หลังจากที่ iTunes Match เปิดให้บริการไปเมื่อปีที่แล้ว ก็เริ่มมีบริษัทเพลงที่ได้รับค่าลิขสิทธ์จากบริการนี้กันบ้างแล้ว
ประธานบริษัท TuneCore ได้ออกมาเปิดเผยผ่านบล็อกของตนเองว่าได้รับค่าลิขสิทธ์จากแอปเปิลมากกว่า 1 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ จาก iTunes Match ในช่วง 2 เดือนแรกของการให้บริการ ซึ่งเขาก็ได้อธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า แอปเปิลจะจ่ายเงินให้กับบริษัทเพลงเมื่อผู้ใช้ทำการดาวน์โหลดหรือสตรีมเพลงจาก iTunes Match แม้ว่าต้นฉบับที่ผู้ใช้มีจะละเมิดลิขสิทธ์มาก็ตาม
iTunes Match จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้ผลิตเพลงสามารถหารายได้จากการถูกละเมิดลิขสิทธ์ และไม่น่าแปลกใจที่เงื่อนไขแบบนี้จะทำให้บริษัทเพลงต่างๆ ยอมตกลงกับแอปเปิลได้ไม่ยากเย็นนัก
ที่มา - AppleInsider
- 14 comments
- 585 reads
- 40 comments
- 1282 reads
- Read more
ก่อนหน้านี้รัฐบาลประเทศเนเธอร์แลนด์ได้เสนอกฎหมายใหม่เพื่อป้องกันและปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิภายในประเทศ ด้วยการทำให้การดาวน์โหลดวีดีโอและเพลงผิดกฎหมาย แต่สภาเนเธอร์แลนด์กลับไม่เห็นด้วย และไม่ให้ผ่านกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวจะเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน และจะทำให้ความเป็นส่วนตัวของประชาชนเสียไป
ปัจจุบันนี้ การดาวน์โหลดหนังและเพลงมาใช้เป็นการส่วนตัวในประเทศเนเธอร์แลนด์ถือว่าอยู่ใน "Fair Use" และกฎหมายไม่สามารถลงโทษใครได้ แต่รัฐบาลดัตช์ชุดปัจจุบันกำลังพยายามหาทางจำกัดการละเมิดสิทธิที่กำลังขยายตัวเป็นวงกว้างอยู่
สภาฯ ได้ให้เหตุผลอื่นอีกว่ากฎหมายดังกล่าว จะทำให้เจ้าของลิขสิทธิ เริ่มทำตัวเป็น "troll" ด้วยการฟ้องผู้ทำการดาวน์โหลดไฟล์ต่าง ๆ ไปเรื่อย และอาจจะทำให้เกิดปัญหามากมายเหมือนที่เกิดขึ้นอยู่ในสหรัฐฯ และเยอรมนีทุกวันนี้ที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตถูกฟ้องทุก ๆ วัน และทางสภาฯ ยังได้เสนออีกว่าอุตสาหกรรมบันเทิง ควรหาวิธีอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้กฎหมายปัจจุบันเพื่อทำให้การดาวน์โหลดหนังและเพลงคุณภาพสูงสามารถทำอย่างถูกกฎหมายได้
ที่มา - TorrentFreak
- 5 comments
- 2280 reads
ศาลสหรัฐตัดสินคดีของบริษัท MP3tunes ที่ถูกค่ายเพลง EMI ฟ้องว่าส่งเสริมการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ผลคือ MP3tunes ผิดบางข้อหา แต่คำตัดสินของศาลกลับรับรองบริการฝากไฟล์เพลงไว้บนเน็ต (music locker) ว่าไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐ
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปช่วงต้นถึงกลางปีนี้ หลังจากที่อเมซอนและกูเกิลเปิดตัวบริการ music locker ของตัวเอง (Amazon Cloud Drive และ Google Music) แบบที่ไม่ได้รับอนุญาตจากค่ายเพลง ในขณะที่คู่แข่งอย่างแอปเปิลสามารถเจรจากับค่ายเพลงได้ และเปิดตัวบริการ iTunes Music Match ตามหลังมาไม่นาน
