Patent

สิทธิบัตรใหม่เผยแอปเปิลอาจจะให้บริการเครือข่ายมือถือจำลอง

tags:

ล่าสุด แอปเปิลได้ทำการส่งข้อมูลเพื่อที่จะจดสิทธิบัตรเทคโนโลยี Mobile Virtual Network Operator หรือ MVNO โดยสิทธิบัตรนี้มีส่วนที่น่าสนใจอยู่ว่ามันเปิดโอกาสให้แอปเปิลนั้นให้บริการเครือข่ายมือถือจำลองของตัวเองได้

การให้บริการเครือข่ายมือถือจำลองของแอปเปิลเองนั้นหมายความว่า ผู้ใช้นั้นจะจ่ายต้องจ่ายเงินค่า Airtime และบริการต่าง ๆ ของไอโฟนผ่านทางแอปเปิล โดยไม่จำเป็นต้องผูกมัดกับเครือข่ายมือถือใด ๆ เลย แต่ต้องใช้บริการผ่านแอปเปิลเพียงอย่างเดียว ส่วนเรื่องโครงข่ายนั้น แอปเปิลจะเป็นผู้ซื้อ Airtime และบริการต่าง ๆ แบบ Wholesale จากผู้ให้บริการต่าง ๆ แทนแล้วค่อยมาบริการให้ผู้ใช้ไอโฟน

ส่วนแอปเปิลนั้นอาจจะซื้อ Airtime ทั้งจาก AT&T หรือ T-Mobile หรือจากใครก็ได้ MVNO จึงอาจจะเป็นวิธีที่สะดวกกว่าจากมุมมองของผู้ใช้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องติดต่อ AT&T อีกต่อไปเมื่อมีปัญหาต่าง ๆ รวมไปถึงพื้นที่คลอบคลุมในการใช้งาน ซึ่งจะกลายเป็นว่าไอโฟนนั้นสามารถใช้งานในพื้นที่ที่มีสัญญาณของ AT&T หรือ T-Mobile ได้หมด

ที่มา - MacRumors

Canon จดสิทธิบัตรกล้อง DSLR อ่านม่านตาของตากล้อง

tags:

หนึ่งในผู้ผลิตกล้อง DSLR รายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง Canon ได้ทำการจดสิทธิบัตรเทคโยโลยีใหม่ที่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องลิขสิทธิของภาพถ่าย

โดยเทคโนโลยีนี้จะทำการอ่านม่านตาของตากล้องที่ได้ถ่ายรูปนั้นผ่าน Viewfinder จากนั้นก็จะทำการ Watermark ข้อมูลที่อ้างอิงได้จากม่านตานั้นใส่ลงไปใน Metadata ของทุก ๆ รูปภาพที่ตากล้องคนนั้นได้ถ่าย เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของเจ้าของภาพที่นำภาพของตนขึ้นสู่อินเทอร์เน็ต

เทคโนโลยีการ Watermark นั้นคาดว่าจะถูกนำมาใช้มากขึ้นในการแก้ไขปัญหาละเมิดลิขสิทธิ ก่อนหน้านี้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่รายหนึ่งก็ได้ใช้วิธีเดียวกันโดยการ Watermark ข้อมูลต่าง ๆ ลงไปในไฟล์เพลง MP3

ที่มา - Slashdot

Facebook ถูกขอให้ถอด Scrabulous ออก

tags:

เจ้าของเกมต่อคำยอดฮิต Scrabble ได้ขอให้ Facebook ถอด Scrabulous ออกเพราะละเมิดลิขสิทธิ์

บริษัท Hasbro Inc. บริษัทของเล่นเกมที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกเจ้าของลิขสิทธิ์เกม Scrabble ได้ส่งจดหมายไปยัง Facebook ในสหรัฐอเมริกา ในการร้องเรียน Scrabulous เพื่อปกป้องชื่อเสียงและเครื่องหมายการค้าของตนเอง เพราะ โปรแกรมนี้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งบริษัท Hasbro Inc. เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวทั้งในและนอกสหรัฐอเมริกา

ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบใดๆจากทาง Facebook

ที่มา - Reuters.com

มัลติทัชขั้นสูงจากแอปเปิล?

tags:

