หลังการพิจารณาคดีระหว่าง Eolas ที่ฟ้องสิทธิบัตรเว็บแบบโต้ตอบได้ คณะลูกขุนก็มีมติไม่ยอมรับสิทธิบัตร '906 ที่ทาง Eolas อ้างแล้ว โดย Tim Berners-Lee ได้ทวีตแจ้งข่าวนี้
ทางกูเกิลเองก็แสดงความยินดีกับข่าวนี้และการที่ลูกขุนตัดสินเช่นนี้เป็นการยืนยันจุดยืนของกูเกิลว่าข้ออ้างของสิทธิบัตรนี้ไม่มีเหตุผลหนักแน่น
ที่มา - ArsTechnica
- 7 comments
- 472 reads
บริษัท Eolas Technologies เป็นบริษัทผู้ถือสิทธิบัตรของ Michael Doyle นักชีววิทยาได้เขียนโปรแกรมเพื่อติดต่อระหว่างนักชีววิทยาในช่วงปี 1993 และจดสิทธิบัตรเอาไว้ ในตอนนี้เขากำลังใช้สิทธิบัตรเหล่านั้นเพื่อฟ้องบริษัทไอทีต่างๆ โดยอ้างว่าสิทธิบัตรครอบคลุมถึง เว็บแบบโต้ตอบได้ (interactive web) ทั้งหมด
Tim Berners-Lee ขึ้นให้การต่อศาลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เล่าถึงการสร้างเบราเซอร์ที่ชื่อว่า Viola ของนักเรียนที่ชื่อว่า Pei Wei ในช่วงปี 1991
เรื่องที่น่าสนใจคือ Doyle ไม่ได้อ้างว่าครอบครองเทคโนโลยีเว็บทั้งหมด แต่ครอบครองเทคโนโลยีเว็บโต้ตอบ ซึ่งจะหมายถึงเมื่อเว็บสามารถคลิกเพื่อดูวิดีโอ หรือมีการโต้ตอบแบบ AJAX ได้ก็จะกลายเป็นละเมิดไปทั้งหมด
งานนี้ Tim Berners-Lee พยายามชี้แจงว่าเว็บนั้นเป็นบริการที่โต้ตอบกับผู้ใช้อยู่แล้วตั้งแต่แรก ส่วนทนายของ Eolas นั้นพยายามจะชี้ว่า Tim นั้นมีภาพลบต่อสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ โดยยกการให้พูดของเขาหลายๆ ครั้งขึ้นมา
บริษัทที่ถูก Eolas ฟ้องตั้งแต่ปี 2009 นั้นมีถึง 20 บริษัทแต่ส่วนใหญ่ยอมความกันนอกศาล เหลือ 8 บริษัทที่ต่อสู้คดีในชั้นศาล และกระบวนการต่อจากนี้อยู่ในช่วงของการพิจารณาว่าสิทธิบัตรนี้มีผลจริงหรือไม่ เช่นหากพบว่ามันทับซ้อนกับเว็บทั่วไป ก็จะถือว่าไม่มีผลจริงเพราะมีการสร้างสรรค์ขึ้นก่อน (prior arts)
- 12 comments
- 570 reads
คดีของ The Pirate Bay เป็นคดีที่ยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ปี 2009 (อ่านรายละเอียดในแท็ก The Pirate Bay กันเองนะครับ) โดย คดีในศาลชั้นต้นเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2009 และยุติในเดือนเมษายน 2009 โดยศาลสวีเดนสั่งจำคุก 4 ผู้ก่อตั้งในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเวลา 1 ปี
คดีเดินหน้าต่อในศาลอุทธรณ์ ซึ่งจบลงในเดือนพฤศจิกายน 2010 โดยศาลอุทธรณ์สวีเดนลดโทษจำคุกลงเหลือ 4-10 เดือน (แต่ละคนโทษต่างกัน) และปรับเงินอีกส่วนหนึ่ง ทางฝ่าย The Pirate Bay ก็ประกาศต่อสู้คดีในศาลฎีกาทันที
ล่าสุดคดีในศาลฎีกาจบลงเรียบร้อยแล้ว และศาลฎีกามีมติยืนคำพิพากษาตามศาลอุทธรณ์ ซึ่งโทษจำคุกจะมีผลในทันที อย่างไรก็ตามทางทีมทนายของ The Pirate Bay จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลยุโรปอีกขั้นหนึ่ง แต่ระหว่างนี้กระบวนการยุติธรรมของสวีเดนจะเดินหน้าไปตามกำหนด
