Evan Williams ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter (อดีตเจ้านายเก่าของ Jack Dorsey ในช่วงก่อตั้ง) ที่ภายหลังมาก่อตั้ง Medium แพลตฟอร์มการเขียนเนื้อหาออนไลน์ในปี 2012 ประกาศลงจากตำแหน่งซีอีโอของ Medium หลังอยู่ในตำแหน่งนี้มานาน 10 ปี โดยจะเป็นประธานบอร์ดของบริษัทแทน
ซีอีโอคนใหม่ของ Medium คือ Tony Stubblebine ที่ทำงานร่วมกับ Evan Williams มายาวนานตั้งแต่ยุคบริษัทเก่า Odeo แต่ไม่ได้มาร่วมทำ Twitter ด้วยกัน เขาไม่ได้เป็นพนักงานของ Medium มาก่อน แต่อยู่ในฐานะที่ปรึกษาของ Williams มาตั้งแต่ก่อตั้ง Medium ก่อนหน้านี้เขาทำงานอยู่กับบริษัท Coach.me
Medium Partner Program เป็นโครงการแบ่งรายได้ระหว่าง Medium กับผู้เขียน ซึ่งก่อนหน้านี้ Medium ใช้จำนวนการปรบมือมาวัดว่าควรจะจ่ายให้ผู้เขียนเท่าไร แต่ล่าสุด Medium ได้ประกาศปรับโมเดลนี้ใหม่ โดยจะเปลี่ยนไปใช้เวลาที่อ่านคอนเทนต์แทน
Medium ระบุว่า ทางบริษัทเล็งเห็นว่าระยะเวลาที่ผู้ใช้อยู่กับเนื้อหานั้น ๆ บ่งบอกถึงคุณภาพมากกว่าจำนวนการปรบมือ ส่วนการปรบมือก็ยังคงใช้เพื่อการสนับสนุนเรื่องราวนั้น ๆ ให้มีจำนวนคนอ่านมากขึ้น โดย Medium ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมเป็นต้นไป Partner Program จะเปลี่ยนแปลงเป็นดังนี้
Medium ขยายพรมแดนของตัวเองจากการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ "เขียน" บล็อก มาเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ "อ่าน" บทความ ด้วยการออกส่วนขยาย Save to Medium ให้เราสามารถบันทึกหน้าเว็บจาก URL ใดๆ ก็ได้ (ไม่จำเป็นต้องอยู่บน Medium) เพื่อไปอ่านในภายหลังด้วยแอพ Medium
Medium บอกว่าทุกวันนี้มีผู้ใช้จำนวนมาก บันทึกบทความบน Medium ไว้อ่านเมื่อมีเวลาอยู่แล้ว จึงต้องการขยายบริการนี้ไปยังเว็บเพจใดๆ ก็ได้ โดยอาศัยตัวอ่านของแอพ Medium นั่นเอง (ลักษณะเดียวกับ Pocket หรือแอพตระกูล Read Later ตัวอื่นๆ)
Medium ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ใช้แบบพรีเมียมที่จ่ายค่าบริการ 5 ดอลลาร์ต่อเดือน คือการเข้าถึงบทความในเวอร์ชันเสียงคนพูด
สำหรับบทความบน Medium บางเรื่องที่มีเวอร์ชันเสียงพูดให้ผู้ใช้ จะมีหลายแบบตั้งแต่จ้างผู้เชี่ยวชาญในการอ่านหนังสือ ไปจนการที่นักเขียนเรื่องนั้นอ่านให้ฟังเอง โดยบริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้แล้วทั้งบนเว็บและแอพมือถือของ Medium
โฆษกของ Medium กล่าวว่า บทความที่โด่งดังบน Medium นั้นมักจะเป็นทัศนคติของผู้แต่งเป็นหลัก ดังนั้นระบบเสียงจะถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับรู้เวอร์ชันที่เป็นอารมณ์โดยตรงของเรื่องราวด้วยการให้เสียงจากคนจริง
Medium ได้เปิดตัวระบบสมาชิกอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ซีอีโอเคยกล่าวไว้ว่าจะมาเพื่อทดแทนโมเดลการโฆษณา โดยผู้ใช้ Medium ที่สมัครสมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ดังนี้
