นักวิจัยด้านความปลอดภัยเผยว่าเขาค้นพบวิธีการที่จะแฮ็กอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ได้สำเร็จภายใน 1 นาที โดยใช้เพียงที่ชาร์จไฟซึ่งได้รับการดัดแปลงพิเศษเท่านั้น
ทีมนักวิจัยจากสถาบัน Georgia Institute of Technology เผยว่าต้นแบบที่ชาร์จไฟซึ่งได้รับการดัดแปลงแบบพิเศษซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า "Mactans" สามารถปล่อยมัลแวร์เข้าสู่อุปกรณ์ iOS ได้หลังจากเสียบสายชาร์จดังกล่าวเข้ากับอุปกรณ์เป็นเวลา 1 นาทีเท่านั้น
ซอฟต์แวร์ที่ Mactans ปล่อยเข้าสู่อุปกรณ์ iOS นั้นสามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติโดยไม่ต้องหลอกล่อผู้ใช้อุปกรณ์ให้ติดตั้งหรืออนุญาตให้ซอฟต์แวร์ดำเนินการใดๆ นอกจากนี้ไม่ว่าเครื่องจะผ่านการ jailbreak มาหรือไม่ ต่างก็โดนเล่นงานได้เหมือนกัน ที่สำคัญก็คือ ภายหลังจากที่มันติดตั้งตัวเองในระบบ iOS เสร็จสิ้นแล้ว มันสามารถซ่อนตัวเองได้ด้วย ซึ่งหากผู้ใช้ไม่ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนก็จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าโดนเล่นงานเข้าแล้ว
Mactans ที่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ BeagleBoard ซึ่งเป็นพีซีขนาดเล็กประมาณบัตรเครดิต ใช้ระบบปฏิบัติการ Linux ถูกผลิตโดย Texas Instrument และมีราคาเพียง 45 ดอลลาร์ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อถูกจับมายัดใส่ที่ชาร์จไฟย่อมทำให้มีขนาดใหญ่ผิดสังเกต แต่ก็ไม่แน่ว่าหากมีคนจงใจสร้างเครื่องมือแฮ็กอุปกรณ์ iOS จริง มันอาจมาในรูปแบบของแท่นชาร์จ หรืออาจมีการดัดแปลงชิ้นงานให้มีขนาดเล็กลงก็เป็นได้
ทีมงานวิจัยระบุว่าได้ติดต่อไปยัง Apple และแจ้งช่องโหว่ดังกล่าวให้ทราบแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบรับใดๆ
ที่มา - Cult of Mac, The Verge
ช่องโหว่ของ Ruby on Rails ที่ถูกค้นพบในเดือนมกราคมปีนี้ กลายเป็นช่องทางสำคัญให้แฮ็กเกอร์เจาะเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง Rails เอาไว้ และเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้เป็น botnet สำหรับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ด้านอื่นๆ (เช่น มัลแวร์) ต่อไป
ช่องโหว่ตัวนี้ของ Rails มีความรุนแรงในระดับสูง (critical) เพราะเปิดโอกาสให้แฮ็กเกอร์ส่งโค้ดอันตรายเข้ามารันบนเซิร์ฟเวอร์ได้จากระยะไกล ทางทีมพัฒนา Rails ออกแพตช์แก้นานแล้วแต่ก็ยังมีเซิร์ฟเวอร์อีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้อัพแพตช์ตาม และกลายเป็นเหยื่อของช่องโหว่นี้ในที่สุด
ผู้ใช้ Rails ควรอัพเกรดเป็นเวอร์ชัน 3.2.11, 3.1.10, 3.0.19, 2.3.15 ขึ้นไปครับ
ที่มา - Ars Technica
เว็บไซต์ Drupal.org ที่เป็นชุมชนนักพัฒนา Drupal ถูกแฮกเกอร์เจาะเข้าไปอ่านฐานข้อมูลชื่อผู้ใช้, อีเมล, ประเทศ, และรหัสผ่านที่แฮชแล้วออกมาทั้งหมด ทีมงานกำลังสอบสวนว่ามีข้อมูลอื่นหลุดไปหรือไม่ แต่ขณะนี้ผู้ใช้ทุกคนจะต้องรีเซ็ตรหัสผ่านใหม่ทันทีที่ล็อกอิน
