่สุดท้ายแพตช์ที่ว่านี้กลับล่าช้าไปมากและยังไม่ถูกผนวกเข้ากับ Chrome สักที โดยกูเกิลให้คำอธิบายต่อ Ater ว่าภายในยังถกเถียงกันเรื่องแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมอยู่ (Ater จึงตัดสินใจเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะ)

ที่มา - Tal Ater, Ars Technica

Tags:
Chrome

ผู้สร้างมัลแวร์ใช้เทคนิคใหม่ในการกระจายมัลแวร์ โดยใช้วิธี "ซื้อ" ความเป็นเจ้าของส่วนเสริมหรือ extension บางตัวของ Chrome (ที่มีช่องโหว่เพราะถูกอัพเดตไฟล์อัตโนมัติผ่าน Chrome) เมื่อความเป็นเจ้าของเปลี่ยนมือแล้ว เจ้าของใหม่ก็จะเริ่มฝังโค้ดโฆษณาและมัลแวร์ลงไปใน extension ตัวนั้นๆ

เว็บไซต์ Ars Technica พบว่า extension ที่เจอปัญหานี้มี 2 ตัวคือ Add to Feedly กับ Tweet This Page ซึ่งเดิมทีเป็น extension ปกติ แต่เมื่อเจ้าของเปลี่ยนมือ (โดยไม่มีใครทราบ เพราะชื่อบัญชีในระบบของ Chrome Web Store ยังเป็นชื่อเดิม) พฤติกรรมของ extension พวกนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป

ตอนนี้กูเกิลลบ extension ทั้งสองตัวออกจาก Chrome Web Store แล้ว แต่ยังไม่มีอะไรการันตีว่าปัญหาจะไม่เกิดซ้ำกับ extension ตัวอื่นๆ โดยช่องโหว่ของการโจมตีลักษณะนี้อยู่ที่ผู้ใช้ "ให้สิทธิ" การอัพเดต extension ตั้งแต่การติดตั้งครั้งแรก และหลังจากนั้นมันก็สามารถอัพเดตตัวเองได้อัตโนมัติไปตลอดกาล (แถมโค้ดการโจมตีเป็น JavaScript ที่ตรวจจับจากโปรแกรมด้านความปลอดภัยได้ยาก)

ที่มา - Ars Technica, Digits

Tags:
Chrome

กูเกิลออก Chrome เวอร์ชันอุปกรณ์พกพาทั้่งบน iOS และ Android โดยเพิ่มฟีเจอร์การบีบอัดข้อมูลเว็บผ่านเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิล (แบบเดียวกับที่ Opera ทำมานานแล้ว) เพื่อให้ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นและประหยัดค่า data มากขึ้น (กูเกิลบอกว่าบีบได้สูงสุด 50% จากการท่องเว็บตามปกติ)

ฟีเจอร์นี้ต้องเปิดใช้ในหน้า Settings > Bandwidth management > Reduce data usage

การทำงานของมันคือข้อมูลแบบ HTTP จะวิ่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิล, เปลี่ยนรูปภาพบางส่วนเป็น WebP, บีบอัดข้อมูล HTML/JS/CSS, เปลี่ยนวิธีส่งข้อมูลเป็น SPDY, และโอนภาระการค้นข้อมูล DNS จากเบราว์เซอร์ของเราไปให้กูเกิลแทน (แต่ถ้าเว็บนั้นใช้ HTTPS ข้อมูลจะไม่ผ่านเซิร์ฟเวอร์กูเกิล และใช้การส่งข้อมูลตามปกติ) - รายละเอียด

ฟีเจอร์อื่นที่เพิ่มมาใน Chrome รุ่นนี้คือปุ่ม Translate สำหรับ Chrome for iOS และเมนู Add to homescreen สำหรับ Chrome for Android

