คนที่ใช้ Windows 8 และเจอปัญหา "ไม่มีปุ่ม Start ให้กด" อาจแก้ไขโดยซื้อ Microsoft Sculpt Mouse รุ่นใหม่ที่มีปุ่ม Start มาให้ในตัว มันแบ่งเป็นสองรุ่นย่อย
Sculpt Comfort Mouse เมาส์ตัวนี้ไม่ธรรมดาตรงปุ่ม Start ที่วางตำแหน่งนิ้วโป้ง ถ้ากดปุ่ม Start บนเมาส์จะเรียกหน้าจอ Start Screen ตามคาด แต่เพิ่มท่า "ปัดขึ้น" เพื่อสลับแอพโหมด Metro ไปเรื่อยๆ และ "ปัดลง" เพื่อแสดงแอพทั้งหมดที่เปิดอยู่ ราคา 39.95 ดอลลาร์ เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth
Sculpt Mobile Mouse เป็นเมาส์ไร้สายขนาดพกพา เพิ่มปุ่ม Start มาในตำแหน่งของ scroll wheel, เลื่อน scroll ได้ 4 ทิศทาง, เชื่อมต่อผ่าน USB transceiver ไร้สาย, ราคา 29.95 ดอลลาร์
ที่มา - Windows Experience Blog
NVIDIA ได้ฤกษ์เปิดตัว GeForce ซีรีส์ 700 รุ่นสำหรับเดสก์ท็อปอย่างเป็นทางการ (หลังจากเปิดตัว GeForce 700M สำหรับโน้ตบุ๊กไปก่อนแล้ว)
การ์ดตัวแรกของซีรีส์ 700 คือ GeForce GTX 780 ตามธรรมเนียมปฏิบัติของรุ่น x80 (ก่อนจะออกรุ่น x90 ตามมาในภายหลัง) ในแง่เทคนิคแล้ว ซีรีส์ 700 ไม่น่าตื่นเต้นนักเพราะยังอยู่บนสถาปัตยกรรม Kepler และการผลิตระดับ 28 นาโนเมตรที่ใช้มาตั้งแต่ซีรีส์ 600 (ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสถาปัตยกรรม Maxwell ในซีรีส์ 800 ปี 2014)
สิ่งที่ NVIDIA พัฒนาขึ้นในซีรีส์ 700 จึงเป็นการอัดหน่วยประมวลผล (stream processor) แบบเดิมให้มีจำนวนเยอะขึ้นกว่าซีรีส์ 600 รวมถึงอัดสเปกด้านอื่นๆ เช่น VRAM ให้เพิ่มขึ้นนั่นเอง
หลังจากที่เราได้เห็นหน้าค่าตาเจ้า Xbox One รุ่นใหม่จาก Microsoft จากงานเปิดตัวเมื่อวาน ทางเว็บไซต์ AnandTech ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ของ Xbox One (ต่อจากนี้จะขอเรียกว่า XBO นะครับ) และนำมาเปรียบเทียบกับ PlayStation 4 (ต่อจากนี้จะเรียกว่า PS4 นะครับ) ให้เห็นกันว่าคอนโซลในยุคหน้าจะมีขุมพลังมากน้อยขนาดไหน
จากที่ NVIDIA เปิดตัว Tegra 4i ชิปประมวลผลพร้อม LTE ในตัว
วันนี้ NVIDIA โชว์ Tegra 4i เวอร์ชันอัพเกรดซอฟต์แวร์ให้ใช้งานกับ LTE Advanced Cat 4 ทำความเร็วการส่งข้อมูลที่ 150 Mbps ได้แล้ว จากเดิมที่รองรับแค่ LTE Cat 3 ความเร็ว 100 Mbps
NVIDIA ยังโฆษณาว่าชิปโมเด็ม LTE ของตัวเองยังมีขนาดเพียงแค่ 40% ของชิปโมเด็ม LTE ทั่วไปในท้องตลาด ช่วยให้การออกแบบผลิตภัณฑ์ทำได้ง่ายขึ้นด้วย
ที่มา - NVIDIA, Laptop Mag
โครงการคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วราคาถูกอย่าง Arduino เปิดตัวชุดพัฒนาใหม่เป็น Arduino Robot ที่ออกแบบโดยทีม Complubot ทีมชนะ Robocup สี่สมัย
อีกชิ้นที่เพิ่มขึ้นมาคือจอภาพ TFT ขนาดเล็กสำหรับ Arduino รองรับทั้งตัว Arduino Robot เองและสามารถซื้อไปต่อตัวบอร์ดควบคุมหุ่นยนต์ได้
