จากที่เคยทดลองใช้ระบบดูรูปภาพ lightbox ที่มีพื้นหลังสีดำ ซึ่งโดนผู้ใช้บ่นมากมายจนต้องเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีขาวมาได้ซักพักแล้ว ตอนนี้ Facebook ก็ได้ออกแบบระบบดูรูปใหม่อีกครั้งครับ
หน้าตาของกล่องดูรูปคราวนี้แทบจะเรียกได้ว่า เป็นฝาแฝดกับกล่องดูรูปจากทาง Google+ เลยไม่มีผิด ตำแหน่งของคอมเมนท์รูปถูกย้ายจากด้านล่างไปอยู่ทางด้านขวามือแทน และมีแถบเลื่อนดูคอมเมนท์ภายในตัว ทำให้เราเห็นภาพตลอดเวลาที่เลื่อนอ่านคอมเมนท์ ส่วนรูปภาพก็ขยายขนาดจนเต็มความสูงหรือความกว้างหน้าจอกันไปเลย ไม่มีกั๊กกันอีกต่อไปแล้ว
ข่าวร้ายสำหรับหลายๆ คนคือ พื้นหลัง lightbox ได้กลับไปเป็นสีดำอีกรอบหนึ่งแล้ว จะชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ก็ทำใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงในอีกไม่ช้าได้เลยครับ
- 28 comments
- 963 reads
- Read more
ในตอนนี้ ถ้าเรากดลบรูปบน Facebook ไป รูปบางรูปจะไม่ถูกลบไปจริงๆ และยังสามารถเข้าถึงได้ถ้าเรามีลิงก์ไปถึงไฟล์รูปโดยตรง ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่อยู่กับ Facebook มาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วหลังจากถูกค้นพบเป็นครั้งแรก
ตอนนี้ทาง Facebook ได้ออกมายืนยันแล้วว่าจะแก้ปัญหานี้ให้ภายในเวลา 2 เดือน โดยจะย้ายไฟล์รูปภาพทั้งหมดไปไว้ในระบบจัดการเนื้อหาตัวใหม่และรูปทุกรูปที่ถูกลบบน Facebook จะถูกลบไปจริงๆ แล้ว
น่าตกใจเหมือนกันที่ social network ขนาดใหญ่อย่าง Facebook ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นปัญหายืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 3 ปี
- 12 comments
- 884 reads
การที่ Facebook ยื่นจดทะเบียน IPO ทำให้บริษัทและตัวผู้ก่อตั้ง Mark Zuckerberg กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจอีกครั้ง ซึ่งก็คงเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าการขายหุ้นจะเสร็จเรียบร้อย
ล่าสุด Mark Zuckerberg เองก็ร่วมแจมกระแสนี้ โดยถ่ายภาพโต๊ะทำงานของเขาแล้วโพสต์ขึ้น Facebook ครับ ข่าวสั้นแค่นี้ จบแล้ว
ที่มา - Mark Zuckerberg
- 59 comments
- 1720 reads
- Read more
ในที่สุด Facebook ก็ยื่นเอกสาร Form S-1 กับกลต. สหรัฐเพื่อเตรียมการจดทะเบียนบริษัทเพื่อซื้อขายในตลาดหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตรงตามข่าวลือก่อนหน้านี้ โดยในเอกสารระบุว่า Facebook ต้องการเพิ่มทุน 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการระดมทุนมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี ถ้าเทียบกับกูเกิลแล้วตอนเข้าตลาดหุ้นในปี 2004 นั้นมีการเพิ่มทุน 1.9 พันล้านดอลลาร์
ในการนี้ซีอีโอ Mark Zuckerberg ได้ทำจดหมายชี้แจงกับผู้ถือหุ้นปัจจุบันระบุว่าหลังจากนี้ Facebook จะยังให้ความสำคัญกับการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การสนใจแต่รายได้และกำไรอย่างเดียว เขายังกล่าวว่าที่ Facebook นั้น วัฒนธรรมองค์กรคือการอยู่กันอย่างแฮกเกอร์ กล่าวคือทุกคนจะพยายามค้นหาช่องโหว่และเข้าไปแก้ไขมันให้เร็วที่สุด การนำเสนอความคิดแล้วชี้ชวนคนอื่นไม่มีประโยชน์เท่ากับการคิดออกมาแล้วพิสูจน์ด้วยการทำให้ทุกคนเห็นนั่นคือสิ่งที่คนใน Facebook ทำกัน
