ไมโครซอฟท์เพิ่งออก SQL Server 2012 ที่มีฟีเจอร์ใหม่จำนวนมาก และตอนนี้ก็เปิดตัวในประเทศไทยไปแล้วนะครับ ทางไมโครซอฟท์จึงจัดกิจกรรมร่วมกับ Blognone ชวนให้สมาชิกทุกคนมาร่วมกันเขียน อธิบายถึงฟีเจอร์ต่างๆ ใน SQL Server ตัวใหม่นี้
ข้อมูลของฟีเจอร์ใหม่ๆ สามารถหาได้จากเว็บ www.sqlserverlaunch.com โดยผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องเขียนถึงฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่ง (ทีละฟีเจอร์เท่านั้น) เป็นหนึ่งบทความใน Blognone พร้อมใส่แท็ก "SQL Server Event" กติกามีดังนี้
เวลาที่ทุ่มเทกับสิ่งต่างๆ เพื่อใครสักคน อาจจะยากที่จะสื่อความตั้งใจของเราไปถึงคนที่เราต้องการให้รับรู้ว่า เขาสำคัญกับเรามากแค่ไหน Bangkok Airways ชวนทุกคนนึกถึงความสำคัญของคนที่เรารักด้วยการปล่อยแคมเปญล่าสุดกับหนังสั้นสองเรื่องสองเหตุการณ์ที่จะชวนให้คุณหวนนึกถึงความสำคัญของการให้เวลากันและกัน และคำว่า "ไปเที่ยวกันเถอะ"
และแล้ว การขายหุ้น IPO ครั้งประวัติศาสตร์ก็เริ่มขึ้น โดย Mark Zuckerberg ทำพิธี "เคาะระฆัง" เปิดตลาดหุ้นตามธรรมเนียมปฏิบัติของหุ้นใหม่ที่เข้าตลาด NASDAQ ในวันนั้น
เพียงแต่กรณีของ Facebook จะต่างไปจากปกติที่ผู้ก่อตั้งหรือซีอีโอต้องเดินทางไปเคาะระฆังที่ห้องค้าหุ้นของ NASDAQ อยู่บ้าง เพราะวิศวกรของ Facebook ทำระบบเชื่อมต่อทางไกล ให้ Mark Zuckerberg สามารถกดปุ่มหน้าสำนักงานใหญ่ของ Facebook ในเมือง Menlo Park ใกล้ San Francisco ข้ามทวีปอเมริกาไปยังห้องค้าหุ้นของ NASDAQ ในนิวยอร์กได้ (เบื้องหลังการออกแบบระบบอ่านได้จาก TechCrunch)
นอกจากนี้ ระบบกดปุ่มของ Facebook ยังโพสต์สถานะบน Timeline ของ Zuckerberg ว่าเขานำบริษัทเข้าตลาดหุ้น (listed company) เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการโฆษณาระบบ Timeline ไปในตัว
เว็บไซต์พันธมิตรของเรา MXPhone เผยแพร่โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ Galaxy S III ในประเทศไทย ซึ่งเขียนชัดเจนว่าเริ่มวางขายพร้อมกันทั่วประเทศ 7 มิถุนายนนี้
MXPhone ยังให้ข้อมูลว่า Galaxy S III จะแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อยตามคลื่น 3G ในบ้านเรา คือ 900MHz (GT-I9300) และ 850MHz (GT-I9300T) ส่วนเรื่องสีก็มีครบทั้ง 2 สีตามต้นฉบับคือขาวและน้ำเงิน
ราคาอยู่ที่ "ประมาณ" 23,000 บาท นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันเสริมของโอเปอเรเตอร์ใหญ่ทั้ง 3 รายอีกด้วย
ที่มา - MXPhone
Wall Street Journal และ Bloomberg รายงานข่าวว่า HP เตรียมประกาศแผนการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่วันพุธหน้า โดยจะลดพนักงานลง 25,000-30,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 10-15% ของพนักงานทั้งหมด 320,000 คนทั่วโลก