พร้อมๆ กับการเปิดตัวสินค้าทั้งสองชิ้น Arduino ยังประกาศ IDE รุ่นใหม่ที่รองรับจอภาพที่ประกาศในงานนี้
โครงการ Arduino นั้นเป็นโครงการฮาร์ดแวร์แบบโอเพนซอร์ส บอร์ดและซอฟต์แวร์ทั้งหมดจะเปิดซอร์สโค้ดให้ดาวน์โหลดและแก้ไขกันเองได้ แต่ชื่อ Arduino เป็นชื่อการค้าและต้องได้รับอนุญาตก่อนใช้งาน โครงการจำนวนมากผลิตสินค้าที่เข้ากันได้กับ Arduino โดยไม่ได้ใช้ชื่อ Arduino วางขายในตลาดในราคาถูกเช่น Freeduino
ที่มา - Adafruit
Open Compute Project เป็นโครงการที่ริเริ่มโดย Facebook มีเป้าหมายเพื่อเปิดข้อมูลของฮาร์ดแวร์ที่พัฒนาขึ้นเองสำหรับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ปัจจุบันสถานะขององค์กรดูแลโดยมูลนิธิที่ไม่หวังผลกำไร และมีสมาชิกกว่า 50 บริษัทเข้าร่วม
ล่าสุด Open Compute ประกาศโครงการใหม่ว่าจะขยายจากฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์และสตอเรจ มายังอุปกรณ์เครือข่ายที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลด้วย โดยจะเริ่มจากสวิตช์ที่ใช้กับตู้แร็ค และมี Najam Ahmad หัวหน้าทีมวิศวกรรมเครือข่ายของ Facebook มาเป็นผู้นำโครงการ ส่วนบริษัทและองค์กรที่สนับสนุนได้แก่ Big Switch Networks, Broadcom, Cumulus Networks, Intel, Netronome, OpenDaylight, the Open Networking Foundation, VMware
โครงการนี้คงใช้เวลาอีกสักระยะกว่าจะเห็นผลงานเป็นรูปเป็นร่าง แต่คนที่เริ่มเสียวๆ กับข่าวนี้คงเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหลาย (โดยเฉพาะ Cisco)
ที่มา - Open Compute
ข่าวนี้ต่อจาก โซนี่เตรียมแจก "เซิร์ฟเวอร์หนัง 4K" ลูกค้าทีวีความละเอียด Ultra HD ยืมไปดูถึงบ้าน ล่าสุดโซนี่เปิดตัวฮาร์ดแวร์อย่างเป็นทางการแล้ว
ชื่อของมันคือ FMP-X1 4K Media Player ในตัวมาพร้อมกับภาพยนตร์ 4K จำนวน 10 เรื่อง (ตัวอย่างรายชื่อคือ Bad Teacher, Battle: Los Angeles, The Bridge on the River Kwai, The Karate Kid 2010, Salt, Taxi Driver, That’s My Boy, The Amazing Spider-Man, The Other Guys, Total Recall 2012) และภาพยนตร์สั้นอีกจำนวนหนึ่ง
ราคาขายของ FMP-X1 อยู่ที่ 699 ดอลลาร์ (ประมาณ 20,000 บาท) โดยจะขายให้กับลูกค้าที่ซื้อ 4K UHD TV ของโซนี่เท่านั้น เริ่มวางตลาดช่วงกลางปีนี้ และช่วงปลายปีลูกค้าสามารถซื้อภาพยนตร์ 4K เรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมได้
ในโอกาสเดียวกัน โซนี่ยังประกาศราคาทีวี 4K รุ่นใหม่คือ XBR-55X900A (55 นิ้ว) ที่ 4,999 ดอลลาร์ และ XBR-65X900A (65 นิ้ว) ที่ 6,999 ดอลลาร์
ที่มา - Sony Press
