Tags:
Google

ถ้าใครสงสัย หัวข่าวไม่ผิดหรอกครับ เพราะการเล่นเน็ตแล้วได้เงินฟรีมีอยู่จริงๆ เพียงแต่เราต้องยอมสละความเป็นส่วนตัว แชร์ข้อมูลพฤติกรรมการท่องเว็บของเราให้กูเกิลรับรู้ แลกกับบัตรของขวัญมูลค่าสูงสุด 25 ดอลลาร์

โครงการนี้ของกูเกิลมีชื่อว่า "Screenwise" ซึ่งผู้เข้าร่วมจะต้องติดตั้งส่วนเสริมของ Chrome ที่ส่งข้อมูลกลับไปยังพาร์ทเนอร์ของกูเกิล เพื่อดูว่าเรามีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไรบ้าง ซึ่งกูเกิลจะนำข้อมูลนี้ไปวิจัยในโครงการอื่นๆ ต่อไป

ผลตอบแทนที่เราได้รับคือบัตรของขวัญ Amazon มูลค่า 5 ดอลลาร์ (Amazon ไม่เกี่ยวกับโครงการนี้) โดยจะมอบให้ทุก 3 เดือน และมูลค่ารวมสูงสุดคือ 25 ดอลลาร์

สิ่งที่น่าเสียใจคือพอข่าวนี้ออกมา กูเกิลก็ปิดรับสมัครไปเรียบร้อยแล้ว

ที่มา - Search Engine Land

Tags:
Path

นักพัฒนาซอฟต์แวร์ Arun Thampi ค้นพบว่า Path แอบส่งข้อมูลจาก Address Book ทั้งหมดเป็น Property List (plist) ซึ่งเป็นไฟล์เข้ารหัสข้อมูลคล้ายกับ XML หรือ JSON ที่ใช้ทั่วไปใน iOS และ Mac OS ไปที่เซิร์ฟเวอร์ของ Path

Dave Morin ผู้บริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Path อ้างว่าข้อมูลที่ถูกส่งไปใช้ในการเชื่อมต่อผู้ใช้เข้าหากันเท่านั้น ทั้งนี้ VentureBeat ได้พบว่าที่จริงแล้ว Path กล่าวถึงการใช้ Address Book ของผู้ใช้ไว้บางส่วนในหน้า Wikipedia ของบริษัท

Tags:
Microsoft

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไมโครซอฟท์ซื้อหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์ชื่อดังหลายฉบับ เช่น Wall Street Journal, the New York Times, USA Today เพื่อโจมตีกูเกิลที่เปลี่ยนนโยบายด้านความเป็นส่วนตัวของบริษัท

โฆษณาของไมโครซอฟท์พาดหัวว่า "Putting People First" หรือ "ผู้ใช้ต้องมาก่อน" เนื้อหาพูดถึงกูเกิลเก็บข้อมูลของผู้ใช้เพื่อประโยชน์ต่อผู้ลงโฆษณาเป็นสำคัญ และปิดท้ายด้วยการโฆษณาผลิตภัณฑ์จากไมโครซอฟท์ 4 ตัวคือ Hotmail, Bing, Office 365 และ IE

ฝั่งกูเกิลออกมาโต้ตอบผ่านบล็อก โดยตอบปัญหาที่คาใจหลายประการ เช่น กูเกิลไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหาในนโยบายด้านความเป็นส่วนตัว แต่ทำใหม่ให้อ่านง่ายขึ้น, กูเกิลไม่ได้อ่านอีเมลของผู้ใช้ เป็นต้น

คู่นี้คงซัดกันต่อไปอีกนาน สำหรับภาพของโฆษณาก็ดูกันเองตามลิงก์ครับ

ที่มา - Marketing Land

Tags:
O2

ลูกค้าของเครือข่าย O2 ในสหราชอาณาจักรได้รายงานว่าเครือข่าย O2 ได้ส่งฟิลด์พิเศษใน HTTP header เมื่อลูกค้าใช้เว็บผ่านโทรศัพท์มือถือบนเครือข่ายของ O2 โดยเพิ่มฟิลด์ x-up-calling-line-id ที่เป็นข้อมูลหมายเลขเครือข่าย O2 ของโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา

เหตุการณ์นี้ทำให้ลูกค้าจำนวนมากไม่พอใจเพราะเป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าให้กับเว็บต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ทางเว็บไซต์ Which Conversation ได้ติดต่อไปยัง Information Commissioner’s Office (ICO) หรือคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารที่เป็นผู้ดูแลความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล ทาง ICO ได้ตอบรับว่าติดต่อไปยัง O2 เพื่อเตือนถึงการกระทำนี้แล้ว และทางคณะกรรมการกำลังทำความเข้าใจว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นก่อนจะดำเนินการต่อไป

Tags:
Google

บริการของกูเกิลนั้นหลายตัวเป็นบริการที่ซื้อเข้ามา เช่น YouTube และบางตัวเป็นบริการที่สร้างขึ้นด้วยเงื่อนไขต่างๆ กันไป ปัญหาคือข้อตกลงเหล่านี้ไม่เหมือนกัน และเอาเข้าจริงมันยาวจนไม่มีใครอ่านจริงๆ ปัญหาสำหรับกูเกิลเองก็คือการใช้ข้อมูลข้ามบริการของกูเกิลกันเองนั้นอาจจะกลายเป็นการผิดข้อตกลงที่กูเกิลไปทำไว้เสียเอง

งานนี้กูเกิลจึงเลือกที่จะรวบข้อตกลงการใช้งานกว่า 60 บริการเข้ามาให้เหลือชุดเดียว และปรับข้อตกลงการใช้งานให้อ่านง่ายขึ้น ข้อตกลงโดยรวมจะสั้นลง

โดยรวมอาจจะดูดีสำหรับผู้ใช้ แต่ข้อตกลงใหม่นี้จะอนุญาตให้กูเกิลแชร์ข้อมูลข้ามไปมาระหว่างบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวกใจยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้ตกลงกับกูเกิลในการเปิดเผยข้อมูลทีเดียว แล้วกูเกิลสามารถนำไปใช้งานร่วมกันระหว่างบริการต่างๆ ได้

ในวันนี้กูเกิลมีข้อตกลงการใช้งานกับผู้ใช้ถึง 70 แบบ การรวบครั้งนี้จะรวบ 60 บริการเข้ามา โดยกูเกิลไม่ระบุว่าเหลือบริการอะไรที่ต้องการข้อตกลงการใช้งานแยกต่างหากอีกบ้าง และวันที่ 1 มีนาคมนี้กูเกิลจะเริ่มแจ้งผู้ใช้ถึงข้อตกลงใหม่นี้ทั้งบนหน้าเว็บและอีเมล ส่วนถ้าใครอยากอ่านก่อนก็มีให้อ่านเวอร์ชั่นร่างได้เลย

ที่มา - Google Blog

Tags:
Google

กูเกิลเป็นบริษัทที่ถูกวิจารณ์เรื่องการเก็บข้อมูลส่วนตัวมากที่สุดบริษัทหนึ่ง แต่ความพยายามของกูเกิลตลอดมาคือการบอกว่าตัวเองอยู่ข้างเดียวกับผู้บริโภคในการรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ความพยายามล่าสุดคือเว็บไซต์ Good to Know ที่เป็นเว็บแนะนำว่ามีข้อมูลอะไรที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต, กระบวนการรักษาความปลอดภัยข้อมูลเหล่านั้น, และการจัดการข้อมูลต่างๆ

ไม่แน่ใจว่าจะมีแปลเป็นภาษาอื่นๆ ในอนาคตหรือไม่ แต่เห็นวิดีโอเริ่มมีซับไตเติลเป็นภาษาเกาหลีแล้ว

ที่มา - Google Blog

Tags:
Google

ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Search, plus Your World ของกูเกิลกลายเป็นประเด็นร้อน นอกจากวิวาทะกับ Twitter (ซึ่งตามมาด้วยข้อหา "ผูกขาด") ก็ยังมีประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวตามมา

หน่วยงานด้านความเป็นส่วนตัว Electronic Privacy Information Center หรือ EPIC (รายเดียวกับที่เคยร้อง FTC เรื่อง Facebook Timeline) ประกาศว่าจะยื่นคำร้องไปยัง FTC ว่าฟีเจอร์ใหม่นี้ของกูเกิลมีปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

ตัวแทนของ EPIC บอกว่าถึงแม้ข้อมูลที่แสดงใน Search, plus Your World จะไม่แสดงต่อสาธารณะ แต่ก็จะทำให้ข้อมูลของผู้ใช้ Google+ ถูกเปิดเผยได้ง่ายขึ้นผ่านฟีเจอร์นี้ และเจ้าของข้อมูลเองไม่สามารถ "ปิด" การแสดงผลข้อมูลของตัวเองในผลการค้นหาที่เพื่อนๆ มองเห็นด้วย