Tags:
Chrome

กูเกิลออก Chrome 32 โดยฟีเจอร์ส่วนใหญ่ออกมาให้เห็นก่อนแล้วใน Chrome 32 รุ่น Beta

ที่มา - Google Chrome Releases, Google Chrome Blog

Tags:
Chromium

Eric Seidel วิศวกรของกูเกิลออกมาโพสในกลุ่ม Chromium ระบุแผนแม่บทของการพัฒนาเอนจิน Blink ในปี 2014 นี้ว่าจะมีการพัฒนาทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและฟีเจอร์

ในแง่ของประสิทธิภาพซึ่งจะเป็นแผนหลักของการพัฒนา โดยเป็นการปรับปรุงในสิ่งที่วัดได้ ได้แก่ ความลื่นของการใช้งาน วัดจากภาพเคลื่อนไหวที่ต้องได้รับถึง 60 เฟรมต่อวินาที การตอบสนองต่ออินพุต และเวลาโหลดครั้งแรก จากนั้นจึงดูประสิทธิภาพการเบนซ์มาร์ค ลดการใช้หน่วยความจำ และปรับให้การใช้พลังงานต่ำที่สุด

ส่วนของฟีเจอร์จะรองรับการทำเว็บเป็นแอพพลิเคชั่นให้ดีขึ้น, รองรับ Push Notifications, พัฒนา AppCache Offline สุดท้ายคือการพัฒนาเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาโดยเฉพาะเครื่องมือสำหรับพัฒนาเว็บบนอุปกรณ์เคลื่อนที่

ที่มา - ArsTechnica, Google Groups

Tags:
Chromium

จากกรณี Chrome เตรียมยกเลิก API ของปลั๊กอินเบราว์เซอร์แบบเดิม ล่าสุดกูเกิลประกาศว่า Chrome บนลินุกซ์จะยกเลิกก่อนแพลตฟอร์มอื่นๆ คือเดือนเมษายน 2014 (เวอร์ชัน 34)

ต้องอธิบายก่อนว่าปลั๊กอินของเบราว์เซอร์ในปัจจุบันใช้ API ที่เรียกว่า NPAPI ซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคของ Netscape และล้าสมัยไปมากแล้ว Chrome จึงพยายามผลักดันให้ใช้ API รุ่นใหม่ที่เรียกว่า PPAPI แทน

ดังนั้นเมื่อ Chrome เปลี่ยน API ก็จะส่งผลให้ปลั๊กอินเก่าหลายๆ ตัวใช้งานไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปลั๊กอินสำคัญอย่าง Flash นั้นไม่มีปัญหา เพราะ Adobe ออกปลั๊กอินแบบ PPAPI มาให้เรียบร้อย และถูกผนวกมากับ Chrome รุ่นบนลินุกซ์อยู่แล้ว

ปัญหาไปอยู่ที่ Chromium เวอร์ชันโอเพนซอร์สที่ไม่มี Flash PPAPI ติดมาให้ด้วย ครั้นจะไปใช้ปลั๊กอิน Flash NPAPI ตัวเก่า (ที่ยังอัพเดตความปลอดภัยแต่ไม่อัพเดตฟีเจอร์แล้ว) ก็ไม่ได้อีก เพราะ Chromium จะไม่รองรับ NPAPI แล้ว ดังนั้นผู้ที่ใช้ Chromium ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโหลด Chrome มาใช้งาน

ส่วนกรณีของ Firefox นั้นยังสนับสนุน NPAPI อยู่และยังไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนไปใช้ PPAPI ดังนั้นก็ยังใช้งานปลั๊กอินชุดเก่าได้เรื่อยๆ ครับ

ที่มา - Chromium-dev, OMG Ubuntu

Tags:
Chrome Web Store

กูเกิลประกาศนโยบายใหม่ของ Chrome Web Store ว่าต่อจากนี้ไป ส่วนเสริม 1 ตัวจะมีความสามารถได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหา "ส่วนเสริมที่ทำได้ครอบจักรวาล" จนรกเบราว์เซอร์เหมือนกับที่เคยเกิดใน Toolbar ของ IE ในอดีต

