Jay-Z ศิลปินเพลงฮิปฮอปชื่อดังของอเมริกา เตรียมเปิดตัวอัลบั้มใหม่ล่าสุด "Magna Carta Holy Grail" วันที่ 4 กรกฎาคมนี้
แต่ที่แหวกแนวกว่าปกติคือซัมซุงกระโดดเข้าไปทำตลาดร่วมกับ Jay-Z ทำให้ผู้ใช้ Samsung Galaxy รุ่นใหม่ๆ (S4/S III/Note II) จะได้ฟังเพลงนี้ก่อนคนอื่นๆ ในโลกเป็นเวลา 72 ชั่วโมง โดยซัมซุงจะออกแอพ Magna Carta บน Google Play ให้ดาวน์โหลดก่อนในวันที่ 24 มิถุนายน และเมื่อถึงวันที่ 4 กรกฎาคม แอพจะปลดล็อคให้ดาวน์โหลดอัลบั้มได้ฟรี (จำกัดจำนวนผู้ใช้ 1 ล้านคนแรก)
ถือเป็นวิธีการโปรโมทที่ค่อนข้างแปลกใหม่ของซัมซุงอีกอย่างหนึ่งครับ
ที่มา - Droid Life
บริการฟังเพลงชื่อดังอีกหนึ่งรายอย่าง Rdio ประกาศเปิดบริการในอีก 7 ประเทศ ประกอบด้วย มาเลเซีย, ฮ่องกง, ชิลี, โคลัมเบีย, เช็ก, สวิสเซอร์แลนด์ และโปแลนด์ ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดบริการในทวีปเอเชียเป็นครั้งแรกของ Rdio เลยก็ว่าได้
ปัจจุบัน Rdio มีบริการใน 31 ประเทศแล้ว
ที่มา: Engadget
Pandora ระบบฟังสตรีมมิ่งเพลงในรูปแบบวิทยุชื่อดัง (ซึ่งไม่มีบริการในไทย) ประกาศซื้อกิจการสถานีวิทยุในรัฐ South Dakota ของสหรัฐฯ เพื่อมาเสริมทัพระบบวิทยุของตัวเองให้เข้าถึงระดับล่างได้ง่ายขึ้น โดย Chris Harrison ผู้บริหารของ Pandora บอกว่าการซื้อกิจการครั้งนี้จะทำให้คลื่นวิทยุที่ซื้อมาได้สิทธิพิเศษกับสังกัดเพลงต่าง ๆ แบบเดียวกับที่ทาง Pandora ได้รับ
ทางเว็บไซต์ Engadget ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การซื้อกิจการครั้งนี้ของ Pandora อาจจะเป็นสัญญาณที่บอกว่าต้องการจะสู้กับคู่แข่งอย่าง iHeartRadio อย่างจัง ๆ หรือไม่ก็ iTunes Radio ที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน WWDC 2013 อย่างแน่นอน
ที่มา: Engadget
รวมข่าวของ "iRadio" ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่สื่อฝรั่งเรียกบริการเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่งของแอปเปิล (ของจริงอาจไม่ใช้ชื่อนี้)
- แอปเปิลเจรจากับ Sony Music เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้ iRadio มีเพลงจาก 3 ค่ายเพลงใหญ่ของโลกคือ Sony Music, Universal Music และ Warner Music ครบถ้วน - AllThingsD
- มีความเป็นไปได้ว่าแอปเปิลจะยังไม่เปิดตัว iRadio ที่งาน WWDC 2013 ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้
- บริการ iRadio จะเปิดให้บริการฟรีแต่มีโฆษณา ซึ่งจะต่างไปจากบริการเพลงแบบสตรีมมิ่งอื่นๆ (เช่น Spotify) ที่ใช้วิธีเก็บค่าสมาชิกรายเดือน
