Tags:

ตลาดซีพียูสำหรับเซิร์ฟเวอร์ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดอินเทลได้เปิดตัว Xeon E7 v2 สำหรับเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ (32 ซ็อคเก็ต) ที่เน้นงานด้าน big data โดยเฉพาะ

Xeon E7 v2 จะยังใช้สถาปัตยกรรม Ivy Bridge (ตามชื่อห้อย v2, ถ้า v3 ถึงจะเป็น Haswell) โดยแบ่งเป็น 3 รุ่นย่อยคือ 8800/4800/2800

จุดเด่นของมันคือการรองรับหน่วยความจำปริมาณมากๆ (ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากๆ ในการทำ in-memory analytics) ซึ่ง Xeon E7 v2 รองรับหน่วยความจำสูงถึง 1.5TB ต่อซ็อคเก็ต, นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ด้าน I/O คือ Intel Data Direct I/O ช่วยให้การอ่านเขียนข้อมูลจากดิสก์ดีขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับ Xeon E7 รุ่นแรก

ที่มา - Intel, ZDNet

Tags:
Android

เว็บไซต์ The Verge รายงานว่า Microsoft กำลังพิจารณาจะทำให้แอพบนแพลตฟอร์ม Android รันบน Windows และ Windows Phone ได้ และถึงแม้แผนการนี้จะยังอยู่ในขั้นต้น ก็มีคนใน Microsoft ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับแผนการนี้ โดยผู้ที่ไม่เห็นด้วยกล่าวว่ามันอาจนำไปสู่จุดสิ้นสุดของแพลตฟอร์มทั้งสองในคราวเดียวกัน

แหล่งข่าวยังเสริมว่า หากบริษัทดำเนินแผนการนี้ต่อ เป็นไปได้ที่จะดึงบุคคลที่สามมาเป็น "enabler" เพื่อให้แอพบนแพลตฟอร์ม Android รันบนแพลตฟอร์มทั้งสองได้

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า Intel หรือ BlueStacks มีส่วนร่วมกับแผนการนี้หรือไม่ โดยตัวแทนของ BlueStacks ปฏิเสธที่จะตอบคำถามทาง The Verge แต่แหล่งข่าวใน Intel ระบุว่าบริษัทพยายามกดดันให้ Microsoft ให้บริการแอพแพลตฟอร์ม Android บน Windows Store

ที่มา: The Verge

Tags:
Intel

เป็นที่รู้กันดีว่าจีพียูพลังแรงสูง ก็กินแบตเตอรี่มากไปตามแรงที่มี เราจึงไม่เห็นของแบบนี้ในอัลตร้าบุ๊กมากนัก แต่ในเร็วๆ นี้เราอาจได้เห็นจีพียูยุคใหม่จากอินเทลที่ให้พลังประมวลผลที่สูง แต่กินไฟต่ำลงแล้ว

โดยจีพียูตัวใหม่นี้ถูกนำมาโชว์ในงาน ISSCC โดยระบุว่าสามารถลดการใช้พลังงานได้สูงถึง 40% แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าของเดิมได้ นอกจากจะใช้พลังงานลงแล้วจีพียูยังมีฟังก์ชันสำหรับเปลี่ยนไปโหมดเตรียมพร้อมอย่างรวดเร็ว และใช้พลังงานน้อยลงถึงสิบเท่าเมื่อเทียบกับระหว่างทำงานปกติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของชิปตัวนี้

จีพียูตัวนี้พัฒนา และผลิตบนสถาปัตยกรรมแบบ 22 นาโนเมตร และใช้ทรานซิสเตอร์สามมิติตามซีพียูไปเรียบร้อย ส่วนจะเริ่มใช้กับผลิตภัณฑ์จริงเมื่อไร คงต้องรอดูกันต่อไปครับ

