คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
การประมูล 3G ใกล้เข้ามาทุกที อัพเดตสถานการณ์ล่าสุดโดยคุณ @supinya ซึ่งมีตำแหน่งเป็น "คณะกรรมการเพื่อการอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT หรือ 3G and beyond" ของ กทช.
งานเข้าอย่างจังสำหรับเหล่าสาวก BB ทั้งหลาย เมื่อ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.
ต่อจากข่าว บอร์ด กทช. ยืนยัน Number Portability ต้องใช้ได้ 1 กันยายนนี้ ซึ่งมีข่าวว่าผู้ให้บริการขอเลื่อนเป็น 1 พฤศจิกายนแทน เพราะทำระบบไม่ทัน
แต่การประชุมบอร์ด กทช. ในสัปดาห์ถัดมา กทช. ยังยืนยันมติเดิมว่า Number Portability ต้องเปิดบริการได้ในวันที่ 1 กันยายน ถ้าทำไม่ทันผู้ให้บริการจะโดนปรับวันละ 20,000 บาท และถ้าเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ผู้ให้บริการต้องไปร้องต่อศาลปกครองกันเอง
กทช. ออกร่างประกาศฯ ว่าด้วยการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว และกำหนดจะให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะสำหรับร่างประกาศฯ นี้ในวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2553 (ดูรายละเอียดได้ที่ กทช.)
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ รองเลขาธิการ กทช. แถลงข่าวมติที่ประชุมบอร์ด กทช. เมื่อวานนี้ (4 สิงหาคม 2553) ว่า กทช. ยังยืนยันให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกเจ้า เริ่มให้บริการคงสิทธิเลขหมาย หรือที่เราเรียกกันว่า number portability ในวันที่ 1 กันยายนนี้เช่นเดิม แม้ผู้ให้บริการจะขอเลื่อนเป็นวันที่ 1 มกราคม 2554 ก็ตาม
เหตุผลที่ผู้ให้บริการขอเลื่อนได้แก่ ภูเขาไฟระเบิดที่ประเทศไอซ์แลนด์, ความไม่สงบทางการเมืองของไทย และปัญหาเทคนิคทำให้การขนส่งอุปกรณ์โทรคมนาคมล่าช้า
นอกจากนี้บอร์ด กทช. ยังมีมติเรื่องการครอบงำกิจการโทรคมนาคม-อำนาจเหนือตลาด (ที่สำคัญไม่แพ้กัน) อ่านเพิ่มได้ตามลิงก์ที่มาครับ
ข่าวสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยเสียงเฮครับ หลังจากที่ กทช. ได้ส่งใบอนุญาต 3G ไปให้ทางราชกิจจานุเบกษาทำการพิจารณาเพื่อลงประกาศบังคับใช้นั้น ขณะนี้ทางราชกิจจานุเบกษาได้ลงประกาศใบอนุญาต 3G จำนวน 3 ใบเรียบร้อยแล้ว
กำหนดวันยื่นซองประมูล 3G แล้วครับ 30 สิงหาคมนี้ ราคาเริ่มต้นประมูล 12,800 ล้านบาท และจะเปิดประมูล 22-28 กันยายน โดยการไปโรดโชว์รอบแรกที่จีน-เกาหลี-ญี่ปุ่น ได้รับความสนใจจากบริษัท โคเรีย เทเลคอม (Korea Telecom) จากเกาหลี และบริษัทเทเลคอมมาเลเซีย ส่วนทางไชน่า โมบาย และไชน่า ยูนิคอมจากจีนก็สนใจแต่ต้องไปขออนุญาตจากรัฐบาลจีนก่อน และ กทช. เตรียมไปเยือนบริษัทเทเลคอมในโซนยุโรป อินเดีย และดูไบ ในสัปดาห์หน้าด้วย
สี่เรื่องในข่าวเดียว