- รูปแบบการโฆษณาจะเป็นคลิปเสียงแทรกเข้ามาระหว่างการฟังเพลง (เหมือนการฟังวิทยุจริงๆ) โดยคลิปเสียงจะปรับแต่งให้เหมาะสมกับผู้ฟังคนนั้นๆ และอยู่บนแพลตฟอร์ม iAd ของแอปเปิลเอง
- นอกจากนี้จะยังมีโฆษณาเป็นแบนเนอร์อยู่ในแอพ แบบเดียวกับแบนเนอร์มาตรฐานของ iAd ด้วย
- ผู้ใช้ iRadio สามารถกดซื้อเพลงที่กำลังเล่นอยู่ตอนนั้นจากระบบของ iTunes ได้เลย
ที่มา - AdAge
Song Book แอพลิเคชันหนังสือเพลงบน Windows 8 สำหรับเพื่อนๆ ที่เล่นดนตรี ให้คุณค้นหาคอร์ดและเนื้อเพลงที่ต้องการจากฐานข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีข้อมูลเพลงกว่า 1,000 เพลง คุณยังสามารถบันทึกเพลงโปรดไว้ให้ค้นหาได้ง่ายสำหรับการเล่นครั้งต่อไป
ขอขอบคุณฐานข้อมูลเพลงจากเว็บไซต์: http://www.siamchords.com
ดีแทคออกมาประกาศยอดผู้ใช้งานเพลงออนไลน์ Deezer ในประเทศไทยที่ 300,000 ราย โดยตั้งเป้าทำยอดผู้ใช้ให้ได้ 1 ล้านรายภายในปี 2556
สถิติอื่นๆ คือมีเพลงถูกฟังไปแล้ว 8 ล้านครั้ง, เพลงที่ถูกฟัง 500,000 เพลง (จากเพลงทั้งหมดในคลัง 20 ล้านเพลง)
นอกจากนี้ดีแทคยังเปิดตัวแพลตฟอร์ม Deezer4Artists (D4A) สำหรับค่ายเพลงและศิลปินเข้ามาดูข้อมูลเพลงที่ถูกฟัง เพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด รวมถึงเปิดเพจเฉพาะสำหรับศิลปินในระบบ Deezer ด้วย
ที่มา - อีเมลประชาสัมพันธ์ดีแทค
จากที่ลือกันมานานว่ากูเกิลจะเปิดบริการเพลงแบบสตรีมมิ่ง เมื่อคืนนี้กูเกิลเปิดตัว Google Play Music All Access อย่างเป็นทางการ
Music All Access เป็นบริการเพลงออนไลน์แบบเหมาจ่ายเดือนละ 9.99 ดอลลาร์ (ช่วงโปรโมชั่น 7.99 ดอลลาร์) ฟังเพลงได้ไม่จำกัดบนทุกอุปกรณ์ โดยรวมทั้งเพลงที่เรามีเป็นไฟล์ของตัวเอง และเพลงแบบสตรีมมิ่งจากคลังเพลงของกูเกิล
ในแง่การใช้งานคงไม่ต่างจากบริการเพลงสตรีมมิ่งตัวอื่นๆ (เช่น Spotify หรือ Rdio) แต่จุดเด่นอยู่ที่ระบบการแนะนำเพลงของกูเกิลในฐานะเจ้าพ่อแห่งฐานข้อมูลออนไลน์ ที่อ้างว่าคัดเลือกเพลงที่เกี่ยวข้องให้ผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ
ตอนนี้ Google Play Music All Access ยังใช้ได้เฉพาะบนเว็บและบนแอนดรอยด์ ทำให้รูปแบบการใช้งานยังจำกัดกว่าคู่แข่ง (ที่คิดราคา 9.99 ดอลลาร์เท่ากัน) ส่วนคนไทยก็ไม่ต้องคิดมากเพราะไม่มีให้ใช้แน่นอนครับ
ที่มา - Official Android Blog, The Verge
ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า ทวิตเตอร์ได้ซื้อบริการค้นหาเพลง wearehunted.com ไปแล้ว ในวันนี้ ทวิตเตอร์ได้เปิดเผยข้อมูลของบริการฟังเพลงและแอพของตัวเอง #music พร้อมให้บริการภายในวันนี้