ที่มา - Intel

Tags:
Intel

งาน ISSCC ปีนี้อินเทลนำเสนองานวิจัยใหม่แสดงเทคนิคการออกแบบชิปขนาดใหญ่ที่มีขนาดถึง 256 คอร์ ทำให้ต้องส่งข้อมูลไปมาระหว่างคอร์จำนวนมหาศาล ข้อจำกัดสำคัญคือการรักษาสัญญาณนาฬิกาให้ตรงกันทุกคอร์ กลายเป็นข้อจำกัดสำคัญ อินเทลจึงเสนอแนวทางออกแบบใหม่ ให้มีเครือข่ายบนชิป (Network-on-Chip) ทำให้แต่ละคอร์มีช่องทางสื่อสารระหว่างกันโดยไม่ต้องมีสัญญาณนาฬิกาตรงกัน หรือกระทั่งมีไฟเลี้ยงต่างกันได้

อินเทลนำเสนอชิปที่เชื่อมต่อคอร์ภายในเป็นตาราง 16 x 16 รวม 256 คอร์ แต่ละคอร์มีสัญญาณนาฬิกาและไฟเลี้ยงแยกออกจากกัน โดยใช้สัญญาณนาฬิกาในการสื่อสารจากต้นทางข้อมูล (source synchronous) และเชื่อมต่อระหว่างคอร์แบบผสมระหว่าง packet switching และ circuit switching โดยแต่ละคอร์จะสามารถขอเปิดเส้นทางเชื่อมต่อด้วยการส่งคำขอแบบ packet switching แล้วจากนั้นช่องทางสื่อสารจะเปิดถึงกันเป็น circuit switching

อินเทลแสดงให้เห็นว่ากระบวนการแบบนี้สามารถให้ประสิทธิภาพสูงถึง 20 เทราบิตต่อวินาที ขณะที่ให้ประสิทธิภาพพลังงานถึง 18.3 เทราบิตต่อวินาทีต่อวัตต์ และส่วนเชื่อมต่อนั้นทำงานที่แรงดันไฟฟ้า 340 มิลลิโวลต์เท่านั้น

งานวิจัยนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ

ที่มา - The Register

Tags:
Intel

Stacy Rasgon จาก Bernstein Research ออกรายงานวิเคราะห์ระบุว่าอินเทลอาจจะเตรียมขายชิป Bay Trail สำหรับแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือในราคาเกือบต้นทุน โดยมีกำไรขั้นต้นเพียงเล็กน้อย 1.2% และบางครั้งอาจจะขาดทุน

Rasgon อาศัยตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการปี 2014 ของอินเทลเองที่ระบุว่าสัดส่วนกำไรขั้นต้นจะลดลง 1.5% มาเทียบกับยอดขายชิปสำหรับแท็บเล็ตที่คาดว่าจะขายได้ 40 ล้านชุด ในราคาขายเฉลี่ย 20 ดอลลาร์ต่อชุด สร้างรายได้ให้อินเทลอีก 800 ล้านดอลลาร์ หากรายได้นี้ไม่สร้างกำไรเลยตัวเลขสัดส่วนกำไรขั้นต้นจะลดลงประมาณ 1.5% ตามที่อินเทลคาดการณ์ออกมาพอดี

Bay Trail ถูกวางตัวไว้เป็นชิปรุ่นสูงสำหรับแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือ แต่ความไม่ไว้ใจชิปอินเทลทำให้อินเทลต้องใช้สงครามราคามาชิงส่วนแบ่งตลาด

รายได้แต่ละปีของอินเทลนั้นมากกว่าห้าหมื่นล้านดอลลาร์ รายได้ 800 ล้านดอลลาร์จากธุรกิจอุปกรณ์เคลื่อนที่นั้นเป็นรายได้เพียงเล็กน้อยของบริษัท

เห็นรายงานนี้คงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม ASUS ZenFone ถึงได้ขายได้ที่ราคาน่าทึ่งนัก

ที่มา - Wall Street Journal

Tags:
Intel

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 อินเทลได้เปิดตัว Intel AppUp ร้านค้าแอพพลิเคชั่นสำหรับชิป Intel Atom ในงาน CES 2010 ทว่าวันเวลาผ่านไปกลับยิ่งพบกับความล้มเหลวของ Intel AppUp ถึงขนาดที่อินเทลออกมายอมรับเองว่าจุดไม่ติด