ผู้ประกาศแผนนี้จะเป็น Meg Whitman ซีอีโอคนปัจจุบัน เหตุผลที่ปรับโครงสร้างองค์กรคือต้องการเงินไปลงทุนกับนวัตกรรมใหม่ๆ ในระยะยาว ซึ่ง HP ในยุคของซีอีโอ Mark Hurd มีผลประกอบการทางตัวเลขดีจริง แต่งบวิจัยและสร้างนวัตกรรมถูกตัดออกไปจนบริษัทมีปัญหาในระยะยาว
HP ช่วงหลังมีปัญหาเยอะทั้งการเมืองภายนอก-ภายใน รวมถึงยุทธศาสตร์ธุรกิจที่เริ่มมีปัญหาเพราะสภาพแวดล้อมของธุรกิจเปลี่ยนไป (ผู้สนใจเรื่องนี้ควรอ่านบทความ How Hewlett-Packard lost its way ดีมากแต่ยาวมาก)
ที่มา - AllThingsD
Forbes ได้จัดอันดับอาชีพที่น่าทำที่สุดในปี 2012 ซึ่งอาชีพที่น่าทำที่สุดได้แก่วิศวกรซอฟต์แวร์ (Software Engineer) โดยวัดจากปัจจัยความต้องการในตลาดแรงงานที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้ที่ดี บรรยากาศในการทำงานที่สบายๆ ต่างจากอาชีพอื่น และใช้ความต้องการทางกายภาพน้อยมาก
อุปสรรคสำหรับคนที่จะเข้ามาทำงานวิศวกรซอฟต์แวร์ คือต้องใช้ความสามารถเฉพาะทาง สิ่งที่เรียนมาอาจจะใช้ไม่ได้ตลอดไป ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ส่วนอาชีพอื่นๆ ที่ได้อันดับรองลงมาคือ นักสถิติ, นักบริหารทรัพยากรบุคคล (HR), ทันตแพทย์และนักวางแผนการเงิน
ที่มา - Forbes
ก่อนหน้านี้สำนักข่าวรอยเตอร์สและ Wall Street Journal ได้ออกมายืนยันว่าไอโฟนรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวที่งาน WWDC นี้จะมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นปัจจุบันอย่างแน่นอน ล่าสุดสำนักข่าวบลูมเบิร์กก็ได้ออกมายืนยันข่าวนี้ และบอกว่าสตีฟ จ็อบส์เป็นมีส่วนร่วมในการออกแบบไอโฟนรุ่นนี้ด้วย
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในรายงานนี้ไม่ได้มีการบอกว่าหน้าจอจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน เพียงแต่บอกว่าหน้าจอเป็นหนึ่งในสิ่งที่แอปเปิลต้องการจะเปลี่ยนแน่นอน
ที่มา - 9to5Mac
กูเกิลกับไมโครซอฟท์บุกตลาดกลุ่มเมฆด้วย App Engine และ Azure มานานแล้ว แต่นั่นเป็นบริการระดับแพลตฟอร์ม (PaaS = Platform as a Service) ที่แอพพลิเคชันต้องทำงานบน API ของแพลตฟอร์มด้วย
แต่ในตลาดจริง แอพดังๆ ส่วนใหญ่กลับพัฒนาบนเทคโนโลยีของตนเอง (บางรายอาจใช้โอเพนซอร์สที่มีอยู่แล้วเป็นส่วนประกอบ) โดยทำงานบนกลุ่มเมฆระดับโครงสร้างพื้นฐาน (IaaS = Infrastructure as a Service) ซึ่งตลาดนี้มี Amazon Web Services ครองแชมป์อยู่
ล่าสุดมีข่าวว่าทั้งกูเกิลและไมโครซอฟท์เตรียมขยับมาชนกับ AWS ในตลาดกลุ่มเมฆแบบ IaaS แล้ว โดยกูเกิลจะเปิดบริการเช่าเซิร์ฟเวอร์เสมือนช่วงปลายปีนี้ ส่วนไมโครซอฟท์จะมีแถลงข่าวเปิดตัววันที่ 7 มิถุนายนนี้
ทั้งสองบริษัทมีระบบเซิร์ฟเวอร์กลุ่มเมฆพร้อมอยู่แล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบบริการให้น่าสนใจสำหรับนักพัฒนา ว่าจะชิงส่วนแบ่งตลาดจาก Amazon ได้มากน้อยแค่ไหน
ที่มา - GigaOm
ดูเหมือนสตีฟจ็อบส์ จะมีแนวคิดที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมหลายประเภทมาก เพราะนอกจากวงการเทคโนโลยีแล้ว ยังมีวงการศึกษา ถ่ายภาพ และทีวี ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ด้วย แต่แค่นั้นอาจจะยังไม่หมด หลังจากที่ Mickey Drexler ซีอีโอของบริษัท J.Crew และเป็นบอร์ดของแอปเปิลได้ออกมาบอกว่า จ็อบส์นั้นอยากทำรถด้วย