รหัสผ่านบน Drupal.org ทั้งหมดเข้ารหัสแบบแฮชและมีการเติมค่า salt เพื่อป้องกันการย้อนกลับรหัสผ่าน แต่มีรหัสผ่านในบัญชีเก่าอาจจะไม่มีค่า salt ผู้ใช้ที่ใช้รหัสซ้ำกับบริการอื่นจึงควรเปลี่ยนรหัสบนบริการอื่นด้วยเพื่อความปลอดภัย (และควรฝึกเลิกใช้รหัสซ้ำกันไปพร้อมกัน)
ทีมงานระบุว่าช่องโหว่เกิดจากเครื่องมือของผู้ให้บริการรายอื่นทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลได้ ไม่ได้เข้ามาทางช่องโหว่ของ Drupal เองแต่อย่างใด
ที่มา - Drupal.org
เว็บไซต์โซเชียลคอมเมิร์ซรายใหญ่ LivingSocial (ที่ Amazon ถือหุ้นอยู่บางส่วน) ประกาศว่าระบบของตัวเองถูกแฮ็ก และมีข้อมูลบางส่วนถูกขโมย
ประเภทของข้อมูลผู้ใช้ที่ LivingSocial ระบุว่าถูกขโมยคือ ชื่อ อีเมล ที่อยู่ วันเกิด รวมถึงรหัสผ่านที่ถูกเข้ารหัสและ hash/salt ไว้แล้ว ส่วนข้อมูลบัตรเครดิตและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ขายสินค้าไม่ถูกขโมยไปด้วย
LivingSocial แจ้งให้ผู้ใช้ทุกคนเปลี่ยนรหัสผ่านโดยทันที รวมถึงเปลี่ยนรหัสผ่านเดียวกันที่ใช้บนเว็บไซต์อื่นๆ ด้วย ส่วนประเด็นว่าโดนเจาะระบบได้อย่างไรกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน
ที่มา - LivingSocial FAQ, ZDNet
หมายเหตุ: การแฮ็กครั้งนี้กระทบกับ LivingSocial ทั่วโลก รวมผู้ใช้กว่า 50 ล้านราย แต่ไม่กระทบกับผู้ใช้ของ Ensogo เดิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ
ข่าวนี้ต่อเนื่องจากข่าวนักวิจัยชี้แค่ใช้สมาร์ทโฟน Android ก็แฮ็กระบบเครื่องบินโดยสารได้ โดยหลังจากที่ได้รับการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว FAA หรือทบวงการบินสหรัฐได้ออกมายืนยันแล้วว่าสมาร์ทโฟน Android ไม่สามารถนำมาใช้แฮ็กเครื่องบินโดยสารได้จริงอย่างที่นักวิจัยได้สาธิตไว้ โดย FAA ให้เหตุผลว่าการสาธิตของนักวิจัยนั้นทำกับระบบ ACARS ที่ติดตั้งอยู่บนพีซีที่ใช้สำหรับฝึกซ้อม และช่องโหว่ที่นักวิจัยใช้นั้นมีอยู่ในระบบ ACARS บนพีซีเท่านั้น ไม่สามารถนำเทคนิคดังกล่าวนี้มาใช้กับอุปกรณ์บนเครื่องบินที่ได้รับการรับรองแล้ว
นอกจาก FAA แล้ว EASA หรือสำนักงานความปลอดภัยด้านการบินแห่งยุโรป ยังออกมาชี้แจงเรื่องความแตกต่างระหว่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการฝึกกับซ้อมกับซอฟต์แวร์ที่ใช้งานจริงๆ บนเครื่องบินโดยสารว่า ซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการฝึกซ้อมนั้นไม่มีระบบป้องกันการเขียนทับและระบบสำรองเหมือนกับซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่บนเครื่องบินโดยสารครับ
ที่มา - Gizmodo
ในงานสัมมนาว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยที่ชื่อ Hack in the Box ซึ่งจัดขึ้นใน Amsterdam เมื่อไม่นานมานี้ มีการเปิดเผยความจริงที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งว่าการแฮ็กระบบควบคุมเครื่องบินโดยสารด้วยสมาร์ทโฟน Android เพียงหนึ่งเครื่องนั้นสามารถทำได้จริงโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย
Hugo Teso นักวิจัยด้านความปลอดภัยใช้สมาร์ทโฟนยี่ห้อ Samsung รุ่นหนึ่งทำการแฮ็กและเข้ายึดระบบควบคุมเครื่องและระบบการแสดงผลของหน้าจอในห้องควบคุมการบิน โดยเขาสามารถเปลี่ยนเส้นทางการบิน และความเร็วในการเดินทางโดยใช้เซ็นเซอร์วัดอัตราเร่ง (accelerometer) ที่อยู่ในสมาร์ทโฟน หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่าเขาสามารถแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับระบบนำร่องของเครื่องบินได้แทบทุกอย่าง
ช่องทางในการเจาะระบบนั้น Teso ทำโดยการดักระบบการสื่อสารระหว่างห้องนักบินและหอบังคับการบินที่เรียกว่า ACARS จากนั้นจึงทำการอัพโหลดข้อมูลขึ้นไปสู่ระบบสื่อสารนั้นเพื่อควบคุมระบบนำร่อง นอกจากนี้เขายังสามารถดักฟังข้อมูลหรือสกัดกั้นการติดต่อระหว่างห้องนักบินและหอบังคับการบินได้เช่นกัน
ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบินทั้ง FAA และ EASA ต่างก็กำลังดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว
ที่มา - ZDNet, เอกสารประกอบจากงาน Hack in the Box
วันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมาเว็บไซต์หลักของนักร้องสาวชื่อดัง Jessie J ได้ถูกแฮกโดยการใส่ข้อความที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับนักร้องสาว Lady Gaga ลงไปในเว็บว่า “The whole Universal Republic (Universal Music) can suck Lady Gaga’s d**k” โดยผลงานการแฮกครั้งนี้เป็นของกลุ่มที่มีชื่อว่า ‘Killuminati’ครับ
FBI เร่งตรวจสอบกรณีที่มีแฮกเกอร์ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลสำคัญของทั้งดารานักแสดง เจ้าหน้าที่รัฐฯ ระดับสูง รวมไปถึงสตรีหมายเลขหนึ่ง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนั้นประกอบไปด้วยชื่อ วันเดือนปีเกิด หมายเลขประกันสังคม ที่อยู่ทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมไปถึงข้อมูลทางการเงินด้วย
โดยผู้ตกเป็นเหยื่อในครั้งนี้ได้แก่สตรีหมายเลขหนึ่ง Michelle Obama, Robert Mueller หัวหน้า FBI, Hillary Clinton รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมไปถึงศิลปิน ดาราและนักแสดงอย่าง Ashton Kutcher, Jay Z, Beyonce, Paris Hilton, Britney Spears เป็นต้น
กระทรวงยุติธรรมได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABCNews ว่าในขณะนี้ทาง FBI ได้เข้าไปตรวจสอบในเหตุการณ์นี้แล้ว ซึงก็ยังเป็นที่สงสัยกันอยู่ว่าแฮกเกอร์ได้ข้อมูลเหล่านี้มาโดยวิธีไหน อย่างไร
ที่มา - SC Magazine
ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของบริษัท Evernote ตรวจพบความพยายามในการลักลอบที่จะเข้าถึงข้อมูลของบริการต่างๆ ของ Evernote ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีการเข้าถึง หรือเปลี่ยนแปลงของข้อมูลใดๆ โดยการลักลอบเข้าถึงในครั้งนี้นั้นเป็นการพยายามเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน Evernote ซึ่งรวมทั้งบัญชีผู้ใช้ อีเมล และรหัสผ่าน (ที่ผ่านการเข้ารหัสแล้ว)