EPIC ยังบอกว่ากูเกิลพยายามต่อสู้กับ Facebook ในตลาด social network ทำให้กูเกิลพยายามใช้พลังจากการเป็นผู้นำ (dominance) ในตลาดค้นหามาช่วยผลักดันเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม กูเกิลไม่ใช่รายแรกที่มีฟีเจอร์ลักษณะนี้ เพราะ Bing ประกาศความร่วมมือกับ Facebook แสดง Like ในผลการค้นหาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

ที่มา - EPIC, LA Times

Tags:
Facebook

เมื่อเดือนที่แล้วเราเพิ่งเห็น ข้อตกลงระหว่าง Facebook กับ FTC ในนโยบายด้านความเป็นส่วนตัว แต่ฟีเจอร์ใหม่ที่สร้างกระแสวิจารณ์อย่าง Timeline อาจทำให้ Facebook ต้องมีปัญหากับ FTC (และองค์กรลักษณะเดียวกัน) อีกรอบ

Electronic Privacy Information Center (EPIC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคสังคมที่พิทักษ์สิทธิด้านความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ ยื่นคำร้องต่อ FTC เมื่อสิ้นปีที่แล้ว ขอให้สืบสวนฟีเจอร์ Timeline ว่าละเมิดเงื่อนไขด้านความเป็นส่วนตัวที่ FTC กำหนด (ตามข่าวที่แล้ว) ในประเด็นว่า "ห้าม Facebook เปลี่ยนค่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ก่อนได้รับอนุญาต" หรือไม่

EPIC ให้เหตุผลกับ FTC ว่า Facebook Timeline จะช่วยให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ถูกเปิดเผยได้ง่ายกว่าเดิม ในขณะที่ Facebook ก็ออกแถลงการณ์กลับว่า Timeline ไม่ได้เปลี่ยนค่าใดๆ ของผู้ใช้ เพราะเป็นข้อมูลชุดเดิมและการตั้งค่าชุดเดิม แถมช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมข้อมูลของตัวเองได้ง่ายขึ้นด้วยซ้ำ

ทาง ZDNet ให้ความเห็นว่า Timeline ไม่ได้เปลี่ยนค่าส่วนใหญ่จริง แต่ก็เพิ่มข้อมูลบางส่วนที่เราเคยรู้คนเดียวมาอยู่บน Timeline ด้วย เช่น วันที่เราเริ่มใช้งาน Facebook และรายการเหตุการณ์ทั้งหมดที่เคยเข้าร่วม

ทาง FTC ยังไม่มีทีท่าใดๆ ในเรื่องนี้ครับ

ที่มา - ZDNet (1), ZDNet (2)

Tags:
Tor

ทีมงาน Tor ที่สร้างเครือข่ายที่ระบุตัวตนไม่ได้ด้วยการเข้ารหัสและส่งข้อมูลต่อไปมาในเครือข่ายอย่าง Tor สร้างความกังวลใจให้กับรัฐบาลหลายต่อหลายประเทศ ด้วยความสามารถในการซ่อนตัวผู้ใช้งานข้ามไปมาหลายประเทศจนการติดตามตัวแทบเป็นไปไม่ได้ ทำให้หลายรัฐบาลหลายชาติพยายามบล็อคการใช้งาน Tor กันเรื่อยมา

ทีมงาน Tor ได้ขึ้นเวที 28C3 และรายงานถึงความพยายามที่จะบล็อค Tor ในหลายประเทศ เหตุการณ์สำคัญๆ

  1. ประเทศไทยเป็นชาติแรกที่บล็อคเว็บ torproject.org ด้วยการ redirect ไปยังเว็บของกระทรวงไอซีที
  2. ความพยายามบล็อค Tor ด้วยการบล็อคทุกเว็บที่มี URL เป็น /tor/... เพื่อป้องกันการเข้าถึงฐานข้อมูลเครื่อง relay ในระบบ Tor
  3. จีนพยายามบล็อค Tor ด้่วยการดาวน์โหลดรายชื่อเครื่องทั้งหมดในฐานข้อมูลแล้วบล็อคตามหมายเลขไอพี
  4. ทีมงาน Tor เคยพยายาม "หลอก" ทางการจีนด้วยไอพีของบริการที่ทางการจีนอนุญาต พบว่าบริการเหล่านั้นไม่ถูกบล็อค แสดงว่าจีนใช้คนนั่งตรวจรายการหมายเลขไอพี
  5. ทีมงาน Tor สร้างระบบ Bridge เพื่อเป็นทางเข้าเครือข่าย Tor ให้กับประเทศที่ไม่สามารถเข้าถึงเครือข่ายได้ ผลคือระบบมีผู้ใช้จากจีนสูงขึ้นมาก ช่วงที่สูงสุดนั้นสูงกว่า 60,000 คน
  6. อิหร่่านและบางประเทศนั้นพยายามตรวจสอบแพ็กเก็ตในระดับลึก (Deep Packet Inspection - DPI) เพื่อค้นหาการเชื่อมต่อ Tor และบีบความเร็วลงเพื่อสร้างลำบากให้กับผู้ใช้
  7. จีนพยายามบล็อคการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสทั้ง Tor และ SSH Tunnel