ล่าสุดอินเทลประกาศยอมแพ้กับศึกสงครามด้านร้านค้าแอพพลิเคชั่นด้วยการปิดบริการ Intel AppUp โดยหลังจากวันที่ 11 มีนาคมนี้ จะไม่มีแอพใหม่ขึ้นบน Intel AppUp อีกต่อไป และจะปิดบริการอย่างสมบูรณ์วันที่ 15 พฤษภาคมปี 2015 โดยอินเทลให้เหตุผลของการปิดบริการว่าต้องการไปโฟกัสกับการพัฒนานวัตกรรมลงบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในอนาคต

สำหรับใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ในหน้า FAQ ของ Intel AppUp ได้ครับ

ที่มา: TechCrunch ผ่าน Engadget

Tags:
Intel

เมื่องาน CES 2014 ที่เพิ่งจบไปไม่นาน อินเทลได้โชว์อุปกรณ์ใหม่อย่างหูฟัง Jarvis ที่สามารถใช้ค้นหา และถามคำถามได้ราวกับ Siri ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เป็นอุปกรณ์ที่ถูกทำให้ฉลาดขึ้น ซึ่งภายในเวทียังไม่มีข้อมูลของอินเทลออกมามากนักว่า Jarvis นั้นทำงานอย่างไร

ตอนนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมของ Jarvis ออกมาเพิ่มเติมแล้ว โดยอินเทลระบุว่าหูฟัง Jarvis สามารถประมวลผลเสียงได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยจะประมวลผลเสียงของผู้ใช้ในตัวด้วยการทำงานร่วมกับของตัวชิปประมวลผล และซอฟต์แวร์ ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากบริษัทภายนอกอีกที (อินเทลไม่ได้บอกว่าเป็นรายไหน แต่คาดว่าเป็น Nuance ที่เพิ่งจับมือกันไปได้ไม่นาน)

การที่ Jarvis สามารถประมวลผลเสียงของผู้ใช้ได้ในตัวโดยที่ไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต ทำให้มันทำงานได้เร็วกว่าระบบอื่นที่ต้องต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ไปจนถึงสามารถสั่งงานในตัวเครื่องได้สะดวกขึ้น เช่นการเปิดแอพ หรือปิดเสียงตัวเครื่อง เป็นต้น

นอกเหนือจากการใช้ระบบประมวลผลเสียงไร้อินเทอร์เน็ตบน Jarvis แล้ว อินเทลบอกว่าจะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้กับสมาร์ทโฟนด้วย และมีผู้ผลิตให้ความสนใจแล้ว แต่ไม่ได้ระบุชื่อมาครับ

ที่มา - Quartz

Tags:
Intel

เครื่อง NUC ของอินเทลแม้จะมีขนาดเล็ก แต่หลายรุ่นที่ผ่านมากลับมีราคาสูงประมาณหนึ่งหมื่นบาท ทำให้คนที่ต้องการใช้งานเล็กๆ น้อยๆ ในบ้านต้องคิดหนักสักหน่อยที่จะซื้อมาใช้งาน แต่ NUC รุ่นล่าสุด คือ DN2820FYKH ใช้ Celeron N2820 ซึ่งข้างในคือแกน Bay Trail-M

DN2820FYKH รองรับแรมแบบ SODIMM DDR3L สูงสุด 8 GB ใส่ดิสก์ 2.5 นิ้วได้หนึ่งลูก และใส่การ์ด Wi-Fi บน mini PCI ได้อีกหนึ่งการ์ด แต่ชิ้นส่วนเหล่านี้ต้องซื้อเพิ่มเองทั้งหมด แต่มีตัวรับสัญญาณอินฟราเรดให้ในตัว

