สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความเห็นข้อบังคับควบคุมการโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีจุดสำคัญที่สุดคือ ห้ามโฆษณาเงินคริปโตในพื้นที่สาธารณะ ทำได้เฉพาะการโฆษณาการให้บริการยังทำได้ต่อไป (น่าจะหมายถึงห้ามโฆษณาโทเค็นใดๆ เป็นการเฉพาะ แต่โฆษณาบริการทั่วๆ ไป เช่นบริการกระดานซื้อขายได้)
นอกจากการควบคุมผู้รับใบอนุญาตแล้ว แนวทางนี้ยังควบคุมอินฟลูเอนเซอร์ที่รับโฆษณาในบริการออนไลน์ต่างๆ ว่าต้องทำตามหลังเกณฑ์นี้และเปิดเผยผู้จ่ายค่าโฆษณา
สรรพากรชี้แจงแนวทางปรับเปลี่ยนการจัดเก็บภาษีคริปโตเพิ่มเติม จากที่ระบุก่อนหน้านี้ หลังรับฟังแนวคิดจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มีแนวทางสามสิ่งหลักที่เตรียมปรับปรุง คือ “ทำให้ชัด ผ่อนปรน มองอนาคต” สรุปคร่าวๆ แต่ละหัวข้อได้ดังนี้
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวถึงการกำกับดูแลการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางชำระค่าสินค้าและบริการ (Means of Payment) ที่แม้จะระบุว่าเป็นการกำกับ แต่เนื้อหาร่างประกาศที่ขอรับฟังความเห็นเป็นการห้ามธุรกิจเงินคริปโตภายใต้การกำกับดูแลของก.ล.ต. ให้บริการรับชำระ โดยข้อห้ามมีประเด็นดังนี้
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ออกประกาศระบุถึงสถานะการเป็น “สินทรัพย์ดิจิทัล” ของ NFT หรือ non-fungible token แล้ว โดยระบุอ้างอิงพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ที่ออกมาก่อนหน้านี้
ก.ล.ต. ระบุว่าหน่วยงานมีหน้าที่กำกับการเสนอขายสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภท investment token และ utility token แบบไม่พร้อมใช้ตามใน พรก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ทำให้การกำกับดูแล NFT ของ กลต. ต้องดูว่า NFT นั้นเข้าข่าย สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใดประเภทหนึ่งตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ หรือไม่ และในประกาศวันนี้ได้กำหนดไว้ดังนี้
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เตรียมปรับปรุงหลักเกณฑ์ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล และที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการลูกค้า โดยยังอยู่ในขั้นรับฟังความคิดเห็น เนื้อหาหลักมีสองข้อ ดังนี้
จากประเด็น KASIKORN X บริษัทลงทุนในเครือ KBTG เปิดตัว Coral แพลตฟอร์ม NFT Marketplace ทำให้มีการตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใด KBTG ถึงเปิดแพลตฟอร์ม NFT ได้ ท้งที่มีบางบริษัทจะเปิด NFT มาก่อนหน้านี้กันแต่ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ยังไม่อนุญาต
ล่าสุด ทางสำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย สอบถามไปยัง ก.ล.ต. ได้คำตอบกลับมาทางอีเมลว่าที่สามารถเปิดได้เพราะไม่เข้าข่ายเป็นโทเค็น หรือ Crypto Currency
เฟซบุ๊กเพจสำนักงาน กลต. เปิดผลสำรวจภาวะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยรายสัปดาห์ ช่วงครึ่งปีแรกจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม นอกจากเรื่องความผันผวนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับ SET Index แต่มีผลตอบแทนที่สูงกว่า ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจอื่นๆ ดังนี้
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ Binance ผู้ให้บริกาตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยระบุว่ามีการชักชวนนักลงทุนไทยให้ลงทุนทั้งทางเว็บไซต์เอง และผ่านทางเฟซบุ๊ก Binance Thai Community
ทางก.ล.ต. ระบุว่าได้ส่งหนังสือให้ Binance ชี้แจงแล้วแต่บริษัทไม่ได้ตอบกลับมาในเวลาที่กำหนด การกล่าวโทษครั้งนี้เป็นการเริ่มดำเนินคดี โดยต้องผ่านกระบวนการชั้นพนักงานสอบสวน, อัยการ, จนถึงศาลยุติธรรมต่อไป
คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกประกาศฉบับ 18/2564 สั่งศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ออกประกาศ กธ. 18/2564 กำหนดเงื่อนไขสำหรับการนำโทเค็นหรือเหรียญต่างๆ มาซื้อขายบนกระดานที่ได้รับอนุญาต โดยเพิ่มเงื่อนไขห้ามซื้อขายโทเค็น 4 ประเภท ได้แก่
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักการ ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภทต้องคัดกรองสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชอบด้วยกฎหมายนำมาให้บริการแก่ผู้ลงทุน
เห็นควรให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ทำระบบงานในการคัดกรองสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลที่นำมาให้บริการแก่ลูกค้านั้นไม่มีลักษณะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเรื่องการกำหนดคุณสมบัติผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยข้อเสนอระบุให้ผู้ลงทุนต้องมีคุณสมบัติทั้งด้านฐานะและความรู้