PCJoint.com ได้ออกมารายงานเกี่ยวกับการค้นคว้าที่ไม่รู้จักจบสิ้นกับเทคโนโลยีมัลติทัชจากแอปเปิล โดยสิทธิบัตรล่าสุดของแอปเปิลนั้นได้มีการพูดถึงเทคนิคต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมายจากเดิม

เทคนิคต่าง ๆ พอจะสรุปได้ดังนี้:

  • ถ้าต้องการที่จะย้ายเคอเซอร์ไปมาบนจอภาพ เพียงแค่สไลด์นิ้วตามปกติเหมือนทำบน Trackpad
  • ถ้าต้องการพิมพ์ข้อความ เพียงแค่เริ่มพิมพ์แล้วข้อความ มันไม่เหมือนกับว่าคุณพิมพ์บน Trackpad แต่คุณจะได้รับการตอบโต้จากปุ่มเหมือนกับพิมพ์บนคีย์บอร์ดอีกด้วย (เทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จากการตรวจดูการสัมผัสกับฝ่ามือ)
  • ต้องการลบข้อความ ทำได้โดยการใช้ปุ่ม Backspace หรือการสไลด์นิ้วไปด้านซ้าย
  • ถ้าต้องการเขียนหรือวาดบางอย่าง แค่แกล้งทำเป็นว่ากำปากกาในมือแล้วเริ่มเขียนหรือวาดได้เลย
  • ถ้านั่นยังไม่ดีพอ ก็หยิบสไตลัสจริง ๆ มาเขียนหรือวาดได้เลย
  • ทุกท่าทางและเทคนิคที่ใช้บนไอโฟนนั้นยังมีอยู่ และมีการพัฒนาต่อมาเรื่อย ๆ
  • การใช้งาน 3D สามารถทำได้โดยการเลือก Object สามมิติในคอมแล้วใช้นิ้ว 5 นิ้วเล่นกับมันได้
  • หากต้องการพักมือแต่กลัวว่าจะวางมือบนผิวสัมผัสแล้วคอมจะทำงาน… ไม่ต้องห่วง เพราะมัลติทัช 2.0 นั้นรู้ว่าเมื่อไหร่มันควรจะรับคำสั่ง และเมื่อไหร่ผู้ใช้ต้องการพักมือ

หากใครที่ติดตามสิทธิบัตรต่าง ๆ ที่แอปเปิลได้จดทะเบียนมาตลอดอาจจะไม่แปลกใจที่แอปเปิลสามารถทำได้ถึงขั้นนี้แล้ว แน่นอน รวมไปถึงการเข้าเป็นเจ้าของ Fingerworks ของแอปเปิลด้วย ก่อนหน้านี้แอปเปิลได้จดสิทธิบัตรพื้นผิวมัลติทัชพิเศษที่ทำให้สามารถพิมพ์ได้

ที่มา - MacRumors

แอปเปิลจดสิทธิบัตรใหม่ "คีย์บอร์ดมัลติทัช"

tags:

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วท่ามกลางกระแส “Leopard” ทำให้ข่าวนี้อาจจะไม่เป็นที่สนใจมากนัก แต่สุดท้ายแล้ว MacRumors ก็ได้นำเรื่องนี้ออกมาขึ้นหน้าหนึ่งจนได้

สิ่งที่แอปเปิลได้ทำการจดสิทธิบัตรในครั้งนี้ก็คือ “คีย์บอร์ดมัลติทัช” นั่นเอง แม้ว่าตอนนี้มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกอะไรมากนักเพราะว่าเทคโนโลยี “มัลติทัช” กำลังอยู่ในช่วงบูม แต่ว่าสิ่งที่แอปเปิลได้บันทึกไว้ในการจดสิทธิบัตรครั้งนี้อาจจะเป็นทางออกของปัญหาของมัลติทัช

ปัญหาของพื้นผิวมัลติทัชนั้นคือการจะทำเป็นคีย์บอร์ดนั้นมันไม่ง่ายอย่างที่คิดสำหรับผู้ใช้ เพราะว่าผู้ใช้คีย์บอร์ดนั้นต้องการที่จะ “สัมผัส” รอยหยักของคีย์บอร์ดเพื่อที่จะรู้ตำแหน่งของปุ่มอย่างถูกต้อง (เช่นเดียวกับ iPhone หากไม่มีระบบ Intelligent Keyboard อาจจะทำให้มันไม่น่าใช้อย่างมากเลยล่ะ!) เพียงแต่ว่าการทำรอยหยักออกมาบนผิวมัลติทัชนั้นจะทำให้การใช้มัลติทัชนั้นไม่สะดวกและน่าหงุดหงิด