- 13 comments
- 2931 reads
- Read more
มีผู้ใช้ Android รายงานว่าไม่สามารถเล่นไฟล์ภาพยนตร์ที่เช่าจาก Google Movies บนมือถือ Android ที่ถูก root แล้วได้
ทางกูเกิลเองได้ยืนยันปัญหานี้บนเว็บไซต์ Android Market ว่าเป็นความตั้งใจของกูเกิลเองที่จะปิดกั้นไม่ให้มือถือที่ถูก root เล่นไฟล์ภาพยนตร์ได้ เพราะเป็นข้อตกลงระหว่างกูเกิลกับบริษัทภาพยนตร์ทั้งหลายในเรื่องลิขสิทธิ์
ที่มา - Android Central
- 31 comments
- 1282 reads
Google เปิดโรงเรียนลิขสิทธิ์ ใน Youtube เพื่อให้ความรู้กับกฎหมายและการตระหนักถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ซึ่งมีวิดีโออธิบายเกี่ยวกับข้อควรระวังเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ในรูปแบบการ์ตูน ความยาวประมาณ 4 นาที โดยให้ผู้ที่เคยทำการละเมิดลิขสิทธิ์ดูและทำแบบทดสอบก่อนที่จะสามารถใช้บริการต่อไปได้
ที่ผ่านมา Youtube ได้โพสเตือนผู้ใช้ที่โพสวิดีโอที่มีทรัพยากรที่มีลิขสิทธิ์ แต่นโยบายใหม่ของ Google จะเป็นการให้ผู้ใช้ทำแบบทดสอบดังกล่าวแทน นอกจากนี้ Google จะทำการลบ Copyright Strikes ให้กับผู้ที่ทำแบบทดสอบและปฎิบัติตามอีกด้วย (Copyright Strikes เป็นการลงโทษผู้ใช้ Youtube ที่ทำการละเมิดลิขสิทธิ์โดยจะหากได้รับเกิน 3 ครั้งจะถูกปิดบัญชีผู้ใช้)
สำหรับผู้ที่สนใจดูวิดีโอดังกล่าวกด Read More ได้เลยนะครับ คิดว่าหลายๆคนคงทราบว่ามาจากเรื่องอะไร
- 24 comments
- 1018 reads
- Read more
เว็บไซต์ Billboard.biz อ้างว่า Amazon ได้ส่งจดหมายถึงค่ายเพลงต่างๆ ในสหรัฐ ชี้แจงเพิ่มเติมว่าหลังเปิดตัว Cloud Drive/Cloud Player มาได้สองสัปดาห์ ยอดขายเพลงผ่าน Amazon MP3 Store ก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (อย่างไรก็ตาม Amazon ไม่ได้เปิดเผยยอดขายเป็นตัวเลข)
ในจดหมายของ Amazon ยังยืนยันคำเดิมว่า Cloud Drive/Cloud Player ไม่ต้องการการทำสัญญาใช้งานเพลงจากค่ายเพลง เช่นเดียวกับซอฟต์แวร์จัดการเพลงอย่าง Windows Media Player หรือพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์แบบ Google Docs แต่ Amazon ก็บอกใบ้ไว้ในจดหมายเช่นกันว่าจะพัฒนาบริการเพิ่มเติมให้กับ Cloud Drive/Cloud Player ซึ่งอาจจะต้องการสัญญาใช้งานจากค่ายเพลงในอนาคต
ที่มา - Billboard.biz, ReadWriteWeb
- 3 comments
- 477 reads
หลังจากที่ Amazon เปิดตัวบริการ Cloud Drive และ Cloud Player และฝ่ายค่ายเพลงได้ออกมาเรียกร้องให้ Amazon ตกลงเงื่อนไขด้านสัญญาอนุญาตกับค่ายเพลง ทาง Amazon ก็ได้กล่าวออกมาว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นแต่อย่างใด