กูเกิลบอกว่าปัจจุบันเริ่มมีส่วนเสริมบางตัวใน Chrome ที่แอบติดตั้งโปรแกรมเสริมบางอย่างลงในเครื่องของผู้ใช้ (หรือในทางกลับกันคือเป็นส่วนเสริมที่แถมมากับโปรแกรมตัวอื่น) หรือเป็นส่วนเสริมที่แก้ไขเนื้อหาของเว็บเพจจนมีปุ่มแปลกๆ เพิ่มขึ้นมาเต็มไปหมด ทำให้ประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้มีปัญหา

นโยบายใหม่ของกูเกิลจึงออกมาเพื่อปราบปรามส่วนเสริมเหล่านี้ โดยส่วนเสริมที่จะอยู่บน Chrome Web Store จะต้องทำงานเพียงอย่างเดียว (single-purpose) และมีจุดที่มองเห็นใน UI เพียงจุดเดียว (เช่น ปุ่มหรือเมนู) ซึ่งก็แน่นอนว่ามีส่วนเสริมหลายๆ ตัวที่โดนกระทบจากนโยบายนี้และอาจต้องรื้อทำใหม่หรือแยกส่วนเสริมเป็นหลายๆ ตัวแทน

นโยบายนี้จะเริ่มบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน 2014 เป็นต้นไป

ที่มา - Chromium Blog

Tags:

Dolphin ผู้พัฒนาเว็บเบราว์เซอร์ชื่อดังบน Android เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Dolphin Zero เว็บเบราว์เซอร์เฉพาะกิจสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ

Dolphin Zero เป็นการนำ Dolphin รุ่นปกติมาลดฟีเจอร์บางอย่างที่ไม่จำเป็น และเพิ่มฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวดังนี้

  • รองรับ Do Not Track
  • จะไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวใดๆ ไม่ว่าจะเป็นประวัติการท่องเว็บ รหัสผ่าน คุกกี้ ฟอร์ม แคช ฯลฯ โดยจะลบข้อมูลให้อัตโนมัติทุกครั้งเมื่อผู้ใช้ออกจากโปรแกรม
  • ใช้ DuckDuckGo เป็นเครื่องมือค้นหาหลัก

ผู้สนใจดาวน์โหลดมาทดสอบกันได้จาก Google Play

ที่มา - Dolphin

Tags:
Firefox

Mozilla เผยสถิติการทำงานประจำปี 2013 ของตัวเอง มีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้ครับ

  • Firefox เวอร์ชันเดสก์ท็อป มียอดผู้ใช้งาน 500 ล้านคน
  • ส่วนเสริมที่ถูกใช้งานอยู่ (add-ons in use) 500 ล้านรายการ
  • ประสิทธิภาพของ Firefox (วัดด้วย Octane JavaScript) ดีกว่าปีที่แล้ว 88%
  • Firefox บน Android มียอดดาวน์โหลดบน Google Play เกิน 50 ล้านครั้ง
  • มือถือ Firefox OS วางขายแล้ว 3 รุ่นใน 14 ประเทศ

ที่มา - Mozilla

Tags:
Chrome

ก่อนหน้านี้ Chrome Apps แอพแบบออฟไลน์ที่สร้างด้วย HTML5 และรันบน Chrome (ข่าวเก่า) ยังใช้ได้เฉพาะบนวินโดวส์และ Chrome OS เท่านั้น

ล่าสุดกูเกิลประกาศว่า Chrome Apps สามารถใช้งานกับ Chrome บนแมคได้แล้ว โดยเมื่อเราติดตั้ง Chrome Apps ตัวแรกก็จะเห็นไอคอนของ Chrome App Launcher โผล่ขึ้นมาใน Dock ของ Mac OS X (ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า Chrome เวอร์ชันลินุกซ์จะได้ฟีเจอร์นี้เมื่อไร)