ก.ล.ต. สั่งให้บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) ส่งแผนการปรับปรุงระบบหลังจากปีนี้ระบบซื้อขายใช้งานไม่ได้มาแล้วถึง 3 ครั้ง ในวันที่ 2, 3, 16 มกราคมที่ผ่านมา และวันนี้เองทาง Bitkub ก็ประกาศปรับปรุงระบบอย่างไม่มีกำหนดอีกครั้ง
นอกจากการส่งแผนการแก้ไขแล้ว ทาง ก.ล.ต. ยังให้เวลาทาง Bitkub แก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายในเวลา 5 วัน
update: คำชี้แจงเพิ่มเติมจากไมโครซอฟท์ประเทศไทย ระบุกรณีของไทยไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ
กรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ประกาศปรับไมโครซอฟท์รวมกว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการทำผิดกฎหมายต่อต้านการคอรัปชั่นในต่างประเทศ (Foreign Corrupt Practices Act - FCPA) โดยมีระบุถึงการพาเที่ยวอย่างไม่เหมาะสมและการให้ของขวัญ แก่เจ้าหน้าที่รัฐและลูกค้าเอกชนในไทยด้วย
คดีแบ่งออกเป็นสามส่วนได้แก่
กระทรวงการคลังให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จำนวน 4 ราย ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้แก่ เว็บค้าเงินคริปโต 3 เว็บ คือ bx.in.th, bitkub.com, และ satang.pro และนายหน้าค้าเงินคริปโตอีก 1 ราย คือ coins.co.th
ผู้ขออนุญาตชุดแรกมีทั้งหมด 7 ราย มี 2 ราย คือ SEADEX และ Cash2Coins ถูกปฎิเสธเนื่องจากไม่มีความพร้อมในการยืนยันตัวตนลูกค้า, และไม่สามารถแสดงความปลอดภัยไซเบอร์เพียงพอ ทำให้ทั้งสองรายต้องปิดบริการภายในวันที่ 14 มกราคมนี้
ส่วนอีก 1 รายคือ Coin Asset ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ที่งาน Fintech Challenge 2018 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. คุณรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ขึ้นกล่าวเปิดงาน โดยพูดถึงตลาด ICO และเงินคริปโต ว่าได้ผ่านจุดที่ "เห่อแบบบ้าระห่ำ" ไปเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นไปตามกระบวนการที่ตลาดจะพัฒนาไป
คุณรพีระบุว่าอีกมุมมองสุดโต่งสองด้าน ที่ด้านหนึ่งต่อต้านว่าสินทรัพย์คริปโต ว่าเป็นแหล่งการโกง น่าเกลียดน่ากลัว กับอีกด้านที่คิดว่ามันจะมาแทนที่ตลาดไปทั้งหมด นั้นหายไปเยอะแล้ว และเข้ามาอยู่ตรงกลางมากขึ้น โดยเป็นวิวัฒนาการของตัวตลาดเอง ขณะที่ตลาดก็ยังต้องเรียนรู้อีกมาก
ก.ล.ต. ออกเตือนหลังพบว่าว่าเว็บไซต์ Financial.org ชักชวนประชาชนให้ไปลงทุนหลักทรัพย์ในต่างประเทศโดยผ่านแพลตฟอร์มเงินคริปโต โดยทาง ก.ล.ต. ยืนยันว่าบริษัทนี้ไม่ได้เป็นผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
หลังมีคดีมีผู้ร้องเรียนว่าถูกหลอกลวงในการลงทุน ICO มูลค่าหลายร้อยล้านบาทในประเทศไทย วันนี้นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการก.ล.ต. ก็ออกมาระบุว่าตอนนี้ยังไม่มีการระดมทุน ICO และบริการระดมทุน ICO portal รายใดได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. และขอให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการลงทุน
พระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล กำหนดให้ผู้ประกอบการเดิมต้องมายื่นขออนุญาตภายในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ จึงสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกมาให้ความเห็นต่อกรณี ICO แล้ว ใจความสำคัญคือการระดมทุนผ่าน ICO "บางประเภท" เข้าข่ายเป็นตราสารทางการเงินที่ "คล้ายหลักทรัพย์" และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.
อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. ยอมรับว่าการระดมทุนผ่าน ICO อาจไม่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ในปัจจุบัน และยินดีรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อหาแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม และขอให้ประชาชนที่จะลงทุนใน ICO ทำความเข้าใจความเสี่ยงของโครงการอย่างละเอียดด้วย
ที่มา - ก.ล.ต.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. จัดการแข่งขันสตาร์ทอัพฟินเทคหรือ Fintech Challenge เป็นครั้งที่สองแล้ว และรอบชิงหรือวัน Demo Day จะจัดขึ้นวันที่ 27 กันยายนที่โรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ ทีมสตาร์ทอัพที่เข้ารอบมีสิบทีม แบ่งเป็น 5 กลุ่มดังนี้
คุณทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. มองเรื่อง ICO หรือ การเปิดระดมทุนบน blockchain ว่า มีคนให้ความสนใจมาก และยังไม่มีกฎควบคุมอย่างแน่ชัด การระดมทุนสามารถทำได้กว้างขวาง และเป็นช่องทางที่โตเร็ว การระดมทุนอาจแซงหน้าปริมาณการระดมทุนจาก Venture Capital ไปแล้ว
คุณทิพยสุดา ระบุว่า "ในฐานะที่เราเป็นผู้กำกับดูแลคงจะอยู่เฉยไม่ได้ เป็นโจทย์ท้าทาย ก.ล.ต. ว่าเราควรจะมีท่าทีต่อ ICO อย่างไร แนวคิดเบื้องต้นคือคงจะดูแลให้อยู่ในสายตา และจะไม่ปฏิเสธว่า สิ่งนี้ไม่เกี่ยวกับเรา เพราะอนาคต ICO อาจมีความสัมพันธ์ต่อบริการฟินเทค"