Cat Griffin โฆษกของ Amazon ได้ตอบคำถามเรื่องนี้ว่า "Cloud Player เป็นแอพลิเคชันที่ให้ผู้ใช้จัดการและเล่นเพลงของตัวเอง เป็นเหมือนกับแอพลิเคชันจัดการมีเดียที่มีอยู่อย่างดาษดื่น เราไม่ต้องใช้ไลเซนส์ในการให้บริการ Cloud Player" และ "รูปแบบการใช้งานเก็บไฟล์ MP3 ไว้บน Cloud Drive ก็เหมือนกับที่ผู้ใช้เก็บเพลงไว้ใน external hard drive หรือแม้แต่ iTunes"
ที่มา – Ars Technica
- 13 comments
- 797 reads
จากที่ Amazon เปิดตัวบริการ Cloud Drive และ Cloud Player ก็มีปฏิกริยาตามมาทันทีจากค่ายเพลงทั้งหลาย เพราะค่ายเพลงมองว่าการ "เก็บเพลงอะไรก็ได้" ไว้บน Cloud Player จะมีปัญหาเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์แน่นอน
ตามข่าวบอกว่าค่ายเพลงรู้เรื่องนี้ก่อนเปิดตัวเพียง 1 สัปดาห์ และ Amazon เพิ่งเริ่มเจรจาเงื่อนไขด้านกฎหมายหลังจากนั้น ตัวแทนจาก Sony Music ให้สัมภาษณ์ว่า "หวังว่า Amazon ได้เจรจาเงื่อนไขการเก็บเพลงออนไลน์กับเราสำเร็จโดยเร็ว" เมื่อปี 2007 ค่ายเพลง EMI เคยฟ้องบริษัท MP3tunes ซึ่งเปิดบริการลักษณะเดียวกันมาแล้ว ถ้าการเจรจาของ Amazon ไม่สำเร็จลุล่วง เราก็คงจะได้เห็นข่าวค่ายเพลงฟ้อง Amazon เช่นกัน
ทั้งกูเกิลและแอปเปิลก็มีข่าวว่าจะเปิดบริการแบบเดียวกันในเร็วๆ นี้
ที่มา - Reuters
- 3 comments
- 493 reads
ผลิตภัณฑ์อีกตัวหนึ่งของกูเกิลที่สร้างความขัดแย้งอย่างมากคือ Google Books (เดิมชื่อ Google Book Search และ Google Print) แม้จะได้รับแรงสนับสนุนอย่างดีจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก แต่กลับมีปัญหากับเจ้าของลิขสิทธิ์และสำนักพิมพ์จนเกิดคดีฟ้องร้องโดยสมาคมนักเขียนของสหรัฐ แนวทางแก้ไขของกูเกิลคือ จ่ายเงินให้สำนักพิมพ์เพื่อยุติคดีในสหรัฐ
แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของคดีนี้คือศาลเขตนิวยอร์กได้สั่งระงับข้อตกลงยอมความของกูเกิลกับสมาคมนักเขียน โดยศาลให้เหตุผลว่าเงื่อนไขในข้อตกลงเอื้อประโยชน์แก่กูเกิลมากเกินไป เพราะเมื่อกระบวนการยอมความเสร็จสิ้น กูเกิลจะกลายเป็นผู้ผูกขาดตลาดอีบุ๊กทันที กีดขวางไม่ให้คู่แข่งสแกนหนังสือแบบเดียวกันได้
การตัดสินของศาลครั้งนี้ทำให้ Google Books ยังมีสถานะเป็นมหากาพย์ต่อไปครับ
ที่มา - CNET
- 8 comments
- 677 reads
เป็นอีกข่าวที่แสดงถึงการเอาจริงของกลุ่มผู้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ตอย่างโจ่งแจ้งครับ
หลายๆ คนที่เปิด OneManga ช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้อาจจะได้พบกับข้อความเตือนนี้เรียบร้อยแล้วครับ นั่นคือการที่กลุ่มสำนักพิมพ์การ์ตูนญี่ปุ่นได้รวมตัวกันเพื่อจัดการกับเรื่องของการสแกนการ์ตูนเพื่อเผยแพร่อย่างเป็นทางการ และรายแรกๆ ที่ถูกลูกหลงไปก่อนเลยก็ไม่พ้นเว็บใหญ่อย่าง OneManga ครับ ทำให้ทางทีมงานต้องลบการ์ตูนทั้งหมดทิ้งก่อนสิ้นเดือนนี้ และเปิดหน้า Facebook ขึ้นมาให้โต้ตอบกันอย่างสนุกสนาน และทำให้ยอด "ถูกใจ" จาก ๑๘,xxx ครั้งที่ผมเจอในวันแรกของการแจ้งข่าวมาเป็น ๓๓x,xxx ครั้งในตอนนี้แล้วครับ