สำหรับคนที่อยากลอง Chrome Apps (ทั้งบนวินโดวส์และแมค) ก็ต้องลง Chrome เวอร์ชันล่าสุด แล้วเข้าไปยัง Chrome Web Store หมวด For Your Desktop ซึ่งตอนนี้ก็มีแอพจำนวนหนึ่ง ตัวอย่างที่กูเกิลนำมาโชว์คือ Smartsheet แอพบริหารจัดการโครงการ และ Until AM แอพดีเจมิกซ์เพลงที่ใช้งานได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

ที่มา - Chrome Blog

Tags:
Firefox

Firefox ออกเวอร์ชัน 26 ทั้งบนเดสก์ท็อปและแอนดรอยด์

ของใหม่ใน Firefox 26 เวอร์ชันเดสก์ท็อปได้แก่ ปรับวิธีการแสดงผล Java เป็นแบบ click-to-play, password manager รองรับการจำรหัสผ่านในช่องที่สร้างด้วยสคริปต์, รองรับ H.264 บนลินุกซ์, รองรับ MP3 บน Windows XP, เวอร์ชันบนวินโดวส์สามารถอัพเดตตัวเองอัตโนมัติโดยไม่ต้องมี write permission สำหรับไดเรคทอรีที่ติดตั้งแล้ว

ส่วน Firefox 26 บนแอนดรอยด์มีของใหม่ที่สำคัญคือหน้า about:home แบบใหม่ที่แสดงแท็บแบบเลื่อนซ้ายขวาได้ มีทั้งหน้า Top Sites, History, Bookmarks ช่วยให้เข้าถึงเว็บเพจที่ต้องการได้สะดวกขึ้น

ที่มา - Firefox 26 (desktop), Firefox 26 (Android), Mozilla Blog

Tags:
Firefox

หลังจากกูเกิลเปิดตัว codec VP9 ตัวใหม่ที่ดีกว่า VP8 และ Chrome ก็รองรับไปก่อนแล้ว ล่าสุดฝั่ง Firefox ก็เริ่มเปิดใช้งาน VP9 เป็นค่าดีฟอลต์แล้ว และผู้ใช้ทั่วไปจะเริ่มได้ใช้งานใน Firefox 28 Stable

ท่าทีของ Firefox เรื่อง codec ของวิดีโอในช่วงหลังคือรองรับทั้ง H.264 และ WebM/VP8/VP9

ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเบราว์เซอร์ตัวอื่นๆ จะรองรับ VP9 หรือไม่และเมื่อไรครับ (Opera ที่เปลี่ยนมาใช้เอนจิน Blink น่าจะรองรับตาม Chrome อยู่แล้ว)

ที่มา - Phoronix

Tags:
JavaScript

ข่าวนี้ต้องย้อนกันหลายชั้นหน่อยครับ เริ่มจาก โครงการ asm.js ของ Mozilla, Mozilla จับมือ Epic Games ทำเดโม Unreal Engine 3 บนเบราว์เซอร์, Chrome ประกาศรองรับ asm.js บ้าง

สำหรับข่าวนี้ ล่าสุด Chrome และเบราว์เซอร์อีกรายคือ Opera รองรับ asm.js ได้ดีขึ้นเยอะมากแล้ว (Chrome 31 และ Opera 18) สามารถรันเดโม Epic Citadel ได้แล้ว และทาง Epic เองก็ขึ้นชื่อของ Chrome/Opera เป็นเบราว์เซอร์ที่สามารถรันเดโมได้แล้ว

สถานการณ์ตอนนี้ทำให้ยังเหลือแค่ Safari กับ IE เท่านั้นที่ยังไม่รองรับ asm.js ซึ่งก็คงต้องรอสภาพตลาดช่วยๆ กันบีบให้สองรายนี้ปรับตัวตามต่อไปครับ