ทั้งนี้ทาง Evernote ได้แจ้งผู้ใช้งานให้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านที่ใช้งานอยู่โดยด่วนผ่านทาง Evernote.com โดยรหัสผ่านใหม่นี้ไม่ควรใช้คำที่สามารถคาดเดาได้ง่าย และไม่ควรใช้รหัสผ่านเดียวกันกับบริการอื่นๆ หากมีการพบข้อมูลใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน ก็จะมีการรายงานให้ทราบโดยทันที
ที่มา - Evernote Blog
บริษัทด้านความปลอดภัย Duo ได้ทำการเผยแพร่ช่องโหว่ของ Two-factor-authentication หรือการพิสูจน์ตัวตนโดยใช้ 2 ปัจจัยหลักของกูเกิล หลังจากได้ทำการแจ้งไปยังฝ่ายความปลอดภัยตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว และได้รับการแก้ไขในวันที่ 21 ที่ผ่านมา โดยช่องโหว่นี้ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ของเหยื่อได้อย่างสมบูรณ์หากมีการเปิดใช้งาน Application-Specific-Passwords (ASPs) และมีการใช้การเข้าระบบอัตโนมัติไว้
ตามหลักของการใช้ ASPs ผู้ใช้งานจำเป็นต้องสร้างคีย์ขึ้นมาหนึ่งตัวเพื่อใช้กับแอพพลิเคชันต่างๆ และตัวแอพพลิเคชันนั้นจะทำการใช้คีย์นี้เพื่อพิสูจน์ตัวตนกับทางเซิร์ฟเวอร์ โดยประเด็นหลักอยู่ที่การเข้าระบบอัตโนมัติที่สามารถข้ามผ่าน Two-factor-authentication ได้ และสามารถเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ได้เลย โดยในการศึกษาต่อนั้นได้ทำการจำลองสถานการณ์ที่คีย์ของ ASPs หลุด โดยทำการแก้ไขรูปแบบจากการใช้ EncryptedPasswd ซึ่งเป็นคีย์ของ ASPs ที่ถูกเข้ารหัสโดย RSA 1024-bit มาเป็นพารามิเตอร์ Passwd (อ้างอิงจาก ClientLogin API) ก็จะทำให้ได้รับ token ที่สามารถใช้ในการยืนยันตัวตนได้ ซึ่งช่องโหว่ในส่วนนี้ยังพบในฟังก์ชันล็อกอินอัตโนมัติของเบราว์เซอร์เช่นกัน
โดยในขณะนี้ทางกูเกิลได้ทำการแก้ไขแล้ว ทั้งจากการปัญหาการล็อคอินอัตโนมัติ หากมีการพยายามจะล็อกอินผ่านช่องทาง MergeSession หรืออื่น ๆ ก็จะมีการบังคับให้กรอกบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน และระบบของ Two-factor-authentication ดังเดิม
ที่มา - Duo Security
บริษัท cPanel ซอฟต์แวร์สำหรับบริหารเว็บโฮสติ้ง แจ้งข่าวถึงผู้ใช้ทางอีเมลว่าเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทโดนแฮ็ก ซึ่งยังไม่ทราบว่าส่งผลกระทบไปถึงเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้าที่ติดตั้ง cPanel ด้วยหรือไม่ แต่เบื้องต้นขอให้ลูกค้าเปลี่ยนรหัสผ่านหรือ SSH key เป็นการด่วน
ตอนนี้ทางบริษัทยังไม่ให้รายละเอียดใดๆ ผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง ดังนั้นในเบื้องต้นคนแถวๆ นี้ที่ใช้ cPanel ก็ควรเปลี่ยนรหัสผ่านเพื่อความปลอดภัยกันเอาไว้ก่อนครับ
ที่มา - Ars Technica
ไม่กี่วันก่อนมีข่าวออกมาว่าเฟซบุ๊กโดนแฮ็กผ่านทางแล็ปท็อปของพนักงาน
