หลังการพิจารณาคดีระหว่าง Eolas ที่ฟ้องสิทธิบัตรเว็บแบบโต้ตอบได้ คณะลูกขุนก็มีมติไม่ยอมรับสิทธิบัตร '906 ที่ทาง Eolas อ้างแล้ว โดย Tim Berners-Lee ได้ทวีตแจ้งข่าวนี้
ทางกูเกิลเองก็แสดงความยินดีกับข่าวนี้และการที่ลูกขุนตัดสินเช่นนี้เป็นการยืนยันจุดยืนของกูเกิลว่าข้ออ้างของสิทธิบัตรนี้ไม่มีเหตุผลหนักแน่น
ที่มา - ArsTechnica
- 7 comments
- 468 reads
บริษัท Eolas Technologies เป็นบริษัทผู้ถือสิทธิบัตรของ Michael Doyle นักชีววิทยาได้เขียนโปรแกรมเพื่อติดต่อระหว่างนักชีววิทยาในช่วงปี 1993 และจดสิทธิบัตรเอาไว้ ในตอนนี้เขากำลังใช้สิทธิบัตรเหล่านั้นเพื่อฟ้องบริษัทไอทีต่างๆ โดยอ้างว่าสิทธิบัตรครอบคลุมถึง เว็บแบบโต้ตอบได้ (interactive web) ทั้งหมด
Tim Berners-Lee ขึ้นให้การต่อศาลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เล่าถึงการสร้างเบราเซอร์ที่ชื่อว่า Viola ของนักเรียนที่ชื่อว่า Pei Wei ในช่วงปี 1991
เรื่องที่น่าสนใจคือ Doyle ไม่ได้อ้างว่าครอบครองเทคโนโลยีเว็บทั้งหมด แต่ครอบครองเทคโนโลยีเว็บโต้ตอบ ซึ่งจะหมายถึงเมื่อเว็บสามารถคลิกเพื่อดูวิดีโอ หรือมีการโต้ตอบแบบ AJAX ได้ก็จะกลายเป็นละเมิดไปทั้งหมด
งานนี้ Tim Berners-Lee พยายามชี้แจงว่าเว็บนั้นเป็นบริการที่โต้ตอบกับผู้ใช้อยู่แล้วตั้งแต่แรก ส่วนทนายของ Eolas นั้นพยายามจะชี้ว่า Tim นั้นมีภาพลบต่อสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ โดยยกการให้พูดของเขาหลายๆ ครั้งขึ้นมา
บริษัทที่ถูก Eolas ฟ้องตั้งแต่ปี 2009 นั้นมีถึง 20 บริษัทแต่ส่วนใหญ่ยอมความกันนอกศาล เหลือ 8 บริษัทที่ต่อสู้คดีในชั้นศาล และกระบวนการต่อจากนี้อยู่ในช่วงของการพิจารณาว่าสิทธิบัตรนี้มีผลจริงหรือไม่ เช่นหากพบว่ามันทับซ้อนกับเว็บทั่วไป ก็จะถือว่าไม่มีผลจริงเพราะมีการสร้างสรรค์ขึ้นก่อน (prior arts)
- 12 comments
- 566 reads
ขณะที่ทางฝั่งเบราเซอร์เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมากในช่วงสองปีหลัง เทคโนโลยีเว็บในฝั่งเซิร์ฟเวอร์เองก็กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดรายงานจาก Netcraft ออกมาชี้ว่า Nginx ซึ่งเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์โอเพนซอร์สมียอดการใช้งานแซงหน้า Microsoft IIS ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวัดตามตัวจำนวน Active Sites ซึ่งเป็นวิธีการวัดหนึ่งของทาง Netscraft
อย่างไรก็ดีเมื่อวัดตามตัวแปรอื่นๆ เช่น โดเมน, และวัดจากเว็บที่ผู้ใช้มากที่สุด 1 ล้านเว็บแรก ตัว Nginx ยังคงเป็นอันดับที่สาม รองจาก Microsoft IIS อยู่ แต่ในแง่ของการเติบโตนั้น Nginx มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง โดยมันเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ตระกูลเดียวที่มีสัดส่วนการใช้งานเติบโตตลอดสามปีที่ผ่านมา ขณะที่ IIS นั้นกลับมีส่วนแบ่งลดลงเรื่อยๆ
เรื่องที่น่าสนใจคือ Nginx นี้มันอ่านชื่อยังไง (บ้างว่า "เอ็น-จิน-เอ็ก" บ้างว่า "หงิก")
ที่มา - Netcraft
- 28 comments
- 3064 reads
