The Walt Disney Company

Tags:
Node Thumbnail

Disney+ ประกาศความสำเร็จหลังเปิดตัวในอินเดีย และ 8 ประเทศในยุโรปคือ สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สเปน, ออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ มาได้ 3 สัปดาห์ พบว่ามียอดผู้ใช้งานเกิน 50 ล้านรายแล้ว

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Disney+ ประกาศว่าในไตรมาสแรกของปี ได้ยอดผู้ใช้งานมา 26.5 ล้านราย และในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ มียอดผู้ใช้งาน 28.6 ล้านราย เท่ากับว่าการเปิดตัวในตลาดใหม่ช่วยดันยอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

Tags:
Node Thumbnail

Disney นำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ช่วงปลายปี 2019 สองเรื่องคือ Frozen 2 และ Star Wars: The Rise of Skywalker มาฉายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลเร็วกว่ากำหนดเดิม

Frozen 2 เริ่มมาขาย/ให้เช่าบนแพลตฟอร์มดูหนังออนไลน์อย่าง Apple TV, Google Play, Amazon มาได้สักพักแล้ว ล่าสุดเปิดให้ชมฟรีบน Disney+ บริการสตรีมมิ่งของ Disney เอง เร็วกว่ากำหนดเดิมถึง 3 เดือน (กำหนดเดิมคือ 26 มิถุนายน)

ส่วน Star Wars: The Rise of Skywalker ก็นำมาขายบน Apple TV, Google Play, Amazon แล้วเช่นกัน เร็วกว่ากำหนดเดิม 17 มีนาคมเล็กน้อย

Disney อธิบายเหตุผลที่ดัน Frozen 2 มาฉายเร็วกว่ากำหนดว่า ต้องการให้ครอบครัวมีความสุขในช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างตอนนี้

Tags:
Topics: 
Node Thumbnail

ดิสนีย์ประกาศการเปลี่ยนของตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง โดย Bob Chapek ประธานฝ่าย Disney Parks, Experiences and Products (คนขวาในภาพ) จะขึ้นเป็นซีอีโอคนใหม่ลำดับที่ 7 ของบริษัท มีผลทันที ส่วนซีอีโอเดิม Bob Iger จะรับตำแหน่งประธานฝ่ายบริหาร ดูแลเฉพาะงานด้านความคิดสร้างสรรค์อย่างเดียว ซึ่งเขาจะรับตำแหน่งนี้ในช่วงส่งต่องานจนถึงสิ้นปี 2021

Iger ประกาศเตรียมลาออกจากตำแหน่งมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเขาบอกว่าหลังเปิดตัวบริการ Disney+ และควบรวมกิจการกับ 21st Century Fox สำเร็จ ก็เป็นเวลาที่เหมาะสมในการส่งต่อตำแหน่งซีอีโอ

Tags:
Node Thumbnail

ดิสนีย์เปิดเผยจำนวนผู้ใช้งานบริการสตรีมมิ่ง Disney+ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในการรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส หลังเริ่มให้บริการเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีผู้สมัครใช้งาน 26.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากวันแรกที่มีผู้สมัครใช้งาน 10 ล้านคน

ซีอีโอ Bob Iger บอกว่า 20% ของผู้สมัครใช้งาน เป็นการสมัครทดลองใช้งานฟรี 12 เดือน ของลูกค้า Verizon ขณะที่ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นการสมัครใช้งานผ่านเว็บไซต์ของ Disney+ โดยตรง

ตัวเลขนี้มากหรือน้อยอาจเทียบได้กับบริการสตรีมมิ่งตัวอื่นของดิสนีย์เช่นกัน โดย ESPN+ มีผู้สมัครใช้งาน 6.6 ล้านคน ส่วน Hulu มี 30.4 ล้านคน

Tags:
Node Thumbnail

บริการสตรีมมิ่ง Disney+ ประกาศบุกยุโรปอย่างเป็นทางการ โดยประเทศชุดแรกคือ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ เริ่มวันที่ 24 มีนาคมนี้ ค่าบริการรายเดือน 5.99 ปอนด์ หรือ 6.99 ยูโร