ความสามารถของบริการฟังเพลงจาก ทวิตเตอร์ก็คงเดาได้ไม่ยากว่าจะเป็นบริการช่วยค้นหาเพลงที่กำลังเป็นที่นิยมบนทวิตเตอร์ และขึ้นกับวงที่คุณกำลังติดตามอยู่ ในแอพ #music มีหน้าทั้งหมด 4 หน้าด้วยกันได้แก่
- Popular: แสดงเทรนด์ของเพลงต่าง ๆ บนทวิตเตอร์
- Emerging: แสดง "พรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ที่พบในทวีต" (hidden talent found in tweets)
- Suggested: แสดงศิลปินที่คุณน่าจะชื่นชอบ ผลที่จะนำมาแสดงในหน้านี้จะขึ้นอยู่กับศิลปินที่คุณติดตามและบริการที่พวกเขาติดตาม
- #NowPlaying: แสดงเพลงที่เพื่อนคุณกำลังฟังหรือทวีตเกี่ยวกับ
โลกกำลังหมุนสู่ตลาดเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่ง แต่การขายเพลงแบบเป็นไฟล์ (ที่แอปเปิลเป็นผู้นำตลาดด้วย iTunes Store) ก็ยังเติบโตอยู่
NPD เผยผลสำรวจข้อมูลผู้บริโภคต่อตลาดเพลงดิจิทัลในสหรัฐ (กลุ่มตัวอย่าง 13,000 ราย) พบว่าอัตราการจ่ายเงินซื้อเพลงเฉลี่ยของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ผู้นำตลาดยังเป็นแอปเปิลที่ 63% ส่วน Amazon MP3 มีส่วนแบ่งตลาด 22% แล้ว
ตัวเลขส่วนแบ่งตลาดของ Amazon ถือว่าเติบโตขึ้นเรื่อยๆ นับจากปี 2008 ที่ 7% จนมาเป็น 22% ในปีนี้ ส่วนแอปเปิลเคยขึ้นไปสูงสุดที่ 69% ในปี 2009 ปัจจุบันตกลงมาบางส่วนที่ 63%
นักวิเคราะห์ของ NPD ให้ความเห็นว่า Amazon ชิงส่วนแบ่งตลาดได้เยอะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแท็บเล็ต Kindle Fire ที่เอื้อต่อการซื้อเนื้อหาดิจิทัลผ่านร้านของ Amazon นั่นเอง
หมายเหตุ: ข่าวนี้เป็นแอพของ Windows 8 นะครับ ไม่ใช่ Windows Phone 8
โนเกียนั้นเปิดบริการเพลงออนไลน์ Nokia Music บน Windows Phone มาได้ระยะหนึ่งแล้ว (และมี Nokia Music+ บริการแบบเสียเงินด้วย) ล่าสุดโนเกียขยับขยายบริการมาเป็นแอพแบบ Metro บน Windows 8 ด้วย
ในแง่ฟีเจอร์คงไม่ต่างกันมากกับเวอร์ชัน Windows Phone จุดที่น่าสนใจคือโนเกียบอกเองว่าการสร้างแอพ Nokia Music บน Windows 8 ทำได้ง่ายมาก (เป็น HTML5) เนื่องจาก Windows 8 และ Windows Phone 8 ใช้แกนหลักเดียวกัน ดังนั้นจึงแชร์โค้ดร่วมกันได้เยอะ และเวอร์ชัน Windows 8 ก็เป็นการขยายขนาดของแอพให้เหมาะกับหน้าจอขนาดใหญ่นั่นเอง
ทิศทางการพัฒนาแอพบน Windows 8 และ Windows Phone 8 ควบคู่กันไปแบบนี้ น่าจะสะท้อนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาแอพของไมโครซอฟท์ที่เริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน
ข่าวร้ายคือ Nokia Music for Windows 8 ยังเปิดบริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และออสเตรเลีย (ถ้าจ่ายเงินซื้อ Nokia Music+ อยู่แล้ว ก็ใช้ล็อกอินเดิมได้เลย)
