Tags:
Node Thumbnail

เว็บไซต์ iTnews ได้รับรายงานจากผู้ให้บริการสายเคเบิ้ลว่าตอนนี้ SEA-ME-WE 3 ไม่สามารถใช้งานได้และไม่รู้ว่าจะซ่อมให้กลับมาใช้งานได้เมื่อไหร่ โดยพบว่าปัญหาอยู่ระหว่างตัวทวนสัญญาณ (Repeater) ที่ 345 และ 346

อย่างไรก็ตาม ทาง Optus กับ Telstra ผู้ให้บริการเครือข่ายในออสเตรเลียได้ย้ายไปใช้อีกสายสัญญาณแทนแล้ว จึงเกิดความหน่วง (Latency) ตามมา โดยสายสัญญาณที่ย้ายไปเป็นสายสัญญาณเชื่อมต่อจากฝั่งตะวันตกเชื่อมสู่สิงคโปร์ (east-coast-to-Singapore links) หรือเป็นเคเบิ้ลอีกสองเส้นที่เชื่อมออสเตรเลียสู่สิงคโปร์ (Perth-to-Singapore) แทน

Tags:
Node Thumbnail

กูเกิลประกาศลงทุนในโครงการเคเบิลใต้น้ำเรียกชื่อว่า Equiano ซึ่งเชื่อมต่อทวีปแอฟริกากับยุโรปเข้าด้วยกัน โดยเส้นทางจะเริ่มต้นที่ยุโรปตะวันตกจากโปรตุเกส มาตามแนวฝั่งตะวันตกของแอฟริกา เชื่อมต่อส่วนแรกที่ไนจีเรีย และสิ้นสุดที่แอฟริกาใต้

โครงการนี้มี Alcatel Submarine Networks เป็นผู้วางเคเบิลใต้น้ำ และนับเป็นโครงการเคเบิลใต้น้ำลำดับที่ 3 ของกูเกิลที่ลงทุนเองทั้งหมด ต่อจาก Curie และ Dunant แต่ถ้านับโครงการที่ร่วมลงทุนด้วย ก็จะเป็นโครงการลำดับที่ 14

โครงการ Equiano เฟสแรกเชื่อมต่อโปรตุเกสกับไนจีเรีย คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2021

Tags:
Node Thumbnail

CAT Telecom ได้ลงนามในเอกสารหลักการเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเคเบิ้ลใต้น้ำไทย-ฮ่องกง กับบริษัท ไชน่า อาวิเอชั่น คลาวด์ (CAC) เทเลคอม โดยคาดว่าเคเบิ้ลใต้น้ำเส้นนี้จะเปิดใช้ในเชิงพาณิชย์ช่วงปลายปี 2563

ความโดดเด่นของโครงการนี้ คือมีแบนด์วิธถึง 153.6 Tbps ใช้สายใยแก้วนำแสง 8 คู่ เคเบิ้ลใต้น้ำถูกออกแบบมาให้มีความยาวลดลงจากที่มีอยู่ 13% ช่วยลด latency ระหว่างกรุงเทพฮ่องกงลงได้ราว 5 มิลลิวินาที รวมถึงมีการจัดตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์กับประเทศที่มีสถานีจุดขึ้นบก ซึ่งจะช่วยให้สามารถขยายขอบเขตของพื้นที่ให้บริการได้มากขึ้น

Tags:
Node Thumbnail

Google ประกาศโครงการวางสายเคเบิลใต้มหาสมุทรแอตแลนติกจากหาด Virginia ของสหรัฐไปยังชายฝั่งแอตแลนติกของประเทศฝรั่งเศส สำหรับการใช้งานและเชื่อมต่อ Google Cloud Platform ระหว่างสหรัฐและยุโรปที่ Google ลงทุนเองใช้เอง

โครงการนี้ Google ตั้งชื่อว่า Dunant ตาม Henri Dunant (อ็องรี ดูนังต์) ผู้ก่อตั้งคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศและผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพคนแรก หลังก่อนหน้านี้มีการใช้ชื่อ Curie ตามชื่อนักวิทยาศาสตร์ Marie Curie ในเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมระหว่างลอสแองเจลิสกับชิลี พร้อมระบุว่าจะตั้งชื่อเคเบิลใต้น้ำที่ใช้งานเองในลักษณะนี้ตามตัวอักษรต่อไปด้วย

Tags:
Node Thumbnail

กูเกิลประกาศลงทุนในโครงการเคเบิลใต้น้ำ Japan-Guam-Australia (JGA) Cable System ที่ลากสายเคเบิลจากญี่ปุ่น ผ่านเกาะกวม ลงมายังซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ความยาว 9,500 กิโลเมตร

เคเบิลเส้น JGA มีความสำคัญต่อแผนการของกูเกิลในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะมันจะเชื่อมต่อกับสายเคเบิลอื่นๆ ที่กูเกิลเคยลงทุนไว้ก่อนหน้าจนครบเป็นวงกลมพอดี (ดูภาพประกอบ) โดยกูเกิลเรียกมันว่า Southeast Asia - Australia Constellation

