เหตการณ์นี้เกิดมาตั้งแต่ปี 2009 ในที่สุดก็มีคำตัดสินให้นาย Rocky Donadio ต้องโทษจำคุก 75 ปี โดยคณะลูกขุนใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงตัดสินว่าผิดจริงในข้อหาทารุณกรรมต่อเด็กให้ได้รับบาดเจ็บ โดยนาย Rocky Donadio ต้องรับโทษอย่างน้อย 85% ก่อนจะขอลดหย่อนโทษได้
การ jailbreak (iOS) หรือ root (Android) ก็คือการเจาะระบบปฏิบัติการ หาช่องโหว่และรันโค้ดที่ (ผู้ผลิต) ไม่พึงประสงค์เพื่อให้ได้สิทธิ์สูงขึ้นในระบบและทำอะไรในอุปกรณ์ของตัวเองได้มากขึ้น jailbreak รุ่นแรกๆ ใช้ช่องโหว่ของไฟล์ภาพชนิด TIFF ส่วน EVO 4G ก็ root จากช่องโหว่ของ Flash Lite ล่าสุด JailbreakMe เป็นการใช้ช่องโหว่ในระบบฟอนต์ของไฟล์ PDF
และการที่ Safari ซึ่งเป็นเว็บเบราว์เซอร์หลักของ iOS นั้นจะเปิดไฟล์ PDF ได้ในตัวของมันเอง (ไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนพัฒนาส่วนนี้ Adobe หรือ Apple) ทำให้ง่ายที่ผู้ไม่หวังดีอาจจะส่งลิงค์พร้อมโค้ดอันตรายที่จะทำอะไรกับเครื่องของเราก็ได้มาหลอกเรา จึงควรระมัดระวังในการเปิดลิงค์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง .pdf จากเว็บที่น่าสงสัย และแม้ว่าจะไม่ใช่ลิงค์ที่เรียก .pdf โดยตรงก็ไม่ใช่เรื่องยากที่ใครจะทำหน้าหลอกและให้เครื่องโหลด PDF อันตรายได้อยู่ดี ทั้งนี้ F-Secure โปรแกรมป้องกันไวรัสได้ตรวจเจอว่าไฟล์ PDF ที่ใช้ในการ jailbreak เป็น Exploit ชนิด W32/Pidief
ที่ตลกคือบน Cydia มี PDF loading warner ที่จะเตือนคุณก่อนที่จะเปิด แต่การจะติดตั้ง Cydia ก็ต้อง jailbreak ซะก่อน
โปรแกรมสำหรับ iOS และ Android ที่จะช่วยเดาคำที่พิมพ์ผิดที่เกิดจากการ "สัมผัส" ปุ่มไม่แม่น สำหรับอุปกรณ์จอสัมผัสที่มี QWERTY คีย์บอร์ดเสมือนในจอ ตัวอย่างเช่นหากคุณกดเฉี่ยวๆ แบบ "hwllp" มันก็จะรู้ได้ว่าคุณต้องการพิมพ์ "hello" ต่างหาก
แต่กระนั้นสำหรับผู้ใช้ iOS อาจดีใจหาย เนื่องจากแอปเปิลอาจไม่อนุญาตให้โปรแกรมนี้เข้า App Store เพราะโปรแกรมจะไปแทนที่คีย์บอร์ดเสมือนของระบบ อย่างไรก็ดีผู้พัฒนาก็จะลองส่งให้แอปเปิลเพื่อเป็นการกดดันให้อนุญาตให้โปรแกรมลักษณะนี้ ดูวิดีโอสาธิตหลังเบรค
ที่มา - Engadget
เรื่องมีอยู่ว่านาง Tara Fitzgerald วัย 48 ปีแม่ของลูกวัย 14 ปีถ่ายภาพลับเฉพาะเล่นกับสามีและใส่มันไว้ในคอมพิวเตอร์ Dell ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ของเธอ ด้วยความที่ไม่สันทัดด้านคอมพิวเตอร์เธอจึงหาภาพนั้นไม่เจอและเธอก็ไม่ไว้ใจไปถามใครบนอินเทอร์เน็ต และยิ่งไม่กล้าวานลูกสาวเธอให้ช่วย เธอจึงติดต่อ Dell Support เพื่อขอความช่วยเหลือ พนักงานที่รับสายเธอซึ่ง outsource มาอีกที (ทราบภายหลังว่าเป็น Dell Certified Level 2 Technician) ชื่อ Riyaz Shaikh ได้ทำการรีโมทเข้ามาที่เครื่องของ Tara จากนั้นก็ดาวน์โหลดภาพลับเฉพาะของเธอไป
