Tags:
Wolfram Alpha

หนังสือพิมพ์ The New York Times มีบทสัมภาษณ์ Stephen Wolfram นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้าง Mathematica และ Stephen Wolfram ถึงแผนธุรกิจของ Wolfram Alpha Pro ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันก่อน

แต่ข้อมูลที่น่าสนใจคือสถิติการใช้งานของ Wolfram Alpha ในเชิงธุรกิจ โดยลูกค้ารายใหญ่ในตอนนี้คือแอปเปิล ซึ่งดึงข้อมูลจาก Wolfram Alpha มาใช้กับ Siri (25% ของการค้นหาข้อมูลใน Wolfram Alpha มาจาก Siri)

นอกจากนี้ยังมีบริษัทขนาดใหญ่ทั้งประกันภัย น้ำมัน สาธารณสุข จ้างทีมของ Wolfram Alpha เข้าไปทำระบบค้นข้อมูลเฉพาะทางให้ และสุดท้ายเจ้าเก่า ไมโครซอฟท์ก็ซื้อสิทธิการใช้เทคโนโลยีของ Wolfram Alpha ด้วย ตอนนี้บริษัทมีพนักงานกว่า 200 คนแล้ว

ที่มา - The New York Times

Tags:
Wolfram Alpha

Wolfram|Alpha ระบบค้นหาและฐานข้อมูล กำลังจะเพิ่มบริการรุ่น Pro ในวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ.)

ความสามารถของรุ่น Pro ได้แก่

  • ดาวน์โหลดผลลัพธ์ออกมาเป็นไฟล์ CDF ซึ่งเป็นฟอร์แมตสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลของ Wolfram และดาวน์โหลดข้อมูลแบบ raw ได้
  • ดาวน์โหลดกราฟิกผลลัพธ์ในฟอร์แมตอื่นๆ เช่น ภาพแบบเวกเตอร์
  • ปรับแต่งภาพกราฟิกได้ เช่น ปรับขนาด เปลี่ยนสี เปลี่ยนชื่อกราฟ
  • เพิ่มคีย์บอร์ดสำหรับใส่ตัวอักษรพิเศษ
  • ค้นหาข้อมูลด้วยภาพ (แบบเดียวกับ Google Image)

ในเบื้องต้นจะตั้งราคา 4.99 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับคนทั่วไป และ 2.99 ดอลลาร์สำหรับนักเรียนครับ

ที่มา - ZDNet

Tags:
Bing

เว็บ AllThingsD ได้สัมภาษณ์ Stefan Weitz หัวหน้าฝ่าย Bing (Director of Search) ของไมโครซอฟท์ โดยสอบถามเรื่องของการค้นหาที่กำลังรวมเอาฟีเจอร์ด้านโซเชียลเข้ามา ที่ตอนนี้ไมโครซอฟท์มีความร่วมมือกับทั้งทวิตเตอร์และเฟชบุ๊กที่จะนำข้อมูลจากทั้งสองเว็บเข้ามาใช้งานในผลค้นหา

การสัมภาษณ์มีประเด็นหลายประเด็น ผมสรุปคร่าวๆ ดังนี้

Tags:
Twitter

ความขัดแย้งระหว่างกูเกิลในเรื่อง Search, plus Your World กับคู่แข่งทั้งทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กยังดำเนินต่อไป ถึงแม้ว่าในฝั่งของกูเกิลเองจะบอกว่า ต้องได้สัญญากับบริษัทเหล่านี้ก่อนนำข้อมูลเข้า Search, plus Your World แต่ฝ่ายตรงข้ามก็บอกว่า กูเกิลมีข้อมูลเหล่านี้หมดแล้ว โดยสร้างซอฟต์แวร์ขึ้นมาสาธิตให้ดู