วันนี้เปิดดูข่าวเพื่อดูความเคลื่อนไหวของสมาคมฟุตบอลไทยหลังจากพ่ายให้กับซาอุดิอาระเบียในฟุดบอลโลกรอบคัดเลือกนัดที่ 4 พบว่าเว็บของสมาคมฟุดบอลถูกแฮกโดย MN9 (เปิดดูตอน 21.16 น, 12 พย 54) ในหน้าเว็บแสดงไฮไลต์การยิงประตู และคลิปที่นักเตะทีมชาติตะลุมบอลกัน
ที่มา www.fat.or.th
- 10 comments
- 612 reads
ไม่กี่วันหลังข่าวว่ากูเกิลกำลังจะเปิดภาษาใหม่ ก็มีคนไปขุดเอาเมลที่ Mark S. Miller ที่อยู่ในทีม JavaScript Standard ของกูเกิลส่งเข้าเมลกลุ่มของโครงการ Caja เมื่อปลายปีที่แล้ัว
เนื้อเมลแสดงถึงความตั้งใจของกูเกิลที่จะแก้ไข "ปัญหาพื้นฐาน" ของ JavaScript ที่ไม่สามารถแก้ไขได้จากการพัฒนาตัวภาษา ซึ่งปรกติมีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ผ่านทางมาตรฐาน ECMAScript ทำให้กูเกิลตัดสินใจที่จะพัฒนาภาษาใหม่ที่ชื่อว่า Dash โดยวางเป้าให้มันเป็นภาษาสำหรับเครื่องไคลเอนต์และเซิร์ฟเวอร์ด้านหน้า (Front-End) และวางตัวให้ภาษา Go เป็นภาษาสำหรับระบบภายใน นั่นแปลว่าแผนการระยะยาวคือกูเกิลจะใช้ภาษาของตัวเองทั้งหมด
- 15 comments
- 2507 reads
- Read more
Native Client นั้นเป็นเทคโลยีที่ทำให้ไฟล์ไบนารีที่ทำงานกับซีพียูโดยตรงสามารถถูกจำกัดความสามารถในการเข้าถึงระบบได้อย่างแม่นยำ เช่นไม่สามารถเปิดไฟล์ใดๆ ที่ไม่ได้ขออนุญาตล่วงหน้า หรือการเชื่อมต่อกับเครือข่าย โดยกูเกิลเปิดตัวเทคโนโลยีนี้มาตั้งแต่ปี 2008 ในฐานะปลั๊กอินสำหรับเบราเซอร์ และเริ่มรวมกับ Chrome มาได้พักใหญ่ๆ แต่ผู้ใช้จะต้องเปิดการใช้งานเอง จนกระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมากูเกิลระบุว่ากำลังเตรียมออก ABI รุ่นเสถียรรุ่นแรกและเมื่อพร้อมแล้วจะเปิดให้ใช้งานใน Chrome ตั้งแต่เริ่มต้น มาวันนี้ทีม Chrome ก็ระบุว่า Chrome 14 จะเป็นรุ่นแรกที่รองรับ Native Client อย่างเป็นทางการ
Native Client รุ่นที่เปิดใน Chrome 14 จะเชื่อมต่อกับเบราเซอร์ผ่านทาง Pepper ซึ่งทำให้ C และ C++ สามารถเรียกใช้ API ต่างๆ ของ HTML5 ได้ด้วย
นอกจาก Native Client แล้ว Chrome 14 จะรองรับ Web Audio API ทำให้เว็บสามารถเข้าจัดการเสียงในหลายๆ รูปแบบเช่นทำ visualization ให้กับเสียงได้
ที่มา - Google Chrome Blog
- 22 comments
- 3794 reads
ใน Android นั้นปัญหาอย่างหนึ่งที่ถูกแก้ไปอย่างดีคือการทำงานร่วมกันระหว่างแอพพลิเคชั่นที่มีระบบ Intent ที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เปิดโอกาสให้บริการใหม่ๆ สามารถให้บริการได้เช่นบริการอ่าน QR Code นั้นสามารถเขียนกันคนละแอพพลิเคชั่นจากนักพัฒนาที่ไม่เกี่ยวข้องกันแต่ให้บริการแทนกันได้ และวันนี้กูเกิลก็พยายามนำแนวคิดแบบเดียวกันให้มาอยู่ในเว็บ ในชื่อ Web Intents
- 6 comments
- 3472 reads
- Read more
WebCL เป็นมาตรฐาน API สำหรับการเข้าใช้ GPU ประมวลผลผ่านทางจาวาสคริปต์ หลังจากที่ Khronos ได้ประกาศมาตรฐานไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา วันนี้เราก็เริ่มเห็นตัวอย่างที่สามารถใช้งานจริงได้แล้ว โดยฝั่ง WebKit นั้นซัมซุงเป็นผู้พัฒนา ส่วนทาง Firefox 4 นั้นทางโนเกียเป็นผู้พัฒนา