Drexler พูดในระหว่างงานคอนเฟอเรนซ์เกี่ยวกับนวัตกรรมของ Fast Company ว่า "ก่อนจ็อบส์เคยฝันว่าจะออกแบบรถยนต์ (iCar?) ก่อนที่เขาจะตาย ซึ่งมันจะกินส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ได้ถึง 50% น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ทำมัน" นอกจากเรื่องรถแล้ว พิธีกรได้ถามถึงความเป็นไปได้ของ Apple TV ตัวใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ Drexler บอกว่าห้องนั่งเล่นเป็นจุดที่เราจะเน้นในอนาคตอย่างแน่นอน (และก็แน่นอนว่าไม่มีรายละเอียดอะไรเลย)
คลิปสัมภาษณ์อยู่ท้ายข่าวเหมือนเดิมครับ
ที่มา - Fast Company
Unreal Engine (UE) ถือเป็นเอนจินเกมยอดนิยมที่ได้รับการยอมรับอย่างมากในวงการ อย่างไรก็ตาม Unreal Engine 3 (UE3) ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2006 เริ่มถึงขีดจำกัดของตัวมันเองแล้ว ยุคสมัยของ Unreal Engine 4 (UE4) จึงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ต้นสังกัดอย่าง Epic Games ก็รับทราบเรื่องนี้ดี และเชิญสื่อต่างชาติบางส่วนเข้าไปดูศักยภาพของ UE4 บ้างแล้ว
ฟีเจอร์ใหม่อย่างหนึ่งของ Mac OS X 10.8 Mountain Lion คือ Gatekeeper (ที่โดนวิจารณ์ว่าไอคอนไปเหมือนกับ MSE ของไมโครซอฟท์) มันคือระบบความปลอดภัยแบบใหม่ที่บังคับให้แอพพลิเคชันต้อง sign ตัวไบนารีด้วยคีย์ของนักพัฒนาที่แอปเปิลออกให้เท่านั้น มิฉะนั้นจะรันบน 10.8 ไม่ได้ (ผู้ใช้สามารถเลือกปรับเปลี่ยนระดับความปลอดภัยได้)
เงื่อนไขของ Gatekeeper บังคับกับแอพพลิเคชันทุกตัว ไม่ใช่แค่แอพที่แจกจ่ายผ่าน Mac App Store เท่านั้น ทำให้นักพัฒนาแอพบนแมคทุกรายต้องปรับตัวโดยยื่นขอบัญชีนักพัฒนาจากแอปเปิล เพื่อรับคีย์มาใช้งาน
กรณีของ Firefox ที่มีสถาปัตยกรรมและระบบการพัฒนาของตัวเองจะยุ่งยากกว่าแอพที่พัฒนาด้วยเครื่องมือของแอปเปิลทั้งหมดอยู่บ้าง แต่ทางทีมงานของ Mozilla ก็เตรียมตัวสำหรับเรื่องนี้แล้ว โดยจะผนวกเอากระบวนการ sign เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการคอมไพล์อัตโนมัติที่มีอยู่แล้ว (คาดว่าจะใช้ Mac OS X 10.6 เป็นเครื่องสำหรับ sign) คาดว่าระบบจะเสร็จทันการเปิดตัว Mountain Lion ที่น่าจะเปิดตัวในงาน WWDC เดือนหน้า
ที่มา - Ars Technica
มีความคืบหน้าของภาพยนตร์ Steve Jobs เพิ่มขึ้นแล้ว หลังจากพยายามทาบทามตัว Aaron Sorkin (ผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง The Social Network) มาเขียนบทภาพยนตร์ของ Steve Jobs ให้ และตัว Sorkin เองก็เพิ่งตอบรับกลับมา ในระหว่างงานแถลงข่าวของ HBO นั้น Sorkin ได้บอกกับนักข่าวรอยเตอร์ว่า สตีฟ วอซเนียก ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแอปเปิลร่วมกับสตีฟ จ็อบส์ ถูกจ้างมาเพื่อเป็นติวเตอร์สำหรับโครงการนี้แล้ว