วันนี้แอปเปิลก็ได้ออกมาประกาศว่าโดนแฮ็กจากแฮ็กเกอร์กลุ่มเดียวกันเช่นกัน โดยคอมพิวเตอร์แมคจำนวนหนึ่งของพนักงานได้ถูกแฮ็กผ่านทางช่องโหว่ความปลอดภัยของจาวาในลักษณะเดียวกันกับที่พนักงานของเฟซบุ๊กโดน กล่าวคือผ่านทางการเข้าชมเว็บไซต์สำหรับนักพัฒนาเว็บหนึ่งที่ถูกแฮ็กมาก่อน ทั้งนี้แอปเปิลยืนยันว่าไม่มีหลักฐานใดๆ บ่งชี้ว่ามีข้อมูลภายในหลุดออกมา
แอปเปิลยังเผยเพิ่มเติมว่าเตรียมออกอัพเดทสำหรับป้องกันผู้ใช้จากช่องโหว่ดังกล่าวเร็วๆ นี้และกำลังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของทางการเพื่อตามหาต้นตอของการมัลแวร์นี้
แอปเปิลเป็นองค์กรล่าสุดที่ออกมาประกาศว่าโดนโจมตี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ การโจมตีได้เกิดกับ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ ไปแล้ว
Facebook ประกาศว่าตัวเองโดนแฮ็กเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเกิดจากพนักงานของ Facebook จำนวนหนึ่งเข้าชมเว็บไซต์สำหรับนักพัฒนาแห่งหนึ่งที่ถูกแฮ็กมาก่อน เว็บไซต์แห่งนี้ฝังมัลแวร์ลงบนคอมพิวเตอร์ของพนักงาน ซึ่งส่งข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ประสงค์ร้าย
อย่างไรก็ตามความเสียหายยังจำกัดแค่เครื่องคอมพิวเตอร์ของพนักงานเท่านั้น ไม่กระทบกับข้อมูลของผู้ใช้แต่อย่างใด
ทีมความปลอดภัยของ Facebook ค้นพบปัญหานี้จาก DNS log ภายในบริษัทที่ส่งข้อมูลไปยังโดเมนที่น่าสงสัย หลังจากการสอบสวนแล้วพบว่าเว็บไซต์ที่ฝังมัลแวร์ลงเครื่องของพนักงาน ใช้ช่องโหว่ที่ยังไม่ค้นพบของ Java ทำให้ลัดขั้นตอนความปลอดภัยของ Java ลงได้
Facebook แจ้งปัญหานี้ไปยังออราเคิลแล้ว และออราเคิลก็แพตช์ช่องโหว่นี้แล้วในการอัพเดตรอบ 1 กุมภาพันธ์ (จากนั้น Facebook ค่อยแถลงข่าวเรื่องช่องโหว่นี้)
ก่อนหน้านี้เราเพิ่งมีข่าว ทวิตเตอร์ประกาศโดนแฮ็ค ผู้ใช้ 250,000 คนอาจโดนขโมยข้อมูลส่วนตัว เนื่องจากช่องโหว่ของ Java เช่นกัน
ที่มา - Facebook Security
Google กลับมาอีกครั้งกับการท้าแฮคเกอร์เจาะระบบซอฟต์แวร์ โดยจะจัดงาน Pwnium 3 ให้ผู้เข้าแข่งขันเจาะระบบ Chrome OS ในเครื่อง Samsung Series 5 550
ครั้งนี้ Google เตรียมเงินรางวัลรวมมูลค่า 3.14159 ล้านดอลลาร์ (ยอดเงินเอาตามค่า pi นี่แหละ) ซึ่งเยอะกว่างานครั้งก่อนมาก ทั้งนี้การพิจารณารางวัลจะดูจากความยากของการเจาะระบบ โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ รางวัลละ 110,000 ดอลลาร์ และ 150,000 ดอลลาร์
งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน Pwn2Own ซึ่งจะจัดในช่วงงานสัมมนา CanSecWest ในเมือง Vancouver ประเทศแคนาดา ต้นเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้
ที่มา - Engadget
สำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทำเนียบขาว ประกาศวันที่ 1-2 มิถุนายน 2013 เป็นวัน "National Day of Civic Hacking" หรือ "วันแฮ็กเพื่อสาธารณประโยชน์แห่งชาติ" (hack ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเจาะระบบ แต่หมายถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์-ระบบไอที)