โดยปกติโทรศัพท์มือถือจะเลือกรับสัญญาณจากเสาส่งสัญญาณที่แรงที่สุดอยู่แล้ว นาย Chris Paget จึงใช้วิธีสร้างเสาส่งสัญญาณขึ้นมาหลอกโทรศัพท์มือถือ จากนั้นก็จะสั่งให้โทรศัพท์มือถือยกเลิกการเข้ารหัส ทำให้สามารถดักข้อมูลทุกอย่างที่ส่งออกจากโทรศัพท์มือถือได้ ส่วนเสียงพูดคุยโทรศัพท์ก็ส่งผ่าน VoIP อีกทอดและทำการบันทึกไว้ ทั้งหมดนี้ด้วยอุปกรณ์เพียง $1,500 (ราว 48,000 บาท) ซึ่งงบนี้ก็หนักไปทางราคาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กซะส่วนใหญ่
Ron Bowes ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยเขียนสคริปท์เพื่อดูดข้อมูลจากโปรไฟล์บน Facebook ของผู้ใช้ที่ไม่ได้ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้ซ่อนข้อมูลไว้ และปล่อยให้ดาวน์โหลดผ่านทางเว็บ SkullSecurity.com จากนั้นก็มีคนเอาไปปล่อยบน The Pirate Bay ซึ่งก็เป็นที่สนใจอย่างรวดเร็ว (ขณะที่เขียนข่าวอยู่มี Seeder 2,308 และ Leecher 4,331 คน) ถึงตอนนี้ก็กระจายไปยังเว็บอื่นๆ อีกหลายสิบเว็บ
ตัวแทนของ Facebook กล่าวว่าข้อมูลในไฟล์เหล่านั้นเปิดเผยออนไลน์อยู่แล้ว ใครก็ตามที่ใช้ Facebook และเป็นเจ้าของข้อมูลนั้น ก็มีสิทธิ์ที่จะเผยข้อมูลนั้นตราบใดที่เขาต้องการ และก็ไม่ได้มีข้อมูลส่วนตัวใดๆ ถูกโจรกรรมไปจาก Facebook แต่อย่างใด
ที่มา - BBC
บริการนี้คงจะเป็นบริการในฝันของหลายคน ช่วยย่นเวลาจาก 5 วันบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปเหลือเพียง 20 นาทีในการแกะรหัส WPA-PSK และ WPA2-PSK กับดิกชันนารี 135 ล้านคำบนคลัสเตอร์ขนาด 400 ซีพียูสนนราคาเพียง $35 หรือหากรอได้ก็จ่ายแค่ $14 เพื่อใช้คลัสเตอร์เพียงครึ่งหนึ่งแต่จะใช้เวลาเพิ่มเป็น 40 นาที และมีออปชั่นเพิ่มดิกชันนารีเป็นขนาด 284 ล้านคำที่ราคา $40 ใช้เวลาราว 55 นาที
นอกเหนือไปจากนี้ยังมีบริการแกะรหัสไฟล์ ZIP ราคาตั้งแต่ $34 ถึง $102 ขึ้นอยู่กับความยาวของรหัสผ่านที่ต้องการให้แกะ
อย่างไรก็ดีบริการนี้เป็นการแกะจากดิกชันนารีเพราะฉะนั้นมันมีโอกาสที่จะไม่เจอรหัสผ่าน และก็จะไม่คืนเงินโดยให้เหตุผลว่าหากคุณไปเสียเวลาแกะ 5 วันด้วยคอมพิวเตอร์ของคุณก็จะไม่เจอรหัสผ่านเช่นเดียวกัน
ที่มา - Boing, WPA Cracker
หลังจากงานแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แอปเปิลให้นักข่าวเยี่ยมชมห้องทดสอบเสาสัญญาณเพื่อให้ได้ชมกันว่าอุปกรณ์ไร้สายมีกระบวนการออกแบบอย่างไร โดยผู้นำชมก็คือ Ruben Caballero (ที่บลูมเบิร์กนำชื่อไปอ้าง และจ็อบส์ตอบคำถามว่าคุยกับ Ruben แล้ว Ruben บอกไร้สาระ) พานักข่าวและบล็อกเกอร์ราว 10 คนชมห้องที่สร้างขึ้นเพื่อการทดสอบอุปกรณ์ไร้สายโดยเฉพาะ ห้องได้ออกแบบให้ลดการสะท้อนของสัญญาณมากที่สุดเพื่อวัดระดับสัญญาณของอุปกรณ์แบบต่างๆ
แอปเปิลเรียกห้องทดสอบนี้ว่า "แบล็ค" เพราะว่าสถานที่นี้เป็นความลับ กระทั่งพนักงานบางคนก็ไม่รู้ว่ามีห้องนี้อยู่ด้วย แอปเปิลต้องการให้เห็นว่าแอปเปิลเห็นเรื่องการออกแบบและการทดสอบเสาสัญญาณเป็นเรื่องจริงจัง
มีเรื่องขบขันแทรกคือการทดสอบใช้โปรแกรมวิเคราะห์สัญญาณซึ่งรันบน Microsoft Windows XP
ภาพชมจากที่มานะครับ ห้องนั้นดูอลังการทีเดียว
ที่มา - Wired
จากข่าวที่แล้วว่าจ๊อบส์คิดยังไงกับ WebM และ VP8 และลิงค์ไปยังบล็อกผู้พัฒนา ซึ่งให้ความเห็นว่า VP8 ด้อยกว่า H.264 แต่ในมุมมองผู้ใช้อาจมีคำถามว่าด้อยกว่าแล้วยังไง ในเมื่อ VP8 นั้นเปิดให้ใช้ฟรี หากไม่ด้อยกว่ากันจนน่าเกลียด VP8 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าอย่างแน่นอน
ข่าวนี้ตั้งแต่วันที่ 5 ที่ผ่านมา ซึ่งบั๊กนี้ได้ถูกแก้ไขไปแล้ว แต่ขอนำมาลงเพื่อให้ทราบกัน
บั๊กนี้อยู่ในหน้า Privacy Settings ซึ่งจะมีปุ่ม "Preview my Profile.." เพื่อดูว่าหากเพื่อนเรามาดูโปรไฟล์ของเราจะเห็นเป็นอย่างไร แต่ปรากฎว่านอกจากจะเห็นหน้าโปรไฟล์ของเราในแบบที่เพื่อนเห็นแล้ว เราจะเห็นไลฟ์แชทของเพื่อน รวมไปถึง Friends Requests ของเพื่อนได้อีกด้วย
ข่าวนี้คงช่วยให้คนตื่นตัวเรื่องความเป็นส่วนตัวกับ Facebook อีกครั้ง หลังจากข่าวก่อนหน้านี้เรื่องการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
ที่มา - TechCrunch
ชิ้นแรก: ของถนัดกูเกิลเลยคือ การค้นหาทวีต (กูเกิลเรียก Updates) สามารถเลือกดูตามช่วงเวลาได้ หากเลือกเป็นปัจจุบันก็จะมี AJAX เห็นทวีตไหลไปเรื่อยๆ ด้านข้างแสดง Top Links ประกอบ ซึ่งสามารถค้นหาย้อนกลับได้ด้วยว่าใครเป็นคนทวีตลิงค์นั้นๆ บ้าง ลองดูตัวอย่างคีย์เวิร์ด redshirt
ชิ้นที่สอง: Follow Finder คำบรรยายในเว็บคือ "วิเคราะห์แผนภูมิข้อมูลทางสังคม (social graph infomation) ซึ่งก็คือรายการ following และ follower บนทวิตเตอร์เพื่อหาผู้ที่คุณอาจจะต้องการ follow" พัฒนาบน App Engine วิธีการใช้คือป้อนชื่อผู้ใช้หลังจากนั้นจะแสดงผลเป็นสองฝั่งคือ "Tweeps you might like" ซึ่งจะบอกว่าคนที่ตามคนนี้ส่วนใหญ่แล้วจะตามคนเหล่านี้ด้วย อีกฝั่งนึงคือ "Tweeps with similar followers" คือคนที่มีรายการ following คล้ายๆ กับบัญชีผู้ใช้นี้
ตัวอย่างของ @sugree
ที่มา - ITworld
