Search Engine

Baidu ขึ้นเบอร์สาม Search Engine โลก

tags:

หลายคนคงรู้จัก Baidu เว็บค้นหารายใหญ่ของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่กูเกิลยังตีไม่แตก (ประเทศอื่นๆ ได้แก่ เกาหลีใต้และรัสเซีย) ข้อมูลล่าสุดจาก ComScore แสดงส่วนแบ่งอัตราการใช้งาน search engine ทั่วโลกบอกว่าตอนนี้ Baidu ครองอันดับสาม แซงหน้าไมโครซอฟท์ไปนานแล้ว

  1. Google: 64.1%
  2. Yahoo: 14.6
  3. Baidu: 12.9
  4. Microsoft: 3.6
  5. NHN: 2.1 (เกาหลีใต้)
  6. Ask: 1.6
  7. AOL: 1.0

สำหรับอันดับเฉพาะในสหรัฐคือ Google, Yahoo, Microsoft, AOL และ Ask ตามลำดับ

ที่มา - TechCrunch

RushmoreDrive เว็บค้นหาสำหรับคนผิวดำ

tags:

ปัญหาเรื่องผิวสียังเป็นหนึ่งในปัญหาที่แก้ไม่ได้ง่ายๆ ของโลกตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐ ล่าสุดคนผิวดำกลุ่มหนึ่งมีความรู้สึกว่า ผลการค้นหาของกูเกิลนั้นเป็นมุมมองของคนผิวขาวมากเกินไป จึงสร้าง RushmoreDrive เว็บค้นหาสำหรับคนผิวดำขึ้น

Johnny C. Taylor ผู้สร้างได้ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าคนดำค้นหาคำว่า “whitney” ส่วนใหญ่จะหมายถึงนักร้องผิวดำ Whitney Houston แต่ว่าในผลการค้นหาของกูเกิล Whitney Houston จะอยู่เป็นอันดับ 4 (หมายเหตุ: ผมลองแล้วได้เป็นอันดับ 1) ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการเท่าไรนัก

เทคนิคของ RushmoreDrive จะวิเคราะห์การคลิกของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในย่านที่รู้ว่าเป็นคนดำ แล้ววิเคราะห์หาเว็บที่คนผิวดำต้องการ จากนั้นจึงเอามาผสมกับผลการค้นหาด้วยอัลกอริธึมตามปกติอีกชั้นหนึ่ง ส่วนชื่อเว็บได้มาจากชื่อถนนที่สำนักงานของบริษัทตั้งอยู่ในรัฐ North Carolina

RushmoreDrive มีปัญหาเทคนิคเล็กน้อยตอนเปิดตัวใหม่ๆ เพราะว่าสื่อที่เป็นคนขาวเข้ามายังเว็บไซต์มากเกิน ทำให้ผลการค้นหาที่อิงคนดำเบี่ยงเบนไป

ที่มา - LA Times

สร้างเว็บค้นหาเองด้วย Yahoo! BOSS

tags:

กลยุทธ์ของยาฮูในช่วงหลังนั้นมาแนวเดียวกับบริษัทซอฟต์แวร์มวยรอง นั่นคือถ้าสู้ไม่ได้ก็โอเพนซอร์สดีกว่า แต่คราวนี้ยาฮูไม่ได้เปิดเผยซอร์สโค้ดของระบบค้นหาของตัวเอง แต่เปิดให้เข้าถึงผลการค้นหาแทน

Yahoo! BOSS ย่อมาจาก Build your Own Search Service เป็นเว็บเซอร์วิสที่อนุญาตให้นักพัฒนาทั่วไป ดึงผลการค้นหาและดัชนีเว็บของยาฮูมาดัดแปลงเป็น search engine เฉพาะทางของตัวเองได้ BOSS เป็นพัฒนาการอีกขั้นจาก Yahoo! Search API โดยอนุญาตให้พลิกแพลงแก้ไขได้อิสระมากขึ้นมาก เงื่อนไข 5,000 queries ต่อวันถูกเปลี่ยนเป็นไม่จำกัดจำนวน และอนุญาตให้ผู้ใช้เรียงลำดับผลการค้นหาได้ใหม่ รวมถึงเพิ่มเนื้อหาแบบอื่นๆ เข้ามาผสมกับผลการค้นหาของยาฮูได้เช่นกัน