การเปิดบริการในยุโรปตะวันตกมาเร็วกว่ากำหนดเดิม 1 สัปดาห์ และมีจำนวนประเทศมากกว่าที่ประกาศไว้ตอนแรก

ดิสนีย์ยังประกาศว่าจะขยายจำนวนประเทศอีกครั้งช่วงกลางปี 2020 โดยครอบคลุมเบลเยียม โปรตุเกส และประเทศกลุ่มนอร์ดิกด้วย

Tags:
Node Thumbnail

เว็บไซต์ Hollywood Reporter รวบรวมความเห็นจากคนในวงการหนังที่คลุกคลีกับฮอลลีวูดมานาน รวมทั้งนักลงทุน ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ รวมกว่า 40 ราย ในการคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2020 มีการคาดการณ์อนาคตสตรีมมิ่งด้วย โดยในข่าวนี้จะคัดเฉพาะที่น่าสนใจและเกี่ยวกับอนาคตวงการสตรีมมิ่งที่การแข่งขันจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2020 ที่จะถึงนี้

Tags:
Node Thumbnail

Amazon ร่วมมือกับ Disney เพื่อเปิดตัว Echo Wall Clock ใหม่ที่เป็นลายมิกกี้เมาส์ ซึ่งเป็นระบบเสริมกับผู้ช่วยอัจฉริยะ Alexa

ตัวนาฬิาก Echo Wall Clock ไม่มีลำโพงหรือไมโครโฟนในตัว แต่จะใช้ไฟแอลอีดีเพื่อระบุเวลาที่ผู้ใช้ตั้งผ่านอุปกรณ์ Alexa ชิ้นอื่น ๆ ตัวนาฬิกาสามารถติดตามนาฬิกาปลุก, การเตือนความจำ หรือการแจ้งเตือนได้ ส่วนการบอกเวลาจะใช้แขนมิกกี้เมาส์ชี้ไปรอบ ๆ นาฬิกา

Echo Wall Clock ใช้ถ่าน AA สี่ก้อนในการทำงาน โดยราคาอยู่ที่ 49.99 ดอลลาร์ หรือราว 1,500 บาท แพงกว่า Echo Wall Clock รุ่นธรรมดาที่ขายราคา 29.99 ดอลลาร์ แต่ก็ยังถูกกว่า Citizen ที่ราคา 79.99-89.99 ดอลลาร์

Tags:
Node Thumbnail

บริการสตรีมมิ่ง Disney+ เริ่มให้บริการในอเมริกาและอีกไม่กี่ประเทศไปแล้ว (อ่านรีวิว) โดยเตรียมขยายจำนวนประเทศที่ให้บริการเพิ่มเติมในวันที่ 31 มีนาคม ปีหน้า อย่างไรก็ตามคำถามที่หลายคนอยากทราบก็คือแล้วเมืองไทยจะมาเมื่อใด?

เว็บไซต์ TechCrunch อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง 2 ราย ระบุตรงกันว่าแผนเปิดตัว Disney+ ในต่างประเทศเพิ่มเติมนั้นวางไว้เป็น อินเดีย กับบางประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเริ่มให้บริการได้เร็วที่สุดในช่วงครึ่งหลังปี 2020 หรือปีหน้า

Tags:
Node Thumbnail

วันนี้เป็นวันแรกที่ Disney+ ให้บริการอย่างเป็นทางการวันแรกในสหรัฐและแคนาดา ผมอาศัยอยู่ในสหรัฐและทดลองใช้บริการไปบ้างแล้ว เลยนำมาฝากเล็กเป็นมินิรีวิวนี้