Sorkin บอกว่าตัวเขาเองตอนนี้ยังรู้เรื่องราวที่จะต้องเขียนน้อยมาก ซึ่งวอซเนียกจะเข้ามาช่วยให้ข้อมูลทางด้านเทคนิค และแนะนำเกี่ยวกับตัวจ็อบส์
ตัวหนังจะเริ่มในช่วงปี 1971 ที่สตีฟ จ็อบส์เพิ่งพบกับวอซเนียก และก่อตั้งบริษัทแอปเปิล ยาวไปจนถึงปี 2000 ตอนนี้ก็ได้เห็นนักแสดงนำ กับคนเขียนบทแล้ว ตัวหนังคาดว่าจะเสร็จปลายปีนี้ และฉายปี 2013 ครับ
ที่มา - รอยเตอร์
Xiaomi ที่เคยออกสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ แต่เปลี่ยนอินเทอร์เฟซเป็น MIUI ชื่อว่า Mi-One และได้รับการตอบรับดีพอสมควร ล็อตแรกขายหมดภายในไม่ถึงสิบสามนาทีดี
ตอนนี้ Xiaomi เปิดตัวมือถืออีกรุ่นแล้ว อาจจะแปลกเสียหน่อย แต่คราวนี้ Xiaomi จับเอา Mi-One มาลดสเปคลงเล็กน้อย เป็นชิปดูอัลคอร์ 1.2GHz ลดแรมเหลือ 768MB พร้อมปรับให้เปลี่ยนฝาหลังเป็นสีได้ นอกนั้นเหมือนเดิมเป๊ะ และลดราคาเหลือ 1,499 หยวน (ประมาณ 7,500 บาท)
ซีอีโอของ Xiaomi บอกว่ามือถือรุ่นนี้จะเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้อายุน้อย เช่น นักศึกษา โดยจำกัดจำนวนไว้ที่ 150,000 เครื่อง และเริ่มขาย 18 พฤษภาคมนี้ และก่อนเปิดตัวมือถือ ยังได้ทำหนังสั้นสองตอนเกี่ยวกับมือถือรุ่นนี้ไว้ด้วย (พากย์จีนนะ)
หน้าตาตัวเครื่อง และคลิปดูได้ท้ายข่าวครับ
ที่มา - M.I.C Gadget
สำนักข่าว Reuters อ้างข้อมูลจาก Korea Economic Daily ระบุว่าตัวเลขจองซื้อสมาร์ทโฟนเรือธงตัวใหม่ของซัมซุง Galaxy S III ซึ่งจำหน่ายผ่านตัวแทนผู้ให้บริการเครือข่ายกว่า 100 ร้านทั่วโลกตอนนี้ทะลุ 9 ล้านเครื่องไปแล้ว ทั้งนี้ Galaxy S III ชุดแรกจะส่งมอบให้กับลูกค้าในเยอรมันวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ จากนั้นจึงทยอยส่งมอบทั่วโลกต่อไป
รายงานข่าวยังระบุว่าสายการผลิตสมาร์ทโฟนในโรงงานที่ประเทศเกาหลีใต้ของซัมซุงนั้น ตอนนี้มีกำลังการผลิตอยู่ในระดับเต็มอัตราที่ทำได้ 5 ล้านเครื่องต่อเดือน
ที่มา: Reuters
ข่าวนี้ต่อเนื่องจากการพบกันของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที กับนายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน ประธานบอร์ด TOT เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา
น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่าแผนธุรกิจของ TOT 3G ที่ดำเนินงานในช่วงรัฐบาลชุดก่อนมีปัญหามาก เพราะถูกผลักดันอย่างเร่งรีบ และถูกตัดงบจากเดิม 2.9 หมื่นล้านเหลือ 1.6 หมื่นล้าน ทำให้ TOT มีปัญหาในการสร้างสถานีฐานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการน้อยกว่าแผน 12 เท่า รายได้ต่ำกว่าแผน 14 เท่า และถ้าปล่อยทิ้งไว้จะยิ่งแย่ขึ้นไปอีก (ลูกค้า TOT เองตอนนี้มี 60,000 ราย, ขายผ่าน MVNO อีก 140,000 ราย)
น.อ.อนุดิษฐ์ มอบนโยบายให้บอร์ดและผู้บริหาร TOT ปรับปรุงแผนธุรกิจ 3G ใหม่ และนำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ในวันนี้ (18 พ.ค.)