ข่าวนี้อาจทำให้หลายๆ คนเศร้าใจกันไป แต่อย่าลืมนะครับว่าทีมงานของ OneManga และผู้อ่านของ OneManga เองก็ผิด และไม่ต้องห่วงครับ แม้จะลบการ์ตูนทิ้ง แต่ทางทีมงานจะยังคงเว็บไว้เพื่อที่สมาชิกจะยังคงเข้าไปใช้ในส่วนของเว็บบอร์ดได้เช่นเคย
ถ้ามีแบบ e-Book ขายราคาสักเล่มละ ๓๐ บาทเมื่อไหร่ ผมคงได้อุดหนุนแน่ๆ
ที่มา: One Manga
- 25 comments
- 2554 reads
- Read more
นักท่องอินเทอร์เน็ตไม่ว่าจะขาประจำหรือขาจร เมื่อเข้าไปใน YouTube ก็มักจะหนีไม่พ้นซับนรกสุดฮาอย่างฮิตเลอร์ที่เข็นกันออกมาไม่หยุดหย่อน แม้กระทั่งผู้กำกับเองมาเห็นก็ยังหัวร่องอหาย แต่คราวนี้ผู้ผลิตหนัง Downfall ซึ่งเป็นต้นฉบับของความฮาก็ออกมาโวยซะแล้ว เนื่องจากผู้ใช้อัพโหลดขึ้นไปจนไม่หวาดไม่ไหว สุดท้ายแล้วก็ได้หาหนทางเพื่อชดเชยด้วยระบบ Content ID ได้แก่การเก็บรายได้ที่มาจากโฆษณาของคลิปแทน หรือสามารถใช้ช่องทางกฎหมายคุ้มครองทางลิขสิทธิ์ (DMCA) เพื่อนำคลิปเจ้าปัญหาออกได้ แน่นอนว่าค่ายอื่นก็รู้สึกเหมือนกันที่ไม่พอใจกับการอัพโหลดภาพยนตร์ของตนขึ้นไปโดยสูญเสียรายได้ไม่น้อย
Oliver Hirschbiegel ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร New York เมื่อปีที่แล้วว่า เขาเจอวีดีโอที่เป็นซับนรกล้อเลียนจากฝีมือแฟนๆ เรื่องนี้โผล่ไปบน YouTube กว่า 145 คลิป (ปัจจุบันมีของไทยผสมโรงอยู่ซึ่งน่าจะมากกว่าเดิม) ดูแล้วฮาหน้าหงายจนเค้าไปซื้อตั๋วการแสดงบรอดเวย์แทบไม่ทัน
- 14 comments
- 3463 reads
- Read more
การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) มีความคืบหน้าของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเราๆ ท่านๆ ในโลกไอทีและอินเทอร์เน็ตสองฉบับครับ
อย่างแรกคือ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ... ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว (privacy) ของทุกคน ใจความหลักๆ ของกฎหมายฉบับนี้คือจะมีคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ (คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) และกำหนดหลักเกณฑ์ว่าอะไรเป็นข้อมูลส่วนบุคคลบ้าง เปิดเผยข้อมูลอะไรได้บ้าง ถ้าละเมิดจะมีความผิดอย่างไร ฯลฯ (ผมอ่านดูแล้วโครงสร้างจะคล้ายๆ กับ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550) หลังจากผ่าน ครม. แล้วต้องรอเข้าไปโหวตในสภาต่อไป
ผลกระทบต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ผู้ดูแลเว็บไซต์ ผู้ดูแลระบบ ย่อมมีแน่นอน เพราะ พ.ร.บ. นี้จะกำหนดว่าเราสามารถกำหนดข้อมูลได้แค่ไหนอย่างไร ถ้าข้อมูลหลุดออกไปสู่สาธารณะแล้วจะมีความผิดอะไรบ้าง เว็บโพสต์รูป เว็บบล็อก social network ทั้งหลายเตรียมตัวกันให้ดี
- 16 comments
- 2872 reads
- Read more
มีรายงานว่าแอปเปิลกับ Eigth Mile Style บริษัทของนักแรพชื่อดัง Eminem ได้ไปที่ศาลวันนี้เนื่องจากการที่ Eight Mile Style ได้แจ้งข้อหาให้กับแอปเปิลว่าแอปเปิลได้ทำการขายของ Eminem บนอินเทอร์เน็ตผ่านทาง iTunes ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสิทธิที่จะทำเช่นนั้น เนื่องจาก Aftermath Records ค่ายเพลงที่จัดจำหน่ายเพลงให้กับ Eminem นั้นได้สำสัญญากับ Eminem ไว้ไม่เหมือนกับวงดนตรีอื่น ๆ