หน้าตาการใช้งาน

หน้าโฮมหน้าแรก จะคล้าย Netflix ตรงนี้เป็นแบนเนอร์ใหญ่โปรโมทคอนเทนท์ออนิจินัลที่เป็นเรือธงของ Disney+ แตกต่างตรงเพียงว่าเป็นภาพนิ่ง ไม่ใช่วิดีโอตัวอย่าง ตามมาแถบสตูดิโอของ Disney ให้ผู้ชมเลือกหมวดหมู่ได้ว่าจะค้นหาภาพยนตร์หรือซีรีส์จากค่ายไหน

Tags:
Topics: 
Node Thumbnail

ถึงแม้ Disney+ จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ 12 พฤศจิกายนนี้ แต่มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ได้ใช้ในวันนั้น (สหรัฐ, แคนาดา, เนเธอร์แลนด์) และอีกอาทิตย์ต่อมาที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ประเทศนอกเหนือจากนี้ยังไม่มีกำหนดการออกมา

แต่ล่าสุดทางดิสนีย์ได้ออกมาประกาศว่าบริการ Disney+ จะเปิดให้บริการในอังกฤษ, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน (และจะประกาศเพิ่มเติมเร็วๆนี้) ในวันที่ 31 มีนาคม 2020 และคอนเทนต์อาจจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศที่ให้บริการ

Tags:
Node Thumbnail

Google เปิดตัวลำโพงอัจฉริยะขนาดเล็ก Nest Mini ไปเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ล่าสุดเผยฟีเจอร์น่าสนใจคือ เจ้า Nest Mini สามารถเล่านิทานจาก Frozen 2 ที่ตัวหนังกำลังจะเข้าโรงได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ

ผู้ใช้เรียกใช้งานด้วยการพูด Hey Google, tell me a Frozen story สามารถเลือกคาแรกเตอร์เสียงที่จะให้กูเกิลเล่าให้ฟังได้ นิทานเสียงจาก Nest Mini ยังมีเสียงเอฟเฟกต์เพิ่มความรู้สึกสมจริงระหว่างฟังนิทาน

กูเกิลระบุว่านอกจากนิทาน Frozen 2 จะมีเรื่องอื่นๆ ตามมาอีกในอนาคต

Tags:
Topics: 
Node Thumbnail

Bob Iger ซีอีโอดิสนีย์ให้สัมภาษณ์ NYT เป็นบทสัมภาษณ์ขนาดยาว หนึ่งในประเด็นพูดคุยที่น่าสนใจคือ ในปี 2017 ดิสนีย์เกือบจะเข้าซื้อทวิตเตอร์แล้ว แต่ตัวทวิตเตอร์เองมีความเสี่ยงสูงเกินไป

Iger บอกว่า ตัวแบรนด์ยังมีปัญหาและมีผลกระทบกับสังคมสูง เขาเล่าว่า เขาใช้ทวิตเตอร์เพื่อตามประเด็นที่อยากตามประมาณ 15-20 หัวข้อ แต่เมื่อดูการแจ้งเตือนของตัวเองแล้วก็รู้สึกว่า ทำไมฉันต้องทนกับสิ่งนี้ เขาเข้าใจว่าโซเชียลมีเดียมีทั้งด้านดีและไม่ดี ซึ่งเขาบอกว่าเขาไม่ต้องการรับเข้ามาในตอนนั้น

Tags:
Node Thumbnail

Bob Iger ซีอีโอดิสนีย์เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในหนังสืออัตชีวประวัติของเขาที่เตรียมวางจำหน่ายกับ Vanity Fair ตอนหนึ่งพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ Steve Jobs ผู้ก่อตั้งและอดีตซีอีโอแอปเปิล

Iger เข้ามาเป็นซีอีโอดิสนีย์ ในช่วงเวลาที่ Pixar บริษัทแอนิเมชั่นของ Jobs มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับดิสนีย์ แต่เขาก็ได้เสนอทำดีลซื้อกิจการ Pixar ซึ่งทำให้ Jobs มาเป็นบอร์ดบริหารและหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของดิสนีย์ ซึ่งจากจุดนั้นทำให้ความสัมพันธ์ของสองผู้บริหารดีขึ้นและสนิทกันมาก