Celeron ชุดใหม่ของอินเทลในตอนนี้จะแบ่งเป็นตระกูล 29xxU ที่ใช้สถาปัตยกรรม Haswell และ N28xx ที่ใช้สถาปัตยกรรม Bay Trail ถ้าใครขยาดว่า Atom ไม่แรงพอสำหรับการใช้งาน อาจจะต้องทดสอบกันสักหน่อยว่า N2820 จะแรงพอแล้วหรือไม่

จุดสำคัญคือราคาเริ่มต้น 128 ดอลลาร์ ราคาขายจริงไม่รวมแรมและฮาร์ดดิสก์น่าจะอยู่ในช่วงห้าพันบาท คงทำให้คนที่สนใจทำเซิร์ฟเวอร์ในบ้านคิดกันง่ายขึ้นครับ

ที่มา - Tom's Hardware, Intel

Tags:
Intel

เมื่อปี 2012 อินเทลตั้งฝ่าย Intel Media เพื่อพัฒนากล่องเซ็ตท็อป OnCue สำหรับรายการทีวีผ่านอินเทอร์เน็ต แต่สุดท้ายโครงการนี้ล่มกลางทาง โดยมีข่าวว่าอินเทลเสนอขายให้ Verizon (ที่มีธุรกิจลักษณะนี้อยู่แล้ว) ไปดูแลต่อ

ข่าวลือเรื่องฝ่าย Intel Media มีมานานมาก วันนี้ข่าวจริงมาแล้ว Verizon ประกาศการซื้อธุรกิจ Intel Media จากอินเทลโดยไม่เปิดเผยมูลค่า โดย Verizon จะได้ทรัพย์สินทั้งหมดของ Intel Media และรับพนักงานของอินเทลในฝ่ายนี้เข้าเป็นพนักงานต่อ ทั้งหมดนี้ Verizon จะนำไปใช้กับธุรกิจวิดีโอออนไลน์ FiOS ของตัวเอง

ฝั่งของอินเทล ซีอีโอ Brian Krzanich ก็ให้เหตุผล (ที่เคยบอกไปแล้วครั้งหนึ่ง) ว่าธุรกิจนี้ต้องใช้สายสัมพันธ์กับเจ้าของรายการทีวีอย่างมาก ซึ่งอินเทลไม่มี และการขายให้ Verizon ที่ทำธุรกิจด้านนี้อยู่แล้วจึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

การซื้อกิจการจะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสแรกของปีนี้

ที่มา - Intel

Tags:
Atom

Brian Krzanich ซีอีโอของอินเทลเคยพูดไว้เมื่อปลายปีว่า เราจะได้เห็นแท็บเล็ต Atom 64 บิต Bay Trail วางขายช่วงต้นปีนี้ (ข่าวเก่า) โดยเริ่มจากวินโดวส์ก่อน

ล่าสุด Krzanich ออกมาให้ข้อมูลว่าสำหรับแท็บเล็ต Android ที่ใช้ Atom 64 บิตจะตามมาในไตรมาสที่สองของปี ด้วยเหตุผลว่าตอนแรกอินเทลพัฒนา Bay Trail โดยเน้นวินโดวส์เป็นหลัก และเพิ่งหันมาพัฒนาซอฟต์แวร์บน Android ในภายหลัง (ก่อนหน้านี้ไม่นาน อินเทลเพิ่งประกาศว่าทำเคอร์เนล Android 64 บิตเสร็จแล้ว)

ตอนนี้แท็บเล็ต Bay Trail ที่รันวินโดวส์ยังใช้ระบบปฏิบัติการแบบ 32 บิตด้วยเหตุผลเรื่องไดรเวอร์ของฟีเจอร์ Connected Standby ที่ยังไม่พร้อมสำหรับ 64 บิต โดยอินเทลคาดว่าจะแก้ปัญหานี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และเมื่อนั้นเราจึงจะเห็นแท็บเล็ตที่เป็นวินโดวส์ 64 บิตเต็มรูปแบบออกสู่ตลาด

ที่มา - Ars Technica

Tags:
Intel

อินเทลประกาศแผนปลดพนักงานลง 5% หรือประมาณ 5,000 คนจากพนักงานทั้งหมด 107,000 คน โดยยังไม่ประกาศรายละเอียดว่าจะลดพนักงานฝ่ายใดลงบ้าง