ที่มา - Nokia Conversations
เว็บไซต์ The Verge อ้างแหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมดนตรีของสหรัฐว่า แอปเปิลจะเปิดตัวบริการเพลงแบบสตรีมมิ่งหรือที่เรียกกันเล่นๆ ว่า "iRadio" อย่างแน่นอน โดยกำหนดเวลาเบื้องต้นคือฤดูร้อนหรือประมาณกลางปีนี้
ตามข่าวบอกว่าแอปเปิลกำลังเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์เพลงสำหรับสตรีมมิ่งกับ 2 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่คือ Universal และ Warner โดยการเจรจาคืบหน้าไปมาก
ประเด็นเรื่องค่าลิขสิทธิ์เพลงเป็นปัญหาต้นทุนของผู้ให้บริการเพลงแบบสตรีมมิ่งมาก โดยข้อมูลวงในระบุว่า Pandora จ่ายค่ายเพลงด้วยอัตรา 12 เซนต์ต่อการเล่น 100 ครั้ง ส่วน Spotify จ่ายแพงกว่ามากคือ 35 เซนต์ และแอปเปิลต้องการจ่าย 6 เซนต์ ซึ่งตอนนี้กำลังเจรจาอยู่
ที่มา - The Verge
หลังจากที่เพิ่มบริการ Vine ซึ่งเป็นการแชร์วิดีโอสั้นๆ ได้ไม่นาน ตอนนี้ Twitter กำลังพัฒนาแอพสำหรับฟังเพลงที่เน้นการใช้งานสำหรับอุปกรณ์พกพา
ตัวแอพจะสตรีมเพลงจาก SoundCloud ซึ่งเป็นผู้ให้บริการฝากและแชร์ไฟเสียง โดยงานนี้ Twitter จะใช้ทีมงานของ We Are Hunted ซึ่งเป็นกลุ่มสตาร์ทอัพที่ Twitter ได้เข้าซื้อกิจการมาเมื่อ 6 เดือนก่อน เป็นแกนหลักในการพัฒนาแอพตัวใหม่นี้
การใช้งานแอพสามารถเลือกรับข้อมูลเพลงที่แนะนำโดยศิลปินที่ผู้ใช้กำลังติดตามอยู่ได้ ,แชร์เพลงให้คนที่ผู้ใช้กำลังติดตามได้รับรู้และฟังไปด้วยกันได้ผ่านแฮชแท็ก #NowPlaying, เลือกดูเพลงโดยเรียงตามลำดับความนิยม ตลอดไปจนถึงสามารถเลือกฟังเพลงและศิลปินใหม่ๆ ที่กำลังจะเปิดตัว ซึ่งตัวแอพมีการแสดงข้อมูลส่วนนี้ไว้โดยเฉพาะ และสำหรับผู้ที่มีบัญชี Twitter ตัวแอพจะปรับการแสดงเน้นข้อมูลเพลงและศิลปินตามผู้ใช้งานว่ากำลังติดตามศิลปินคนใดบ้าง
คาดว่าแอพตัวใหม่นี้จะเริ่มเปิดให้ใช้งานกับอุปกรณ์ iOS ได้ก่อนในช่วงปลายเดือนนี้
ที่มา - SlashGear
ข่าวนี้ต่อจากข่าวลือว่ากูเกิลเตรียมเปิดบริการเพลงแบบสตรีมมิ่ง โดยมีรายละเอียดเพิ่มเข้ามาว่ากูเกิลบรรลุข้อตกลงกับค่ายเพลงใหญ่ Warner Music Group เรียบร้อยแล้ว และกำลังเจรจากับค่ายเพลงอื่นๆ อย่าง Universal และ Sony อยู่
ที่น่าสนใจคือบริการเพลงออนไลน์ของกูเกิลไม่ได้มีเพียงตัวเดียว แต่แยกเป็น 2 ตัวใต้แบรนด์ YouTube และ Google Play
บริการเพลงแบรนด์ YouTube จะเก็บค่าสมาชิกและไม่มีโฆษณา คาดว่าบริการนี้จะรวมถึงมิวสิควิดีโอด้วย ส่วน Google Play จะมีทั้งการขายแยกเพลงแบบปกติ และการฝากไฟล์บนกลุ่มเมฆ (music locker) แบบที่ Amazon/iTunes ทำอยู่
ที่มา - Billboard