Tags:
Node Thumbnail

Disney ประกาศจับมือกับไมโครซอฟท์ในการนำกระบวนการผลิตหนังหลาย ๆ ขั้นตอน ทั้งในกระบวนการ Production และ Postproduction อย่างการตัดต่อ ลงเสียง เรนเดอร์ ฯลฯ ขึ้นไปบนคลาวด์ Azure โดยความร่วมมือนี้มีระยะเวลา 5 ปี

ความร่วมมือนี้ถูกผลักดันโดย StudioLAB ที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านการสร้างหนังของ Disney มีเป้าหมายคือย้ายกระบวนการสร้างหนังทั้งหมดขึ้นไปไว้บนคลาวด์ (from scene to screen) โดยช่วงแรก ๆ จะเน้นไปที่การย้ายกระบวนการตัดต่อขึ้นไปบนคลาวด์ก่อน โดยอาศัยเครื่องมือจาก Avid ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับไมโครซอฟท์อยู่แล้ว

ที่มา - Microsoft

Tags:
Node Thumbnail

แอปเปิลกับดิสนีย์ถือเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์อันดีมายาวนาน นับตั้งแต่ดิสนีย์เริ่มเป็นผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ของ Pixar ที่ก่อตั้งโดยสตีฟ จ็อบส์ (และภายหลังดิสนีย์ซื้อ Pixar ทำให้จ็อบส์กลายเป็นผู้ถือหุ้นของดิสนีย์ด้วย) ในทางกลับกัน Bob Iger ซีอีโอของดิสนีย์ก็ได้รับคำเชิญจากแอปเปิลมาเป็นบอร์ดบริหารตั้งแต่ปี 2011

แต่เมื่อทั้งสองบริษัทเริ่มกลายมาเป็นคู่แข่งกันในสงครามวิดีโอสตรีมมิ่ง เพราะ Disney+ และ Apple TV+ อยู่ในสนามเดียวกัน ก็มีเสียงเรียกร้องให้ Iger ลาออกจากการเป็นบอร์ดของแอปเปิลตามมารยาท ซึ่งก่อนหน้านี้ Iger ก็ระบุว่าเขาต้องออกจากห้องประชุมบอร์ด หากบอร์ดมีวาระที่เกี่ยวข้องกับสตรีมมิ่ง

Tags:
Node Thumbnail

แอปเปิลแจ้งว่า Bob Iger ซีอีโอดิสนีย์ ได้ลาออกจากตำแหน่งบอร์ดบริหารของแอปเปิลแล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งแอปเปิลได้เปิดตัวรายละเอียดของบริการสตรีมมิ่ง Apple TV+ ในงานอีเวนต์เปิดตัว iPhone รุ่นล่าสุด บริการดังกล่าวจึงถูกมองว่าเป็นคู่แข่งกับบริการสตรีมมิ่ง Disney+ ของดิสนีย์

กรณีการลาออกของ Iger ก็คล้ายกับ Eric Schimdt ที่ลาออกจากบอร์ดแอปเปิล เมื่อกูเกิลเปิดตัว Chrome OS และ Android

Tags:
Topics: 
Node Thumbnail

เกมคลาสสิคยุค 16 บิตจากภาพยนตร์การ์ตูนของ Disney คือ Aladdin และ The Lion King ถูกนำมารีมาสเตอร์ลงแพลตฟอร์มเกมยุคใหม่แล้ว

เกม Aladdin เคยออกทั้งเวอร์ชัน Mega Drive และ Game Boy ซึ่งในการรีมาสเตอร์ครั้งนี้ มีให้เล่นทั้ง 2 เวอร์ชัน ส่วนเกม The Lion King ยังเพิ่มเวอร์ชัน Super Famicom (SFC) มาให้อีกหนึ่งด้วย

เกมถูกอัพเกรดกราฟิกเป็น HD แต่ก็ยังมีกราฟิกเวอร์ชันดั้งเดิมให้เลือกเล่น พร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างการเลือกเล่นส่วนไหนของเกมก็ได้ และการ rewind ย้อนกลับการกระทำของเราที่อาจพลาดไปในฉากนั้น

