ในลาสเวกัส เมื่อปี 2009 มีชายนามว่า John Kane ถูกรางวัลแจ๊คพอตถึงห้าครั้งภายในหนึ่งชั่วโมงจากเครื่อง video poker ของคาสิโนในลาสเวกัส รัฐเนวาดา กวาดเงินรางวัลไปถึง 8,200 เหรียญสหรัฐฯ โดยเขาค้นพบช่องโหว่ของตรรกะที่ใช้ในตัวเฟิร์มแวร์ของเครื่องและนำไปใช้ในการเล่นคราวนั้น
John และเพื่อนของเขาอีกคนที่มีส่วนช่วยในการค้นหาช่องโหว่กำลังถูกดำเนินคดีโดยรัฐบาลกลาง เขาถูกฟ้องในข้อหาละเมิดกฎหมาย Computer Fraud and Abuse Act ที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 1986 ซึ่งถ้าศาลตัดสินว่าผิดจริง John และเพื่อนของเขาจะมีโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกเป็นเวลา 5 ปี
ความเห็นส่วนตัว: เวลาเล่นเกมแล้วบังเอิญเจอบั๊กที่ทำให้ชนะติด ๆ กันได้ก็ต้องระวังหน่อยนะครับ ถ้าเอาไปใช้บ่อย ๆ อาจจะถูกจับดำเนินคดีได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นเกมการพนันต่าง ๆ ที่ใช้เงินจริง
เมื่อเดือนที่แล้วทางสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ได้จัดงานเผยแพร่ร่างพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ที่จะปรับปรุงใหม่ และทาง iLaw ก็ได้สรุปความเปลี่ยนแปลงสำคัญ 11 ข้อของร่างนี้ขึ้นมา
โดยรวมแล้วร่างนี้คล้ายกับร่างเมื่อปี 2011 ประเด็นใหญ่ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาคือการเอาผิดเรื่องภาพอนาจารเด็ก, การทำสำเนาข้อมูล, และเอาผิดกับตัวกลางเมื่อมีประเด็นความมั่นคง
ภายหลังจากที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาเป็นระยะเวลากว่า 5 ปี ถึงเวลาแล้วที่พระราชบัญญัติฉบับนี้จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้มีความทันสมัยและเหมาะสม โดยสร้างสมดุลระหว่างเสรีภาพ กับความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งคุณสามารถมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ นำไปประกอบการผลักดันเพื่อปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว ในวันที่ 3 เมษายน 2556 ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เวลา 8.30-12.30 น.
เพิ่งโดนแบนล่วงหน้าจากร้านอาหารในซีแอทเทิลไปไม่นาน กลุ่มนักกฎหมายในรัฐเวสต์เวอร์จิเนียก็เตรียมหาทางแบน Google Glass ไม่ให้ใช้งานในระหว่างขับรถแล้ว
ตามข้อเสนอที่กลุ่มดังกล่าวเรียกร้องมา ไม่ได้พูดถึง Google Glass เพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงอุปกรณ์ไอทีแบบสวมครอบหัวทุกชนิด โดยให้เหตุผลว่าเขาทำงานเพื่อสนับสนุนกฎหมายห้ามไม่ให้ส่งข้อความระหว่างขับรถมานาน เน้นไปที่ผู้ใช้ที่ยังอายุน้อย และยังขับรถไม่แข็งว่าหากใช้อุปกรณ์ดังกล่าวแล้วจะยิ่งทวีความเสี่ยงมากขึ้น
แม้ว่า Google Glass จะมีฟังก์ชันสำหรับนำทาง แต่เราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ในขณะขับรถ ซึ่งอาจจะดูวิดีโอ หรือส่งข้อความอยู่ก็ได้ และถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้มือก็ตาม แต่ก็ควรจดจ่ออยู่กับถนนอยู่ดี
ที่มา - C|NET
บทความโดย จันทจิรา เอี่ยมมยุรา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์บางฉบับวิพากษ์วิจารณ์การพิจารณาอนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้แก่บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไปในทางที่ว่า กสทช. อนุมัติใบอนุญาตให้แก่บริษัทไทยคมฯ โดยไม่ได้มีการประมูลคลื่นความถี่ ทั้งมิได้ประมูลวงโคจรให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 แต่ประการใด