ทนายของ The Pirate Bay แสดงความผิดหวังกับคำตัดสินครั้งนี้ โดยเขาบอกว่าคดีนี้เป็นคดีที่ทั้งโลกให้ความสนใจอย่างมาก และจะเป็นบรรทัดฐานสำหรับคดีไซเบอร์ในอนาคตต่อไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาอินเทอร์เน็ตของสวีเดนแน่นอน
ที่มา - TorrentFreak
- 4 comments
- 762 reads
ประเด็นกฏหมาย SOPA กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองของสหรัฐฯ หลังจากที่มีข่าวว่าสส. Eric Canter จะแขวนร่างกฏหมายนี้ วันนี้สส. Lamar Smith จากเท็กซัสก็ออกจดหมายข่าวระบุว่ากฏหมายนี้กำลังเดินหน้าต่อไป โดยจะเข้าสภาอีกครั้งในเดือนหน้า
สส. ทั้งสองคนมีตำแหน่งค่อนข้างสำคัญในการผ่านร่างกฏหมายนี้ โดย Eric Canter นั้นเป็นผู้นำวิปเสียงข้างมากของสภาผู้แทน ส่วน Lamar Smith นั้นเป็นประธานคณะกรรมมาธิการยกร่างกฏหมาย
ข่าวที่ว่า Eric Canter จะแขวนร่าง SOPA นั้นมาจากการให้ข่าวของสส. Darrell Issa อีกทีหนึ่ง ว่า Canter สัญญาว่าจะหยุดร่างกฏหมายนี้เอาไว้จนกว่าจะหาข้อตกลงกันได้ แทนที่จะผลักดันและต่อสู้กันด้วยคะแนนโหวต แต่โฆษกของ Smith ก็ระบุว่าเธอไม่เชื่อว่า Canter จะพูดสัญญาแบบนี้ต่อสาธารณะแต่อย่างใด
- 5 comments
- 2349 reads
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกฏหมายป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่าง SOPA หรือ PIPA นั้นคือบรรดาเว็บ Torrent ทั้งหลาย (ผู้สนับสนุนกฏหมายนี้ก็เป็นกลุ่มผู้ถือลิขสิทธิ์อย่าง MPAA) แต่ทางแหล่งข่าวภายใน The Pirate Bay ก็ออกมาให้สัมภาษณ์กับ TorrentFreak ว่ากฏหมายเหล่านี้ไม่สามารถหยุดบริการได้แต่อย่างใด
The Pirate Bay เตรียมการเว็บตัวเองสำหรับการถูกบล็อคด้วยการถอดการให้บริการดาวน์โหลดไฟล์ torrent ออกจากเว็บ ทำให้เว็บมีขนาดเล็กลงมาก และหลังจากนั้นจึงพัฒนา CGIPROXY รุ่นพิเศษ ที่ทำให้ใครๆ สามารถเปิดบริการ proxy ไปยัง The Pirate Bay ได้โดยง่าย
นอกจากการเข้าถึงเว็บที่สร้าง proxy ได้ง่าย ยังมีประเด็นของการย้ายระบบ tracker จากเซิร์ฟเวอร์เดี่ยวไปใช้ระบบฐานข้อมูลแบบ DHT ทีไม่มีศูนย์กลาง ทำให้การบล็อคเครื่องใดเครื่องหนึ่งไม่มีผลกับระบบโดยรวมมากนัก
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวก็ยังระบุว่าประเด็นอย่าง SOPA/PIPA นั้นแสดงว่าสหรัฐฯ มีอิทธิพลต่ออินเทอร์เน็ตมากเกินไป และการควบคุมอินเทอร์เน็ตควรเป็นเรื่องของนานาชาติให้มากกว่านี้
ที่มา - TorrentFreak
- 8 comments
- 3362 reads
หลังจากถูกต่อต้านอย่างหนักทั่วอินเทอร์เน็ต สส. Eric Cantor ก็ประกาศหยุดกระบวนการเสนอร่างกฏหมาย SOPA อย่างเป็นทางการ ถ้าไม่มีการดำเนินการต่อ กฏหมายฉบับนี้ก็จะค้างอยู่เป็นร่างต่อไป อย่างไรก็ดีกลุ่มผู้แทนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังเสนอร่างกฏหมายคล้ายๆ กันในชื่อ PIPA
ร่าง PIPA ถูกเสนอเข้าไปยังรัฐสภาสหรัฐฯ โดยกลุ่มสว. โดยยังคงมีประเด็นสำคัญคือการบล็อค DNS เมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่