หลังจากที่แอปเปิลได้พยายามทำการทดสอบหลายต่อหลายวิธีแล้ว ในที่สุดคำตอบก็คือการที่มีรอยหยักอยู่รอบ ๆ ปุ่ม

สิ่งที่อยู่ในสิทธิบัตรนี้คือพื้นผิวมัลติทัชที่เรียบเหมือนกับ Touchpad เพียงแต่ว่าเมื่อโหมดคีย์บอร์ดถูกเปิดขึ้นแล้วก็จะมีตุ่มนูน ๆ ที่ดันขึ้นมาใต้พื้นผิวมัลติทัชอยู่บริเวณสี่มุมของคีย์แต่ละคีย์ ซึ่งทำให้เกิดรอยหวัมตรงพื้นที่ระหว่างตุ่มสี่ตุ่มนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสและรู้สึกถึงรอยหวัมและแยกแยะคีย์แต่ละคีย์ออกได้ (ง่าย ๆ นึกถึงเม็มเบรนสีขาวที่ใช้ที่อาคารเทียบท่าสนามบินสุวรรณภูมิโดนขึง) เมื่อไม่ต้องการใช้คีย์บอร์ด ตุ่มเหล่านี้จะหายไปทำให้กลายเป็นผิวมัลติทัชเรียบ ๆ เหมือนเดิม

นอกเหนือจากนี้ยังจะมีซอฟต์แวร์ที่คอยตรวจสอบว่าขณะนี้มีความต้องการที่จะใช้คีย์บอร์ดหรือมัลติทัชกันแน่อีกด้วย

ที่มา - MacRumors

สิทธิบัตร 1-Click กำลังถูกถอดถอน?

tags:

Amazon นั้นมีสิทธิบัตรที่ได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมากอยู่อันหนึ่งนั่นคือ 1-Click ที่ให้ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ในการคลิกเพียงครั้งเดียว โดยสิทธิบัตรนี้เคยเป็นอาวุธให้กับ Amazon ในการต่อสู่กับคู่แข่งเช่น Barnes & Noble มาแล้ว และส่งผลให้ต้องมีการทำข้อตกลงกันนอกศาลไป

แต่ในวันนี้คณะกรรมการได้ตัดสินให้ยกเลิกการกล่าวอ้างของทาง Amazon ไปเกือบทั้งหมด และส่งสิทธิบัตรกลับไปยังขั้นตอนการพิจารณาใหม่อีกครั้ง โดยยังมีกระบวนการในขั้นต่อไปอีกมาก แต่ตอนนี้ก็นับได้ว่าสิทธิบัตรนี้ค่อนข้างสั่นคลอนสมควร

ผมเคยอ่านเรื่องของ 1-Click ครั้งแรกในหนังสือ IT Management สมัยเรียนปริญญาตรี นับว่าเป็นสิทธิบัตรที่ค่อนข้างคลาสสิคและสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ถือครองได้ค่อนข้างสูงมาก การที่สิทธิบัตรนี้ถูกยกเลิกคงเรียกได้ว่าเป็นการสะเทือนวงการอีคอมเมิร์ซทีเดียว

ที่มา - C|Net

สภาผู้แทนสหรัฐผ่านกฎหมายปฏิรูปสิทธิบัตร

tags:

ถ้าใครตามข่าวในหมวดสิทธิบัตรมาบ้าง คงพอรู้ว่าระบบกฎหมายสิทธิบัตรในสหรัฐมันออกจะมั่วๆ แถมยังไม่ทันสมัยเพราะออกเมื่อปี 1952 โน่น พอเอาปัญหานี้มารวมกับการที่สหรัฐมีสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ (ซึ่งประเทศไทยและอีกหลายประเทศไม่มี แต่ในความเป็นจริงซอฟต์แวร์ที่เราใช้ก็มาจากสหรัฐซะมาก) จึงเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไฮเทคอย่างเลี่ยงไม่ได้