จากที่ กทช. ประกาศร่างหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาต 3G ฉบับปรับปรุง ซึ่งเพิ่มเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการรายเดิม (ถ้าหากชนะประมูล) ต้องทำแผนการคืนคลื่นความถี่เดิมส่งมายัง กทช. ด้วย (อ่าน @DrNatee39G ตอบคำถามเรื่องแผนการคืนคลื่นความถี่เดิม ประกอบ)
หลังจาก กทช. ประกาศร่างหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาต 3G ฉบับปรับปรุง ซึ่งเพิ่มเงื่อนไขว่า ถ้าโอเปอเรเตอร์รายเก่าได้คลื่น 3G ไป จะต้องทำแผนการคืนคลื่นความถี่ 2G เดิมเมื่อหมดอายุแล้ว ส่งให้แก่ กทช. ก่อนให้บริการ
หลังจาก กทช. ออกร่างประกาศการออกใบอนุญาต 3G ร่างฉบับแรก และเปิดรับฟังความเห็นไปเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ทาง Blognone ได้ส่งความเห็นไปยัง กทช. กับเขาด้วย
ตอนนี้ กทช. ได้นำความเห็นมาปรับปรุงแล้วออก ร่างประกาศ 3G ร่างฉบับที่สอง (PDF) มาแล้ว รายละเอียดว่ามีอะไรเปลี่ยน อ่านได้จากข่าว กทช. ประกาศร่างหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาต 3G ฉบับปรับปรุง นะครับ คุณ jows สรุปไว้ดีแล้ว
หลังจากที่ กทช. ได้ออกร่างหลักเกณฑ์ฯ 3G (ดูเอกสารอธิบาย) และจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา (ดู 10 คำถามกับ 3G ฉบับ Blognone และ จดหมายเปิดผนึกถึง กทช.)
เมื่อวันที่ 25 ที่ผ่านมาทางกทช. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องร่างหลักเกณฑ์การอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ไปแล้ว ในตอนนั้นผมได้ร่างความเห็นและประเด็นที่ผมกังวลให้ mk และคนในกลุ่มบางคนไป แต่เนื่องจากงานในวันนั้นคนเยอะมาก mk ซึ่งไปร่วมงานจึงไม่ได้ขึ้นพูด แต่ก็ไม่มีปัญหาเพราะทางกทช. เปิดให้เราส่งอีเมลเข้าไปได้
บทความนี้จึงเป็นประเด็นต่างๆ ที่ผมกังวลถึงหลักเกณฑ์ในประเด็นต่างๆ ที่อาจจะมีปัญหาในอนาคตได้ โดยมี 2 ประเด็นคือการใช้งาน Femtocell และเกณฑ์การควบคุมคุณภาพบริการ
อย่างที่เขียนไปหลายทีแล้วว่า 3G ในไทยกำลังเข้าใกล้ความเป็นจริง โดยวันที่ 25 มิ.ย. นี้ กทช. จะเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะเรื่อง 3G ก่อนเริ่มกระบวนการประมูล
การประมูล 3G/3.9G ของประเทศไทยงวดเข้ามาทุกที ในขั้นตอนต่อไป กทช. จะเปิดรับฟังความเห็นจากสาธารณะ ว่า "ร่าง" หลักเกณฑ์ที่ กทช. เสนอออกมา มีจุดบกพร่องอะไรบ้าง งานจะมีขึ้นในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ และจะเปิดรับความเห็นจนถึงวันที่ 28 มิถุนายน ก่อนที่ กทช. จะออกหลักเกณฑ์ฉบับจริง เพื่อเปิดประมูลกันต่อไป
การประมูล 3G เป็นเรื่องที่ซับซ้อนที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจไม่น้อย ก่อนหน้านี้ผมเคยลงเอกสาร-ไฟล์มัลติมีเดียไว้ให้ 2 ตอน