เกมเวอร์ชันรีมาสเตอร์ใช้ชื่อว่า Disney Classic Games: Aladdin and The Lion King จะลงทั้ง PS4, Xbox One, Switch, PC ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ราคาแบบแผ่นชุดละ 29.99 ดอลลาร์

Tags:
Node Thumbnail

บริการสตรีมมิ่ง Disney+ ยังคงเรียกความสนใจต่อเนื่อง ถ้าไม่นับจุดเด่นเรื่องคอนเทนต์ในสังกัด ราคาของ Disney+ ก็ถือว่าดึงดูด เพราะตั้งราคา 6.99 ดอลลาร์ต่อเดือน ถูกกว่า Netflix เกือบครึ่ง, ราคานี้ได้ 4K เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีกแบบ Netflix และยังมีราคาแบบบันเดิลรวม ESPN+ และ Hulu ที่ 12.99 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับคนที่ต้องการดูคอนเทนต์เยอะขึ้นด้วย

ล่าสุด Disney+ ยังทำราคาถูกเป็นพิเศษในช่วงเปิดตัว โดยลดราคาลงไปอีก 33% หากสมัครสมาชิกแบบยาว 3 ปี หารเฉลี่ยออกมาแล้วเหลือเพียง 3.92 ดอลลาร์ต่อเดือน (120 บาท) เท่านั้น

Tags:
Node Thumbnail

มีรายละเอียดเพิ่มเติมจากสตรีมมิ่ง Disney+ ที่ใกล้จะเปิดตัวเต็มที ว่าในราคา 12.99 ดอลลาร์นี้ รวมบริการ Hulu และ ESPN แล้ว เท่ากับว่าได้ดูคอนเทนต์สามเจ้าในราคาที่ถูกกว่า Netflix

Tags:
Node Thumbnail

นินเทนโดประเทศญี่ปุ่นเปิดตัวคอนโซล Nintendo Switch รุ่นพิเศษ ต้อนรับการมาของเกมซีรี่ส์ Disney Tsum-Tsum ภาคใหม่ในชื่อ Tsum-Tsum Festival ซึ่งมีกำหนดวางขาย 10 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยตัวเครื่องมีลวดลายของคาแรกเตอร์จาก Tsum-Tsum พร้อม Joy-Con สีชมพูและม่วง

กิมมิคอีกอย่างก็คือตรงปุ่ม Home มีการเติมหูมิกกี้เมาส์เข้าไปด้วย

Tsum-Tsum Festival เป็นเกมที่ประกอบด้วยมินิเกมส์หลายอย่างบนคาแรกเตอร์ Tsum-Tsum นอกจากนี้ยังมีเกมพัซเซิล Tsum-Tsum แบบที่มีบนมือถือมาให้เล่นด้วย โดยสามารถหมุนเครื่องเล่นได้ในแนวตั้ง

ราคาขาย 36,080 เยน มีเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น และยังไม่มีข้อมูลว่าจะขายที่อื่นด้วยหรือไม่

Tags:
Node Thumbnail

Spotify เปิดตัวศูนย์รวมเพลงในจักรวาลดิสนีย์ รวมเพลงฮิตที่ทุกคนรู้จักดีอย่าง Let it Go ไปจนถึงเพลงซาวด์แทรคจากหนัง Star Wars และ Marvel เบื้องต้นจะยังฟังได้เฉพาะในสหรัฐฯ อังกฤษ ไอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

Tags:
Node Thumbnail

ในงานเผยผลประกอบการของดิสนีย์ ไตรมาสสองปีนี้ ซีอีโอ Bob Iger ถือโอกาสนี้เปิดเผยว่า Avengers Endgame จะลงฉายใน Disney+ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ 11 ธันวาคม