มาตรฐาน WebCL ยังถูกตั้งคำถามในเรื่องของความปลอดภัยอยู่อีกมาก เพราะมันเป็นเพียงการพอร์ต API ของ OpenCL ซึ่งเป็น API ระดับล่างขึ้นมาอยู่บนเว็บโดยตรง จึงน่าสงสัยว่ามันจะปลอดภัยจากการโจมตีเพียงไร อย่างไรก็ดี มาตรฐาน WebCL นั้นยังไม่นิ่งเหมือน WebGL ที่ล้อมาจาก OpenGL
การใช้ WebCL จะช่วยเปิดให้เว็บแอพพลิเคชั่นสามารถเข้าถึงการประมวลผลประสิทธิภาพสูงของ GPU ได้ เราอาจจะเห็นการบริจาคการประมวลผลของ GPU เพื่อช่วยวิจัยยารักษาโรคใหม่ๆ เพียงแค่การเปิดหน้าเว็บ หรืออาจจะสามารถตัดต่อวิดีโอบนเว็บได้โดยตรงในอนาคต
วิดีโอสาธิตอยู่ท้ายข่าว
ที่มา- ConceivablyTech
- 8 comments
- 596 reads
- Read more
แฟนฟุตบอลอังกฤษโดยเฉพาะสโมสร Arsenal อาจจะคุ้นกับชื่อ Alisher Usmanov เพราะเขาเป็นผู้ถือหุ้นในทีมปืนใหญ่นี้อยู่ 27% แต่ในอีกด้านหนึ่งเขาก็เป็นนักลงทุนรายใหญ่ในธุรกิจเว็บอยู่มากมาย Usmanov ให้สัมภาษณ์ว่าในมุมมองเขาตอนนี้ การลงทุนในธุรกิจบริษัทด้านเว็บหรืออินเทอร์เน็ตเริ่มให้ผลตอบแทนที่น้อยลง โดยเฉพาะถ้าเทียบกับส่วนที่เขาได้ลงทุนไปเมื่อสองถึงสามปีแล้วซึ่งผลตอบแทนดีกว่านี้มาก
เขาไม่ปฏิเสธว่าที่นักลงทุนมองว่าธุรกิจเว็บเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ก็เป็นเรื่องจริง ธุรกิจเว็บตั้งแต่พวกเกิดใหม่จนถึงเว็บขนาดใหญ่ต่างถูกประเมินมูลค่าสูงมากเกินไปกันแทบทั้งนั้น โดยตัวเขาได้ตั้งกองทุนร่วมกับ Yuri Milner มหาเศรษฐีชาวรัสเซียอีกคนเพื่อลงทุนในกิจการอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันกองทุนของเขาถือหุ้น Facebook อยู่ 10% ซึ่งเป็นการเข้าถือหุ้นตั้งแต่ Facebook ถูกประเมินมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ปัจจุบันมูลค่าสูงไปถึง 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว นอกจากนี้กองทุนของเขาก็ยังลงทุนใน Groupon และ Zynga อีกด้วย อย่างไรก็ตามเขาบอกว่าจะยังไม่หยุดการลงทุนในธุรกิจอินเทอร์เน็ต แต่ต้องพิจารณาให้ละเอียดมากขึ้น
ที่มา: Bloomberg
- 16 comments
- 709 reads
เมื่อปีที่แล้ว Adobe ได้สาธิตเครื่องมือแปลง Flash ไปเป็น HTML5 เกือบหนึ่งปีผ่านไปก็ได้เวลาส่งเครื่องมือนี้ไปยังนักพัฒนากันจริงๆ แล้ว โดย Adobe เปิด Wallaby ในรุ่นพรีวิวให้ทุกคนสามารถดาวน์โหลดได้ทันทีที่หน้าโครงการ Wallaby
ฟีเจอร์ที่รองรับนั้นยังจำกัดอยู่มาก โดยมากแล้วเป็นการกราฟิก, และภาพเคลื่อนไหวนั้นแปลงได้ครบถ้วนแล้ว แต่ฟีเจอร์อื่นๆ เช่นการแปลงโค้ด Actionscript นั้นยังไม่สามารถแปลงได้เลย และการแปลงยังจำกัดว่าต้องแปลงจากไฟล์ FLA เท่านั้น ไม่สามารถแปลงจากไฟล์ SWF ได้
ที่มา - John Nack on Adobe
- 14 comments
- 1194 reads
หน่วยงานดูแลมาตรฐานเว็บ W3C ออกโลโก้ของ HTML5 และเทคโนโลยีในชุด เพื่อกระตุ้นให้คนสนใจเทคโนโลยี HTML5 มากขึ้น
โลโก้ในชุดประกอบด้วยโลโก้ HTML5 สีแดงส้ม และตราสัญลักษณ์ (badge) แทนเทคโนโลยีย่อยแต่ละหมวดอีก 8 อัน เช่น Semantics, Offline & Storage, 3D เป็นต้น (รายละเอียดของโลโก้ดูได้จาก W3C HTML5 Logo)
หลังประกาศโลโก้ออกมา บริษัทไอทีหลายแห่งก็เริ่มขานรับโลโก้นี้แล้ว ตามข้อมูลของ W3C บอกว่าไมโครซอฟท์และกูเกิลจะนำโลโก้นี้ไปใช้บนเว็บโชว์ HTML5 ของตัวเอง