ผู้เขียนเห็นว่าประเด็นที่ได้นำเสนอในบทความดังกล่าวยังมีความคลาดเคลื่อนทั้งในเชิงข้อกฎหมายและในเชิงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแนวทางในการออกใบอนุญาตดาวเทียมเพื่อการสื่อสารที่ถูกต้อง ในบทความนี้ผู้เขียนจึงอยากแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับกิจการดาวเทียมสื่อสารที่ถือเป็นบริการโทรคมนาคมที่สำคัญของประเทศไทย
หมายเหตุ ผู้เขียนเห็นว่าบทความนี้เป็นหัวข้อที่อาจเป็นที่สนใจ และเป็นประโยชน์ต่อชุมชน blognone จึงได้ส่งบทความนี้มาลง โดยผมได้รับอนุญาตจากผู้เขียนให้เผยแพร่เรียบร้อยแล้ว
การตายของ Aaron Swartz แม้จะไม่แน่ชัดว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร (และเป็นไปได้มากว่าจริงๆ แล้วมีหลายสาเหตุประกอบกัน) แต่การที่ Swartz ถูกฟ้องในคดีอาญาจากการใช้งานเว็บ JSTOR ผิดข้อตกลงการใช้งาน นับว่าเป็นเรื่องที่เกินกว่าเหตุ เมื่อสองวันที่ผ่านมา สส. Zoe Lofgren จากพรรคเดโมแครต ท้องที่แคลิฟอร์เนีย ก็ออกมาประกาศร่างแก้ไข้กฎหมาย Computer Fraud and Abuse Act (CFAA)
กฎหมาย CFAA เดิม ระบุให้การใช้ "เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต" (exceeding authorized access) เป็นความผิดอาญาที่มีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ โดยนิยามเดินนั้นรวมถึงการใช้งานอย่างหนัก เช่น การใช้แบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตอย่างมาก หรือการดาวน์โหลดเอกสารด้วยสคริปต์ในกรณีของ Swartz เอง
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) จัดอภิปรายเรื่องผลกระทบจากพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ Ann Lavin ตัวแทนจากกูเกิลระบุถึงปัญหาของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ของไทยว่ามีปัญหาหลักคือมาตรา 15 ที่ระบุถึงความผิดของผู้ให้บริการ ทำให้ทั้งที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้กูเกิลสามารถเข้าไปทำธุรกิจได้ ทั้ง สิงคโปร์, มาเลเซีย, และอินโดนีเซีย
ปัญหากฎหมายที่ทำให้กูเกิลไม่เข้ามาเปิดธุรกิจ YouTube ซึ่งเปิดให้เจ้าของเนื้อหาทำเงินจากการโฆษณาที่ส่งลงบนวิดีโอได้ เป็นปัญหาที่คุณกริช ทอมมัสได้เคยระบุว่าเป็นปัญหาทางกฎหมายจนแกรมมี่ไม่ต้องการนำวิดีโอขึ้น YouTube อีกต่อไปเพราะไม่สามารถสร้างรายได้กลับเข้ามาได้
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ศาลอาญาได้พิพากษาคดีของนายคธา พนักงานการตลาดของบริษัทหลักทรัพย์ให้จำคุก 4 ปี จากการแปลข่าวจากสำนักข่าว Bloomberg ที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนกจนกระทั่งหุ้นตกอย่างมากในวันที่ 14 ตุลาคม 2552
คุณสฤณี อาชวานันทกุล แสดงความเห็นเรื่องนี้ลงหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ว่ามาตรฐานของคดีนี้จะเป็น "บรรทัดฐานแย่ๆ" ของการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพราะข้อความที่โพสระบุว่ามีข่าวลือ ไม่ใช่การอ้างว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งไม่ตรงกับกฎหมายที่ระบุว่าต้องเป็น "ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ" อีกทั้งเวลาโพสก็เป็นตอนบ่ายหลังจากหุ้นตกตั้งแต่เช้า
คุณสฤณียังเป็นพยานในคดีนี้ และแสดงความผิดหวังว่าศาลไม่ให้น้ำหนักกับคำให้การว่าการโพสของนายคธาไม่มีทางเป็นต้นเหตุของหุ้นตก และหากกรณีนี้ผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นักข่าวของ Bloomberg ก็ควรถูกจับด้วยข้อหาเดียวกัน
ที่มา - กรุงเทพธุรกิจ