บริษัทไอทีหลายแห่งจึงเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบสิทธิบัตรเสียใหม่ (อ่านข่าวเก่า เรื่อง Mark Shuttleworth พูดถึงระบบสิทธิบัตร) ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้ความจริงไปอีกขั้น เพราะกฎหมายปฏิรูประบบสิทธิบัตร (Patent Reform Act) ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐไปเรียบร้อยด้วยคะแนน 220 ต่อ 175 เหลือรอวุฒิสภาพิจารณาต่อไป

ส่วนรายละเอียดว่ากฎหมายนี้แก้เรื่องอะไรบ้าง ผมก็ไม่แม่นกฎหมายพอจะเข้าใจได้เต็มที่ รบกวนอ่านกันในข่าวต้นฉบับหรือไม่ก็ Wikipedia ครับ

ที่มา - Ars Technica, Reuters

กูเกิลหนุนลินุกซ์ เข้าร่วม Open Invention Network

tags:

Open Invention Network (OIN) เป็นแนวร่วมที่สร้างขึ้นมาหลังเกิดคดี IBM และ SCO ไม่นานนัก โดยมีแนวคิดคือให้บริษัทที่ถือครองสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับลินุกซ์มาร่วมกันเปิดให้สามารถนำสิทธิบัตรเหล่านี้ไปใช้งานได้ ตราบใดก็ตามที่ผู้ใช้ยังไม่อ้างสิทธิในสิทธิบัตรใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับลินุกซ์ โดยปัจจุบันมีหัวหอกคือ IBM, Red Hat, Novell, และบริษัทอื่นๆ

ล่าสุดกูเกิลก็ได้ลงนามในการเข้าใช้งานสิทธิบัตรของทาง OIN แล้ว นั่นหมายถึงกูเกิลไม่ใช้สิทธิบัตรของตนเพื่อฟ้องผู้ใช้หรือผู้ขายลินุกซ์รายอื่นๆ แต่อย่างใด โดยการที่กูเกิลเข้าร่วมลงนามนี้ทำให้ทาง OIN แข็งแกร่งขึ้นจากการได้พันธมัตรขนาดใหญ่นี้

ปัจจุบันทาง OIN มีสิทธิบัตรในมือมากกว่า 100 รายการ โดยเป็นการรวบรวมจากบริษัทต่างๆ ที่ร่วมกันพัฒนาลินุกซ์ ตลอดจนใช้งานลินุกซ์อย่างในปัจจุบัน

ที่มา - Open Invention Network

IBM ใจดีอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรกว่า 200 รายการ

tags:

IBM ประกาศว่าคนทั่วไปสามารถใช้งานสิทธิบัตรกว่า 200 รายการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และไม่เสียค่าใช้จ่าย ตราบเท่าที่การใช้งานนั้นเป็นไปในทางส่งเสริมมาตรฐานเปิด และการทำงานข้ามกันได้ระหว่างระบบ (interoperable)

IBM สนับสนุนมาตรฐานเปิดมานานแล้ว และสิทธิบัตรเหล่านี้ได้แจกให้ใช้ฟรีอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน เพียงแต่ผู้ใช้ต้องร้องขอไปยัง IBM ก่อนซึ่งมีกระบวนการเอกสารพอสมควร ทาง IBM จึงตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการเป็นเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี

สิทธิบัตรเหล่านี้หนักไปทางมาตรฐานที่ IBM ไปร่วมร่างไว้กับองค์กรกลางต่างๆ เช่น OASIS (ที่ออก OpenDocument), ภาษามาร์คอัพจำนวนมาก, เว็บเซอร์วิส (UDDI/WS-*/WSDL/SOAP) เป็นต้น รายการสิทธิบัตรดูได้ที่นี่

ที่มา - ComputerWorld

Mandriva ประกาศจุดยืนเรื่องสิทธิบัตร

tags:

ต่อเนื่องจาก Red Hat ครับ (ข่าวเก่า) Mandriva ก็เป็นผู้พัฒนาลินุกซ์ดิสโทรอีกรายที่ออกมาประกาศจุดยืนเรื่องสิทธิบัตรซอฟต์แวร์