Disney+ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 12 พ.ย.นี้ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าบนแพลตฟอร์มจะมีหนังจากสตูดิโอลูกของดิสนีย์ไม่ว่าจะเป็น Pixar รวมไปถึงสารคดีระดับโลกจาก National Geographic, จักรวาล Star Wars, Marvel และแน่นอนว่าต้องมี Avengers Endgame เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งตอนนี้หนังทำเงินทะลุ 2 พันล้านดอลล่าร์ไปเรียบร้อยแล้ว

ใน Disney+ ยังมีซีรีส์มาร์เวลที่จัดทำขึ้นชุดใหม่ด้วย คือ Falcon & Winter Soldier, WandaVision, Marvel’s What If…? (แอนิเมชัน), Loki (ซีรีส์)

Tags:
Node Thumbnail

หลังการเปิดตัวบริการสตรีมมิ่ง Disney+ ของดิสนีย์เองอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันก่อน ก็มีประเด็นว่าซีอีโอดิสนีย์ Bob Iger อาจต้องลาออกจากการเป็นบอร์ดบริหารของแอปเปิลหรือไม่ เนื่องจากแอปเปิลเองก็เพิ่งเปิดตัวบริการสตรีมมิ่ง Apple TV+ (ชื่อคล้ายกันอีก) ซึ่งมองว่าเป็นธุรกิจคู่แข่งกันได้

โดย Iger ให้สัมภาษณ์กับ CNBC บอกว่าเขารับทราบในประเด็นนี้ รวมทั้งงดเข้าร่วมหารือเมื่อแอปเปิลพูดถึงบริการสตรีมมิ่งในที่ประชุม เขาบอกว่าธุรกิจนี้สำหรับแอปเปิลนั้นถือว่ายังมีขนาดเล็กมาก จึงมองว่าไม่ใช่ปัญหาที่เขายังนั่งอยู่ในบอร์ด แต่ก็จะเฝ้าดูสถานการณ์ต่อไป

Tags:
Node Thumbnail

เมื่อคืนนี้ Disney และ Lucasfilm ประกาศข้อมูลสำคัญของภาพยนตร์ Star Wars ภาคหลักภาคสุดท้าย Episode IX ว่าจะใช้ชื่อภาคว่า Star Wars: The Rise of Skywalker ถือเป็นการขมวดปมของภาพยนตร์ชุด Star Wars ที่ดำเนินมานาน 42 ปี (ภาคแรก Episode IV ออกปี 1977)

Star Wars: The Rise of Skywalker ยังออกทีเซอร์แรกความยาว 2 นาที ให้แฟนๆ ได้คาดเดาเรื่องราวต่างๆ ในภาคนี้ จุดสำคัญคือการกลับมาของตัวละครเก่าอย่าง Lando Calrissian ที่กลับมาขับยาน Millennium Falcon, เจ้าหญิงเลอาที่กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง (นักแสดง Carrie Fisher เสียชีวิตไปแล้ว) และเสียงหัวเราะของจักรพรรดิ Palpatine ในตอนท้ายคลิป (Ian McDiarmid ที่รับบทเป็นจักรพรรดิ ก็มาร่วมงานแถลงข่าวด้วย)

Tags:
Node Thumbnail

Bob Iger ซีอีโอของ Disney เผยภาพแรกของ Disney+ บริการสตรีมมิ่งภาพยนตร์ที่จะเปิดบริการช่วงปลายปีนี้ ในงานแถลงข่าวต่อนักลงทุนประจำปี

ข้อมูลอื่นๆ ที่แถลงในงานคือ รองรับหนังความละเอียด 4K และ HDR, หนังทุกเรื่องสามารถดาวน์โหลดเพื่อดูออฟไลน์ได้, มีแอพบนแพลตฟอร์ม Apple TV, Roku, PS4, Nintendo Switch รวมถึงรองรับ Android TV และ Chromecast ด้วย

ฝั่งของคอนเทนต์ที่จะอยู่บน Disney+ มีทั้งหนังของบริษัทเองอย่าง Captain Marvel, Avengers: Endgame, The Lion King และ Frozen 2 รวมถึงหนัง/ซีรีส์ใหม่ๆ ที่เพิ่งประกาศในงานนี้ เช่น

Pages