Google Maps สำหรับ iOS ซึ่งเพิ่งถูกปล่อยออกมาไม่นานถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการทำงานขัดต่อกฎหมายของ EU
ศูนย์พิทักษ์ข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศเยอรมนีให้ความเห็นว่า เนื่องจากตัวแอพลิเคชันตั้งค่าเริ่มต้นให้ติดตามตำแหน่งของผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ นี่เองจึงเป็นจุดที่อาจมองได้ว่าขัดต่อกฎหมายของ EU ว่าด้วยเรื่องการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ถึงแม้ว่าผู้ใช้งานสามารถสั่งปิดระบบการติดตามตำแหน่งผู้ใช้งานได้ แต่ทางศูนย์ฯ มองว่านี่เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง การติดตามตำแหน่งของผู้ใช้งานควรเป็นสิ่งที่ขออนุญาตและให้ผู้ใช้งานเป็นผู้ยืนยันสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวแก่ Google เอง กล่าวคือค่าเริ่มต้นของแอพลิเคชันควรจะไม่ติดตามตำแหน่งผู้ใช้งาน เว้นแต่ได้รับการยืนยันจากผู้ใช้
ในทางกลับกัน Google เองคงมองว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่อาจไม่มามัวเสียเวลาในการอนุญาตให้แอพลิเคชันเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งผู้ใช้งาน ซึ่งนั่นคงทำให้ Google เสียโอกาสในการที่จะแสดงโฆษณาให้ปรากฏแก่ผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา - Forbes, Ars Technica
ข่าวนี้รวมสองข่าวเก่าเข้าด้วยกันเพราะคิดว่าอย่างไรเสียผู้อ่าน Blognone ควรรับรู้ครับ
ข่าวแรกคือร่างพ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ แก้ไขจากฉบับ 2537 ได้ผ่านครม. แล้วเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยส่วนสำคัญอยู่ที่ร่างใหม่นี้จะรองรับการใช้งาน DRM (Digital Rights Management) เช่น ส่วนห้ามทำสำเนาของเกมหรือเพลงทั้งหลาย หากร่างนี้ผ่านสภาจะทำให้การฝ่าฝืน DRM มีโทษของมันเองอีกส่วนหนึ่ง
นอกจากเพิ่มโทษแล้วยังมีการแก้ไขเพิ่มข้อยกเว้นการทำสำเนาที่จำเป็น และยกเว้นการละเมิดของผู้ให้บริการ ซึ่งนับเป็นเรื่องดีที่ผู้ให้บริการถูกกันออกจากประเด็นลิขสิทธิ์ไปแล้วเรื่องหนึ่ง
เมื่อวันที่ 31 ที่ผ่านมา ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีของนายสุรภักดิ์ โปรแกรมเมอร์ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้โพสหน้าแฟนเพจบนเฟซบุ๊กที่มีข้อความหมิ่น
เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับนายสุรภักดิ์ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2554 จากการชี้เบาะแสของนายมานะชัย ที่แจ้งชื่อและที่อยู่ของนายสุรภักดิ์ว่าเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊กที่มีข้อความหมิ่น ให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตามตัวนายมานะชัยนี้มาเบิกความได้
ข่าวนี้เป็นข่าวที่ตกจาก Blognone ไปนานสักหน่อย คือมีการเสนอข้อตกลงระหว่างประเทศในการโทรคมนาคม (International Telecommunications Rules - ITRs) ฉบับใหม่หลังจากที่ฉบับเดิมลงนามกันไปตั้งแต่ปี 1988 โดยกลุ่มผู้ให้บริการเครือข่ายในสหภาพยุโรป (European Telecommunications Network Operators' Association - ETNO) ที่เสนอให้มีการเข้ามาควบคุมอินเทอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆ โดยมีเหตุผลหลักคือความไม่พอใจของผู้ให้บริการเครือข่ายที่ทำกำไรมหาศาลจากเครือข่าย
กรณีเช่นนี้เป็นปัญหาเดียวกับในสหรัฐฯ ที่ผู้ให้บริการไม่พอใจที่ YouTube กินแบนด์วิดท์อย่างมาก แต่คนได้กำไรเป็นกูเกิล ขณะที่ผู้ให้บริการเครือข่ายต้องแบกรับค่าบริการโดยไม่กล้าที่จะส่งต่อค่าใช้จ่ายนี้ไปเป็นค่าบริการกับผู้บริโภคเพราะการแข่งขันที่สูง