Microsoft ประกาศปรับสเปคขั้นต่ำของฮาร์ดแวร์ที่จะได้รับการรับรองว่าสามารถใช้ร่วมกับ Windows 8 ได้ โดยระบุว่าจะต้องมีความละเอียดในการแสดงผลขั้นต่ำที่ 1024x768 พิกเซลขึ้นไป จากแต่เดิมนั้นเป็น 1366x768 พิกเซล โดยบริษัทให้เหตุผลว่าเพื่อให้บริษัทคู่ค้ามีความยืดหยุ่นในการออกฮาร์ดแวร์ใหม่มากยิ่งขึ้น แต่บริษัทก็ระบุว่าฟีเจอร์ Snap (รันแอพสองตัวในหน้าจอเดียวกัน) จะใช้การไม่ได้ เนื่องจากฟีเจอร์ดังกล่าวต้องการหน้าจอที่มีความยาวขั้นต่ำ 1366 พิกเซล ดังนั้นผู้ผลิตเครื่องต้องสื่อสารกับลูกค้าอย่างชัดเจนว่าเครื่องที่มีหน้าจอละเอียดต่ำกว่า 1366x768 พิกเซลจะไม่รองรับฟีเจอร์ Snap
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือและข้อมูลจาก Windows Blue ที่หลุดออกมาว่า ฟีเจอร์ Snap สามารถทำงานบนหน้าจอที่มีความยาวต่ำกว่า 1366 พิกเซลได้แล้ว ก็ต้องไปลุ้นกันว่าท้ายที่สุดแล้วอัพเกรดตัวถัดไปของ Windows จะรองรับการรันแอพ Windows Store (Metro/Modern) สองตัวในหน้าจอเดียวกันบนความละเอียดระดับนั้นได้หรือไม่ นอกจากนั้นเมื่อปีที่แล้วที่มีข่าวลือว่า Microsoft กับ Nook กำลังพัฒนาเครื่องอ่านอีบุ๊กร่วมกันนั้น ก็ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการปรับเปลี่ยนสเปคนี้จะเป็นสัญญาณว่าข่าวลือดังกล่าวจะกลายเป็นความจริงหรือไม่ ก็ต้องตามกันต่อไป
หลายคนที่ใช้ Lightning Digital AV Adapter เพื่อต่อ iPad with Retina display, iPad mini, iPhone 5 หรือ iPod touch ขึ้นไปยังโทรทัศน์ Full HD ผ่านพอร์ต HDMI นั้นอาจเกิดความสงสัยว่าทำไมภาพที่แสดงผลออกมานั้นไม่ชัดเท่าไรนัก อีกทั้งราคากว่า 1,890 บาทอันแสนแพง ก็อาจทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่น่าผิดหวังอีกตัวหนึ่ง
Panic เป็นบริษัทที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นบน OS X และ iOS ได้ทำการทดสอบอุปกรณ์เสริมชิ้นนี้และพบว่าความละเอียดสูงสุดที่รองรับได้คือ 1600x900 เท่านั้น ในขณะที่รุ่นเก่า (Apple 30-pin Digital AV Adapter) สามารถแสดงผลที่ความละเอียดสูงสุด 1920x1080
Freescale Semiconductor เปิดตัว Kinetis KL02 ชิป ARM ขนาดเล็กเพียง 1.9x2 มิลลิเมต รถือเป็นชิปตระกูล ARM ขนาดเล็กที่สุดในโลก
KL02 มีอุปกรณ์ครบครัน ตั้งแต่หน่วยประมวลผลแบบ 32 บิต, แรม 4k, แฟลชรอม 32k, ตัวแปลงแอนะล็อกเป็นดิจิทัล 12 บิต และตัวรับสัญญาณ UART
ขนาดที่เล็กมากๆ ของ KL02 ทำให้มันเหมาะมากกับการเป็นหน่วยประมวลผลแบบฝังตัวบนอุปกรณ์ชนิดต่างๆ เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ (Internet of Things)
KL02 ยังไม่วางขายปลีก แต่รับทำเป็นออเดอร์พิเศษจาก "ลูกค้ารายหนึ่ง" เท่านั้น
ที่มา - Wired
ปัญหาลักษณะเดียวกับ iPhone 5 แยกรุ่นย่อยตามประเทศ เพราะใช้คลื่น LTE คนละย่าน (band) กำลังจะหมดไป เพราะล่าสุด Qualcomm เปิดตัวภาครับสัญญาณ LTE ตัวใหม่ที่ใช้ได้กับคลื่น LTE ทุกย่านในโลกเป็นที่เรียบร้อย