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าววงในว่า Tim Cook ซีอีโอของแอปเปิลได้พบปะกับ Jimmy Iovine ซีอีโอของ Beats เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื้อหาของการพูดคุยเกี่ยวกับ Project Daisy บริการเพลงออนไลน์ของ Beats ที่เคยแถลงข่าวไปเมื่อเดือนมกราคม นอกจากนี้ยังพูดกันเรื่องประเด็นทั่วๆ ไปเกี่ยวกับวงการเพลงด้วย
ในการประชุมครั้งนี้ยังมี Eddy Cue หัวหน้าฝ่ายอินเทอร์เน็ตของแอปเปิล และแกนหลักของ iTunes Music Store เข้าร่วมด้วย แต่โฆษกของทั้งสองบริษัทปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข่าวนี้
ตัวของ Iovine ซึ่งเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการเพลงสหรัฐคนหนึ่ง มีความสัมพันธ์กับแอปเปิลมายาวนาน โดยเขาเป็นผู้บริหารคนแรกๆ ของวงการเพลงที่เซ็นสัญญานำเพลงไปขายบน iTunes ตั้งแต่ปี 2001
ที่มา - Reuters
หนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานข่าววงในว่ากูเกิลกำลังเจรจากับค่ายเพลงต่างๆ เพื่อเตรียมเปิดบริการเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่งในเร็วๆ นี้
บริการเพลงออนไลน์ของกูเกิลจะไม่ต่างจากเพลงออนไลน์อื่นๆ ในท้องตลาดอย่าง Spotify หรือ Deezer มากนัก โดยจะมีบริการทั้งแบบจ่ายเงินเพื่อฟังเพลงไม่จำกัดจำนวน และบริการแบบมีโฆษณา
คาดว่ากูเกิลน่าจะต่อยอดบริการนี้จาก Google Music ที่ขายเพลงแบบดาวน์โหลดผ่าน Google Play
ที่มา - Financial Times (ต้องเป็นสมาชิก), CNET
Billboard ชาร์ตอันดับเพลงฮิตของสหรัฐอเมริกา ประกาศจับมือกับ YouTube และ Nielsen นำยอดชมมิวสิควิดีโอบน YouTube เข้ามาคิดคะแนนเพื่อจัดอันดับเพลงแล้ว
ในอดีต อันดับเพลงบน Billboard คิดคะแนนจากยอดขายแผ่นและความถี่ของการเปิดเพลงบนคลื่นวิทยุ แต่ภายหลังก็เริ่มนำข้อมูลการเล่นเพลงแบบใหม่ๆ เช่น การสตรีมมิ่งบน Spotify เข้ามาคิดคะแนนด้วย ล่าสุดก็เป็นคิวของ YouTube นั่นเอง
หลักการคิดคะแนนเพลงจาก YouTube จะนับทั้งมิวสิควิดีโออย่างเป็นทางการ และมิวสิควิดีโอที่ผู้ใช้สร้างเอง (โดยใช้ไฟล์เสียงเพลงอย่างเป็นทางการ) และเริ่มคิดคะแนนจาก YouTube ในชาร์ทเมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์)
ที่มา - YouTube Blog, Billboard
Amazon ขยายระบบนิเวศ (Ecosystem) เพื่อประโยชน์ของลูกค้าอีกครั้งหนึ่ง โดยเพิ่มความสามารถของระบบ AppLink ในรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ดให้สามารถซิงค์ข้อมูลกับ Amazon MP3 App ในมือถือแอนดรอยด์เพื่อให้เข้าถึง Amazon Cloud ที่สามารถช่วยให้คุณทำสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ดังนี้