ล่าสุด Dick Costolo ซีอีโอของทวิตเตอร์ไปพูดที่งาน D:Dive Into Mobile ของเครือ Wall Street Journal และให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อย่างเต็มที่ เขาบอกว่ากูเกิลดูดข้อมูลจากทวิตเตอร์ในอัตรา 1,300 ครั้งต่อวินาที กูเกิลมีดัชนีเว็บเพจของทวิตเตอร์กว่า 3 พันล้านหน้า ดังนั้นกูเกิลมีข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดแล้ว สามารถนำไปใส่ Search, plus Your World ได้เลยถ้าตั้งใจจะทำจริงๆ

เขายังให้ข้อมูลว่าทั้งสองบริษัทตกลงกันไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลไปมากกว่านี้

นอกจากนี้เขายังพูดเรื่องระบบการเซ็นเซอร์ที่เป็นข่าวว่าจะใช้กับเมืองไทยเป็นแห่งแรก ว่าบริษัทต้องการคนทั่วโลกเข้าถึงให้เนื้อหาในทวิตเตอร์ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ก็มีข้อจำกัดด้านกฎหมายในแต่ละประเทศที่ทำธุรกิจอยู่

ที่มา - GigaOm

Google+

ข่าวใหญ่เมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อนคือการเปิดตัวฟีเจอร์ Search, plus Your World ของกูเกิล ซึ่งมันคือการพ่วงข้อมูลจาก Google+ เข้าไปในผลการค้นหาของกูเกิล (ตอนนี้ยังใช้ได้เฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐ)

ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการ social network เพราะข้อมูลที่ถูกพ่วงไปด้วยมีเฉพาะ Google+ ของกูเกิลเท่านั้น ยังขาดข้อมูลจากคู่แข่งในวงการอย่าง Twitter/Facebook จนมีเสียงวิจารณ์ว่า "กูเกิลตั้งใจขายพ่วง Google+ หรือไม่" ซึ่งฝั่ง Eric Schmidt ก็ออกมาตอบโต้ว่า Twitter ไม่ยอมเซ็นสัญญากับเราต่างหาก

ประเด็นคำถามที่น่าสนใจในเรื่องนี้จึงเป็นว่า กูเกิล "มีสิทธิ" ดูดข้อมูลของ Twitter/Facebook ไปใช้ในผลการค้นหาของตัวเองได้แค่ไหน ซึ่งคำตอบของแต่ละฝ่ายก็คงต่างกันไป

Tags:
Google

ช่วงหลังกูเกิลปรับอัลกอริทึมในการจัดอันดับผลค้นหาบ่อยมาก และมีเงื่อนไขใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ล่าสุดเงื่อนไขใหม่คือการเข้ามาดูว่าในเว็บมีการแสดงโฆษณา "ด้านบน" เนื้อหามากเกินไปหรือไม่

อัลกอริทึมใหม่นี้จะมีผลเฉพาะกับเว็บที่มีโฆษณาด้านบนมากเกินไปจนกระทั่งดันเนื้อหาจริงลงไปด้านล่างอย่างผิดปรกติ โดยกูเกิลคาดว่าการปรับผลใหม่นี้จะมีผลต่อการค้นหารวมต่ำกว่า 1% ของการค้นหาทั้งโลก (แม้จะดูน้อย แต่นับครั้งจริงๆ ถือว่าสูงมาก)

กูเกิลจะคำนวณ layout ใหม่ทุกครั้งที่ตัว crawler เข้ามาดูดเว็บ งานนี้แสดงว่ากูเกิลวาดหน้าเว็บเพื่อคำนวนค่าต่างๆ สำหรับจัดอันดับค้นหาด้วย

ที่มา - Webmaster Central Blog

Tags:
Wolfram Alpha

Wolfram|Alpha บริการค้นข้อมูลเชิงสถิติที่สามารถแยกแยะคำค้นด้วยภาษาธรรมชาติ (และเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่ Siri ของแอปเปิลใช้หาคำตอบให้แก่ผู้ใช้) ประกาศเพิ่มสถิติการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล NFL ย้อนหลัง 25 ปี เข้ามาเป็นอีกหนึ่งฐานข้อมูลอ้างอิง