François Bancilhon ซีอีโอของ Mandriva เขียนลงในบล็อกของบริษัทมีใจความดังนี้

  • บริษัทเคารพในความแตกต่างระหว่างแพลตฟอร์ม และเชื่อว่าการทำงานร่วมกันจะเกิดขึ้นได้ผ่าน open standard
  • บริษัทคิดว่าระบบสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ในปัจจุบันเป็นผลเสียต่ออุตสาหกรรมในภาพรวม
  • ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าลินุกซ์ละเมิดสิทธิบัตรจริง
  • ดังนั้นบริษัทยังไม่เห็นความจำเป็นใดๆ ในการเซ็นสัญญาคุ้มครองด้านสิทธิบัตรกับไมโครซอฟท์

น่าดีใจที่สามดิสโทรใหญ่ (Red Hat, Ubuntu, Mandriva) ยืนอยู่ข้างเดียวกันในมรสุมครั้งนี้

ที่มา - OSNews

Red Hat ไม่เซ็นกับไมโครซอฟท์ด้วย

tags:

สืบเนื่องจากการออกมาประกาศของ Ubuntu ว่าจะไม่เซ็นสัญญาตกลงด้านสิทธิบัตร (ข่าวเก่า) ตอนนี้ Red Hat ก็ออกมาพูดชัดแล้วว่า "จุดยืนของเราไม่เคยเปลี่ยน"

Leigh Day หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรของ Red Hat ให้สัมภาษณ์กับ ZDNet ว่า "Red Hat ยังเชื่อมั่นว่าโอเพนซอร์สและนวัตกรรมต่างๆ ที่เกิดจากโอเพนซอร์สนั้น ไม่ควรมีค่าใช้จ่าย (ต้นฉบับใช้คำว่า tax) ที่ไม่โปร่งใส"

ในข่าวยังได้อ้างคำพูดของ Shuttleworth ที่ยืนยันท่าทีของฝั่ง Ubuntu เช่นกัน

ที่มา - ZDNet

Shuttleworth ประกาศชัด Ubuntu ไม่เซ็นสัญญาสิทธิบัตร

tags:

หลังจากดิสโทรจำนวน 3 รายคือ Novell, Xandros (ข่าวเก่า) และ Linspire (ข่าวเก่า) ได้เซ็นสัญญาคุ้มครองด้านสิทธิบัตรกับไมโครซอฟท์ เพื่อป้องกันการถูกฟ้องข้อหาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหลายๆ ตัวละเมิดสิทธิบัตรตามที่ไมโครซอฟท์กล่าวอ้าง (ข่าวเก่า) ทำให้เกิดความกังวลในบรรดาผู้ใช้ลินุกซ์ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรกันแน่

หมายเหตุ: สำหรับการวิเคราะห์ ผมแนะนำให้อ่านความเห็นของคุณเทพพิทักษ์ ในข่าว Linspire ข้างบน

ฝั่ง Ubuntu ได้ออกมาประกาศชัดแล้ว โดย Mark Shuttleworth ตอบในคอมเมนต์ของบล็อกตัวเองว่า

"Neither Canonical nor the Ubuntu project have any interest in signing an agreement with Microsoft on the back of the threat of unspecified patents."

ที่น่าจับตาคือท่าทีของ Red Hat เพราะว่าสัญญาเหล่านี้เป็นการคุกคาม Red Hat โดยตรง

ที่มา - InsideSocal

Linspire เซ็นสัญญาสิทธิบัตรกับไมโครซอฟท์

tags:

ต่อจาก Novell และ Xandros (ข่าวเก่า) ดิสโทรรายที่สามที่เซ็นสัญญาความคุ้มครองสิทธิบัตรกับไมโครซอฟท์ก็คือ Linspire

ในสัญญานี้ ลูกค้าของ Linspire จะได้รับความคุ้มครองกรณีไมโครซอฟท์ฟ้องลินุกซ์และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอื่นๆ ว่าละเมิดสิทธิบัตรของตัวเอง ส่วนข้อตกลงนอกจากนี้คือ Linspire จะสามารถใช้ฟอนต์ TrueType ของไมโครซอฟท์, codec ของ Windows Media และคุย Voice Chat ข้ามกับ Windows Live Messenger ได้

ในทางกลับกัน Linspire จะต้องใช้ Windows Live Search เป็นเสิร์ชเอนจินหลัก

นอกจากบริษัทดิสโทรแล้ว ไมโครซอฟท์ยังได้เซ็นสัญญากับบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ที่นำโอเพนซอร์สไปใช้ในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง (เช่น เครื่องเล่น MP3) สองบริษัทที่เซ็นไปแล้วคือ LG กับ Samsung