อินเทลเพิ่งประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 เมื่อวานนี้ และถึงแม้ว่ารายได้-กำไรจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ในภาพรวมแล้วอินเทลก็ต้องรีบปรับตัวอย่างหนักเพื่อให้อยู่ได้ในยุค "หลังพีซี" ที่ธุรกิจพีซีไม่เติบโตขึ้นจากเดิมแล้ว เมื่อไม่นานมานี้อินเทลเพิ่งประกาศว่าจะยังไม่เปิดใช้โรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ล่าสุดที่แอริโซน่า และเปลี่ยนมาใช้วิธีอัพเกรดโรงงานเดิมแทน

อินเทลปลดพนักงานครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2006 โดยลดพนักงานลง 10,000 คน แต่หลังจากนั้นอินเทลก็เพิ่มจำนวนพนักงานมาตลอด

ที่มา - Reuters

Tags:
Intel

อินเทลรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ของปี 2013 มีรายได้ 13.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 62% จากปีก่อนอยู่ที่ 58%

ซีอีโอ Brian Krzanich กล่าวว่าไตรมาสที่ 4 บริษัทมีผลประกอบการที่ดีจากสัญญาณที่เริ่มดีขึ้นในกลุ่มธุรกิจพีซี นอกจากนี้ในงาน CES บริษัทยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่เดิมไม่อยู่ในแผน แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วมากขึ้นในการปรับตัวที่จะนำเสนอนวัตกรรมใหม่สู่ตลาด

สำหรับรายได้ในกลุ่มธุรกิจพีซีนั้นเพิ่มขึ้น 2%

ที่มา: อินเทล

Tags:

คนแถวนี้คงคุ้นเคยกับโลโก้ Intel Inside เครื่องหมายรับรองมาตรฐานของอินเทลกันเป็นอย่างดี

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคของการประมวลผลบนกลุ่มเมฆ อินเทลก็ริเริ่มทำโครงการคล้ายๆ กันในชื่อ Intel Cloud Technology เป็นการออกตราสัญลักษณ์รับรองว่าผู้ให้บริการกลุ่มเมฆรายใด "ใช้ซีพียูอินเทล" บ้าง

เดิมทีมีเพียงเจ้าพ่อใหญ่ Amazon Web Services รายเดียวที่ได้ตรารับรองนี้ แต่ล่าสุดอินเทลขยายจำนวนบริษัทที่ได้ตรารับรองเพิ่มอีก 16 บริษัทจากหลายประเทศ (เช่น Rackspace)

ตัวแทนของอินเทลบอกว่าโลกยุคกลุ่มเมฆเดินทางมาถึงระยะที่ผู้ใช้ต้องการรู้ว่าเครื่องที่เช่าใช้รันงานนั้นใช้หน่วยประมวลผลใด เพราะความต้องการของผู้ใช้กลุ่มที่อยากได้ประสิทธิภาพแรงๆ ย่อมต่างไปจากผู้ใช้กลุ่มที่ต้องการประหยัดเงิน และการออกตราสัญลักษณ์ลักษณะนี้ก็จะช่วยให้ผู้ใช้แยกแยะเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม Microsoft Azure และ Google Compute Engine ยังไม่อยู่ในกลุ่มที่ได้ตราสัญลักษณ์นี้

ที่มา - GigaOm, Ars Technica

Tags:
Intel

Erik Reid ผู้จัดการทั่วไปแผนกธุรกิจแท็บเล็ตของอินเทลให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ CNET ในงาน CES 2014 เกี่ยวกับแนวทางอุปกรณ์บูตได้ 2 ระบบที่อินเทลผลักดันไอเดียนี้ ว่า ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายต่าง ๆ กำลังทำความเข้าใจถึงแผนการเรื่องระบบบูต 2 ระบบ (Dual OS) ทั้ง Windows 8.1 และ Android ซึ่ง Android ได้รับความนิยมมากในโลกอุปกรณ์เคลื่อนที่