ภาครับสัญญาณตัวนี้ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า RF360 Front End Solution ประกอบด้วยชิ้นส่วนด้านการรับคลื่น-กำลังส่งรวม 4 ชิ้น รองรับย่านคลื่น LTE กว่า 40 ย่าน นอกจากนี้ยังรองรับการส่งสัญญาณแบบเดิมๆ ทั้ง 2G/3G แบบต่างๆ ครบถ้วน
ฟีเจอร์อื่นที่สำคัญคือลดการใช้พลังงานลงจากเดิม และมีขนาดเล็กลง 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
ภาครับสัญญาณตัวนี้ต้องใช้ร่วมกับชิปโมเด็ม Gobi ของ Qualcomm และถ้ารวมเอาหน่วยประมวลผล Snapdragon เข้ามา ก็หมายความว่าตอนนี้ Qualcomm มีโซลูชันเบ็ดเสร็จสำหรับอุปกรณ์พกพาที่ต่อเชื่อม LTE แล้วนั่นเอง
Qualcomm ประเมินว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้ RF360 จะเริ่มออกสู่ตลาดในครึ่งหลังของปีนี้
ที่มา - Qualcomm
ปัญหาหลักของการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G LTE คงเป็นเรื่องอัตราการบริโภคพลังงานที่มากกว่า 3G ไม่น้อย ส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้มือถือพอสมควร
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีการผลิตชิปโมเด็ม LTE ก็เริ่มพัฒนามากขึ้น ล่าสุด Broadcom เปิดตัวชิปโมเด็ม LTE ตัวใหม่รหัส BCM21892 ที่ระบุว่ากินไฟน้อยกว่าชิป LTE รุ่นปัจจุบัน 25%, ตัวชิปมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม 35% และรองรับความถี่ LTE เกือบทุกความถี่ในปัจจุบัน
นอกจากนี้มันยังรองรับการสนทนาด้วยเสียงบน LTE (VoLTE) ในตัว ซึ่งประหยัดพลังงานมากกว่าการโทรผ่านเครือข่าย 3G ถึง 40%
ข้อเสียอย่างเดียวคงเป็นระยะเวลาวางขายผลิตภัณฑ์จริงที่ต้องรอนานไปถึงปี 2014 โดยตอนนี้ Broadcom เพิ่งส่งชิปตัวอย่างให้คู่ค้าครับ
ที่มา - SlashGear
Julie Uhrman ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ OUYA ไปพูดที่งานสัมมนา DICE มีประเด็นดังนี้ครับ
- ทีม OUYA วางแผนพัฒนาฮาร์ดแวร์รุ่นถัดไปแล้ว โดยตั้งเป้าออกปีละรุ่น และใช้ฮาร์ดแวร์สเปกดีที่สุดในตอนนั้น ภายใต้ข้อจำกัดราคาขาย 99 ดอลลาร์เช่นเดิม
- ถึงแม้ OUYA ใช้หน่วยประมวลผลแบบเดียวกับอุปกรณ์พกพา (ในที่นี้คือ Tegra 3) แต่ประสิทธิภาพในการใช้งานจริงจะดีกว่าเพราะ OUYA เสียบไฟตลอดเวลา สามารถรันซีพียูทั้งสี่คอร์ที่ 1.6GHz แบบต่อเนื่องได้
- OUYA กำลังเจรจากับ Google, Netflix, Hulu, Amazon เพื่อให้ฮาร์ดแวร์ของตัวเองเข้าถึงบริการออนไลน์ของบริษัทเหล่านี้ได้
- เกมที่จะลง OUYA บังคับให้ใช้ Open Development Kit ของโครงการเพื่อการันตีว่าใช้กับจอยของ OUYA ได้ และผู้พัฒนาเกมต้องเปิดเดโมให้ลูกค้าลองเล่นฟรีบางส่วนด้วย
- ทีมงาน OUYA จะมีกระบวนการคัดกรองเกมที่จะมาขายบนแพลตฟอร์ม โดยตรวจสอบแค่ขั้นต้น (light review) ว่าไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น ไม่มีมัลแวร์และภาพอนาจารเท่านั้น เรื่องคุณภาพเกมไม่สนใจ