Tags:
Node Thumbnail

Google ประกาศเตรียมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์เพิ่มเติม โดยจะสร้างศูนย์ข้อมูลเพิ่มอีกใน 5 ประเทศ และสร้างเคเบิลใต้น้ำเพิ่มเติม 3 สาย

สำหรับประเทศที่จะเข้าไปตั้งศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติม 5 ประเทศ จะมีสองพื้นที่คือเนเธอร์แลนด์และเมือง Montreal ประเทศแคนาดาที่จะเปิดในไตรมาสแรกของปี 2018 ตามมาด้วยลอสแอนเจลิส, ฟินแลนด์ และฮ่องกง

ส่วนเคเบิลใต้น้ำนั้น จะมีสามสายที่ Google มีส่วนร่วมในการสร้างมาก คือ Curie, Havfrue และ Hong Kong-Guam Cable

Tags:
Node Thumbnail

SoftBank, Facebook, Amazon และบริษัทโทรคมนาคม NTT Communications, PLDT, PCCW Global ร่วมมือกันสร้างสายเคเบิลใต้ทะเล ภายใต้ชื่อโครงการ Jupiter เชื่อมสายจากสหรัฐฯ ไปยังพื้นที่ทวีปเอเชีย สามารถส่งข้อมูลได้ 60 เทระบิตต่อวินาที กินพื้นที่ใต้มหาสมุทรแปซิฟิกระยะทาง 8,700 ไมล์ เริ่มต้นจากหาด Hermosa ในลอสแองเจลิส ไปยังญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์

SoftBank ระบุว่าที่ต้องลงทุนสายเคเบิลเพราะตลาดอุปกรณ์ Internet of Things โตสูง งานวิจัยจาก Gartner เผยว่าจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ IoT จะมี 8 พันล้านชิ้นในปีนี้ และจะมากกว่า 2 หมื่นล้านในปี 2020 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่การสร้างสายเคเบิลในชื่อโครงการ Jupiter จะสมบูรณ์พอดี

Tags:
Node Thumbnail

กูเกิลประกาศร่วมลงทุนในโครงการเคเบิลใต้น้ำ INDIGO เพื่อขยายลิงก์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับออสเตรเลีย

INDIGO เป็นการวางสายเคเบิลจากสิงคโปร์ไปยังจาการ์ตา แล้วต่อไปยังเมืองเพิร์ธและซิดนีย์ของออสเตรเลีย ความยาวรวม 9,000 กิโลเมตร แบนด์วิดท์ 18 Tbps และรองรับการขยายเพิ่มเติมในอนาคต

กูเกิลระบุว่าเคเบิลเส้นนี้จะช่วยตอบโจทย์ลูกค้า Google Cloud ในเอเชียได้มากขึ้น จากแผนภาพที่สองจะเห็นการเชื่อมโยงเครือข่ายเคเบิลที่กูเกิลมีส่วนเกี่ยวข้อง ว่า INDIGO จะช่วยเชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับออสเตรเลียให้ใกล้ชิดกัน จากเดิมที่ทราฟฟิกต้องอ้อมไปทางเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือก่อน

Tags:
Node Thumbnail

สายเคเบิลใต้น้ำ Asia Pacific Gateway (APG) เป็นโครงการความร่วมมือตั้งแต่ปี 2009 ที่จะวางเคเบิลเชื่อมต่อเอเชียแปซิฟิก จากญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน, ไต้หวัน, ฮ่องกง, เวียดนาม, ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ ตอนนี้เคเบิลเส้นนี้ก็เปิดใช้งานแล้ว แม้จะช้ากว่ากำหนดเดิมไปสองปี

เคเบิลมีระยะทางรวม 10,400 กิโลเมตร แบนวิดท์ในสายไฟเบอร์เป็น 100Gbps ปลายทางที่ญี่ปุ่นนั้นจะเชื่อมไปยังสาย Pacific Crossing-1 (PC-1) เพื่อข้ามไปสหรัฐฯ สำหรับไทยจะมีจุดขึ้นฝั่งที่สงขลา

สายเคเบิลเส้นนี้ CAT Telecom ได้ไปร่วมลงทุนไว้ด้วย นอกจากนี้เฟซบุ๊กก็เป็นผู้ลงทุนเช่นกัน

Tags:
Node Thumbnail

ประกาศโครงการไปเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2014 ล่าสุด Faster โครงการวางสายเคเบิลข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ถูกติดตั้งเสร็จสิ้นและจะเริ่มใช้งานในวันนี้ (30 มิถุนายน 59)

เคเบิล Faster มีความยาวทั้งหมดกว่า 9,000 กิโลเมตร เชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตจากชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอย่าง Los Angeles, ย่าน Bay Area, Portland และ Seattle เข้ากับจังหวัดชิบะและจังหวัดมิเอะของญี่ปุ่น ด้วยความเร็วกว่า 60 Tbps โดยใช้สายเคเบิลใยแก้ว 6 คู่

โครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่าง Google, Singtel, Global Transit, KDDI, China Mobile International และ China Telecom Global โดยมีบริษัท NEC เป็นผู้ติดตั้งและดำเนินงาน

Tags:
Node Thumbnail

ช่วงนี้อินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อไปยังต่างประเทศในภูมิภาคช้าลง เนื่องจากเคเบิลใต้น้ำ AAG ขาดตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนนี่ผ่านมา ล่าสุดสื่อเวียดนามรายงานว่าการซ่อมแซมสายเคเบิลใต้น้ำนี้น่าจะเสร็จสิ้นได้ภายในวันที่ 6 ตุลาคมที่จะถึงนี้

Tags:
Node Thumbnail

เมื่อเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆ ของคืนวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมามีรายงานว่าสายเคเบิลใต้น้ำ AAG ที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกง ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านเกาะกวมและฮาวายชำรุดเสียหายบริเวณส่วนเชื่อมต่อระหว่างฮ่องกงมาทางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ

เคเบิลดังกล่าวมีความจุที่ออกแบบไว้สูงถึง 2.88 Tbps และมีการใช้งานอยู่ค่อนข้างมาก การชำรุดครั้งนี้ส่งผลให้อินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช้าลงมากในหลายๆ ประเทศรวมถึงไทยด้วย ผู้ใช้หลายๆ รายในไทยก็พบว่าค่า latency เพิ่มสูงขึ้นและมีความเร็วลดลงจริง

สายเคเบิลใต้น้ำเส้นนี้เคยมีประวัติชำรุดเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงนั้นใช้เวลาซ่อมแซมถึง 2 สัปดาห์ครับ

Tags:
Node Thumbnail

ใครบ้างจะคิดว่าบางทีปัญหาอินเทอร์เน็ตอาจเกิดจากฝีมือของเจ้าสมุทรอย่างปลาฉลามที่มางับสายเคเบิลใต้น้ำ ตอนนี้ Google ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ว่าพวกเขาเจอปัญหาอะไรบ้างและกำลังหาทางรับมืออย่างไร

Google เปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้ในงาน Google Cloud Roadshow ที่มีขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าบริษัทเป็นเจ้าของสายเคเบิลใต้มหาสมุทรที่เชื่อมโยงสัญญาณอินเทอร์เน็ตระหว่างทวีปต่างๆ ทั่วโลก เป็นความยาวรวมกันกว่า 100,000 ไมล์ ซึ่งปัญหาหนึ่งที่เกิดกับสายเคเบิลเหล่านี้ คือมันถูกทำให้เสียหายโดยปลาฉลามที่มาลองกัดสาย (อาจจะด้วยเข้าใจผิดว่าเป็นเหยื่อ หรือไม่ก็เพียงทดสอบว่าสิ่งที่มันเห็นคืออะไร)

Tags:
Node Thumbnail

Google ประกาศข่าวการร่วมลงทุนในงานติดตั้งสายเคเบิลซึ่งจะพาดผ่านท้องพื้นมหาสมุทรแปซิฟิก เชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตระหว่างทวีปอเมริกาเหนือและเอเชียเข้าด้วยกัน

โครงการติดตั้งสายเคเบิลใต้น้ำนี้มีชื่อว่า Faster ใช้เงินลงทุนกว่า 300 ล้านดอลลาร์ โดยนอกจาก Google แล้ว ยังมีอีก 5 บริษัทที่ร่วมลงทุนในโครงการนี้ ได้แก่ China Mobile, China Telecom, KDDI, SingTel และ Global Transit

Tags:
Node Thumbnail

บริษัท หัวเหว่ย มารีน เน็ตเวิร์คส์ (Huawei Marine Networks) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท หัวเหว่ย เทคโนโลยี กับบริษัท โกลบอล มารีน ซิสเต็มส์ ภายใต้ความตกลงที่มีการลงนามกันเมื่อ 11 ธันวาคม 2551 เปิดดำเนินการแล้วเมื่อเร็วๆนี้ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เทศบาลนครเทียนจิน (Tianjin)

บริษัทจะจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา และมีฐานการผลิตอยู่ที่ปักกิ่ง, เซินเจิ้น และสหราชอาณาจักร

แหล่งข่าวจากหัวเหว่ยเปิดเผยว่า เหตุผลที่มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งนี้เนื่องจากตลาดเคเบิลใต้น้ำกำลังขยายตัวและเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต ซึ่งบริษัทคาดว่ามูลค่าตลาดจะอยู่ที่ประมาณกว่า 2 พันล้านเหรียญ หรือราว 70 พันล้านบาท ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า

Tags:

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2551 เคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศจำนวน 3 เส้นในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนขาด ทำให้การติดต่อสื่อสารและบริการอินเทอร์เน็ตในอียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย อินเดีย และประเทศต่างๆในบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเหตุเสียดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงระหว่างตูนีเซียกับอิตาลี