ที่มา - Mozilla

Tags:
Chrome

กูเกิลออก Chrome 32 Beta ทั้งบนเดสก์ท็อปและบนแอนดรอยด์ ของใหม่ที่เพิ่มเข้ามาทั้งสองเวอร์ชันคือรองรับฟอร์แมต WebP ที่เป็นภาพเคลื่อนไหวแล้ว โดยกูเกิลคุยว่าภาพเดียวกัน WebP มีขนาดเล็กกว่า animated GIF ถึง 57% แถมเหนือกว่าที่รองรับความโปร่งใสหรือ alpha channel แบบ 8 บิตด้วย (GIF รองรับเพียง 1 บิต)

การเปลี่ยนแปลงอีกอย่างใน Chrome 32 คือปิดการทำงานของปลั๊กอินแบบ NPAPI ของเดิม ตามนโยบายของ Chrome ที่เปลี่ยนมาใช้ปลั๊กอินแบบ PPAPI แทน

Chrome 32 for Android เองก็มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญอีก 2 อย่าง อย่างแรกคือเพิ่ม Vibration API ให้นักพัฒนาเว็บแอพสามารถสั่งเครื่องให้สั่นได้ อย่างที่สองคือปิดฟีเจอร์ double-tap zoom เพราะเว็บไซต์ส่วนใหญ่เริ่มออกแบบมาให้รองรับการแสดงผลบนจอขนาดเล็กแล้ว ทำให้ Chrome สามารถตอบสนองการสัมผัสได้ดีขึ้น เนื่องจากไม่ต้องรอดีเลย์ 300 ms เพื่อดูว่าผู้ใช้จะกด double-tap หรือไม่นั่นเอง

ที่มา - Chromium Blog

Tags:
Opera

Opera ยุคใหม่ใต้เงา Blink ออกรุ่นบนมือถือ Android มาได้สักระยะแล้ว ล่าสุดออกเวอร์ชันใหม่ Opera 18 ที่รองรับการใช้งานบนแท็บเล็ต Android เต็มรูปแบบ

Opera บอกว่าตัวเองมีความเชี่ยวชาญด้านเบราว์เซอร์บนมือถือมานาน แต่สำหรับบนแท็บเล็ตก็จำเป็นต้องคิดใหม่ทำใหม่เพราะขนาดหน้าจอแตกต่างกันมาก ทำให้ทีมออกแบบของ Opera ตั้งใจปรับแต่ง UI เวอร์ชันบนแท็บเล็ตมาเป็นอย่างดี

ฟีเจอร์เด่นของ Opera ในรุ่นมือถือก็ยังอยู่ครบ ทั้งแท็บ Discover, โหมด off-road ที่ช่วยให้ท่องเว็บในสภาพเน็ตแย่ และฟีเจอร์ที่คนชื่นชอบอย่าง Speed Dial ใครอยากทดสอบก็โหลดได้จาก Play Store

ที่มา - Opera

Tags:
Firefox

Blognone เคยเสนอข่าวโครงการปรับโฉม Firefox ที่ชื่อ Australis มาแล้วหลายครั้ง แต่โครงการนี้ก็เลื่อนมาเรื่อยๆ ไม่เกิดผลจริงสักที

และแล้ววันนี้ก็มาถึง Mozilla ประกาศว่าจะเริ่มนำธีมใหม่ Australis มาใช้กับ Firefox รุ่น Nightly แล้ว (แล้วค่อยขยับขยายมายัง Beta/Stable ต่อไป)

โครงการ Australis ไม่ได้มีแค่ธีมใหม่ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นการปรับปรุงส่วนติดต่อผู้ใช้ของ Firefox ครั้งใหญ่ และประกอบด้วย 3 ส่วนย่อยดังนี้

Tags:
Internet Explorer

ช่วงนี้ไมโครซอฟท์ยังมีความเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างภายในอยู่เรื่อยๆ สะท้อนทิศทางของบริษัทที่กำลังอยู่ในช่วง "เปลี่ยนผ่าน"