เป้าหมายของงานนี้คือกระตุ้นให้คนทำงานสายไอซีที ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเมอร์ ผู้ประกอบการ หรือผู้สนใจทั่วไป หันมาสนใจแก้ปัญหาของประเทศด้วยเทคโนโลยี โดยเน้นไปที่ข้อมูลสาธารณะ (publicly-released data) และโค้ดหรือเทคโนโลยีแบบเปิด
แคมเปญนี้เชิญชวนหน่วยงานท้องถิ่นทั้ง 50 รัฐของอเมริกาจัดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ของท้องถิ่น เช่น งาน hackathon เขียนโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติของท้องถิ่น หรือจัดงานพบปะสังสรรค์ทำความรู้จักกันระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพไอซีทีในเมืองนั้นๆ (ตอนที่เขียนข่าวนี้มีประกาศงานแล้ว 24 รัฐ เป้าหมายของโครงการคือต้องมีครบทุกรัฐ)
ผู้จัดงานหลักคือหน่วยงานภาคสังคม Code for America และ Random Hack of Kindness โดยมีหน่วยงานภาครัฐอย่าง NASA, กระทรวงแรงงานของสหรัฐให้การสนับสนุน รายละเอียดดูได้จาก Hack for Change
ที่มา - White House
Sony ถูกสั่งปรับเงิน 250,000 ปอนด์ (ประมาณ 12 ล้านบาท) โทษฐานดำเนินการหละหลวม จนทำให้ระบบ PlayStation Network โดนแฮคในปี 2011 และมีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เล่น PlayStation รั่วไหล
ระบบ PlayStation Network ถูกล้วงข้อมูลเมื่อเดือนเมษายนในปี 2011 จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เล่น PlayStation นับล้านคนที่มีบัญชีใช้งานอยู่ในระบบรั่วไหลออกมา ซึ่งมีทั้งชื่อ, ที่อยู่, ที่อยู่อีเมล, วันเกิด, รหัสผ่านของบัญชีผู้ใช้ รวมไปจนถึงเลขบัตรเครดิต
ICO ซึ่งเป็นหน่วยงานป้องกันความปลอดภัยข้อมูลแห่งสหราชอาณาจักร ได้สืบสวนที่มาที่ไปของเหตุการณ์ในครั้งนั้น และล่าสุดได้สั่งปรับเงิน Sony หลังตรวจสอบพบว่า การแฮคข้อมูลครั้งดังกล่าวสามารถป้องกันได้ หาก Sony หมั่นอัพเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ICO ยังพบข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่บ่งชี้ว่า Sony ไม่เก็บรักษาข้อมูลรหัสผ่านของบัญชีผู้ใช้งานให้ดีพอ
ด้าน Sony ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ และเตรียมจะยื่นอุทธรณ์โทษต่อไป
ที่มา - Business Insider
ผมเพิ่งเข้าไปเห็นในหน้าเว็บไซต์ของยาคูลท์หน้าหนึ่ง ที่โดนกลุ่ม Anonymous Philippines แฮก พร้อมกับลงข้อความเอาไว้ ซึ่งเป็นข้อความเกี่ยวกับการต่อต้าน พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพื่อควบคุมอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต ที่ทางฟิลิปปินส์ได้ประกาศใช้ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว พร้อมกับการต่อต้านอย่างมากมายจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