PIPA ยังคงเป็นประเด็นทางเทคนิคกันต่อไป เมื่อวิศวกรอินเทอร์เน็ตจำนวนหนึ่งออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย โดยการเปลี่ยนแปลงค่าใน DNS เช่นนี้ทำไม่ได้ในระบบ DNSSEC ที่ทั้งโลกกำลังเปลี่ยนไปใช้งาน
ที่มา - Examiner
- 11 comments
- 8919 reads
คดีของแอนดรอยด์ที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ คงเป็นคดีสิทธิบัตรจาวาที่ออราเคิลฟ้องกูเกิล แต่ก่อนที่จะมีการพิจารณาคดี ผู้พิพากษา William Alsup ก็สั่งเลื่อนการพิจารณาคดีออกไป จนกว่าออราเคิลจะหากระบวนการคิดค่าเสียหายที่ยอมรับได้มาเสนอต่อศาลเสียก่อน
ออราเคิลเคยอ้างว่าบริษัทเสียหายจากการใช้จาวาของกูเกิลไปถึง 6,100 ล้านดอลลาร์ แต่ผู้พิพากษาก็ปฎิเสธคำอ้างนั้นก่อนจะมีการประเมินรอบล่าสุดเหลือเพียง 1,160 ล้านดอลลาร์ แต่ผู้พิพากษาก็ยังไม่พอใจเพราะออราเคิลไม่ได้เสนอกระบวนการคำนวณที่ดีพอ
อีกประเด็นที่ทำให้การพิจารณาคดีต้องเลื่อนออกไปคือการที่ออราเคิลใช้อีเมลของ Tim Lindholm ที่ระบุว่าตัวเองได้รับคำสั่งให้ดูว่าเทคโนโลยีใดที่เหมาะกับการทำโทรศัพท์มือถือ และได้ข้อสรุปว่าเป็นจาวา พร้อมกับแนะนำให้กูเกิลเจรจากับซัน อีเมลนี้ทำให้กูเกิลพยายามอย่างหนักที่จะคัดค้านไม่ให้มันเข้าสู่การพิจารณาคดี ผู้พิพากษาแนะนำว่าหากออราเคิลยอมตามกูเกิลก็จะลดอุปสรรคไปอีกหนึ่งอย่าง
การยืดเวลาออกไปเรื่อยๆ ดูจะเป็นผลดีกับกูเกิล เพราะระหว่างนี้กูเกิลก็กำลังไล่ยกเลิกสิทธิบัตรของออราเคิลอย่างเต็มตัว และสำเร็จไปบ้างแล้ว หากการยืดเวลาออกไปทำให้ออราเคิลต้องเสียสิทธิบัตรไปเรื่อยๆ ถึงเวลาฟ้องชนะขึ้นมาจริงๆ อาจจะเหลือค่าเสียหายให้ออราเคิลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ที่มา - PCWorld
- 10 comments
- 2246 reads
มีข่าวอย่างไม่เป็นทางการจาก DigiTimes ว่าบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์จากจีนจำนวนหนึ่ง ที่ระบุชื่อได้คือ Lenovo, ZTE, TCL, Coolpad, Konka จับมือเป็นพันธมิตรกันเพื่อปกป้องตัวเองจากสงครามสิทธิบัตรจากนอกประเทศ
ตลาดมือถือจีนเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้ผู้ผลิตสัญชาติจีนมีความเสี่ยงจะโดนแอปเปิล ไมโครซอฟท์ และโนเกียฟ้องสิทธิบัตร
ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าบริษัทเหล่านี้จะจับมือร่วมกันอย่างไร แต่เบื้องต้นคาดว่าแลกเปลี่ยนสิทธิในการใช้สิทธิบัตร (patent pool) ระหว่างกัน เพื่อเพิ่มจำนวนอาวุธที่แต่ละรายสามารถนำไปใช้ป้องกันตัวหรือฟ้องกลับได้
ที่มา - DigiTimes
- 6 comments
- 2150 reads
ความคืบหน้าของคดีสิทธิบัตรระหว่างออราเคิล-กูเกิลครับ ต้องย้อนความสักนิดก่อนว่าหลังจากที่สองบริษัทเจรจากันเองไม่สำเร็จ คดีก็เดินหน้าต่อไป