ขณะนี้ชนิดของข้อมูลที่ยาฮูเปิดออกมาให้ใช้คือเว็บ รูปภาพ และข่าว โดยจะเปิดเพิ่มอีกในอนาคต รวมถึงอนุญาตให้หารายได้จาก search engine ที่เราสร้างขึ้นมาจาก Yahoo! BOSS ด้วย ส่วนของซอฟต์แวร์ นอกจากตัว API โดยตรงแล้ว ยาฮูยังออกไลบรารีสำหรับต่อเชื่อมกับ Python ออกมาให้ใช้แล้ว

ตัวอย่างเว็บที่นำเอา BOSS ไปใช้ได้แก่: hakia, Me.dium, Daylife, Cluzz ซึ่งมาแนวคล้ายๆ กันหมดคือเน้นการค้นหาแบบ semantic ข้ามระหว่างสื่อหลายชนิด

ที่มา - Yahoo! Search Blog

ต่อไปนี้ค้นหาข้อมูลใน Flash ผ่านกูเกิลและยาฮูได้แล้ว

tags:

Adobe ได้ออกมาประกาศว่าต่อไปนี้ทั้งกูเกิลและยาฮูนั้น ได้เพิ่มความสามารถในการค้นหาข้อมูลถูก Encode อยู่ในไฟล์ Flash ได้แล้ว

โดยความสามารถนี้นั้น เกิดจากการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Adobe และสองยักษ์ใหญ่นี้ เพื่อที่จะให้ผู้ใช้สามารถที่จะค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ในไฟล์​ SWF เช่นข้อความ ลิงค์ และเนื้อหาที่เป็นวีดีโอและเสียงอีกด้วย

นอกจากจะเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ใช้แล้ว ยังทำให้ผู้ผลิตเนื้อหาต่าง ๆ ไม่กลัวที่จะใช้งาน Flash มากขึ้น เนื่องจากกลัวว่าจะไม่มีผู้ใช้พบผลงานของตัวเองได้ตาม Search Engine ต่อไปนี้ จะไม่มีปัญหานี้อีกต่อไป

ที่มา - Macworld

ไมโครซอฟต์ถอนตัวจากยาฮู, กูเกิลทำข้อตกลง 800 ล้านดอลลาร์สำเร็จ

tags:

ไมโครซอฟท์เตรียมถอนตัวจากการซื้อยาฮูทั้งบริษัทอย่างเป็นทางการแล้ว หลังมีการเจรจามายาวนาน ราคาสุดท้ายที่ไมโครซอฟท์เสนอให้ยาฮูนั้นคือ 33 ดอลลาร์ต่อหุ้นซึ่งหากสำเร็จจะเป็นการตกลงที่มีมูลค่าสูงถึง 47.5 พันล้านดอลลาร์ (พอๆ กับงบประมาณแผ่นดินของไทย)

ไมโครซอฟท์ถอนตัวไปครั้งนี้แต่ก็ยังคงเสนอที่จะซื้อหุ้นร้อยละ 16 ของยาฮูในราคา 35 ดอลลาร์ต่อหุ้นต่อไป

ข่าวต่อมาแทบจะมาติดกันเมื่อยาฮูออกมาประกาศบรรลุข้อตกลงแบบไม่ผูกขาดกับทางกูเกิล โดยสัญญามีระยะเวลาสิบปี ช่วงแรกสี่ปี และเป็นสิทธิของทางยาฮูที่จะต่อสัญญาได้สองครั้ง ครั้งละสามปี เปิดให้ทางยาฮูนำโฆษณาของกูเกิลไปลงร่วมกับโฆษณาอื่นๆ บนหน้าเว็บของทางยาฮูเอง และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้ยาฮูประมาณปีละ 800 ล้านดอลลาร์

จริงๆ แล้วเนื่องจากข้อตกลงระหว่างยาฮูกับกูเกิลนั้นไม่มีการผูกขาด ถ้าไมโครซอฟท์จะเข้ามาเสนอโฆษณาบนหน้าเว็บของยาฮูในตอนหลังก็อาจจะเป็นไปได้ แต่นาทีนี้ต้องยอมรับว่ากูเกิลนั้นจัดการโฆษณาให้ได้รายได้ต่อพื้นที่ได้ดีกว่า