แน่นอนว่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายต่าง ๆ สนใจในแผนการนี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีอุปกรณ์ที่สามารถบูตได้ 2 ระบบออกมาจำนวนเท่าไรกันแน่

Reid ย้ำว่าผู้ผลิตเหล่านี้กำลังทำความเข้าใจถึงแผนการนี้อยู่ หลายบริษัทเริ่มเข้าใจถึงโอกาสที่อินเทลได้หยิบยื่นให้ แต่สิ่งที่เห็นในตลาดนั้นยังเป็นแค่การทดสอบแผนการนี้แค่นั้น เพราะทุกวันนี้อุปกรณ์ที่บูต 2 ระบบนี้ยังคงต้องทำงานแยกจากกันอยู่ และผู้ผลิตส่วนใหญ่ก็จะระบุชัดเจนว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ Android หรือ Windows เป็นระบบปฏิบัติการหลัก

ที่มา: CNET

Tags:
SteamOS

จุดอ่อนของ SteamOS 1.0 คือมันยังรองรับเฉพาะจีพียูของค่าย NVIDIA เพียงค่ายเดียวเท่านั้น แต่อัพเดตล่าสุดของ SteamOS รุ่นเบต้า (รหัส alchemist) ก็เริ่มรองรับไดรเวอร์จีพียูของอีกสองค่ายที่เหลือคือ Intel และ AMD/Radeon แล้ว

ไดรเวอร์จีพียูของ Intel นั้นเป็น Mesa 10.0.1 ส่วนของ AMD เป็น Catalyst 13.11 Beta 9

อย่างไรก็ตาม SteamOS ยังไม่รองรับฮาร์ดแวร์ที่เป็นการ์ดจอคู่ในระบบ Optimus (NVIDIA/Intel) ณ ตอนนี้

ที่มา - Steam Community, Ars Technica

Tags:
Intel

ที่งาน CES ปีนี้ Hermann Eul รองประธานฝ่ายอุปกรณ์เคลื่อนที่และการสื่อสารของอินเทลออกมาระบุว่าการพอร์ตเคอร์เนลของแอนดรอยด์เพื่อให้ทำงานกับซีพียู 64 บิตได้ทำจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ไม่มีความชัดเจนว่าการพอร์ตของอินเทลนั้นทำอะไรไปบ้าง และการรองรับสถาปัตยกรรม 64 บิตนั้นจะทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะแม้ว่าแอนดรอยด์จะมีพื้นฐานมาจากลินุกซ์ที่รองรับ 64 บิตมานานแล้ว แต่ก็มีแพตซ์แก้ไขไปเป็นจำนวนมาก รวมถึงระบบที่รวมเลเยอร์ต่างๆ ตั้งแต่ไลบรารีพื้นฐานไปจนถึงระบบหน้าจอที่หลายส่วนมีโค้ดแบบเนทีฟ

ความเป็นไปได้คืออินเทลพอร์ตเฉพาะส่วนของเคอร์เนลอย่างเดียวโดยไม่ได้พอร์ตส่วนที่เหลือ ทำให้สามารถรันงานบนซีพียู 64 บิต ระบบโดยรวมรองรับแรมเกิน 4GB แต่มีข้อจำกัดของแต่ละโพรเซสที่รองรับแรมได้ 4GB เท่าเดิม ซึ่งในงานอุปกรณ์เคลื่อนที่ก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาสำคัญ

รายละเอียดเพิ่มเติมน่าจะเปิดเผยกันในงาน Mobile World Congress ในเดือนหน้า

ที่มา - Android Authority

Tags:

หลังจากอินเทลเปลี่ยนชื่อแบรนด์ McAfee เป็น Intel Security ก็มีคนไปสอบถาม John McAfee ผู้ก่อตั้งบริษัท (ก่อตั้งปี 1987 ลาออกจากบริษัทเมื่อปี 1994) ว่ามีความเห็นอย่างไร