Skipfish ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สตัวล่าสุดจากกูเกิล ใช้สำหรับตรวจสอบความปลอดภัยของเว็บแอพพลิเคชัน เขียนโดยใช้ภาษา C ล้วน สามารถใช้งานได้บน Linux, FreeBSD 7.0+, Mac OS X และ Windows (ผ่าน Cygwin) โปรแกรมลักษณะเดียวกันนี้มีอยู่บ้างแล้วเช่น Nikto และ Nessus แน่นอนโปรแกรมอยู่บน Google Code ใช้สัญญาอนุญาตแบบ Apache 2.0
การตรวจสอบมีหลายระดับ มีชุดทดสอบเกือบ 60 แบบ หลักๆ ก็เช่น SQL Injection, คำสั่ง SQL ผ่าน GET/POST พารามิเตอร์, Shell Injection, XSS, SSL ดูรายละเอียดเต็มๆ ที่ Wiki
ที่มา - CNET
หลังจากที่ปรับลดจำนวนผู้ใช้ของบริการ Google Apps Standard ในแต่ละโดเมนซึ่งเป็นบริการฟรีจาก 200 เหลือเพียง 50 ไปเมื่อต้นปี มาถึงวันนี้บริการฟรีจากไปแล้วครับ เหลือเพียงการให้ทดลองใช้ 30 วัน หลังจากนั้นต้องจ่ายปีละ $50 ต่อผู้ใช้ต่อปี
อย่างไรก็ดี ยังมีหน้าฟรีแอบอยู่ครับ แนะนำให้รีบสมัคร ก่อนบริการฟรีจะหายไปโดยสิ้นเชิง...
นึกแล้วตลกโฮสติ้งที่บอกว่าแถม Google Apps แล้วคราวนี้จะยังแถมอยู่ไหมเนี่ย
ที่มา - TechCrunch
อัพเดทจากความคิดเห็นของคุณ erk ครับ : ตัวแทนจากกูเกิลออกมาชี้แจงแล้วครับ ว่าเกิดจากการทดลองวางเลย์เอาท์แล้วดันทำให้ลิงค์ไปยังหน้า Standard หายไปโดยไม่ได้เจตนา โดยกำลังเอาลิงค์นี้กลับมา และที่สำคัญคือไม่มีแผนที่จะยกเลิกบริการฟรี Standard Edition นี้ครับ ลองเข้าไปเช็คแล้ว ลิงค์กลับมาแล้วครับ - TechCrunch
การทดลองนี้มีขึ้นที่ ลาส เวกัส จัดโดยคนจาก AMD และมีผู้มุงจำนวนหนึ่ง ใช้ CPU ตัวล่าสุดจาก AMD คือ Phenom II X4 4.481 GHz และการ์ดจอ ATI Radeon HD 4870 X2 จำนวน 2 ชิ้น เมื่อทำการหล่อเย็นด้วยไนโตรเจนเหลวและฮีเลียมเหลวซึ่งทำความเย็นได้ต่ำสุดถึง -232 องศาเซลเซียส ทำให้สามารถโอเวอร์คล็อคไปได้ถึง 6.5GHz เมื่อใช้โปรแกรม 3DMarks05 วัดผล ในการทดลองเคลมไว้ว่าทำลายสถิติโลก จากคะแนน 45474 คะแนน แต่จากเว็บของ 3DMarks เองพบว่ามีระบบจาก Intel Core i7 Processor 940 3693 MHz มีคะแนนสูงกว่า และถูกส่งเข้ามาก่อนหน้าไม่กี่วัน และ 6.5GHz อาจเป็นความเร็วตัวหลาน หากปู่ IBM ทำฝันให้เป็นจริง เพราะเมื่อปี 2006 มีรายงานว่านักวิจัยจาก IBM สามารถผลิตชิพที่มีสัญญาณนาฬิกาถึง 500GHz ที่ 8 องศาเหนือศูนย์สมบูรณ์ หรือ 350GHz ที่อุณหภูมิห้อง
ที่มา - Engadget
วิศวกรของซันได้ทดลอง "แหกปาก" ใส่แรคเก็บดิสก์ ซึ่งกำลังเขียนข้อมูลอย่างต่อเนื่องลงบนดิสก์ด้วย File System แบบ ZFS ผลที่ได้ก็คือเกิด I/O latency ของดิสก์มากขึ้นและมี I/O operation ซึ่งกินเวลามากกว่า 500ms เกิดขึ้นมา และเห็นได้ชัดว่าอัตราการอ่านเขียนข้อมูลก็หยุดไปในช่วงที่มีการ "แหกปาก"
ลองดูวิดีโอกันนะครับ