- เข้าถึงรายการเพลงได้อย่างง่ายดาย โดยการใช้เสียง (Voice Recognition) หรือควบคุมผ่านแผงหน้าปัด (Dashboard)
- เล่นเพลงที่เก็บไว้ใน Cloud Player หรือจากเพลงที่เก็บไว้ในมือถือได้
- ไม่จำเป็นต้องใช้ CD หรือสายต่อให้ยุ่งยากอีกต่อไป
- ลดขนาดพื้นที่จัดเก็บของมือถือ เพราะย้ายไปเก็บเพลงไว้ใน Cloud
แอปเปิลออกมาประกาศความสำเร็จของ iTunes Store ว่าตั้งแต่เปิดบริการมา ยอดขายเพลงแตะ 25 พันล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อย
เพลงที่ 25 พันล้านคือ “Monkey Drums” (Goksel Vancin Remix) ของ Chase Buch โดยผู้ซื้อเป็นหนุ่มชาวเยอรมันที่ได้บัตรของขวัญมูลค่า 10,000 ยูโร ไปซื้อเพลงอื่นๆ บน iTunes Store ในอนาคตต่อไป
Eddy Cue ผู้บริหารของแอปเปิลที่คุมบริการและซอฟต์แวร์บนอินเทอร์เน็ต ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันแอปเปิลขายเพลงได้ 15,000 เพลงต่อนาที
สถิติก่อนหน้านี้ของแอปเปิลคือ 20 พันล้านเพลงเมื่อเดือนกันยายน 2012
ที่มา - Apple
ยุทธศาสตร์ซอฟต์แวร์ของซัมซุงในช่วงหลังคือการสร้าง "บริการออนไลน์" แบบข้ามแพลตฟอร์ม ซึ่งเราเห็นกันชัดเจนจากแอพแชต Samsung ChatOn ที่มีให้ใช้บนมือถือแทบทุกค่าย
ล่าสุดซัมซุงเตรียมต่อยอดยุทธศาสตร์นี้โดยขยายบริการเพลงออนไลน์ Music Hub ของตัวเอง ไปยังอุปกรณ์ยี่ห้ออื่นๆ ด้วย
ซัมซุงยังไม่ระบุว่า Music Hub จะใช้งานบนระบบปฏิบัติการใดได้บ้าง แต่เนื่องจากตัวแอพ Music Hub มีให้ดาวน์โหลดบน Google Play อยู่แล้ว ก็คาดว่าชุดแรกน่าจะเป็นมือถือแอนดรอยด์ยี่ห้ออื่นๆ นั่นเอง
การขยาย Music Hub มายังมือถือยี่ห้ออื่นๆ จะทำให้ซัมซุงกลายเป็นผู้เล่นอีกรายในตลาดเพลงออนไลน์ แข่งกับผู้เล่นรายอื่นอย่าง Amazon, Google, Sony, Spotify, Rdio เป็นต้น
ปัจจุบัน Music Hub ให้บริการเพลงออนไลน์ใน 6 ประเทศ แต่ซัมซุงก็ระบุว่าจะเพิ่มจำนวนประเทศที่เปิดให้บริการในปีนี้
ที่มา - The Next Web
เมื่อปีที่แล้วโนเกียเปิดตัว Nokia Music บริการเพลงออนไลน์สำหรับมือถือ Windows Phone (ที่ใช้งานได้ฟรีในสหรัฐ)
วันนี้โนเกียให้ข้อมูลของ Nokia Music+ บริการแบบพรีเมียมที่คิดค่าบริการรายเดือน โดยไม่จำกัดการดาวน์โหลดเพลงมาฟังแบบออฟไลน์ คุณภาพเสียงสูงขึ้น 8 เท่า (ไม่ระบุบิตเรต) มีฟีเจอร์เนื้อเพลง และฟังผ่านเว็บแอพได้โดยไม่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือ
Nokia Music+ จะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ค่าสมาชิกจะอยู่ราว 3.99 ดอลลาร์/ยูโรต่อเดือน ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ
ที่มา - Nokia Conversations