John McAfee ที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทไม่ดีนักในช่วงหลังก็ตอบว่าเขาขอบคุณอินเทลมากที่เปลี่ยนชื่อบริษัท เพราะเขารู้สึก "โล่งใจ" ที่นามสกุลของเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์กับ "ซอฟต์แวร์ที่ห่วยที่สุดในโลก" (หมายถึง McAfee Antivirus ในช่วงหนึ่ง) อีกต่อไป

ถ้ายังจำกันได้ John McAfee เคยเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมที่เขายืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ (ข่าวเก่า) ซึ่งเขาหลบหนีไปยังประเทศกัวเตมาลาและโดนจับข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย) (ปัจจุบันเขาอยู่ในสหรัฐ)

ที่มา - BBC, GigaOm

Tags:
Intel

ข่าวเล็กๆ ของงาน CES 2014 ที่น่าสนใจไม่น้อยครับ เรื่องต้องย้อนเยอะหน่อยคือสินค้าไอทีทั้งหลายทั้งปวงนี่มีส่วนประกอบที่เป็น "แร่ธาตุ" อย่าง tungsten, cassiterite, wolframite, coltan หรือทอง ซึ่งปัจจุบันหายากและมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ และจุดมีแร่เหล่านี้ก็มักเป็นภูมิภาคที่ยังไม่ค่อยพัฒนาทางเศรษฐกิจมากอย่างแอฟริกากลาง

เมื่อการขุดแร่เหล่านี้มาขายกลายเป็นแหล่งรายได้มหาศาล สิ่งที่ตามมาคือสงครามและความขัดแย้งในพื้นที่เหล่านั้นจนมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก (เรียกว่า conflict mineral, ลักษณะเดียวกันกับ blood diamond) ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเสียงเรียกร้องให้อุตสาหกรรมไอทีพยายามแก้ปัญหาเหล่านี้

อินเทลในฐานะผู้นำด้านการผลิตชิปจึงประกาศว่า ตอนนี้บริษัทปรับกระบวนการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่หมดแล้ว โดยจะไม่ใช้แร่ธาตุจากภูมิภาคที่มีความขัดแย้งเรื่องนี้ โดยซีอีโอ Brian Krzanich บอกว่ากระบวนการนี้ไม่ง่าย และบริษัทพยายามทำเรื่องนี้มา 4 ปี ตอนนี้สามารถตรวจสอบได้หมดว่าแร่ธาตุที่ใช้มาจากเหมืองแห่งใดบ้าง

ที่มา - Ars Technica

Tags:

อินเทลเริ่มบุกตลาด perceptual computing หรือรูปแบบการสั่งงาน-ควบคุมคอมพิวเตอร์ด้วยวิธีการใหม่ๆ เช่น การดักจับความเคลื่อนไหวของมือและใบหน้า การสั่งงานด้วยเสียง (แนวเดียวกับ Kinect) มาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว (ข่าวเก่าปี 2012)

วันนี้ที่งาน CES 2014 อินเทลก็ได้ฤกษ์เปิดตัวแพลตฟอร์มด้าน perceptual computing ของตัวเองอย่างเป็นทางการในชื่อแบรนด์ Intel RealSense

Tags:
McAfee

แบรนด์ซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย McAfee ที่เราคุ้นเคยกันมานาน มีวันต้องลาจากแล้วครับ เมื่ออินเทลที่ซื้อ McAfee มาตั้งแต่ปี 2010 ประกาศเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยทั้งหมดของตัวเองเป็น Intel Security

ผลิตภัณฑ์ใต้แบรนด์ McAfee เดิมจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแบรนด์ Intel Security ในอนาคต (แต่ "โล่แดง" ของ McAfee จะยังอยู่ในโลโก้ของ Intel Security อยู่) ในโอกาสเดียวกัน อินเทลยังประกาศว่าจะเปลี่ยนซอฟต์แวร์บนมือถือของ McAfee บางตัวที่เคยขายมาเป็นการแจกฟรีแทน ซึ่งอินเทลจะประกาศรายละเอียดต่อไปในอนาคต