ศาลฎีกาของฟิลิปปินส์ได้มีคำสั่งระงับการเริ่มใช้งานกฎหมายป้องกันการอาชญากรรมออนไลน์ หรือ Anti-Cybercrime Law แล้ว เนื่องจากรายละเอียดของกฎหมายดังกล่าวถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยคำสั่งของศาลในวันอังคารนี้เป็นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้รัฐบาลนำกฎหมายดังกล่าวมาใช้ได้
ก่อนหน้านี้กลุ่มสื่อและองค์กรสิทธิมนุษยชนได้อกมาต่อต้านกฎหมายนี้ เพราะมันทำให้การดูหมิ่นบนโลกออนไลน์ผิดกฎหมายและมีโทษมากกว่าคดีหมิ่นประมาทปรกติสองเท่า และนอกจากนี้กฎหมายยังทำให้เกิดการปิดกั้นหรือบล็อคเว็บได้อีกด้วย โดยองค์กรและกลุ่มสื่อเหล่านี้กลัวว่านักการเมืองจะใช้กฎหมายนี้เพื่อปิดปากประชาชน ทำให้ระบบตรวจสอบไม่โปร่งใส
ก่อนหน้านี้ ประเทศไทย (พรบ. คอมฯ)และมาเลเซีย (มาตรา 114A) ได้นำกฎหมายลักษณะนี้มาใช้แล้ว แต่ยังไม่มีระบบคานอำนาจตามรัฐธรรมนูญใดออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าวเลย
ที่มา - Aljazeera
Jerry Brown ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียไปที่สำนักงานใหญ่ของ Google เพื่อเซ็นร่างกฏหมาย SB 1298 ว่าด้วยการอนุญาตให้รถยนต์แบบไร้คนขับวิ่งบนท้องถนนจริงได้
ร่างกฏหมายนี้ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ของรถยนต์แบบไร้คนขับ โดยหลังจากกฏหมายฉบับนี้บังคับใช้งาน ผู้ผลิตรถยนต์สามารถนำรถแบบไร้คนขับออกทดสอบจริงบนท้องถนนได้ ตราบใดที่มีผู้ขับรถที่มีใบขับขี่นั่งประจำตำแหน่งผู้ขับเพื่อควบคุมรถในกรณีฉุกเฉิน
Brown กล่าวว่าร่างกฏหมายนี้จะช่วยผลักดันให้เทคโนโลยีในนิยายไซ-ไฟกลายเป็นจริง และเป็นก้าวใหม่ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีของรัฐแคลิฟอร์เนีย และโลกทั้งใบ
Sergery Brin กล่าวในงานแถลงข่าวว่ารถยนต์แบบไร้คนขับนั้นสามารถลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และหวังว่าจะเห็นรถต้นแบบที่ปลอดภัยกว่ารถแบบมนุษย์ขับ
ถ้ายังจำกันได้ในปี 2010 Google เคยทดลองขับรถแบบไร้คนขับเป็นระยะทางรวมประมาณ 140,000 ไมล์ครับ
ที่มา - AllThingsD
Cybercrime Prevention Act of 2012 เป็นกฎหมายแบบเดียวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ของไทยที่เพิ่งผ่านสภาไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีเนื้อหาหลายอย่างน่าสนใจ มันกำหนดโทษให้กับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์หลายแบบ เช่น การดักฟัง, การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต, การรบกวนการทำงานของคอมพิวเตอร์, ตลอดจนการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการหลอกลวง เช่น การทำ phishing
แต่หมวดหนึ่งของกฎหมายฉบับนี้กลับเป็นเรื่องของเนื้อหาโดยเฉพาะ มันทำให้การกระทำสามอย่างผิดกฎหมาย ได้แก่ Cybersex, ภาพอนาจารเด็ก, การโฆษณาออนไลน์ที่เป็นสแปม (ไม่ม่ช่องทางยกเลิกการส่ง ส่งโดยผู้ใช้ไม่ต้องการ), และการโจมตี (libel) ออนไลน์ หมวดว่าด้วยเนื้อหานี้ทำให้กฎหมายฉบับนี้ถูกวิจารณ์จาก EFF ว่าการทำให้การโจมตีออนไลน์ซึ่งมีนิยามไม่ชัดเจนอาจจะนำไปสู่การละเมิดสิทธิทางการเมืองพื้นฐานตาม International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR)
วันนี้คุณพูนสุข พูนสุขเจริญ หนึ่งในทีมทนายของคุณอำพล (อากง SMS) ได้โพสเอกสารความเห็นในคดีของคุณอำพล มันเป็นเอกสารที่เตรียมไว้สำหรับการยื่นอุทธรณ์ พร้อมกับเตรียมให้ผู้เชี่ยวชาญจาก Security Research Labs (SR Labs) มาขึ้นศาลเป็นพยานแต่สุดท้ายคุณอำพลตัดสินใจไม่ยื่นอุทธรณ์เพื่อขออภัยโทษแทน