- OUYA จะทำระบบคัดเลือกและแนะนำเกมแก่ผู้เล่น โดยอิงจากเวลาและปฏิสัมพันธ์ของผู้เล่นคนอื่นๆ ต่อเกมนั้น (เช่น เล่นนานแค่ไหน เล่นบ่อยแค่ไหน) แทนการอิงจากจำนวนครั้งที่ดาวน์โหลด ซึ่ง OUYA เชื่อว่าจะคัดเลือกเกมที่มีคุณภาพได้เหมาะสมกว่า
ที่มา - The Verge
จากข่าว ไมโครซอฟท์วางขาย Surface with Windows 8 Pro วันที่ 9 ก.พ. นี้ ทางเว็บไซต์ AnandTech ได้ทดสอบ Surface Pro รุ่นยังไม่วางขายจริง มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
- Surface Pro มีหน้าตาคล้าย Surface RT มากจนแยกได้ยาก ขนาดเท่ากันแต่ Pro หนา-หนักกว่า และจอละเอียดกว่า (1080p กับ 1366x768)
- กลุ่มเป้าหมายของ Surface Pro คือแข่งกับอัลตร้าบุ๊ก มากกว่าแข่งกับแท็บเล็ต ราคาที่ตั้งมาถือว่าสู้กับอัลตร้าบุ๊กได้ แต่ควรให้ touch/type cover มาด้วยในชุด ไม่ควรให้ลูกค้าซื้อเอง
- Surface Pro ใช้ซีพียูเป็น Core i5 Ivy Bridge รุ่น 17 วัตต์ (ไม่ใช่รุ่น SDP 7 วัตต์ ตามที่เคยมีข่าว)
- Surface Pro ใช้ SSD เต็มรูปแบบ ไม่ใช่ eMMC และมีพอร์ต USB 3.0 มาให้ในตัว ประสิทธิภาพต้องเทียบกับโน้ตบุ๊ก ไม่ใช่เทียบกับแท็บเล็ต
- Surface Pro มีพัดลม 2 ตัวที่ปรับทิศทางไม่ให้เป่าลมมาโดนมือของผู้ใช้ และมีช่องระบายอากาศเล็กๆ ที่ขอบด้านหลัง (ภาพประกอบตามลิงก์)
- ปากกาที่มากับ Surface Pro แปะติดกับเครื่องด้วยแม่เหล็ก ส่วนตัว touch/type cover เป็นรุ่นเดียวกับ Surface RT
- ปัญหาสำคัญของ Surface Pro คืออายุการใช้งานของแบตเตอรี่เพียง 5 ชั่วโมง ซึ่งสู้กับทั้งแท็บเล็ตและอัลตร้าบุ๊กได้ยาก ปัญหานี้น่าจะหมดไปเมื่ออินเทลออก Haswell และเราคงได้ใช้กันใน Surface Pro 2
ที่มา - AnandTech
อินเทลประกาศถอนตัวจากธุรกิจ "เมนบอร์ดสำหรับเดสก์ท็อป" โดยจะลดการผลิตลงเรื่อยๆ ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า
คำว่าถอนตัวจากการผลิตเมนบอร์ด หมายถึงเมนบอร์ดยี่ห้อของอินเทลเองเท่านั้น แต่อินเทลจะยังขายชิปเซ็ตสำหรับเดสก์ท็อป ให้ผู้ผลิตรายอื่นอย่าง ASUS, ASRock, Gigabyte ผลิตเป็นเมนบอร์ดขายต่อไปตามปกติ นอกจากนี้อินเทลจะยังพัฒนาบอร์ดต้นแบบ (form factor reference design) สำหรับโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตต่อไป
เมนบอร์ดรุ่นสุดท้ายของอินเทลจะวางขายพร้อมซีพียู Haswell ในครึ่งหลังของปีนี้ และเมนบอร์ดทุกรุ่นของอินเทลจะยังได้รับบริการหลังขายตลอด 3 ปีข้างหน้า
การประกาศหยุดทำเมนบอร์ดเดสก์ท็อปของอินเทลไม่ส่งผลกระทบต่อพนักงานในฝ่ายนี้ โดยอินเทลจะย้ายพนักงานไปทำงานในฝ่ายอื่นๆ แทน
ที่มา - AnandTech
Eben Upton ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Raspberry Pi คอมพิวเตอร์ราคาถูกที่ยอดขายทะลุ 1 ล้านเครื่องไปแล้ว ให้สัมภาษณ์กับ ZDNet ว่าตอนแรกเขาคิดว่าคงขายได้แค่ 1,000 เครื่อง หรืออย่างมากที่สุดที่คิดฝันได้คือ 10,000 เครื่อง