Facebook จะใช้ตัวย่อในการซื้อขายคือ FB มี Morgan Stanley เป็นวาณิชธนกิจหลักในการจำหน่ายหุ้น ทั้งนี้ Facebook ยังไม่มีการประกาศออกแต่อย่างใดว่าจะจำหน่ายหุ้นเพิ่มทั้งหมดกี่หุ้น ทำให้ยังไม่สามารถคาดการณ์ราคาต่อหุ้นได้ รวมทั้งเอกสารยังไม่ระบุว่าจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาด NYSE หรือตลาด NASDAQ
- 16 comments
- 903 reads
- Read more
หลังจากเปิดตัว Timeline, Ticker และอื่น ๆ และก็มีคนไม่พอใจ อยากจะปิด Ticker แต่ล่าสุด ทาง Facebook ได้ประกาศว่า คุณสามารถปิดได้แล้ว
ง่ายนิดเดียวคือแค่คุณกดปุ่ม Hide Ticker อันเล็ก ๆ ด้านบนของแถบ Ticker แค่นั้นก็สามารถซ่อน Ticker ให้สบายใจแล้วหละครับ
ที่มา : Facebook Help
- 10 comments
- 778 reads
Facebook จับมือกับบริษัทเอเยนซี่ดิจิทัล Definition 6 ออกเครื่องมือแนวทดลองชิ้นใหม่ ให้เราสามารถสร้างคลิปสั้นๆ จาก Timeline ของเราเองได้
วิธีการก็เข้าไปเล่นกันที่ Timeline Movie Maker โดยต้องอนุญาตให้แอพตัวนี้เข้าถึงข้อมูลบน news feed ของเราด้วยนะครับ
ผลที่ได้เราจะได้คลิปสั้นความยาว 1 นาที ย้อนอดีตที่เคยผ่านมา แอพตัวนี้จะคัดเลือกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เราเคยแชร์ลงใน Facebook ว่าเหตุการณ์ไหนที่น่าจะเป็นเหตุการณ์สำคัญ จากนั้นนำข้อมูลมาเรียงต่อๆ กัน และเลือกใส่เพลงเข้ามาได้ หนังที่ตัดเสร็จแล้วสามารถแชร์ลง Facebook ให้เพื่อนๆ ดูได้ด้วย
ที่มา - ZDNet
- 17 comments
- 875 reads
Wall Street Journal รายงานข่าววงในว่า Facebook กำลังจะยื่นขอขายหุ้น IPO อย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า
เส้นทางชีวิตของ Facebook ถูกจับตามาตลอดปีที่แล้วว่าจะขายหุ้น IPO เมื่อไร ซึ่งข่าวส่วนใหญ่ก็เห็นตรงกันว่าน่าจะเป็นไตรมาสที่สองของปีนี้
WSJ ให้ข้อมูลว่า Facebook จะเลือก Morgan Stanley เป็นวาณิชธนกิจที่ช่วยนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ให้ แต่ก็ยังมีตัวเลือกเป็น Goldman Sachs ที่มีโอกาสน้อยกว่า ส่วนกำหนดการขายหุ้น IPO จริงๆ น่าจะอยู่ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน
- 5 comments
- 614 reads
- Read more
ข่าวใหญ่เมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อนคือการเปิดตัวฟีเจอร์ Search, plus Your World ของกูเกิล ซึ่งมันคือการพ่วงข้อมูลจาก Google+ เข้าไปในผลการค้นหาของกูเกิล (ตอนนี้ยังใช้ได้เฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐ)
ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการ social network เพราะข้อมูลที่ถูกพ่วงไปด้วยมีเฉพาะ Google+ ของกูเกิลเท่านั้น ยังขาดข้อมูลจากคู่แข่งในวงการอย่าง Twitter/Facebook จนมีเสียงวิจารณ์ว่า "กูเกิลตั้งใจขายพ่วง Google+ หรือไม่" ซึ่งฝั่ง Eric Schmidt ก็ออกมาตอบโต้ว่า Twitter ไม่ยอมเซ็นสัญญากับเราต่างหาก
ประเด็นคำถามที่น่าสนใจในเรื่องนี้จึงเป็นว่า กูเกิล "มีสิทธิ" ดูดข้อมูลของ Twitter/Facebook ไปใช้ในผลการค้นหาของตัวเองได้แค่ไหน ซึ่งคำตอบของแต่ละฝ่ายก็คงต่างกันไป
- 22 comments
- 1213 reads
- Read more
ตัวแทนของ Facebook ให้ข้อมูลว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า บริษัทจะบังคับให้ผู้ใช้ทุกคนต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบ Timeline ที่เปิดตัวมาก่อนนี้แล้ว