เอกสารฉบับนี้ออกโดยดร. Karsten Nohl หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของบริษัท สำหรับ SR Labs นี้เป็นบริษัทที่นำเสนองานวิจัยเรื่องการปลอมแปลงหมายเลขโทรศัพท์เพื่อส่ง SMS ในยุโรป ที่งาน 29C3 เมื่อปลายปีที่แล้ว
ปัญหากฎหมายอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องที่ยังหาจุดสมดุลไม่ได้ในหลายๆ ประเทศ เช่นประเทศไทยเอง และเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียก็กำลังเจอกับปัญหานี้ เมื่อเว็บไซต์จำนวนมากนัดกัน "จอดำ" เหมือนเมื่อครั้งที่เว็บทั่วโลกทำเพื่อประท้วงกฎหมาย SOPA
ที่จริงแล้วมาตรา 114A ไม่ใช่กฎหมายคอมพิวเตอร์โดยตรงแต่เป็นกฎหมายว่าด้วย "หลักฐาน" ของการเผยแพร่ข้อมูล โดยกฎหมายนี้เป็นกฎหมายเดิมที่กำหนดมาตรฐานการใช้หลักฐานในคดีต่างๆ แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมารัฐสภาของมาเลเซียได้แก้กฎหมายนี้จนเกิดเป็นมาตรา 114A ในปัจจุบัน ใจความของมันแบ่งออกเป็นสามส่วน และส่วนที่สี่คือนิยามคำตามกฎหมาย ได้แก่
ประเด็นลิขสิทธิ์ของ YouTube ที่มีข่าวมาก่อนหน้านี้ (1, 2) วันนี้ทางแกรมมี่โดยคุณกริช ทอมมัส ก็จัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยประเด็นที่ทาง GMM ชี้แจงมาคือในความเป็นจริงแล้วทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, เยอรมัน, หรืออังกฤษ ล้วนมีโมเดลธุรกิจระหว่าง YouTube กับค่ายเพลงในประเทศเหล่านั้นทั้งสิ้น แต่สำหรับประเทศไทยนั้นมีปัญหาทางกฎหมายทำให้ YouTube ไม่สามารถเข้ามาเปิด YouTube.co.th เพื่อทำธุรกิจในประเทศไทยได้
คุณกริชระบุว่ากฎหมายที่มีปัญหานั้นเป็น "กฎหมายทางไอซีที" ไม่แน่ชัดว่าเป็นกฎหมายฉบับใด แต่ก่อนหน้านี้กูเกิลก็เคยวิจารณ์พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ของไทยอย่างหนัก
อีกประเด็นหนึ่งที่มีการพูดถึงในข่าวคือประเด็นการคัฟเวอร์เพลงโดยนักร้องสมัครเล่น จริงๆ แล้วก็ตรงกับโรงเรียนลิขสิทธิ์ของ YouTube เอง
ที่มา - Gmember (วิดีโออยู่ท้ายข่าว), @NusmangoTV
เคยมีข่าว Wikipedia เตรียม "จอมืด" ประท้วงกฎหมาย SOPA มาก่อน ซึ่งครั้งนั้นเป็นภาคภาษาอังกฤษ มาคราวนี้ภาคภาษารัสเซียได้ปิดตัวไป 24 ชั่วโมงในวันอังคารที่ 10 กรกฏาคม (ไม่ได้ระบุช่วงเวลา แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นเวลามอสโก) เพื่อประท้วงกฎหมายที่กำลังถกเถียงกั้นในสภาของรัสเซียที่เกี่ยวกับการขึ้นบัญชีดำเว็บที่จะนำไปสู่การปิดกั้นอินเทอร์เน็ต
วันนี้ (10 กรกฏาคม 2555) เป็นแบบนี้ ลองเข้าไปดูซิครับ http://ru.wikipedia.org
ที่มา RIA Novosti - Wikimedia
รัฐโรดไอแลนด์นั้นเคยตรากฎหมายคล้ายกับพรบ.คอมพิวเตอร์บ้านเรา คือ การห้ามส่งข้อความเท็จ (false information) จะกลายเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายมาตรา 11-52-7 โดยกฎหมายนี้ความตั้งใจเดิมคือการห้ามไม่ให้ปลอมตัวเพื่อไปทำธุรกรรมทางการเงิน หรือหลอกลวงผู้อื่น (เหมือนบ้านเราอีกแล้ว) แต่ในการใช้งานจริง ผลคือการหลอกคนอื่นว่าสวยหรือหล่อกว่าความจริงก็อาจจะกลายเป็นความผิดอาญาไปได้
กลุ่ม Rhode Island American Civil Liberties Union ที่เรียกร้องเสรีภาพทางการพูดระบุว่ากฎหมายมาตรานี้ทำให้คนในรัฐแทบทุกคนกลายเป็นอาชญากร และแม้การโกหกจะเป็นเรื่องที่ผิด มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรเอาผิดทางอาญา
ที่มา - ArsTechnica