จากคำอ้างของ Eight Mile Style นั้น สัญญาของบริษัท Eight Mile Style นั้นระบุไว้ว่าค่ายเพลงจะต้องทำการซื้อสิทธิในการจัดจำหน่ายแยกอีกต่างหาก หากต้องการที่จะขายเพลงของ Eminem ผ่านทางอินเทอร์เน็ต และค่ายเพลงนั้นก็รู้ ๆ อยู่แก่ใจว่าไม่มีสิทธิที่จะให้แอปเปิลนำเพลงเหล่านี้ไปขายบน iTunes
สำหรับทางแอปเปิลเองนั้นก็ได้บอกว่าบริษัทมีข้อตกลงที่ถูกต้องกับค่ายเพลงนี้แล้ว
ก่อนหน้านี้แอปเปิลได้มีคดีกับ Eminem เมื่อแอปเปิลได้ใช้เพลง Lose Yourself ของ Eminem ในโฆษณา iTunes Store บนโทรทัศน์ โดยเรื่องจบลงด้วยการไกล่เกลี่ยนอกชั้นศาล
ที่มา - MacRumors
- 4 comments
- 1786 reads
"พรรคโจรสลัด" หรือ Pirate Party ที่เริ่มโด่งดังจนได้เก้าอี้ในรัฐสภายุโรป กำลังเริ่มดำเนินการนโยบายหนึ่งที่เคยหาเสียงไว้ นั่นคือการปฏิรูประบบทรัพย์สินทางปัญญา และข้อเสนอจากพรรคโจรสลัดคือลดระยะเวลาคุ้มครองความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของผู้สร้างลง จากเดิมที่ขั้นต่ำ 25-50 ปี (ขึ้นกับประเภทของงานและประเทศ) ลงมาเหลือ 5 ปี
ในมุมมองของผู้นิยมเสรีภาพของข้อมูลข่าวสาร ข้อเสนอของพรรคโจรสลัดก็น่าจะดี อย่างไรก็ตามพรรคโจรสลัดกลับโดนคัดค้านโดย Richard Stallman หรือ RMS แห่ง Free Software Foundation ผู้เสนอแนวคิดซอฟต์แวร์เสรีและ GPL
เหตุผลที่ RMS ต้องออกมาคัดค้านเพราะว่าข้อเสนอของพรรคโจรสลัดจะทำให้ GPL มีผลบังคับใช้ได้น้อยลง เพราะเมื่อครบอายุ 5 ปีตามระยะเวลาคุ้มครองแล้ว ซอฟต์แวร์นั้นจะกลายเป็นสมบัติสาธารณะ (public domain) ที่ใครก็สามารถนำไปใช้ได้ ถือเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์
- ในกรณีของซอฟต์แวร์ที่เป็น GPL อยู่แล้ว (มีซอร์สโค้ด) เมื่อครบ 5 ปี ทั้งไบนารีและซอร์สโค้ดจะเป็นสมบัติสาธารณะ ใครเอาไปใช้อย่างไรก็ได้ และเมื่อไม่มีลิขสิทธิ์แล้ว GPL จะไม่มีผลบังคับใช้ ทำให้ซอฟต์แวร์ปิดสามารถนำโค้ดที่เคยเป็น GPL นี้ไปใช้ได้โดยไม่ถูกบังคับให้เปิดซอร์สออกมา เหมือนที่ต้องทำถ้า GPL ยังทำงานอยู่
- ในกรณีของซอฟต์แวร์ปิด (มีแต่ไบนารี) เมื่อครบ 5 ปี ไบนารีจะกลายเป็นสมบัติสาธารณะ ใครจะนำไปใช้อย่างไรก็ได้ (เช่น ไรท์ Windows XP ใส่แผ่นขาย ตำรวจไม่จับ) แต่ซอร์สโค้ดที่ไม่เคยออกสู่สาธารณะจะไม่เข้าข่ายนี้ ทำให้เจ้าของโค้ดสามารถเลือกปิดโค้ดไปตลอดกาล หรือจะวางยาไว้ในไบนารีให้โปรแกรมหยุดทำงานหลัง 5 ปีก็ได้
RMS เสนอให้บังคับให้เจ้าของซอฟต์แวร์ต้องเปิดซอร์สโค้ดด้วย เมื่อซอฟต์แวร์รุ่นไบนารีเข้าสู่สถานะ public domain ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบออกมาจากฝั่งพรรคโจรสลัดว่ามีความเห็นอย่างไร
ที่มา - GNU, Ars Technica
- 38 comments
- 2539 reads