ที่มา - ZDNet
- 20 comments
- 1704 reads
- Read more
บริษัทสถิติเว็บ Hitwise เผยสถิติประจำปี 2010 ปรากฎว่า Facebook ควบแชมป์สองตำแหน่ง ทั้งเว็บที่มีคนเข้ามากที่สุด และคำค้นยอดฮิต
ส่วนของคำค้นไม่ตื่นเต้นเท่าไร เพราะ "facebook" เป็นแชมป์มาตั้งแต่ปีที่แล้ว อันดับอื่นที่น่าสนใจคือ "MySpace" ตกจากที่สองมาเป็นที่ห้า และ "facebook login" ขึ้นจากอันดับเก้ามาอยู่อันดับสอง ในสิบอันดับแรกมีคำที่เกี่ยวกับ Facebook ถึงสี่คำ
ส่วนเว็บยอดฮิตในปี 2010 นั้น facebook.com แซง google.com ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้สำเร็จ อันดับสามคือ mail.yahoo.com อันดับอื่นที่น่าสนใจคือ ebay.com หลุดสิบอันดับแรกไป และ bing.com โผล่ขึ้นมาแตะอันดับสิบได้
ที่มา - Hitwise
- 10 comments
- 1136 reads
รายงานการสำรวจตลาดซอฟต์แวร์โซเชียลเช่น บล็อก, วิกิ, ฟอรั่ม, และเครื่องมือสำหรับการสื่อสารอื่นๆ ในองค์กรมีมูลค่าตลาดรวมถึง 664 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 578 ล้านดอลลาร์ ด้วยอัตราการเติบโตเช่นนี้ตลาดนี้น่าจะมีมูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2012
เครื่องมือในกลุ่มนี้ได้เช่น Salesforce.com Chatter, IBM Lotus Connections, หรือ Microsoft Sharepoint
บ้านเราจริงๆ ตลาด CMS ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานก็ค่อนข้างใหญ่มาก เสียดายไม่มีการสำรวจจริงจังว่ามูลค่าตลาดเป็นเท่าใหร่กัน
ที่มา - eWeek
- 2 comments
- 846 reads
เว็บที่เราเห็นทุกวันนี้นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจาก CERN ในยุโรป (หน่วยงานเดียวกับทางสร้าง LHC) และออกแบบโดยนักฟิสิกส์ที่ชื่อว่า Tim Berners-Lee ล่าสุดเขาเขียนบทความลงนิตยสาร Scientific American เรียกร้องให้เว็บต่างๆ คงความ "เปิด" ของเว็บเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการแยกส่วนของข้อมูลในเว็บ
- 28 comments
- 1568 reads
- Read more
นิตยสาร Time จัดอันดับ 10 เทรนด์ยอดฮิตสำหรับเว็บในปีนี้ ใครจะทำเว็บไซด์โปรดพิจารณา
- Location,Location,Location - ดูตัวอย่างการใช้สถานที่อย่างชาญฉลาดได้จาก Foursquare
- สร้างแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แค่สร้างเว็บ - ถ้าทำเว็บที่ให้บริการ ควรให้มันต่อยอดได้อย่าง Twitter หรือ Facebook
- Social Gaming - ขุมทองของบริษัททำเกมส์
- Augmented Reality - สร้างโลกเสมือนจริง อย่างเช่นเกมส์บนไอโฟนที่ให้เรายิงเพื่อนจากกล้องได้ หรืออย่างบริการสร้างกล่องใส่พัสดุเสมือนจริงของไปรษณีย์กลางสหรัฐ
- Living in the Cloud - เมื่อ Netflix ให้เราสามารถเช่าหนังมาดูแบบ streaming แทนที่จะต้องไปที่ร้านเช่าจริงหรือรอ DVD จากทางไปรษณีย์
- Birth of the Backchannel - การพูดคุยในหลากหลายช่องทางในขณะที่เหตุการณ์สดๆ กำลังเกิดขึ้นจริง ตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดน่าจะเป็น #Judgementday
- 16 comments
- 4841 reads
- Read more