กลยุทธของกูเกิลคือใช้ "เทคนิค" ยื่นคำร้องให้สำนักงานสิทธิบัตรของสหรัฐ (USPTO) ตีความสิทธิบัตรที่ออราเคิลใช้ฟ้องว่าเป็นสิทธิบัตรที่สมเหตุสมผลหรือไม่ (เรียกว่า re-examination) ซึ่งเป็นเทคนิคมาตรฐานที่ใช้กันในคดีสิทธิบัตรของสหรัฐ
ผลคือ USPTO ประเมินว่าสิทธิบัตรหมายเลข 6,192,476 ของออราเคิล ที่อ้างว่ากูเกิลละเมิดสิทธิบัตรชิ้นนี้จำนวน 21 จุด ไม่สมเหตุสมผลจำนวน 17 จุด เหลือเพียง 4 จุดให้ออราเคิลนำไปใช้อ้างอิงต่อในศาลได้
- 7 comments
- 2176 reads
- Read more
กฎหมาย Stop Online Piracy Act (SOPA) เป็นกฏหมายที่ให้อำนาจรัฐในการปิดกั้นเว็บไซต์ด้วยเหตุผลจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กฏหมายฉบับนี้ให้อำนาจรัฐไว้กว้างมากถึงขนาดที่สามารถห้ามการ "ลิงก์" ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ภายใต้กฏหมายนี้ ให้อำนาจไว้กับรัฐและเอกชนไว้สามส่วนใหญ่ๆ
- Section 102: ให้อัยการสามารถขออำนาจศาล เพื่อประกาศแบนเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง จากเว็บค้นหา, บริการ DNS, เซิร์ฟเวอร์ใดๆ, บริการจ่ายเงิน, และการโฆษณา
- Section 103: ให้อำนาจเจ้าทุกข์ในการยื่นคำร้องไปยังบริการจ่ายเงิน เพื่อให้บริการ เช่น Paypal หรือ VISA เพื่อหยุดให้บริการแก่เว็บที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อผู้ให้บริการจ่ายเงินได้รับคำร้องจะมีหน้าที่ต้องติดต่อเว็บไซต์ที่ถูกกล่าวหาเอง เพื่อรอรับการอุทธรณ์คำร้อง และกระบวนการทั้งหมดต้องเสร็จสิ้นภายในห้าวัน
- Section 104: บริการจ่ายเงินสามารถหยุดให้บริการเองได้ แม้จะไม่ได้รับคำร้องใดๆ หากพิจารณาว่าเว็บไซต์หนึ่งๆ ทำความผิดฐานละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาก็สามารถไม่ให้บริการได้โดยไม่มีความผิด
- 11 comments
- 4713 reads
- Read more
หลังจากไมโครซอฟท์เซ็นสัญญาสิทธิบัตรกับ Compal ไปไม่นาน คราวนี้ก็ถึงคราวของ Huawei ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนที่ มีผลิตภัณฑ์หลักอยู่ในแพลตฟอร์มแอนดรอยด์
Victor Xu ตำแหน่ง chief marketing officer ของ Huawei กล่าวว่า "ไมโครซอฟท์มาเยือนเราแล้ว" และยังกล่าวเสริมอีกว่า "เราเคารพในทรัพย์สินทางปัญญาอยู่เสมอ แต่ด้วยสิทธิบัตร 65,000 รายการทั่วโลกทำให้มั่นใจได้ว่านั่นจะเพียงพอสำหรับปกป้องผลประโยชน์ของเรา"
อย่างไรก็ตามเขายืนยันว่าขั้นตอนทั้งหมดยังอยู่ในช่วงของการเจรจา
ที่มา - Guardian
- 11 comments
- 1813 reads
ข่าวต่อเนื่องจากการลงนามข้อตกลงระหว่างไมโครซอฟท์และ Compal วันนี้ไมโครซอฟท์ก็เขียนบล็อกต่อเนื่องออกมาอีกบทความ ระบุว่าอุปกรณ์แอนดรอยด์กว่าครึ่งตลาดในตอนนี้ได้รับความคุ้มครองสิทธิบัตรจากไมโครซอฟท์แล้ว
- 17 comments
- 3123 reads
- Read more
กลยุทธ์การหารายได้จากการเก็บค่าสิทธิบัตร ยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญของไมโครซอฟท์ในตลาดโทรศัพท์มือถือต่อไป แต่การเซ็นสัญญาครั้งล่าสุดกับบริษัท Compal Electronics ก็น่าแปลกใจที่สัญญาสิทธิบัตรนี้รวมไปถึง Chrome ด้วย