ทีมงาน Tor ยังเน้นว่าปัญหาสำคัญของ Tor คือเป้าหมายที่จะปกปิดตัวตนของผู้ใช้ หากประเทศใดมีผู้ใช้ไม่มากพอก็จะทำให้ผู้ใช้ถูกเปิดเผย (จากการถูกตรวจสอบว่าใช้ Tor) นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะเปลี่ยน Tor ให้เป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ SSL เพื่อหลบ DPI ต่อไป

ประเด็นอื่นๆ ยังมีอีกมา วิดีโอสำเนียงฟังไม่ยากนัก ถ้าใครพอฟังไหวก็ดูได้ท้ายข่าว

ที่มา - CCC

Tags:
Carrier IQ

ปัญหาเรื่อง Carrier IQ ที่ปะทุขึ้นเมื่อต้นเดือนนี้ ถ้าไม่นับตัวบริษัท Carrier IQ แล้ว ผู้ร้ายสำคัญในสายตาผู้บริโภคคือโอเปอเรเตอร์ของสหรัฐ 3 ราย ได้แก่ AT&T, Sprint, T-Mobile ที่สั่งให้ผู้ผลิตมือถือติดตั้ง Carrier IQ ลงในเครื่องเพื่อ "ตรวจสอบการทำงานของระบบเครือข่าย"

หลังจากเรื่องดังขึ้นมาจนผู้ที่เกี่ยวข้องโดนฟ้องกันถ้วนหน้า ก็มีข่าวว่าเครือข่ายหนึ่งคือ Sprint สั่งให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ต่างๆ ปิดการทำงานหรือลบตัว Carrier IQ ออกจากระบบปฏิบัติการของมือถือแล้ว

ก่อนหน้านี้ Sprint ส่งรายงานถึงวุฒิสมาชิกของสหรัฐว่ามีฮาร์ดแวร์ที่ฝัง Carrier IQ อยู่ในสหรัฐถึง 26 ล้านเครื่อง แต่มีเครื่องที่ทำงานจริงและส่งข้อมูลกลับประมาณ 1.3 ล้านเครื่อง

ที่มา - Geek.com, Mobile Burn

Tags:
Google+

Google+ เพิ่มฟีเจอร์แยกแยะใบหน้าหรือ facial recognition เข้ามาอย่างเงียบๆ โดยจะทำงานกับภาพถ่ายที่เราอัพโหลดขึ้นไปยัง Google+ ชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือ Find My Face

ในแง่ความสามารถมันคงไม่ต่างอะไรกับ facial recognition ของ Facebook ที่ทำมาก่อนหน้าตั้งแต่ปีที่แล้ว

แต่สิ่งที่ facial recognition ของ Facebook มีปัญหาคือเปิดให้กับผู้ใช้งานทุกคนโดยไม่ถามก่อน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากมองว่าละเมิดความเป็นส่วนตัว จนสุดท้ายลงเอยด้วย EU เข้ามาสอบสวน

กูเกิลฉลาดพอที่จะไม่เดินซ้ำความผิดพลาดนี้ ทำให้ Find My Face ทำงานแบบ opt-in คือผู้ใช้ต้องเป็นคนสั่งเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ก่อน (แต่ Google+ จะขึ้นข้อความมาถามว่าจะเปิดหรือไม่) และในทางกลับกัน คนที่ถูกแท็กจะเลือกได้ว่ายอมรับการแท็กหรือไม่

ที่มา - ReadWriteWeb, VentureBeat

Tags:

มีคนค้นพบช่องโหว่ด้านการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของ Facebook โดยเข้าไปที่หน้าแจ้งภาพแสดงตนไม่เหมาะสม และเลือกว่าเป็นภาพเปลือยหรืออนาจาร จากนั้นระบบของ Facebook จะนำ "ภาพอื่นๆ" ของผู้ใช้คนนั้นขึ้นมาถามเราด้วยว่าเป็นภาพอนาจารหรือไม่ (แม้ว่าเราจะตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเอาไว้ก็ตาม)

ช่องโหว่นี้ทำให้ใครก็ได้สามารถดูภาพใดๆ ของผู้ใช้คนใดก็ได้ และสามารถเซฟภาพออกนี้มาเผยแพร่ต่อสาธารณะได้ด้วย

คนที่โดนช่องโหว่นี้เล่นงานก็ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือ Mark Zuckerberg

Tags:

มหากาพย์เรื่องนี้เริ่มมาได้ 2-3 สัปดาห์แล้ว แต่เพิ่งมาปะทุเป็นข่าวใหญ่เมื่อวานนี้เอง

ศูนย์กลางของข่าวนี้อยู่ที่บริษัท Carrier IQ ซึ่งทำซอฟต์แวร์ชื่อ Mobile Intelligence เพื่อให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และโอเปอเรเตอร์รู้ข้อมูลของมือถือที่อยู่ในเครือข่าย ทาง Carrier IQ ระบุว่าซอฟต์แวร์นี้จะช่วยให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และโอเปอเรเตอร์เข้าใจกระบวนการทำงานของมือถือมากขึ้น และนำข้อมูลส่วนนี้ไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์-เครือข่ายได้

ปัญหาคือไม่มีใครรู้ว่ามือถือจำนวนมากถูกฝัง Carrier IQ มาแบบเงียบๆ (ตัวเลขของบริษัทอ้างว่า 140 ล้านเครื่อง) และมันก็แอบส่งข้อมูลองผู้ใช้กลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Carrier IQ มานานแล้ว! ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ข้อความของผู้ใช้ (keystroke) ข้อมูลพิกัด แถมยังสามารถดัก SMS ได้ด้วย

Tags:
Facebook

เรื่องราวเบื้องหลังของข่าวนี้ ต้องย้อนกลับไปอ่าน ข่าวก่อนหน้านี้ กันสักเล็กน้อย จะได้ตามทันนะครับ

สรุปเรื่องอีกครั้ง เมื่อปี 2009 องค์กรรณรงค์ด้านความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ Electronic Privacy Information Center และกลุ่มผู้บริโภค ได้รวมตัวกันฟ้องคณะกรรมการการค้าของสหรัฐหรือ FTC ให้สอบสวน Facebook เรื่องนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เป็นปัญหาหลายอย่าง

Facebook จึงโดน FTC สอบสวนตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา และยอมทำข้อตกลงกับ FTC เพื่อยุติคดีแล้ว

Tags:
Google Street View

Google Street View ถือเป็นบริการของกูเกิลที่มีปัญหามากที่สุดตัวหนึ่ง นอกจากประเด็นเรื่องการถ่ายภาพที่เจ้าของสถานที่ไม่ต้องการให้ถ่ายแล้ว (ข่าวเก่า) ยังมีประเด็นเรื่องรถถ่ายภาพของกูเกิลสแกน Wi-Fi access point ในบริเวณนั้นเพื่อช่วยหาพิกัดของภาพถ่าย นอกเหนือจากการใช้ GPS ที่มีปัญหาเวลาอยู่ในร่ม

Street View เคยมีปัญหาว่ากูเกิลไม่ได้เก็บเฉพาะข้อมูล access point แต่เก็บข้อมูลอื่นๆ ของผู้ใช้ด้วย จนเป็นคดีในยุโรปหลายประเทศ โดยเฉพาะเยอรมนีและฝรั่งเศส

ล่าสุดกูเกิลออกมาแถลงนโยบายด้านการเก็บข้อมูลของ Wi-Fi access point ว่าจะเปิดโอกาสให้เจ้าของ access point บอกกูเกิลว่าไม่ต้องเก็บข้อมูล โดยวิธีการคือเติมคำว่า "_nomap" ต่อท้ายชื่อ SSID ของเรา (เช่น Mywifi_nomap)

คำถามที่ตามมาคือ จะมีใครไหมที่ยอมเปลี่ยน SSID ของตัวเอง ด้วยเหตุเพราะไม่อยากให้กูเกิลมาเก็บข้อมูลไป

ที่มา - Official Google Blog