Tags:
Node Thumbnail

Guy Rosen ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Facebook เขียนบล็อกเรื่อง AI กับการจัดการเนื้อหาไม่ดี ระบุว่าใช้ AI เข้ามามีบทบาทมากในการจัดการสแปม hate speech บัญชีปลอม คนฆ่าตัวตาย อยู่แล้ว พร้อมกับชี้ว่า ความสามารถ AI ยังอีกห่างไกลที่จะจัดการเนื้อหาไม่ดีในทุกรูปแบบอย่างรวดเร็ว

Rosen กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้คนมักจะสงสัยว่าทำไมถึงไม่ทำเทคโนโลยีนี้ให้ก้าวหน้ารวดเร็วกว่านี้ นั่นเปนเพราะ AI ยังมีข้อจำกัดเรื่องการเข้าใจภาษาเกลียดชัง และบริบทที่ใช้ การจัดการจึงยังต้องใช้คนอยู่ นอกจากนี้ AI ยังต้องการการฝึกเทรนนิ่งอีกเยอะมาก เพื่อจะเข้าใจรูปแบบพฤติกรรม และความหมายที่ส่งออกมา ในขณะที่ตอนนี้ Facebook ยังขาดการฝึก AI ในหลายภาษา มีเพียงภาษาอังกฤษเนื่องจากเป็นชุดข้อมูลใหญ่ที่ Facebook มี

Rosen บอกว่าตอนนี้ Facebook กำลังลงทุนในด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความแม่นยำในภาษาใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่น Facebook AI Research (FAIR) ทำให้บางคนเห็นโพสต์และมีคำถามที่ Facebook แนบมาด้วยว่าเนื้อหาในโพสต์นี้เป็น hate speech หรือไม่ ซึ่งการที่ผู้ใช้ให้ความร่วมมือตอบคำถาม Facebook จะช่วยได้

Tags:
Node Thumbnail

องค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็นได้เตือนว่า ตอนนี้แพลตฟอร์ม Facebook ได้เป็นตัวเร่งในการกระจาย hate speech และแนวคิดด้านความรุนแรงเกี่ยวกับชาติพันธุ์ในเมียนมาร์ เนื่องจากตัวแพลตฟอร์มมีบทบาทสำคัญต่อประชาชนในเมียนมาร์อย่างมาก โดยปัจจุบัน Facebook ถูกกลุ่มนักศาสนาพุทธที่มีแนวคิดชาตินิยมรุนแรงใช้ในการปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง และความเกลียดชังชาวโรฮิงญารวมถึงชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ

Marzuki Darusman ประธานฝ่ายที่ดูแลเรื่องเมียนมาร์โดยเฉพาะกล่าวว่า ปัจจุบันโซเชียลมีเดียนั้นได้มีบทบาทสำคัญมากในเมียนมาร์ โดยมีส่วนทั้งในความรุนแรงและความขัดแย้ง ซึ่งในกรณีของเมียนมาร์นั้นโซเชียลมีเดียคือ Facebook

Tags:
Node Thumbnail

Sadiq Khan นายกเทศมนตรีลอนดอน ขึ้นพูดคีย์โน้ตในงานเทศกาล SXSW (South by Southwest) เขาระบุว่า ถ้าโซเชียลยังไม่สามารถแก้ปัญหาสังคมเป็นพิษ ไม่ว่าจะเป็นข่าวปลอม, การกลั่นแกล้งคุกคามออนไลน์, คำพูดเกลียดชัง, เนื้อหาล่วงละเมิดผู้อื่นได้ บริษัทโซเชียลอาจต้องเจอกับสถานการณ์ที่ถูกควบคุมโดยรัฐบาล (อย่างที่เคยเกิดขึ้นตอนโซเชียลถูกสอบสวนเรื่องข่าวปลอมรัสเซีย)

Khan บอกว่า Facebook, Twitter และ YouTube ยังแก้ปัญหาได้ไม่มากพอ เมื่อเทียบกับความสามารถต่างๆ ที่แต่ละบริษัทมี เขาชื่นชมแนวคิดของโซเชียลมีเดียที่สามารถเชื่อมต่อผู้คนเข้าหากัน ให้ผู้คนที่มีความชอบคล้ายกันได้มาเจอกัน แต่พวกเขาต้องไม่ลืมว่า โซเชียลมีเดียก็สามารถถูกนำมาใช้สร้างความแตกแยกได้เช่นกัน

Khan ระบุเพิ่มเติมว่าหากโซเชียลมีเดียยังไม่แก้ปัญหาอย่างจริงจังก็จะเจอกับการดำเนินการทางกฎหมาย โดย Khan ระบุถึงกฎหมายเยอรมนี [ปรับโซเชียลมีเดียที่ไม่ลบ Hate Speech สูงสุด 50 ล้านยูโร (https://www.blognone.com/node/93660) ซึ่งเขาหวังว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากเขาเชื่อว่ากฎหมายประเภทนี้กระทบสิทธิเสรีภาพในการพูด