เขาเล่าว่าไอเดียตอนแรกคือผลิต Raspberry Pi ขึ้นมาไม่เยอะนัก และแจกให้กับผู้สนใจมาเรียนสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เท่านั้น แต่เมื่อสื่อรายใหญ่อย่าง BBC ทำข่าวนี้ ทำให้ต้องเพิ่มยอดผลิตล็อตแรกเป็น 10,000 เครื่อง (ซึ่งก็หมดเกลี้ยงภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดขาย)
โครงการคอมพิวเตอร์ราคาถูก Raspberry Pi แจ้งข่าวว่าบริษัท element14/Premier Farnell หนึ่งในสองผู้จัดจำหน่ายฮาร์ดแวร์ Raspberry Pi ระบุยอดขายทะลุ 500,000 เครื่องไปเรียบร้อยแล้ว
ส่วนผู้จัดจำหน่ายอีกรายคือบริษัท RS Components ยังไม่ยืนยันยอดขายอย่างเป็นทางการมา แต่ทางโครงการเชื่อว่าสัดส่วนน่าจะใกล้เคียงกัน ดังนั้นในเบื้องต้นคงพอสรุปได้ว่า Raspberry Pi ยอดขายทะลุหลักล้านเครื่องแล้ว
แถวนี้มีใครครอบครองอยู่ก็โปรดแสดงตัวครับ
ที่มา - Raspberry Pi
ซัมซุงเผยโฉม Chromebox รุ่นใหม่ ใช้ดีไซน์สีขาวและขอบโค้งมน (รุ่นเดิมเป็นเหลี่ยมๆ) แต่สเปกภายในยังใช้ฮาร์ดแวร์เดิมคือ Celeron B840 1.9GHz, แรม 4GB, SSD 16GB
ซัมซุงเรียกผลิตภัณฑ์ตัวนี้ว่า Chromebox Series 5 ตอนนี้ยังไม่มีการแถลงข่าวจากฝั่งกูเกิลแต่อย่างใดครับ (รวมถึงข้อมูลวันวางขายและราคา)
ซัมซุงไม่ได้อธิบายว่าทำไมไม่อัพเกรดสเปกเครื่องให้ใหม่ขึ้น แต่อย่างน้อยๆ ก็คงลดคำครหาว่าเหมือน Mac mini ลงได้บ้าง
ที่มา - Chrome Story via Ars Technica
เราเห็นข่าวลือว่า Valve จะทำเกมคอนโซลเองกันอยู่เรื่อยๆ ล่าสุด Gabe Newell ผู้ก่อตั้ง Valve ก็ยืนยันแล้วว่าจะได้เห็น "พีซีสำหรับห้องนั่งเล่น" ในปีหน้า
Newell บอกว่าเป้าหมายของ Valve คือพัฒนาพีซีที่เหมาะสำหรับห้องนั่งเล่นมากขึ้น โดยเสียงตอบรับของ Steam Big Picture ออกมาดีกว่าที่คาด และเป้าหมายต่อไปคือพัฒนา Steam for Linux ให้ออกรุ่นจริง รันโหมด Big Picture ได้ในตัว
ท่าทีของ Valve นั้นชัดเจนว่าฮาร์ดแวร์จะรันลินุกซ์ ใช้ Steam for Linux เป็นฐาน และติดต่อกับผู้ใช้ด้วยโหมด Big Picture
LG เดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์การเป็นผู้ขายชิปแบบไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง (fabless) โดยเน้นไปที่การออกแบบชิปมากขึ้น แล้วจ้างโรงงานอื่นๆ ผลิตแทน
ยุทธศาสตร์ของ LG คือรวมทีมออกแบบชิปที่ใช้ในสมาร์ทโฟนและสมาร์ททีวีเข้าด้วยกันเป็นแผนกเดียว ตอนนี้มีพนักงานฝ่ายนี้รวมกันกว่า 900 คนแล้ว โดยชิปตัวใหม่รหัส H13 (Home 2013) เตรียมใช้งานกับสมาร์ททีวีของบริษัทในปีหน้า (กำนหดเปิดตัวที่ CES 2013)
ตอนนี้ LG ยังไม่เผยรายละเอียดเรื่องยุทธศาสตร์การจ้างผลิตชิปมากนัก แต่ก็ระบุว่าจะใช้บริการของ TSMC ของไต้หวัน เหมือนกับผู้ขายชิปรายอื่นๆ ที่ไม่มีโรงงานของตัวเองอย่าง Broadcom หรือ NVIDIA
ที่มา - The Korea Times