จาก กทช. เผยแพร่ร่างหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาต 3G แล้ว ซึ่งจะมีงานรับฟังความเห็นครั้งใหญ่ในวันที่ 25 มิถุนายน (วันศุกร์นี้) ผมได้มีโอกาสอ่านเอกสารของ กทช. คือ ผลกระทบจากการอนุญาตการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ IMT (PDF) (หมายเหตุ: IMT คือชื่ออย่างเป็นทางการของ 3G) แล้วพบว่าให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ 3G และผลกระทบได้ดีมาก เลยนำมาเผยแพร่ต่อ เผื่อจะมีส่วนช่วยให้หลายๆ ท่านในที่นี้มีความเข้าใจโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรคมในประเทศไทย และการออกใบอนุญาต 3G ได้ดีขึ้นครับ
เมื่อสัปดาห์ก่อนผมมีโอกาสได้ไปงานรับฟังความเห็นเรื่อง Broadband Wireless Access ของ กทช. ส่วนสัปดาห์นี้ได้ไปงานใกล้เคียงกัน แต่เป็นการรับฟังความเห็นด้าน 3G
คราวก่อนผมเปิดให้ฝากคำถามถึง กทช. ไป ปรากฎว่าพอไปร่วมงานแล้วมันไม่ใช่อย่างที่คาดไว้เท่าไรนัก (แต่ก็ได้คำตอบมาฝากกันบ้าง) เลยมารายงานประเด็นแบบสรุปๆ แทนละกันครับ
เรื่องที่เรากำลังคุยกันนี้มีชื่อเรียกว่า Broadband Wireless Access (ตัวย่อ BWA) อธิบายง่ายๆ มันคือ "อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ถึงบ้านแบบไม่ต้องมีสาย" ครับ มันจะถูกนำมาใช้แทน (หรือเติมเต็ม) ADSL นั่นเอง
หลังจากต่อสู้ฝ่าฟันกันมายาวนาน ล่าสุดทาง กทช. ได้ออก ร่าง หลักเกณฑ์การอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G และเผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์แล้ว
ช่วงนี้ถึงวันที่ 25 มิถุนายน กทช. จะรับฟังความเห็นจากประชาชนต่อร่างหลักเกณฑ์ฉบับนี้ ผู้สนใจสามารถส่งความเห็นได้ทางอีเมล แฟกซ์ หรือจดหมาย ไปได้ที่ กทช. หรือจะเข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ในวันที่ 25 มิถุนายนก็ได้เช่นกัน ใครอยากให้ 3G บ้านเราเกิดเร็วๆ ยิ่งสมควรแสดงความเห็นไปยัง กทช. เพื่อความโปร่งใสและรอบคอบยิ่งขึ้นครับ
ร่างหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต 3G สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ กทช. ครับ
แม้ว่า กทช. ชุดใหม่นี้จะมีความต้องการในการประมูลคลื่นความถี่ที่เอกชนต้องการในการเปิดให้บริการ 3.9G ให้เร็วที่สุดก็ตาม แต่ล่าสุดสมาชิกวุฒิสภาไทยได้ออกมาเรียกร้องว่าสภาควรจะมีส่วนร่วมในขั้นตอนการประมูล
ไทยโพสต์รายงานว่า นายวิทวัส บุญญสถิตย์ ส.ว. รายหนึ่ง ได้ออกมาบอกว่าการประมูลคลื่นความถี่ 3.9G นั้นมีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท ทำให้เข้าข่าย พรบ. ร่วมทุน จึงเห็นว่าสภาควรจะเป็นผู้พิจารณากรอบการประมูลก่อนที่จะยินยอมให้ กทช. ลุย โดยได้อ้างว่า "การที่ กทช. อ้างว่าเป็นหน่วยงานอิสระและไปวางกรอบไลเซนส์เองเพื่อให้เอกชนมาใช้คลื่นความถี่ที่เป็นของรัฐนั้นไม่ถูกต้อง..."