ที่มา - PhysOrg, FOX, TechCrunch

รีวิว: TinEye - Image Search Engine

tags:

ทุกวันนี้ เทคโนโลยีในการค้นหารูปภาพได้พัฒนาไปมาก แต่หลายต่อหลายครั้งเราก็ยังไม่ได้รูปภาพที่เราต้องการอยู่ดี ด้วยการค้นหาแบบดั้งเดิมคือหาจาก keyword, tag หรือรายละเอียดอื่นๆ

TinEye เป็นอีกหนึ่งในเทคโนโลยีค้นหารูปภาพบนอินเตอร์เน็ตของบริษัท Idée ในแคนนาดา โดยการค้นหารูปจะไม่ได้ใช้ keyword แต่จะทำในทางกลับกันคือค้นหารูปภาพจากรูปภาพอีกทีหนึ่ง โดยเราสามารถจะอัพโหลดรูปภาพของเราขึ้นไป หรือใส่เพียง url ของรูปนั้นๆ จากนั้น TinEye จะทำการค้นหาเว็บที่มีรูปเหมือน หรือมีการแก้ไขเช่น ย่อ/ขยาย เปลี่ยนสี ตัดขอบ ทำขาวดำ เพิ่มลดแสง หรือแม้แต่รูปที่นำไป retouch อื่นๆ ได้

ไมโครซอฟท์จะจ่ายเงินคืนให้กับผู้ใช้ Live Search

tags:

ไมโครซอฟท์ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่าจะจ่ายเงินคืนให้กับผู้ใช้ Live Search เมื่อผู้ใช้ได้ทำการซื้อสินค้าผ่านจากผลการค้นหาของทางเว็บ ซึ่งเงินที่จะสามารถเคลมคืนมาได้นั้นจะขึ้นอยู่กับราคาของสินค้า และอัตราส่วนที่กำหนดไว้ (ทาง ars technica บอกไว้ว่าอัตราส่วนจะอยู่ที่ประมาณ 2-15% หรือมากกว่า)

ทาง ars technica ได้วิเคราะห์ไว้ว่า ปัจจัยของความสำเร็จในความพยายามครั้งนี้ของไมโครซอฟท์คือ ความสามารถทางการตลาดของไมโครซอฟท์ โดยให้เหตุผลว่า ถ้าไมโครซอฟท์ทำได้เพียงแค่ให้บรรดาผู้คลั่งไคล้คอมพิวเตอร์ (well-informed geeks) ที่มีอยู่เพียงแค่หยิบมือรับรู้นั้น คงไม่ต้องสงสัยว่าแผนการณ์ใหม่ของไมโครซอฟท์นี้ก็คงจะค่อยๆ เลือนหายไป ไม่ต่างอะไรกับสถานการณ์ปัจจุบันของ Live Search มากนัก

จากการที่เข้าไปสำรวจเว็บมาคร่าวๆ ดูเหมือนว่าระบบ cash back นี้จะมีผลกับผู้ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ที่มา - ars technica, Live Search cashback

Yahoo! ตื่นแล้ว เปิดตัว SearchScan beta

tags:

วันที่ 5 พฤษภาคม 2008 ที่ผ่านมา Yahoo! ได้เปิดตัวบริการ SearchScan ที่ช่วยปกป้องผู้ใช้จาก virus, spyware และ spam โดยใช้เทคโนโลยี SiteAdvisor ของ McAfee ที่จะช่วยเตือนผู้ใช้ถึงความเสี่ยงที่พบบนเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ปรากฏบนผลการค้นหาของ Yahoo! โดยจะเริ่มให้บริการโดยอัตโนมัติในประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสเปน โดยแบ่งความเสี่ยงออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • Browser Exploits: เป็นเว็บไซต์ที่แอบเข้ามาโจมตีเครื่องของผู้ใช้ หรือติดตั้ง malware ลงไปในเครื่องของผู้ใช้ โดยเว็บไซต์ดังกล่าวจะถูกตัดออกจากผลการค้นหาโดยอัตโนมัติ
  • Dangerous Downloads: เตือนว่าเว็บไซต์นั้น ๆ อาจเสนอซอฟท์แวร์ซึ่งเป็นอันตราย โดยอาจจะพ่วงมากับ screensaver, เกม หรือซอฟท์แวร์ต่าง ๆ
  • Unsolicited Email: เตือนผู้ใช้เกี่ยวกับการส่ง e-mail ไม่เหมาะสม หรือการนำรายชื่อ e-mail ไปให้แชร์ให้กับุคคลที่ 3

โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ ว่าจะทำการเปิดใช้ feature นี้หรือไม่

ส่วนคู่แข่งอย่าง Google มีการใช้เทคโนโลยีเตือนผู้ใช้สำหรับเว็บไซต์ที่อาจเป็นอันตรายนี้ ตั้งแต่ปี 2006 (สองปีที่แล้ว)

คงต้องดูกันต่อไปว่าฐานข้อมูลของ Google กับ McAfee ใครจะแน่กว่ากัน

ที่มา Yahoo! Search Blog, BBC News

Ask.com ยกธงขาว

tags:

Ask.com ล้มเลิกความพยายามที่จะแข่งกับ Google ในการเป็นผู้นำด้าน Search Engine และจะมุ่งไปยังตลาดที่แคบกว่า เช่น ผู้หญิงที่มีครอบครัว โดยจะปลดพนักงานออกประมาณ 40 คน หรือ 8 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมด บริษัทจะกลับไปยังจุดเริ่มต้น โดยมุ่งเน้นเรื่องการหาคำตอบให้กับคำถามทั่วไป เกี่ยวกับเคล็ดลับ ตำราอาหาร งานอดิเรก และการบ้านของเด็กๆ

Ask เป็น search engine อันดับ 5 ในอเมริกา ซึ่งมีส่วนแบ่งเพียง 4.5 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ Google ซึ่งครองอยู่ 58.5 เปอร์เซนต์ “ไม่ว่า Ask จะทำยังไงก็ตาม มันไม่มีทางเพียงพอ ที่จะทำให้คนเปลี่ยนใจจาก Google” Chris Winfield ที่ปรึกษาทางด้าน search engine กล่าว

Ask ตั้งขึ้นในปีคศ. 1996 โดยมีเป้าหมายจะเป็น search engine ที่สามารถค้นหาคำตอบได้จากประโยคคำถาม แทนที่จะค้นหาออกเป็นคำศัพท์ในประโยค แต่ผลลัพธ์ในภายหลัง Ask ถูกเรียกว่า AskJeeves เพราะการแปลคำถามผิดๆ และให้แต่คำตอบไร้สาระออกมา ทำให้ Ask ถูกเยาะเย้ยไปในวงกว้าง

หลังจากการลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น Ask พยายามเปลี่ยนตัวเอง ให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้ Google แต่ก็ยังไม่สำเร็จ

ที่มา - New York Times

ร่วมการทดลองการค้นหาแบบใหม่ในกูเกิล

tags:

กูเกิลปล่อยผลงานออกจากห้องทดลอง Google Labs ให้ผู้ใช้ทั่วไปร่วมทดลอง การค้นหา 5 แบบ

  1. การแสดงผลแบบอื่นเช่น ช่วงเวลา หรือแผนที่หรือข้อมูลเสริม
  2. การแนะนำคำค้นหา
  3. คีย์ลัด
  4. กรอบแนะนำด้านซ้าย ช่วยเสริมข้อมูลแนวลึก
  5. กรอบแนะนำด้านขวา

เลือกได้แค่ทีละแบบครับ เป็นการปฏิวัติส่วนติดต่อผู้ใช้ครั้งใหญ่เลยทีเดียว

กูเกิลอาจจะไม่ได้เปลี่ยนส่วนติดต่อผู้ใช้ในเร็ววันนี้ ก็อาจเป็นการข่มคู่แข่งล่วงหน้า หลังจากที่ผู้ใช้รวมถึงนักวิจารณ์บ่นมาว่าไม่ค่อยมีอะไรใหม่

ที่มา - Arstechnica

ลองใช้ดู - www.google.co.th/experimental

Site Search

 
Web blognone.com

Poll