Compal นั้นเป็นโรงงานผลิตเน็ตบุ๊กรายใหญ่ในจีน ถ้าเราซื้อเน็ตบุ๊กจีนก็จะเจอแบรนด์นี้อยู่บ้าง จึงมีความเป็นไปได้ที่ Compal จะผลิตเน็ตบุ๊กที่ใช้ Chrome OS ออกมาในอนาคต การเซ็นสัญญานี้จึงเป็นการเซ็นสัญญาเผื่อไว้สำหรับ Compal
แต่น่าสนใจว่าไมโครซอฟท์นำสิทธิบัตรใดไปเรียกร้องให้ Compal จ่ายเงินค่าสิทธิบัตรสำหรับ Chrome OS
สัญญาครั้งนี้เปิดเผยเพียงว่าไมโครซอฟท์จะได้รับค่าสิทธิบัตรจาก Compal แต่ไม่ระบุสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อง และตัวเลขเงินที่จ่ายกัน
ที่มา - PR Newswire
- 14 comments
- 528 reads
คดีสิทธิบัตรโทรศัพท์มือถือเริ่มยุ่งเหยิงขึ้นเรื่องๆ โดยล่าสุดบริษัทที่เข้าร่วมวงคือ Intellectual Ventures ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ด้วยการทำธุรกิจกับสิทธิบัตรอย่างเดียว ได้ฟ้อง Motorola Mobility ว่าละเมิดสิทธิบัตรของบริษัท
สิทธิบัตรของ Intellectual Ventures นั้นมีมากกว่า 35,000 ใบ โดยบริษัทใช้เงินไปกว่า 400 ล้านดอลลาร์ในการกว้านซื้อสิทธิบัตรเหล่านี้มาและทำรายได้มาแล้วกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้เคยมีการเจรจากันระหว่าง Intellectual Ventures กับ Motorola Mobility มาก่อนหน้านี้ที่จะทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนสิทธิบัตรระหว่างกัน แต่การเจรจาไม่ประสบผล ทำให้เกิดคดีนี้ขึ้นในที่สุด โดยสิทธิบัตรที่ Intellectual Ventures นำมาฟ้องนั้นมีทั้งหมด 6 ใบ ครอบคลุ่มถึงการส่งไฟล์ระหว่างคอมพิวเตอร์, การแสดงภาพหน้าจอ, การส่งข้อมูลไปยังหลายจุด, การแสดงรายชื่อซอฟต์แวร์ที่สามารถติดตั้งได้ เป็นต้น
เนื่องจาก Intellectual Ventures ไม่ได้ผลิตสินค้าใดๆ ด้วยตัวเอง จึงทำให้การฟ้องกลับเป็นไปได้ยากมาก
นี่อาจจะเป็นตัวอย่างของปัญหาระบบสิทธิบัตรสหรัฐฯ ที่ชัดเจนอีกตัวอย่างหนึ่ง จากบริษัทที่ไม่ได้ทำสินค้าหรือวิจัยพัฒนาอะไรจริงแต่มุ่งหากำไรจากระบบสิทธิบัตรได้อย่างเป็นระบบ
ที่มา - All Things D, C|Net
- 44 comments
- 2688 reads
ระหว่างที่คดีความสิทธิบัตรสมาร์ตโฟนดำเนินไปอย่างเข้มข้น ค่ายต่างๆ ที่ยังพอคุยกันได้ก็ค่อยๆ แลกเปลี่ยนสิทธิบัตรกันไปคู่ล่าสุดคือซัมซุงและไมโครซอฟท์
ภายใต้ความคุ้มครองระหว่างกันนี้ ข้อแลกเปลี่ยนคือซัมซุงจะจ่ายค่าสิทธิบัตรให้กับไมโครซอฟท์เมื่อผลิตโทรศัพท์แอนดรอยด์ พร้อมกันนั้นทั้งสองบริษัทจะช่วยกันทำตลาด Windows Phone ไปด้่วย
ไม่มีตัวเลขว่าซัมซุงต้องจ่ายไมโครซอฟท์ต่อเครื่องในราคาเท่าใหร่ แต่ก่อนหน้านี้ HTC ก็ทำสัญญาคล้ายๆ กัน และจ่ายค่าสิทธิบัตรให้กับไมโครซอฟท์ 5 ดอลลาร์ต่อเครื่องซึ่งปรากฏว่าทำเงินให้กับไมโครซอฟท์มากกว่าเงินจากค่าลิขสิทธิ์ Windows Phone 7 ทั้งหมดรวมกันเสียอีก
ที่มา - TechCrunch
- 14 comments
- 2001 reads