กระบวนการการเปลี่ยนเป็น Timeline จะยังเหมือนเดิมคือเมื่อกดเปลี่ยนแล้ว เราจะมีเวลา 7 วันรีวิวข้อมูลใน Timeline ก่อนจะแสดงให้คนอื่นๆ เห็น
ในกรณีที่เรามีโพสต์ใดๆ ที่ไม่อยากให้แสดงใน Timeline สามารถกดเปลี่ยนได้ โดยคลิกที่รูปดินสอตรงมุมขวาบนของแต่ละโพสต์ แล้วเลือก Hide from Timeline
หลังจากการเปลี่ยนแปลงรอบนี้เสร็จสิ้นแล้ว Facebook จะเริ่มใช้ Timeline สำหรับ Page ต่อไป
ที่มา - TechCrunch, AllFacebook
- 32 comments
- 1669 reads
ในงานสัมมนา f8 ประจำปี 2011 เราได้เห็นข่าวการเปิดตัว "แอพ" แบบใหม่ของ Facebook ที่รองรับฟีเจอร์ Open Graph โดยแอพเหล่านี้จะแสดง "กริยา" ของเราในด้านต่างๆ เช่น "listen" กับ Spotify, "watch" กับ Netflix, "read" กับ Washington Post
แอพแบบใหม่ถูกวิจารณ์พอสมควรว่าทำให้ผู้ใช้เสียความเป็นส่วนตัว เพราะเพื่อน ๆ จะเห็นตลอดว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เช่น แค่อ่านข่าวก็แสดงสถานะว่าเรากำลัง read อยู่ โดยที่เราไม่ต้องกดแชร์ด้วยซ้ำ (สื่อเมืองนอกบางเจ้าเรียกมันว่า frictionless sharing หรือแชร์แบบไม่ต้องทำอะไรเลย)
อย่างไรก็ตาม ทิศทางนี้เป็นทิศทางที่ Facebook หมายมั่นปั้นมือว่าจะมุ่งไปอย่างชัดเจน และเมื่อวันก่อน Facebook ก็เปิดตัวพาร์ทเนอร์ร่วมสร้างแอพแบบใหม่หรือที่เรียกว่า Timeline Apps อีกกว่า 60 ราย
- 6 comments
- 836 reads
- Read more
Palo Alto Networks Inc. บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยได้เก็บสถิติของลูกค้ากว่า 1,600 ราย ระหว่างเดือนเมษายน-พฤศจิกายนปีที่แล้ว
ผลการศึกษาพบว่า
- ปริมาณทราฟฟิกด้าน social โดยรวมค่อนข้างคงตัว โดยอยู่ราวๆ 1% ของทราฟฟิกทั้งหมด
- แต่การใช้งาน social network แบบ 'active' (โพสต์/แชร์ข้อความ) ใช้ปริมาณทราฟฟิกไป 28% ของทราฟฟิกที่เกี่ยวข้องกับ social network ซึ่งเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนก่อนหน้า ที่มีแค่ 9%
- ทราฟฟิกเข้าเว็บ Twitter เพิ่มขึ้น 700% ต่อปี
- ทราฟฟิกของ Facebook คิดเป็น 13% ของทราฟฟิกด้าน social เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวจากการศึกษารอบก่อน
- 50% ของบริษัทที่ศึกษา พบการเล่นเกมของ Zynga บน Facebook ซึ่งคิดเป็น 5% ของทราฟฟิกด้าน social
- 57% ของบริษัทที่ศึกษา พบการแลกเปลี่ยนไฟล์บนเว็บไซต์ Megaupload และ 50% พบการใช้งาน FilesTube
- 11 comments
- 751 reads
- Read more
Mark Zuckerberg ออกมาแสดงตัวต้านร่างกฎหมาย SOPA/PIPA ชัดเจน โดยเขาโพสต์ข้อความบน Facebook เรียกร้องให้ผู้ใช้เน็ต "ปกป้องอินเทอร์เน็ตเอาไว้" จากกฎหมายที่อาจส่งผลเสียต่ออินเทอร์เน็ต นอกจากนี้เขายังระบุว่ายุคสมัยนี้จำเป็นต้องมีนักการเมืองที่ "สนับสนุนอินเทอร์เน็ต" ด้วย
The internet is the most powerful tool we have for creating a more open and connected world. We can't let poorly thought out laws get in the way of the internet's development. Facebook opposes SOPA and PIPA, and we will continue to oppose any laws that will hurt the internet.
The world today needs political leaders who are pro-internet. We have been working with many of these folks for months on better alternatives to these current proposals. I encourage you to learn more about these issues and tell your congressmen that you want them to be pro-internet.