ที่มา - Yahoo News

ไมโครซอฟท์ขยายความร่วมมือสิทธิบัตรให้กับ Xandros

tags:

หลังการจับมือกับโนเวลล์จนเป็นเรื่องเป็นราว ไมโครซอฟท์ยังไม่หยุดการร่วมมือด้านสิทธิบัตรกับผู้ขายลินุกซ์ โดยล่าสุดได้ประกาศความสำเร็จในการตกลงกับทาง Xandros ที่จะทำความตกลงในรูปแบบที่แทบจะเหมือนกับที่ทำกับทางโนเวลล์ทุกประการ

ความร่วมมือหลักๆ ระหว่างไมโครซอฟท์กับ Xandros นั้นคือ การปรับปรุงระบบการดูแลระบบให้ทำงานเข้ากันได้, การตรวจสอบโปรโตคอลต่างๆ ให้ทำงานร่วมกัน, ความเข้ากันได้ของโปรแกรมเอกสารต่างๆ, การรับประกันสิทธิบัตรจากไมโครซอฟท์ และการสนับสนุนการขายจากไมโครซอฟท์

แน่นอนว่าสาระสำคัญของความร่วมมือนี้คงอยู่ที่เรื่องของสิทธิบัตรที่ไมโครซอฟท์อ้างว่าลินุกซ์ละเมิดเสมอมา และคงเดาได้ไม่ยากว่าโลกโอเพนซอร์สคงออกมาต่อต้านเรื่องนี้กันอีกพักใหญ่ ทำให้น่าสนใจมากกว่าเหตุการณ์แบบนี้จะกดดันให้โลกโอเพนซอร์สออกมายอมรับ GPLv3 กันมากขึ้นเพราะมีส่วนต่อต้านการทำสัญญาแบบนี้โดยตรง

ความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์กับโนเวลล์นับว่าแนบแน่นกว่าที่ไมโครซอฟท์ทำกับ Xandros อยู่ขั้นหนึ่ง เพราะงานนี้ทาง Xandros ไม่ได้ขายซัพพอร์ตพ่วงไปกับสัญญาความร่วมมือแต่อย่างใด

ที่มา - internetnews.com, Microsoft

FSF ปล่อย GPLv3 ดราฟท์สุดท้าย

tags:

FSF ปล่อยสัญญาอนุญาต GPLv3 ดราฟท์ที่สี่ออกมาแล้วในวันนี้ พร้อมกับระบุว่าดราฟท์นี้จะเป็นดราฟท์สุดท้ายก่อนที่จะปล่อยตัวจริงออกมาในช่วงสิ้นเดือนหน้า โดยข้อเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในเวอร์ชั่นนี้คือความเข้ากันได้ระหว่าง GPLv3 กับ Apache License 2.0 ทำให้ซอฟท์แวร์ที่ใช้ GPLv3 จะสามารถรวมเอาโค้ดจากซอฟท์แวร์เสรีมาใช้งานได้มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือประเด็นสิทธิบัตรที่หลายๆ คนเกรงว่า GPLv3 จะมุ่งทำลายสัญญาระหว่างโนเวลล์ และไมโครซอฟท์เสียจนทำให้ธุรกิจจำนวนมากในวงการซอฟท์แวร์เสรีได้รับผลกระทบ โดยตัวสัญญาอนุญาตจะระบุชัดเจนว่า การทำสัญญาเพื่อป้องกันปัญหาสิทธิบัตรกับบริษัทใดๆ จะทำได้เมื่อสัญญานั้นส่งผลกับทุกคนที่ใช้ซอฟท์แวร์นั้น ส่วนการทำสัญญาแบบระบุบริษัทเช่นที่ไมโครซอฟท์ทำกับโนเวลล์นั้น จะทำให้บริษัทคู่สัญญาทั้งสองหมดสิทธิในการกระจาย (แจก หรือขาย) ซอฟต์แวร์นั้นทันที

ไม่รู้ว่าไลนัสว่ายังไงบ้างกับเวอร์ชั่นนี้

ที่มา - eWeek

Site Search

 
Web blognone.com

User login