Ev Williams ซีอีโอ Medium แพลตฟอร์มสำหรับการเขียนบล็อกประกาศว่า ทางบริษัทจะเริ่มมีระบบสมัครสมาชิกแบบจ่ายค่าบริการ โดยจะเปิดตัวครั้งแรกในไตรมาสนี้ เพื่อช่วยหารายได้อีกทางหนึ่งนอกจากการโฆษณา ซึ่งไม่เวิร์ค
Ev เรียกระบบสมัครสมาชิกว่า จะเป็นการอัพเกรดประสบการณ์ Medium โดนการปลดพนักงานในเดือนที่ผ่านมานั้นเป็นการเตรียมเส้นทางสู่ระบบสมัครสมาชิก จากเดิมที่ Medium จะเน้นไปที่การนำสำนักข่าวรายใหญ่มาร่วมแพลตฟอร์ม
Evan Williams ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Medium (ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Twitter ด้วย) อธิบายว่าภารกิจแรกเริ่มของ Medium คือสร้างโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับสื่อออนไลน์ โดยพยายามหาวิธีที่ผู้เขียนคอนเทนต์จะได้รับค่าตอบแทนที่ดี ที่ผ่านมา Medium ลองใช้โมเดลโฆษณาและได้รับความสนใจจากแบรนด์ต่างๆ ไม่น้อย แต่จากตัวเลขรายได้ที่ออกมาพบว่าโมเดลนี้ไม่ได้ปฏิวัติวงการอย่างที่หวังไว้ ทีมบริหารจึงตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ เพื่อมองหาโมเดลที่ดีกว่านี้
ตัว Medium เป็นแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ที่เปิดให้ใครมาใช้งานก็ได้ แต่ทางบริษัท Medium ก็จ้างทีมบรรณาธิการเต็มเวลา มาสร้างสรรค์เนื้อหาในรูปแบบคล้ายๆ นิตยสารออนไลน์บนแพลตฟอร์มของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า Matter
Matter ได้รับความนิยมพอสมควร และวันนี้ก็ได้เวลาแยกตัวเป็นอิสระจาก Medium โดยใช้ชื่อบริษัทว่า Matter Studios
หลังจากที่ Ev Williams อีกหนึ่งตัวตั้งตัวตีแห่ง Twitter ได้เปิดเว็บไซต์ Medium ไว้เป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาเขียนเรื่องราว แสดงความเห็นเชิงวิพากษ์ ฯลฯ สองปีผ่านไป ตอนนี้มีฟังก์ชั่นใหม่ออกมา คือ
Medium บริการเว็บบล็อคที่สามารถคอมเมนต์ได้แยกรายย่อหน้าเพิ่มวิธีการล็อกอินแบบใหม่ผ่านอีเมลเท่านั้น หลังจากก่อนหน้านี้รองรับการล็อกอินผ่านทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กไปก่อนแล้ว
เรื่องน่าแปลกใจของ Medium คือแม้จะสร้างบัญชีด้วยอีเมลได้ แต่กระบวนการล็อกอินจะบังคับให้ใช้ลิงก์ล็อกอินเสมอ ไม่สามารถตั้งรหัสผ่านได้ ทาง Medium ระบุว่าการตั้งรหัสให้ดีนั้นยาก และคนจำนวนมากเลือกจะใช้รหัสผ่านซ้ำกันไปมา
Medium บล็อกแพลตฟอร์มออนไลน์ประกาศเพิ่มทางเลือกในการล็อกอินแบบใหม่ โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน ไม่ต้องเชื่อมต่อบัญชีเครือข่ายสังคมอื่น เพียงแค่คลิกลิงก์จากอีเมลเท่านั้น
แม้ว่าก่อนหน้านี้บริษัทได้อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถใช้บัญชีของ Twitter หรือ Facebook เชื่อมต่อเครือข่ายในการล็อกอิน แต่หลังจากได้รับ Feedback จากผู้ใช้หลายคนว่า พวกเขาต้องการที่จะเข้า Medium โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่อกับบัญชีอื่น หรือในบางกรณีที่ผู้ใช้ไม่มีบัญชี Twitter หรือ Facebook ก็ไม่ต้องการสร้างเพียงเพื่อเอามาใช้เข้า Medium