ที่มา - Facebook
- 3 comments
- 2984 reads
เรื่องนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับใครที่บริหารจัดการ Page ใน Facebook ครับ โดยบริษัท EdgeRank Checker ได้ทำการวิเคราะห์โพสต์มากกว่า 30,000 โพสต์จาก Facebook Page มากกว่า 500 Page โดย Page เหล่านี้มีคนกด like เฉลี่ย 140,000 ราย พบว่าอายุของโพสต์แต่ละอันนั้นมีค่าเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 7 นาที ค่ามัธยฐาน 2 ชั่วโมง 56 นาที
อายุของโพสต์นั้นทาง EdgeRank ใช้วิธีการวัดจากการที่มีคนกด Like หรือแสดงความคิดเห็นนับจากเวลาที่โพสต์ โดยเมื่อพ้นไปจาก 3 ชั่วโมงแล้วการโต้ตอบจากผู้ชมจะเหลือน้อยลงไปมากจึงสรุปว่าโพสต์หมดอายุของมันนั่นเอง
อย่างไรก็ตามผลการศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่า Page ควรจำกัดโพสต์เพียงวันละ 8 โพสต์ (24 ชั่วโมงหาร 3) เพียงแต่เป็นการนำเสนออายุของโพสต์โดยเฉลี่ยเท่านั้น ยังมีปัจจัยอีกมากที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการสร้างการโต้ตอบกับผู้เข้าชม ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพเนื้อหาที่โพสต์ เวลาที่โพสต์ ตลอดหมวดหมู่ของ Page นั้นๆ เช่นถ้าเป็น Page อย่างสำนักข่าวก็ควรโพสต์ตามสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ถ้าเป็นแบรนด์สินค้าแล้ว การโพสต์มากเกินไปอาจจะรก News Feed ผู้ใช้งานและทำให้เนื้อหาแต่ละอย่างตกเร็วเกินไปได้
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วนักบริหาร Page คงต้องหาจุดสมดุลเอาเองว่าควรโพสต์วันละกี่คำคมดี?
ที่มา: TechCrunch
- 5 comments
- 3671 reads
- Read more
Jake Brill ผู้บริหารของ Facebook จากทีม Site Integrity ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Business Insider เปิดเผยรายละเอียดด้านการรักษาความปลอดภัย และการต่อต้านสแปมของเว็บไซต์
- Brill บอกว่า Facebook เป็นเหยื่อของความสำเร็จของตัวเอง เพราะคนใช้เยอะมาก ปัญหาสแปมก็มากตามไปด้วย
- เนื่องจาก Facebook สร้างระบบ News Feed ที่น่าเชื่อถือและน่าสนใจ ทำให้เวลาสแปมหลุดเข้ามาใน News Feed ผู้ใช้จึงเชื่อและมักคลิกลิงก์
- สถิติของ Facebook คือลิงก์ 4% เท่านั้นที่เป็นสแปม และในวันหนึ่งๆ มีผู้ใช้ 5% ที่พบปัญหาสแปม
- Facebook กำลังแก้ปัญหานี้อย่างเต็มที่ ตอนนี้ในทีมของเขามีพนักงาน 30 คนทำงานเต็มเวลา และมีอัลกอริทึมคอยตรวจสอบสแปมตลอดเวลา มีเครื่องมือที่ดักจับคนที่ประสงค์ร้ายและลิงก์ที่มีปัญหา
- Facebook เป็นเว็บไซต์ไม่กี่แห่งที่ไม่เชื่อว่าผู้ใช้เป็นตัวจริง ถึงแม้จะใส่รหัสผ่านถูก เพราะมีระบบเช็คว่าถ้าล็อกอินที่หนึ่ง แล้วอีก 10 นาทีไปล็อกอินจากสถานที่อื่นในโลก Facebook จะบังคับให้ผู้ใช้พิสูจน์ตัวเองผ่านมาตรการต่างๆ
- Facebook ยังจับมือกับผู้ให้บริการความปลอดภัยอย่าง McAfee คอยสแกนลิงก์ว่าเป็นลิงก์ปลอดภัย ซึ่งบริการ social network อื่นๆ ยังไม่ได้ทำแบบนี้
ที่มา - Business Insider
- 14 comments
- 3752 reads
ที่งาน CES 2012 ค่ายรถหรูอย่าง Mercedes-Benz นำระบบสั่งงานภายในรถยนต์ (telematics) ตัวใหม่ที่เรียกว่า mbrace2 มาโชว์
ความสามารถของ mbrace2 เหนือระบบสั่งงานในรถทั่วๆ ไปคือมันสามารถใช้งาน "แอพ" ได้ (ซึ่งก็เป็นทิศทางที่ค่ายรถอื่นๆ กำลังมุ่งไปเช่นกัน) โดยระบบที่ Mercedes-Benz นำมาโชว์มีแอพ 3 อย่าง
- Google Local Search ไว้ค้นหาสถานที่ และสามารถใช้ Google Street View ดูหน้าตาของสถานที่ปลายทางได้ด้วย
- Yelp ไว้ค้นข้อมูลร้านอาหาร
- Facebook ไว้สื่อสารและดูว่าเพื่อนๆ ของเรากำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง
- 15 comments
- 3411 reads
- Read more