ทั้งนี้ พ.ร.บ. ดังกล่าวได้ ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว ไปแล้ว แต่กระแสการต่อต้านยังคงมีอยู่ ผมเองไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก คิดว่าทางกลุ่ม Anonymous Philippines น่าจะแฮกผิดเว็บมากกว่า หรืออาจมีการเข้าใจอะไรผิดเท่านั้นครับ
หลังกระทรวงวัฒนธรรมถูกแฮกเว็บจนกระทั่งต้องปิดเว็บไป วันนี้นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมออกมาให้ข่าวแล้วว่ากำลังหาตัวคนร้ายจากหมายเลขไอพีแอดเดรส และเตรียมจัดหา "ฮาร์ดแวร์ป้องกันการบุกรุก" เพื่อให้เว็บสามารถเปิดใช้งานต่อได้
นอกจากฮาร์ดแวร์นี้แล้ว ยังมีเซิร์ฟเวอร์ใหม่ที่จะจัดหาด้วยการดูแลกระทรวงไอซีที
ใครที่ส่งข้อความไปถึงผู้บริหารกระทรวงได้ ช่วยไปบอกให้จ้างทีมซอฟต์แวร์เข้าไปแก้ปัญหากันสักหน่อยครับ ฮาร์ดแวร์ถ้าไม่มีข่าวถูกแฮกจนคนเข้าไปดูหน้าเว็บที่โดนแฮกน่าจะอยู่ได้อีกหลายปี
ที่มา - ไทยรัฐ
จากประเด็นเรื่องละครเหนือเมฆที่กำลังโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อนในช่วงนี้ เมื่อเวลา 16.30 นาฬิกา แฮกเกอร์กลุ่ม Unlimited Hack Team ผู้เคยฝากผลงานไว้กับเว็บไซต์ของไทยมากมายได้ทำการแฮกและเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยได้เปลี่ยนรูปของจาพนมเป็นข้อความ "เหนือเมฆข้าอยู่ไหน?" รวมถึงมีโลโก้ของกลุ่มด้วย
กลุ่ม Unlimited Hack Team ได้เคยถูกเปิดเผยตัวแล้ว ต่อมามีการลบข้อมูลจากหนึ่งในแฮกเกอร์ของกลุ่มเอง ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มนี้จริงหรือเปล่า หรืออาจมีการแอบอ้างมาก็เป็นได้
จากเหตุการณ์นี้รวมถึงอีกหลายครั้งที่มีการเจาระบบ การเจาะระบบอาจไม่ได้มุ่งไปในทางทำลายเพียงอย่างเดียว ทุกๆ ข้อมูลและทุกๆ ทรัพยากรที่แฮกเกอร์เข้าถึงได้อาจสามารถนำมาซึ่งความเสียหายได้มากกว่าทั้งการนำเซิร์ฟเวอร์ไปใช้ในการโจมตีต่อ หรือการฝังตัวเพื่อลักลอบเข้าถึงข้อมูลด้วย
เพิ่มเติม 21:30 - อ.ปริญญา หอมเอนกให้สัมภาษณ์ผ่านทาง MCOT FM 100.5 ว่าขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้สิ่งที่ควรทำคือการเก็บล็อกไฟล์ภายในเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกแฮก และดำเนินการทางกฎหมายซึ่งตนก็ยังไม่ทราบว่าทางช่อง 3 ดำเนินการยังไง โดยช่องโหว่ที่แฮกเกอร์น่าจะใช้นั้นน่าจะเป็น SQL Injection อีกทั้งยังเพิ่มเติมถึงความปลอดภัยระดับชาติที่ผู้มีอำนาจควรที่จะเข้มงวดในเรื่องนี้ได้แล้ว
ที่มา - Unlimited Hack Team Page
ในขณะที่เขียนข่าวนี้ เว็บไซต์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดนแฮก โดยเว็บไซต์ถูกเปลี่ยนหัวเรื่องเป็น Hacked By ChaaN-1611 ซึ่งเป็นแฮกเกอร์จากตูนีเซีย และยังได้เปลี่ยนภาพ Slide อีกด้วย
จากข้อมูลในเว็บไซต์ของ Zone-H พบว่าเว็บไซต์คณะนิติศาสตร์โดนแฮกมาตั้งแต่วันที่ 3 กันยายนโดยกลุ่ม Cyberhackerteam ได้ระบุว่าเว็บคณะนิติศาสตร์มีช่องโหว่ที่สามารถแก้ใขหน้าเว็บได้
ถึงเวลาแล้วหรือยังครับ ที่หน่วยงานของไทยควรจะใส่ใจกับระบบรักษาความปลอดภัย?
ที่มา - คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , Zone-H