Wolfram|Alpha พยายามเพิ่มฐานข้อมูลเชิงสถิติมาแล้วหลายครั้ง เช่น ข้อมูลด้านการศึกษาของโรงเรียนในสหรัฐ, ข้อมูลของสปีชีส์เชิงชีววิทยา แต่รอบนี้เป็นการเพิ่มข้อมูลที่ใกล้ตัวหน่อย ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องบันเทิงเริงใจ ไม่ได้วิชาการมาก แต่ก็ย่อมเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ดีแน่นอน

ผู้ใช้ Wolfram|Alpha ตอนนี้สามารถเทียบสถิติของนักกีฬา NFL ที่ตัวเองสนใจได้ หรือค้นหาเกมการแข่งขันที่มีสถิติเข้าตามเงื่อนไขที่ตัวเองต้องการได้

ตอนนี้พอมีสถิติ NFL แล้ว ทุกคนก็คงเดาได้ว่าก้าวต่อไปของ Wolfram|Alpha คงเป็นลีกกีฬาอื่นๆ ของสหรัฐแน่นอน

ที่มา - Wolfram|Alpha Blog via The Next Web

Tags:

กูเกิลยกความสามารถของแอพ Google Search บน Ice Cream Sandwich มายัง Android รุ่นเก่าคือ 2.2, 2.3 และ 3.x

ของใหม่ได้แก่

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพ ปรับอินเทอร์เฟซให้ดูง่ายกว่าเดิม
  • ปรับปรุงระบบ suggestion โดยจัดกลุ่มตามชนิด และให้กลุ่มเว็บอยู่ด้านบนสุด
  • เลือก suggestion อิงตามข้อมูลของแต่ละประเทศ
  • เลือกลบ search history ได้โดยกดค้างที่คำแนะนำแต่ละอัน

ผู้ที่ใช้ Android สามรุ่นข้างต้น สามารถดาวน์โหลดจาก Android Market

ที่มา - Google Mobile Blog

Tags:
FTC

เพิ่งมีข่าวว่า กลุ่ม EPIC จะร้อง FTC ให้สอบสวนกูเกิลในประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวของฟีเจอร์ Search, plus Your World แต่ล่าสุดมีข่าวว่า FTC จะสอบสวนกูเกิลในประเด็นการผูกขาดแทน

ข่าวนี้ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ Bloomberg รายงานข่าววงในจาก FTC ว่าจะขยายการสอบสวนกูเกิลในประเด็นการผูกขาดตลาด ให้ครอบคลุมถึง Google+ ด้วย

ประเด็นที่ FTC สนใจคือกูเกิลลำเอียงเข้าข้าง Google+ ในผลการค้นหาของตัวเองหรือไม่ (ซึ่ง Eric Schmidt ก็ยืนยันว่าไม่ลำเอียง) โดยโฆษกของ FTC และกูเกิลปฏิเสธจะให้ความเห็นในเรื่องนี้

Joshua Wright ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายของ George Mason University ให้ความเห็นว่ากฎหมายผูกขาดจะสนใจว่า การกระทำของบริษัทใดจะส่งผลเสียต่อ "การแข่งขันโดยรวม" หรือไม่ ไม่ใช่ "คู่แข่งรายใดรายหนึ่ง" ซึ่งในกรณีของ Google+ เขาคิดว่าไม่มีหลักฐานว่าส่งผลเสียต่อการแข่งขันในวงการ

ที่มา - Bloomberg

Tags:
Google

ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Search, plus Your World ของกูเกิลกลายเป็นประเด็นร้อน นอกจากวิวาทะกับ Twitter (ซึ่งตามมาด้วยข้อหา "ผูกขาด") ก็ยังมีประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวตามมา

หน่วยงานด้านความเป็นส่วนตัว Electronic Privacy Information Center หรือ EPIC (รายเดียวกับที่เคยร้อง FTC เรื่อง Facebook Timeline) ประกาศว่าจะยื่นคำร้องไปยัง FTC ว่าฟีเจอร์ใหม่นี้ของกูเกิลมีปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