ล่าสุด Dean Hachamovitch หัวหน้าทีม IE (ตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ Corporate Vice President, Internet Explorer) ประกาศว่าเขาจะย้ายตำแหน่ง โดยไปคุมทีมใหม่ของไมโครซอฟท์ที่บอกเพียงว่า "ทำเรื่องใหม่ๆ" และยังไม่มีข้อมูลอะไรมากกว่านี้

เว็บไซต์ The Verge อ้างข้อมูลวงในที่ยังไม่ยืนยันว่า ไมโครซอฟท์จะไม่หาคนมาแทน แต่จะใช้วิธีแยกงานที่เขาเคยรับผิดชอบให้กับผู้บริหารหลายๆ คนแทน (ตามโครงสร้างใหม่) โดยรายชื่อแรกที่โผล่มาคือ Joe Belfiore จากทีม Windows Phone จะเข้ามารับผิดชอบงานด้าน app และ user experience ของ IE ส่วนงานด้านอื่นๆ ยังไม่มีข้อมูลครับ

ที่มา - IEblog, The Verge

Tags:
Chrome

กูเกิลออก Chrome 31 Stable มีของใหม่ ดังนี้

รองรับทั้งบนวินโดวส์, แมค และลินุกซ์

เลขเวอร์ชันคือ 31.0.1650.48

ที่มา - Chrome Releases

Tags:
Chrome

ถ้ายังจำข่าวนี้กันได้ มาเนียน Chrome Metro บน Windows 8 ใส่อินเทอร์เฟซแบบ Chrome OS มาด้วย ล่าสุดฟีเจอร์นี้เข้ามาใน Chrome 32 Beta เรียบร้อยแล้วครับ

กูเกิลเรียกมันว่าเป็นการใส่ app launcher เข้ามาเพื่อให้เรียกใช้งาน Chrome Apps ได้ง่าย โหมดนี้จะแสดงผลเฉพาะใน Chrome Metro ที่รันบน Windows 8.x เท่านั้น

Chrome 32 Beta ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกคือ บล็อคการดาวน์โหลดไฟล์ที่น่าจะเป็นมัลแวร์ และแสดงไอคอนเล็กๆ บนแท็บเพื่อบอกว่าแท็บไหนเปิดเสียง บันทึกภาพด้วยเว็บแคม หรือถูกแสดงผลบนทีวีผ่าน Chromecast อยู่ในขณะนั้น

ที่มา - Chrome Blog

Tags:
Chrome Web Store

ข่าวนี้ต่อจากข่าว Chrome เพิ่มตัวเลือกป้องกันไม่ให้ลงส่วนเสริมนอก Web Store ย้อนกลับไปอ่านข่าวเก่ากันก่อนนะครับ

ล่าสุดทีม Chrome ออกมาประกาศว่าจะเริ่มใช้นโยบาย "ห้ามติดตั้งส่วนเสริมนอก Web Store" ตั้งแต่เดือนมกราคม 2014 โดยจะเริ่มจาก Chrome บนวินโดวส์รุ่น stable/beta เป็นต้นไป (แปลว่าอยากลงส่วนเสริมจะต้องผ่าน Store เท่านั้น) ส่วนเหตุผลที่กูเกิลอ้างก็เป็นเรื่องความปลอดภัยจากส่วนเสริมที่ไม่ได้รับการตรวจสอบนั่นเอง

กูเกิลจะยังเปิดช่องให้นักพัฒนาส่วนเสริม (หรือกลุ่ม power user) สามารถติดตั้งส่วนเสริมได้เองดังเดิม (ผ่านการตั้งค่า Chrome ให้เป็น Developer Mode) และเปิดช่องให้ลูกค้าองค์กรสามารถติดตั้งส่วนเสริมได้ผ่านเครื่องมือคอนฟิกพิเศษ (กรณีที่มีส่วนเสริมเฉพาะใช้ภายในองค์กร)

ที่มา - Chromium Blog