Red Hat ประกาศเซ็นสัญญากับ NVIDIA ในการผนวกซอฟต์แวร์ CUDA เข้ามาบนแพลตฟอร์มของตัวเอง ทั้ง Red Hat Enterprise Linux (RHEL), Red Hat OpenShift, Red Hat AI
ซอฟต์แวร์ CUDA นั้นไม่ได้โอเพนซอร์ส และการติดตั้ง CUDA ต้องดาวน์โหลดตัวไฟล์ไบนารีกันแยกเองจากเว็บไซต์ NVIDIA เพราะดิสโทรลินุกซ์ไม่สามารถผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจได้ แต่เมื่อ CUDA ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแส AI ทำให้กระบวนการติดตั้ง CUDA กลายเป็นปัญหาเมื่อต้องติดตั้งบนเครื่องจำนวนมากๆ ช่วงหลังเราจึงเห็น NVIDIA ทำสัญญากับดิสโทรลินุกซ์ยอดนิยมเพื่อให้สามารถผนวก CUDA ไปกับตัวระบบปฏิบัติการได้
ไมโครซอฟท์ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ WSL ในงาน Microsoft Ignite โดยเพิ่ม Red Hat Enterprise Linux อย่างเป็นทางการ โดยทาง Red Hat จะส่งอิมเมจเข้ามาภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า เพิ่มทางเลือกให้กับนักพัฒนาที่ต้องการใช้ดิสโทรใกล้เคียงกับโปรดักชั่นที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
RHEL เปิดตัว RHEL AI แพลตฟอร์มสำหรับองค์กรที่ต้องการฝึกโมเดล generative AI, ปรับแต่ง, หรือรันโมเดล รูปแบบคืออิมเมจ RHEL ที่ใส่เครื่องมือมาพร้อมใช้งานแล้ว และจะได้รับการซัพพอร์ตจาก Red Hat
AlmaLinux โครงการลินุกซ์ที่รักษาความเข้ากันได้กับ Red Hat Enterprise Linux (RHEL) ปล่อยแพตช์ช่องโหว่ CVE-2024-6409 ช่องโหว่ใน OpenSSH ที่อาจทำให้แฮกเกอร์รันโค้ดในเครื่องเป้าหมายได้
Red Hat ประกาศรองรับการล็อกอินแบบ Passkey ในระบบปฏิบัติการ Red Hat Enterprise Linux 9.4 เวอร์ชันล่าสุด ถือเป็นระบบปฏิบัติการองค์กรที่รองรับเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนยุคใหม่ 3 มิติ ได้แก่
CIQ, Oracle, และ SUSE กลุ่มผู้แจกจ่ายลินุกซ์ดิสโทรที่ใช้ CentOS เป็นฐาน ประกาศก่อตั้ง Open Enterprise Linux Association (OpenELA) เพื่อพัฒนาดิสโทรที่เข้ากันได้กับ RHEL ต่อไป แม้ทาง Red Hat จะไม่เปิดโค้ดของ RHEL ให้แล้วก็ตาม
Oracle ประกาศพัฒนา Oracle Linux ต่อแม้จะไม่สามารถใช้โค้ดของ RHEL ได้อีกต่อไป หลังจาก Red Hat ปิดการเข้าถึงซอร์สโค้ด พร้อมกับเชิญดิสโทรอื่นๆ มาใช้โค้ดของ Oracle Linux
หลังจาก Red Hat ไม่ปล่อยซอร์สโค้ด RHEL ก็ส่งผลกระทบต่อดิสโทรปลายน้ำที่นำโค้ดไปคอมไพล์ต่อ โดยตัวสำคัญสองตัว คือ AlmaLinux และ Rocky Linux ก็ออกมายืนยันว่าจะมีอัพเดตต่อไป
แนวทางของ Red Hat ที่บีบให้ดิสโทรที่ดูดโค้ดจาก RHEL ไปสร้างดิสโทรใหม่ได้ยากขึ้นในช่วงหลัง ซึ่งเป็นแนวทางต่อเนื่องมาตั้งแต่การทิ้ง CentOS 8 เมื่อปี 2020 สร้างความไม่พอใจกับชุมชนโอเพนซอร์สจำนวนหนึ่ง ล่าสุด Mike McGrath รองประธานฝ่าย Core Platform Engineering ของ Red Hat ก็ออกมาเขียนบล็อกตอบโต้ ความไม่พอใจเหล่านี้ ที่หลายคนวิจารณ์ว่า Red Hat กลายเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ปิด และได้รับแนวทางมาจากไอบีเอ็ม