ตัวแทนของ EPIC บอกว่าถึงแม้ข้อมูลที่แสดงใน Search, plus Your World จะไม่แสดงต่อสาธารณะ แต่ก็จะทำให้ข้อมูลของผู้ใช้ Google+ ถูกเปิดเผยได้ง่ายขึ้นผ่านฟีเจอร์นี้ และเจ้าของข้อมูลเองไม่สามารถ "ปิด" การแสดงผลข้อมูลของตัวเองในผลการค้นหาที่เพื่อนๆ มองเห็นด้วย

EPIC ยังบอกว่ากูเกิลพยายามต่อสู้กับ Facebook ในตลาด social network ทำให้กูเกิลพยายามใช้พลังจากการเป็นผู้นำ (dominance) ในตลาดค้นหามาช่วยผลักดันเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม กูเกิลไม่ใช่รายแรกที่มีฟีเจอร์ลักษณะนี้ เพราะ Bing ประกาศความร่วมมือกับ Facebook แสดง Like ในผลการค้นหาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

ที่มา - EPIC, LA Times

Tags:
Bing

บริษัท comScore ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการเก็บสถิติต่างๆ ในวงการดิจิทัล ได้ออกสถิติการใช้เสิร์ชเอ็นจินในสหรัฐฯ สำหรับเดือนธันวาคม ปี 2011 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าการเข้าใช้งานเสิร์ชเอ็นจินของไมโครซอฟท์ (รวมการค้นหาด้วย Bing และด้วยเว็บไซต์อื่นๆ ของไมโครซอฟท์) นั้นได้แซงของ Yahoo! เป็นครั้งแรกแล้ว โดย เสิร์ชเอ็นจินของทางฝั่งไมโครซอฟท์นั้นถูกใช้ไปกว่า 2.75 พันล้านครั้งในขณะที่ Yahoo! นั้นถูกใช้ไป 2.65 พันล้านครั้ง

อย่างไรก็ตาม เสิร์ชเอ็นจินของไมโครซอฟท์ยังถือว่าตามหลังกูเกิลอยู่มาก โดยของกูเกิลนั้นถูกใช้งานไปกว่า 12 พันล้านครั้ง

ที่มา - Engadget

Tags:
Eric Schmidt

ภาคต่อจาก Twitter โวย กูเกิลพ่วง Google+ ในผลการค้นหา กูเกิลก็ออกแถลงการณ์สั้นๆ บน Google+ ของตัวเองว่าแปลกใจกับท่าทีของ Twitter ในเรื่องนี้ เพราะ Twitter เป็นฝ่ายที่ไม่ต่อสัญญากับกูเกิลเอง และใส่ rel=nofollow ไว้บนหน้าเว็บของตัวเองด้วย

ส่วน Danny Sullivan นักข่าวในวงการ search engine ก็ไปเจอกับ Eric Schmidt ประธานของกูเกิลที่งาน CES และสัมภาษณ์เขาในเรื่องนี้

Schmidt ตอบว่ากูเกิลต้องพูดคุย (have a conversation) กับทั้ง Facebook และ Twitter ในเรื่องฟีเจอร์ Search, plus Your World เพราะกูเกิลต้องได้รับอนุญาตจากทั้งสองบริษัทในการนำข้อมูลไปใช้ก่อน

Schmidt ยังยืนยันว่ากูเกิลจะไม่ลำเอียงเข้าหาข้อมูลจาก Google+ ของตัวเองในฟีเจอร์ Search, plus Your World ที่เปิดตัวใหม่นี้

ที่มา - Marketing Land

Tags:
Twitter

คล้อยหลังการเปิดตัวฟีเจอร์ Search, plus Your World ของกูเกิลไม่นาน ทาง Twitter ก็ออกแถลงการณ์แสดง "ความเป็นห่วง" กับท่าทีของกูเกิลแล้ว

แถลงการณ์ของ Twitter บอกว่าผู้ใช้เน็ตพึ่งพากูเกิลในการค้นหาข้อมูลมายาวนาน แต่ระยะหลังพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยข่าวสารสำคัญๆ มักมีต้นกำเนิดมาจาก Twitter มากกว่า และผลการค้นหาจากข้อความทวีตมักตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากกว่า การที่กูเกิลรวมเอา Google+ เข้ามาจะทำให้ทุกคนหาข้อมูล (จากข้อความทวีต) ยากขึ้น

ในอดีตกูเกิลเคยซื้อสิทธิเข้าถึงข้อความทวีตจาก Twitter เพื่อนำไปใส่ในผลการค้นหา แต่หลังหมดสัญญาเก่า สองบริษัทตกลงสัญญาใหม่กันไม่ได้ ทำให้กูเกิลใช้เฉพาะทวีตจากหน้าเว็บ (ที่ crawl เอาเอง) เท่านั้น (แต่ Bing ตกลงกับ Twitter ได้)

ที่มา - AllThingsD

Tags:
Google+

ความได้เปรียบสูงสุดของ Google+ คือมันมีบริการ Google Search ที่มีคนใช้งานจำนวนมากรอให้รวมตัวเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เริ่มมีการรวมบริการด้วยการใส่แถบ notification ไว้ด้านบน Google Search มาก่อนแล้ว แต่ตอนนี้ Google+ ก็บุกมาถึงในหน้าผลค้นหา

Search, plus Your World จะมีฟีเจอร์เพิ่มมาอีกสามส่วนคือ

  • Personal Result: ผลค้นหาจากรูปภาพหรือโพสใน Google+ ของคนที่อยู่ใน Circle ของเรา จะถูกเรียงลำดับรวมเข้ามาในหน้าคนหา (ปิดได้)
  • Personal in Search: เมื่อเราค้นหาชื่อคนใน Google Search จะมีรายชื่อเพื่อนของเราขึ้นมาแนะนำให้ด้วย นอกเหนือจากคนทั่วไป
  • People and Pages: เมื่อค้นหาคำทั่วไป ผลค้นหาจะแสดงหน้าคนสำคัญหรือ Page พิเศษที่เกี่ยวข้องไว้ด้านข้างคล้ายโฆษณา

หลังจากเปิดฟีเจอร์นี้แล้วก็เตรียมดูยอดผู้ใช้งาน Google+ กันในเดือนหน้าได้

ที่มา - Google Blog

Tags:
Chrome

อ่านหัวข้อข่าวไม่ผิดหรอกครับ กูเกิลได้ทำโทษเว็บไซต์ของ Chrome ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของเบราว์เซอร์จากกูเกิลเอง โดยมีเหตุผลว่าเว็บไซต์ Chrome นั้นใช้เทคนิคในการเพิ่ม PageRank ที่ผิดกฏของกูเกิลเอง โดยกูเกิลจะปรับลด PageRank ของ google.com/chrome เป็นเวลา 60 วัน โดยกูเกิลต้องการให้เป็นอีกตัวอย่างของมาตรการที่เข้มงวดของกูเกิลที่จะมีผลต่อเว็บไซต์ทั่วไปด้วย (ขนาดที่เว็บไซต์ในเครือของตัวเองยังโดน)

อย่างไรก็ตาม กูเกิลกล่าวว่าเว็บไซต์ Chrome นั้น กูเกิลได้มอบหมายให้บริษัท Unruly Media เป็นคนจัดแคมเปญโฆษณาให้ Chrome (เหมือนเป็นการบอกว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่กูเกิล แต่เป็น Unruly Media ต่างหากที่ทำผิดกฏ)

ถ้าเราลองไปค้นหาคำว่า Google Chrome ในเสิร์ชเอ็นจินกูเกิลตอนนี้จะพบว่าหน้าแรกที่ขึ้นมาไม่ใช่หน้าแรกของ Chrome แล้ว แต่จะเป็นหน้าเว็บเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ใช้งานแทนครับ

ที่มา - SlashGear